หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร

รองศาสตราจารย์[1] หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร (เกิด 22 กันยายน พ.ศ. 2495) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 15 อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

สุขุมพันธุ์ บริพัตร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ดำรงตำแหน่ง
11 มกราคม พ.ศ. 2552 – 18 ตุลาคมพ.ศ. 2559
ก่อนหน้า อภิรักษ์ โกษะโยธิน
ถัดไป อัศวิน ขวัญเมือง
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศ
ดำรงตำแหน่ง
14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 – 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543
นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย
ก่อนหน้า ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่
ถัดไป ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 22 กันยายน พ.ศ. 2495 (67 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมือง นำไทย (พ.ศ. 2537-39)
ประชาธิปัตย์ (พ.ศ. 2539-2559)
คู่สมรส นุชวดี บำรุงตระกูล (หย่า)
คุณหญิงสาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา
ศาสนา พุทธ

ประวัติแก้ไข

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นโอรสในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ กับดุษฎี ณ ถลาง มีชื่อเล่นว่า คุณชายหมู นอกจากนี้เขายังมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสินนภา สารสาส เมื่อนับจากฝ่ายบิดา เขาสมรสครั้งที่ 1 กับนุชวดี บำรุงตระกูล มีบุตรคือ อาจารย์ ดร. หม่อมหลวงพินิตพันธุ์ บริพัตร (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) และสมรสครั้งที่สองกับ สาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา (สาวิตรี ภมรบุตร) มีบุตรคือ หม่อมหลวงวราภินันท์ บริพัตร

การศึกษาแก้ไข

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ณ โรงเรียน Cheam และโรงเรียน Rugby ประเทศอังกฤษ ระหว่าง พ.ศ. 2506-พ.ศ. 2513 ต่อมาจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับ 2) และระดับปริญญาโทจากวิทยาลัยเพมโบร์ก มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และสาขาวิชาปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ (PPE) ในปี พ.ศ. 2520 และจบการศึกษาในระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ สหรัฐอเมริกา สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในปี พ.ศ. 2521

งานการเมืองแก้ไข

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคนำไทย ร่วมกับอำนวย วีรวรรณ เมื่อ พ.ศ. 2537 และเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคนำไทย จนต่อมา เขาเข้าเป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 6 (บางรัก สาทร ปทุมวัน) เมื่อปี พ.ศ. 2539 และ 2544

ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2540[2] ถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2543 เนื่องจากการยุบสภา[3] และปฏิบัติหน้าที่รักษาการไปจนกระทั่งได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544[4]

หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 24 ของพรรคประชาธิปัตย์ จากการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2548 นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค และดูแลงานทางด้านต่างประเทศและความมั่นคง ในการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2550 หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบสัดส่วนโซน 6 กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี ลำดับที่ 3 และชนะการเลือกตั้ง

ภายหลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 และมีการจัดตั้งรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวได้ประกาศตั้งคณะรัฐมนตรีเงาขึ้น ในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 และหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้รับเลือกจากที่ประชุมพรรค ให้ทำหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเงา

การตกลงเป็นตัวประกันในเหตุการณ์ยึดสถานทูตพม่า พ.ศ. 2542แก้ไข

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2542 ในรัฐบาลชวน หลีกภัย เกิดเหตุการณ์ก๊อด อาร์มี่ กองกำลังติดอาวุธของนักศึกษาพม่า บุกเข้ายึดสถานเอกอัครราชทูตพม่า ประจำประเทศไทย ที่ถนนสาทรเหนือ และจับเจ้าหน้าที่สถานทูตเป็นตัวประกัน

หลังการเจรจาต่อรองเป็นเวลาหลายชั่วโมง ผู้ก่อการร้ายยินยอมปล่อยตัวประกัน แลกกับให้ทางการไทยจัดเฮลิคอปเตอร์ไปส่งที่ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นชายแดนไทย-พม่า โดย หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในขณะนั้น เสนอตัวเป็นตัวประกันนั่งโดยสารไปด้วยเพื่อรับรองความปลอดภัยจนกระทั่งถึงที่หมาย ทำให้เหตุการณ์ครั้งนั้นยุติลงได้โดยไม่มีการสูญเสียชีวิต[ต้องการอ้างอิง]

การลงนามในบันทึกข้อตกลงปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา พ.ศ. 2543แก้ไข

ในปี พ.ศ. 2543 หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศขณะนั้น ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (ฝ่ายไทย) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ในระหว่างการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการของ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 14 - 16 มิถุนายน พ.ศ. 2543

