เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ (อู่)

เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ นามเดิม อู่ เป็นเสนาบดีกรมคลังในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ[1]

เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์
(อู่)
เสนาบดีกรมคลัง
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2276 – พ.ศ. 2295
กษัตริย์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
ก่อนหน้าออกญาโกษาธิบดี (จีน)
ถัดไปพระยาพระคลัง
ข้อมูลส่วนบุคคล
เสียชีวิตพ.ศ. 2295
อาณาจักรอยุธยา
คู่สมรสท่านผู้หญิงน้อย
บุตรพระยาจินดารังสรรค์
บุพการี

ประวัติ แก้

ต้นตระกูลของเจ้าพระยาชํานาญบริรักษ์เป็นพราหมณ์มาจากประเทศอินเดีย บิดาคือเจ้าพระยาพิษณุโลก (เมฆ) ได้ละเพศพราหมณ์ เข้ามารับราชการในราชสํานักอยุธยา นายอู่เข้ารับราชการในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ได้รับความดีความชอบ เติบโตในชีวิตราชการเป็นลําดับ[2]

พระราชพงศาวดาร ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศปราดาภิเษกในปี พ.ศ. 2276 ได้ตั้งขุนชำนาญเป็นเจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ ว่าที่โกษาธิบดี[3] ภริยาชื่อท่านผู้หญิงน้อย จวนเจ้าพระยาชํานาญบริรักษ์อยู่ที่ริมประตูจีน[4]: 83  ทางทิศใต้ในกำแพงกรุงศรีอยุธยา

พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียน ระบุว่าเจ้าพระยาชำนาญฯ ป่วยเป็นลม อัมพาตอยู่ 4 เดือนเศษจึงถึงแก่อสัญกรรม ได้รับพระราชทานโกศ แต่งศพใส่เครื่องและชฎา[ก]อย่างเจ้าต่างกรมและให้เรียกศพว่าพระศพเป็นกรณีพิเศษ โปรดให้ทำพระเมรุ ณ วัดไชยวัฒนาราม เสด็จฯ ไปพระราชทานเพลิงพระศพ แล้วโปรดตั้งพระยาพิพัทธโกษาซึ่งเป็นบุตรเขยเจ้าพระยาชำนาญฯ เป็นพระยาพระคลัง[5] ปีที่เจ้าพระยาชํานาญบริรักษ์ถึงแก่อสัญกรรม มีการคํานวณไว้ว่า ตรงกับปี พ.ศ. 2295[2]

บรรดาศักดิ์ แก้

  • ขุนชำนาญชาญณรงค์ (อู่)[6]: 317 
  • เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ (อู่) ว่าที่โกษาธิบดี ศักดินา 10000[6]: 318 
  • เจ้าพระยามหาอุปราช ชาติวรวงศ์องค์ภักดีบดินทร์ สุรินทร์เดโชชัยมหัยสริยภักดีอาญาธิราช[7]: 73 [8]: 36 [9]: 39  ว่าการพระคลัง ศักดินา 10000

ลำดับสาแหรก แก้

หมายเหตุ แก้

ตามธรรมเนียมขุนนางถึงแก่อสัญกรรมจะได้ใส่ลอมพอก

อ้างอิง แก้

เชิงอรรถ
  1. ปวัตร์ นวะมะรัตน (25 ธันวาคม 2561). "แกะรอยเจ้าพระยาชำนาญฯ ผู้พิทักษ์ราชบัลลังก์บ้านพลูหลวง คนโปรดผู้นำ-ผิดก็ไม่โดนลงโทษ". ศิลปวัฒนธรรม. สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2561. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |accessdate= (help)
  2. 2.0 2.1 "เจ้าพระยาชำนาญบริรักษ์ ผู้พิทักษ์บัลลังก์บ้านพลูหลวง คนโปรดผู้นำ-ผิดก็ไม่โดนลงโทษ". ศิลปวัฒนธรรม.
  3. พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และเอกสารอื่น, หน้า 356
  4. ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จฯ กรมพระยา. (2531). เรื่องประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป. (ฉบับพิมพ์ซ้ำ). กรุงเทพฯ: ธนาคารกรุงเทพ. 262 หน้า. ISBN 978-9-748-67331-8
  5. พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ฉบับตัวเขียน, หน้า 321
  6. 6.0 6.1 ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๘๒ เรื่อง พระราชพงศาวดารกรุงสยาม จากต้นฉบับของบริติชมิวเซียมกรุงลอนดอน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2537. 423 หน้า. ISBN 978-974-4-19025-3
  7. ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จ ฯ กรมพระยา. (2531). เรื่องประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. 288 หน้า. ISBN 978-974-8-67331-8 อ้างใน จดหมายเหตุราชทูตลังกา.
  8. ธำรงศักดิ์ อายุวัฒนะ. (2515). ราชสกุลจักรีวงศ์ และราชสกุลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: บรรณกิจเทรดดิ้ง. 499 หน้า.
  9. ประยุทธ สิทธิพันธ์. (2520). ขุนนางสยาม. กรุงเทพฯ: สยาม. 376 หน้า.
บรรณานุกรม
  • พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ตรวจสอบชำระจากเอกสารตัวเขียน. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง, 2558. 558 หน้า. หน้า (38)-(39), (41). ISBN 978-616-92351-0-1
  • พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และเอกสารอื่น. นนทบุรี : ศรีปัญญา, 2553. 800 หน้า. ISBN 978-616-7146-08-9