การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566

การเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยครั้งที่ 27

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 เป็นการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยครั้งที่ 27 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566[10] หลังจากที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรไทยชุดที่ 25 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2566[11] ภายหลังการเลือกตั้งปรากฎว่าประเทศไทยไม่สามารถมีนายกรัฐมนตรี​ได้ โดยประธานรัฐสภากล่าวว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี​อาจจะมีอีกครั้งในวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2566[12] ซึ่งครบ 100 วันหลังเลือกตั้ง ส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่ประเทศไทยรอนายกรัฐมนตรีเป็นระยะเวลานานเป็นอันดับที่สองนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งในประเทศ[13]

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566

← พ.ศ. 2562 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566[1][2] ครั้งถัดไป →

ทั้งหมด 500 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรไทย
ต้องการ 251 ที่นั่งจึงเป็นฝ่ายข้างมาก
ลงทะเบียน52,238,594 [3]
ผู้ใช้สิทธิ75.71% (เพิ่มขึ้น 1.02 จุด)
  First party Second party Third party
 
Pita Limjaroenrat, October 2023.jpg
Paetongtarn Shinawatra.jpg
Anutin Charnvirakul - 2023 (52638148766) (cropped).jpg
ผู้นำ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แพทองธาร ชินวัตร อนุทิน ชาญวีรกูล
พรรค ก้าวไกล เพื่อไทย

ภูมิใจไทย

ผู้นำตั้งแต่ 14 มีนาคม 2563 20 มีนาคม 2565[a] 14 ตุลาคม 2555
เขตของผู้นำ บัญชีรายชื่อ (#1) ไม่ลงเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อ (#1)
เลือกตั้งล่าสุด 81 ที่นั่ง, 17.80%[b] 136 ที่นั่ง, 22.16% 51 ที่นั่ง, 10.50%
ที่นั่งก่อนหน้า 45[4] 117[4] 63[4]
ที่นั่งที่ชนะ 151 141 71
ที่นั่งเปลี่ยน เพิ่มขึ้น 70 เพิ่มขึ้น 5 เพิ่มขึ้น 20
คะแนนเสียง 14,438,851 10,962,522 1,138,202
% 36.54 27.74 2.88

  Fourth party Fifth party Sixth party
 
Prawit Wongsuwan (2018) (cropped).jpg
Prayut 2022.jpg
Jurin Laksanawisit 2011.jpg
ผู้นำ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประยุทธ์ จันทร์โอชา[5] จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์
พรรค พลังประชารัฐ

รวมไทยสร้างชาติ ประชาธิปัตย์

ผู้นำตั้งแต่ 27 มิถุนายน 2563 9 มกราคม 2566[c] 15 พฤษภาคม 2562
เขตของผู้นำ บัญชีรายชื่อ (#1) ไม่ลงเลือกตั้ง[6] บัญชีรายชื่อ (#1)
เลือกตั้งล่าสุด 116 ที่นั่ง, 23.74% 53 ที่นั่ง, 11.13%
ที่นั่งก่อนหน้า 79[4] 2 50[4]
ที่นั่งที่ชนะ 40 36 25
ที่นั่งเปลี่ยน ลดลง 76 พรรคใหม่ ลดลง 28
คะแนนเสียง 537,625 4,766,408 925,349
% 1.36 12.06 2.34

  Seventh party Eighth party Ninth party
 
Varawut Silpa-archa in 2023.png
Wan_Muhamad_Noor_Matha-2023-12-10.jpg
Sudarat Keyuraphan in 2019.png
ผู้นำ วราวุธ ศิลปอาชา วันมูหะมัดนอร์ มะทา สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
พรรค ชาติไทยพัฒนา

ประชาชาติ

ไทยสร้างไทย
ผู้นำตั้งแต่ 3 ตุลาคม 2565 2 มีนาคม 2561 9 กันยายน 2565
เขตของผู้นำ บัญชีรายชื่อ (#1) บัญชีรายชื่อ (#1) บัญชีรายชื่อ (#1)
เลือกตั้งล่าสุด 10 ที่นั่ง, 2.20% 7 ที่นั่ง, 1.35% พรรคใหม่
ที่นั่งก่อนหน้า 10[4] 7[4] -
ที่นั่งที่ชนะ 10 9 6
ที่นั่งเปลี่ยน Steady 0 เพิ่มขึ้น 2 พรรคใหม่
คะแนนเสียง 192,497 602,645 340,178
% 0.51 1.61 0.91

แผนที่แสดงผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ

แผนที่แสดงพรรคการเมืองที่ได้คะแนนในระบบบัญชีรายชื่อสูงสุดในแต่ละเขตเลือกตั้ง

องค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎรหลังจากการเลือกตั้ง

นายกรัฐมนตรีก่อนการเลือกตั้ง

ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รวมไทยสร้างชาติ[d]

ว่าที่นายกรัฐมนตรี

เศรษฐา ทวีสิน
เพื่อไทย

ปฏิทินการเลือกตั้ง[7][8][9]
20 มี.ค.พ.ร.ฎ. ยุบสภาผู้แทนราษฎรมีผลบังคับใช้
27 มี.ค. – 13 เม.ย.วันลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า
3 – 7 เม.ย.วันรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
7 พ.ค.วันใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า
14 พ.ค.วันเลือกตั้งทั่วไป

คณะกรรมการการเลือกตั้งแถลงผลอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ผลปรากฏว่า พรรคก้าวไกลได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ที่นั่งรองลงมา[14][15] การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์มากถึงร้อยละ 75.71 ทำลายสถิติของการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ที่มีผู้มาใช้สิทธิ์ร้อยละ 75.03[16] การเลือกตั้งครั้งนี้นับเป็นการเลือกตั้งที่หาเสียงโดยพูดเรื่องเงินมากที่สุดครั้งหนึ่ง หลายพรรคเสนอจำนวนเงินเป็นตัวเลข การหาเสียงในป้ายหาเสียงมีแต่จำนวนเงิน อาทิ บำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน[17] และโครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท สำหรับใช้จ่ายในพื้นที่ที่กำหนด[18]

เบื้องหลัง แก้

หลังจากเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง กองทัพได้ก่อการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เพื่อขับไล่รัฐบาลรักษาการพลเรือน คณะนายทหารที่รู้จักกันในชื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขึ้นสู่อำนาจภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี ในปี พ.ศ. 2559 คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จสิ้นและจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อรับรองร่างรัฐธรรมนูญ พวกเขาห้ามวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญและห้ามติดตามผลประชามติ นักเคลื่อนไหวต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญถูกจับกุม ควบคุมตัว และดำเนินคดีในศาลทหาร[19] ขณะที่ผู้ออกมาแสดงเจตนาคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญก็ถูกรัฐบาลทหารจับกุมและดำเนินคดีเช่นกัน[20]

ในปี พ.ศ. 2562 หลังจากเกิดความล่าช้าหลายครั้ง ในที่สุดรัฐบาลทหารก็จัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าพลเอกประยุทธ์มีข้อได้เปรียบ เนื่องจากวุฒิสภามาจากการแต่งตั้งทั้งหมดโดยรัฐบาลทหารและการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ในช่วงนาทีสุดท้าย[21][22]

พลเอกประยุทธ์เริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562[23] ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีสามารถดำรงตำแหน่งได้เพียง 8 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การสิ้นสุดวาระนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เนื่องจากมีการตีความมากมายเกี่ยวกับการเริ่มดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี[24][25][26] เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำพิพากษาให้วาระการดำรงตำแหน่งของพลเอกประยุทธ์เริ่มในปี พ.ศ. 2560 ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หมายความว่าเขาอาจดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนถึงปี พ.ศ. 2568 หากเขาได้รับเลือกจากรัฐสภาอีกครั้ง

ปลายปี พ.ศ. 2565 เกิดการแตกแยกในพรรคพลังประชารัฐระหว่างพลเอกประยุทธ์กับรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่สนิทคือ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หลังจากที่พลเอกประวิตรแสดงจุดยืนต่อพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ต่อมาในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 พลเอกประยุทธ์ได้ประกาศความสนใจที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ และสมัครเป็นสมาชิกแบบตลอดชีพของพรรคดังกล่าวในเดือนถัดมา มีการคาดหมายว่าเขาจะเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนเดียวของพรรครวมไทยสร้างชาติ ด้านพรรคภูมิใจไทย มีผู้ดำรงตำแหน่ง ส.ส. ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านบางส่วน รวมถึงนักการเมืองอีกจำนวนหนึ่ง ได้ลาออกจากพรรคเดิมที่ตัวเองสังกัดไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อเพิ่มโอกาสชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้

ระบบเลือกตั้ง แก้

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ระบุว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 500 คนจะได้รับเลือกโดยใช้ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะลงคะแนนเสียงด้วยบัตรใบเดียว เพื่อเลือก ส.ส. 350 ที่นั่งจากเขตเลือกตั้ง และอีก 150 ที่นั่งจะเป็นการจัดสรรตามคะแนนของพรรคการเมืองทั้งประเทศ[27] หลังการเลือกตั้ง สภาผู้แทนราษฎร 500 ที่นั่ง จะลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีในการประชุมร่วมกับวุฒิสภาอีก 250 ที่นั่ง วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งโดยคสช. จะอยู่ในวาระจนถึงปี 2567 จึงคาดว่าสมาชิกวุฒิสภาจะมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้เช่นกัน[28]

เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ได้มีการลงคะแนนเสียง 472 ต่อ 33 เสียง (งดออกเสียง 187 เสียง) เพื่อกลับมาใช้การลงคะแนนระบบคู่ขนานที่เคยใช้เมื่อช่วงก่อนปี 2560 ในระบบนี้ จะมี ส.ส. 400 ที่นั่งที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต และลดจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลงเหลือ 100 ที่นั่ง จากเดิม 150 ที่นั่ง[29] ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะต้องลงคะแนนโดยใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อเลือก ส.ส. แบบแบ่งเขตและพรรคการเมืองที่ตนต้องการ[29] ต่างจากระบบก่อนหน้าที่ผู้มีสิทธิ์แต่ละคนลงคะแนนเสียงเพียงครั้งเดียวเพื่อเลือก ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ[30] อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยพรรคการเมืองขนาดเล็ก เนื่องจากระบบนี้จะทำให้พรรคดังกล่าวได้ที่นั่งในสภายากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทยที่เป็นฝ่ายค้าน

ในช่วง พ.ศ. 2565 มีการถกเถียงว่าจะใช้สูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อแบบใดระหว่าง "สูตรหาร 100" กับ "สูตรหาร 500" ซึ่งถ้าใช้สูตรหาร 500 จะทำให้เกิดที่นั่งส่วนเกิน (Overhanging seat) แบบเดียวกับในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2562 และทำให้คะแนนเสียงพึงมีของ ส.ส. 1 ที่นั่งต่ำลง ซึ่งเอื้อต่อการตีความให้พรรคเล็กได้ประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคม 2565 มีการใช้กลยุทธ์ไม่มาประชุมจนสภาขาดองค์ประชุม ทำให้การพิจารณาแก้ไขเป็นสูตรหาร 500 ต้องตกไป และกลับไปใช้สูตรหาร 100 โดยปริยาย[31]

จากการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งดังกล่าว ทำให้พรรคขนาดเล็กเสียเปรียบในสนามเลือกตั้ง จึงนำไปสู่การเจรจาควบรวมพรรค และจัดตั้งพันธมิตรทางการเมืองของพรรคขนาดเล็กต่าง ๆ ได้แก่ การควบรวมพรรคชาติพัฒนาและพรรคกล้าเป็นพรรคชาติพัฒนากล้า,[32] การจับมือระหว่างพรรคไทยสร้างไทยและพรรคสร้างอนาคตไทย[33][34] รวมไปถึงเกิดการย้ายพรรคของนักการเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าการใช้เงินซื้อตัวผู้สมัคร ส.ส. และระบบ "บ้านใหญ่" หรือตระกูลที่มีอิทธิพลทางการเมืองในท้องถิ่นจะกลับมามีบทบาท[35]

เดือนมกราคม 2566 มีการผ่านกฎหมายเลือกตั้ง 2 ฉบับ[36] คือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พ.ศ. 2566 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566[37] สาระสำคัญของ พระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้เลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน[38] มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2566 ซึ่งรัฐบาลจะยุบสภาทันทีเลยก็ได้ หรืออยู่ครบวาระซึ่งจะครบเทอมในวันที่ 24 มีนาคม 2566[39] ไม่ว่าจะวิธีการใด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดให้มีระยะเวลาสำหรับเตรียมการเลือกตั้งประมาณ 45 วัน (พิจารณารูปแบบแบ่งเขต 25 วัน, คัดสรรผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 20 วัน)[40]

การเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง แก้

หลังจากที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยปรับสัดส่วนจำนวน ส.ส. แบบแบ่งเขตเป็น 400 เขต เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้าที่มี 350 เขต[29] เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีการส่งหนังสือด่วนถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดต่าง ๆ และกรุงเทพมหานคร ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่เตรียมแบ่งเขตเลือกตั้งไว้เป็นการล่วงหน้าอย่างน้อย 3 รูปแบบ[41]

ในกุมภาพันธ์ 2566 กกต. ออกประกาศ เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด กำหนดให้คำนวณจำนวนราษฎรเฉลี่ย 165,226 คนต่อ ส.ส. 1 คน โดยใช้ข้อมูลจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร์ ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 เป็นฐานในการคำนวณ พร้อมทั้งระบุจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่พึงมีในแต่ละพื้นที่ โดยแบ่งเป็นรายจังหวัดดังนี้[42]

