กองอาสารักษาดินแดน

กองอาสารักษาดินแดน (อักษรย่อ: อส., อังกฤษ: Volunteer Defense Corps; VDC) เป็นองค์การ ขึ้นอยู่ในกระทรวงมหาดไทย มีฐานะเป็นนิติบุคคล ตามมาตรา 4 หมวด 1 ของพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 และมีกรรมการคณะหนึ่งจำนวนไม่น้อยกว่าสิบคน และไม่เกินยี่สิบคน เรียกว่า “คณะกรรมการกลางกองอาสารักษาดินแดน” ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นรองประธานโดยตำแหน่ง ส่วนกรรมการอื่น เลขาธิการและรองเลขาธิการนั้น ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้แต่งตั้งและถอดถอนโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 6 ซึ่งกองอาสารักษาดินแดนนั้น เป็นกองกำลังกึ่งทหาร ทำหน้าที่รักษาความสงบร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย การเทิดทูนและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงรักษาความปลอดภัยในสถานที่สำคัญ และการคมนาคม และเป็นกำลังสำรองส่วนหนึ่งที่พร้อมจะเพิ่มเติมและสนับสนุนกำลังทหารได้เมื่อมีการร้องขอทั้งในยามปกติและยามศึกสงคราม และพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 หมวด 7 มาตรา 29 ได้บัญญัติไว้ เจ้าหน้าที่หรือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนในระหว่างทำการตามหน้าที่ ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา

กองอาสารักษาดินแดน
เครื่องหมายราชการของกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน (ปัจจุบันคือ สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน) กระทรวงมหาดไทย
ประจำการ พ.ศ. 2497
ประเทศ  ไทย
รูปแบบ กำลังกึ่งทหาร (มีฐานะเป็นนิติบุคคล)
ขึ้นกับ กระทรวงมหาดไทย[1]
กองบัญชาการ ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
คำขวัญ ปวงข้า อส. ขอตั้งสัจจา จะปกป้องพาราจนสิ้นใจ
ค่านิยมหลัก
วันสถาปนา 10 กุมภาพันธ์
(วันประกาศใช้พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497)
ปฏิบัติการ
สำคัญ
ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย[2]
ผู้บังคับบัญชา
ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน นายกองใหญ่ อนุพงษ์ เผ่าจินดา (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย)

ประวัติแก้ไข

ระยะก่อน พ.ศ. 2454

สมัยโบราณเมื่อเกิดภาวะสงคราม จะมีราษฎรที่ไม่ใช่ทหารรวมตัวกันต่อสู้กับข้าศึกเพื่อรักษาแผ่นดิน อาทิ สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศึกบางระจัน ชาวบ้านบางระจันที่ไม่ใช่ทหารพยายามต่อสู้กับพม่าจนสิ้นกำลัง ประมาณ พ.ศ. 2308–2309

สมัยการสู้รบที่เมืองถลาง คุณหญิงจันและนางมุก (ท้าวเทพกษัตรี และท้าวศรีสุนทร)

สมัยกู้อิสรภาพเมืองนครราชสีมา โดยการนำของคุณหญิงโม (ท้าวสุรนารี)

สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สถาปนา “กองเสือป่า” ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2454 เป็นกองพลอาสาสมัครเพื่ออบรมข้าราชการและประชาชนให้รู้จักรักชาติ รู้จักหน้าที่ในการป้องกันรักษาประเทศชาติ

ระยะตั้งแต่ พ.ศ. 2454–2497

มีความพยายามที่จัดตั้งหน่วยพลเรือนอาสาขึ้นให้เป็นระบบ ทั้งในยามปกติและสงคราม มีการนำแนวคิดจากต่างประเทศมาใช้หลังจากมีการจัดตั้งกองเสือป่าขึ้น ในสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้มีแนวคิดในการจัดตั้งหน่วยพลเรือนอาสา โดยได้ออกพระราชบัญญัติกำหนดหน้าที่คนไทยในเวลารบ พ.ศ. 2481 และพระราชบัญญัติให้อำนาจในการเตรียมการป้องกันประเทศ พ.ศ. 2484 เพื่อให้การฝึกอบรมคนไทยให้รู้จักหน้าที่ในการป้องกันรักษาประเทศชาติในยามศึกสงคราม โดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดำเนินการ

ระยะตั้งแต่ พ.ศ. 2497–ปัจจุบัน

ในปี พ.ศ. 2497 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497[3] ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 เป็นผลให้เกิดกิจการด้านพลเรือนอาสา มีรูปแบบและระบบการจัดการที่ชัดเจนมากขึ้น และจึงถือเอา 10 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน[4]

ธงชัยประจำกองแก้ไข

 
ธงกองอาสารักษาดินแดน
 
ธงกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด

ธงกองอาสารักษาดินแดน เป็นธงที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด และเป็นเกียรติยศของกองอาสารักษาดินแดน เสมือนธงชัยเฉลิมพล การปฏิบัติต่อธงชัยประจำกองทุกขั้นตอน ต้องเป็นไปตามพิธีการ ระเบียบแบบแผนที่วางไว้อย่างเข้มงวดกวดขัน ในโอกาสที่จะเชิญธงชัยประจำกองออกประจำที่ต้องเป็นพิธีการที่มีความสำคัญเกี่ยวกับเกียรติยศและเชิดหน้าชูตาเท่านั้น

ตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 หมวด 5 ได้กำหนดไว้ ซึ่งมีลักษณะดังนี้

ธงกองอาสารักษาดินแดน มีลักษณะและสีอย่างเดียวกับธงชาติ แต่ผืนธงเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้างด้านละ 72 เซนติเมตร ด้านหน้าของผืนธงมุมบนด้านที่ติดกับคันธงมีรูปพระมหามงกุฎและเลขหมายประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์ที่พระราชทานเป็นตัวเลขไทยสีเหลือง ภายใต้พระมหามงกุฎมีพระปรมาภิไธยย่อเป็นสีทองขลิบริมสีเหลืองรัศมีสีทอง และที่ตรงกลางของผืนธงมีดวงกลมสีแดงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 34 เซนติเมตร ขอบรอบวงกลมเป็นสีเหลือง มีรูปพระนเรศวรทรงช้างอยู่ภายในดวงกลมและมีความว่า “กองอาสารักษาดินแดน” ปักด้วยดิ้นทองเป็นแถวโค้งโอบใต้ดวงกลมนั้น ด้านหลังที่ตรงกลางของผืนธงมีรูปช่อชัยพฤกษ์และอุณาโลมอยู่ตรงกลางภายใต้พระมหามงกุฎ ปักด้วยดิ้นทอง ขอบธงด้านที่ติดกับคันธงเป็นสีแดง ด้านอื่นเป็นกรุยสีเหลือง

โดยความสำคัญของธงประจำกองอาสารักษาดินแดนนี้ ปรากฏในพระบรมราโชวาทในวันพิธีสวนสนามและพระราชทานธงประจำกองอาสารักษาดินแดน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2497 ความตอนหนึ่งที่ว่า

เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน ทั้งหลาย

ข้าพเจ้ามีความยินดี ที่ได้มาร่วมในการสวนสนาม และทำพิธีมอบธงชัยประจำกอง ให้แก่กองอาสารักษาดินแดนในวันนี้ตามที่กระทรวงมหาดไทย ได้ดำริจัดตั้งกองอาสารักษาดินแดนขึ้น ด้วยความมุ่งหมายที่จะอบรมประชาชนพลเมืองให้มีความรู้ในการทำหน้าที่ เพื่อช่วยป้องกันและบรรเทาภัย อันเนื่องจากสงครามและจากภัยธรรมชาติ ช่วยกันรักษาความสงบสุขและความปลอดภัยของประเทศชาติ แบ่งเบาภาระของทหารและตำรวจซึ่งต้องทำหน้าที่อยู่โดยตรงแล้ว ดังที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ชี้แจงมานั้น เป็นความดำริที่ชอบแล้ว ยิ่งเมื่อสถานการณ์ของโลกรอบ ๆ ประเทศ อยู่ในลักษณะดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ที่มิได้นิ่งนอนใจ รีบดำเนินการในเรื่องนี้ก็เป็นการสมควรยิ่งขึ้น จัดได้ว่าไม่อยู่ในความประมาท ชอบด้วยพุทธวะจะนะแล้ว ข้าพเจ้าขอให้เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ โดยพยายามฝึกสอนอบรมประชาชน ให้เข้าใจกิจการในหน้าที่ของตน ทั้งในส่วนตัวของบุคคล ของครอบครัว ของหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่ ตลอดจนชาติบ้านเมืองในที่สุด เพื่อได้มีความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกันที่ที่จะช่วยป้องกันภัยอันตรายและรักษาความสงบในท้องถิ่นของตน ด้วยความองอาจกล้าหาญ และซื่อสัตย์สุจริต เพื่อชาติบ้านเมือง และความเป็นเอกราชของเราจะได้วัฒนาถาวร

อันธงประจำกองที่ข้าพเจ้ามอบให้นี้ ย่อมเป็นเครื่องหมายแทนบรรดาศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านนับถือ ท่านจงเทิดทูนและรักษาไว้ให้ดี อย่าให้เสียเกียรติได้ และควรพิทักษ์รักษาเกียรติยิ่งกว่าชีวิตของตน ขอธงที่ได้มอบให้นี้จงเป็นเครื่องเตือนใจ ให้กองอาสารักษาดินแดนได้ปฏิบัติหน้าที่สมตามความมุ่งหมายเป็นมิ่งขวัญอันดีของกองอาสารักษาดินแดนสืบไป

ในที่สุด ขอให้บรรดาสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ตลอดท่านที่มาร่วมชุมนุมในงานนี้ จงประสบความสุขความเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังความคิดในอันจะประกอบกิจในหน้าที่สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีทุกประการ

การจัดหน่วยและการบังคับบัญชาแก้ไข

กองอาสารักษาดินแดน แบ่งการจัดหน่วยออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค

  • ส่วนกลาง ได้แก่ กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดนโดยตำแหน่ง และจะได้รับพระราชทานยศ "นายกองใหญ่" ส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดนโดยตำแหน่ง และปลัดกระทรวงมหาดไทย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ช่วยผู้บัญชการกองอาสารักษาดินแดนโดยตำแหน่ง และจะได้รับพระราชทานยศ "นายกองเอก"
  • ส่วนภูมิภาค ได้แก่ กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดโดยตำแหน่ง ส่วนรองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นรองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดโดยตำแหน่ง และปลัดจังหวัด เป็นผู้ช่วยผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดและหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดโดยตำแหน่ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด จะได้รับพระราชทานยศ "นายกองเอก" กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอ มีนายอำเภอ เป็นผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอโดยตำแหน่ง จะได้รับพระราชทานยศ "นายกองตรี"

สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนแก้ไข

สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนต้องมีคุณสมบัติและลักษณะ ตามของพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 หมวด 1 มาตรา 12 มีประเภท คือ 3

  1. ประเภทสำรอง คือ สมาชิกที่ยังไม่ได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนด
  2. ประเภทประจำกอง คือ สมาชิกที่ได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตร และบรรจุอยู่ในอัตรากำลัง
  3. ประเภทกองหนุน คือ สมาชิกที่ได้ปลดออกจากประจำกอง