บันทึกความเข้าใจดังกล่าว มีสาระสำคัญส่วนหนึ่ง คือ การสำรวจและปักหลักเขตแดนทางบกจะดำเนินการโดยใช้เอกสารหลักฐานที่ผูกพันไทยและกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ คืออนุสัญญาฉบับลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1904 สนธิสัญญาฉบับลงวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 1907 กับพิธีสารแนบท้าย และ แผนที่แสดงเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชามาตราส่วน 1:200,000 ซึ่งจัดทำขึ้นตามผลงานของ คณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่างสยามกับอินโดจีน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 หลังเกิดกรณี นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงนามในเอกสารแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจมีผลเปลี่ยนแปลงเขตแดนประเทศไทยโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เกิดการโจมตีหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์และพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับการลงนามในบันทึกความเข้าใจไทย-กัมพูชา พ.ศ. 2543 ที่ระบุให้การจัดทำหลักเขตแดนยึดตามแผนที่ฝรั่งเศส-สยาม (ค.ศ. 1904) เป็นแนวทาง โดยไม่ระบุแผนที่แอล 7017 ของสหรัฐอเมริกาที่ไทยใช้อ้างอิง ซึ่งอาจตีความได้ว่ามีผลเปลี่ยนแปลงเขตแดนประเทศ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2543 ก่อนการลงนามของนายนพดล ปัทมะ เรื่องดังกล่าว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้ชี้แจงว่าการระบุถึงแผนที่ ค.ศ. 1904 เป็นการระบุประกอบเอกสารหลักคือ อนุสัญญา ค.ศ. 1904 และ สนธิสัญญา ค.ศ. 1907 ซึ่งแผนที่จะขัดหรือแย้งไม่ได้ การลงนามในปี พ.ศ. 2543 จึงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงเขตแดนประเทศแต่อย่างใด [5]

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัยแรกแก้ไข

ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีชี้มูลความผิด นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในคดีทุจริตโครงการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยของกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,800 ล้านบาท และนายอภิรักษ์ได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบนั้น คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จึงมีมติเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ส่งชื่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เป็นผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตรได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การบริหารงานของสุขุมพันธ์ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของชาวกรุงเทพมากนัก และมักจะได้รับเสียงก่นด่าอยู่เสมอจากการบริการงานที่ล่าช้าและไม่โปร่งใส อาทิ การสร้างสนามบางกอกอารีนาไม่ทันการแข่งขันฟุตซอลโลก, กล้องซีซีทีวีปลอม, การต่อสัญญาสัมปทานบีทีเอส 30 ปี, ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก[6] ซึ่งหลายครั้งที่เขาตกเป็นประเด็นก็จะเก็บตัวเงียบไม่พบสื่อ จนถูกตั้งฉายาว่า "หม่อมเอ๋อ"

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครสมัยสองแก้ไข

แม้ว่าจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมากนัก แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ตัดสินใจส่งสุขุมพันธ์ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานครสมัยที่สอง[7] ในการเลือกตั้งเมื่อ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556 ซึ่งสุขุมพันธ์ต้องแข่งขันกับ พลตำรวจเอก พงศพัศ พงษ์เจริญ คู่แข่งจากพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาล การสำรวจโดยสำนักโพลต่างๆก่อนการเลือกตั้ง พบว่าพงศพัศ มีคะแนนนำสุขุมพันธ์ในการสำรวจทุกครั้ง[8] และมวลชนที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ก็หันไปสนับสนุนผู้สมัครคนอื่นๆ จนพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งดิ้นรนที่จะรักษาฐานอำนาจทางการเมืองจำเป็นต้องหาเสียงโดยใช้วาทกรรม "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" และกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามว่าเป็นพวก "เผาบ้านเผาเมือง"[9] เพื่อจูงใจคนที่ไม่ชอบพรรคเพื่อไทยหันมาเทคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์แทนที่จะไปเลือกผู้สมัครคนอื่นซึ่งจะเป็นคะแนนที่เสียเปล่า การหาเสียงด้วยวาทกรรมนี้ ช่วยให้สุขุมพันธ์พลิกกลับมาชนะการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนเสียง 1,256,349 เสียง ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร [10]

ความล้มเหลวด้านบริหารแก้ไข

ในช่วงของวาระที่สอง สุขุมพันธ์ได้ให้ความช่วยเหลือในการชุมนุมของกปปส.ในการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลพรรคเพื่อไทย โดยมีการอำนวยความสะดวกทั้งในเรื่องของระบบไฟฟ้าและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม้ว่าเขาจะออกมาแก้ต่างว่าเป็นหน้าที่ของกทม.ที่ควรจะทำโดยไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย[11] สุขุมพันธ์ใช้งบประมาณไปอย่างสิ้นเปลืองในโครงการต่างๆของกรุงเทพมหานคร มีการใช้งบกว่า 1.28 พันล้านบาท จัดซื้อเครื่องดนตรีให้แก่โรงเรียนในสังกัดทั้งๆที่ไม่มีบุคลากรครูผู้สอน[12] และยังมีการใช้งบ 39 ล้านบาทในการประดับตกแต่งไฟบริเวณลานคนเมืองและขั้นตอนไม่โปร่งใส[13] การบริหารงานของสุขุมพันธ์นั้นดื้อดึงและย่ำแย่ถึงขนาดที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามพูดคุยกับสุขุมพันธ์แต่ก็ถูกเพิกเฉย จนพรรคต้องออกมาประกาศตัดสัมพันธ์กับสุขุมพันธ์ในวันที่ 21 มกราคม 2559 [14]