พื้นที่ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
กรุงเทพมหานคร 33
นครราชสีมา 16
ขอนแก่นและอุบลราชธานี 11
ชลบุรี, เชียงใหม่ และบุรีรัมย์ 10
นครศรีธรรมราช, ศรีสะเกษ, สงขลา และอุดรธานี 9
เชียงราย, นนทบุรี, ร้อยเอ็ด, สมุทรปราการ และสุรินทร์ 8
ชัยภูมิ, ปทุมธานี, สกลนคร และสุราษฎร์ธานี 7
กาฬสินธุ์, นครปฐม, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์ และมหาสารคาม 6
กาญจนบุรี, นราธิวาส, พระนครศรีอยุธยา, พิษณุโลก, ระยอง, ราชบุรี และสุพรรณบุรี 5
กำแพงเพชร, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, ตาก, นครพนม, ปัตตานี, ลพบุรี, ลำปาง, เลย, สมุทรสาคร, สระบุรี และสุโขทัย 4
กระบี่, จันทบุรี, ชุมพร, น่าน, บึงกาฬ, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พะเยา, พัทลุง, พิจิตร, เพชรบุรี, แพร่, ภูเก็ต, ยโสธร, ยะลา, สระแก้ว, หนองคาย, หนองบัวลำภู และอุตรดิตถ์ 3
ชัยนาท, นครนายก, พังงา, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน, สตูล, อ่างทอง, อำนาจเจริญ และอุทัยธานี 2
ตราด, ระนอง, สิงห์บุรี และสมุทรสงคราม 1

อย่างไรก็ตาม จำนวน ส.ส. เขตที่พึงมีในแต่ละจังหวัด ที่ กกต. เคยประกาศไว้เมื่อกุมภาพันธ์ 2566 มีการนับรวมบุคคลต่างด้าวมาใช้เป็นฐานในการคำนวณ[43] ต่อมา 3 มีนาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่ให้นำผู้ที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยมาร่วมเป็นฐานในการคำนวณ[44] กกต. จึงได้มีการพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ให้เป็นตามคำวินิจฉัยของศาล และในวันเดียวกัน ก็ออกประกาศเปลี่ยนแปลงจำนวนเขตเลือกตั้งพึงมีของแต่ละจังหวัด โดย นครศรีธรรมราช, อุดรธานี, ลพบุรี และปัตตานี มี ส.ส. เพิ่มขึ้นจังหวัดละ 1 คน ขณะที่ เชียงใหม่, เชียงราย, ตาก และสมุทรสาคร มี ส.ส. ลดลงจังหวัดละ 1 คน และค่าเฉลี่ยประชากรต่อ ส.ส. เขต 1 คนลดลงเหลือ 162,766 คน[45]

จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่พึงมีในแต่ละพื้นที่ หลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 3 มีนาคม 2566 มีดังนี้[45][46]

พื้นที่ จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
กรุงเทพมหานคร 33
นครราชสีมา 16
ขอนแก่นและอุบลราชธานี 11
ชลบุรี,   เชียงใหม่,   นครศรีธรรมราช, บุรีรัมย์ และ   อุดรธานี 10
ศรีสะเกษและสงขลา 9
นนทบุรี, ร้อยเอ็ด, สมุทรปราการ และสุรินทร์ 8
ชัยภูมิ,   เชียงราย, ปทุมธานี, สกลนคร และสุราษฎร์ธานี 7
กาฬสินธุ์, นครปฐม, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์ และมหาสารคาม 6
กาญจนบุรี, นราธิวาส,   ปัตตานี, พระนครศรีอยุธยา, พิษณุโลก, ระยอง, ราชบุรี,   ลพบุรี และสุพรรณบุรี 5
กำแพงเพชร, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, นครพนม, ลำปาง, เลย, สระบุรี และสุโขทัย 4
กระบี่, จันทบุรี, ชุมพร,   ตาก, น่าน, บึงกาฬ, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พะเยา, พัทลุง, พิจิตร, เพชรบุรี, แพร่, ภูเก็ต, ยโสธร, ยะลา,   สมุทรสาคร, สระแก้ว, หนองคาย, หนองบัวลำภู และอุตรดิตถ์ 3
ชัยนาท, นครนายก, พังงา, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน, สตูล, อ่างทอง, อำนาจเจริญ และอุทัยธานี 2
ตราด, ระนอง, สิงห์บุรี และสมุทรสงคราม 1
หมายเหตุ:   คือ จังหวัดที่มีจำนวน ส.ส. เขต ลดลง 1 คน,   คือ จังหวัดที่มีจำนวน ส.ส. เขต เพิ่มขึ้น 1 คน
จำนวนที่นั่ง ส.ส. แบบแบ่งเขตที่พึงมีของแต่ละจังหวัด
จำนวนที่นั่ง ส.ส. แบบแบ่งเขตเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน
▇  เพิ่ม 3 ที่นั่ง, ▇  เพิ่ม 2 ที่นั่ง
  เพิ่ม 1 ที่นั่ง,   ไม่เปลี่ยนแปลง
เขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต

การย้ายสังกัดพรรคการเมือง แก้

พรรคเพื่อไทย (33)

ย้ายไปพรรคก้าวไกล

  1. พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร

ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย

  1. ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ อดีต ส.ส. กรุงเทพมหานคร
  2. นิยม ช่างพินิจ อดีต ส.ส. พิษณุโลก
  3. นพ ชีวานันท์ อดีต ส.ส. พระนครศรีอยุธยา
  4. สุชาติ ภิญโญ อดีต ส.ส. นครราชสีมา
  5. รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส. เชียงราย
  6. นคร มาฉิม อดีต ส.ส. พิษณุโลก
  7. จักรพรรดิ ไชยสาส์น อดีต ส.ส. อุดรธานี
  8. ธีระ ไตรสรณกุล อดีต ส.ส. ศรีสะเกษ
  9. ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส. ศรีสะเกษ
  10. ผ่องศรี แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ
  11. วุฒิชัย กิตติธเนศวร อดีต ส.ส. นครนายก
  12. สามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย
  13. ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
  14. วินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร
  15. วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ อดีต ส.ส.นนทบุรี

ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ

  1. องอาจ วงษ์ประยูร อดีต ส.ส. สระบุรี
  2. บัลลังก์ อรรณนพพร อดีต ส.ส. ขอนแก่น

ย้ายไปพรรคไทยสร้างไทย

  1. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร
  2. การุณ โหสกุล อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร
  3. ชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส. นครพนม
  4. ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู
  5. เจริญ จรรย์โกมล อดีต ส.ส.ชัยภูมิ

ย้ายไปพรรคเสรีรวมไทย

  1. มังกร ยนต์ตระกูล อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด

ย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ

  1. พิชัย เกียรติวินัยสกุล อดีต ส.ส.ลพบุรี
  2. ไพโรจน์ ตันบรรจง อดีต ส.ส.พะเยา
  3. ธนิก มาสีพิทักษ์ อดีต ส.ส.ขอนแก่น
  4. สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนม
  5. กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคาม
  6. จิรวุฒิ สิงห์โตทอง อดีตผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี

ย้ายไปพรรคชาติไทยพัฒนา

  1. สุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ อดีต ส.ส.เชียงราย

ย้ายไปพรรคประชาธิปัตย์

  1. ประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีต ส.ส.นครราชสีมา

ย้ายไปพรรคเพื่อชาติ

  1. ร้อยตำรวจเอก นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ


พรรคพลังประชารัฐ (90) แก้

ย้ายไปพรรคเพื่อไทย

  1. สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1
  2. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  3. สมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
  4. สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี
  5. กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร
  6. เชิงชาย ชาลีรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ
  7. พรรณสิริ กุลนาถสิริ อดีต ส.ส. สุโขทัย
  8. ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง อดีต ส.ส. สุโขทัย
  9. จักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล อดีต ส.ส. สุโขทัย
  10. กฤชนนท์ อัยยปัญญา อดีตผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร
  11. ภูดิศ อินทร์สุวรรณ์ อดีต ส.ส. พิจิตร
  12. แสนคม อนามพงษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. จันทบุรี
  13. ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร อดีต ส.ส.ราชบุรี
  14. สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย

  1. สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ
  2. เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต ผู้สมัครส.ส. อุบลราชธานี
  3. สุพล ฟองงาม อดีต ส.ส. อุบลราชธานี
  4. โยธากาญจน์ ฟองงาม อดีตผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี
  5. สุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส. อุบลราชธานี
  6. ตวงทิพย์ จินตะเวช อดีตผู้สมัคร ส.ส. อุบลราชธานี
  7. ภิญโญ นิโรจน์ อดีต ส.ส. นครสวรรค์
  8. วีระกร คำประกอบ อดีต ส.ส. นครสวรรค์
  9. พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  10. พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ อดีต ส.ส. กรุงเทพมหานคร
  11. ภาดาท์ วรกานนท์ อดีต ส.ส. กรุงเทพมหานคร
  12. กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีต ส.ส. กรุงเทพมหานคร
  13. กษิดิ์เดช ชุติมันต์ อดีต ส.ส. กรุงเทพมหานคร
  14. จักรพันธ์ พรนิมิตร อดีต ส.ส. กรุงเทพมหานคร
  15. พิกิฏ ศรีชนะ อดีต ส.ส. ยโสธร
  16. ธวัชชัย อนามพงษ์ อดีต ส.ส. จันทบุรี
  17. เจริญ เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี
  18. ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี
  19. ประทวน สุทธิอำนวยเดช อดีต ส.ส.ลพบุรี
  20. พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ อดีต ส.ส. กาญจนบุรี
  21. สมเกียรติ วอนเพียร อดีต ส.ส. กาญจนบุรี
  22. ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ อดีต ส.ส. กาญจนบุรี
  23. อัฏฐพล โพธิพิพิธ อดีต ส.ส. กาญจนบุรี
  24. กฤษณ์ แก้วอยู่ อดีต ส.ส.เพชรบุรี
  25. สุชาติ อุสาหะ อดีต ส.ส.เพชรบุรี
  26. ปฐมพงศ์ สูญจันทร์ อดีต ส.ส.นครปฐม
  27. มณเฑียร สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.ชัยนาท
  28. เวียง วรเชษฐ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด
  29. เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  30. อลงกต มณีกาศ อดีต ส.ส.นครพนม
  31. ชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.นครพนม
  32. วันชัย บุษบา อดีต ส.ส.เลย
  33. ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี (ส่งพี่ชายลงสมัครแทน)
  34. ยศศักดิ์ ชีววิญญู อดีต ส.ส.ราชบุรี
  35. องอาจ ปัญญาชาติรักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ

  1. กุลวลี นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี
  2. ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา
  3. ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยอนันต์ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร
  4. พันตำรวจตรี ฐนภัทร กิตติวงศา อดีต ส.ส.จันทบุรี
  5. ธนกร วังบุญคงชนะ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  6. นิโรธ สุนทรเลขา อดีต ส.ส.นครสวรรค์
  7. ประสิทธิ์ มะหะหมัด อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร
  8. พยม พรหมเพชร อดีต ส.ส.สงขลา
  9. พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  10. ไพลิน เทียนสุวรรณ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ
  11. ภาคิน สมมิตรธนกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  12. มานัส อ่อนอ้าย อดีต ส.ส.เพชรบุรี
  13. รณเทพ อนุวัฒน์ อดีต ส.ส.ชลบุรี
  14. วัชระ ยาวอฮาซัน อดีต ส.ส.นราธิวาส
  15. ศาสตรา ศรีปาน อดีต ส.ส.สงขลา
  16. สมบัติ อำนาคะ อดีต ส.ส.สระบุรี
  17. สมพงษ์ โสภณ อดีต ส.ส.ระยอง
  18. สัญญา นิลสุพรรณ อดีต ส.ส.นครสวรรค์
  19. สาธิต อุ๋ยตระกูล อดีต ส.ส.เพชรบุรี
  20. สุชาติ ชมกลิ่น อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  21. สายัณห์ ยุติธรรม อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช
  22. สุรชาติ ศรีบุศกร อดีต ส.ส.พิจิตร
  23. อนุชา นาคาศัย อดีต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  24. ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี อดีต ส.ส.สงขลา
  25. วัฒนา สิทธิวัง อดีต ส.ส.ลำปาง (ถูกใบเหลืองจากการเลือกตั้งซ่อม)
  26. สันติ ตันสุหัช อดีต ส.ส.เชียงใหม่
  27. ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย
  28. เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย
  29. ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา อดีต ส.ส.สุรินทร์ (เสียชีวิต)
  30. จำลอง ครุฑขุนทด อดีต ส.ส.นครราชสีมา
  31. ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ย้ายไปพรรคประชาธิปัตย์

  1. วทันยา บุนนาค อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  2. บุญเลิศ ครุฑขุนทด อดีต ส.ส.นครราชสีมา
  3. ทวีศักดิ์ ประทุมลี อดีตผู้สมัคร ส.ส.มุกดาหาร
  4. ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.จันทบุรี
  5. สุวัฒน์ ม่วงศิริ อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร

ย้ายไปพรรคไทยสร้างไทย

  1. อดุลย์ นิลเปรม อดีต ส.ส.อุบลราชธานี
  2. นิพนธ์ ศรีธเรศ อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์
  3. บัวสอน ประชามอญ อดีต ส.ส.เชียงราย
  4. รำพูล ตันติวณิชชานนท์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. อุบลราชธานี

ย้ายไปพรรคชาติพัฒนากล้า

  1. พรศักดิ์ เปี่ยมคล้า อดีต ส.ส.นครปฐม

ย้ายไปพรรครวมแผ่นดิน

  1. รณฤทธิชัย คานเขต อดีต ส.ส.ยโสธร

พรรคประชาธิปัตย์ (50) แก้

ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย

  1. แนน บุณย์ธิดา สมชัย อดีต ส.ส. อุบลราชธานี
  2. เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  3. สุชาดา แทนทรัพย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  4. ปารเมศ โพธารากุล อดีต ส.ส.กาญจนบุรี
  5. พงศ์เวช เวชชาชีวะ อดีต ส.ส.จันทบุรี (ส่งภรรยาลงสมัครแทน)
  6. พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์
  7. ไพร พัฒโน อดีต ส.ส. สงขลา

ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ

  1. ชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ อดีต ส.ส.ราชบุรี
  2. ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  3. อันวาร์ สาและ อดีต ส.ส.ปัตตานี
  4. อภิชัย เตชะอุบล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  5. นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง
  6. เกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีต ส.ส.ปทุมธานี
  7. รำรี มามะ อดีต ส.ส.นราธิวาส

ย้ายไปพรรคเพื่อไทย

  1. พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ (ปานทิพย์ ศุภกิจเจริญ) อดีตผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก
  2. วิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง
  3. รัฐพงษ์ ระหงษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร

ย้ายไปพรรคก้าวไกล

  1. พริษฐ์ วัชรสินธุ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร
  2. นัฏฐิกา โล่ห์วีระ อดีต ผู้สมัครส.ส.ชัยภูมิ

ย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ

  1. ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีต รองนายกรัฐมนตรี
  2. ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  3. เจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.สงขลา
  4. ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร
  5. พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช
  6. พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
  7. พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร อดีต ส.ส.นครปฐม
  8. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อดีต ส.ส.ราชบุรี
  9. จุติ ไกรฤกษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  10. เจือ ราชสีห์ อดีต ส.ส.สงขลา
  11. สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ตรัง
  12. ปรีชา มุสิกุล อดีต ส.ส.กำแพงเพชร
  13. สุขวิชชาญ มุสิกุล อดีต ส.ส.กำแพงเพชร
  14. วิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีต ส.ส.สุโขทัย
  15. สุชีน เอ่งฉ้วน อดีตผู้สมัครส.ส.กระบี่
  16. วิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช
  17. พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  18. พงษ์มนู ทองหนัก อดีตผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก
  19. เกรียงยศ สุดลาภา อดีต ส.ส.กทม.
  20. ชุมพล กาญจนะ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี
  21. สามารถ มะลูลีม อดีต ส.ส. กทม.
  22. สุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช
  23. สมัย เจริญช่าง อดีต ส.ส.กทม.