ยศกองอาสารักษาดินแดนแก้ไข

 
เครื่องแบบกองอาสารักษาดินแดนของไทย

ยศกองอาสารักษาดินแดน เป็นยศที่ได้รับพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ ตามพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 โดยแบ่งออกเป็นชั้นยศของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน และชั้นยศของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน[5] สำหรับชื่อชั้นยศในภาษาอังกฤษนั้น ยึดถือตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเรียกชื่อยศและตำแหน่งในกองอาสารักษาดินแดนเป็นภาษาอังกฤษ (เพื่อพลาง) พ.ศ. 2511 และผู้ที่จะได้รับยศตั้งแต่ชั้นนายหมวดตรีขึ้นไปนั้น จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้น ตามมาตรา 4 และการถอด หรือการออกจากยศตั้งแต่ชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป จะกระทำได้โดยประกาศพระบรมราชโองการ ตามมาตรา 9 และการแต่งตั้งผู้ใดให้ว่าที่ยศชั้นใดชั่วคราวตั้งแต่ชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจแต่งตั้งผู้นั้นให้ว่าที่ยศชั้นนั้นชั่วคราวได้ ตามมาตรา 6 จนกว่าจะได้นำความกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์ให้ทรงมีพระบรมราชโองการพระราชทานยศแล้ว ส่วนผู้ที่จะได้รับยศตั้งแต่ชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมานั้น ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือผู้บังคับบัญชาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายเป็นผู้แต่งตั้งได้ โดยยศกองอาสารักษาดินแดน มีระดับชั้นยศคล้ายกับทหาร ตำรวจ เพียงแค่เรียกกันคนละแบบ เช่น

  1. นายกองใหญ่ เทียบเท่าชั้น จอมพล สำหรับพระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  2. นายกอง เทียบเท่าชั้น นายพล สำหรับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดีกรมการปกครอง รองอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ปลัดจังหวัด นายอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน
  3. นายหมวด เทียบเท่าชั้น นายพัน สำหรับปลัดอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน
  4. นายหมู่ เทียบเท่าชั้น ประทวน สำหรับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือสมาชิก อส.

ชั้นยศของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่แก้ไข

ชั้นยศของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน แบ่งออกเป็น 7 ชั้นยศ ได้แก่

ลำดับ ชื่อยศ คำย่อ ชื่อยศภาษาอังกฤษ คำย่อภาษาอังกฤษ เครื่องหมายยศ
1 นายกองใหญ่ ก.ญ. Volunteer Defense Corps General VDC Gen (NATO Code : OF-9)
2 นายกองเอก ก.อ. Volunteer Defense Corps Colonel VDC Col (NATO Code : OF-5)
3 นายกองโท ก.ท. Volunteer Defense Corps Lieutenant Colonel VDC Lt Col (NATO Code : OF-4)
4 นายกองตรี ก.ต. Volunteer Defense Corps Major VDC Maj (NATO Code : OF-3)
5 นายหมวดเอก มว.อ Volunteer Defense Corps Captain VDC Capt (NATO Code : OF-2)
6 นายหมวดโท มว.ท. Volunteer Defense Corps First Lieutenant VDC 1st Lt (NATO Code : OF-1)
7 นายหมวดตรี มว.ต. Volunteer Defense Corps second Lieutenant VDC 2nd Lt (NATO Code : OF-1)

ชั้นยศของสมาชิกแก้ไข

ชั้นยศของสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน แบ่งออกเป็น 4 ชั้นยศ ได้แก่

ลำดับ ชื่อยศ คำย่อ ชื่อยศภาษาอังกฤษ คำย่อภาษาอังกฤษ เครื่องหมายยศ
1 นายหมู่ใหญ่ ม.ญ. Volunteer Defense Corps Sergeant Major VDC Sgt Maj (NATO Code : OR-9 or OR-8)
2 นายหมู่เอก ม.อ. Volunteer Defense Corps Sergeant VDC Sgt (NATO Code : OR-5)
3 นายหมู่โท ม.ท. Volunteer Defense Corps Corporal VDC Cpl (NATO Code : OR-4)
4 นายหมู่ตรี ม.ต. Volunteer Defense Corps Lance Corporal VDC Lcpl (NATO Code : OR-3)

สำหรับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ไม่มียศ ได้กำหนดลำดับชั้นไว้ 4 ชั้น คือ สมาชิกเอก สมาชิกโท สมาชิกตรี และสมาชิก ใช้คำเรียกในภาษาอังกฤษว่า Volunteer Defense Corps Member (VDC Mbr)[6]

บทบาทหน้าที่ ภารกิจ และอำนาจตามกