เปิดเมนูหลัก

พรรคประชาธิปัตย์

พรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

พรรคประชาธิปัตย์ (ย่อ: ปชป.) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2489 เป็นพรรคการเมืองจดทะเบียนที่เก่าแก่ที่สุดของไทยที่ยังดำเนินการอยู่[18] พรรคมีสมาชิกที่ได้แจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองไว้ จำนวน 2,895,933 คน นับเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกมากที่สุดในประเทศไทย และมีสาขาพรรคจำนวน 175 สาขา [19] แรกเริ่มก่อตั้งเป็นพรรคอนุรักษนิยมและนิยมเจ้า ปัจจุบันมีจุดยืนแบบเสรีนิยมอนุรักษ์ (conservative liberalism) และนิยมตลาดแบบเสรีนิยมคลาสสิก[8][20]

พรรคประชาธิปัตย์
หัวหน้าพรรคจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์
นายทะเบียนพรรควิรัช ร่มเย็น
เลขาธิการพรรคเฉลิมชัย ศรีอ่อน[1]
โฆษกพรรคราเมศ รัตนะเชวง
คำขวัญพรรคสจฺจํเว อมตา วาจา
(คำสัตย์แลเป็นวาจาไม่ตาย)
คติพจน์พรรคประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต[2]
ก่อตั้ง6 เมษายน พ.ศ. 2489 (73 ปี)
ที่ทำการพรรค67 ถนนเศรษฐศิริ 2 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร [3]
ฝ่ายเยาวชนยุวประชาธิปัตย์
จำนวนสมาชิก  (ปี 2562)132,551 คน[4]
อุดมการณ์เสรีนิยมอนุรักษ์[5][6][7]
เสรีนิยมคลาสสิก[8][9][10]
ประชาธิปไตยเสรีนิยม[11][12]
จุดยืนขวากลาง[13][14][15][16][17]
สี     สีฟ้า
สภาผู้แทนราษฎร
53 / 500
เว็บไซต์
https://www.democrat.or.th/
เหรัญญิกพรรคอภิชัย เตชะอุบล
การเมืองไทย
รายชื่อพรรคการเมือง
การเลือกตั้ง
ภาพสรุปเหตุการณ์วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งหรือเกี่ยวข้องกับ
วิกฤตการเมืองไทย พ.ศ. 2548-2553

การเมืองไทยประวัติศาสตร์ไทย
ภาพสรุปเหตุการณ์วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งหรือเกี่ยวข้องกับ
วิกฤตการเมืองไทย พ.ศ. 2556-2557

การเมืองไทยประวัติศาสตร์ไทย

ประวัติ

ดูบทความหลักที่: ประวัติพรรคประชาธิปัตย์

นายควง อภัยวงศ์ ได้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเมื่อ 5 เมษายน พ.ศ. 2489[21] โดยการประชุมรวมตัวกันของนักการเมืองกลุ่มหนึ่งที่บริษัทของนายควง ที่ย่านเยาวราช แต่ทางพรรคถือเอาวันที่ 6 เมษายน เป็นวันก่อตั้งพรรค เพื่อให้ตรงกับวันจักรี มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นฝ่ายค้านคานอำนาจของ นายปรีดี พนมยงค์[21] ต่อมานายปรีดีลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังถูกกดดันจากกรณีสวรรคต ร.8 และรัฐสภาลงคะแนนให้ พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้ใกล้ชิดนายปรีดี ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสืบต่อ

ในช่วงปี พ.ศ. 2489 ที่ประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ร.ต.ถวัลย์ ยาวนานถึง 7 วัน 7 คืนติดต่อกัน รวมถึงการหาเสียงในเดือนสิงหาคมด้วย [21] ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 รัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ถูกนายทหารฝ่ายจอมพล ป. ที่นำโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ทำรัฐประหารยึดอำนาจ นายควงได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ และมีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2491 ผลการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเสียงมากที่สุดจึงได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรก

หลังจากนั้นพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีก 6 ครั้งจนถึงปัจจุบัน คือในปี พ.ศ. 2518, 2519 (2 ครั้ง) , 2535, 2540 และ 2551 ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล 4 ครั้ง และเป็นพรรคฝ่ายค้านอีกรวม 16 ครั้ง โดยเป็นพรรคที่ได้รับเสียงข้างมากในกรุงเทพมหานครทันที และครองจำนวนที่นั่งในกรุงเทพมหานครจนถึงปี พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ ประชาธิปัตย์ยังเป็นพรรคแรกที่หาเสียงด้วยวิธีการปราศรัยด้วย โดยเริ่มใช้ตั้งแต่การเลือกตั้งในเดือนสิงหาคมปี พ.ศ. 2489[21]

ในปี พ.ศ. 2550 พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดทำ "โครงการยุทธศาสตร์ประเทศไทย" (Thailand Strategy Project หรือ TSP) ขึ้น โดยมี นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อรวบรวมข้อมูลทางวิชาการใน 19 ยุทธศาสตร์หลัก ใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนานโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ และจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนทรรศนะกับชุมชนวิชาการและประชาชนที่สนใจทั่วไป ผ่านทางเว็บไซต์ และเอกสารเผยแพร่ของโครงการ

ในปี พ.ศ. 2551 ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ มีสถานะเป็น "พรรคฝ่ายค้านพรรคเดียว" เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้าน ได้ประกาศจัดตั้ง คณะรัฐมนตรีเงา ขึ้นตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลและนำเสนอแนวทางการบริหารประเทศ ควบคู่ไปกับการบริหารงานของรัฐบาล ตามรูปแบบรัฐบาลเงาในระบบเวสต์มินสเตอร์ของประเทศอังกฤษ ขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551[22]

ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลัง พรรคพลังประชาชน ถูกพิพากษายุบพรรคจาก คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2551 ทำให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ของประเทศไทย จาก การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

การเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2548

 
โปสเตอร์หาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2548

พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีคะแนนเสียงอันดับสองในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีจำนวนที่นั่ง 96 ที่นั่ง (จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง) มีฐานเสียงใหญ่อยู่ที่ภาคใต้ ใน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในไทย พ.ศ. 2548 พรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงจากภาคใต้ถึง 52 ที่นั่งจาก 54 ที่นั่ง อย่างไรก็ตามพรรคไม่ได้รับการสนับสนุนมากนักในส่วนอื่น ๆ ของประเทศ (ยกเว้นในเขตกรุงเทพมหานคร ที่คะแนนเสียงแปรผันไปตามสถานการณ์ทางการเมืองแต่ละสมัย ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2548 พรรคฯ ได้เสียงจากกรุงเทพเพียง 4 ที่นั่ง จาก 37 ที่นั่ง โดยที่พรรคคู่แข่งคือ พรรคไทยรักไทย ได้ถึง 32 ที่นั่ง) ลักษณะเช่นนี้เหมือนกับพรรคเสรีนิยมของสหราชอาณาจักรที่ผู้สนับสนุนอย่างเหนียวแน่นส่วนใหญ่จะอยู่ในแคว้นสก็อตแลนด์ คือเป็นลักษณะภูมิภาคนิยม ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนสูงถึง 136 ที่นั่ง แต่พรรคได้รับเลือกเพียง 2 ที่นั่งเท่านั้น

  • ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 พรรคประชาธิปัตย์ได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน จากประชาชนทั่วประเทศ ในระบบบัญชีรายชื่อจำนวน 7,210,742 เสียง
  • โดยการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 นั้น พรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้แนวทางการหาเสียงว่า "เลือกให้ถึง 201 ที่นั่ง" และ "ทวงคืนประเทศไทย" อันเนื่องจากต้องการสัดส่วนที่นั่งในสภาฯให้ถึง 200 ที่ เพื่อที่ต้องการจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2540 นั่นเอง
  • หลังการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ได้ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ 6 คณะ คือ

คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549

ดูบทความหลักที่: คดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549

ช่วงวิกฤตการณ์การเมืองในประเทศไทย พรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมอีก 2 พรรค คือ พรรคชาติไทย และ พรรคมหาชน คว่ำบาตรการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2549 ด้วยการไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง โดยมีเหตุผลว่ารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยุบสภา โดยไม่ชอบธรรม และต่อมามีคำวินิจฉัยของศาลให้การเลือกตั้ง 2 เมษายน พ.ศ. 2549 เป็นโมฆะ เนื่องจาก กกต. จัดการเลือกตั้งไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น มีการหันคูหาเลือกตั้งที่ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นการลงคะแนนลับ

ในช่วงเวลาเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำการฟ้องร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในขณะนั้น ให้ดำเนินคดียุบพรรคไทยรักไทย เนื่องจากกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยมีการจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงเกณฑ์ร้อยละ 20 ตามกฎหมาย และพรรคประชาธิปัตย์มีพยานบุคคลจากพรรคเล็กยืนยัน แต่ต่อมาพยานดังกล่าวได้กลับคำให้การกลางคัน และพรรคไทยรักไทยที่เป็นผู้ต้องหาในคดีกลับฟ้องร้องต่อ กกต. ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวหาว่ามีการจ้างพรรคเล็กให้ใส่ร้ายพรรคไทยรักไทย และมีพฤติกรรมที่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย จึงมีการนำคดีขึ้นสู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ต่อมาภายหลังการ รัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 โดย คปค. ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงพร้อมกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และมีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2549 ประกอบด้วยตัวแทนฝ่ายตุลาการคือ ประธานศาลฎีกา และประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นต้น รับโอนอรรถคดีจากศาลรัฐธรรมนูญมาดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป จนกระทั่งวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยกคำร้องในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ และมีมติให้ยุบ พรรคไทยรักไทยและพรรคเล็กที่ถูกฟ้องร่วมในคดี และวินิจฉัยให้ตัดสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและพรรคเล็กทั้งหมด เป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นที่ประจักษ์ว่ากรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจ้างพรรคเล็กลงสมัครรับเลือกตั้งจริง และขณะเดียวกันไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าพรรคประชาธิปัตย์จ้างพรรคเล็กให้ใส่ร้ายพรรคไทยรักไทยหรือมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองตามฟ้องแต่อย่างใด

หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549

หลังการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 พรรคประชาธิปัตย์ถูกงดกิจกรรมทางการเมืองชั่วคราว จนกระทั่งได้มีกำหนดการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอนโยบายบริหารประเทศชื่อว่า "วาระประชาชน" ใจความสำคัญว่า "ประชาชนต้องมาก่อน" ในการรณรงค์เลือกตั้ง โดยได้เสนอต่อสาธารณะนับตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2549 มีกลุ่มนโยบาย 4 หัวข้อใหญ่

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้อันดับ 2 รวม 165 ที่นั่ง รองจากพลังประชาชนได้คะแนนอันดับ 1 ที่ได้ 232 ที่นั่ง โดยพรรคประชาธิปัตย์แบ่งตามภาคได้ดังนี้

เขตพื้นที่ จำนวนที่นั่ง ได้
กรุงเทพมหานคร 36 27
กลาง 98 35
ตะวันออกเฉียงเหนือ 135 5
ใต้ 56 49
เหนือ 75 16
สัดส่วน 80 33
รวม 480 165

พรรคพลังประชาชนได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสม ร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆ คือ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทย พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช โดยมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคเดียวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย[ต้องการอ้างอิง]

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ประกาศจัดตั้ง "รัฐบาลเงา" หรือ "ครม.เงา" เพื่อตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลและนำเสนอแนวทางการบริหารประเทศควบคู่ไปกับการบริหารงานของรัฐบาล ตามรูปแบบ "คณะรัฐมนตรีเงา" ใน "ระบบเวสมินสเตอร์" ของอังกฤษขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551[23] โดยมีเว็บไซต์ www.shadowdp.com ในการเผยแพร่การปฏิบัติหน้าที่ของ ครม.เงา