ย้ายไปพรรคชาติไทยพัฒนา

  1. กนก วงษ์ตระหง่าน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ย้ายไปพรรคชาติพัฒนากล้า

  1. กรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง
  2. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร

ย้ายไปพรรคเสรีรวมไทย

  1. สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร

ย้ายไปพรรคไทยภักดี

  1. พุฒิพงศ์ สงวนวงษ์ชัย อดีต ส.ส.
  2. อิสระพงษ์ สงวนวงษ์ชัย อดีต ผู้สมัคร ส.ส.
  3. ถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรี

ย้ายไปพรรคประชาชาติ

  1. สุรเชษฐ์ แวอาแซ อดีต ส.ส.นราธิวาส

พรรคเศรษฐกิจใหม่ (4) แก้

ย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ

  1. ภาสกร เงินเจริญกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  2. ศุภดิช อากาศฤกษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ย้ายไปพรรคเพื่อไทย

  1. นิยม วิวรรธนดิษฐกุล อดีต ส.ส.แพร่ และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ

ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ

  1. มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีต รัฐมนตรี

พรรคก้าวไกล (10) แก้

ย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ

  1. ทศพร ทองศิริ อดีตส.ส.กรุงเทพมหานคร
  2. วินท์ สุธีรชัย อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ
  3. เชษฐา ไชยสัตย์ อดีตผู้สมัครนายกอบจ.อุบลราชธานี

ย้ายไปพรรคเพื่อไทย

  1. จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ อดีตส.ส.กรุงเทพมหานคร

ย้ายไปพรรคชาติไทยพัฒนา

  1. สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ อดีตส.ส.กรุงเทพมหานคร

ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย

  1. เกษมสันต์ มีทิพย์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ
  2. ขวัญเลิศ พานิชมาท อดีตส.ส.ชลบุรี
  3. คารม พลพรกลาง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ
  4. เอกภพ เพียรพิเศษ อดีตส.ส.เชียงราย
  5. พีรเดช คำสมุทร อดีตส.ส.เชียงราย

พรรครวมพลัง (5) แก้

ย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ

  1. เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  2. สุพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร

ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย

  1. อนุสรี ทับสุวรรณ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ย้ายไปพรรคประชาธิปัตย์

  1. จักษ์ พันธ์ชูเพชร อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  2. เจะอามิง โตะตาหยง อดีต ส.ส.นราธิวาส

พรรคภูมิใจไทย (11) แก้

ย้ายไปพรรคเพื่อไทย

  1. อภิชา เลิศพชรกมล อดีต ส.ส.นครราชสีมา
  2. วีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
  3. มานิตย์ ภาวสุทธิ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี
  4. ไกร ดาบธรรม อดีต ส.ส.เชียงใหม่
  5. วิรัช พิมพะนิตย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์

ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ

  1. บรรจบ รุ่งโรจน์ อดีต ส.ส.ชลบุรี
  2. สุนทรี ชัยวิรัตนะ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ

  1. ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ
  2. ณัฐพล เกียรติวินัยสกุล อดีต ส.ส.ลพบุรี

ย้ายไปพรรคไทยสร้างไทย

  1. ฟารีดา สุไลมาน อดีต ส.ส.สุรินทร์

ย้ายไปพรรคเพื่อไทรวมพลัง

  1. จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีต ส.ส.นครราชสีมา

พรรคเศรษฐกิจไทย (17) แก้

กลับมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

  1. เกษม ศุภรานนท์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา
  2. จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ อดีต ส.ส.สมุทรสาคร
  3. จีรเดช ศรีวิราช อดีต ส.ส.พะเยา
  4. ทัศนาพร เกษเมธีการุณ อดีต ส.ส.นครราชสีมา
  5. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต ส.ส.พะเยา
  6. ปัญญา จีนาคำ อดีต ส.ส.แม่ฮ่องสอน
  7. ไผ่ ลิกค์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร
  8. พรชัย อินทร์สุข อดีต ส.ส.พิจิตร
  9. ภาคภูมิ บูลย์ประมุข อดีต ส.ส.ตาก
  10. พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  11. ยุทธนา โพธสุธน อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  12. สะถิระ เผือกประพันธุ์ อดีต ส.ส.ชลบุรี
  13. สมศักดิ์ คุณเงิน อดีต ส.ส.ขอนแก่น
  14. บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย

  1. ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ อดีต ส.ส.ตาก
  2. ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ อดีต ส.ส.อุบลราชธานี
  3. ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ อดีต ส.ส.สุรินทร์

พรรคพลังท้องถิ่นไท (5) แก้

ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ

  1. กวินนาถ ตาคีย์ อดีต ส.ส.ชลบุรี

ย้ายไปพรรครวมไทยสร้างชาติ

  1. จารึก ศรีอ่อน อดีต ส.ส.จันทบุรี
  2. โกวิท พวงงาม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  3. ชัชวาลล์ คงอุดม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ.

ย้ายไปพรรคเพื่อไทย

  1. นพดล แก้วสุพัฒน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

พรรคประชาภิวัฒน์ (1) แก้

ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย

  1. นันทนา สงฆ์ประชา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

พรรคสร้างอนาคตไทย (5) แก้

กลับมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ

  1. วิเชียร ชวลิต อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  2. สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  3. อุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ย้ายไปพรรคชาติไทยพัฒนา

  1. สันติ กีระนันทน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ย้ายพรรคประชาธิปัตย์

  1. ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี

พรรคเพื่อชาติ (4) แก้

ย้ายไปพรรคเพื่อไทย

  1. สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ
  2. ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย

  1. อารี ไกรนรา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ย้ายไปพรรคประชาธิปัตย์

  1. พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ อดีต ส.ส.นครราชสีมา

พรรคพลังปวงชนไทย (1) แก้

ย้ายไปพรรคเพื่อไทย

  1. นิคม บุญวิเศษ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ

พรรคชาติไทยพัฒนา (4) แก้

ย้ายไปพรรคเพื่อไทย

  1. อนุสรณ์ ไกรวัตนุสสรณ์ อดีต ส.ส.สมุทรสาคร
  2. อมรเทพ สมหมาย อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ

ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย

  1. ปัญญา ชวนบุญ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร
  2. ศักดิ์ชัย จินตะเวช อดีต ส.ส.อุบลราชธานี

พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (1) แก้

ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ

  1. รัฐกร เจนกิจณรงค์ อดีต ส.ส.นครปฐม

พรรคไทยสร้างไทย (1) แก้

ย้ายไปพรรคประชาธิปัตย์

  1. สาคร พรหมภักดี อดีต ส.ส.สกลนคร

ระบบบัญชีรายชื่อ แก้

การเลือกตั้งครั้งนี้ใช้การลงคะแนนระบบคู่ขนาน โดยใช้บัตรเลือกตั้งจำนวนสองใบ ซึ่งหมายเลขประจำพรรคการเมืองในระบบบัญชีรายชื่อจะเป็นหมายเลขเดียวกันทั้งประเทศ ขณะที่หมายเลขของผู้สมัครในระบบแบ่งเขตจะมีความแตกต่างกันไปตามแต่ละเขตเลือกตั้งทั้ง 400 เขต แม้จะอยู่พรรคการเมืองเดียวกันก็ตาม

การเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองที่สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 67 พรรค โดยหมายเลขประจำพรรคการเมืองมาจากการจับสลากจำนวน 49 หมายเลข และถัดจากนั้นเรียงลำดับตามช่วงเวลาสมัครก่อน-หลัง ซึ่งหมายเลขของแต่ละพรรคการเมืองมีดังต่อไปนี้[47][48]

หมายเลข พรรคการเมือง
1
 
พรรคใหม่
2
 
พรรคประชาธิปไตยใหม่
3
 
พรรคเป็นธรรม
4
 
พรรคท้องที่ไทย
5
 
พรรคพลังสังคมใหม่
6
 
พรรคครูไทยเพื่อประชาชน
7
 
พรรคภูมิใจไทย
8
 
พรรคแรงงานสร้างชาติ
9 พรรคพลัง
10
 
พรรคอนาคตไทย
11
 
พรรคประชาชาติ
12
 
พรรคไทยรวมไทย
13
 
พรรคไทยชนะ
14
 
พรรคชาติพัฒนากล้า
15
 
พรรคกรีน
16
 
พรรคพลังสยาม
17
 
พรรคเสมอภาค
18
 
พรรคชาติไทยพัฒนา
19
 
พรรคภาคีเครือข่ายไทย
20
 
พรรคเปลี่ยน
21
 
พรรคไทยภักดี
22
 
พรรครวมไทยสร้างชาติ
23
 
พรรครวมใจไทย
24
 
พรรคเพื่อชาติ
25
 
พรรคเสรีรวมไทย
26
 
พรรคประชาธิปัตย์
27
 
พรรคพลังธรรมใหม่
28
 
พรรคไทยพร้อม
29
 
พรรคเพื่อไทย
30
 
พรรคทางเลือกใหม่
31
 
พรรคก้าวไกล
32
 
พรรคไทยสร้างไทย
33   พรรคไทยเป็นหนึ่ง
34   พรรคแผ่นดินธรรม
หมายเลข พรรคการเมือง
35
 
พรรครวมพลัง
36
 
พรรคเพื่อชาติไทย
37
 
พรรคพลังประชารัฐ
38
 
พรรคเพื่อไทรวมพลัง
39   พรรคมิติใหม่
40 พรรคประชาภิวัฒน์
41   พรรคไทยธรรม
42
 
พรรคไทยศรีวิไลย์
43   พรรคพลังสหกรณ์
44
 
พรรคราษฎร์วิถี
45   พรรคแนวทางใหม่
46
 
พรรคถิ่นกาขาวชาววิไล
47
 
พรรครวมแผ่นดิน
48   พรรคเพื่ออนาคตไทย
49
 
พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย
50
 
พรรคพลังปวงชนไทย
51
 
พรรคสามัญชน
52
 
พรรคชาติรุ่งเรือง
53   พรรคพลังสังคม
54
 
พรรคภราดรภาพ
55   พรรคไทยก้าวหน้า
56   พรรคประชาไทย
57   พรรคพลังเพื่อไทย
58
 
พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย
59   พรรคช่วยชาติ
60
 
พรรคความหวังใหม่
61   พรรคคลองไทย
62   พรรคพลังไทยรักชาติ
63
 
พรรคประชากรไทย
64
 
พรรคเส้นด้าย
65   พรรคเปลี่ยนอนาคต
66   พรรคพลังประชาธิปไตย
67
 
พรรคไทยสมาร์ท

ก่อนการเลือกตั้ง แก้

ในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 ถึง เดือนมกราคม พ.ศ. 2566 พรรคการเมืองต่าง ๆ เริ่มมีการขึ้นป้ายหาเสียงล่วงหน้า เช่น พรรคเพื่อไทย[49], พรรคประชาธิปัตย์[50], พรรครวมไทยสร้างชาติ[51] และพรรคก้าวไกล[52] เป็นต้น เวลาเดียวกันมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวนหนึ่งได้ลาออกจากตำแหน่ง โดยส่วนใหญ่เป็นอดีต ส.ส. สังกัดพรรคพลังประชารัฐ[53] ในช่วงต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2566 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ


ต่อมาปลายเดือนธันวาคม 2565 ผู้นำฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยไม่มีการลงมติโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ตามคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา[54] ในวันที่ 30 ธันวาคม 2565 นาย ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง พ้นจากตำแหน่งและต่อมาในวันที่ 12 มกราคม 2566 ปดิพัทธ์ สันติภาดา เปิดเผยว่าหลานของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีส่วนเกี่ยวข้องกับ "คดีทุนจีนสีเทา"[55] ในเดือนเดียวกันมีการวิเคราะห์ว่าพลเอกประยุทธ์จะประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน หลังปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์[56] บ้างก็คาดเดาว่าเขาอาจยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลี่ยงการอภิปรายทั่วไปของฝ่ายค้าน[57] ด้าน นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย คาดการณ์ว่าอาจมีการยุบสภาในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม[58] ส่วน ดร.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ว่าที่พลเอกประยุทธ์ยังไม่ยุบสภานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เกี่ยวกับความพร้อมของพรรครวมไทยสร้างชาติมากกว่า[59] ในช่วงกลางเดือนดังกล่าว หลังการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติของฝ่ายค้านในรัฐสภา พลเอกประยุทธ์ระบุว่ามีแนวโน้มจะยุบสภาในเดือนถัดจากนั้น[60]

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย วิเคราะห์ว่าหากเครือข่ายประยุทธ์ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี[61] และต่อมา กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่าหากนายกรัฐมนตรีเป็นคนดี ก็ไม่ควรจำกัดวาระไว้ที่ 8 ปี[62] ด้าน ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า นั่นเป็นความเห็นส่วนตัวของกิตติศักดิ์ และต้องผ่านกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามปกติ[63]

