เปิดเมนูหลัก

หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช

(เปลี่ยนทางจาก เสนีย์ ปราโมช)

ศาสตราจารย์พิเศษ หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช (26 พฤษภาคม พ.ศ. 244828 กรกฎาคม พ.ศ. 2540) อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย 4 สมัย ผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนเข้าสู่วงการเมือง เคยเป็นผู้พิพากษา และเคยดำรงตำแหน่ง เอกอัครราชทูตไทย ประจำสหรัฐอเมริกา มาก่อน

เสนีย์ ปราโมช
ป.จ.,ม.ป.ช., ม.ว.ม.,อ.ป.ร.1,ภ.ป.ร.2
นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 6
ดำรงตำแหน่ง
17 กันยายน พ.ศ. 2488 – 31 มกราคม พ.ศ. 2489
(0 ปี 136 วัน)
กษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
ก่อนหน้า ทวี บุณยเกตุ
ถัดไป ควง อภัยวงศ์
ดำรงตำแหน่ง
15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 – 14 มีนาคม พ.ศ. 2518
(0 ปี 27 วัน)
กษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ก่อนหน้า สัญญา ธรรมศักดิ์
ถัดไป ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
ดำรงตำแหน่ง
20 เมษายน พ.ศ. 2519 – 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519
(0 ปี 169 วัน)
กษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ก่อนหน้า ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
ถัดไป ธานินทร์ กรัยวิเชียร
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2511 – พ.ศ. 2522
ก่อนหน้า พันตรีควง อภัยวงศ์
ถัดไป พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์
ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไทย
ดำรงตำแหน่ง
22 มีนาคม พ.ศ. 2518 – 12 มกราคม พ.ศ. 2519 (0 ปี 296 วัน)
ถัดไป พลตำรวจเอก ประมาณ อดิเรกสาร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2448
จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศสยาม
เสียชีวิต 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 (92 ปี)
จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทย
พรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์
คู่สมรส ท่านผู้หญิงอุศา ปราโมช ณ อยุธยา
ลายมือชื่อ
ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ภาพนี้ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2487 ในงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 19 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ที่สหรัฐอเมริกา

ครอบครัวแก้ไข

ม.ร.ว.เสนีย์ เกิดที่ค่ายทหาร ในจังหวัดนครสวรรค์ เวลาใกล้รุ่ง เป็นโอรสใน พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ กับหม่อมแดง (บุนนาค) ชื่อ "เสนีย์" หมายถึง ทหาร หรือ เสนาบดี ได้รับพระราชทานนามนี้จากสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สันนิษฐานว่า เนื่องจากเสด็จพ่อ (พระองค์เจ้าคำรบ) เป็นทหาร

ชีวิตครอบครัวสมรสกับ ท่านผู้หญิงอุศนา ปราโมช มีบุตรชาย-หญิง 3 คน บุตรชาย ได้แก่ ม.ล.เสรี ปราโมช , ม.ล.อัศนี ปราโมช และ บุตรี ได้แก่ ม.ล.นียนา ปราโมช

การศึกษาแก้ไข

เริ่มศึกษาที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย,เข้าเรียนชั้น ม.3ก. เลขประจำตัว ส.ก.๓๒๓๕ เมื่อ พ.ศ. 2460 จากนั้นได้เดินทาง ไปศึกษาต่อที่ โรงเรียนเทรนต์ (Trent College) ในเมืองนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ และศึกษาต่อ ปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ ที่ วิทยาลัยวอร์สเตอร์ (Worcester College) มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ แล้วสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนระดับ เกียรตินิยมอันดับสอง

หลังจากนั้น ก็เข้าศึกษาต่อที่สำนักเนติบัณฑิตอังกฤษ ณ สำนักเกรย์อินน์ ในกรุงลอนดอน ได้คะแนนเป็นที่หนึ่ง ได้รับรางวัลเป็นเงิน 300 กีนีย์ จากสำนักกฎหมายอังกฤษ (เกียรติประวัตินี้ ได้เล่าลือมาถึงเมืองไทย จนมีการเข้าใจว่า ได้รับเงินรางวัลพระราชทาน จากพระเจ้าแผ่นดินอังกฤษ ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจอย่างนั้น) และทางโรงเรียนเทรนด์ ได้ประกาศให้นักเรียน หยุดเรียนหนึ่งวัน เพื่อเป็นการระลึกถึง และได้เรียกวันนั้นว่า "วันเสนีย์" (Seni Day)