รัฐบาลผสม

ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมืองซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล (พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย) และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งส่งผลให้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ต้องพ้นจากตำแหน่ง พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาลผสมโดยร่วมกับพรรคการเมืองอื่น ๆ คือ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคภูมิใจไทย และพรรคกิจสังคม (ภายหลังพรรคมาตุภูมิได้เข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแทนพรรคเพื่อแผ่นดิน) พร้อมกับสนับสนุนให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ชนะพลตำรวจเอกประชา พรหมนอก จากพรรคเพื่อแผ่นดิน ด้วยคะแนน 235 ต่อ 198 เสียง ในการลงมติ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 และได้จัดตั้งรัฐบาลผสม เป็นคณะรัฐมนตรี คณะที่ 59 ของไทย

คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ พ.ศ. 2553

อภิชาต สุขัคคานนท์ นายทะเบียนพรรคการเมือง ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาว่า ใน พ.ศ. 2548 พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเงินบริจาค จำนวนสองร้อยห้าสิบแปดล้านบาท จาก บริษัททีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) แต่ไม่แจ้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบ และใช้จ่ายไปโดยผิดวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ซึ่งเงินจำนวนยี่สิบเก้าล้านบาท ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดสรรให้จากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2541 มาตรา 66 อนุมาตรา (2) และ (3) จึงขอให้ศาลมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ และตัดสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 มาตรา 98[24][25]

คดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ด้วยมติสี่ต่อสองว่า กฎหมายกำหนดให้ผู้ร้องยื่นคำร้องมาภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ปรากฏแก่ตนว่าผู้ถูกร้องฝ่าฝืนกฎหมายอันเป็นเหตุให้ถูกยุบได้ ทว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องมาล่วงระยะเวลาสิบห้าวันดังกล่าวนี้ จึงไม่ชอบที่จะพิจารณาวินิจฉัยคำร้องสืบไป และให้ยกคำร้อง[26]

หลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2554

หลังจากที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศยุบสภาในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เพื่อให้จัดตั้งการเลือกตั้งทั่วไป และหลังจากที่ พรรคประชาธิปัตย์ได้แพ้การเลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2554 นายอภิสิทธิ์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 และเป็นเหตุให้คณะเลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรค ที่ปฏิบัติหน้าที่นั้น ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งหมด หลังจากนั้นได้มีการลงคะแนนเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ และผลออกมาในวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554 หลังนายอภิสิทธิ์ พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ได้รับเลือกให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง พ.ศ. 2556

หลังรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีท่าทีผสมกัน แม้เขาโพสต์ลงเฟซบุ๊กขออภัยที่ไม่สามารถผลักดันแผนปฏิรูปประเทศและปกป้องประชาธิปไตยได้[27] และพร้อมร่วมคัดค้านรัฐประหาร หาก คสช. ไม่มีคำตอบชัดเจนว่าจะปฏิรูปอะไรและประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร และมีผู้รักประชาธิปไตยที่แท้จริงเสนอประชาธิปไตยที่ดีกว่า[28] แต่เขาก็โพสต์สนับสนุนให้ คสช. ใช้มาตรการเข้มข้นขึ้นเพื่อรับมือกับการต่อต้านรัฐประหาร[29]

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า ประยุทธ์ควรเป็นนายกรัฐมนตรี ควรใช้อำนาจเด็ดขาด อย่าเป็นนักประชาธิปไตยเหมือนสุรยุทธ์ จุลานนท์ อย่าสนใจคำครหานินทาว่ามาจากรัฐประหาร หากทำดี แก้ปัญหาได้ ทำประเทศปรองดองได้ ทุกคนจะสรรเสริญ[30]

ในปี 2561 พรรคประชาธิปัตย์จัดการลงมติเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ผลปรากฏว่าอภิสิทธิ์ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคอีกสมัย[31]

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 อภิสิทธิ์ย้ำว่าจะไม่สนับสนุนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย แต่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ[32] ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนมหาชน 3.9 ล้านเสียง ส.ส. 52 ที่นั่ง ซึ่งน้อยกว่าพรรคเกิดใหม่อย่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคอนาคตใหม่ ในคืนเลือกตั้ง อภิสิทธิ์ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค หลังค่อนข้างแน่ชัดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. ไม่ถึง 100 ที่นั่ง[33] หลายคนคาดว่าพรรรคประชาธิปัตย์จะเปลี่ยนไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ[34]

จะมีการลงมติเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2562 โดยน้ำหนักจะมาจาก ส.ส. ที่ได้รับเลือกตั้ง 52 คนมากที่สุด มีผู้สมัคร 4 คน ได้แก่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร[35] หนังสือพิมพ์ มติชน เขียนว่า จุรินทร์และกรณ์เป็นตัวเต็ง โดยจุรินทร์มีโอกาสมากกว่าเนืองจากชวน หลีกภัย ผู้มีบารมีในพรรค สนับสนุน เป็นนักการเมืองจากภาคใต้และเลือกเลขาธิการพรรคจากภาคตะวันออก ซึ่งจะมาเชื่อมระหว่างภาคใต้และภาคกลาง[36] ทั้งนี้ กรณ์, อภิรักษ์ และพีระพันธุ์มองว่ามีความเป็นไปได้ที่พรรคจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ[37] ผลปรากฏว่า จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่[38]

ต่อมามีข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์เจรจาได้ที่นั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์[39] และมีมติร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ[40] ผลของมติทำให้สมาชิกบางส่วนที่ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว เช่น นายสมชัย ศรีสุทธิยากรรวมถึงสมาชิกกลุ่ม "นิวเด็ม" (New Dem) ซึ่งเป็นคนหนุ่มสาวในพรรค ลาออกหลายคน[41]

บุคลากร

รายชื่อหัวหน้าพรรค

ลำดับ รูป ชื่อ เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
1   พันตรี ควง อภัยวงศ์ พ.ศ. 2489 15 มีนาคม พ.ศ. 2511
2   หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช พ.ศ. 2511 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2522
3   พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 3 เมษายน พ.ศ. 2525
4   พิชัย รัตตกุล 3 เมษายน พ.ศ. 2525 26 มกราคม พ.ศ. 2534
5   ชวน หลีกภัย 26 มกราคม พ.ศ. 2534 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2546
6   บัญญัติ บรรทัดฐาน 20 เมษายน พ.ศ. 2546 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548
7   อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 5 มีนาคม พ.ศ. 2548 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
8   จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562[42] ปัจจุบัน

รายชื่อเลขาธิการพรรค

ลำดับ รูป ชื่อ เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ
1   พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช 6 เมษายน พ.ศ. 2489 16 กันยายน พ.ศ. 2491
2   เทพ โชตินุชิต 17 กันยายน พ.ศ. 2491 25 มิถุนายน พ.ศ. 2492
3   ชวลิต อภัยวงศ์ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2492 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494
4   ใหญ่ ศวิตชาติ 30 กันยายน พ.ศ. 2498 26 กันยายน พ.ศ. 2513
5   ธรรมนูญ เทียนเงิน 26 กันยายน พ.ศ. 2513 6 ตุลาคม พ.ศ. 2518
6   ดำรง ลัทธพิพัฒน์ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2518 6 ตุลาคม พ.ศ. 2521
7   เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2522 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2522
8   มารุต บุนนาค 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2522 3 เมษายน พ.ศ. 2525
9   เล็ก นานา 3 เมษายน พ.ศ. 2525 5 เมษายน พ.ศ. 2529
10   วีระ มุสิกพงศ์ 5 เมษายน พ.ศ. 2529[43] 10 มกราคม พ.ศ. 2530
11   พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ 10 มกราคม พ.ศ. 2530[44] 17 กันยายน พ.ศ. 2543
12   อนันต์ อนันตกูล 17 กันยายน พ.ศ. 2543[45] 20 เมษายน พ.ศ. 2546
13   ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ 20 เมษายน พ.ศ. 2546[46] 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548
14   สุเทพ เทือกสุบรรณ 5 มีนาคม พ.ศ. 2548[47] 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
15   เฉลิมชัย ศรีอ่อน 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554[48] 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556
15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562[42] ปัจจุบัน
16   จุติ ไกรฤกษ์ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ผลการเลือกตั้งทั่วไป