ในเดือนมกราคม 2566 มีการเปิดตัว "เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งปี 2566" ซึ่งประกอบด้วยองค์การนอกภาครัฐกว่า 100 แห่ง และออกแถลงการณ์เชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันสังเกตการณ์การเลือกตั้ง เพราะมีความกังวลในเรื่องความเป็นธรรมและความโปร่งใสของการเลือกตั้ง[64]

ในเดือนเดียวกัน ยังมีการอดอาหารประท้วงของเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองและเรียกร้องพรรคการเมืองต่าง ๆ ให้มีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116[65] พรรคการเมืองฝ่ายค้านมีมติร่วมกันตามข้อเรียกร้อง 2 ข้อโดยไม่กล่าวถึงข้อเรียกร้องการปฏิรูปกฎหมายอาญา 2 มาตราดังกล่าว[66] ต่อมามีผู้ชุมนุมเดินทางไปที่พรรคเพื่อไทยเพื่อเรียกร้องให้พรรครับข้อเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าวด้วย[67]

เดือนกุมภาพันธ์ 2566 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แบ่งเขตเลือกตั้ง โดยมีการนำบุคคลต่างด้าวและผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งมาคำนวณ ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจส่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ[68] ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ให้ความคิดเห็นว่า คำว่า “จำนวนราษฎรตามประกาศมหาดไทย”[69] ที่ กกต. อ้างว่ารัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้ หมายรวมถึงคนไทยและคนต่างด้าวมาคิดคำนวณสูตรแบ่งเขตเลือกตั้ง และอาจหวั่นซ้ำรอยเลือกตั้งปี 2549[70] รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และโฆษกพรรค ระบุถึงประเด็นนี้ว่า กกต. ไม่ควรนับรวมคนต่างด้าวในการคำนวณแบ่งเขตเลือกตั้ง ควรดูจากประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นหลัก[71] ต่อมา กกต. แถลงประเด็นนี้ว่า สถานะของราษฎรที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย อาจอยู่สถานะ “รอการพิสูจน์” เพื่อลำดับขั้นตอนสู่การมีสัญชาติ[72] และตอบประเด็นนี้ว่า “ราษฎร” คือบุคคลผู้มีชื่อในทะเบียน หรือต่างชาติที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย แต่ไม่นับกลุ่มต่างด้าว[73] ส่วน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าวิธีการคำนวณดังกล่าวเป็นการใช้เพื่อกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร[74] และการแบ่งเขตเลือกตั้งเท่านั้น[75]วันที่ 26 กุมภาพันธ์ มีคนร้ายขับรถชน นายติรานนท์ เวียงธรรม ผู้สมัครพรรคก้าวไกล ซึ่งเสียชีวิตในอีกสามวันหลังเกิดเหตุ

3 มีนาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าการกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดพึงมี คำว่า "ราษฎร" ไม่ได้หมายรวมถึงผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย[76] ตามคำตัดสินดังกล่าวส่งผลให้ 8 จังหวัด มีจำนวน ส.ส.เขต เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ กกต. เคยประกาศไว้เมื่อกุมภาพันธ์ 2566[e][77][46]

ในวันที่ 20 มีนาคม เพียง 3 วันก่อนการครบวาระสภา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี [78] โดยให้เหตุผลว่าอายุสภาผู้แทนราษฎรใกล้สิ้นสุดลง และเพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชน[79] อย่างไรก็ตามมีข้อวิจารณ์ว่าการยุบสภาก่อนสภาหมดวาระเพียงไม่กี่วันไม่ใช่การเร่งคืนอำนาจให้ประชาชน แต่เป็นการอาศัยเงื่อนไขตามกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้นักการเมือง และยื้อเวลาให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้ช้าลง[80] และในวันรุ่งขึ้น (21 มีนาคม) คณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม[81] วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีอธิบายว่า หากยุบสภาได้ในวันที่ 20 มีนาคมก็ควรจะยุบ เพราะสภาจะหมดวาระในวันที่ 23 มีนาคม รวมถึงคณะรัฐมนตรีมีสถานะเป็นรักษาการนับตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม แต่ในทางกฎหมาย จะไม่เรียก “ครม.รักษาการ” เพราะสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยตีความไว้เมื่อหลายปีก่อนแล้วว่า “ถ้าเรียกอาจจะเกิดปัญหา” จึงไม่ใช่คำนี้ในภาษาราชการ[82]

ในเดือนเมษายน 2566 โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งปรากฎว่าพรรคการเมืองได้นำประเด็นเรื่องสถาบันมาอภิปราย โดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้อภิปรายตอนหนึ่งว่าจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับพวกชังชาติ[83] ในขณะที่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ในเวทีเลือกตั้ง 66 เปลี่ยนใหม่หรือไปต่อ[84] แสดงจุดยืนแก้ไขกฎหมายความผิดต่อพระมหากษัตริย์ไทย การโจมตีเด็กและเยาวชนเริ่มมีมากขึ้นก่อนการเลือกตั้ง เช่น วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 คมสันชัย สุขพิพัฒน์มงคล นักพากษ์การ์ตูน ได้กล่าวโจมตีบุคคลที่ไม่ยืนในโรงหนังในขณะเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี

ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ได้ปราศัยที่ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรีเกี่ยวกับความผิดพลาดในวงการทหารตำรวจ อาทิ กรณี ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม คนเคยสนิท[85] ธานี อ่อนละเอียด ทำร้ายร่างกายทหารรับใช้[86] เรือหลวงสุโขทัย เหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2563 และกล่าวโจมตี ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ภายหลังปล่อยคลิปของพรรครวมไทยสร้างชาติที่มีเนื้อหาเชิงตำหนิเยาวชนอกตัญญู[87]

และก่อนการเลือกตั้ง ได้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับผู้สมัครดังต่อไปนี้

  • 4 กุมภาพันธ์ ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล สส.สุรินทร์ เขต 4 พรรคเพื่อไทย และเป็นว่าที่ผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งใหม่ เสียชีวิตกะทันหันด้วยโรคหัวใจวาย ขณะเดินทางจากจังหวัดนครราชสีมาเพื่อไปยังกรุงเทพมหานคร[88] โดยมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัครเป็น พรเทพ พูนศรีธนากูล แทน
  • 26 กุมภาพันธ์ ติรานนท์ เวียงธรรม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แพร่ เขต 1 พรรคก้าวไกล ประสบอุบัติเหตุหลังกลับจากการลงพื้นที่หาเสียง และเสียชีวิตในช่วงเช้าของวันที่ 2 มีนาคม โดยระบุว่าเป็นอุบัติเหตุถูกรถชน แต่ไม่สามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้[89] โดยมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัครเป็น วิทูรย์ สุรจิตต์ แทน
  • 22 เมษายน ธีระทัศน์ เตียวเจริญ ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง[90] ทำให้ไม่มีผู้สมัครของพรรครวมไทยสร้างชาติในเขตเลือกตั้งนั้น


บทบาทของทหาร แก้

ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2566 ก่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้า 2 วัน (7 พฤษภาคม) กองทัพบกเผยแพร่วิดีโอกรมดุริยางค์ทหารบกขับร้องเพลง "หนักแผ่นดิน" ซึ่งทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และต้องลบวิดีโอดังกล่าวหลังเผยแพร่ได้เพียง 2 ชั่วโมง[91][92] ในวันที่ 8 พฤษภาคม กองทัพภาคที่ 2 เผยแพร่ภาพพร้อมข้อความว่า "ทหารมีไว้ทำไม" ซึ่งทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่นกัน[93][94]

ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ยืนยันว่า จะไม่ก่อรัฐประหารหลังการเลือกตั้ง และสนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย พร้อมเชิญชวนทหารไปเลือกตั้ง[95] วันเดียวกันมีทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 4 ถูกลงโทษขัง 30 วัน เนื่องจากโพสต์หาเสียงเลือกตั้งในกลุ่มไลน์ โดยกองทัพระบุว่า เป็นการประพฤติไม่เป็นกลางทางการเมือง[96][97]

ชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี แก้

มีพรรคการเมืองจำนวน 42 พรรค เสนอชื่อบุคคลผู้สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง จำนวนรวม 61 คน โดยมีพรรคการเมืองเสนอ 3 ชื่อ จำนวน 5 พรรค เสนอ 2 ชื่อ จำนวน 7 พรรค ที่เหลือเสนอพรรคละ 1 ชื่อ

เมื่อการเลือกตั้งเสร็จสิ้น มีพรรคการเมืองจำนวน 6 พรรคที่มีสิทธิ์ในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีต่อรัฐสภา รวมทั้งหมด 9 คน ดังรายชื่อดังต่อไปนี้

พรรคก้าวไกล พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ประวิตร วงษ์สุวรรณ แพทองธาร ชินวัตร เศรษฐา ทวีสิน ชัยเกษม นิติสิริ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(2562–2566)
รองนายกรัฐมนตรี
(ตั้งแต่ 2562-2566)
รองนายกรัฐมนตรี
(ตั้งแต่ 2557-2566)
กรรมการมูลนิธิไทยคม
(ตั้งแต่ 2550)
นายกรัฐมนตรี

(ตั้งแต่ 2566)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
(2556–2557)
พรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ
อนุทิน ชาญวีรกูล ประยุทธ์ จันทร์โอชา พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
รองนายกรัฐมนตรี
(ตั้งแต่ 2562-2566)
นายกรัฐมนตรี
(ตั้งแต่ 2557-2566)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
(2551–2554)

ผลสำรวจ แก้

พรรคที่ต้องการ แก้

 
กราฟแสดงคะแนนความนิยมในพรรคการเมือง
ระยะเวลาการสำรวจ องค์กรที่สำรวจ กลุ่มตัวอย่าง คะแนนความนิยมพรรค (%) คะแนนนำ (%)
พปชร. พท. ก.ก. ปชป. ภท. สร. ทสท. รทสช. ยังไม่ตัดสินใจ อื่น ๆ
28 เมษายน–3 พฤษภาคม 2566 เนชั่นโพล 115,399 3.18 39.83 29.18 3.97 4.84 0.82 0.99 7.45 7.09 2.65 10.65
24–28 เมษายน 2566 นิด้าโพล 2,500 1.28 37.92 35.36 3.32 2.36 1.60 1.68 12.84 1.24 2.40 2.66
22–28 เมษายน 2566 โพลเดลินิวส์ x มติชน 78,583 2.46 33.65 50.29 1.05 0.70 1.01 1.01 6.05 0.96 2.82 16.64
10–20 เมษายน 2566 สวนดุสิตโพล 162,454 7.49 41.37 19.32 7.30 9.55 1.74 2.41 8.48 2.34 22.35
8–14 เมษายน 2566 โพลเดลินิวส์ x มติชน 84,076 1.55 38.89 32.37 1.83 3.30 1.63 1.73 12.84 2.21 3.65 6.52
7–12 เมษายน 2566 เนชั่นโพล 39,687 1.58 35.75 16.02 3.50 3.80 0.69 0.71 4.50 32.27 1.18 3.48
3–7 เมษายน 2566 นิด้าโพล 2,000 1.80 47.00 21.85 4.50 3.00 2.65 2.10 11.40 2.35 3.35 25.15
1–17 มีนาคม 2566 สวนดุสิตโพล 10,614 5.17 46.16 15.43 7.71 11.12 0.41 1.43 8.73 1.90 30.73
2–8 มีนาคม 2566 นิด้าโพล 2,000 2.30 49.85 17.15 4.95 2.55 2.85 2.60 12.15 2.35 3.25 32.70
17–22 ธันวาคม 2565 นิด้าโพล 2,000 4.00 42.95 16.60 5.35 5.25 3.40 3.25 6.95 8.30 3.95 26.35
15–21 กันยายน 2565 นิด้าโพล 2,500 5.56 34.44 13.56 7.56 2.32 2.56 3.04 24.00 6.96 20.88
20–23 มิถุนายน 2565 นิด้าโพล 2,500 7.00 36.36 17.88 6.32 2.56 3.04 2.96 18.68 5.20 18.48
10–15 มีนาคม 2565 นิด้าโพล 2,020 7.03 25.89 16.24 7.97 1.88 2.28 2.18 28.86 7.67 2.97
15–21 ธันวาคม 2564 นิด้าโพล 2,504 8.99 23.52 13.18 7.15 1.32 2.43 1.60 37.14 4.67 13.62
25–28 ตุลาคม 2564 สวนดุสิตโพล 1,186 24.61 32.94 25.21 6.18 4.28 6.78 7.73
20–23 กันยายน 2564 นิด้าโพล 2,018 9.51 22.50 15.11 7.78 1.14 2.68 1.93 35.68 2.28 13.18
11–16 มิถุนายน 2564 นิด้าโพล 2,515 10.70 19.48 14.51 9.54 2.43 2.90 2.47 32.68 2.82 13.20
23–26 มีนาคม 2564 นิด้าโพล 2,522 16.65 22.13 13.48 7.10 3.25 3.81 29.82 3.76 7.69
20–23 ธันวาคม 2563 นิด้าโพล 2,533 17.80 23.61 14.92 7.46 1.82 3.00 26.49 4.90 2.88
18–23 กันยายน 2563 นิด้าโพล 2,527 12.39 19.39 12.70 7.44 1.58 1.70 41.59 3.21 22.20
22–24 มิถุนายน 2563 นิด้าโพล 2,517 15.73 20.70 13.47 7.75 1.43 2.50 32.38 6.04 11.68
18–20 ธันวาคม 2562 นิด้าโพล 2,511 16.69 19.95 30.27 10.83 2.43 2.03 13.46 4.34 11.00
24 มีนาคม 2562 การเลือกตั้ง 2562 23.74 22.16 17.80 11.13 10.50 2.32 1.58 10.77 1.58

นายกรัฐมนตรีที่ต้องการ แก้

ระยะเวลาการสำรวจ องค์กรที่สำรวจ กลุ่มตัวอย่าง คะแนนนิยม (%) คะแนนนำ (%)
ประยุทธ์ สุดารัตน์ แพทองธาร เศรษฐา พิธา จุรินทร์ เสรีพิศุทธ์ กรณ์ อนุทิน ยังไม่ตัดสินใจ อื่น ๆ
28 เมษายน - 3 พฤษภาคม 2566 เนชั่นโพล 115,399 8.85 1.23 27.55 13.28 29.37 2.49 1.11 0.38 4.05 5.35 4.22 1.82
24–28 เมษายน 2566 นิด้าโพล 2,500 14.84 2.48 29.20 6.76 35.44 1.80 1.68 1.32 1.36 3.00 2.12 6.24
22–28 เมษายน 2566 โพลเดลินิวส์ x มติชน 78,583 6.52 1.04 19.59 15.54 49.17 0.84 1.74 0.64 1.18 3.74 29.58
8–14 เมษายน 2566 โพลเดลินิวส์ x มติชน 84,076 13.72 1.90 23.23 16.69 29.42 1.08 2.25 2.94 1.40 2.97 3.15 6.19
7–12 เมษายน 2566 เนชั่นโพล 39,687 8.13 1.67 33.81 7.45 16.87 2.59 1.42 1.09 2.70 22.58 1.69 11.23
3–7 เมษายน 2566 นิด้าโพล 2,000 13.60 4.15 35.70 6.05 20.25 2.20 3.45 1.95 2.55 6.10 4.00 15.45
ระยะเวลาการสำรวจ องค์กรที่สำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ประยุทธ์ สุดารัตน์ แพทองธาร ชลน่าน พิธา จุรินทร์ เสรีพิศุทธ์ กรณ์ อนุทิน ยังไม่ตัดสินใจ อื่น ๆ คะแนนนำ
2–8 มีนาคม 2566 นิด้าโพล 2,000 15.65 5.10 38.20 1.60 15.75 2.35 4.45 1.40 1.55 9.45 4.50 22.45
17–22 ธันวาคม 2565 นิด้าโพล 2,000 14.05 6.45 34.00 2.60 13.25 2.30 6.00 2.65 5.00 8.25 5.45 19.95
15–21 กันยายน 2565 นิด้าโพล 2,500 10.12 9.12 21.60 2.20 10.56 1.68 6.28 2.12 2.40 24.16 9.76 2.56
20–23 มิถุนายน 2565 นิด้าโพล 2,500 11.68 6.80 25.28 2.92 13.24 1.56 6.60 3.76 1.52 18.68 7.96 12.04
10–15 มีนาคม 2565 นิด้าโพล 2,020 12.67 8.22 12.53 3.96 13.42 2.58 7.03 2.77 1.63 27.62 7.57 14.20
15–21 ธันวาคม 2564 นิด้าโพล 2,504 16.93 5.51 10.55 2.24 10.74 1.84 4.83 2.63 36.54 8.19 19.61
25–28 ตุลาคม 2564 สวนดุสิตโพล 1,186 21.27 19.35 28.67 30.71 7.40
ระยะเวลาการสำรวจ องค์กรที่สำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ประยุทธ์ สุดารัตน์ สมพงษ์ พิธา จุรินทร์ เสรีพิศุทธ์ กรณ์ อนุทิน ยังไม่ตัดสินใจ อื่น ๆ คะแนนนำ
20–23 กันยายน 2564 นิด้าโพล 2,018 17.54 11.15 2.33 11.05 1.54 9.07 2.58 1.24 32.61 10.89 15.07
11–16 มิถุนายน 2564 นิด้าโพล 2,515 19.32 13.64 0.87 5.45 1.47 8.71 3.62 2.35 37.65 6.92 18.33
23–26 มีนาคม 2564 นิด้าโพล 2,522 28.79 12.09 1.90 6.26 0.99 8.72 2.70 2.02 30.10 6.43 1.31
20–23 ธันวาคม 2563 นิด้าโพล 2,533 30.32 13.46 1.03 7.74 0.63 7.50 1.65 1.34 32.10 4.23 1.78
ระยะเวลาการสำรวจ องค์กรที่สำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ประยุทธ์ สุดารัตน์ สมพงษ์ พิธา อภิสิทธิ์ จุรินทร์ เสรีพิศุทธ์ กรณ์ อนุทิน ยังไม่ตัดสินใจ อื่น ๆ คะแนนนำ
18–23 กันยายน 2563 นิด้าโพล 2,527 18.64 10.57 1.07 5.70 3.92 1.54 0.67 54.13 3.76 35.49
22–24 มิถุนายน 2563 นิด้าโพล 2,517 25.47 8.07 0.99 3.93 0.95 0.83 4.57 1.67 0.44 44.06 9.02 18.59
ระยะเวลาการสำรวจ องค์กรที่สำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ประยุทธ์ สุดารัตน์ สมพงษ์ ธนาธร อภิสิทธิ์ จุรินทร์ เสรีพิศุทธ์ กรณ์ อนุทิน ยังไม่ตัดสินใจ อื่น ๆ คะแนนนำ
18–20 ธันวาคม 2562 นิด้าโพล 2,511 23.74 11.95 0.40 31.42 0.67 2.47 3.90 0.04 1.08 17.32 7.01 7.68
เลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562
12 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม 2562 กรุงเทพโพลล์ 10,062 28.70 20.60 19.20 14.80 4.80 1.00 3.20 7.70 8.10


เอกซิตโพล แก้

องค์กรที่สำรวจ/พรรค เพื่อไทย พลังประชารัฐ ก้าวไกล ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย เสรีรวมไทย ชาติไทยพัฒนา ชาติพัฒนากล้า รวมไทยสร้างชาติ ไทยสร้างไทย
สวนดุสิต 246 22 106 28 45 2 9 2 25 4
ศรีปทุม 180–200 20–40 110–130 20–40 40–60 2–4 3–5 45–65 4–6
นิด้า 164–172 53–61 80–88 33–41 72–80 0–1 7–11 2–6 45–53 5–9
เลือกตั้ง 2562 136 116 81 53 51 10 10 3 0 0


การเลือกตั้ง แก้

การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ใช้งบประมาณแผ่นดินสูงถึง 5.9 พันล้านบาท[98] แต่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความผิดปกติและข้อผิดพลาดในการทำงานของ กกต.[98] ส่งผลให้แฮชแท็ก "#กกตมีไว้ทำไม" และ "#กกตต้องติดคุก" ขึ้นอันดับที่หนึ่งในทวิตเตอร์ พร้อมมีการล่ารายชื่อถอดถอน กกต.[99]

การเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เฝ้าระวัง โดยเกิดขึ้นแต่ในกรุงเทพมหานครที่มีการติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิดเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งทุกจุดไว้ตลอดเวลา และจัดตั้งศูนย์ควบคุมระบบดังกล่าวขึ้นที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้ตามเวลาจริงผ่านทางลิงก์ของกรุงเทพมหานคร[100][101][102]

การเลือกตั้งล่วงหน้า แก้

ในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 เกิดปัญหาหลายประการ เช่น ระบบคิวอาร์โค้ดล่มตั้งแต่เปิดหีบ[103] เจ้าหน้าที่กรอกข้อมูลในบัตรหรือซองเลือกตั้งผิด ทำให้ประชาชนวิตกว่า จะกลายเป็นบัตรเสียหรือเป็นคะแนนที่ไม่ตรงตามเจตนา[104] เช่น ในจังหวัดนนทบุรี มีบัตรถึง 100 ใบที่เจ้าหน้าที่กรอกข้อมูลผิด[105] และไปรษณีย์ไทยแถลงว่า มีบัตรกว่า 1 หมื่นซองที่ไม่สามารถอ่านลายมือของเจ้าหน้าที่ออก จึงต้องส่งคืน กกต. ไปวินิจฉัย[106][107][108] นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ยอมติดประกาศแนะนำพรรคการเมืองให้ครบทุกพรรค โดยมีรายงานว่า พรรคก้าวไกลหายไปมากที่สุด[105] และ กกต. ปฏิเสธที่จะรายงานผลการเลือกตั้งตามเวลาจริง[109] ทำให้สื่อมวลชนกว่า 50 องค์กรต้องร่วมมือกันรายงานผลให้แก่ประชาชนเอง[110]

การเลือกตั้งใหม่ แก้

กกต. สั่งให้เลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม เนื่องจากพายุฝนทำให้การเลือกตั้งในวันเลือกตั้งทั่วไปติดขัด การเลือกตั้งใหม่มีในวันที่ 21 พฤษภาคม 2566[111] โดยพรรคก้าวไกลชนะในหน่วยเลือกตั้งดังกล่าว แต่ไม่มีผลต่อจำนวน ส.ส. ในเขตเลือกตั้งนั้น[112]


การเลือกตั้งทั่วไป แก้

ผลการเลือกตั้ง แก้

ภาพรวม แก้

151 25 26 10 36 40 71 141
ก้าวไกล ปชป. อื่น ๆ ชพน. รทสช. พปชร. ภูมิใจไทย เพื่อไทย
e • d  ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566
   
(ซ้าย) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง, (ขวา) พรรคที่ได้คะแนนแบบบัญชีรายชื่อสูงสุดจำแนกตามเขตเลือกตั้ง

      ก้าวไกล       เพื่อไทย       ภูมิใจไทย       พลังประชารัฐ       รวมไทยสร้างชาติ
      ประชาธิปัตย์       ชาติไทยพัฒนา       ประชาชาติ       ไทยสร้างไทย       เพื่อไทรวมพลัง       ชาติพัฒนากล้า

พรรค แบ่งเขต บัญชีรายชื่อ ที่นั่งรวม
คะแนนเสียง % ที่นั่ง คะแนนเสียง % ที่นั่ง
ก้าวไกล 9,665,433 25.98
112 14,438,851 38.48
39
151 / 500
เพื่อไทย 9,340,082 25.11
112 10,962,522 29.22
29
141 / 500
ภูมิใจไทย 5,133,441 13.80
68 1,138,202 3.03
3
71 / 500
พลังประชารัฐ 4,186,441 11.25
39 537,625 1.43
1
40 / 500
รวมไทยสร้างชาติ 3,607,575 9.70
23 4,766,408 12.70
13
36 / 500
ประชาธิปัตย์ 2,278,857 6.12
22 925,349 2.47
3
25 / 500
ชาติไทยพัฒนา 585,205 1.57
9 192,497 0.51
1
10 / 500
ประชาชาติ 334,051 0.89
7 602,645 1.61
2
9 / 500
ไทยสร้างไทย 872,893 2.34
5 340,178 0.91
1
6 / 500
ชาติพัฒนากล้า 297,946 0.80
1 212,676 0.57
1
2 / 500
เพื่อไทรวมพลัง 94,345 0.26
2 66,830 0.17
0
2 / 500
เสรีรวมไทย 277,007 0.74
0 351,376 0.94
1
1 / 500
ประชาธิปไตยใหม่ 13,583 0.03
0 273,428 0.73
1
1 / 500
ใหม่ 1,365 0.00
0 249,731 0.67
1
1 / 500
ท้องที่ไทย 1,202 0.00
0 201,411 0.54
1
1 / 500
เป็นธรรม 9,653 0.00
0 184,817 0.49
1
1 / 500
พลังสังคมใหม่ 20,353 0.05
0 177,8379 0.47
1
1 / 500
ครูไทยเพื่อประชาชน 4,464 0.01
0 175,182 0.47
1
1 / 500
อื่น ๆ 466,175 14.61
0 4,191,255 10.15
0
0 / 500
คะแนนสมบูรณ์ 37,190,071 94.12 400 37,522,746 94.96 100 500
คะแนนเสีย 1,457,899 3.69 1,509,836 3.82
ไม่ประสงค์ลงคะแนน 866,885 2.19 482,303 1.22
จำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 39,514,973 75.71 39,514,964 75.71
จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,238,594 100.00 52,238,594 100.00
ที่มา: คณะกรรมการการเลือกตั้ง[113]

ผลการเลือกตั้งรายจังหวัด แก้

จังหวัด ที่นั่งรวม พรรคที่ชนะ
ก.ก. พ.ท. ภท. พปชร. รทสช. ปชป. ชทพ. ปชช ทสท. ชพก. พทล. อื่น ๆ
กระบี่ 3 3
กรุงเทพมหานคร 33 32 1
กาญจนบุรี 5 4 1
กาฬสินธุ์ 6 4 1 1
กำแพงเพชร 4 4
ขอนแก่น 11 3 6 2
จันทบุรี 3 3
ฉะเชิงเทรา 4 1 2 1
ชลบุรี 10 7 1 1 1
ชัยนาท 2 1 1
ชัยภูมิ 7 3 2 2
ชุมพร 3 3
เชียงราย 7 3 4
เชียงใหม่ 10 7 2 1
ตรัง 4 1 1 2
ตราด 1 1
ตาก 3 2 1
นครนายก 2 2
นครปฐม 6 2 1 3
นครพนม 4 2 2
นครราชสีมา 16 3 12 1
นครศรีธรรมราช 10 2 1 1 6
นครสวรรค์ 6 1 1 2 1 1
นนทบุรี 8 8
นราธิวาส 5 1 2 1 1
น่าน 3 3
บึงกาฬ 3 1 2
บุรีรัมย์ 10 10
ปทุมธานี 7 6 1
ประจวบคีรีขันธ์ 3 1 2
ปราจีนบุรี 3 1 2
ปัตตานี 5 1 1 3
พระนครศรีอยุธยา 5 2 3
พะเยา 3 3
พังงา 2 1 1
พัทลุง 3 1 2
พิจิตร 3 3
พิษณุโลก 5 2 2 1
เพชรบุรี 3 1 2
เพชรบูรณ์ 6 6
แพร่ 3 3
ภูเก็ต 3 3
มหาสารคาม 6 5 1
มุกดาหาร 2 1 1
แม่ฮ่องสอน 2 1 1
ยโสธร 3 1 1 1
ยะลา 3 3
ร้อยเอ็ด 8 5 1 1 1
ระนอง 1 1
ระยอง 5 5
ราชบุรี 5 3 2
ลพบุรี 5 1 2 2
ลำปาง 4 3 1
ลำพูน 2 1 1
เลย 4 3 1
ศรีสะเกษ 9 7 2
สกลนคร 7 5 1 1
สงขลา 9 1 1 1 6
สตูล 2 2
สมุทรปราการ 8 8
สมุทรสงคราม 1 1
สมุทรสาคร 3 3
สระแก้ว 3 1 2
สระบุรี 4 1 1 1 1
สิงห์บุรี 1 1
สุโขทัย 4 4
สุพรรณบุรี 5 5
สุราษฎร์ธานี 7 1 6
สุรินทร์ 8 3 5
หนองคาย 3 2 1
หนองบัวลำภู 3 3
อ่างทอง 2 2
อำนาจเจริญ 2 2
อุดรธานี 10 1 7 2
อุตรดิตถ์ 3 3
อุทัยธานี 2 2
อุบลราชธานี 11 4 3 1 1 2
บัญชีรายชื่อ 100 39 29 3 1 13 3 1 2 1 1 7
รวม 500 151 141 71 40 36 25 10 9 6 2 2 7
ที่มา: Thai PBS