ทั้งที่สุขุมพันธ์ผู้ว่ามาหลายปีและไปดูงานการจัดการน้ำในยุโรปหลายครั้ง แต่สุขุมพันธ์ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในกรุงเทพมหานครได้ จนประชาชนต้องออกมาโจมตีเขา เขาได้ออกมากล่าวว่า "...ถ้าไม่อยากมีจุดเสี่ยงเรื่องน้ำท่วม ต้องไปอยู่บนดอยครับ"[15] ซึ่งทวีความไม่พอใจในหมู่ประชาชน และกรณีอื่นๆ อาทิ การปฏิเสธโครงการความช่วยเหลือแบบให้เปล่าด้านโรงไฟฟ้าขยะจากรัฐบาลญี่ปุ่น เนื่องจากมีโครงการอยู่กับบริษัทจากจีน[16] นอกจากนี้ยังมีการใช้งบประมาณกว่า 16.5 ล้านบาทในการตกแต่งห้องทำงานส่วนตัว[17] และยังมีการจัดซื้อรถดับเพลิงขนาดเล็กพวงมาลัยซ้ายสมรรถนะต่ำในราคาคันละ 8 ล้าน และเรือดับเพลิงขนาดเล็กคันละ 10 ล้าน แม้จะถูกสตง.ท้วงติงในโครงการต่างๆว่าไม่ควรตรวจรับ แต่กทม.ภายใต้การบริหารของสุขุมพันธ์ก็ดำเนินการต่อจนแล้วเสร็จ[18]

แม้ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย จะออกมาเรียกร้องให้สุขุมพันธ์แสดงความรับผิดชอบต่อข้อครหาต่างๆโดยการลาออกจากตำแหน่ง แต่สุขุมพันธ์ก็ยืนยันที่จะไม่ลาออก [19] ในขณะที่มีกระแสบางส่วน ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดสุขุมพันธ์ออกจากตำแหน่งผู้ว่า[20]จนในที่สุดในวันที่ 25 สิงหาคม 2559 การเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของเขาก็จบลงทางพฤตินัย โดยอำนาจตามมาตรา 44

ระหว่างดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแก้ไข

ในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแถลงว่าได้ยื่นเรื่องการตรวจสอบโครงการติดไฟประดับอุโมงค์ไฟแอลอีดี จำนวน 5 ล้านดวง งบประมาณ 39.5 ล้านบาทแก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทย [21]เพื่อให้แจ้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการมหาดไทย แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.และนายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม. ตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาตรา 123 และพิจารณากำหนดแนวทางการปฏิบัติในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ เงินงบกลาง ประเภทเงินสำรองจ่ายทั่วไป กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้ใช้จ่าย แจ้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในฐานะพนักงานสอบสวนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ให้ดำเนินคดีแก่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ต่อมาโครงการติดไฟประดับอุโมงค์ไฟแอลอีดี มีปปช.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นาย จุมพล สำเภาพล รองผู้ว่ากทม. และบุคคลอื่นอีก 14 รายแต่ไม่สอบสวน หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร[22]

พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน แถลงอีกว่ากำลังตรวจสอบ โครงการจัดซื้อจ้ดจ้างของกทม. อีก 2-3 อาทิโครงการจัดซื้อเครื่องดนตรี โครงการตกแต่งห้องทำงานส่วนตัว 16.5 ล้านบาท โครงการจัดซื้อรถกู้ภัยขนาดเล็กในราคาแพงเกินจริง[23]

จนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2559 ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 50/2559 ให้สุขุมพันธุ์ระงับการปฏิบัติราชการ หรือหน้าที่ในกรุงเทพมหานครเป็นการชั่วคราวโดยยังไม่พ้นจากตำแหน่ง จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557[24]ซึ่งมีการแต่งตั้ง ผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันเดียวกัน[25]โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เหตุผลว่าเพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อกล่าวหาใดที่ ฟ้องร้อง สุขุมพันธุ์ บริพัตร โดยตรง

