พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร

พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร หรือ พระองค์ชายกลาง (29 เมษายน พ.ศ. 2456 – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2534) เป็นพระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร
พระเจ้าวรวงศ์เธอ ชั้น 5
พระองค์เจ้าชั้นโท
พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร.jpg
หม่อม5 คน
พระบุตร7 องค์
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
พระมารดาพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล
ประสูติ29 เมษายน พ.ศ. 2456
สิ้นพระชนม์1 ตุลาคม พ.ศ. 2534 (78 ปี)
พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร
รับใช้กองทัพบกไทย
ชั้นยศRTA OF-7 (Major General).svg พลตรี[1]
หน่วยกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์

พระประวัติแก้ไข

พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร เป็นพระโอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ กับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล ประสูติเมื่อวันอังคาร เดือน 5 แรม 9 ค่ำ ปีฉลู ตรงกับวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2456 ที่จังหวัดสงขลา ขณะที่พระบิดาทรงรับราชการในกระทรวงมหาดไทย เป็นสมุหเทศาภิบาล ผู้สำเร็จราชการมณฑลนครศรีธรรมราช และประทับอยู่ ณ พระตำหนักเขาน้อย จังหวัดสงขลา มีพระโสทรภราดา 2 พระองค์ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ

พระบิดาเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ส่วนพระมารดามีศักดิ์เป็นพระภาติยะของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยเป็นพระธิดาในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระโสทรอนุชาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดพระราชพิธีโสกันต์พระราชทานในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2468 หลังจากทรงหลั่งน้ำพระมหาสังข์และจรดพระกรรไกรบิดโสกันต์พระราชทานแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงจรดพระกรรไกรบิดโสกันต์ ตามลำดับ

พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ทรงเป็นนักเรียนเก่าโรงเรียนเทพศิรินทร์[2]และ โรงเรียนนายร้อยชั้นประถม ปี พ.ศ. 2466 (หมายเลขประจำพระองค์ 3672) หลังจากนั้นได้เสด็จไปทรงศึกษาที่ประเทศอังกฤษวิทยาลัยอีตัน (Eton College) [3] และทรงศึกษาวิชาทหารที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิสต์ (Royal Military Academy Sandhurst) สำเร็จการศึกษาหลักสูตรนายทหารสัญญาบัตร หลังจากนั้นได้เสด็จกลับประเทศไทยเพื่อเข้ารับราชการทหาร โดยทรงบรรจุเข้ารับราชการในกองบัญชาการกองทัพบก พระยศว่าที่ร้อยตรี[4] หลังจากนั้นได้โอนไปเป็นข้าราชการตำรวจ สังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาลธนบุรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล จนถึงปี พ.ศ. 2491 หลังจากนั้นได้โอนกลับไปรับราชการทหารที่กองทัพบก จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในขณะมีพระยศพันเอก สังกัดศูนย์การทหารม้า ภายหลังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระยศพลตรีเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2531

การทรงงานแก้ไข

หลังจากสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ได้เสด็จกลับประเทศไทย แล้วทรงเข้ารับราชการทหารในกองทัพบก โดยทรงบรรจุเข้ารับราชการในกองบัญชากาญชาการกองทัพบก พระยศว่าที่ร้อยตรี[4] หลังจากนั้นได้โอนไปเป็นข้าราชการตำรวจ สังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาลธนบุรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2491 หลังจากนั้นได้โอนกลับไปรับราชการทหารที่กองทัพบก จนกระทั่งเกษียณอายุราชการในขณะมีพระยศพันเอก สังกัดศูนย์การทหารม้า และนอกจากนี้เมื่อครั้งที่รับราชการทหาร พระองค์ยังเป็นหัวหอกสำคัญในการตามล่านายปรีดี พนมยงค์ ในช่วงเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2490 โดยพระองค์เป็นผู้แจ้งขอเครื่องบินเพื่อติดตามโจมตีปรีดีและคณะ ที่ได้หลบหนีไปทางน้ำ ซึ่งทางคณะรัฐประหารก็ได้จัดการให้ตามที่พระองค์ต้องการ จากนั้นพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพรพร้อมด้วย พ.ท.ละม้าย อุทยานานนท์ (ยศในขณะนั้น) จึงได้ขึ้นเครื่องบินของกองทัพอากาศจากดอนเมืองมุ่งตรงไปสมุทรปราการเพื่อติดตามโจมตีเรือลี้ภัยของปรีดีและคณะ และได้ทำการบินค้นหาตั้งแต่ปากน้ำลึกเข้ามาในลำน้ำเจ้าพระยา และบินกว้างออกไปทั่วปากอ่าวแล้วล้ำลึกออกไปในทะเล แต่ก็ไม่สามารถตรวจพบเรือของปรีดีได้ เพราะสภาพอากาศที่มืดคลุ้มไปทั่ว ประกอบกับลมที่พัดแรงอย่างผิดปกติ ทำให้ทัศนะวิสัยเลวร้ายลงจนเครื่องบินไม่สามารถปฏิบัติการค้นหาได้ จนสุดท้ายปรีดี พนมยงค์ สามารถหลบหนีออกไปจากประเทศไทยได้สำเร็จ[5]

ในปี พ.ศ. 2493 ขณะดำรงพระยศร้อยเอก ได้ทรงเข้าร่วมกรมผสมที่ 21 เพื่อไปเข้าร่วมรบกับกองกำลังสหประชาชาติในสงครามเกาหลี[6] ทรงปฏิบัติภารกิจอยู่แนวหน้าถึง 2 ปี และทรงได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิประดับเครื่องหมายเปลวระเบิด ในปี พ.ศ. 2495 ในฐานะผู้ได้รับความชมเชยจากทางราชการ[7] และนอกจากนี้ยังได้รับการทูลเกล้าถวายเหรียญ Bronze Star Medal เนื่องจากการปฏิบัติงานเป็นผลสำเร็จดียิ่ง จากปฏิบัติการร่วมรบสหประชาชาติ ณ ประเทศเกาหลี อีกด้วย[8] หลังจากที่เสด็จกลับจากการปฏิบัติภารกิจร่วมรบกับกองกำลังสหประชาชาติในสงครามเกาหลีแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็น พันโท เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2495[9] โดยในปี พ.ศ. 2493 ร้อยเอกพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ได้ทรงมีลายพระหัตถ์มาถึงครอบครัว เล่าเรื่องการเดินทางของพระองค์ในการร่วมรบกับสหประชาชาติในสงครามเกาหลี ลายพระหัตถ์ฉบับแรกทรงกล่าวถึงการบนบานศาลกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่วังนางเลิ้ง เพื่ออำนวยความปลอดภัยในการเดินทางทางทะเล และทรงขอให้หม่อมทองแถม ประยูรโต ไปแก้บนแทนพระองค์ โดยลายพระหัตถ์เล่าว่า "พรุ่งนี้เรือจะแวะเกาะโอกีนาวา ฐานทัพเรืออเมริกันเพื่อรับเสบียง เนื่องจากเรือเราต้องเดินช้ากว่าปกติเพราะต้องคอยเรือสีชังซึ่งเป็นเรือเก่าแล่นช้ามาก และโดนคลื่นลมแรงมาก...วันเดียวตามทางเจอใต้ฝุ่นหลายหน แต่เราบนกรมหลวงชุมพรหายเงียบไปทุกที ศักดิ์สิทธิ์มาก แกช่วยเอาเหล้าไปแก้บนที่ศาลที่วังท่านแทนเราด้วย (Yukol, 1991, P. 150)"[10]

 
อนุสรณ์สถานแห่งสงครามเกาหลี

นอกจากนี้พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายทหารพิเศษประจำกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2498 [11]และได้รับพระราชทานพระยศพลตรี เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2531[12]

นาฏศิลป์ไทยแก้ไข

พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร เป็นเจ้านายที่ทรงพระปรีชารอบรู้และฝักใฝ่พระทัยในศิลปะและวรรณคดี และทรงเกื้อกูลและอุปถัมภ์ศิลปะและศิลปินตลอดมา ทรงชักชวนให้ธนิต อยู่โพธิ์ เขียนเรื่องงานศิลป์เกี่ยวกับโขนต่อไปหลังจากที่ได้เขียนเรื่องโขนเมื่อหลายปีมาแล้ว และทรงโปรดให้จัดพิมพ์หนังสือ ศิลปละคอนรำ หรือ คู่มือนาฏศิลปไทย (พิมพ์ครั้งแรก) โดย ธนิต อยู่โพธิ์ ในงานฉลองพระชนมายุ 5 รอบ วันที่ 29 เมษายน 2516 และพระองค์ชายกลางยังได้มีพระเมตตาฝากฝังนายแจ้ง คล้ายสีทอง ให้เรียนเสภากับนายเจือ นายแจ้งจึงได้วิธีการขับเสภาไหว้ครู รวมทั้งเกร็ดย่อยอื่น ๆ เพิ่มขึ้น ในที่สุดจึงเป็น นายแจ้ง คล้ายสีทอง ของคนฟังเพลงไทยและคนฟังเสภาทั่วประเทศ จนได้รับสมญาว่า "ช่างขับคำหอม[13]"

จากพระปรีชาสามารถดังกล่าว เหล่านักเขียนและศิลปินทั้งหลายจึงได้ร้องขอให้พระองค์ทรงรับตำแหน่งนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย และทรงดำรงตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่ พ.ศ. 2516 ถึง พ.ศ. 2518

ภายหลังจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ทรงไปรับตำแหน่งองคมนตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ได้รับการทูลเชิญจากเอื้อ สุนทรสนาน และคณะ ให้ทรงดำรงตำแหน่งนายกสมาคมดนตรี อีกตำแหน่งหนึ่ง และดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ[14]

นอกจากนี้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ยังได้ก่อตั้งคณะละครขึ้นมา ชื่อว่า คณะละครนาฏราช โดยเสด็จพระองค์ชายกลางได้มีพระปรารภกับครูบุญยงค์ เกตุคง ซึ่งเป็นนักดนตรีไทยที่มีฝีมือมากในขณะนั้นว่า มีพระประสงค์ให้แต่งเพลงประจำคณะละครของท่านสักเพลงหนึ่ง ครูบุญยงค์ เกตุคง ก็ได้แต่งถวายตามพระประสงค์ โดยได้นำเอาทำนองเพลงดับควันเทียนที่เป็นเพลงสุดท้ายในชุดเพลงเรื่องเวียนเทียนใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นเพลงที่มีความมงคลมาเป็นแนวทางในการแต่งให้อยู่ในรูปของเพลงตระ จึงได้นำหน้าทับตระในอัตราจังหวะ 2 ชั้นมาใช้ จึงได้ออกมาเป็นเพลงหน้าพาทย์เพลงใหม่ชื่อเพลงตระนาฏราช ไปถวายเสด็จพระองค์ชายกลาง ต่อมาเพลงตระนาฏราชได้นำมาใช้ในการการแสดงครั้งแรกโดยการออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวี ทางช่อง 4 บางขุนพรหม ก่อนที่จะมีการแสดงละครโดยคณะละครนาฏราช ก็จะมีเสียงเพลงตระนาฏราชขึ้นพร้อมกับผู้กำกับการแสดง ชื่อนักแสดง ผู้สร้าง ผู้สนับสนุนรายการต่าง ๆ เป็นการเปิดตัวของคณะละครนาฏราชมาตลอด โดยทั่วไปพิธีไหว้ครูดนตรีและนาฏศิลปไทยจะมีผู้ประกอบพิธีและวงปี่พาทย์บรรเลงเพลงหน้าพาทย์ตลอดการประกอบพิธี เพลงหน้าพาทย์โดยทั่วไปเป็นเพลงหน้าพาทย์เก่าที่มีมาแต่โบราณ แต่ก็มีการใช้เพลงตระนาฏราชบรรเลงประกอบในพิธีไหว้ครูเช่นกัน ซึ่งได้เริ่มใช้หลังจากที่เกิดเพลงตระนาฏราชขึ้นโดยคณะศิษย์ครูบุญยงค์ เกตุคง ได้นำมาใช้บรรเลงเป็นเพลงหน้าพาทย์ประกอบพิธีไหว้ครู แต่จะบรรเลงเฉพาะเมื่อผู้ประกอบพิธีเรียกเพลงตระนาฏราชเท่านั้น ก็มีใช้กันจนในหมู่ศิษย์ครูบุญยงค์ เกตุคง มาจนถึงปัจจุบัน[15]

นอกจากพระปรีชาสามารถด้านนาฏศิลป์ไทยแล้ว เสด็จพระองค์ชายกลาง ยังทรงมีความเกี่ยวพันกับตำนานการสร้าง พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากท่านทรงคบหาสนิทสนมเป็นมิตรกับคหบดีใหญ่ปักษ์ใต้คือ คุณอนันต์ คนานุรักษ์ และได้รับมอบพระเครื่องหลวงปู่ทวดเนื้อว่านปี 2497 จากคุณอนันต์มาหนึ่งองค์โดยทรงบูชาติดตัวเป็นประจำ โดยครั้งหนึ่งรถยนต์พระที่นั่งเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ แต่พระองค์เองไม่มีอันตรายแม้แต่รอยขีดข่วน ทำให้พระองค์ท่านเกิดความศรัทธาในองค์หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ อย่างสูง และเมื่อทางวัดโดยพระอาจารย์ทิม และ คุณอนันต์ คณานุรักษ์ จะจัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวดปี 2505 พระองค์ท่านจึงปวารณาตัวขอเป็นผู้อุปถัมภ์ในการจัดสร้าง และได้นำชนวนโลหะอันศักด์สิทธิ์มาเทหล่อเป็นเนื้อโลหะต่าง ๆ ที่กรุงเทพมหานคร จนกลายเป็นพระหลวงพ่อทวด รุ่น พ.ศ. 2505 ที่ลือลั่นมาจนถึงปัจจุบัน[16] ในการจัดสร้างพระครั้งนั้น เนื่องด้วยเสด็จพระองค์ชายกลางเป็นองค์อุปถัมภ์ จึงสำเร็จลุล่วงด้วยดี และพระองค์ท่านยังได้จัดสร้าง "พระกริ่ง" อันงดงามด้วยพุทธลักษณะขึ้นในครั้งนั้นด้วย เมื่อทำการหล่อพระกริ่งได้โปรดให้ช่างแกะแม่พิมพ์ขึ้น และเททองปลุกเสกโดยพระอาจารย์ทิม วัดช้างให้พร้อมกันกับพระเครื่องหลวงปู่ทวดปี 2505 ครั้นเสร็จจากพิธีเสด็จ ท่านได้ถวายพระกริ่งซึ่งสำเร็จขึ้นมีพุทธลักษณะงดงามให้กับวัดช้างให้จำนวน 300 องค์ ซึ่งเรียกกันต่อมาว่า "พระกริ่งใหญ่หลวงปู่ทวด" หรือ "พระกริ่งวัดช้างให้" ส่วนที่เหลือทรงนำมาถวายให้วัดตาก้อง ด้วยเหตุที่พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร นั้นท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง และปลุกเสกอีกวาระโดยเกจิอาจารย์สายนครปฐม ผู้คนเรียกขานกันว่า "พระกริ่งเฉลิมพล" รวมถึงในคราวฉลองครบวาระ 200 ปี แห่งชาตะกาล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ยังได้ทรงเป็นองค์ประธานการจัดงานสมโภชน์เฉลิมฉลองในวาระดังกล่าวและมีการปลุกเสกพระสมเด็จรุ่นประวัติศาสตร์ อนุสรณ์ 200 ปี พ.ศ. 2531 โดยพระคณาจารย์ทั่วประเทศอีกด้วย[17]

พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2534 ด้วยภาวะพระหทัยล้มเหลว สิริพระชันษา 78 ปี ในการนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานน้ำหลวงสรงพระศพ และพระราชทานพระโกศมณฑปทรงพระศพ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ประดิษฐานพระศพ ณ ศาลาภาณุรังษี วัดเทพศิรินทราวาส และในการนี้ทรงพระกรุณาฯ เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงพระศพ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535[18][19]

ภายหลังสิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ. 2559 กระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศยกย่องเชิดชูพระเกียรติ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร เป็น "บูรพศิลปิน สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สาขาศิลปะการแสดง" โดยมีการเชิดชูเกียรติศิลปินผู้ล่วงลับ ซึ่งมีคุณูปการต่องานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติอันเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม ควรค่าแก่การเคารพยกย่องซึ่งอนุชนรุ่นต่อมาได้พัฒนาและสืบทอดให้เจริญก้าวหน้ามาจนปัจจุบัน ซึ่งในโอกาสดังกล่าวสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อมพระราชทานชื่อสำหรับศิลปินผู้ล่วงลับว่า “บูรพศิลปิน”[20]

หม่อม และพระโอรส พระธิดาแก้ไข

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร มีหม่อม 5 คน ดังนี้

  • หม่อมราชวงศ์กุลปราโมทย์ จิรประวัติ (ราชสกุลเดิม สวัสดิกุล; 2 มิถุนายน พ.ศ. 2458 - 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2528) ต่อมาทรงหย่า มีพระธิดา 1 องค์ คือ
    • หม่อมเจ้าหญิงจามเทพี ยุคล (23 ธันวาคม พ.ศ. 2476 - 26 มกราคม พ.ศ. 2485) ประสบอุบัติเหตุจมน้ำโคลน สิ้นชีพิตักษัยขณะมีชันษา 9 ปี
  • สมเชื้อ มุกสิกบุตร (สกุลเดิม ชมเสวี) ต่อมาทรงหย่า มีพระโอรส 1 องค์ คือ
    • หม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล (ประสูติ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2479) เสกสมรสกับหม่อมบงกชปริยา ยุคล ณ อยุธยา (เดิม เบ็ตตี คอลค์สตีน) มีโอรสและธิดา 3 คน
  • ทองไพ ประยูรโต (ถึงแก่กรรม 9 ธันวาคม พ.ศ. 2487) มีพระโอรส 1 องค์ คือ
    • หม่อมเจ้าวิสาขะ ยุคล (10 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2527) เสกสมรสกับพิมพ์ใจ ประยูรโต และเรณู รื่นจิตร มีโอรสและธิดา 3 คน
  • ทองแถม ประยูรโต มีพระโอรสและพระธิดา 3 องค์ คือ
    • ศรีสว่างวงศ์ บุญจิตราดุลย์ (เดิม หม่อมเจ้าศรีสว่างวงศ์ ยุคล; ประสูติ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2489) ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับศักดา บุญจิตราดุลย์ มีบุตรและธิดา 2 คน
    • หม่อมเจ้าหญิง (ไม่มีพระนาม; สิ้นชีพิตักษัยเมื่อชันษา 1 วัน)
    • พลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล (ประสูติ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2493) ราชองครักษ์พิเศษ และ นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์, อดีตรองเจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก
  • บัวทอง ไตลังคะ มีพระโอรส 1 องค์ คือ

พระเกียรติยศแก้ไข

พระอิสริยยศแก้ไข

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร (29 เมษายน พ.ศ. 2456 - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2534)

พระยศทางทหารและตำรวจแก้ไข

1 มิถุนายน พ.ศ. 2478 - ว่าที่ ร้อยตรี

14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2478 - ร้อยตรี

29 เมษายน พ.ศ. 2482 - ร้อยตำรวจโท[24]

21 กรกฎาคม พ.ศ. 2488 - ร้อยตำรวจเอก[25]

1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 - ว่าที่ร้อยเอก

1 มกราคม พ.ศ. 2492 - ร้อยเอก

23 เมษายน พ.ศ. 2495 - พันโท

24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2508 - พันเอก[26]

26 ตุลาคม พ.ศ. 2531 - พลตรี

ตำแหน่งทางทหารแก้ไข

1 มิถุนายน พ.ศ. 2478 - เสด็จกลับจากศึกษาวิชาทหาร ณ ประเทศอังกฤษ เข้าประจำการ กองบังคับการกรมเสนาธิการทหารบก

14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2479 - ออกจากประจำการเป็นนายทหารกองหนุนไม่มีเบื้ยหวัด สังกัดกองบังคับการจังหวัดทหารบกกรุงเทพ

15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2479 - อธิบดีกรมตำรวจ ขอตัวไปรับราชการกรมตำรวจ ประจำกองบังคับการตำรวจนครบาลธนบุรี

1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491 - กระทรวงกลาโหมขอโอนกลับมารับราชการทหาร เข้าประจำแผนกที่ 2 กรมเสนาธิการทหารบก

14 สิงหาคม พ.ศ. 2493 - นายทหารประจำคณะทูตทหาร ประจำกองบัญชาการผสมของสหประชาชาติ

22 กันยายน พ.ศ. 2493 - ล่ามประจำกรมผสมที่ 21

26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 - ประจำกองบังคับการ กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์

1 เมษายน พ.ศ. 2495 - ประจำกองบังคับการ กรมทหารม้าที่ 2

29 สิงหาคม พ.ศ. 2495 - รักษาราชการนายทหารติดต่อ กรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์

30 มีนาคม พ.ศ. 2498 - ประจำแผนกข่าว ศูนย์การทหารม้า

18 กันยายน พ.ศ. 2498 - นายทหารพิเศษประจำกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2498

23 เมษายน พ.ศ. 2499 - อาจารย์แผนกวิชาการรบพิเศษ กองการศึกษา โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า

9 ธันวาคม พ.ศ. 2502 - หัวหน้าแผนก กรมการข่าวทหารบก

22 ตุลาคม พ.ศ. 2505 - รองผู้บังคับการ กรมนักเรียน โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า

23 กรกฎาคม พ.ศ. 2506 - หัวหน้าแผนก ศูนย์การทหารม้า

25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 - ประจำศูนย์การทหารม้า

1 ตุลาคม พ.ศ. 2516 - ออกจากราชการเนื่องจากครบเกษียณอายุราชการ เป็นนายทหารนอกราชการ สังกัดกองบังคับการจังหวัดทหารบกกรุงเทพ

ธรรมเนียมพระยศของ
พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร
การทูลกราบทูลทราบฝ่าพระบาท
การแทนตนเกล้ากระหม่อม/เกล้ากระหม่อมฉัน
การขานรับเกล้ากระหม่อม/เพคะ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

พลตรี ร้อยตำรวจเอก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์[19] ดังนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศแก้ไข

พงศาวลีแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2531/D/175/2.PDF
  2. หอเกียรติยศนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ http://www.debsirinalumni.org/main_hof.php?type_1=บรมวงศานุวงศ์ Archived 2018-07-25 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  3. Members of Royal Families https://www.etoncollege.com/Royals.aspx Archived 2020-06-26 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  4. 4.0 4.1 อนุสรณ์แห่งความรัก เนื่องในการพระราชทานเพลิงพระศพ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2535
  5. หนังสือ รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ลี้ภัยรัฐประหาร ๘ พ.ย. ๒๔๙๐ จากกรุงเทพฯ ถึงปักกิ่ง โดย สุพจน์ ด่านตระกูล หน้า 30-31
  6. https://trove.nla.gov.au/newspaper/article/18501257
  7. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2495/D/051/2672.PDF
  8. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2494/D/058/3969_1.PDF
  9. ราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ 28 เล่มที่ 69 เรื่อง พระราชทานยศทหารhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2495/D/028/1212.PDF
  10. Yukol, C., Lieutenant Colonel Momjao. (1991). Anusorn ngan phra rachatan phloeng phra sop phontri phra chao woravongther phraaong chao Chaloemphon Thikhamporn [Commemorationat His Royal Highness Prince Chaloemphon Thikhamporn’s Cremation]. Bangkok: The Agricultural Co-operative Federation of Thailand.
  11. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2498/D/033/971.PDF
  12. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารและแต่งตั้งนายทหารพิเศษ
  13. http://www.m-culture.in.th/album/14163
  14. สุนทราภรณ์ ครึ่งศตวรรษ. เป็นหนังสือที่ระลึก/การก่อตั้ง วงดนตรีสุนทราภรณ์ครบรอบ 50 ปี 20 พฤศจิกายน ปี 2532.
  15. นุกูล ทัพดี, ความสำคัญของเพลงตระนาฏราช ในวัฒนธรรมดนตรีไทย file:///C:/Users/admin/Downloads/66745-Article%20Text-262661-1-10-20171123.pdf
  16. คอลัมน์ พันธุ์แท้พระเครื่อง : พระกริ่งเฉลิมพลฯปี"05https://www.khaosod.co.th/amulets/news_133530
  17. สมุดสมเด็จ พ.ศ. 2531 อนุสรณ์ 200 ปี แห่งชาตะกาล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
  18. อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงพระศพ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร ม.จ.ก., ป.ม., ท.จ.ว. ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕
  19. 19.0 19.1 "ข่าวในพระราชสำนัก [29 มกราคม - 3 กุมภาพันธ์ 2564]" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 109 (20 ง): 1515. 6 กุมภาพันธ์ 2535. สืบค้นเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2564. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  20. ประกาศกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง การยกย่องเชิดชูเกียรติบูรพศิลปิน พุทธศักราช 2559http://www.culture.go.th/cul_fund/download/bygone/bygone59.pdf
  21. กิติวัฒนา (ไชยันต์) ปกมนตรี, หม่อมราชวงศ์. สายพระโลหิตในพระพุทธเจ้าหลวง. กรุงเทพฯ : ดีเอ็มดี, พ.ศ. 2551. 290 หน้า. ISBN 978-974-312-022-0
  22. ศุภวัฒย์ เกษมศรี, พลตรี หม่อมราชวงศ์, และรัชนี ทรัพย์วิจิตร. พระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าในพระราชวงศ์จักรี. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์บรรณกิจ, พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2549. 360 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-221-818-8
  23. กิตติพงษ์ วิโรจน์ธรรมากูร. ย้อนรอยราชสกุลวงศ์ "วังหลวง". กรุงเทพ : สำนักพิมพ์ดอกหญ้า, พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2549. 304 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 974-941-205-2
  24. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศตำรวจ
  25. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศตำรวจ
  26. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหาร
  27. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หน้า ๑๒๘๖ เล่ม ๖๙ ตอนที่ ๒๙, ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๕
  28. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2531/D/201/1.PDF
  29. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
  30. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2493/D/025/1805.PDF
  31. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า หน้า ๑๒๐๙ เล่ม ๗๔ ตอนที่ ๔๗, ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๐
  32. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฉบับพิเศษ หน้า 62 เล่ม 80 ตอนที่ 3 ราชกิจจานุเบกษา 4 มกราคม 2506
  33. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ฉบับพิเศษ หน้า 2 เล่ม 70 ตอนที่ 75 ราชกิจจานุเบกษา 25 พฤศจิกายน 2496
  34. ราชกิจานุเบกษา 25 ธันวาคม 2491 ตอนที่ 75 เล่ม 65 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2491/D/075/1.PDF
  35. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิ หน้า ๒๖๗๓ เล่ม ๖๙ ตอนที่ ๕๑, ๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๕
  36. ราชกิจจานุเบกษา,พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ หน้า ๕๒๕ เล่ม ๓๔, ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๐
  37. ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ หน้า ๑๐๑๑ เล่ม ๗๑ ตอนที่ ๑๗, ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๖
  38. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2469/D/3718.PDF
  39. ราชกิจจานุเบกษา 19 สิงหาคม 2495 แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเหรียญปฏิบัติงานสหประชาชาติ
  40. แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเหรียญอิสริยาภรณ์ต่างประเทศhttp://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2494/D/058/3969_1.PDF

แหล่งข้อมูลแก้ไข