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลครบ 400 เขตเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ยกเว้นหน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขต 1 จังหวัดนครปฐม ที่ประสบวาตภัยทำให้ไม่สามารถลงคะแนนได้ ซึ่ง กกต. กำหนดให้การลงคะแนนในหน่วยดังกล่าวใหม่อีกสามวันหลังจากนั้น หลังจากนั้นจึงประกาศผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ทั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิ์คิดเป็น 75.71% สูงที่สุดนับตั้งแต่ กกต. จัดการเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส. จำนวน 18 พรรค ในจำนวนนี้มี 10 พรรค ได้ ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ, มี 1 พรรค ได้ ส.ส. เฉพาะแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง นอกนั้นได้ ส.ส. เฉพาะแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น[114]

พรรคก้าวไกลได้ที่นั่งในสภามากที่สุด 151 ที่นั่ง[115] มากกว่าคู่แข่งหลักคือพรรคเพื่อไทยถึง 10 ที่นั่ง นักวิเคราะห์ตีความว่านี่เป็นแผ่นดินไหวทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในความคิดเห็นของประชาชน ในขณะที่ผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลและนักวิเคราะห์การเมือง เรียกปรากฏการณ์ที่เกิดในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเป็น "สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง" และ "รุ่งอรุณแห่งยุคใหม่"[116] พรรคก้าวไกลทำสำเร็จเหนือความคาดหมาย เอาชนะพรรคเพื่อไทยที่ตั้งเป้าจะชนะขาดลอย ทำลายสถิติของพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคที่มี ส.ส. มากที่สุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 (ตั้งแต่ พรรคไทยรักไทย และ พรรคพลังประชาชน)[117] ทั้งนี้ พรรคฝ่ายค้านเก่า 2 พรรคหลัก คือ พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ได้ตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมที่ 'สนับสนุนประชาธิปไตย' พร้อมกับอีก 6 พรรค คือ พรรคประชาชาติ, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคเป็นธรรม, พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคเพื่อไทรวมพลัง[118] โดยมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566[119] อย่างไรก็ตามในวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2566 พรรคเพื่อไทยได้ขอถอนตัวออกจากการร่วมมือจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล รวมทั้งจะเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี และจะไม่มีพรรคก้าวไกลเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่า พรรคก้าวไกลไม่ยอมถอยเรื่องแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ทำให้พรรคบางพรรคและสมาชิกวุฒิสภาไม่โหวตสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล[120] โดยท้ายที่สุด ในวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2566 พรรคเพื่อไทยสามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ 315 เสียง จากพรรคร่วมทั้งสิ้น 12 พรรค (พรรคเพื่อไทย 141 เสียงกับอีก 11 พรรค[f]) ส่วนการแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีจะใช้เกณฑ์ 9 ที่นั่งต่อ 1 ตำแหน่งรัฐมนตรี[121]

สติธร ธนานิธิโชติ วิเคราะห์ว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้คือความพ่ายแพ้ของฝ่ายอนุรักษนิยม ส่วน รองศาตราจารย์ ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ อดีตรองคณบดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าคะแนนเสียงนี้ส่งเสียงเตือนไปยังสมาชิกวุฒิสภามิให้ลงมติฝืนมติมหาชน บีบีซีไทยวิเคราะห์ว่าความพ่ายแพ้นี้เกิดจากการตัดคะแนนกันเองระหว่างพรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ, ระบบเลือกตั้งที่ไม่เอื้อต่อพรรคเกิดใหม่, ความเบื่อหน่ายต่อการบริหารประเทศของประยุทธ์ รวมถึงการหาเสียงของพรรคฝ่ายค้านเดิมที่ต้องการตัดวงจรของทหารออกจากการเมืองอย่างเด็ดขาด[122] นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ว่า การที่พรรคเพื่อไทยพลาดเป้า "แลนด์สไลด์" นั้น เกิดจากการวางแผนที่ผิดพลาด, จุดยืนทางการเมืองที่ไม่ชัดเจน, การไม่ลงดีเบตเองของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึงการประกาศพร้อมกลับประเทศไทยของทักษิณ ชินวัตร ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียคะแนนในพื้นที่ กทม. และหัวเมือง[123]

วาสนา นาน่วม วิเคราะห์ว่าคะแนนของพรรคก้าวไกลบางส่วนที่มาจากพลทหารและนักเรียนนายร้อย อาจสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการปฏิรูปกองทัพของบุคคลกลุ่มดังกล่าว[124]

การเลือกตั้งซ่อม แก้

หลังการเลือกตั้ง แก้

คำร้องคัดค้านการเป็น สส. แก้

15 มิถุนายน พ.ศ. 2566 มีเอกสารที่นำเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ประกาศผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ครั้งที่ 1 ปรากฎว่ามี ว่าที่ ส.ส.ที่ประกาศผลรับรอง 329 คน ขณะที่มี 71 เขต ที่มีเรื่องร้องคัดค้าน มีรายงานว่า เอกสารดังกล่าวอาจเป็นเอกสารสรุปของฝ่ายปฏิบัติการ แจ้งเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ที่ยังไม่ได้นำเสนอต่อที่ประชุม กกต.[125] มีทั้งสิ้น 8 พรรค โดยมีดังนี้

สีแสดง สิ้นสภาพการเป็น สส.
ศาลฎีการับคำร้อง และถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
อยู่ระหว่างยื่นคำร้อง
ถูกยกคำร้อง
รายชื่อ สส. พรรคก้าวไกล ที่ถูกร้องคัดค้านการเป็น สส.
ลำดับ รายชื่อ สส. เขตที่ลงเลือกตั้ง สถานะ สส.
1 รักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร เขต 28 ยังดำรงตำแหน่ง
2 ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง พระนครศรีอยุธยา เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
3 ปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
4 จรัส คุ้มไข่น้ำ ชลบุรี เขต 8 ยังดำรงตำแหน่ง
5 ยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี เขต 9 ยังดำรงตำแหน่ง
6 เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่ เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
7 สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
รายชื่อ สส. พรรคไทยสร้างไทย ที่ถูกร้องคัดค้านการเป็น สส.
ลำดับ รายชื่อ สส. เขตที่ลงเลือกตั้ง สถานะ สส.
1 สุภาพร สลับศรี ยโสธร เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
2 หรั่ง ธุระพล อุดรธานี เขต 3 ยังดำรงตำแหน่ง
รายชื่อ สส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกร้องคัดค้านการเป็น สส.
ลำดับ รายชื่อ สส. เขตที่ลงเลือกตั้ง สถานะ สส.
1 อวยพรศรี เชาวลิต นครศรีธรรมราช เขต 9 ยังดำรงตำแหน่ง
2 สุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
3 เดชอิศม์ ขาวทอง สงขลา เขต 5 ยังดำรงตำแหน่ง
รายชื่อ สส. พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกร้องคัดค้านการเป็น สส.
ลำดับ รายชื่อ สส. เขตที่ลงเลือกตั้ง สถานะ สส.
1 ไผ่ ลิกค์ กำแพงเพชร เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
2 สะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี เขต 10 ยังดำรงตำแหน่ง
3 อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ชัยภูมิ เขต 7 ยังดำรงตำแหน่ง
4 นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ เชียงใหม่ เขต 9 ยังดำรงตำแหน่ง
5 ทวี สุระบาล ตรัง เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
6 ฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ พังงา เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
7 จักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์ เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
8 วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เพชรบูรณ์ เขต 5 ยังดำรงตำแหน่ง
9 อัคร ทองใจสด เพชรบูรณ์ เขต 6 ยังดำรงตำแหน่ง
10 วิริยะ ทองผา มุกดาหาร เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
11 รัชนี พลซื่อ ร้อยเอ็ด เขต 3 ยังดำรงตำแหน่ง
12 ชัยมงคล ไชยรบ สกลนคร เขต 5 ยังดำรงตำแหน่ง
13 ขวัญเรือน เทียนทอง สระแก้ว เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
14 โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สิงห์บุรี เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
รายชื่อ สส. พรรคเพื่อไทย ที่ถูกร้องคัดค้านการเป็น สส.
ลำดับ รายชื่อ สส. เขตที่ลงเลือกตั้ง สถานะ สส.
1 อัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ กาญจนบุรี เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
2 ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ กาญจนบุรี เขต 4 ยังดำรงตำแหน่ง
3 ศักดิ์ชาย ตันเจริญ ฉะเชิงเทรา เขต 3 ยังดำรงตำแหน่ง[g][126]
4 ศิวะ พงศ์ธีระดุลย์ ชัยภูมิ เขต 5 ยังดำรงตำแหน่ง
5 ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
6 มนพร เจริญศรี นครพนม เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
7 สมเกียรติ ตันดิลกตระกูล นครราชสีมา เขต 5 ยังดำรงตำแหน่ง
8 อภิชา เลิศพชรกมล นครราชสีมา เขต 10 ยังดำรงตำแหน่ง
9 นรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล นครราชสีมา เขต 12 ยังดำรงตำแหน่ง
10 ไชยวัฒนา ติณรัตน์ มหาสารคาม เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
11 เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
12 ศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
13 สมเจตน์ แสงเจริญรัตน์ เลย เขต 4 ยังดำรงตำแหน่ง
14 ธเนศ เครือรัตน์ ศรีสะเกษ เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
15 สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
16 วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
17 กิตติ์ธัญญา วาจาดี อุบลราชธานี เขต 4 ยังดำรงตำแหน่ง
18 สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี เขต 7 ยังดำรงตำแหน่ง
19 พัฒนา สัพโส สกลนคร เขต 4 ยังดำรงตำแหน่ง[h][127]
20 สรวงศ์ เทียนทอง สระแก้ว เขต 3 ยังดำรงตำแหน่ง
รายชื่อ สส. พรรคเพื่อไทรวมพลัง ที่ถูกร้องคัดค้านการเป็น สส.
ลำดับ รายชื่อ สส. เขตที่ลงเลือกตั้ง สถานะ สส.
1 สมศักดิ์ บุญประชม อุบลราชธานี เขต 10 ยังดำรงตำแหน่ง
รายชื่อ สส. พรรคภูมิใจไทย ที่ถูกร้องคัดค้านการเป็น สส.
ลำดับ รายชื่อ สส. เขตที่ลงเลือกตั้ง สถานะ สส.
1 ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี เขต 3 ยังดำรงตำแหน่ง[i][128]
2 สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ เขต 3 ยังดำรงตำแหน่ง
3 เอกราช ช่างเหลา ขอนแก่น เขต 4 ยังดำรงตำแหน่ง
4 องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ ขอนแก่น เขต 11 ยังดำรงตำแหน่ง
5 ษฐา ขาวขำ นครศรีธรรมราช เขต 7 ยังดำรงตำแหน่ง
6 มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล นครศรีธรรมราช เขต 8 ยังดำรงตำแหน่ง[j][129]
7 สุวรรณา กุมภิโร บึงกาฬ เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
8 รังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์ เขต 4 ยังดำรงตำแหน่ง
9 โสภณ ซารัมย์ บุรีรัมย์ เขต 5 ยังดำรงตำแหน่ง
10 ศักดิ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์ เขต 6 ยังดำรงตำแหน่ง
11 พรชัย ศรีสุริยันโยธิน บุรีรัมย์ เขต 7 ยังดำรงตำแหน่ง
12 พิมพฤดา ตันจรารักษ์ พระนครศรีอยุธยา เขต 3 ยังดำรงตำแหน่ง
13 ประดิษฐ์ สังขจาย พระนครศรีอยุธยา เขต 5 ยังดำรงตำแหน่ง
14 อรรถพล ไตรศรี พังงา เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
15 ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ พิจิตร เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง[k][130]
16 ฤกษ์ อยู่ดี เพชรบุรี เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
17 สังคม แดงโชติ ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
18 ธนา กิจไพบูลย์ชัย ศรีสะเกษ เขต 3 ยังดำรงตำแหน่ง
19 อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ เขต 8 ยังดำรงตำแหน่ง
20 สุขสมรวย วันทนียกุล อำนาจเจริญ เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
21 ญาณีนาถ เข็มนาค อำนาจเจริญ เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
รายชื่อ สส. พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ถูกร้องคัดค้านการเป็น สส.
ลำดับ รายชื่อ สส. เขตที่ลงเลือกตั้ง สถานะ สส.
1 พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช เขต 10 ยังดำรงตำแหน่ง
2 พงษ์มนู ทองหนัก พิษณุโลก เขต 3 ยังดำรงตำแหน่ง
3 พิพิธ รัตนรักษ์ สุราษฎร์ธานี เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง


แต่ถึงกระนั้น กกต. ก็ประกาศรับรอง สส. ทั้ง 500 คนก่อน โดยได้ชี้แจงว่าจะดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง

ยื่นศาลตัดสิทธิ์ผู้สมัคร และ สส. แก้

หลังการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งมีการให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครดังต่อไปนี้

ถูกตัดสิทธิ์แล้ว แก้

  • เกศกานดา อินช่วย ผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 16 พรรคประชาธิปัตย์ (ข้อกล่าวหา - ซื้อเสียง)[131]
  • สมชาย ภิญโญ ผู้สมัคร สส. จังหวัดนครราชสีมา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย (ข้อกล่าวหา - ซื้อเสียง)[132]
  • พรวิศิษฐ์ แจ่มใส ผู้สมัคร สส. จังหวัดนครสวรรค์ เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ (ข้อกล่าวหา - ซื้อเสียง)[133]

อยู่ระหว่างการยื่นคำร้อง แก้

  • มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 8 พรรคภูมิใจไทย (ข้อกล่าวหา - ซื้อเสียง)[134]

