เหรียญรัตนาภรณ์ เป็นเหรียญราชอิสริยาภรณ์อันเป็นบำเหน็จในพระองค์พระมหากษัตริย์ สถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2412 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สำหรับพระราชทานผู้ที่ทำความดีความชอบทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน ทั้งส่วนราชการและส่วนพระองค์ เดิมชื่อ เหรียญรจนาภรณ์ และเปลี่ยนชื่อเป็นเหรียญรัตนาภรณ์ ในปี พ.ศ. 2416 มีทั้งหมด 5 ลำดับชั้น

เหรียญรัตนาภรณ์
มอบโดย พระมหากษัตริย์ไทย
ประเภทเหรียญราชอิสริยาภรณ์อันเป็นบำเหน็จในพระองค์พระมหากษัตริย์
วันสถาปนาพ.ศ. 2412
ประเทศไทย ราชอาณาจักรไทย
จำนวนสำรับไม่จำกัดจำนวน
มอบเพื่อพระราชทานตามพระราชอัธยาศัย
สถานะยังพระราชทานอยู่
ผู้สถาปนาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประธานพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
สถิติการมอบ
รายแรกพระยาชลยุทธโยธินทร์
26 มกราคม พ.ศ. 2445
รายล่าสุดฉลองชัย ดวงดารา
30 มิถุนายน พ.ศ. 2567
ลำดับเกียรติ
สูงกว่าไม่มี (เหรียญบำเหน็จในพระองค์พระมหากษัตริย์ลำดับสูงสุด)
รองมาเหรียญราชรุจิ

ตามธรรมเนียมในอดีต ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ จะได้รับพระราชทานเครื่องยศประกอบในชั้นต่างๆ เหมือนเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าด้วย ดังนี้

  • ชั้นที่ 1 ได้รับพระราชทาน พานหมากทองคำ และ หีบหมากทองคำ
  • ชั้นที่ 2 ได้รับพระราชทาน พานหมากทองคำ
  • ชั้นที่ 3 ได้รับพระราชทาน หีบหมากทองคำ
  • ชั้นที่ 4 ได้รับพระราชทาน หีบหมากเงินกะไหล่ทอง
  • ชั้นที่ 5 ได้รับพระราชทาน หีบหมากเงิน

ปัจจุบันได้ยกเลิกการพระราชทานเครื่องยศไปแล้ว

ประวัติ

แก้

เหรียญรัตนาภรณ์เป็นเหรียญราชอิสริยาภรณ์ที่สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2412 สำหรับพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบในพระองค์และในการช่าง เดิมชื่อ "เหรียญรจนาภรณ์" ซึ่งเป็นชั้นที่1 และ เหรียญบุษปมาลาซึ่งเป็นชั้นที่2 ภายหลังจากการการตราพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2416 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "เหรียญรัตนาภรณ์" แต่การสถาปนาเหรียญรัตนาภรณ์ในครั้งนั้นก็ไม่ได้พระราชทานให้ผู้ใดมากกว่า 20 ปี[1]

จนกระทั่ง พ.ศ. 2444 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปรารภถึงเจ้านายและข้าราชการ ซึ่งตามเสด็จประพาสเกาะชวาต้องลำบากตรากตรำ เพื่อช่วยกันพยาบาลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมขุนนครราชสีมา ซึ่งประชวรหนักอยู่เกือบเดือน พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญรัตนาภรณ์ขึ้นใหม่ โดยให้แบ่งออกเป็น 5 ขั้น เพื่อพระราชทานเป็นบำเหน็จความชอบแก่ผู้โดยเสด็จในครั้งนั้นทั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน และพระราชทานแก่ผู้อื่นเป็นบำเหน็จความชอบอย่างอื่นต่อมา

ในปี พ.ศ. 2447 เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 4 ขึ้นอีกอย่างหนึ่ง สำหรับพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการผู้รับราชการมาในรัชกาลที่ 4 หรือผู้เป็นสมาชิกเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ หลังจากนั้น ได้มีการสถาปนาเหรียญรัตนาภรณ์ขึ้นในทุกรัชกาลจนถึงปัจจุบัน

ลักษณะ

แก้

ลักษณะตัวเหรียญ

แก้

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 4

แก้

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 4 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2447 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี วันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลักษณะเป็นวงกลม มีอักษรพระบรมนามาภิไธย ม.ป.ร. อยู่ในพวงมาลาเป็นรูปวงกลมและมีหูสำหรับร้อยแพรแถบ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชั้น[2][3] ได้แก่

  •  
    เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 4 ชั้นที่ 5
    ชั้นที่ 1 ย่อว่า ม.ป.ร.๑ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ม.ป.ร. เรือนเงินประดับเพชรล้วน
  • ชั้นที่ 2 ย่อว่า ม.ป.ร.๒ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ม.ป.ร. ลงยาราชาวดีสีแดง ขอบพวงมาลาประดับเพชร
  • ชั้นที่ 3 ย่อว่า ม.ป.ร.๓ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ม.ป.ร. ลงยาราชาวดีสีแดง ขอบเป็นทองคำ
  • ชั้นที่ 4 ย่อว่า ม.ป.ร.๔ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ม.ป.ร. ทองคำล้วน
  • ชั้นที่ 5 ย่อว่า ม.ป.ร.๕ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ม.ป.ร. เงินล้วน

สำหรับสตรีใช้ผูกเป็นรูปแมลงปอ ส่วนบุรุษใช้กลัดอกเสื้อ

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5

แก้
 
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ชั้นที่ 2

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2444 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลักษณะเป็นวงกลม มีอักษรพระบรมนามาภิไธย จ.ป.ร. อยู่ในพวงมาลาเป็นรูปวงกลมและมีหูสำหรับร้อยแพรแถบ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชั้น[4] ได้แก่

  • ชั้นที่ 1 ย่อว่า จ.ป.ร.๑ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย จ.ป.ร. เรือนเงินประดับเพชรล้วน
  • ชั้นที่ 2 ย่อว่า จ.ป.ร.๒ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย จ.ป.ร. ลงยาราชาวดีสีแดง ขอบพวงมาลาประดับเพชร
  • ชั้นที่ 3 ย่อว่า จ.ป.ร.๓ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย จ.ป.ร. ลงยาราชาวดีสีแดง ขอบเป็นทองคำ
  • ชั้นที่ 4 ย่อว่า จ.ป.ร.๔ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย จ.ป.ร. ทองคำล้วน
  • ชั้นที่ 5 ย่อว่า จ.ป.ร.๕ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย จ.ป.ร. เงินล้วน

เหมือนกันทั้ง 5 ชั้น สำหรับสตรีใช้ผูกเป็นรูปแมลงปอ ส่วนบุรุษใช้กลัดอกเสื้อ

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6

แก้

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2453 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลักษณะเป็นรูปไข่ มีอักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. อยู่ในพวงมาลาและมีหูสำหรับร้อยแพรแถบ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชั้น[5] ได้แก่

  • ชั้นที่ 1 ย่อว่า ว.ป.ร.๑ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. เรือนเงินประดับเพชรล้วน
  • ชั้นที่ 2 ย่อว่า ว.ป.ร.๒ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. ลงยาราชาวดีสีดำ ขอบพวงมาลาประดับเพชร
  • ชั้นที่ 3 ย่อว่า ว.ป.ร.๓ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. ลงยาราชาวดีสีดำ ขอบลงยาราชาวดีสีแดง
  • ชั้นที่ 4 ย่อว่า ว.ป.ร.๔ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. ทองคำ ขอบลงยาราชาวดีสีแดง
  • ชั้นที่ 5 ย่อว่า ว.ป.ร.๕ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. ทอง ขอบสร่งเงิน

เหมือนกันทั้ง 5 ชั้น สำหรับสตรีใช้ผูกเป็นรูปแมลงปอ ส่วนบุรุษใช้กลัดอกเสื้อ

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 7

แก้

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 7 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2469 โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว มีลักษณะเป็นวงรี มีอักษรพระบรมนามาภิไธย ป.ป.ร. อยู่ในขอบวงรีหยิกทแยงสี่แง่และมีหูสำหรับร้อยแพรแถบ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชั้น[6] ได้แก่

  • ชั้นที่ 1 ย่อว่า ป.ป.ร.๑ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ป.ป.ร. เรือนเงินประดับเพชรทั้งดวง หูทองคำ
  • ชั้นที่ 2 ย่อว่า ป.ป.ร.๒ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ป.ป.ร. ทองคำลงยาสีเขียว ขอบเรือนเงินประดับเพชร หูทองคำ
  • ชั้นที่ 3 ย่อว่า ป.ป.ร.๓ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ป.ป.ร. ทองคำลงยาสีเขียว ขอบเรือนเพชรสร่งเงิน หูทองคำ
  • ชั้นที่ 4 ย่อว่า ป.ป.ร.๔ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ป.ป.ร. ทองคำ ขอบเรือนเพชรสร่งเงิน หูทองคำ
  • ชั้นที่ 5 ย่อว่า ป.ป.ร.๕ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ป.ป.ร. เงิน ขอบเรือนเพชรสร่งเงิน หูทองคำ

เหมือนกันทั้ง 5 ชั้น สำหรับสตรีใช้ผูกเป็นรูปแมลงปอ ส่วนบุรุษใช้กลัดอกเสื้อ

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 8

แก้

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 8 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2480 สำหรับพระราชทานเป็นส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร มีลักษณะเป็นวงกลม มีอักษรพระบรมนามาภิไธย อ.ป.ร. อยู่ในขอบวงกลมซึ่งมีรัศมีและมีหูสำหรับร้อยแพรแถบ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชั้น[7] ได้แก่

  • ชั้นที่ 1 ย่อว่า อ.ป.ร.๑ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย อ.ป.ร. เรือนเงินประดับเพชรทั้งดวง หูทองคำ
  • ชั้นที่ 2 ย่อว่า อ.ป.ร.๒ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย อ.ป.ร. ทองคำลงยาสีแดง ขอบเรือนเงินประดับเพชร หูทองคำ
  • ชั้นที่ 3 ย่อว่า อ.ป.ร.๓ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย อ.ป.ร. ทองคำลงยาสีแดง ขอบเพชรสร่งเงิน หูทองคำ
  • ชั้นที่ 4 ย่อว่า อ.ป.ร.๔ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย อ.ป.ร. ทองคำ ขอบเพชรสร่งเงิน หูเงิน กาไหล่ทอง
  • ชั้นที่ 5 ย่อว่า อ.ป.ร.๕ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย อ.ป.ร. เงิน ขอบเพชรสร่งเงิน หูเงิน กาไหล่ทอง

เหมือนกันทั้ง 5 ชั้น สำหรับสตรีใช้ผูกเป็นรูปแมลงปอ ส่วนบุรุษใช้กลัดอกเสื้อ

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9

แก้

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2495 สำหรับพระราชทานเป็นส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีลักษณะเป็นวงกลม มีอักษรพระบรมนามาภิไธย ภ.ป.ร. อยู่ในขอบวงกลมซึ่งมีรัศมีและมีหูสำหรับร้อยแพรแถบ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชั้น[8] ได้แก่

  • ชั้นที่ 1 ย่อว่า ภ.ป.ร.๑ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ภ.ป.ร. ขอบเรือนเงินประดับเพชรทั้งดวง
  • ชั้นที่ 2 ย่อว่า ภ.ป.ร.๒ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ภ.ป.ร. ทองคำลงยาสีขาว ขอบเรือนเงินประดับเพชร
  • ชั้นที่ 3 ย่อว่า ภ.ป.ร.๓ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ภ.ป.ร. ทองคำลงยาสีขาว ขอบเรือนทองคำ
  • ชั้นที่ 4 ย่อว่า ภ.ป.ร.๔ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ภ.ป.ร. ทองคำ ขอบเพชรสร่งเงิน
  • ชั้นที่ 5 ย่อว่า ภ.ป.ร.๕ มีลักษณะเป็น อักษรพระบรมนามาภิไธย ภ.ป.ร. เงิน ขอบเพชรสร่งเงิน

สำหรับสตรีใช้ผูกเป็นรูปแมลงปอ ส่วนบุรุษใช้กลัดอกเสื้อ

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลปัจจุบัน

แก้

เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลปัจจุบัน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2562 สำหรับพระราชทานเป็นส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน มีลักษณะเป็นวงกลม มีอักษรพระบรมนามาภิไธย ว.ป.ร. อยู่ในขอบวงกลมซึ่งมีรัศมีและมีหูสำหรับร้อยแพรแถบ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชั้น[9] ได้แก่

  • ชั้นที่ 1 ย่อว่า ว.ป.ร.๑ มีลักษณะเป็น อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ทองคำประดับเพชรทั้งดวง
  • ชั้นที่ 2 ย่อว่า ว.ป.ร.๒ มีลักษณะเป็น อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ทองคำลงยาสีขาว ขอบเรือนเงินประดับเพชร
  • ชั้นที่ 3 ย่อว่า ว.ป.ร.๓ มีลักษณะเป็น อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. กาไหล่ทองลงยาสีขาว ขอบสร่งทองคำ
  • ชั้นที่ 4 ย่อว่า ว.ป.ร.๔ มีลักษณะเป็น อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. กาไหล่ทอง ขอบสร่งเงิน
  • ชั้นที่ 5 ย่อว่า ว.ป.ร.๕ มีลักษณะเป็น อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. เงิน ขอบสร่งเงิน

เหมือนกันทั้ง 5 ชั้น สำหรับสตรีใช้ผูกเป็นรูปแมลงปอ ส่วนบุรุษใช้กลัดอกเสื้อ

ลักษณะแพรแถบย่อ

แก้
แพรแถบย่อ ชื่อ ลักษณะ
 
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 4 พื้นสีเหลือง ริมขลิบสีเขียวและสีแดง
 
