เปิดเมนูหลัก

จังหวัดนครศรีธรรมราช

จังหวัดในภาคใต้ในประเทศไทย
(เปลี่ยนทางจาก นครศรีธรรมราช)
สำหรับนครศรีธรรมราช ในความหมายอื่น ดูที่ นครศรีธรรมราช (แก้ความกำกวม)

นครศรีธรรมราช เป็นจังหวัดในประเทศไทย มีประชากรมากที่สุดในภาคใต้และมีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (รองจากสุราษฎร์ธานี) ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 780 กิโลเมตร มีจังหวัดที่อยู่ติดกันได้แก่ สงขลา พัทลุง ตรัง กระบี่ และสุราษฎร์ธานี

จังหวัดนครศรีธรรมราช
ตราประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช
ตราประจำจังหวัด
เราชาวนครฯ อยู่เมืองพระ มั่นอยู่ในสัจจะศีลธรรม กอปรกรรมดี มีมานะพากเพียร ไม่เบียดเบียนทำอันตรายผู้ใด
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทยนครศรีธรรมราช
อักษรโรมันNakhon Si Thammarat
ชื่อไทยอื่น ๆนคร, เมืองคอน, คอน, นครศรี, ตามพรลิงก์, ลิกอร์, คิวคูตอน, ตันเหมยหลิง, ละคร[1]
ผู้ว่าราชการศิริพัฒ พัฒกุล
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2562)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่9,942.502 ตร.กม.[2]
(อันดับที่ 18)
ประชากร1,557,482 คน[3] (พ.ศ. 2560)
(อันดับที่ 7)
ความหนาแน่น156.64 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 26)
ISO 3166-2TH-80
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
ต้นไม้แซะ
ดอกไม้ราชพฤกษ์
สัตว์น้ำปลาหมอ
ศาลากลางจังหวัด
ที่ตั้งถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000
โทรศัพท์0 7535 6952
โทรสาร0 7535 6531
เว็บไซต์จังหวัดนครศรีธรรมราช
แผนที่
ประเทศมาเลเซียประเทศพม่าประเทศลาวประเทศเวียดนามประเทศกัมพูชาจังหวัดนราธิวาสจังหวัดยะลาจังหวัดปัตตานีจังหวัดสงขลาจังหวัดสตูลจังหวัดตรังจังหวัดพัทลุงจังหวัดกระบี่จังหวัดภูเก็ตจังหวัดพังงาจังหวัดนครศรีธรรมราชจังหวัดสุราษฎร์ธานีจังหวัดระนองจังหวัดชุมพรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จังหวัดเพชรบุรีจังหวัดราชบุรีจังหวัดสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสาครกรุงเทพมหานครจังหวัดสมุทรปราการจังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดชลบุรีจังหวัดระยองจังหวัดจันทบุรีจังหวัดตราดจังหวัดสระแก้วจังหวัดปราจีนบุรีจังหวัดนครนายกจังหวัดปทุมธานีจังหวัดนนทบุรีจังหวัดนครปฐมจังหวัดกาญจนบุรีจังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจังหวัดอ่างทองจังหวัดสิงห์บุรีจังหวัดสระบุรีจังหวัดลพบุรีจังหวัดนครราชสีมาจังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดสุรินทร์จังหวัดศรีสะเกษจังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดอุทัยธานีจังหวัดชัยนาทจังหวัดอำนาจเจริญจังหวัดยโสธรจังหวัดร้อยเอ็ดจังหวัดมหาสารคามจังหวัดขอนแก่นจังหวัดชัยภูมิจังหวัดเพชรบูรณ์จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดพิจิตรจังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดตากจังหวัดมุกดาหารจังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดเลยจังหวัดหนองบัวลำภูจังหวัดหนองคายจังหวัดอุดรธานีจังหวัดบึงกาฬจังหวัดสกลนครจังหวัดนครพนมจังหวัดพิษณุโลกจังหวัดอุตรดิตถ์จังหวัดสุโขทัยจังหวัดน่านจังหวัดพะเยาจังหวัดแพร่จังหวัดเชียงรายจังหวัดลำปางจังหวัดลำพูนจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราชเน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ประวัติศาสตร์แก้ไข

ในอดีต มีชื่อเรียกดินแดนแถบนี้หลายชื่อ เช่น ในคัมภีร์มหานิเทศของอินเดีย ที่เขียนขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 7-8 เรียกว่า "ตามพรลิงก์" หรืออาณาจักรตามพรลิงก์, บันทึกโบราณของเมืองจีนเรียก "เซี้ยะ-โท้ว (ถู-กวั่ว) ", "รักตะมฤติกา" (จารึกภาษาสันสกฤต) ซึ่งล้วนหมายถึง "ดินแดนที่มีดินสีแดง", ตะวันตกนิยมเรียกกันมา จนกระทั่งต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 คือ "ลิกอร์" สันนิษฐานว่าชาวโปรตุเกสที่เข้ามาติดต่อค้าขายในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เป็นผู้เรียกก่อน โดยเพี้ยนมาจากคำว่า "นคร" ส่วนชื่อ "นครศรีธรรมราช" มาจากพระนามของกษัตริย์ผู้ครองนครในอดีต มีพระนามว่า "พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช" (ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช) มีความหมายว่า "นครอันเป็นสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม" หรือ "เมืองแห่งพุทธธรรมของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่"

เป็นเมืองโบราณที่มีความสำคัญทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และศาสนามากที่สุดเมืองหนึ่ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นครศรีธรรมราชมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง มาไม่น้อยกว่า 1800 ปีมาแล้ว หลัก ฐานทางโบราณคดี และหลักฐานทางเอกสารที่ปรากฏในขณะนี้ยืนยันได้ ว่านครศรีธรรมราช มีกำเนิดมาแล้วตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 7 เป็นอย่างน้อย