ดูเพิ่ม แก้

หมายเหตุ แก้

  1. ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย หัวหน้าพรรคคือ ชลน่าน ศรีแก้ว
  2. จำนวนที่นั่งเดิมของพรรคก้าวไกล เปรียบเทียบจากจำนวนที่นั่งที่พรรคอนาคตใหม่เคยได้รับ
  3. ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค หัวหน้าพรรคคือ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
  4. ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2562 ประยุทธ์เป็นผู้ที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เขามิได้เป็นสมาชิกพรรคดังกล่าว ต่อมาใน พ.ศ. 2566 เขาได้สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ
  5. ดูเพิ่มเติมในส่วนเขตเลือกตั้ง
  6. พรรคภูมิใจไทย 71 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 40 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคชาติพัฒนากล้า 2 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง พรรคพลังสังคมใหม่ 1 เสียง พรรคท้องที่ไทย 1 เสียง และพรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง
  7. คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติยกคำร้อง จากกรณีที่ศักดิ์ชายถูกกล่าวหาว่าใช้อาชีพพิธีกรของ คชาภา ตันเจริญ พี่ชายของตน ปราศรัยหาเสียงเอื้อประโยชน์ จูงใจคนลงคะแนนเลือกตั้ง
  8. คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติสั่งดำเนินคดีอาญาแก่พัฒนา เนื่องจากโพสต์หาเสียงเกินเวลาในเฟซบุ๊ค
  9. คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติยกคำร้อง จากกรณีที่ยศวัฒน์ถูกกล่าวหาว่าโพสต์เข้าข่ายหาเสียงเกินเวลาในเฟซบุ๊ค
  10. 5 มกราคม พ.ศ. 2567 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมุกดาวรรณ
  11. ถูกร้องเรียนเรื่องการซื้อเสียง แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติยกคำร้อง

อ้างอิง แก้

  1. "Thailand sets May 7, 2023 as the tentative date of next general election".
  2. "Election Commission sets May 7 as date for next general election". Bangkok Post.
  3. "Election Results".
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 4.5 4.6 "เปิดตัวเลขจำนวน ส.ส.ในสภาฯ คงเหลือ 429 คน พรรคเพื่อไทยสูงสุด 117 คน". www.thairath.co.th. 2023-02-07.
  5. "'ประยุทธ์' ประกาศเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว". workpointTODAY.
  6. "ประยุทธ์ แจงไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ไม่เกี่ยวเป็นนายกฯ ได้แค่ 2 ปี". Thairath Online. สืบค้นเมื่อ 29 มีนาคม 2023.
  7. "เลือกตั้ง 66 กกต.กางปฏิทินเลือกตั้ง เคาะหย่อนบัตร 14 พ.ค.นี้". workpointTODAY.
  8. "ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566". สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. 16 กุมภาพันธ์ 2023. pp. 76–79. สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2023.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  9. "กกต. เห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่างประกาศ กกต. ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. จำนวน 5 ฉบับ". สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. 22 มีนาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 22 มีนาคม 2023.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  10. "กางไทม์ไลน์ กกต. เลือกตั้งปี 2566 นับถอยหลังสภาหมดวาระ". THE STANDARD. 2022-09-22.
  11. Thongsak (2022-09-21). "กกต.เคาะ 7 พ.ค.2566 เลือกตั้งใหญ่หากสภาอยู่ครบวาระ!".
  12. วันนอร์ นัดประชุมรัฐสภา 22 สิงหาคม โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
  13. ไร้รัฐบาล 66 วัน ยังตั้งไม่ได้! เลือกตั้ง '66 ทะลุขึ้นอันดับสองของการ "รอรัฐบาลใหม่"
  14. Limited, Bangkok Post Public Company. "Election Commission says MFP won Sunday's election". Bangkok Post (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 15 May 2023.
  15. "Thailand's Election Commission declares victory for Move Forward Party". Thai PBS World. 15 May 2023. สืบค้นเมื่อ 16 May 2023.
  16. Lohatepanont, Ken Mathis (15 May 2023). "Three takeaways from Thailand's 2023 Election - Thai Enquirer Current Affairs". Thai Enquirer (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 15 May 2023.
  17. จับตาพรรคการเมือง บลัฟนโยบาย "ตัวเลข" แจก-จ่าย
  18. แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท สายล่อฟ้า เพื่อไทยตั้งรับเกมยุบพรรค
  19. "Thailand: Junta Bans Referendum Monitoring". Human Rights Watch. New York: Human Rights Watch. 2016-06-21. สืบค้นเมื่อ 2016-07-05.
  20. "ทนายดังมอบตัวสู้คดีทำผิด พ.ร.บ. ออกเสียงประชามติ". Matichon Online. Bangkok: มติชน. 2016-07-17. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-07-19. สืบค้นเมื่อ 2016-07-17.
  21. "Thai Senate to be appointed at junta's behest". Nikkei Asia (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2022-03-18.
  22. Rojanaphruk, Pravit; Writer, Senior Staff (2018-11-30). "Parties Fume Over New 'Gerrymandered' Electoral Map". Khaosod English (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2022-03-17.
  23. Limited, Bangkok Post Public Company. "Prayut counts on his allies". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2022-03-18.
  24. Limited, Bangkok Post Public Company. "PM defies efforts to oust him from office". Bangkok Post. สืบค้นเมื่อ 2022-05-08.
  25. Rojanaphruk, Pravit; Writer, Senior Staff (2021-12-30). "Prawit Says He's Willing to Serve With Prayut Till '2027'". Khaosod English (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2022-03-18.
  26. Ltd.Thailand, VOICE TV (2021-12-29). "ฝ่าย ก.ม. ชี้วาระ 8 ปี 'ประยุทธ์' ลากยาวได้ถึงปี 2570". VoiceTV. สืบค้นเมื่อ 2022-03-18.
  27. Thailand's New Electoral System Thai Data Points
  28. Thongnoi, Jitsiree; Jaipragas, Bhavan (22 March 2019). "Thai election a battle royale for junta's Prayuth and the Shinawatras". South China Morning Post (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 26 June 2020.
  29. 29.0 29.1 29.2 "อธิบายความต่างการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ที่สภาเพิ่งเห็นชอบผ่าน 3 วาระรวด". pptvhd36.com.
  30. "Thai Parliament passes election changes favouring ruling party". The Business Times (ภาษาอังกฤษ). 10 September 2021. สืบค้นเมื่อ 26 June 2020.
  31. "สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ : สภาล่มตามคาด ปิดม่านสูตรหาร 500 กลับไปใช้สูตรหาร 100". BBC News ไทย. 15 August 2022. สืบค้นเมื่อ 15 August 2022.
  32. "เปิดโมเดลรวมพรรคชพน.-กล้าเสริมจุดแข็งเศรษฐกิจ-สร้างกระแสปาร์ตี้ลิสต์". bangkokbiznews. 2022-09-02.
  33. "2 ส.กากี่นั้ง "สมคิด-สุดารัตน์" ลงตัวแบรนด์ใหม่ "สร้างไทย"". mgronline.com. 2023-01-07.
  34. "ไม่ได้ควบรวม 2 พรรค "สมคิด-สุดารัตน์" แถลงแค่จับมือเป็นพันธมิตรกัน". www.thairath.co.th. 2022-12-29.
  35. ""บัญญัติ" วิเคราะห์การเมืองไทย ฟันธงเลือกตั้งปี 66 ใช้เงินสู้เต็มรูปแบบ". โพสต์ทูเดย์. 3 January 2023. สืบค้นเมื่อ 18 January 2023.
  36. "ราชกิจจา ประกาศแล้ว! กฎหมายเลือกตั้ง 2 ฉบับ". pptvhd36.com.
  37. "ด่วน! มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ กฎหมายลูกเกี่ยวกับเลือกตั้ง 2 ฉบับแล้ว". thansettakij. 2023-01-28.
  38. "โปรดเกล้าฯ กฎหมายเลือกตั้ง – พรรคการเมือง ให้มีผลบังคับหลังวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา". workpointTODAY.
  39. "นับถอยหลัง45วัน วัดใจนายกฯประยุทธ์ จะยุบสภาหรืออยู่ครบเทอม". posttoday. 2023-01-29.
  40. "กกต.ไฟเขียวรัฐบาล"ยุบสภา"ได้ คาดตั้งแต่ 15 มี.ค.ไร้ปัญหา". thansettakij. 2023-01-28.
  41. "เปิดจำนวน ส.ส. 400 เขตเลือกตั้งใหม่ กทม.ยังมากสุด 33 คน". workpointTODAY.
  42. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปครั้งแรก ภายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๑) พุทธศักราช ๒๕๖๔ (PDF), vol. 110/8 ก, ราชกิจจานุเบกษา, 31 มกราคม 2023, pp. 31–35
  43. ฐานเศรษฐกิจ (2023-02-08). "กกต.ยันไม่ยื่นศาลรธน. ตีความปมแบ่งเขตนับรวมต่างด้าว". thansettakij.
  44. "เลือกตั้ง 2566 : ศาลรธน. ชี้ขาดสูตรคำนวณส.ส.เขต ไม่นับรวมต่างด้าว". pptvhd36.com.
  45. 45.0 45.1 "เช็กที่นี่! กกต.คำนวณแบ่งเขตเลือกตั้ง 66 ใหม่ 8 จังหวัด ส.ส.เพิ่ม - ลด". bangkokbiznews. 2023-03-03.
  46. 46.0 46.1 "กกต.ประกาศจำนวน ส.ส.ใหม่ หลังตัดต่างด้าว กทม.มากสุด 33 โคราช รองมา 16 ภาคอีสานแยะสุด 133". mgronline.com. 2023-03-03.
  47. "เช็กเลย! รวมไว้แล้ว ปาร์ตี้ลิสต์พรรคไหนเบอร์อะไร". mgronline.com. 2023-04-04.
  48. "กกต.เปิดยอดสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์วันแรก 54 พรรค 1,670 คน เสนอแคนดิเดตนายกฯ 35 รายชื่อ". mgronline.com. 2023-04-04.
  49. "อุ๊งอิ๊ง สั่งเพื่อไทยขึ้นป้ายหาเสียงทั่วประเทศ ปีใหม่นายกฯ คนใหม่". ประชาชาติธุรกิจ. 2022-12-29.
  50. "ปชป. สั่งทุกเขตเลือกตั้ง ติดป้าย "สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ" ทั่วประเทศ". www.thairath.co.th. 2022-12-30.
  51. "ไม่ต้องเหนียม"เลือกตั้ง66" รวมไทยสร้างชาติปล่อยภาพ"นายกฯประยุทธ์"รัวๆ". Nation Multimedia Group Public Company Limited. 2023-01-04.
  52. matichon (2022-12-10). "ครูใหญ่ ปักป้าย ประกาศตัวลง ส.ส.ขอนแก่น ให้พรรคก้าวไกล". มติชนออนไลน์.
  53. "ทุบสถิติ ส.ส.ลาออก ทิ้งเก้าอี้แล้ว 36 คน สภาฯ เหลือส.ส.แค่ 442 คน". workpointTODAY.
  54. "ฝ่ายค้านเปิดยุทธการ "ถอดหน้ากากคนดี" ยื่นซักฟอก 'ประยุทธ์-ครม.' แบบไม่ลงมติ". workpointTODAY. สืบค้นเมื่อ 18 January 2023.
  55. "รัฐพร้อมรับมือ "ซักฟอก" 15 ก.พ.เป็นต้นไป เตรียม 40 ประเด็นโต้ฝ่ายค้าน". ฐานเศรษฐกิจ. 12 January 2023. สืบค้นเมื่อ 18 January 2023.
  56. "ข่าวลึกปมลับ : บิ๊กตู่ลุยเต็มสูบ เปิดคิวยุบสภา". mgronline.com. 2023-01-10.
  57. "ฝ่ายค้าน ดักคออย่าชิง 'ยุบสภาฯ' หนีก่อน สภาฯ คาดเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ต้นเดือน ก.พ.นี้". workpointTODAY. สืบค้นเมื่อ 18 January 2023.
  58. มติชนสุดสัปดาห์ (2023-01-19). "ตี ป.ปลาหน้าไซ แก้ รธน.นายกฯ อยู่เกิน 8 ปี ยุบสภาหนี 'ซักฟอก'". มติชนสุดสัปดาห์.
  59. "'ทักษิณ' เชื่อ 'ประยุทธ์' ไม่กล้ายุบสภา! เพราะ 'รทสช.' ยังไม่พร้อม!". www.thebangkokinsight.com. 2023-02-08.
  60. ""บิ๊กตู่" พูดชัดยุบสภาต้นเดือนมีนาคม วันกาบัตร 7 พฤษภาคม 2566 (คลิป)". www.thairath.co.th. 2023-02-22.
  61. isranews (2023-01-12). "'ณัฐวุฒิ' ประกาศพบเวทีใหญ่พท. 15 ม.ค. ที่อุดร จวก 'รทสช.' เป็นเหล้าเก่าในขวดแตก". สำนักข่าวอิศรา.
  62. "สว.แบไต๋ เสนอ'แก้รัฐธรรมนูญ'ปลดล็อกนายกฯ8ปี". คมชัดลึกออนไลน์. 13 January 2023. สืบค้นเมื่อ 18 January 2023.
  63. Ltd.Thailand, VOICE TV (2023-01-13). "'ดิเรกฤทธิ์' แตะเบรกปลดล็อกวาระ 8 ปี 'ประยุทธ์' แค่ความเห็นบางคน ไม่ใช่ ส.ว. ทั้งหมด". VoiceTV.
  64. "แถลงการณ์ 'เครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้ง 2566' ขอ ปชช.จับตา-รบ.คุ้มครองเสรีภาพ". The MATTER. 11 January 2023. สืบค้นเมื่อ 1 February 2023.
  65. "ตะวัน แบม : การอดอาหารประท้วงระลอก 3 ของนักกิจกรรมคดีหมิ่นสถาบันฯ". BBC News ไทย. 19 January 2023. สืบค้นเมื่อ 1 February 2023.
  66. "พรรคร่วมฝ่ายค้าน ออกแถลงการณ์กรณี แบม-ตะวัน อดอาหารแลกอิสรภาพ". ประชาชาติธุรกิจ. 26 January 2023. สืบค้นเมื่อ 1 February 2023.
  67. "'ราษฎร' ร้อง 'เพื่อไทย' รับ 3 ข้อ #แบมตะวัน แกนนำพรรครับฟัง ชี้แก้ ม.116 ทำได้ ยันต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 1 February 2023.
  68. "'แบ่งเขตเลือกตั้ง' เสี่ยงทำให้ 'การเลือกตั้งเป็นโมฆะ'". คมชัดลึกออนไลน์. 2023-02-09.
  69. "'ก้าวไกล' หวั่นความไม่ชัดเจน ปมแบ่งเขตอาจนำไปสู่เลือกตั้งโมฆะ หากผลออกมาไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ". prachatai.com.
  70. ""ชัยธวัช" หวั่นปมคำนวณราษฎร สร้างอภินิหารทางกฎหมาย ทำเลือกตั้ง 66 โมฆะ". bangkokbiznews. 2023-02-09.
  71. ""โรม" อัด กกต.แบ่งเขตเลือกตั้ง 66 พิสดาร หวั่นเปิดช่องร้องศาลตีความ". bangkokbiznews. 2023-02-10.
  72. "กกต.ยกคำพูด "อนุพงษ์" ปมคนไม่มีสัญชาติไทยคำนวณแบ่งเขตเลือกตั้ง 66". bangkokbiznews. 2023-02-10.
  73. "กกต.แจงราษฎรแบ่งเขตไม่นับแรงงานต่างด้าว ซัดคนปูดโง่หรือหวังผลการเมือง". bangkokbiznews. 2023-02-09.
  74. 64 (2023-02-07). "อนุพงษ์ ชี้คำนวณราษฎร แบ่งเขตเลือกตั้ง นับต่างด้าว-เด็กต่ำกว่า 18 ด้วย แม้ไร้สิทธิ์เลือก". ข่าวสด.{{cite web}}: CS1 maint: numeric names: authors list (ลิงก์)
  75. ""บิ๊กป๊อก" แจง ครม.นับต่างด้าว-เด็กต่ำ 18 ปี คำนวณแบ่งเขตเลือกตั้ง แต่ไม่มีสิทธิลงคะแนน". mgronline.com. 2023-02-07.
  76. "เลือกตั้ง 2566 : ศาลรธน. ชี้ขาดสูตรคำนวณส.ส.เขต ไม่นับรวมต่างด้าว". pptvhd36.com.
  77. "ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดคำว่า "ราษฎร" ไม่หมายความรวมถึงผู้ไม่ได้สัญชาติไทย". BBC News ไทย. 2023-03-03.
  78. ด่วน พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภา
  79. Ltd.Thailand, VOICE TV (2023-03-20). "โปรดเกล้าฯ ยุบสภาฯ! มีผลแล้ว ย้ำคืนอำนาจประชาชน". VoiceTV.
  80. "เลือกตั้ง 66: ยุบสภาโค้งสุดท้าย ไม่ใช่การคืนอำนาจ แต่เป็นการ "ยื้อเวลา" ให้เลือกตั้งช้าลง". ilaw.ot.th - เลือกตั้ง 66: ยุบสภาโค้งสุดท้าย ไม่ใช่การคืนอำนาจ แต่เป็นการ "ยื้อเวลา" ให้เลือกตั้งช้าลง.
  81. "ด่วน! กกต.เคาะเลือกตั้ง 14 พ.ค. 66 เตรียมชง ครม.รับทราบ". ฐานเศรษฐกิจ. 2023-03-21. สืบค้นเมื่อ 2023-03-21.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  82. "เลือกตั้ง 2566 : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้ายุบสภาแล้ว". BBC News ไทย. 2023-03-20.
  83. 'รวมไทยสร้างชาติ' ปราศรัย กทม. 'พีระพันธุ์' ลั่นจัดการพวกชังชาติ
  84. เลือกตั้ง 66: จุดยืนมาตรา 112 ของพรรคการเมือง
  85. 'ส.ว.ธานี' เคลื่อนไหวแล้ว ร่อนเอกสารแจงปมคดีฉาว 'ส.ต.ท.หญิง' ขู่สื่อระวังโดนฟ้อง
  86. สรุปเหตุการณ์ “ตำรวจหญิงเมีย ส.ว.” ทำร้ายอดีตทหารรับใช้
  87. เลือกตั้ง 2566 : ถอดรหัสคลิป รทสช. การต่อสู้เฮือกสุดท้ายของ "อนุรักษนิยมฮาร์ดคอร์"
  88. ""ตี๋ใหญ่" ส.ส.เพื่อไทยหัวใจวายเสียชีวิตกะทันหัน". Thai PBS.
  89. "'ทนายเคน' ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกล ถูกรถชนเสียชีวิต กับปริศนาการตายที่ยังต้องค้นหาคำตอบ". มติชนสุดสัปดาห์.
  90. ""ธีระทัศน์ เตียวเจริญ" ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ "รทสช." อดีตส.ส. 3 สมัย เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง". mgronline.com. 2023-04-22.
  91. "ชาวเน็ตทัวร์ลงกองทัพบก ปล่อยคลิปเพลงหนักแผ่นดินช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง". ผู้จัดการออนไลน์. 2023-05-05.
  92. "เลือกตั้ง 2566 : ทบ.ปล่อยเพลง"หนักแผ่นดิน" ช่วงหาเสียงโค้งสุดท้าย ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์". พีพีทีวีออนไลน์. 2023-05-05.
  93. "สื่อถึงใคร? " ทภ2".ปล่อยคลิป "ทหารมีไว้ทำไม" ก่อนเลือกตั้ง". กรุงเทพธุรกิจ. 2023-05-08.
  94. "ทัพภาค 2 ปล่อยเพลงแร็พ 'ทหารมีไว้ทำไม' พ้อคนบางกลุ่มไม่เห็นค่า ยกพระราชดำรัส ร.9 ให้กำลังใจตัวเอง". ประชาไท. 2023-05-08.
  95. "เลือกตั้ง 2566 : ผบ.ทบ.ลบคำว่า "ปฏิวัติ" ออกจากพจนานุกรมกองทัพ ชวนกำลังพลออกไปใช้สิทธิ". พีพีทีวี. 2023-05-11.
  96. "กองทัพภาคที่ 4 สั่งลงทัณฑ์ทางวินัยกำลังพลประพฤติตนไม่เหมาะสมทางการเมือง". ไทยโพสต์. 2023-05-11.
  97. "ทัพภาค 4 สั่งเด้ง-จำขัง 30 วัน 'ทหารช่าง' โพสต์ในกลุ่มไลน์ โน้มน้าวให้เลือกบางพรรค". มติชน. 2023-05-11.
  98. 98.0 98.1 "เลือกตั้งล่วงหน้าวุ่น ก้าวไกล จี้ กกต. รับผิดชอบ ไม่ใช่ถามกลับจะให้แก้อย่างไร". ไทยรัฐ. 2023-05-07.
  99. "สรุปดราม่า เลือกตั้งล่วงหน้า #กกตมีไว้ทําไม หลังทัวร์ลง-ล่าชื่อถอดถอนวุ่น". Thaiger. 2023-05-08.
  100. "ชัชชาติ ส่งลิ้งก์ให้ประชาชนทั่วไป ช่วยกันเป็นหูตา 'ห้องเก็บบัตรเลือกตั้ง' แบบเรียลไทม์". ข่าวสด. 2023-05-06.
  101. "เลือกตั้ง 2566 : ชัชชาติเปิดห้อง CCTV จุดเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง 33 จุดทั่วกรุง สร้างความมั่นใจ พร้อมให้ประชาชนดูถ่ายทอดสด". The Standard. 2023-05-06.
  102. "มาแล้ว! ลิงก์จับตา 'หีบเลือกตั้ง' ของชัชชาติ คลิกส่อง 'ห้องเก็บบัตร' ได้แบบเรียลไทม์". มติชน. 2023-05-06.
  103. "แค่เริ่มก็วุ่นแล้ว จุดเลือกตั้งล่วงหน้ากลางเมือง ระบบคิวอาร์โค้ดล่ม ตั้งแต่เปิดหีบ". ข่าวสด. 2023-05-07.
  104. "นนทบุรี นนทบุรีเลือกตั้งล่วงหน้าวุ่น หลังคณะกรรมการประจำหน่วยเขียน หน่วยการเลือกตั้งผิดเขต". ข่าวเด็ด. 2023-05-07.
  105. 105.0 105.1 "#กกตมีไว้ทําไม ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ โวยปัญหาจัดเลือกตั้งล่วงหน้า". ประชาไท. 2023-05-08.
  106. "กกต.โต้พบซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า หมื่นซองที่อ่านไม่ออกไม่ใช่ 3 แสน คัดแยกได้ส่งปลายทางแล้ว". ผู้จัดการออนไลน์. 2023-05-12.
  107. "เลือกตั้ง 2566 : ไปรษณีย์ไทย แจงปมซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าอ่านยาก". พีพีทีวี. 2023-05-12.
  108. "'ปณท.'พบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 300,000 ซอง'อ่านไม่ออก' ส่งกกต.วินิจฉัย". แนวหน้า. 2023-05-12.
  109. "กกต.รณรงค์เลือกตั้ง 66 ผ่าน TikTok ย้ำไม่รายงานผลเรียลไทม์". เวิร์คพอยท์ทูเดย์. 2023-02-24.
  110. "เลือกตั้ง 2566 : องค์กรสื่อจับมือเครือข่าย รายงานผลเลือกตั้งภาคประชาชน". พีพีทีวี. 2023-05-09.
  111. "เลือกตั้งใหม่ กกต. กำหนดวันลงคะแนนหน่วย 10 เขต 1 นครปฐม ดีเดย์ 21 พ.ค. นี้". เดลินิวส์. 2023-05-19.
  112. "ผลการเลือกตั้ง2566 : หน่วย 10 เขต 1 นครปฐม "ก้าวไกล" นำ-ไม่มีผลต่อเก้าอี้ ส.ส.เขต". Thai PBS.
  113. "รายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส. ปี พ.ศ. 2566 อย่างเป็นทางการ". ECT Report.
  114. "กกต. รายงานผลเลือกตั้งครบ 400 เขต ปชป. เหลือ 24 ส.ส. ทำจุรินทร์ตกคุณสมบัติเป็นนายกฯ". BBC News ไทย. 2023-05-19.
  115. เช็กที่นี่! รายชื่อว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล รวม 151 คน
  116. "Thailand elections: Voters deliver stunning win for reform". BBC News. 14 May 2023. สืบค้นเมื่อ 15 May 2023.
  117. Ratcliffe, Rebecca (15 May 2023). "Thailand election 2023: opposition delivers crushing blow to military rule". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 15 May 2023.
  118. "เลือกตั้ง2566 : "พิธา" นำ 8 พรรคแถลงร่วมตั้งรัฐบาล 313 เสียง มั่นใจโหวตผ่านนายกฯ". Thai PBS.
  119. ""พิธา" นำ 8 พรรคการเมือง ลงนาม MOU จัดตั้งรัฐบาล 313 เสียงแล้ว (คลิป)". ไทยรัฐ. 2023-05-22. สืบค้นเมื่อ 2023-06-03.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  120. "ฉีก MOU แยกทางก้าวไกล เพื่อไทยตั้งรัฐบาลผสมขัวเก่า เสนอ "เศรษฐา" เป็นนายกฯ (คลิป)". ไทยรัฐ. 3 สิงหาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 11 สิงหาคม 2023.
  121. "เพื่อไทยปิดดีล 315 เสียง พรรค 2 ลุงมาครบ เปิดสูตรแบ่งเค้กเก้าอี้ รมต". ประชาชาติธุรกิจ. 11 สิงหาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 11 สิงหาคม 2023.
  122. "วิเคราะห์ : ผลเลือกตั้ง 2566 ปิดฉาก "ระบอบประยุทธ์" ?". BBC News ไทย. 2023-05-15.
  123. "เพื่อไทยหยุดสถิติ "พรรคที่ไม่เคยแพ้" ตกที่นั่งพรรคอันดับ 2 ในรอบ 22 ปี". BBC News ไทย. 2023-05-15.
  124. พลทหารปฏิวัติ?ทำไม?เขตทหารสีส้ม สัญญาณปฏิรูปกองทัพ-เลิกเกณฑ์ทหาร จับตาคอเขียว-คอแดง-นายร้อยจปร., สืบค้นเมื่อ 2023-05-17
  125. "เปิดชื่อ 71 ว่าที่ ส.ส. กกต.จ่อแขวน เหตุร้องคัดค้าน". Thai PBS.
  126. ""มดดำ-มดเล็ก" รอด กกต.ตีตกคำร้องใช้อาชีพพิธีกรหาเสียง". Thai PBS.
  127. "กกต.สั่งเอาผิดอาญา "พัฒนา" สส.สกลนคร โพสต์หาเสียงเกินเวลา". Thai PBS.
  128. "กกต. สั่งยกคำร้อง "ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน" สส.ภูมิใจไทย". thansettakij. 2023-12-22.
  129. "ใบแดงแรก "มุกดาวรรณ" ส.ส.ภูมิใจไทย นครศรีฯ ชงศาลตัดสิทธิฯ-จ่ายค่าเลือกตั้งใหม่". mgronline.com. 2024-01-12.
  130. "สุดจะโปร่งใส !! กกต.ยกคำร้องคดีฉาว ซื้อเสียงพิจิตร อดีตผู้สมัครก้าวไกลถึงกับอึ้ง". matichon.co.th. 2023-12-03.
  131. "กกต.แจกใบแดง "เกศกานดา" ผู้สมัคร สส.ปชป.แจกเงินซื้อเสียง". Thai PBS.
  132. ""ภูมิใจไทย"โดนอีก กกต.ฟันใบแดง-ใบดำ "สมชาย ภิญโญ" ผู้สมัคร ส.ส.โคราช เขต 6". thansettakij. 2024-01-19.
  133. "กกต.แจก ใบแดง-ใบดำ "พรวิศิษฐ์" ผู้สมัคร สส.นครสวรรค์ พปชร. แจกเงินซื้อเสียง". www.thairath.co.th. 2024-02-08.
  134. "ใบแดงแรก "มุกดาวรรณ" ส.ส.ภูมิใจไทย นครศรีฯ ชงศาลตัดสิทธิฯ-จ่ายค่าเลือกตั้งใหม่". mgronline.com. 2024-01-12.