สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์

นายพลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 44 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2425 พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในสาขาวิชารัฐศาสตร์ การปกครองและสาขาวิชาประวัติศาสตร์ ทรงเคยดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และอภิรัฐมนตรี ในรัชกาลที่ 7 พระองค์สิ้นพระชนม์วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2475 เป็นพระปัยกา (ทวด) ใน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และทรงเป็นต้นราชสกุลยุคล[1]

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 5 เจ้าฟ้าชั้นโท
กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
Yugala Dighambara.jpg
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
ดำรงตำแหน่งพฤษภาคม พ.ศ. 2469 - เมษายน พ.ศ. 2471
ภรรยาพระชายา
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล
หม่อม
หม่อมราชวงศ์หญิงลดา ยุคล
พระบุตรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดาพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา
ประสูติ17 มีนาคม พ.ศ. 2425
จังหวัดพระนคร ประเทศสยาม
สิ้นพระชนม์8 เมษายน พ.ศ. 2475 (50 ปี)
จังหวัดพระนคร ประเทศสยาม
พระราชทานเพลิง2 มีนาคม พ.ศ. 2475 พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส
ลายพระอภิไธย

พระประวัติแก้ไข

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ มีพระนามเดิมว่าพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ายุคลทิฆัมพร เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ประสูติเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2425 ณ พระตำหนักสวนบัว ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระที่นั่งวิมานเมฆภายในพระราชวังดุสิต

 
เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร และ พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา

พระองค์มีพระโสทรกนิษฐภคินี 3 พระองค์ ซึ่งมีพระนามที่คล้องจองกัน ได้แก่ พระองค์เจ้าชายยุคลฑิฆัมพร พระองค์เจ้าหญิงนภาจรจำรัสศรี พระองค์เจ้าหญิงมาลินีนพดารา และพระองค์เจ้าหญิงนิภานภดล ถึงวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2431 พระองค์และพระขนิษฐาจึงได้รับเลื่อนพระยศเป็นพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า[2]

วันที่ 17 มีนาคม ร.ศ. 110 ได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร จุฬาลงกรณ์ราชรวิวงษ์ อุภัยพงษพิสุทธิ วรุตโมภโตสุชาติ บรมนารถราชกุมาร กรมหมื่นลพบุราดิศร ทรงศักดินา 40,000[3][4]

พระกรณียกิจแก้ไข

ภายหลังจากที่พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในสาขาวิชารัฐศาสตร์ การปกครองและสาขาวิชาประวัติศาสตร์ แล้วทรงเสด็จกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยปลัดทูลฉลอง และเจ้ากรมพลังภังค์ (กรมการปกครอง) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่งสมุหเทศาภิบาล และอุปราชมณฑลปักษ์ใต้[5] ทรงประทับ ณ พระตำหนักเขาน้อย จังหวัดสงขลา และ วังโพธิยายรด จังหวัดนครศรีธรรมราช (ปัจจุบันเป็น โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช) ทรงตั้งกรมเสือป่ามณฑลนครศรีธรรมราช

ในขณะที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาล และสมุหเทศาภิบาล ผู้สำเร็จราชการมณฑลนครศรีธรรมราช ระหว่างปี พ.ศ. 2453 - 2458 และอุปราชมณฑลปักษ์ใต้ ระหว่างปี พ.ศ. 2458 - 2468 พระองค์ทรงเลือกเอาเมืองสงขลาเป็นที่ตั้งที่ว่าการมณฑล โดยการโปรดให้สร้างพระตำหนักเขาน้อยสำหรับเป็นที่ประทับอย่างถาวร ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งทางการปกครองได้พัฒนาด้านการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการศึกษาให้เจริญยิ่งขึ้นอย่างมาก และที่สำคัญพระองค์ทรงช่วยปกป้องแผ่นดินภาคใต้ให้พ้นวิกฤตการจากการคุกคามของอังกฤษ และทรงมีส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้แผ่นดินปักษ์ใต้ทั้งหมดยังคงเป็นผืนแผ่นดินในราชอาณาจักรไทยมาได้ตราบเท่าทุกวัน

 
พระตำหนักเขาน้อย ที่ประทับเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงดำรงตำแหน่งอุปราชมณฑลปักษ์ใต้

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยและอภิรัฐมนตรี

ก่อนสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2475 ทรงดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรี องคมนตรี สมุหมนตรี ราชองครักษ์พิเศษ นายทหารพิเศษกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จ.ป.ร. และนายทหารพิเศษประจำกรมทหารรักษาวัง ว.ป.ร.

 
วังลดาวัลย์

สิ้นพระชนม์แก้ไข

นายพลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ประชวรพระโรคพระหทัย สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2475[6] สิริพระชันษา 50 ปี 22 วัน โดยในวันที่ 9 เมษายน พุทธศักราช 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องเต็มยศทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ จ.ป.ร. ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์สอดสายสะพายจุลจอมเกล้า เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระราชวังดุสิตไปยังวังลดาวัลย์ ประทับบนพระตำหนัก พระราชทานน้ำสรงพระศพ เจ้าพนักงานประโคมกลองชนะ 40 จ่าปี่ 1 จ่ากลอง 1 แตรงอน 8 แตรฝรั่ง 8 สังข์ 1 ตามพระเกียรติยศ พระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าฝ่ายใน และข้าทูลละอองธุลีพระบาทชั้นผู้ใหญ่ถวายน้ำสรงพระศพต่อไป เจ้าพนักงานภูษามาลาทรงเครื่องสุกรรมพระศพเชิญลงสู่พระลองใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสวมพระชฎาพระราชทานแล้ว เจ้าพนักงานเชิญขึ้นประดิษฐานเหนือชั้นแว่นฟ้า 3 ชั้น ภายใต้เบญจปฎลเศวตฉัตรประกอบพระโกศกุดั่นใหญ่ประดับพุ่มยอดและเฟื่อง แวดล้อมด้วยเครื่องสูง 1 สำหรับ ชุมสาย 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 40 รูป มีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เป็นประธานสดับปกรณ์ แล้วถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระธรรมที่พระแท่นพระสวดอภิธรรม แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระสงฆ์สวดพระอภิธรรมทั้งหลางวันกลางคืน รับพระราชทานฉันอาหารภัตต์เช้า 8 รูป เพล 4 รูป มีประโคมกลองชนะ 20 จ่าปี่ 1 จ่ากลอง 1 แตรงอน 4 แตรฝรั่ง 4 สังข์ 1 ประจำยาม และไว้ทุกข์ในพระราชสำนักมีกำหนด 60 วัน

โดยมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พุทธศักราช 2475 ณ พระเมรุ วัดเทพศิรินทราวาส [7][8] ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระโกศทองใหญ่ พร้อมด้วยเครื่องพระราชอิสสริยยศ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส มีนาคม พุทธศักราช 2475 และในวันที่ 2 มีนาคม พุทธศักราช 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาส

พระอนุสรณ์แก้ไข

จากคุณงามความดีของพระองค์นานัปการ จังหวัดสงขลามีความตระหนักเป็นอย่างยิ่งในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ ผู้ทรงวางแผนการปกครองบ้านเมืองในปักษ์ใต้ จึงได้พร้อมใจกันดำเนินการจัดสร้าง พระอนุสาวรีย์พลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ประดิษฐานไว้บนยอดเขาน้อย โดยกำหนดวางศิลาฤกษ์เมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2535 เวลา 09.29 น. เมื่อการสร้างพระอนุสาวรรีย์พระรูปของพระองค์ท่านได้แล้วเสร็จ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะยังดำรงพระยศเป็นสยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดพระอนุสาวรีย์ ในวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2538 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันประสูติของพระองค์ท่าน คล้ายกับว่าพระองอค์ทรงเสด็จกลับมาประทับอยู่กับชาวสงขลา และชาวปักษ์ใต้ ตลอดไป[9]

ข้าราชการและประชาชนได้มีการจัดพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระอนุสาวรีย์ พลเอกสมเด็จฯ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ ในวันที่ 8 เมษายน ของทุกปี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและพระกรุณาธิคุณของพระองค์ที่มีต่อประเทศชาติและชาวปักษ์ใต้

พระโอรส-พระธิดาแก้ไข

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ทรงเป็นต้นราชสกุลยุคล โดยทรงเสกสมรสกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล พระธิดาในสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช กับ หม่อมแม้น ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา มีพระโอรส คือ

นอกจากนี้ยังทรงมีหม่อมอีกคนหนึ่งคือ หม่อมราชวงศ์หญิงลดา ธิดาในหม่อมเจ้าสง่างาม สุประดิษฐ์ แต่ไม่มีพระโอรสหรือพระธิดา

พระเกียรติยศแก้ไข

ธรรมเนียมพระยศของ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
 
ธงประจำพระอิสริยยศ
 
ตราประจำพระองค์
การทูลใต้ฝ่าพระบาท
การแทนตนข้าพระพุทธเจ้า
การขานรับพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ

พระอิสริยยศแก้ไข

  • พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ายุคลทิฆัมพร (17 มีนาคม พ.ศ. 2425 - พ.ศ. 2431)
  • พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร (พ.ศ. 2431 - 17 มีนาคม พ.ศ. 2434)[2]
  • สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหมื่นลพบุราดิศร (17 มีนาคม พ.ศ. 2434 - 2 ธันวาคม พ.ศ. 2449)[3]
  • สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมขุนลพบุรีราเมศวร์ (2 ธันวาคม พ.ศ. 2449 - 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)[10]
  • สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมขุนลพบุรีราเมศวร์ (23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 - 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468)
  • สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมขุนลพบุรีราเมศวร์ (26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2469)
  • สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ (15 มีนาคม พ.ศ. 2469 - 8 เมษายน พ.ศ. 2475)[11]

ภายหลังการสิ้นพระชนม์

  • สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ (10 กรกฎาคม พ.ศ. 2478)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลต่าง ๆ ดังต่อไปนี้[6]

พระยศแก้ไข

นายพลเอก
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร
กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
รับใช้กองทัพบกสยาม
ชั้นยศ  พลเอก

พระยศทหารแก้ไข

  • นายพลเอก[25]

พระยศพลเรือนแก้ไข

  • มหาอำมาตย์เอก
  • มหาอำมาตย์โท[26]

พระยศเสือป่าแก้ไข

  • นายพลเสือป่า[27]
  • นายกองเอก
  • นายกองโท[28]

พงศาวลีแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. ราชสกุลยุคลเป็นราชสกุลที่สืบเนื่องจากกรมหลวงลพบุรี
  2. 2.0 2.1 "ประกาศเลื่อนพระนามพระอัครชายาเธอและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 5 (8): 61. 25 มิถุนายน จ.ศ. 1250. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  3. 3.0 3.1 "ประกาศการรับพระสุพรรณบัตรเฉลิมพระนาม" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 8 (51): 457–458. 20 มีนาคม ร.ศ. 110. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  4. "พระบรมราชโองการ ประกาศ การสมโภชในงานรับพระสุพรรณบัตร" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 8 (39): 349–352. 27 ธันวาคม ร.ศ. 110. สืบค้นเมื่อ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  5. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2459/A/1.PDF
  6. 6.0 6.1 "ข่าวสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 49 (ตอน 0 ง): หน้า 185. 17 เมษายน พ.ศ. 2475. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  7. ราชกิจจานุเบกษา,หมายกำหนดการ ที่ ๑๐/๒๔๗๕ พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาสเล่ม 49, ตอน ๐ ง, 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2475, หน้า 4056
  8. ราชกิจจานุเบกษา,หมายกำหนดการ พระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงลพบุรีราเมศร์ ณ พระเมรุวัดเทพศิรินทราวาสเล่ม 49, ตอน ๐ ง, 5 มีนาคม พ.ศ. 2475, หน้า 4182
  9. http://dc.oas.psu.ac.th/dcms/files/01960/ch4_24.pdf
  10. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เฉลิมพระสุพรรณบัตรเลื่อนกรม สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร ซึ่งดำรงพระยศเป็นเจ้าฟ้ากรมหมื่น และทรงตั้งพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร เป็นกรมหมื่น, เล่ม 23, ตอน 36, 2 ธันวาคม พ.ศ. 2449, หน้า 922
  11. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ สถาปนาพระอิสริยศเฉลิมพระอภิไธยและเลื่อนกรมพระราชวงศ์, เล่ม 42, ตอน 0 ก, 21 มีนาคม พ.ศ. 2468, หน้า 372
  12. "กำหนดการรับพระสุพรรณบัตรเฉลิมพระนาม" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 8 (ตอน 48): หน้า 434. 28 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 110. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  13. "พระราชพิธีมงคลการโสกันต์ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 11 (ตอน 50): หน้า 458. 10 มีนาคม ร.ศ. 113. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  14. "พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายหน้าและฝ่ายใน" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 17 (ตอน 35): หน้า 501. 25 พฤศจิกายน ร.ศ. 119. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  15. "พระราชทานตรารัตนวราภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 32 (ตอน 0 ง): หน้า 726. 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2458. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  16. "พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญ" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 46 (ตอน 0 ง): หน้า 3112. 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  17. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2449/027/679_1.PDF
  18. "พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 10 (ตอน 37): หน้า 405. 10 ธันวาคม ร.ศ. 112. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  19. "ประกาศพระราชทานฐานันดร เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 35 (ตอน 0 ง): หน้า 2187. 2 ธันวาคม พ.ศ. 2461. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  20. "พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 23 (ตอน 28): หน้า 716. 7 ตุลาคม ร.ศ. 125. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  21. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 25 (ตอน 36): หน้า 1040. 6 ธันวาคม ร.ศ. 127. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  22. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลปัจจุบันฝ่ายหน้า" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 25 (ตอน 35): หน้า 1012. 29 พฤศจิกายน ร.ศ. 127. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  23. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 27 (ตอน 0 ง): หน้า 2409. 11 มกราคม ร.ศ. 129. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  24. "พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายหน้า" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 43 (ตอน 0 ง): หน้า 3120. 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2469. สืบค้นเมื่อ 16 มีนาคม พ.ศ. 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  25. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2469/D/833.PDF
  26. ประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานยศ แก่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย
  27. พระราชทานยศเสือป่า (หน้า 1525)
  28. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2455/D/907_1.PDF
ก่อนหน้า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ถัดไป
เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)    
เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย
(พฤษภาคม พ.ศ. 2469 - เมษายน พ.ศ. 2471)
  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต