เปิดเมนูหลัก

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คณะรัฐบาลเผด็จการทหาร

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. (อังกฤษ: National Council for Peace and Order (NCPO) เป็นคณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง โดยรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ตั้งแต่เวลา 16:30 น. หลังเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ประกาศกฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร พร้อมทั้งจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (กอ.รส.) ได้สองวัน และมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นหัวหน้าคณะ อย่างไรก็ตามโครงสร้างของคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 จนถึงวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 คณะรักษาความสงบแห่งชาติยังเป็นคณะที่ออกประกาศคำสั่งมากที่สุดตั้งแต่มีการรัฐประหารในประเทศไทย นอกจากประกาศและคำสั่ง คสช. แล้วยังมีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคำสั่งของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกด้วย คณะรัฐประหารคณะนี้ครองอำนาจเป็นระยะเวลายาวนานมากกว่า 5 ปี 1 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วัน นับเป็นอันดับ 3 รองจาก จอมพลถนอม กิตติขจร[1]และ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ก่อตั้ง22 พฤษภาคม 2557 (2557-05-22)
ยุติ16 กรกฎาคม 2562 (2562-07-16)
ประเภทคณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง
สำนักงานใหญ่กองบัญชาการกองทัพบก
เดิม กองบังคับการ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
หัวหน้า
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
บุคลากรหลัก
เว็บไซต์คสช. ที่เฟซบุ๊ก

เนื้อหา

สาเหตุแก้ไข

วันที่ 21-22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ขึ้นมา เรียกประชุมผู้แทนความขัดแย้งทั้ง 7 ฝ่าย อันได้แก่ รัฐบาล, วุฒิสภา, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาธิปัตย์, นปช. และ กปปส. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต เพื่อหาข้อสรุปในการก้าวผ่านวิกฤตการณ์ทางการเมือง แต่ทั้ง 7 ฝ่ายไม่อาจหาข้อสรุปได้และยังยืนยังในอุดมการณ์ของตน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และผู้บัญชาการเหล่าทัพ จึงประกาศกระทำรัฐประหารในที่ประชุม และได้เข้าควบคุมตัวผู้เข้าร่วมประชุม ละเว้นตัวแทนวุฒิสภา และคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยนำตัวไปยังกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ซึ่งใช้เป็นกองบัญชาการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในขณะนั้น

วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557 ทหารแจกใบปลิวให้ประชาชนที่สัญจรย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื้อหาระบุเหตุผลที่ คสช. ยึดอำนาจว่า[2]

  1. มีความขัดแย้งทางความคิดการเมืองอย่างรุนแรง หยั่งลึกจากระดับประเทศไปถึงระดับครอบครัวคนไทย
  2. การใช้อำนาจการปกครองที่กระทำอยู่เดิม ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ความแตกแยก และการกระทำผิดของกลุ่มต่างๆ ได้อีกต่อไป
  3. แนวทางการเลือกตั้งในรูปแบบเดิมมีการต่อต้านอย่างกว้างขวาง ถ้าเลือกตั้งต่อไปในสถานการณ์เช่นนี้ อาจเกิดปัญหาความวุ่นวายไม่จบสิ้น
  4. การชุมนุมทางการเมืองของทั้ง2ฝ่าย ที่มีต่อเนื่องมาถึง 6 เดือน ซึ่งมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางความคิด และการแก่งแย่งผลประโยชน์ทางการเมือง ตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา (วิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2548–2553 และพ.ศ. 2556–2557) ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทำให้ประชาชนแตกความสามัคคีไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียว จนไม่อาจปรองดองกันได้
  5. ปัญหาทุจริต มีคดีความจำนวนมากอยู่ในชั้นศาล และยังรอกระบวนการยุติธรรมตัดสิน
  6. การบังคับใช้กฎหมายต่อปัญหาข้างต้น บังคับใช้ไม่ได้ทุกกลุ่ม ทำให้เกิดความหวาดระแวง เกลียดชังกันในหมู่ประชาชนเป็นวงกว้าง ความเคลื่อนไหวของทุกฝ่าย โดยเฉพาะแกนนำที่มีความผิด ตามกระบวนการยุติธรรม นำไปสู่การยุยงปลุกปั่นแนวร่วมของฝ่ายตน ให้พร้อมที่จะกระทำการใดๆ ต่อฝ่ายตรงข้ามด้วยความรุนแรง
  7. การบริหารราชการแผ่นดินในห้วงที่ผ่านมาไม่สามารถกระทำได้อย่างเด็ดขาด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของชาติ และก่อปัญหาความเดือดร้อนต่อประชาชนทุกระดับจนถึงรากหญ้า
  8. มีการล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์ตามมาตรา 112 ทั้งทางลับและเปิดเผย สร้างความไม่พอใจและเกลียดชังของประชาชนโดยรวม ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ
  9. การปลุกระดมมวลชนที่มุ่งเอาชนะฝ่ายตรงข้ามของทั้ง2ฝ่ายโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ทวีความรุนแรงและเป็นไปอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
  10. ปรากฏชัดว่ามีการจัดตั้งและใช้กองกำลังติดอาวุธรวมถึงการตระเวนอาวุธสงครามจำนวนมาก เพื่อปฏิบัติการอย่างรุนแรงต่อฝ่ายตรงข้ามของตน โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งกองทัพจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นในประเทศชาติโดยเด็ดขาด