เมื่อเดินทางกลับมายังประเทศไทย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้ศึกษาวิชากฎหมายไทยเพิ่มเติม จนกระทั่งได้รับเนติบัณฑิตไทย และเข้าฝึกงานที่ศาลฎีกาเป็นเวลา 6 เดือน จึงได้เป็นผู้พิพากษา

ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขานิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2503 และปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขามนุษยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไทเป พ.ศ. 2525

ชีวิตการงานแก้ไข

การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแก้ไข

 
หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชและท่านผู้หญิงอุศนา ปราโมช ณ อยุธยา ภริยา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ภาพนี้ถ่ายเมื่อ พ.ศ. 2487 ในงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 19 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ที่สหรัฐอเมริกา

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ในฐานะ หัวหน้าเสรีไทย สายสหรัฐอเมริกา ได้รับเชิญให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อจาก ทวี บุณยเกตุ เพื่อเจรจากับประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับสถานะของประเทศไทย ที่เป็นฝ่ายเดียวกับสัมพันธมิตร ภายหลังการประกาศสันติภาพ โดยรัฐบาลนายควง อภัยวงศ์ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ให้การประกาศสงคราม กับฝ่ายสัมพันธมิตร ของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นโมฆะ โดยเดินทางกลับมารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2488

ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ท่านได้ใช้ความรู้ความสามารถทางภาษา ตลอดจนความเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณี และระบบกฎหมายตะวันตก เจรจากับ ฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ในครั้งแรกประเทศอังกฤษ ได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ประเทศไทย เป็นเมืองในอาณัติ แต่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช สามารถเจรจาให้ไทย หลุดพ้นจากการเป็น เมืองในอาณัติอังกฤษได้สำเร็จ โดยอังกฤษและไทยได้ลงนามใน "ความตกลงสมบูรณ์แบบเพื่อยุติภาวะสงคราม ระหว่างไทยกับบริเตนใหญ่และอินเดีย" ที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2489 มีใจความสำคัญคือ ไทยต้องคืนดินแดนในมลายู และรัฐฉาน ที่ได้มาระหว่างสงครามให้แก่อังกฤษ และต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ทรัพย์สินของอังกฤษ ที่ถูกไทยยึดครองระหว่างสงคราม เป็นข้าวสาร 1.5 ล้านตัน

จากนั้นไทยได้ทำการตกลงกับฝรั่งเศส มีจุดประสงค์เพื่อขอเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติ โดยได้ตกลงคืนดินแดนที่ได้มาจากกรณีพิพาทอินโดจีน เมื่อปี พ.ศ. 2483 ให้กับฝรั่งเศส แต่ฝรั่งเศสยังเรียกร้องให้ไทยมอบ พระแก้วมรกตและพระบาง ให้แก่ฝรั่งเศส โดยอ้างว่าเคยอยู่ในลาวมาก่อนถึง 200 กว่าปี ก่อนจะมาอยู่ที่กรุงเทพฯ และเมื่อลาวเป็นดินแดนในอาณัติของฝรั่งเศสแล้ว ไทยก็ควรคืนพระแก้วมรกตให้แก่ลาวด้วย แต่ฝ่ายไทยได้อ้างว่า พระแก้วมรกต ค้นพบครั้งแรกในประเทศไทย การที่ต้องอยู่ในลาวถึง 200 กว่าปีนั้น เป็นเพราะพระไชยเชษฐาได้นำพระแก้วมรกตจากเมืองเชียงใหม่ ไปไว้ที่เมืองหลวงพระบาง และเมืองเวียงจันทน์ ดังนั้นการที่สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้อัญเชิญพระแก้วมรกต มาไว้ยังกรุงธนบุรีและกรุงเทพฯ ตามลำดับนั้น จึงเป็นการนำกลับคืนสู่สถานที่เดิม ทำให้ข้อเรียกร้องของฝรั่งเศสข้อนี้ต้องตกไป ส่วนพระบางนั้นไทยได้ส่งคืนลาวไปตามข้อเรียกร้อง

นอกจากนี้ไทยยังได้เปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับ สหภาพโซเวียด และทำสนธิสัญญาทางไมตรีกับประเทศจีน เพื่อไม่ให้คัดค้านการเข้าเป็นสมาชิก องค์การสหประชาชาติของไทย และในที่สุดไทยได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาติ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2489 เป็นสมาชิกลำดับที่ 55

รัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ได้ประกาศ พระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม เพื่อลงโทษผู้นำ หรือหัวหน้ารัฐบาล ที่ร่วมก่อให้เกิดสงคราม ที่ทำให้ประเทศเป็นฝ่ายปราชัย ซึ่งหากรัฐบาลไม่ตราพระราชบัญญัตินี้ ฝ่ายสัมพันธมิตรก็จะนำผู้ต้องหา ไปดำเนินคดีในต่างประเทศในฐานะ อาชญากรสงคราม

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 4 ครั้ง โดยในครั้งสุดท้ายได้เกิด เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ที่ตำรวจและกองกำลังติดอาวุธ เข้าปิดล้อม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีนักศึกษา และประชาชนหลายพันคนชุมนุมประท้วง การกลับประเทศไทยของ จอมพลถนอม กิตติขจร ที่ถูกประชาชนขับไล่ ออกจากประเทศไปเมื่อ 3 ปีก่อน ในวันเดียวกัน พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ได้จัดตั้ง คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน เข้ายึดอำนาจจาก รัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์

หลังจากพ้นตำแหน่งแล้ว ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้ลาออกจากตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และวางมือทางการเมือง ใช้ชีวิตสงบเงียบตลอดมา และได้ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 สิริอายุได้ 92 ปี

 
หนังสือ Thailand's Struggle for Democracy หนังสือรวบรวมชีวประวัติหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช โดย David Van Praagh นักวิชาการชาวแคนาดา

ระยะเวลาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

  1. สมัยที่ 1 : คณะรัฐมนตรีคณะที่ 13 ของไทย : 17 กันยายน 2488 - 31 มกราคม 2489
  2. สมัยที่ 2 : คณะรัฐมนตรีคณะที่ 35 ของไทย : 15 กุมภาพันธ์ 2518 - 13 มีนาคม 2518
  3. สมัยที่ 3 : คณะรัฐมนตรีคณะที่ 37 ของไทย : 20 เมษายน 2519 - 25 กันยายน 2519
  4. สมัยที่ 4 : คณะรัฐมนตรีคณะที่ 38 ของไทย : 25 กันยายน 2519 - 6 ตุลาคม 2519

ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์และเล่นการเมืองแก้ไข

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ดำเนินการจัดตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับนายควง อภัยวงศ์ ขึ้นในวันศุกร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2489 โดยชื่อ "ประชาธิปัตย์" นั้น ท่านเป็นผู้บัญญัติขึ้น โดยมีความหมายว่า "ผู้บำเพ็ญประชาธิปไตย" โดยมีจุดมุ่งหมายคือ ต่อต้านการกระทำอันเป็นเผด็จการไม่ว่าวิธีการใด ๆ โดยมีนายควง อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นรองหัวหน้าพรรค ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ยุบพรรคก้าวหน้ามารวมกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเลขาธิการพรรค และนายชวลิต อภัยวงศ์ เป็นรองเลขาธิการพรรค

ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สืบต่อจากนายควง อภัยวงศ์ ที่ถึงแก่อสัญกรรมไปในปี พ.ศ. 2511 หลังจากได้ยุติบทบาททางการเมืองของตนเองไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 หลังจากที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ยึดอำนาจตนเองเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 โดยไม่ลงเลือกตั้งในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ระหว่างการเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้ชื่อว่าเป็นนักการเมืองที่เป็นสุภาพบุรุษ เล่นการเมืองด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส มาตลอด แต่ ม.ร.ว.เสนีย์ มักประสบปัญหาความวุ่นวายในพรรค เนื่องจากสมาชิกพรรคมักสร้างปัญหาโดยการต่อรองขอตำแหน่งทางการเมือง และบางส่วนก็จะออกจากพรรคไปตั้งพรรคใหม่ จนเกิดความวุ่นวาย ไม่สามารถควบคุมพรรคได้ จึงได้ฉายาจากสื่อมวลชนว่า "ฤๅษีเลี้ยงลิง" หรือ "พระเจ้าตา" เพราะถูกมองว่าอ่อนแอ ไม่สามารถควบคุมบริหารพรรคและรัฐบาลได้ จนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา

 
ภาพวาดเทคนิคสีน้ำของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช รูปเขาไกรลาศ หัวหิน

ชีวิตหลังการเมืองแก้ไข

หลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 แล้ว คณะปฏิรูปการปกครองที่นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ต้องการจะให้ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป แต่ท่านได้ปฏิเสธ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช จึงได้วางมือจากการรับตำแหน่งทางการเมืองอย่างถาวร แต่ยังรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปอีกระยะ จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2522 จึงได้หัวหน้าคนใหม่ (พ.อ.ดร.ถนัด คอมันตร์) ชีวิตหลังจากนี้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเอกมัย ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือ และรวบรวมงานประพันธ์ต่าง ๆ ที่เคยแต่งไว้ก่อนหน้านี้และแต่งเพิ่มเติม เช่น ประชุมสารนิพนธ์, แปลกวีนิพนธ์, ชีวลิขิต เป็นต้น รวมทั้งการวาดรูป ทั้งรูปสีน้ำ สีน้ำมัน รูปสเก็ตซ์ เล่นดนตรี แต่งเพลงและปลูกไม้ดอก โดยเฉพาะกุหลาบ ซึ่งล้วนเป็นงานอดิเรกที่ทำเป็นประจำ และยังคงให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์บ้านเมืองเป็นระยะ ๆ รวมทั้งยังให้คำปรึกษากับพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นปูชนียบุคคลสำคัญในพรรคด้วย ซึ่งในปี พ.ศ. 2548 อันเป็นวาระครบรอบ 100 ปี ของท่าน ทางพรรคได้ก่อตั้ง มูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ขึ้นตามเจตนารมณ์ของท่านและทายาท และให้ชื่ออาคารที่ทำการของพรรคหลังที่สองว่า อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

วาทะหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชแก้ไข

การปกครองบ้านเมืองมี 3 วิธี ด้วยอำนาจ ด้วยอามิส หรือด้วยอุดมคติ การเมืองที่มาด้วยอำนาจ ย่อมโค่นล้มไปด้วยอำนาจ อามิส วันหนึ่งหมดไม่มีจะให้ และให้สักเท่าใดก็ไม่พอสำหรับผู้รับ อุดมคติเท่านั้นที่จะยั่งยืนอยู่ได้ แม้ตัวผู้ปกครองจะล้มหายตายจากไป สัจจะตามอุดมคติจะยังอยู่

— ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช
คำปราศรัย ณ วงเวียนเล็ก ฝั่งธน ฯ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2489

คำกล่าวถึงแก้ไข

ท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นบุรุษรัตนะผู้หนึ่ง มิฉะนั้นท่านจะสอบกฎหมายอังกฤษได้ที่ ๑ ได้อย่างไร แล้วยังได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็นผู้พิพากษา เป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา เป็นนายกรัฐมนตรีหลายครั้ง ท่านเป็นผู้เจรจาเพื่อความรอดพ้นจากความเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ เมื่อไทยเป็นฝ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่สอง บุรุษเช่นนี้ หาได้ยาก

— ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์
อดีตประธานองคมนตรี

เป็นนักการเมืองที่สะอาด บริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ น่าเชื่อถือ ยึดเอาความถูกต้อง และคุณธรรมเป็นหลักการตัดสินใจทางการเมืองใด ๆ เป็นไปอย่างรอบคอบและรัดกุม รู้แพ้ รู้ชนะและรู้อภัย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองใด ๆ ที่ไม่ชอบมาพากล ท่านเป็นแบบอย่างของนักการเมืองที่ดีเยี่ยมที่นักการเมืองที่ดีทุกคนควรยึดถือ

— พลอากาศเอก สิทธิ เศวตศิลา
อดีตองคมนตรี

สถิติการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและตำแหน่งทางการเมืองแก้ไข

  • ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทยที่มีอายุน้อยที่สุด (จนถึงปัจจุบัน) โดยดำรงตำแหน่งในครั้งแรกเมื่ออายุเพียง 40 ปี 4 เดือน 17 วัน
  • นอกจากนั้นแล้ว ยังเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มีอายุมากที่สุด (ในช่วงเวลานั้น) โดยดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2519 ด้วยอายุถึง 71 ปี 3 เดือน 25 วัน
  • เป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวาระที่มีช่วงเวลาห่างกันนานที่สุด คือ 30 ปี ระหว่างการดำรงตำแหน่งครั้งแรกในปี พ.ศ. 2488 และดำรงตำแหน่งครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2518
  • เป็นผู้นำคณะรัฐบาลที่มีอายุรัฐบาลสั้นที่สุด คือ 11 วัน ในคณะรัฐมนตรีคณะที่ 38 ระหว่างวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2519 จนถึงวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519
  • คณะรัฐมนตรีคณะที่ 35 ที่มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ยังเป็นคณะรัฐมนตรีคณะแรกและคณะเดียวจนถึงปัจจุบันนี้ ที่ต้องลาออกเพราะไม่ได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรในการแถลงนโยบาย
  • เป็นพลเรือนคนแรกที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม[1]
  • เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรคนแรกอย่างเป็นทางการ

รางวัลและเกียรติยศแก้ไข

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ได้รับพระราชทานยศกองอาสารักษาดินแดนเป็น นายกองใหญ่[2]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

ศาสตราจารย์พิเศษ หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ดังนี้

ลำดับสาแหรกแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  • หนังสือชีวลิขิต โดย หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
  1. สมัคร สุนทรเวช พลเรือน คนที่ 3 คุม กองทัพ
  2. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2519/D/098/6.PDF
  3. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งสำนักนายกรัฐมนตรี พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๙๓ ตอน ๘๐ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ หน้า ๑๓๕๑
  4. ราชกิจจานุเบกษา,[ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2503/D/102/22.PDF แจ้งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานแครื่องราชอิสริยาภรณ์] ฉบับพิเศษ เล่ม ๗๗ ตอน ๑๐๒ ๙ ธันวาคม ๒๕๐๓ หน้า ๒๒
  5. ราชกิจจานุเบกษา,[ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2518/D/263/46.PDF แจ้งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์] ฉบับพิเศษ เล่ม ๙๒ ตอน ๒๖๓ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๑๘ หน้า ๔๗
  6. ราชกิจจานุเบกษา,[ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2527/D/134/14.PDF แจ้งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา] ฉบับพิเศษ เล่ม ๑๐๑ ตอน ๑๓๔ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๗ หน้า ๑๔
  7. ราชกิจจานุเบกษา,[ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2506/D/053/1448.PDF แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเหรียญราชการชายแดน] เล่ม ๘๐ ตอน ๕๓ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๐๖ หน้า ๑๔๔๙
  8. ราชกิจจานุเบกษา,[ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2489/D/017/426.PDF แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์] เล่ม ๑๗ ตอน ๒๓ ๖ มีนาคม ๒๔๘๙ หน้า ๔๒๖
  9. ราชกิจจานุเบกษา,[ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2497/D/051/1847.PDF แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์] เล่ม ๗๑ ตอน ๕๑ ๓๐ กรกฎาคม ๒๔๙๗ หน้า ๑๘๔๗
  10. ราชกิจจานุเบกษา,[ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2503/D/081/2139.PDF แจ้งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องพระราชทานเหรียญราชรุจิ] เล่ม ๗๗ ตอน ๘๑ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๓ หน้า ๒๑๓๙
  11. ชมรมสายสกุลบุนนาค. เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์รัตนราชโกษา (แพ บุนนาค). เรียกดูเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2556
  12. "หลวงอัครเทพฯ ทวิภพ ที่แท้ "ปู่ทวด" นีโน่!!" (Press release). ASTVผู้จัดการออนไลน์. 18 สิงหาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2556.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

ก่อนหน้า หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ถัดไป
ทวี บุณยเกตุ    
นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย
สมัยที่ 1

(17 กันยายน พ.ศ. 248831 มกราคม พ.ศ. 2489)
  ควง อภัยวงศ์
สัญญา ธรรมศักดิ์    
นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย
สมัยที่ 2

(15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 251814 มีนาคม พ.ศ. 2518)
  หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช
หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช    
นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย
สมัยที่ 3

(20 เมษายน พ.ศ. 25196 ตุลาคม พ.ศ. 2519)
  ธานินทร์ กรัยวิเชียร
พลเอก ทวิช เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา    
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
(27 สิงหาคม พ.ศ. 251923 กันยายน พ.ศ. 2519)
  พลเอก สงัด ชลออยู่
หลวงวิจิตรวาทการ
(วิจิตร วิจิตรวาทการ)
   
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
(27 สิงหาคม พ.ศ. 251923 กันยายน พ.ศ. 2519)
  ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
พระยาศราภัยพิพัฒ
(เลื่อน ศราภัยวานิช)
   
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(พ.ศ. 2491)
  มังกร พรหมโยธี
หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช    
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
สมัยที่ 1

(20 เมษายน พ.ศ. 251923 กันยายน พ.ศ. 2519)
  หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช
หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช    
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
สมัยที่ 2

(5 ตุลาคม พ.ศ. 25196 ตุลาคม พ.ศ. 2519)
  สมัคร สุนทรเวช
ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์    
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
(10 พฤศจิกายน พ.ศ. 249021 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2491)
  พระยาอรรถการีย์นิพนธ์
(สิทธิ จุณณานนท์)
สถาปนาตำแหน่ง    
ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไทย
(22 มีนาคม พ.ศ. 251812 มกราคม พ.ศ. 2519)
  ประมาณ อดิเรกสาร
ควง อภัยวงศ์    
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
(พ.ศ. 251126 พฤษภาคม พ.ศ. 2522)
  ถนัด คอมันตร์