ถ้าจะลำดับความเป็นมาของนครศรีธรรมราช จากหลักฐาน โบราณคดี และ ประวัติศาสตร์ที่สืบค้น ได้ในขณะนี้ พบว่ามีภูมิหลังอันยาวนานนับตั้งแตยุคหินกลาง ในราว 8,350-11 ,000 ปีที่ล่วงมา จากหลักฐานมีการพบเครื่องหิน ที่มีตัวขวานยาวใหญ่ (บางคนเรียกว่าระนาดหิน ) ที่อำเภอท่า ศาลา ในยุคโลหะ ได้พบหลักฐานทางโบราณคดี คือ กลองมโหระทึกสำริด 2 ใบ ที่บ้านเกตุ กาย ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง และที่คลองคุดด้วน อำเภอฉวาง

นอกจากนี้ในบริเวณพื้นที่อำเภอสิชลปัจจุบัน ยังมีร่องรอยโบราณสถาน และโบราณวัตถุเกี่ยวเนื่องในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดใน นครศรีธรรมราช เช่น พระพุทธรูปสำริด ศิลปแบบอมราวดีของอินเดีย และเศียรพระพุทธรูปศิลปแบบคุปตะอินเดีย เป็นต้น จากหลักฐานเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าใน ช่วงนี้นครศรีธรรมราชได้รับ อิทธิพลวัฒนธรรมมาจากอินเดียอย่างมากมาย ทั้งในด้านศาสนา ความเชื่อ อักษร ภาษา ประเพณี และการปกครอง จนกลายเป็นพื้นฐานวัฒนธรรม นครศรีธรรมราชมาถึง ปัจจุบันนี้

สมัยโบราณแก้ไข

ในสมัยโบราณนครศรีธรรมราชอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรศรีวิชัยซึ่งมีศูนย์กลางแห่งหนึ่งอยู่ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 - 16 ดังปรากฎในจารึกภาษาสันสกฤตวัดเสมาเมือง[4] กล่าวถึงพระเจ้ากรุงศรีวิชัยพระนามว่าศรีมหาราชาทรงสร้างปราสาทอิฐสามองค์เพื่อถวายแด่พระผู้ผจญมาร (พระสมณโคดม) พระปัทมปาณี และพระวัชรปาณี อาณาจักรศรีวิชัยนับถือพระพุทธศาสนามหายานและนับถือพระโพธิสัตว์ ต่อมาในพ.ศ. 1568 พระเจ้าราเชนทระโจฬะที่ 1 (Rajendra Chola I) แห่งราชวงศ์โจฬะซึ่งมาจากแคว้นทมิฬในอินเดียใต้ ยกทัพเรือเข้ารุกรานแหลมมลายูและภาคใต้ของไทย ทำให้อำนาจของศรีวิชัยเสื่อมลงและบริเวณแหลมมลายูตกอยู่ภายใต้การปกครองของโจฬะอยู่เวลาหนึ่ง การล่าถอยออกไปของโจฬะ นำไปสู่กำเนิดอาณาจักรตามพรลิงค์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน จักรวรรดิเขมรแผ่ขยายอำนาจมายังภาคใต้ของไทยในระยะเวลาหนึ่งจากนั้นจึงเสื่อมไป

 
เจดีย์ของวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือพระธาตุนครศรีธรรมราช สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชแห่งตามพรลิงค์ เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบลังกา

อาณาจักรตามพรลิงค์แก้ไข

ตามที่ปรากฎในจารึกวัดหัวเวียง[5]ที่อำเภอไชยา ว่าในพ.ศ. 1774 พระเจ้าผู้ปกครองเมืองตามพรลิงค์พระนามว่าศรีธรรมราชแห่งปทุมวงศ์ สันนิษฐานว่าราชวงศ์ปทุมวงศ์หรือราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราชนี้อาจเป็นวงศ์ที่สืบเชื่อสายมาจากพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อความในตำนานเมืองนครศรีธรรมราชว่าพญาศรีธรรมาโศกราชหนีมาจากเมืองอินทปัตถ์ (เมืองพระนคร) ตำแหน่งของผู้ปกครองเมืองตามพรลิงค์ในสมัยนี้เรียกว่า "พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช" อาณาจักรตามพรลิงค์มีอำนาจเหนือเมืองสิบสองนักษัตร[6] ประกอบไปด้วยสิบสองเมืองที่อยู่ภายใต้อำนาจของนครศรีธรรมราช ประกอบไปด้วยเมืองต่างๆในภาคใต้ของไทยไปจนถึงไทรบุรี กลันตัน และปาหังในประเทศมาเลเซีย ในสมัยของราชวงศ์ปทุมวงศ์อาณาจักรตามพรลิงค์ได้เปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาเถรวาทลังกาวงศ์ ในสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชมีการเริ่มสร้างเจดีย์พระธาตุขึ้นซึ่งเป็นเจดีย์ให้เป็นแบบทรงระฆังคว่ำแบบลังกา พระเจ้าจันทรภาณุแห่งตามพรลิงค์ทรงยกทัพเรือข้ามมหาสมุทรอินเดียเข้ารุกรานเกาะลังกาในสมัยของพระเจ้าปรากรมพาหุที่ 2 (Parakramapahu II) แห่งลังกาและสามารถครอบครองดินแดนบางส่วนของเกาะลังกาได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

 อาณาจักรตามพรลิงค์เสื่อมอำนาจลงในสมัยต่อมาและตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรสุโขทัย จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชและสิหิงคนิทาน พระพุทธสิหิงค์ลอยมาจากลังกาจากนั้นมาหยุดพักที่หาดทรายแก้วเมืองนครศรีธรรมราชจากนั้นจึงลอยต่อไปยังทิศเหนือไปยังเชียงใหม่ อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในชินกาลมาลีปกรณ์ที่ว่าพระเจ้าโรจนราชหรือพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัยเสด็จมายังนครศรีธรรมราชแล้วอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ซึ่งมาจากลังกาไปประดิษฐานไว้ที่สุโขทัย ในสมัยนี้ปรากฏชื่อเมือง “นครศรีธรรมราช” ขึ้นเป็นครั้งแรกในศิลาจารึกหลักที่ 1 ในความหมายว่าเมืองของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช นครศรีธรรมราชมีอิทธิพลต่อพุทธศาสนาของสุโขทัยอย่างมาก ดังข้อความในศิลาจารึกฯว่าพระเถระสุโขทัย “ทุกคนลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา“

ในพ.ศ. 1808 ทัพเรือของอาณาจักรมัชปาหิตบนเกาะชวายกทัพเข้าโจมตีเมืองนครศรีธรรมราช ชาวบ้านนำโดยชายชื่อว่า “พังพการ” ได้รวบรวมกำลังพลขับไล่ทัพของชวาออกไปได้สำเร็จ ต่อมาท้าวพิชัยเทพเชียงภวาแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาให้พระโอรสคือท้าวอู่ทองยกทัพเข้ารุกรานนครศรีธรรมราช ทัพของท้าวอู่ทองและพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชสู้รับกันที่บางสะพานจนนำไปสู่การแบ่งเขตแดนระหว่างพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชและท้าวอู่ทอง นับจากนั้นอาณาจักรนครศรีธรรมราชจึงตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งต่อมากลายเป็นอาณาจักรอยุธยา ต่อมาเกิดโรคระบาดในเมืองนครศรีธรรมราช พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชองค์สุดท้ายพร้อมญาติวงศ์เสด็จหนีลงเรือออกทะเลหายสาบสูญ เมืองนครศรีธรรมราชจึงกลายเป็นเมืองร้างว่างผู้คน เชื้อสายปทุมวงศ์จึงสิ้นสุดลง

สมัยอยุธยาแก้ไข

เมื่อนครศรีธรรมราชกลายเป็นเมืองร้างจากโรคระบาดนั้น พระพนมทะเลศรีมเหสวัสดิทราธิราชผู้ครองเมืองเพชรบุรี ส่งพระโอรสคือพระพนมวังพร้อมทั้งนางสะเดียงทองมาสร้างเมืองใหม่คือเมืองนครดอนพระ[7] เมื่อพระพนมวังสวรรคตพระโอรสของพระพนมวังคือเจ้าศรีราชาครองเมืองนครฯต่อมา ซึ่งเจ้าศรีราชาได้รับการแต่งตั้งจากพระพนมทะเลฯเมืองเพชรบุรีให้เป็น "พญาศรีธรรมาโศกราช สุรินทรราชาสุรวงศ์ธิบดียุธิษเฐียร อภัยพีรีบรากรมพาหุ เจ้าพระยานครศรีธรรมราชมหานคร" หลังจากที่วงศ์ของพระพนมวังและเจ้าศรีราชาสิ้นสุดลง ขุนอินทาราเจ้าเมืองลานสกาจึงขึ้นมาเป็นผู้ครองนครศรีธรรมราชต่อมาชื่อว่าศรีมหาราชา แต่ศรีมหาราชาขุนอินทาราถูกพระราชอาญาจากทางอยุธยาจึงถูกปลดจากตำแหน่ง บุตรชายของขุนอินทาราขึ้นครองเมืองนครฯเป็นศรีมหาราชาองค์ต่อมา เมื่อวงศ์ศรีมหาราชาสิ้นสุดอาณาจักรอยุธยาจึงส่งขุนรัตนากรมาปกครองเมืองนครฯ จากนั้นมาฝ่ายอยุธยาจึงส่งผู้ปกครองนครศรีธรรมราชโดยตรง โดยมีอำนาจเป็นเพียงข้าหลวงเท่านั้น ในพ.ศ. 1950 สมเด็จพระราเมศวรทรงกวาดต้อนชาวไทยวนจากเมืองเชียงใหม่มาไว้ที่เมืองนครศรีธรรมราช

ในพ.ศ. 1998 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงบัญญัติพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือน นาทหารหัวเมือง ระบุตำแหน่ง “เจ้าพญาศรีธรรมาโศกราช ชาติเดโชไชยมไหสุริยาธิบดี อภัยพีรีปรากรมพาหุ” ศักดินาหนึ่งหมื่น เป็นผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช เมืองนครศรีธรรมราชมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นเอกหรือเมืองเจ้าพระยามหานคร มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่ระดับเจ้าพระยาเป็นเจ้าเมือง นครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลางอำนาจการปกครองของอยุธยาในภาคใต้ เมื่อชาวโปรตุเกสเข้ามาจึงมีการปรับปรุงซ่อมแซมกำแพงเมืองนครศรีธรรมราชเป็นกำแพงแบบก่ออิฐ[8] ในรัชสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประมาณพ.ศ. 2144 ทัพเรือจากเมืองอุยงคตนะ (Ujong Tanah) หรือรัฐสุลต่านยะโฮร์ (Johor Sultanate รัฐยะโฮร์ในปัจจุบัน) ยกทัพเรือนำโดยลักษมณา (Laksamana) เข้าโจมตีเมืองนครศรีธรรมราช[9] พระยารามราชท้ายน้ำเจ้าเมืองนครฯป้องกันเมืองจากทัพเรือมลายูไม่สำเร็จ ทัพมลายูเข้าปล้นเมืองนครฯแล้วกลับไปพระยารามราชท้ายน้ำเสียชีวิตในที่รบ

ในรัชสมัยสมเด็จพระอาทิตยวงศ์ออกญากลาโหมสุริยวงศ์กุมอำนาจและส่งออกญาเสนาภิมุขยามาดะ นางามาซะ (ญี่ปุ่น: 山田長政 Yamada Nagamasa) ขุนนางชาวญี่ปุ่นมาเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อออกญากลาโหมสุริยวงศ์ทำการยึดอำนาจและปราบดาภิเษกขึ้นเป็นสมเด็จพระเจ้าปราสาททองในพ.ศ. 2172 รายาอูงูแห่งรัฐปัตตานีและสุลต่านสุลัยมานแห่งสงขลาก่อการกบฎแข็งเมืองต่ออยุธยาในพ.ศ. 2173 พระเจ้าปราสาททองมีพระราชโองการให้ยามาดะ นางามาซะ ยกทัพเมืองนครศรีธรรมราชเข้าปราบกบฎของปัตตานีและสงขลาแต่ไม่สำเร็จ[10][11] ยามาดะ นางามาซะถูกวางยาพิษที่เมืองนครฯโดยพระราชโองการของพระเจ้าปราสาททองจนเสียชีวิต นายโอนินบุตรชายของนางามาซะขึ้นเป็นเจ้าเมืองนครฯต่อมาแต่ชาวเมืองนครฯลุกฮือขึ้นขับไล่นายโอนินและกลุ่มทหารญี่ปุ่นออกไปจากเมืองนครฯ ฮอลันดาเข้ามาตั้งสถานีการค้าในเมืองนครฯ[12] ในพ.ศ.2190 ยอดเจดีย์พระธาตุเมืองนครศรีธรรมราชหักโค่นลงมา พระเจ้าปราสาททองทรงให้มีการบูรณะสร้างยอดเจดีย์พระธาตุขึ้นใหม่

 
กำแพงเมืองนครศรีธรรมราชที่เห็นในปัจจุบันเกิดจากการบูรณะในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชโดยมงซิเออร์เดอลามาร์ (Monsieur de la Mare) วิศวกรชาวฝรั่งเศส

ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีการบูรณะปรับปรุงกำแพงเมืองนครศรีธรรมราชโดยมงซิเออร์เดอลามาร์ (Monsieur de la Mare) วิศวกรชาวฝรั่งเศส[13]จนมีลักษณะอย่างที่เห็นในปัจจุบัน หลังการประหารเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชจากเหตุการณ์ของศรีปราชญ์ นครศรีธรรมราชมีเจ้าเมืองคือพระยารามเดโช (ชู) ซึ่งมีเชื้อสายแขก เมื่อสมเด็จพระเพทราชาปราบดาภิเษกยึดอำนาจจากสมเด็จพระนารายณ์ฯในพ.ศ. 2231 พระยารามเดโช (ชู) เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชไม่เข้าไปถือน้ำพิพัฒนสัตยาที่อยุธยา ในพ.ศ. 2235 สมเด็จพระเพทราชาทรงให้พระยาสุรสงครามเป็นแม่ทัพและพระยาราชบังสัน (หะซัน) เป็นแม่ทัพเรือ ยกทัพมาทั้งทางบกและทะเลเพื่อปราบกบฏเมืองนครฯ ทัพของพระเพทราชาใช้เวลาล้อมเมืองนครศรีธรรมราชอยู่นานถึงสามปี[11]จึงสามารถเข้ายึดเมืองได้ พระเพทราชาทรงลดอำนาจเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชโดยยกหัวเมืองปักษ์ใต้ทั้งหมดขึ้นต่อสมุหนายก ในพ.ศ. 2275 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศทรงยกหัวเมืองภาคใต้ให้ขึ้นต่อเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ (อู่) ว่าที่พระคลังโกษาธิบดี จนกระทั่งมีการแต่งตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชขึ้นอีกครั้งในพ.ศ. 2285[14] ในรัชกาลสมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์พระยาราชสุภาวดีเป็นเจ้าเมืองนครฯ หลวงสิทธินายเวร (หนู) เป็นปลัดเมือง ต่อมาพระยาราชสุภาวดีความผิดถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าเมือง ปลัดเมืองหรือ "พระปลัดหนู" จึงรักษาการณ์เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชแทน

เมื่อเสียกรุงศรีอยุธยา (อาณาจักรอยุธยา) ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 ตำแหน่งเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ว่างอยู่ หลวงสิทธิ นายเวรมหาดเล็ก (หนู) ซึ่งออกไปรับราชการ ตำแหน่งปลัดเมือง เป็นผู้รักษาราชการเมืองนครศรีธรรมราช ครั้นทราบว่ากรุงศรีอยุธยาเสียกรุง แก่พม่า ไม่มีเจ้านายปกครองประเทศ หลวงสิทธิ จึงตั้งตัวเป็นเจ้าผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช เป็นอิสระอยู่ก๊กหนึ่ง

สมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์แก้ไข

ในปี พ.ศ. 2312 พระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ยาตรากองทัพไปปราบ และ จับตัวเจ้านคร (หนู) ได้ และมีพระราชดำริว่า เจ้านครมิได้มีใจกบฏคิดร้ายต่อประเทศ แต่ตั้งตัวขึ้นเนื่องจากบ้านเมืองเป็นจลาจล จึงโปรดเกล้าฯ ให้มารับราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี หรือ อาณาจักรธนบุรี และให้ เจ้านราสุริยวงศ์หลานเธอ ออกไปครองเมืองนครศรีธรรมราช

ต่อมาเจ้านราสุริยวงศ์ ถึงแก่พิราลัย พระเจ้ากรุงธนบุรี มีพระราชดำริว่า เจ้านคร (หนู) ได้เข้ามารับราชการ มีความจงรักภักดี และได้ถวายธิดาทำราชการ มีราชบุตร (คือพระพงษ์นรินทรและพระอินทร์อภัย) เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้านครออกไปครองเมืองนครศรีธรรมราช และสถาปนาขึ้นเป็น พระเจ้านครศรีธรรมราช เจ้าขันธสีมา (หนู) เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 11 ขึ้น 3 ค่ำ จุลศักราช 1138 (พ.ศ. 2319) ปีวอกอัฐศก