การต่อต้านแก้ไข

สาเหตุของการที่คณะรัฐประหารไม่ได้รับความยอมรับประเด็นหลักคือเรื่องการตั้งข้อหา การดำเนินคดีความ การจับกุมและละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งคณะรัฐประหารได้สั่งให้บุคคลไปรายงานตัวจำนวนมากและหลายคดีดำเนินคดีในศาลทหาร ตำรวจ ทหารภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้แจ้งความรวมถึงจับบุคคล เข้าคุก ตามข้อหาต่างๆ จำนวนผู้ที่เคยจำคุกเนื่องจากชุมนุมต่อต้านคณะรัฐประหารอย่างน้อย 15 ราย[3] ทุกคนได้รับการปล่อยตัว ยกเว้นคดีความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย ที่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการประกันตัว มีผู้หนีหมายจับ ศาลทหาร (ประเทศไทย) ไปต่างประเทศอย่างน้อย 50 ราย

การดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย ภายหลังการรัฐประหาร ที่มีชื่อเสียงได้แก่ กรณีของ นาย สิรภพ กรณ์อุรุษ ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บบล็อก หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นามปากกา รุ่งศิลา [4]คณะรัฐประหารออกคำสั่งให้เขาไปรายงานตัว และทำการจับกุมเขาระหว่างเดินทาง เขาถูกดำเนินคดีจำคุกจนถึงปัจจุบัน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีความต้องการฟ้องร้องบุคคลในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย อีกจำนวนมาก อาทิ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ วัฒน์ วรรลยางกูร อภิวันท์ วิริยะชัย จักรภพ เพ็ญแข เสน่ห์ ถิ่นแสน จรัล ดิษฐาอภิชัย ใจ อึ๊งภากรณ์ อรรถชัย อนันตเมฆ มีผู้ติดคุกตามความผิดต่องค์พระมหากษัตริย์ไทยหลังการรัฐประหารอย่างน้อย 80 ราย

นอกจากนั้นยางพารานั้นต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2558[5] ชาวเกษตรกรจึงได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก จึงก่อให้เกิดความพยายามประท้วงขึ้นหลายครั้ง[6] แต่กลับถูกทหารจับกุมเข้าค่ายปรับทัศนคติ[7] ซึ่งเป็นเหตุผลหลักทำให้ชาวสวนยางพาราหรือชาวใต้ เริ่มไม่พอใจคณะรัฐประหารชุดนี้ นอกจากนี้ยังพบว่าคณะรัฐประหารที่ อ้างความชอบธรรมในการปราบปรามการทุจริตในเมืองไทยกลับกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าทุจริต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทุจริตอุทยานราชภักดิ์[8] การแต่งตั้งหลานชายตัวเองเข้ารับราชการทหารโดยไม่ผ่านการสอบหรือการเรียนโรงเรียนนายร้อย[9] การตั้งบริษัทส่วนตัวในค่ายทหาร[10] เหตุการณ์ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)สามารถไม่เข้าร่วมประชุมได้อย่างไม่จำกัดและยังได้รับเงินเดือนอยู่โดยไม่ถูกลงโทษใด ๆ[11] การเดินทางไปร่วมประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียนที่รัฐฮาวาย[12] การไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินนาฬิกาก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรี ของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ[13]

อีกทั้งบุคคลใน องค์กรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีที่มาจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ประเทศไทย) พ.ศ. 2557 ซึ่งทำให้ประชาชนสงสัยในความเป็นกลางของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ[14]ตุลาการศาลปกครองสูงสุด[15] คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ประเทศไทย) เนื่องจากที่มานั้นได้รับการอนุมัติตำแหน่งโดย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ประเทศไทย) พ.ศ. 2557 ซึ่งสมาชิกสภาดังกล่าวถูกวิจารณ์ว่าไม่เป็นกลาง เนื่องจากมีทหารเป็นจำนวนมากในสภา

องค์กรที่ประกาศต่อต้านคณะรัฐประหารได้แก่ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง คณะนิติราษฎร์ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน องค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือยกเลิกประกาศ[16] คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความแห่งชาติ

โครงสร้างแก้ไข

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ผู้บัญชาการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พลเอก ดร.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พลอากาศเอก ดร.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ข้อมูล ก่อนวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562)
หน้าที่ เป็นหน่วยงานในระดับนโยบาย มีหน้าที่กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินทั้งนโยบายเฉพาะหน้า และนโยบายระยะยาว เพื่อให้ส่วนงานระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และระดับปฏิบัตินำไปดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้
สำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ /ศูนย์ติดตามสถานการณ์ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ผู้บัญชาการ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
หน้าที่ รับผิดชอบหน่วยงาน / ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหน่วยงาน / ส่วนราชการที่มิได้กำหนดไว้ในโครงสร้างดังกล่าวนี้รวมทั้งกำกับดูแลการปฏิบัติงานทั้งปวงของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)
ผู้บัญชาการ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย
พลโท ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 (กกล.รส.ทภ.1)
พลโท ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 (กกล.รส.ทภ.2)
พลโท ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 (กกล.รส.ทภ.3)
พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 (กกล.รส.ทภ.4)
หน้าที่ ควบคุมกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยทั้ง 4 กองทัพภาค กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1–4 (กำลังของกองทัพไทย เหล่าทัพ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นควบคุมทางยุทธการ)
ฝ่ายความมั่นคง
ผู้บัญชาการ ว่าง หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง
พลเอก อักษรา เกิดผล รองหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง
หน้าที่ ควบคุม 3 กระทรวง ได้แก่
ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
ผู้บัญชาการ ว่าง หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
พลเอก ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
หน้าที่ ควบคุม 1 กระทรวง 3 หน่วย ได้แก่
ฝ่ายเศรษฐกิจ
ผู้บัญชาการ ว่าง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ
พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ[17]
ว่าง รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ
หน้าที่ ควบคุม 8 กระทรวง ได้แก่
ฝ่ายสังคมจิตวิทยา
ผู้บัญชาการ ว่าง หัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา
ว่าง รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา
หน้าที่ ควบคุม 7 กระทรวง ได้แก่
ฝ่ายกิจการพิเศษ
ผู้บัญชาการ ว่าง หัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ
พลเอก สุชาติ หนองบัว รองหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ
หน้าที่ ควบคุม 20 หน่วยงาน ได้แก่
หน่วยงานขึ้นตรงกับหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ผู้บัญชาการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หน้าที่ ควบคุม 6 หน่วยงาน ได้แก่
กลุ่มงานขับเคลื่อนการบริหารแผ่นดิน
ผู้อำนวยการ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้อำนวยการ
[18]
กลุ่มงานขับเคลื่อนภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย
ผู้บัญชาการ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้อำนวยการ
[19]

ค่าตอบแทนแก้ไข

วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557 มีการออกกฎหมายกำหนดเงินเดือนและประโยชน์ทางการเงินอื่นแก่สมาชิก คสช. พลเอกประยุทธ์ได้รวม 125,590 บาทต่อเดือน ขณะที่สมาชิก คสช. คนอื่นได้รับรวม 119,920 บาทต่อเดือน ประโยชน์เหล่านี้เพิ่มเติมจากประโยชน์ที่ได้รับจากตำแหน่งในกองทัพ[20]

วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เงินประจำตำแหน่งเพิ่มเป็น 175,590 บาท (เพิ่มขึ้น 50,000 บาท) ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีเงินประจำตำแหน่งเดือนละ 174,420 บาท (เพิ่มขึ้น 54,500 บาท) [21]

มีบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังต่อไปนี้ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ พลเอก พิสิทธิ์ สิทธิสาร พลเอก เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ พลเอก สลิน ทองภักดี แต่บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 22/2557 ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้แก่ พลเอก ชาตอุดม ติตถะสิริ เพียงบุคคลเดียวในส่วนของพลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ พ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เนื่องจากเกษียณอายุราชการ

ในวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ได้มีการแต่งตั้งเสนาธิการทหารบก เป็น ผู้ช่วยเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้แก่ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ [22]โดยให้เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ อีกตำแหน่งหนึ่ง ต่อมาวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ได้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งดังกล่าวเป็น พลเอก ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์

คณะกรรมการที่ยังปฏิบัติงานอยู่แก้ไข

คณะกรรมการตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 6 คณะ คณะกรรมการตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 30 คณะ คณะกรรมการตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เฉพาะ) 2 คณะ คณะกรรมการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ 4 คณะ มีจำนวนทั้งหมด 45 คณะ

คณะอนุกรรมการตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติจำนวน 8 คณะ ได้แก่

  1. คณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการด้านการผลิตและการตลาดสินค้าข้าว ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 173/2557[23]
  2. คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 175/2557[24]
  3. คณะอนุกรรมการจัดทำบัญชีข้าวคงเหลือของรัฐ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 176/2557[25]
  4. คณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 177/2557[26]
  5. คณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 74/2557[27]
  6. คณะอนุกรรมการพิจารณาระบายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 106/2557[28]
  7. คณะอนุกรรมการร่วมจัดทำยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรเป็นรายพืชเศรษฐกิจ 4 สินค้า (Roadmap) คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และอ้อยตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 116/2557[29]
  8. คณะอนุกรรมการการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2560[30]

ศูนย์ปฏิบัติการคณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไข

จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 51/2557 โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และ พลเอก สกล ชื่นตระกูล เป็นหัวหน้าฝ่ายติดตามและประสานงาน สถานที่ในการปฏิบัติงาน ณ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ในกองบัญชาการกองทัพบกและตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล[31]พล.ต.วิจารณ์ จดแตง หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการ ประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ พันเอก วินธัย สุวารี เป็นโฆษกในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนแก้ไข

จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 27/2558 โดยมี พลอากาศเอก ตรีทศ สนแจ้ง เป็นผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน คนแรกของประเทศไทย ผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนคนปัจจุบันได้แก่ พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน

ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายแก้ไข

จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2558 โดยมี พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย คนแรกของประเทศไทย ผู้อำนวยการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย คนปัจจุบันได้แก่ พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์

สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไข

สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แบ่งส่วนงานเป็นส่วนงานการรักษาความสงบเรียบร้อยและส่วนงานการบริหารราชการ[32]โดยปัจจุบัน ( 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ) มีผู้ปฏิบัติงานดังนี้

พลโท อยุทธ์ ศรีวิเศษ หัวหน้าฝ่ายกำลังพล ส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อย

พลโท วรเกียรติ รัตนานนท์ หัวหน้าฝ่ายข่าว ส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อย

พลโท ชนาวุธ บุตรกินรี หัวหน้าฝ่ายยุทธการ ส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อย

พลโท ชัยมนตรี โพธิ์ทอง หัวหน้าฝ่ายส่งกำลังบำรุง ส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อย

พลโท สมศักดิ์ สมรักษ์ หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน ส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อย

พลโท กิตติทัศน์ เปี่ยมสุวรรณ์ หัวหน้าฝ่ายงบประมาณ ส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อย

พลตรี ปัณณทัต กาญจนะวสิต หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อย

พลตรี วรพจน์ เร้าเสถียร หัวหน้าคณะทำงานติดตามสื่อ ส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อย

พลตรี นเรศ ขีโรท หัวหน้าคณะทำงานด้านกฎหมาย ส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อย

ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ หัวหน้าคณะทำงานพิเศษ ส่วนงานรักษาความสงบเรียบร้อย

สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติในปัจจุบันแก้ไข

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 2/2561 แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[33]ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป

อดีตสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไข

  • พลเอก ดร. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562)
  • พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562)
  • พลอากาศเอก ดร. ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562)
  • พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2562)[34]

คณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไข

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 1 /2559 แต่งตั้งบุคคลทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้งสิ้น 8 ราย[35] ดังรายนามต่อไปนี้ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงคณะที่ปรึกษาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๙ โดยได้ให้พลเอกนพดล อินทปัญญารับตำแหน่งเลขานุการของคณะที่ปรึกษาอีกตำแหน่งหนึ่ง จึงเหลือคณะที่ปรึกษา 7 ราย ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป[36]

วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 มีพระราชโองการให้ พลเอก นพดล อินทปัญญา พ้นจากตำแหน่งนายทหารราชองครักษ์พิเศษ[37]

ผู้ปฏิบัติงานดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไข

ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2561 เรื่อง แต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[38]คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 1/2561 เรื่อง เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[39] ,คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 6/2560 เรื่อง แต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[40]และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7/2560 เรื่อง เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[41] มีรายชื่อดังต่อไปนี้

ที่ปรึกษาประจำผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไข

ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 5/2561 เรื่อง แต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[42]ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 1/2561 เรื่อง เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[43],คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 6/2560 เรื่อง แต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ [44]และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 7/2560 เรื่อง เปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้ปฏิบัติงานในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ[45]

การยุบแก้ไข

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีบทเฉพาะกาลในมาตรา 265 วรรคหนึ่ง ระบุว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติสิ้นสุดเมื่อคณะรัฐมนตรีใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ซึ่งตรงกับวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562[48] โดยก่อนหน้านั้นในวันที่ 15 กรกฎาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้อ่านสารอำลาในโอกาสสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย[49]

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 4 ปีรัฐประหาร: การเมืองและกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย 99.99%
  2. คสช.แจกใบปลิว 10 เหตุผลทำรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  3. คุมตัวฝากขังแล้ว 15 แกนนำอยากเลือกตั้ง โดนอ่วม! 6 ข้อหา กำลังใจเพียบ
  4. https://sites.google.com/site/rungsirasite2011/
  5. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :0
  6. ม็อบสวนยางบุก ก.เกษตรฯ วางพวงหรีด จี้ปลดบอร์ด กยท.
  7. ทหารอุ้มแกนนำสวนยางตรัง-พัทลุง เข้าค่ายปรับทัศนคติ หลังพบแผนบุกกรุง
  8. เปิดเส้นทางเงินพันล้าน “อุทยานราชภักดิ์” พบ ทบ. โชว์รายการใช้จ่ายไม่ถึงครึ่ง – มีชื่อผู้บริจาค 468 ล้านบาท
  9. บิ๊กตู่ป้องหลานชายไม่ผิด ท้าฟ้องศาล-ยันตั้งกันทุกปี ฉุน ต้องเปลี่ยนนามสกุลไหม (คลิป)
  10. "ทภ.3 "รับ"ลูกชายบิ๊กติ๊ก"จดทะเบียนตั้งบริษัทในค่ายทหาร ชี้กำลังอยู่ระหว่างย้ายที่อยู่บริษัทไปบ้านใหม่ แต่มาเ ระบุไม่ผิดระเบียบ แต่ไม่เหมาะสม
  11. ผลสอบ 7 สนช. โดดประชุมไม่ผิด สนช.ออกข้อบังคับใหม่ ขาดลงมติได้ไม่จำกัด
  12. ทัวร์ป้อม20ล. สตง.การันตีไม่เว่อร์ เสิร์ฟคาเวียร์จริง-เมนูปกติ ยันไร้ชื่อนักข่าว-เอกชนดัง
  13. เรียง 25 นาฬิกา ‘พล.อ.ประวิตร’ สิ่งของบนข้อมือบิ๊กป้อมมูลค่ารวมเฉียด 40 ล.บาท
  14. มติสนช.เห็นชอบ "นครินทร์"เป็นตุลาการศาลรธน.
  15. มติสนช.เห็นชอบ14ตุลาการศาลปค.สูงสุด
  16. https://ilaw.or.th/10000sign
  17. คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (เฉพาะ)ที่ 84/58 เรื่องให้เจ้าหน้าที่พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
  18. http://www.thairath.co.th/content/530331
  19. http://www.thairath.co.th/content/530331
  20. "เปิดบัญชีอัตราเงินตอบแทน "หัวหน้า คสช. - สนช. - สปช."". Isra News. 2014-08-02. สืบค้นเมื่อ 2014-08-02.
  21. "คลอดแล้ว!ค่าตอบแทน หน.คสช. สนช. สปช. รับ 113,560 -125,590 บาท/ด". Isra News. 2014-11-10. สืบค้นเมื่อ 2014-11-14.
  22. https://www.rtarf.mi.th/pdf/ratchakitcha_2560.pdf
  23. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/163/11.PDF
  24. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/163/13.PDF
  25. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/163/15.PDF
  26. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/163/17.PDF
  27. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/125/4.PDF
  28. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/144/12.PDF
  29. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/163/3.PDF
  30. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/086/7.PDF
  31. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2557/E/106/2.PDF
  32. http://library2.parliament.go.th/giventake/content_ncpo/ncpo-annouce34-2557.pdf
  33. ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๒/๒๕๖๑ เรื่อง แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนพิเศษ ๒๓๙ ง พิเศษ หน้า ๕๙ วันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๑
  34. "ประยุทธ์" ใจหาย รมต.ไป 15 คน คสช.อีก 4 วอนอย่ามองเป็นศัตรู
  35. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/E/009/18.PDF
  36. คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2559 เรื่อง เปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอน ๓ ง พิเศษ หน้า ๒๐
  37. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/013/T_0001.PDF
  38. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/261/T_0051.PDF
  39. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/104/32.PDF
  40. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/261/21.PDF
  41. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/302/9.PDF
  42. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/261/T_0051.PDF
  43. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/E/104/32.PDF
  44. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/261/21.PDF
  45. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/302/9.PDF
  46. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/295/33.PDF
  47. งดสอนและสอนชดเชย วิชากฎหมายปกครองเยอรมัน (LW630) โดย อ.ดร.คนันท์ ชัยชนะ
  48. แนวหน้า (14 กรกฎาคม 2562). "ด่วน!!!วิษณุเผยในหลวงพระราชทานครม.ใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ 16 ก.ค." www.naewna.com. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2562.
  49. ผู้จัดการออนไลน์ (15 กรกฎาคม 2562). ""บิ๊กตู่" อ่านสารอำลา ย้ำสานต่อแก้ปัญหา ขอ 3 เสาหลักประเทศร่วมมือรบ.ใหม่". mgronline.com. สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2562.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

ก่อนหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ถัดไป
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ
(คมช.)
  คณะรักษาความสงบแห่งชาติ
(22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 - 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562)
  ไม่มี