เปิดเมนูหลัก

ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ

ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ (ชื่อเดิม พินิจ โพธิพิพิธ)[1] สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี สังกัดพรรคพลังประชารัฐ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเลขาธิการสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดกาญจนบุรี

ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 17 มีนาคม พ.ศ. 2513 (49 ปี)
จังหวัดกาญจนบุรี
พรรคการเมือง พลังประชารัฐ
คู่สมรส ลดาพิมพ์ โพธิพิพิธธนากร[1]
ศาสนา พุทธ

ประวัติแก้ไข

ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ เกิดเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2513 เป็นบุตรของนายประชา โพธิพิพิธ[2] (กำนันเซี้ยะ) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี กับนางทวี โพธิพิพิธ และเป็นน้องชายของ นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ

ธรรมวิชญ์ เข้ารับการศึกษาชั้นประถมศึกษา ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเทคนิคตลิ่งชันพณิชยการ กรุงเทพมหานคร จากนั้นได้เข้าศึกษาจนสำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

งานการเมืองแก้ไข

ธรรมวิชญ์ หรือ ผู้ใหญ่แหลม เริ่มต้นงานการเมืองท้องถิ่น โดยการเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 14 บ้านตะคร่ำเอน ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะคร่ำเอน ในปี พ.ศ. 2542 เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัดกาญจนบุรี ในระหว่างปี พ.ศ. 2538-2542 และเคยเป็นกรรมการพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล (ก.อบต.) จังหวัดกาญจนบุรี

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 นายธรรมวิชญ์ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคประชาธิปัตย์[3][4] และได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยแรก

ในปี พ.ศ. 2561 เขาและนายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ได้ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ[5]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายธรรมวิชช์ โพธิพิพิธ
  2. 42 ตระกูล 89 คน“ยกครัว”เข้าสภาฯ พ่อแม่ลูก-พี่น้อง-ผัวเมีย
  3. เผยโฉมหน้า 125 ปาร์ตี้ลิสต์ปชป.จาก ข่าวสด
  4. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (พรรคประชาธิปัตย์)
  5. พลังประชารัฐ ดูดลูกชายกำนันเซี้ยะ ประชาธิปัตย์อ่วม 'เสียอีก2'
  6. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