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ 1) มีพระราชดำริว่า พระเจ้านครศรีธรรมราช มีความชราทุพพลภาพ ไม่สามารถปกครองบ้านเมืองได้ จึงโปรดให้ออกจากตำแหน่ง กลับเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และโปรดให้เจ้าอุปราช (พัฒน์) บุตรเขยเจ้านคร ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันอังคาร เดือน 8 แรม 11 ค่ำ จุลศักราช 1146 (พ.ศ. 2327) ปีมะโรงศก แต่โปรดให้มียศเพียงเจ้าพระยาตามประเพณีแต่เดิม เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เมืองนครศรีธรรมราช จึงเป็นเมืองที่เคยมีกษัตริย์ปกครอง และมีฐานะเป็นประเทศราช 8 ปี

มีเกร็ดย่อย คือ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) รับราชการ จนถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) มีความชราภาพ จึงทรงยกขึ้นเป็น เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี ตำแหน่งกิตติมศักดิ์ และทรงตั้ง พระบริรักษ์ภูเบศร์ (น้อย) บุตรเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย)คนใหม่

แต่มีเรื่องปรากฏหลักฐานในสมัยนั้นว่า เจ้าพระยานคร (น้อย) นี้ที่จริงเป็นราชบุตรลับ ของพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เนื่องจากเมื่อครั้งเจ้านคร (หนู) ทำราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี และถวายธิดาทำราชการฝ่ายในแก่พระเจ้ากรุงธนบุรี และมีน้องสาว (ปราง) มาอยู่ด้วยในวังคนหนึ่ง ความปรากฏตามพงศาวดารว่า เจ้าพระยาพิชัยราชา เจ้าเมืองสวรรคโลกให้ไปขอ เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงทราบ ก็ทรงพระพิโรธ ว่าเจ้าพระยาพิชัยราชาบังอาจ จะเป็นคู่เขยของพระองค์ ให้เอาไปประหารเสีย ต่อมาวงศ์ญาติเจ้านคร จึงนำธิดา (ปราง) คนนี้ ถวายพระเจ้ากรุงธนบุรี เสีย ต่อมาเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เมื่อครั้งยังเป็นอุปราชเมืองนครศรีธรรมราชอยู่ ภริยาซึ่งเป็นบุตรเจ้านคร (หนู) เสียชีวิต เจ้าพระยานคร (พัฒน์) ทำความชอบได้เข้าเฝ้าครั้งหนึ่ง พระเจ้ากรุงธนบุรีเห็นว่าภริยาเสียชีวิต ก็สงสารจึงจะพระราชทานธิดาเจ้านคร (หนู) ให้ใหม่ และให้นำตัวธิดาคนเล็กเจ้านคร (หนู) ไปพระราชทาน แต่นางในกระซิบว่า ดูเหมือนว่านางจะขาดระดูอยู่ แต่พระเจ้ากรุงธน ตรัสว่า "ได้ออกปากให้เขาแล้ว ก็พาไปเถอะ" เมื่อท้าวนาง พาธิดาเจ้านครไปส่งนั้น เจ้าอุปราช (พัฒน์) ก็ทราบความลับนั้น มีความยำเกรงพระบารมี ก็ต้องรับไว้เป็นท่านผู้หญิงกิตติมศักดิ์ อยู่ตลอดอายุ และนางนั้นก็มีบุตรกับเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เพียงคนเดียว คือ เจ้าพระยานคร (ปริก)

หน่วยการปกครองแก้ไข

การปกครองส่วนภูมิภาคแก้ไข

 
ต้นแซะ ที่หน้าศาลากลางนครศรีธรรมราช

การปกครองแบ่งออกเป็น 23 อำเภอ 165 ตำบล 1,428 หมู่บ้าน

  1. อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
  2. อำเภอพรหมคีรี
  3. อำเภอลานสกา
  4. อำเภอฉวาง
  5. อำเภอพิปูน
  6. อำเภอเชียรใหญ่
  7. อำเภอชะอวด
  8. อำเภอท่าศาลา
  9. อำเภอทุ่งสง
  10. อำเภอนาบอน
  11. อำเภอทุ่งใหญ่
  12. อำเภอปากพนัง
  1. อำเภอร่อนพิบูลย์
  2. อำเภอสิชล
  3. อำเภอขนอม
  4. อำเภอหัวไทร
  5. อำเภอบางขัน
  6. อำเภอถ้ำพรรณรา
  7. อำเภอจุฬาภรณ์
  8. อำเภอพระพรหม
  9. อำเภอนบพิตำ
  10. อำเภอช้างกลาง
  11. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
  

การปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไข

แบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 เทศบาลนคร 3 เทศบาลเมือง 50 เทศบาลตำบล และ 130 องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้

  1. เทศบาลนครนครศรีธรรมราช
  2. เทศบาลเมืองทุ่งสง
  3. เทศบาลเมืองปากพนัง
  4. เทศบาลเมืองปากพูน
  5. เทศบาลตำบลกะทูน
  6. เทศบาลตำบลกะปาง
  7. เทศบาลตำบลการะเกด
  8. เทศบาลตำบลเกาะทวด
  9. เทศบาลตำบลเกาะเพชร
  1. เทศบาลตำบลขนอม
  2. เทศบาลตำบลขุนทะเล
  3. เทศบาลตำบลเขาชุมทอง
  4. เทศบาลตำบลเขาพระ
  5. เทศบาลตำบลควนกลาง
  6. เทศบาลตำบลจันดี
  7. เทศบาลตำบลฉวาง
  8. เทศบาลตำบลชะมาย
  9. เทศบาลตำบลชะเมา
  1. เทศบาลตำบลชะอวด
  2. เทศบาลตำบลเชียรใหญ่
  3. เทศบาลตำบลดอนตรอ
  4. เทศบาลตำบลถ้ำใหญ่
  5. เทศบาลตำบลท้องเนียน
  6. เทศบาลตำบลทอนหงส์
  7. เทศบาลตำบลทางพูน
  8. เทศบาลตำบลท่างิ้ว
  9. เทศบาลตำบลท่าประจะ
  1. เทศบาลตำบลท่าแพ
  2. เทศบาลตำบลท่ายาง
  3. เทศบาลตำบลท่าศาลา
  4. เทศบาลตำบลที่วัง
  5. เทศบาลตำบลทุ่งสัง
  6. เทศบาลตำบลทุ่งใส
  7. เทศบาลตำบลนาบอน
  8. เทศบาลตำบลนาสาร
  9. เทศบาลตำบลนาเหรง
  1. เทศบาลตำบลบางจาก
  2. เทศบาลตำบลบางพระ
  3. เทศบาลตำบลปากนคร
  4. เทศบาลตำบลปากน้ำฉวาง
  5. เทศบาลตำบลพรหมคีรี
  6. เทศบาลตำบลพรหมโลก
  7. เทศบาลตำบลพิปูน
  8. เทศบาลตำบลโพธิ์เสด็จ
  9. เทศบาลตำบลไม้เรียง
  1. เทศบาลตำบลร่อนพิบูลย์
  2. เทศบาลตำบลลานสกา
  3. เทศบาลตำบลสวนขัน
  4. เทศบาลตำบลสิชล
  5. เทศบาลตำบลหน้าสตน
  6. เทศบาลตำบลหลักช้าง
  7. เทศบาลตำบลหัวไทร
  8. เทศบาลตำบลหินตก
  9. เทศบาลตำบลอ่าวขนอม

เจ้าเมืองนครและผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชแก้ไข

เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชแก้ไข

ลำดับ รายนาม[15] เริ่มต้น สิ้นสุด
1 พระเจ้านครศรีธรรมราช (หนู) 2319 2325
2 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (พัฒน์ ณ นคร) 2325 2357
3 เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย ณ นคร) 2357 2381
4 เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง ณ นคร) 2384 2410
5 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีศรีธรรมราช (หนูพร้อม ณ นคร) 2410 2440

สมุหเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราชแก้ไข

ลำดับ รายนาม เริ่มต้น สิ้นสุด
1 พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้น สุขุม) 2439 2449
2 พระยาศรีธรรมราช (เจริญ จารุจินดา) 2449 2453
3 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ 2453 2468
4 พระยาสุรินทราชา (นกยูง วิเศษกุล) 2468 2469
5 พระยาศรีธรรมราช (ทองคำ กาญจนโชติ) 2469 2476

รายนามผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชแก้ไข

ลำดับ รายนาม[16] ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง ลำดับ รายนาม ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง
1 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรีศรีธรรมราช
(หนูพร้อม ณ นคร)
พ.ศ. 2440 – พ.ศ. 2447 2 พระยาสุนทราทรธุรกิจปรีชา
(หมี ณ ถลาง)
พ.ศ. 2447 – พ.ศ. 2449
3 พระยาตรังภูษาภิบาล
(ถนอม บุณยเกตุ)
พ.ศ. 2449 – พ.ศ. 2452 4 พระยาศิริธรรมบริรักษ์
(เย็น สุวรรณปัทมะ)
พ.ศ. 2452 – พ.ศ. 2455
5 พระยาประชากิจกรจักร์
(ฟัด มหาเปารยะ)
พ.ศ. 2455 – พ.ศ. 2462 6 พระยารัษฎานุประดิษฐ์
(สินธุ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา)
พ.ศ. 2462 – พ.ศ. 2474
7 พระยาสุรพลนิพิธ
(เป้า สุมนดิษฐ์)
พ.ศ. 2474 – พ.ศ. 2475 8 พระยาบุรีสราธิการ
(โจ้ กนิษฐารัตน์)
พ.ศ. 2475 – พ.ศ. 2476
9 พระอรรถานิพนธ์ปรีชา
(ประเสริฐ อรรถนิพนธ์ปรีชา)
พ.ศ. 2476 – พ.ศ. 2477 10 พระยาสุราษฎร์ธานีศรีเกษตรนิคม
(เต่า ศตะกูรมะ)
พ.ศ. 2477 – พ.ศ. 2481
11 เรือเอก พระสาครบุรานุรักษ์ราชนาวี
(ปริก สุวรรณนนท์)
พ.ศ. 2481 – พ.ศ. 2484 12 เรืออากาศเอก หลวงวุฒิราษฎร์รักษา
(วุฒิ ศรสงคราม วุฒิราษฎร์รักษา)
พ.ศ. 2484 – พ.ศ. 2486
13 ขุนภักดีดำรงฤทธิ์
(ภักดี ดำรงฤทธิ์)
พ.ศ. 2486 – พ.ศ. 2489 14 ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์
(สมวงศ์ วัฏฏสิงห์)
พ.ศ. 2489 – พ.ศ. 2489
15 นายแม้น ออนจันทร์ พ.ศ. 2489 – พ.ศ. 2493 16 ขุนอารีราชการัณย์
(ชิต สุมนดิษฐ์)
พ.ศ. 2493 – พ.ศ. 2494
17 ขุนไมตรีประชารักษ์
(ไมตรี พิจิตรนรการ)
พ.ศ. 2494 – พ.ศ. 2495 18 ขุนพิเศษนครกิจ
(ชุบ กลิ่นสุคนธ์)
พ.ศ. 2495 – พ.ศ. 2497
19 ขุนจรรยาวิเศษ
(เที่ยง บุญยนิตย์)
พ.ศ. 2497 – พ.ศ. 2500 20 นายมงคล สุภาพงษ์ พ.ศ. 2500 – พ.ศ. 2501
21 นายจันทร์ สมบูรณ์กุล พ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2503 22 นายสันต์ เอกมหาชัย พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2512
23 นายพันธ์ ลายตระกูล พ.ศ. 2512 – พ.ศ. 2514 24 นายคล้าย จิตพิทักษ์ พ.ศ. 2515 – พ.ศ. 2518
25 นายเวียง สาครสินธุ์ พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2518 26 นายศุภโยค พานิชวิทย์ พ.ศ. 2518 – พ.ศ. 2519
27 นายเสน่ห์ วัฑฒนาธร พ.ศ. 2519 – พ.ศ. 2521 28 นายธานี โรจรนาลักษณ์ พ.ศ. 2521 – พ.ศ. 2525
29 นายเอนก สิทธิประศาสน์ พ.ศ. 2525 – พ.ศ. 2529 30 เรือตรีสุกรี รักษ์ศรีทอง พ.ศ. 2529 – พ.ศ. 2530
31 นายนิพนธ์ บุญญภัทโร พ.ศ. 2530 – พ.ศ. 2532 32 พันโทกมล ประจวบเหมาะ พ.ศ. 2532 – พ.ศ. 2533
33 ร้อยตรีณรงค์ แสงสุริยงค์ พ.ศ. 2533 – พ.ศ. 2534 34 ร้อยตรีกิตติ ประทุมแก้ว พ.ศ. 2534 – พ.ศ. 2535
35 นายวิสุทธิ์ สิงห์ขจรวรกุล พ.ศ. 2535 – พ.ศ. 2536 36 นายสุชาญ พงษ์เหนือ พ.ศ. 2536 – พ.ศ. 2537
37 นายบัญญัติ จันทน์เสนะ พ.ศ. 2537 – พ.ศ. 2538 38 นายประกิต เทพชนะ พ.ศ. 2538 – พ.ศ. 2540
39 นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ พ.ศ. 2540 – พ.ศ. 2541 40 นายสวัสดิ์ กฤตรัชตนันต์ พ.ศ. 2541 – พ.ศ. 2544
41 นายสวัสดิ์ แกล้วทนงค์ พ.ศ. 2544 – พ.ศ. 2547 42 นายวิชม ทองสงค์ พ.ศ. 2547 – พ.ศ. 2551
43 นายภาณุ อุทัยรัตน์ พ.ศ. 2551 – พ.ศ. 2552 44 นายธีระ มินทราศักดิ์ พ.ศ. 2552 – พ.ศ. 2554
45 นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ พ.ศ. 2554 – พ.ศ. 2556 46 นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ พ.ศ. 2556 – พ.ศ. 2557
47 นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า พ.ศ. 2557 – พ.ศ. 2559 48 นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา พ.ศ. 2559 – พ.ศ. 2562
49 นายศิริพัฒ พัฒกุล พ.ศ. 2562 – ปัจจุบัน -

เศรษฐกิจแก้ไข

เศรษฐกิจโดยทั่วไป ของจังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นอยู่กับภาคเกษตร อาชีพหลัก คือ ทำสวนยางพารา ทำสวนปาล์มน้ำมัน ทำนา ทำไร่ การปลูกผลไม้(สวนสมรม) ทำสวนมะพร้าว การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และการเลี้ยงสัตว์ พัฒนาจากการสำรวจ จ้า

พบว่า ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี เท่ากับ 105,598 บาท ซึ่งเป็นอันดับที่ 10 ของภาคใต้ และอันดับที่ 34 ของประเทศ

ประชากรศาสตร์แก้ไข

      หมายถึงจำนวนประชากรได้เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
      หมายถึงจำนวนประชากรได้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
อำเภอ/ปี พื้นที่
(ตร.กม.)
2561
(คน)
2560
(คน)
2559
(คน)
2558
(คน)
2557
(คน)
2556
(คน)
2555
(คน)
2554
(คน)
2553
(คน)
2552
(คน)
2551
(คน)
เมืองนครศรีธรรมราช 617.40 272,502 271,848 271,330 271,126 270,099 268,900 268,010 267,148 267,440 266,613 267,232
ทุ่งสง 802.97 161,685 161,356 160,724 159,924 159,174 156,991 155,786 154,042 152,808 151,563 151,122
ท่าศาลา 363.89 116,307 113,397 113,067 112,565 111,879 111,295 110,327 109,418 108,834 108,170 108,006
ปากพนัง 422.50 98,857 99,301 99,562 99,969 100,318 100,957 101,533 101,877 102,607 103,268 104,011
สิชล 703.10 88,953 88,884 88,611 88,283 87,802 87,472 87,063 86,383 86,231 85,791 85,299
ชะอวด 833.00 86,474 86,664 86,507 86,558 86,466 86,319 85,968 85,602 85,403 85,067 84,851
ร่อนพิบูลย์ 335.50 82,330 82,255 82,031 81,976 81,810 81,675 81,330 80,990 81,116 81,110 80,893
ทุ่งใหญ่ 603.28 74,667 74,691 74,317 73,994 73,662 73,201 72,605 71,638 71,121 70,386 69,739
ฉวาง 528.20 67,083 67,160 67,293 67,425 67,380 67,332 67,021 66,726 66,491 66,286 66,179
หัวไทร 417.73 66,189 66,486 66,503 66,679 66,787 66,863 66,912 66,877 67,055 67,243 67,434
บางขัน 601.70 47,345 47,221 46,914 46,752 46,474 46,126 45,487 44,829 44,182 43,467 42,990
พระพรหม 148.00 44,197 43,906 43,588 43,391 43,096 42,821 42,499 42,099 41,787 41,638 41,516
เชียรใหญ่ 232.70 43,152 43,318 43,457 43,500 43,533 43,598 43,584 43,542 43,571 43,657 43,890
ลานสกา 342.90 40,910 40,952 40,900 40,875 40,783 40,560 40,406 40,223 40,291 40,209 40,162
พรหมคีรี 321.50 37,437 37,530 37,513 37,461 37,363 37,072 36,906 36,492 36,435 36,227 36,092
นบพิตำ 720.15 33,543 33,551 33,320 33,183 32,882 32,605 32,219 31,849 31,488 31,125 30,785
จุฬาภรณ์ 192.50 31,733 31,743 31,584 31,481 31,441 31,337 31,151 30,968 30,935 30,816 30,720
เฉลิมพระเกียรติ 124.10 31,562 31,597 31,572 31,549 31,564 31,502 31,551 31,625 31,919 31,854 31,986
ขนอม 433.90 30,422 30,446 30,393 30,234 30,022 29,792 29,561 29,342 29,026 28,763 28,397
ช้างกลาง 232.50 29,908 29,900 29,909 30,081 30,064 30,036 30,049 29,928 29,949 29,914 29,833
พิปูน 363.80 29,122 29,216 29,226 29,269 29,307 29,330 29,243 29,038 28,781 28,630 28,486
นาบอน 192.89 26,778 26,814 26,934 27,077 27,001 27,018 26,897 26,845 26,686 26,504 26,489
ถ้ำพรรณรา 169.10 19,277 19,246 19,177 19,178 19,121 19,041 18,810 18,590 18,405 18,270 18,051
รวมทั้งจังหวัด 9,942.502 1,560,433 1,557,482 1,554,432 1,552,530 1,548,028 1,541,843 1,534,887 1,526,071 1,522,561 1,516,499 1,513,163
  • อ้างอิง: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย[17]

ศาสนาแก้ไข

ชาวนครศรีธรรมราช ส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธ ประมาณ 92.08% รองลงมา คือ ศาสนาอิสลาม ประมาณ 7.03% ศาสนาคริสต์ ประมาณ 0.89% นอกจากนั้นเป็นศาสนาอื่น ๆ (ข้อมูลประชากร 1,516,499 คน ปี พ.ศ. 2552)

การคมนาคมแก้ไข

 
สถานีขนส่งผู้โดยสาร จังหวัดนครศรีธรรมราช
 
สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช
 
ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช

ในตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีรถสองแถว วิ่งบริการรอบเมือง และจากนครศรีธรรมราชไปสู่อำเภอใกล้เคียง หรือจังหวัดข้างเคียง สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งมีรถตู้ รถเมล์ รถโดยสาร และรถไฟ

ทางรถไฟแก้ไข

  • รถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพ มีขบวนรถเร็วขบวนที่173/174 , รถด่วนขบวนที่85/86 ไปนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 832 กิโลเมตร

และ ยังมีขบวนรถท้องถิ่นที่451/452 นครศรีธรรมราช-สุไหงโกลก-นครศรีธรรมราช และ ขบวนรถท้องถิ่นที่455/456 นครศรีธรรมราช-ยะลา-นครศรีธรรมราช

ทางรถโดยสารประจำทางแก้ไข

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการรถโดยสารทั้งแบบธรรมดา และปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ถนนบรมราชชนนี), อำเภอขนอม มีรถ วีไอพี ปรับอากาศ ชั้น 1 ขนอม-กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ-ขนอม

ทางรถยนต์ส่วนบุคคลแก้ไข

การเดินทางจากกรุงเทพ มายัง นครศรีธรรมราช ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 กรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร แล้วใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ผ่านสุราษฎร์ธานี-ทุ่งสง จนถึงนครศรีธรรมราช หรือ ถึงอำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี แล้วใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 เลียบชายฝั่งทะเล ไปจนถึงนครศรีธรรมราช รวมระยะทาง 780 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางยังอำเภออื่น ๆ หรือจังหวัดใกล้เคียงได้อีกด้วย

ทางอากาศยานแก้ไข

ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช มีเที่ยวบินให้บริการ 12 เที่ยวบินต่อวัน โดยมี 3 สายการบินคือ นกแอร์ ไทยแอร์เอเชียและ ไทยไลอ้อนแอร์ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช

บริการรถยนต์ส่วนบุคคลให้เช่าแก้ไข

อัตราค่าบริการมาตรฐานอยู่ที่ 1,100 บาทต่อวัน หรือมากกว่าตามขนาดของรถยนต์ สามารถรับและคืนรถได้ที่ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช และตัวเมือง ซึ่งมีหลายเจ้าที่ให้บริการเช่น Drivemate, นครแท็กซี่


กีฬาแก้ไข

เมืองพี่เมืองน้องแก้ไข

เมือง วันลงนาม หมายเหตุ
  เมืองกุ้ยกั่ง ประเทศจีน 9 กันยายน 2559 หนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อเป็นเมืองพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชและเมืองกุ้ยก่าง
  จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย 17 มีนาคม 2560 บันทึกความร่วมมือการพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะระหว่างจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดนครศรีธรรมราช
  จังหวัดนครพนม ประเทศไทย 16 มิถุนายน 2560 บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดนครพนม
  เมืองผิงเสียง ประเทศจีน 1 มิถุนายน 2561 บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสถาปนาบ้านพี่เมืองน้องระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราชและเมืองผิงเสียง

อ้างอิงแก้ไข

  1. สารนครศรีธรรมราช : นามของนครศรีธรรมราชในประวัติศาสตร์
  2. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  3. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2560. สืบค้น 24 มีนาคม 2561.
  4. https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/323
  5. https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/507
  6. https://www.nakhononline.com/1812/
  7. http://www.tungsong.com/NakhonSri/tamnan_nakhon/5.pdf
  8. https://www.paiduaykan.com/76_province/south/nakhonsithammarat/kampang.html
  9. https://www.gotoknow.org/posts/463016
  10. http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong/2010/09/28/entry-3
  11. 11.0 11.1 https://sites.google.com/site/phatthalungbourdelun/hmuban-beycrngkh/cea-meuxng-phathlung-laea-muslim-ni-phra-rachwngs
  12. https://www.ayutthaya-history.com/Settlements_Dutch.html
  13. ประภัสสร์ ชูวิเชียร, ดร. พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช มหาสถูปแห่งคาบสมุทรภาคใต้. กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์เมืองโบราณ, ตุลาคม ๒๕๕๓.
  14. เรื่องตั้งเจ้าพระยานครศรีธรรมราชครั้งกรุงเก่า. ประชุมพงศาวดาร.
  15. http://www.xn--42c3as5b.com/16392809/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%91-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A-%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B9
  16. ทำเนียบผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จากเว็บไซต์จังหวัดนครศรีธรรมราช
  17. สถิติประชากรในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ดูเพิ่มแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

พิกัดภูมิศาสตร์: 8°24′N 99°58′E / 8.4°N 99.97°E / 8.4; 99.97