การเลือกตั้ง จำนวนที่นั่ง คะแนนเสียงทั้งหมด สัดส่วนคะแนนเสียง ผลการเลือกตั้ง สถานภาพพรรค ผู้นำเลือกตั้ง
2495
0 / 123
คว่ำบาตร ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ควง อภัยวงศ์
ก.พ. 2500
31 / 283
 31 ที่นั่ง ฝ่ายค้าน
ธ.ค. 2500
39 / 160
 9 ที่นั่ง
2512
57 / 219
 18 ที่นั่ง หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
2518
72 / 269
3,176,398 17.2%  15 ที่นั่ง ร่วมรัฐบาล
2519
114 / 279
4,745,990 25.3%  43 ที่นั่ง แกนนำจัดตั้งรัฐบาล
2522
33 / 301
2,865,248 14.6%  81 ที่นั่ง ฝ่ายค้าน พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์
2526
56 / 324
4,144,414 15.6%  23 ที่นั่ง ร่วมรัฐบาล พิชัย รัตตกุล
2529
100 / 347
8,477,701 22.5%  44 ที่นั่ง
2531
48 / 357
4,456,077 19.3%  52 ที่นั่ง
มี.ค. 2535
44 / 360
4,705,376 10.6%  4 ที่นั่ง ฝ่ายค้าน ชวน หลีกภัย
ก.ย. 2535
79 / 360
9,703,672 21.0%  35 ที่นั่ง แกนนำจัดตั้งรัฐบาล
2538
86 / 391
12,325,423 22.3%  7 ที่นั่ง ฝ่ายค้าน
2539
123 / 393
18,087,006 31.8%  37 ที่นั่ง
2544
128 / 500
7,610,789 26.6%  5 ที่นั่ง
2548
96 / 500
4,018,286 16.1%  32 ที่นั่ง บัญญัติ บรรทัดฐาน
2549 คว่ำบาตร - เป็นโมฆะ ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
2550
165 / 480
14,084,265 39.63%  69 ที่นั่ง ฝ่ายค้าน
2554
159 / 500
11,435,640 35.15%  14 ที่นั่ง
2557 คว่ำบาตร - เป็นโมฆะ ไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง
2562
53 / 500
3,947,726 11.11%  106 ที่นั่ง ร่วมรัฐบาล

ภาพลักษณ์

หลังการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2562 ทำให้มีการค้นคำว่า "พรรคแมลงสาบ" ในเสิร์ชเอนจินปริมาณเพิ่มขึ้น คำนี้มีการใช้เพื่อหมายถึงอายุยืนยาวและการรั้งอำนาจอย่างยาวนานของพรรค และมีการใช้เพื่อล้อเลียนพรรคเมื่อใดที่ปรากฏการกระทำที่ไร้เกียรติของพรรค ทั้งนี้ คำดังกล่าวมีที่มาจากศาสตราจารย์ กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกพรรค ในการประชุมประจำปี 2545 ที่เสนอ "ทฤษฎีแมลงสาบ" เพื่อให้พรรคอยู่รอดในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยเวลานั้น[49]

อ้างอิง

  1. ลุยต่อ ประชาธิปัตย์ ได้กก.บริหารพรรคชุดใหม่ ลุ้น"ร่วมรัฐบาล"
  2. คำต่อคำ “อภิสิทธิ์” ประกาศจุดยืน สโลแกน “ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต”
  3. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคและที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 102 ตอน 197 ก พิเศษ หน้า 4 26 ธันวาคม พ.ศ. 2528
  4. ข้อมูลพรรคการเมืองที่ยังดำเนินการอยู่ ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2562
  5. https://www.globalsecurity.org/military/world/thailand/political-party-dp.htm
  6. https://www.aljazeera.com/indepth/spotlight/thaielection/2011/07/201171925890758.html
  7. https://prachatai.com/english/node/1292
  8. 8.0 8.1 Medeiros, Evan S. (2008), Pacific Currents: The Responses of U.S. Allies and Security Partners in East Asia to China's Rise, RAND, p. 130
  9. Connors, Michael K. (February 2008), "Article of Faith: The Failure of Royal Liberalism in Thailand" (PDF), Journal of Contemporary Asia, 38 (1): 157, archived from the original (PDF) on 2008-07-23
  10. Abbott, Jason P. (2003), Developmentalism and Dependency in Southeast Asia: The case of the automotive industry, RoutledgeCurzon, p. 112
  11. http://www.nationmultimedia.com/detail/politics/30342862
  12. https://prachatai.com/journal/2018/04/76268
  13. http://tradebridgeconsultants.com/country-index/thailand/political-parties/democrat-party/ External link in |title= (help)
  14. https://books.google.co.th/books?id=7UCl7VE4VMIC&pg=PA225&lpg=PA225&dq=democrat+party+thai+right+wing&source=bl&ots=u8o5QVkwA-&sig=ZruPMCxraMSIe-8U8N1y1ohxGdQ&hl=th&sa=X&ved=2ahUKEwjZkI_zgYLdAhVMqI8KHYggBlYQ6AEwDHoECAMQAQ#v=onepage&q=democrat%20party%20thai%20right%20wing&f=false
  15. http://www.nationmultimedia.com/detail/opinion/30335859
  16. https://www.bangkokpost.com/opinion/opinion/1577474/whats-next-for-the-democrat-party-
  17. https://books.google.co.th/books?ขid=O0R3uO1d9u4C&pg=PA209&lpg=PA209&dq=Democrat+Party+central+right+thai&source=bl&ots=Oj22BdAuJl&sig=ACfU3U3vcTctN2nS074rT9_tZbN9lPlvGw&hl=th&sa=X&ved=2ahUKEwiwjKDC4qTgAhUK3o8KHdGjDeo4ChDoATAEegQIBhAB#v=onepage&q=Democrat%20Party%20central%20right%20thai&f=false
  18. ประวัติพรรคประชาธิปัตย์
  19. www.ect.go.th. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ข้อมูลพรรคการเมืองที่ยังดำเนินการอยู่ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 https://www.ect.go.th/ect_th/download/article/article_20171106155158.pdf ข้อมูลพรรคการเมืองที่ยังดำเนินการอยู่ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 Check |url= value (help). สืบค้นเมื่อ 1 มกราคม 2561. Missing or empty |title= (help)
  20. Bunbongkarn, Suchit (1999), "Thailand: Democracy Under Siege", Driven by Growth: Political Change in the Asia-Pacific Region, M.E. Sharpe, p. 173
  21. 21.0 21.1 21.2 21.3 หนังสือชีวลิขิต โดย หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
  22. amp;id_main=60&p=0&ca=62&mt=175.92.185.153.216.238.33.205& amp;st=172.102.168.190.167.250.47.206 "'ปชป.' แถลงรายชื่อ 'ครม.เงา' ย้ำ เพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของประชาชน" Check |url= value (help). พรรคประชาธิปัตย์. 8 ก.พ. 2551. สืบค้นเมื่อ 10 ก.พ. 2551."
  23. "'ปชป.' แถลงรายชื่อ 'ครม.เงา' ย้ำ เพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของประชาชน". พรรคประชาธิปัตย์. 8 ก.พ. 2551. สืบค้นเมื่อ 10 ก.พ. 2551.
  24. (2553, 6 พฤษภาคม). กกต. เตรียมเชือดบุญจง แจกเบี้ยยังชีพ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <ลิงก์>. (เข้าถึงเมื่อ: 27 พฤศจิกายน 2553).
  25. (2553, 3 มกราคม). สำนวนหลวม กกต.พริ้ว คดีเงินบริจาคปชป. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <ลิงก์>. (เข้าถึงเมื่อ: 27 พฤศจิกายน 2553).
  26. (30 พฤศจิกายน 2553). บัญญัติปัดวุ่น-รู้4:2 ปชป.รอด โต้ 2มาตรฐาน. ข่าวสด. สืบค้นเมื่อ 30-11-2553.
  27. อภิสิทธิ์ขออภัยไม่สามารถปกป้องประชาธิปไตย-ม.ล.ณัฏฐกรณ์ท้าให้มาต้าน รปห. ประชาไท. 25 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2557.
  28. 'อภิสิทธิ์'ลั่นไร้คำตอบคสช.ปฏิรูปต้านรัฐประหาร. กรุงเทพธุรกิจ. 25 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2557.
  29. 'อภิสิทธิ์' ชี้ คสช.ต้องใช้มาตรการเข้มขึ้น หลังมีกลุ่มก่อหวอดต้านอำนาจ ไทยรัฐ. 26 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2557.
  30. ""นิพิฏฐ์" เชียร์ "ประยุทธ์" นั่งนายกฯ ใช้อำนาจเด็ดขาด แก้ปัญหาตรงใจประชาชน". ASTVผู้จัดการ. 2014-06-07. สืบค้นเมื่อ 2014-06-11.
  31. "Abhisit Wins Democrat Party Leadership". Khaosod English (in อังกฤษ). 2018-11-10. สืบค้นเมื่อ 2018-11-30.
  32. "โพสต์หมดเวลาเกรงใจแล้ว มาร์คยัน ไม่สนับสนุน "บิ๊กตู่" (คลิป)". ไทยรัฐ. 11 มี.ค. 2562. สืบค้นเมื่อ 2019-03-11.
  33. หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ (24 มีนาคม 2562). "เลือกตั้ง 2562 : อนาคต อภิสิทธิ์ ในวันที่ประชาธิปัตย์ตกที่นั่ง "พรรคต่ำร้อย"". บีบีซีไทย. สืบค้นเมื่อ 2019-03-25.
  34. "Does it matter who leads the Democrat Party?". The Nation (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-12-06.
  35. เช็คเสียง..!เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ใครใหญ่?
  36. 09.00 INDEX หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปัจจัยชี้ขาด คือ ชวน หลีกภัย
  37. วิเคราะห์ ทิศทางผู้ท้าชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
  38. "ด่วน! ผลการลงคะแนน "ประชาธิปัตย์" โหวต "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" นั่งหัวหน้าพรรคใหม่คนที่ 8". กรุงเทพธุรกิจ. 15 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 2019-06-07.
  39. "ประชาธิปัตย์คว้าเก้าอี้เกษตรและพาณิชย์ ตอบตกลงร่วมรัฐบาล". โพสต์ทูเดย์. 4 มิ.ย. 2562. สืบค้นเมื่อ 2019-06-07.
  40. "ประชาธิปัตย์ อ้างปิดสวิตช์ คสช. โหวต "ประยุทธ์" ปิดดีลร่วมรัฐบาล พปชร.ยึดกระทรวงเกรดเอ". ประชาชาติ. 5 มิ.ย. 2562. สืบค้นเมื่อ 2019-06-07.
  41. "'นิพิฏฐ์' โพสต์เสียใจสุดซึ้งเมื่อ 'นิวเด็ม' หลายคนจากไป". มติชน. 6 มิ.ย. 2562. สืบค้นเมื่อ 2019-06-07.
  42. 42.0 42.1 ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์
  43. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคราชกิจจานุเบกษา เล่ม 103 ตอนที่ 82ก วันที่ 15 พฤษภาคม 2529
  44. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยอมรับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ตามนัยมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติพรรคการเมือง พ.ศ. 2524ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 104 ตอนที่ 47ก วันที่ 16 มีนาคม 2530
  45. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหาร พรรคประชาธิปัตย์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 117 ตอนที่ 110ง วันที่ 31 ตุลาคม 2543
  46. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 120 ตอนที่ 61ง วันที่ 30 พฤษภาคม 2546
  47. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 122 ตอนที่ 32ง วันที่ 21 เมษายน 2548
  48. “อภิสิทธิ์”นั่งหัวหน้า ปชป.-โหวต“เฉลิมชัย”เป็นเลขาธิการพรรค จากแนวหน้า
  49. Thai political slang explained: พรรคแมลงสาบ or ‘cockroach party’

แหล่งข้อมูลอื่น