ต่อมาในวันที่ 18 ตุลาคม 2559 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ 64/2559 เรื่อง การให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพ้นจากตำแหน่ง และการแต่งตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยอ้างอิงจากคำสั่งที่ 50/2559 ที่ผ่านมานั้นเพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่อง จึงอาศัยความตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มีคำสั่งดังให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. และพล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม เป็นผู้ว่าฯกทม [26]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยแก้ไข

เครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศแก้ไข

ลำดับราชสกุลบริพัตรแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. เปิดประวัติ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ ผู้ว่าฯ กทม. 2556
  2. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี
  3. คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 53
  4. พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน 35 ราย)
  5. ตามไม่ทันเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เรียกดูข้อมูลเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551
  6. “คุณชาย” ยันต่อสัญญา BTS 30 ปี ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ไม่เอี่ยวการเมือง
  7. ประชาธิปัตย์ เคาะชื่อ สุขุมพันธุ์ ชิงผู้ว่า กทม. 27 ธันวาคม 2555
  8. สวนดุสิตโพลสำรวจเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ 3 “พงศพัศ” ยังนำ “สุขุมพันธุ์” 15 ก.พ. 2556
  9. มหานครแห่งความเกลียด คมชัดลึก. 4 ก.พ. 2556
  10. สุขุมพันธุ์ ชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯทุบสถิติคะแนนสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์
  11. จุดแข็งของสุขุมพันธุ์ โพสต์ทูเดย์. 14 กรกฎาคม 2559
  12. ราคาซื้อโหดไป! สตง.ตั้ง 3 ประเด็น ลุยสอบเครื่องดนตรี 'สุขุมพันธุ์' 1.2 พันล. อิศรา. 15 ธันวาคม 2558
  13. สุขุมพันธุ์ ชี้งบแต่งไฟลานคนเมือง 39 ล้าน แค่ได้เห็นก็คุ้มค่าแล้ว
  14. Nation TV "เบื้องหลัง ปชป.กดดัน“สุขุมพันธุ์” พ้นพรรค-ทิ้งผู้ว่าฯกทม." 21 มกราคม 2559. เนชั่นทีวี
  15. เราเป็นเมืองน้ำ เราเป็นเมืองฝน ถ้าไม่อยากมีจุดเสี่ยงเรื่องน้ำท่วม ต้องไปอยู่บนดอย สปริงนิวส์. 26 มี.ค. 58
  16. ญี่ปุ่นมึนแจกเตาเผาขยะฟรีแต่ กทม.ไม่รับ "กรอ." ถกมหาดไทยหาพื้นที่ใหม่ติดตั้งแทน ไทยรัฐ 15 กรกฎาคม 2558
  17. ส่องเลย รายการปรับปรุงห้องทำงาน “สุขุมพันธ์”16.5ล้าน บ้าระห่ำ-ฟุ่มเฟือย ทีนิวส์. 14 มิถุนายน 2559
  18. "ผู้ว่าสตง."สอน"ชายหมู" ใช้จ่ายเงินประชาชน ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า เนชั่น. 16 กรกฎาคม 2559
  19. “บุญยอด” แนะ “สุขุมพันธุ์” ควรลาออกพ้นผู้ว่าฯ หากป.ป.ช. สอบไฟ 39 ล้าน 5 พ.ค. 59
  20. ม.44ปลด'สุขุมพันธุ์'ขึ้นกับนายกฯ คมชัดลึก. 22 ม.ค. 2559
  21. https://www.isranews.org/investigative/investigate-procure/item/46994-ืnews_46994.html
  22. http://www.manager.co.th/UpToDate/ViewNews.aspx?NewsID=9590000048414
  23. http://thaipublica.org/2016/08/sukumpan-boripat-15-8-2559/
  24. ราชกิจจานุเบกษา, คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕๐/๒๕๕๙ เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติม ครั้งที่ ๖ เล่ม ๑๓๓ ตอนที่ ๑๘๘ ง วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๙
  25. ""ผุสดี ตามไท"นั่งรักษาการผู้ว่าฯกทม". มคมชัดลึกออนไลน์. 2559, 25 สิงหาคม. สืบค้นเมื่อ 25-08-2559. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  26. http://www.thairath.co.th/content/757386
  27. ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย (ชั้นสายสะพาย ในวโรกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ จำนวน ๔,๘๙๖ ราย) เล่ม 116 ตอนที่ 20ข วันที่ 2 ธันวาคม 2542
  28. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ (ชั้นสายสะพาย จำนวน ๕,๐๑๖ ราย ในวโรกาสพระราชพิธีฉัตรมงคล วันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๑)
  29. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2554
  30. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ นายชวน หลีกภัย, นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ, หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร, เล่ม ๑๑๗, ตอน ๕ ข, ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓, หน้า ๑

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข