ประวิตร วงษ์สุวรรณ

รองนายกรัฐมนตรี

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ (เกิด 11 สิงหาคม พ.ศ. 2488) ชื่อเล่น ป้อม ชื่อเดิม ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ[1] เป็นนักการเมืองและทหารบกชาวไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เคยเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรี แทนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา[a] รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ชื่อว่าเป็น "พี่ใหญ่" ของกลุ่มแยกบูรพาพยัคฆ์และกลุ่ม 3 ป.

พลเอก
ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ม.ป.ช., ม.ว.ม., ต.จ.ว.
ประวิตร ในปี พ.ศ. 2561
รักษาการนายกรัฐมนตรี
ดำรงตำแหน่ง
24 สิงหาคม พ.ศ. 2565 – 30 กันยายน พ.ศ. 2565
(0 ปี 37 วัน)
กษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รองนายกรัฐมนตรี
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
30 สิงหาคม พ.ศ. 2557
(8 ปี 152 วัน)
นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ดำรงตำแหน่ง
20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554
(2 ปี 232 วัน)
นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ก่อนหน้า สมชาย วงศ์สวัสดิ์
ถัดไป ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
ดำรงตำแหน่ง
30 สิงหาคม พ.ศ. 2557 – 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
(4 ปี 314 วัน)
นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ก่อนหน้า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ถัดไป ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
27 มิถุนายน พ.ศ. 2563
(2 ปี 216 วัน)
ก่อนหน้า อุตตม สาวนายน
ผู้บัญชาการทหารบก
ดำรงตำแหน่ง
1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 – 30 กันยายน พ.ศ. 2548
(0 ปี 365 วัน)
ก่อนหน้า พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร
ถัดไป พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 11 สิงหาคม พ.ศ. 2488 (77 ปี)
จังหวัดพระนคร ประเทศไทย
พรรค พลังประชารัฐ (2563–ปัจจุบัน)
บิดา ประเสริฐ วงษ์สุวรรณ
มารดา สายสนี วงษ์สุวรรณ
ยศที่ได้รับการแต่งตั้ง
สังกัด กองทัพบกไทย
ประจำการ พ.ศ. 2512–2548
ยศ RTA OF-9 (General).svg พลเอก
หน่วย กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
บังคับบัญชา กองทัพบก
การยุทธ์ สงครามเวียดนาม
สงครามกลางเมืองลาว

ชีวิตและการงาน

 
ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เดอะเพนตากอน ณ วอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ พ.ศ. 2561

เขาเกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ที่จังหวัดพระนคร เป็นบุตรคนโตของ พลตรี ประเสริฐ วงษ์สุวรรณ กับนางสายสนี วงษ์สุวรรณ มีน้องชาย 4 คน คือ พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ, พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ, พงษ์พันธุ์ วงษ์สุวรรณ อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมทีโอที และ พันธุ์พงษ์ วงษ์สุวรรณ[2]

เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเซนต์คาเบรียลในปี พ.ศ. 2505 จากนั้นในปี พ.ศ. 2508 ได้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 6 และศึกษาต่อ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 17 สำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2512 ในปี พ.ศ. 2521 เข้าศึกษาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 56 และในปี พ.ศ. 2540 สำเร็จหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 40 พ.ศ. 2556

เขาถือได้ว่าเป็นนายทหารที่เติบโตมาจากกองทัพภาคที่ 1 ทางภาคตะวันออกมาโดยตลอด โดยสังกัดกับกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) หรือคนส่วนใหญ่ที่เรียกกันว่า "ทหารเสือราชินี" ถือได้ว่าเป็นนายทหารรุ่นพี่ที่สนิทสนมกับนายทหารอดีตผู้บัญชาการทหารบกสองนาย คือ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในปี พ.ศ. 2552 ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ประจำกองอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (กอฉ.) ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 98/2552

ปลาย พ.ศ. 2553 สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ได้ตั้งฉายาว่า "ป้อมทะลุเป้า" สืบเนื่องจากผลงานด้านความมั่นคงในการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บรรลุเป้าหมาย รวมถึงการขออนุมัติงบประมาณต่าง ๆ ที่ถูกครหา[3] ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

เขาเป็นที่ราบกันว่าเป็น "พี่ใหญ่" ของกลุ่มทหารเรียก "บูรพาพยัคฆ์" ซึ่งหมายถึงทหารที่เริ่มต้นรับราชการจาก ร.21 รอ. กษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศระหว่างปี 2551 จนถึง 2554 กล่าวว่าตลอดอาชีพของประวิทย์ เขาให้คำปรึกษาแก่พลเอก ประยุทธ์และช่วยให้เขาไต่เต้าลำดับชั้นยศ[2] เขามักถือเป็นผู้สนับสนุนการประท้วงต่อต้านรัฐบาลระหว่างวิกฤตการณ์การเมืองไทย พ.ศ. 2556–2557 บ้างว่าเขาอาจเป็นผู้นำคณะรัฐประหาร หรือเป็นผู้มีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีกรณีที่ กปปส. ล้มรัฐบาลสำเร็จ[4][5]

หลังจากการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษา และเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา[6] เขายังเป็นประธานคณะกรรมการอีกกว่า 50 คณะ[7]

รับราชการทหาร

  • พ.ศ. 2512 ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 2 กรมผสมที่ 3
  • พ.ศ. 2514 ผู้บังคับหมวดเครื่องยิงหนัก กองร้อยเครื่องยิงหนัก กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2517 ผู้บังคับกองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2519 นายทหารยุทธการและการฝึก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2520 ประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก
  • พ.ศ. 2522 นายทหารฝ่ายยุทธการ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2523 รองผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2524 ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2527 ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2529 รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2532 ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2536 รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2539 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
  • พ.ศ. 2540 รองแม่ทัพภาคที่ 1
  • พ.ศ. 2541 แม่ทัพน้อยที่ 1
  • พ.ศ. 2543 ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก
  • พ.ศ. 2544 ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายยุทธการ
  • พ.ศ. 2545 แม่ทัพภาคที่ 1
  • พ.ศ. 2546 ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก
  • 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 – 30 กันยายน พ.ศ. 2548 ผู้บัญชาการทหารบก
  • 11 ตุลาคม พ.ศ. 2549 - 22 ธันวาคม พ.ศ. 2550 สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ประเทศไทย) พ.ศ. 2549
  • 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 – 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
  • 2 เมษายน พ.ศ. 2553 ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย[8]

ใน พ.ศ. 2554 ได้รับตำแหน่งเป็นคณะดำเนินคดี ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ กรณีประเทศกัมพูชาฟ้องร้องประเทศไทย[9]

ใน พ.ศ. 2558 เขาเป็นกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 12 คณะกรรมการ[10]

กรณีอื้อฉาว

กรณีไม่เปิดเผยนาฬิกาหรู

การยกมือขึ้นบังแดดของพลเอก ประวิตร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระหว่างรอถ่ายรูปกับคณะรัฐมนตรีใหม่ "ประยุทธ์ 5" เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามว่าเหตุใด นาฬิกาเรือนโตยี่ห้อริชาร์ดมิลล์ (Richard Mille) จำนวน 9 เรือน จึงไม่ปรากฏอยู่ในประเภท "ทรัพย์สินอื่น" ที่มีราคามากกว่าสองแสนบาท ในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ของพลเอก ประวิตร เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ ปี 2557[11]

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากเอกสารแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของพลเอก ประวิตร ที่ยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557 นั้น พบว่าพลเอก ประวิตร มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 87,373,757.62 บาท ประกอบด้วยเงินในบัญชี 53 ล้านบาท เงินลงทุน 7 ล้านบาท ที่ดิน 17 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 10 ล้านบาท และรถโฟล์คสวาเก้น (Volkswagen) ครอบครองปี 2543 และไม่พบว่ามีการยื่นชี้แจงในส่วนของบัญชีทรัพย์สินอื่น ๆ ที่มีมูลค่าเกิน 2 แสนบาทไว้ โดยคาดว่านาฬิกาประดับข้อมือของพลเอก ประวิตร น่าจะเป็นยี่ห้อริชาร์ดมิลล์ (Richard Mille) รุ่น RM 029 ตัวเรือนทำด้วยแพลทินัม ส่วนสายเป็นยางอย่างดี มีจุดเด่นอยู่ตรงตัวเลขวันที่ขนาดใหญ่ สนนราคา 111,492.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 3.6 ล้านบาท ขณะที่แหวนเพชรก็น่าจะอยู่ที่ราว 5 กะรัตขึ้นไป โดยมูลค่าในตลาดของเพชรเริ่มต้นที่ 4–7 ล้านบาท[12]

สื่อมวลชนได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่กล้าปลดพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่า เนื่องจากเขาเป็นมือประสานสิบทิศรู้จักคนในวงการนักการเมืองและทหารตำรวจอย่างกว้างขวาง[13]

การวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีอื่น ๆ

พลเอก ประวิตร แสดงความคิดเห็นภายหลังเหตุเรือล่มในจังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2561 ว่า "คนจีนเป็นเป็นคนนำนักท่องเที่ยวจีนเข้ามา เป็นเรื่องของนักท่องเที่ยวเขา เขาทำของเขาเอง เขาฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง เราจะให้ไปเรียกความเชื่อมั่นได้อย่างไร" ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางทั้งในและนอกประเทศ[14]

หลังเหตุการณ์โจมตีโรงแรมที่ไนโรบี พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการโจมตีโรงแรมดุสิตดีทูในเครือดุสิตธานีโดยกลุ่มติดอาวุธ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ประวิทย์ให้สัมภาษณ์ว่า มูลเหตุหนึ่งที่ทำให้กลุ่มติดอาวุธโจมตีนั้นอาจเกิดจากการที่อาหารในโรงแรมอร่อย ส่งผลให้มีผู้ไม่พอใจในความคิดเห็นดังกล่าวทั้งในและต่างประเทศ[15]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดตระกูลต่าง ๆ [16] ดังนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

พ.ศ. ไม่ปรากฏ -   เครื่องอิสริยาภรณ์ปิงกัต จาซา เกมิลัง (เท็นเทรา)

พ.ศ. ไม่ปรากฏ -   เหรียญคอมเมนเดชัน (ทหารบก)

พ.ศ. ไม่ปรากฏ -   เหรียญรณรงค์เวียดนาม

ดูเพิ่ม

เชิงอรรถ

  1. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ยุติปฏิบัติหน้าที่ระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2565 ตามมติของศาลรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขึ้นรักษาการแทน

อ้างอิง

  1. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องงหมายเปลวระเบิดสำหรับประดับแพรแถบเหรียญชัยสมรภูมิ, เล่ม 90 ตอนที่ 181 ง ฉบับพิเศษ หน้า 143, 31 ธันวาคม 2516
  2. 2.0 2.1 ชีวประวัติ ประวิตร วงษ์สุวรรณ
  3. ฉายานักการเมืองปี 53
  4. Wassana Nanuam (12 December 2013). "'Silent' military coup beats having a real one". Bangkok Post.
  5. Jason Szep; Amy Sawitta Lefevre (13 December 2013), Powerful forces revealed behind Thai protest movement, Reuters
  6. พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี (จำนวน 32 ราย)
  7. "Prawit moved to 'ease work'". Bangkok Post. 17 August 2018. สืบค้นเมื่อ 18 August 2018.
  8. "คำสั่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่132/2553 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย<" (PDF). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2020-06-09. สืบค้นเมื่อ 2016-12-09.
  9. "ได้รับตำแหน่งเป็นคณะดำเนินคดี ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-12-10. สืบค้นเมื่อ 2011-05-24.
  10. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 12 คณะกรรมการ[ลิงก์เสีย]
  11. ประวิตรมีทรัพย์เท่าไร ถึงใส่นาฬิกาเรือนละหลายล้านบาทได้, BBC Thailand, 6 ธันวาคม 2017
  12. อ้าง “บิ๊กป้อม” ยืมแหวนเพชรแม่มาใส่ ส่วนนาฬิกาหรูนักธุรกิจเพื่อนรักให้ยืมมา, Mgr Online, 10 ธ.ค. 2560
  13. ประวิตร วงษ์สุวรรณ: อนาคต “พี่ใหญ่” วัย 72
  14. เรือล่มภูเก็ต: สื่อทางการจีนไม่พอใจคำพูด ประวิตร ที่ว่า "เขาทำของเขาเอง"
  15. สื่อนอกอึ้ง ‘ประวิตร’ บอกกลุ่มติดอาวุธโจมตีรร.ดุสิตในเคนยา อาจเพราะอาหารอร่อย
  16. "พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี". รัฐบาลไทย. สืบค้นเมื่อ March 21, 2021.
  17. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม 120 ตอนที่ 19 ข หน้า 2, 1 ธันวาคม 2546
  18. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย, เล่ม 117 ตอนที่ 25 ข หน้า 12, 1 ธันวาคม 2543
  19. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า, เล่ม 122 ตอนที่ 6 ข หน้า 2, 5 พฤษภาคม 2548
  20. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องงหมายเปลวระเบิดสำหรับประดับแพรแถบเหรียญชัยสมรภูมิ, เล่ม 90 ตอนที่ 181 ง ฉบับพิเศษ หน้า 143, 31 ธันวาคม 2516
  21. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน, เล่ม 100 ตอนที่ 6 ง ฉบับพิเศษ หน้า 42, 13 มกราคม 2526
  22. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน, เล่ม 91 ตอนที่ 153 ง ฉบับพิเศษ หน้า 25, 13 กันยายน 2517
  23. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม 100 ตอนที่ 207 ง ฉบับพิเศษ หน้า 3914, 31 ธันวาคม 2526
  24. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชั้นพิเศษ และเหรียญลูกเสือสดุดี ประจำปี 2551, เล่ม 126 ตอนที่ 5 ข หน้า 6, 18 มีนาคม 2552

แหล่งข้อมูลอื่น

ก่อนหน้า ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถัดไป
พลตำรวจเอก ประชา พรหมนอก    
รองนายกรัฐมนตรี
ฝ่ายความมั่นคง
(ครม.61 และ 62)

(30 สิงหาคม 2557 – ปัจจุบัน)
  อยู่ในวาระ
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร    
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ครม.61)
(30 สิงหาคม 2557 – 10 กรกฎาคม 2562)
  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
สมชาย วงศ์สวัสดิ์    
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (ครม.59)
(20 ธันวาคม 2551 – 9 สิงหาคม 2554)
  พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
พลเอก ชัยสิทธิ์ ชินวัตร    
ผู้บัญชาการทหารบก
(1 ตุลาคม 2547 – 30 กันยายน 2548)
  พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
พลโท พรชัย เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา    
แม่ทัพภาคที่ 1
(2545 – 2546)
  พลโท ไพศาล กตัญญู