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 5 ริ้วสีขาวซึ่งอยู่ระหว่างกลางริ้วแดง 2 ข้างขนาดเท่ากัน
 
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 6 พื้นสีเหลือง มีริ้วดำ 2 ข้าง
 
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 7 พื้นสีเหลือง มีริ้วเขียว 2 ข้าง
 
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 8 พื้นสีเหลือง มีริ้วแดง 2 ข้าง
 
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 9 พื้นสีเหลือง มีริ้วขาว 2 ข้าง
 
เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 10 พื้นสีเหลือง มีริ้วขาว 2 ริ้ว 2 ข้าง

การพระราชทาน

แก้

เหรียญรัตนาภรณ์จัดเป็นเหรียญราชอิสริยาภรณ์อันเป็นบำเหน็จในพระองค์พระมหากษัตริย์ นับเป็นเครื่องหมายในพระมหากรุณาส่วนพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานแก่ผู้ใดก็แล้วแต่จะทรงพระราชดำริเห็นสมควร ผู้ที่ได้รับพระราชทานจะได้รับประกาศนียบัตรทรงลงพระปรมาภิไธยและประทับพระราชลัญจกรประจำพระองค์กำกับไว้ หากได้รับพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ในชั้นที่สูงขึ้นต้องส่งเหรียญดวงเดิมคืน

หากผู้ได้รับพระราชทานเหรียญวายชนม์ จะพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทายาทเก็บเหรียญเอาไว้เป็นเกียรติยศ และ เป็นเครื่องหมายเพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณได้ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สามารถนำเหรียญร้อยสร้อยสวมคอหรือประดับโดยวิธีอื่นที่เหมาะได้ แต่จะนำไปร้อยแพรแถบเพื่อเอาไปประดับกับเสื้อไม่ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเขียนอักษรย่อของเหรียญที่ได้รับพระราชทานไว้ท้ายชื่อได้อีกด้วย

พัดรัตนาภรณ์

แก้

พัดรัตนาภรณ์เป็นพัดประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เริ่มมีขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อถวายพระสงฆ์ที่ทรงเคารพนับถือและทรงคุ้นเคยเป็นการส่วนพระองค์โดยเฉพาะ ในทำนองเดียวกันกับที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์แก่บุคคลทางฝ่ายอาณาจักร นอกจากนี้ยังทรงถวายพัดดังกล่าวแก่พระพุทธรูปสำคัญเพื่อเป็นพุทธบูชาอีกด้วย

พัดรัตนาภรณ์ถือว่าเป็นตาลปัตรพัดยศชนิดหนึ่ง ใช้ได้เฉพาะพระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานเท่านั้น และใช้เฉพาะเมื่อถวายอนุโมทนาในงานพระราชพิธีฉัตรมงคลเพียงงานเดียว ลักษณะของพัดโดยรวมเป็นพัดหน้านางรูปไข่ ลวดลายพัดจำลองมาจากลวดลายของเหรียญรัตนาภรณ์ในแต่ละรัชกาล และมีการแบ่งลำดับชั้นของพัดเช่นเดียวกับเหรียญรัตนาภรณ์

อ้างอิง

แก้
  1. สมเด็จกรมพระยาดำรงเดชานุภาพ, หน้า 174
  2. ราชกิจจานุเบกษา, การบำเพ็ญพระราชกุศล ในอภิลักขิตสมัย นับจำเดิมแต่วันพระบรมมหาประสูตรกาลในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวบรรจบครบ ๑๐๐ ปี, เล่ม ๒๑, ตอน ๑๒, ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๕๖๐
  3. สมเด็จกรมพระยาดำรงเดชานุภาพ, หน้า 175
  4. สมเด็จกรมพระยาดำรงเดชานุภาพ, หน้า 176
  5. สมเด็จกรมพระยาดำรงเดชานุภาพ, หน้า 177
  6. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๗ พุทธศักราช ๒๔๖๙, เล่ม ๔๓, ตอน ๐ ก, ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๙, หน้า ๕๐๓
  7. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๘ พุทธศักราช ๒๔๘๐, เล่ม ๕๔, ตอน ๐ ก, ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๐, หน้า ๙๔๒
  8. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๙ พ.ศ. ๒๔๙๕, เล่ม ๖๙, ตอน ๕๕ ก ฉบับพิเศษ, ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๕, หน้า ๑
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชบัญญัติเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๖๒ , เล่ม ๖๙, ตอน ๙๔ ก, ๓๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒, หน้า ๑-๓

หนังสือ

แก้
  • สมเด็จกรมพระยาดำรงเดชานุภาพ, ตำนานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า, โรงพิมพ์พระจันทร์, พ.ศ. 2512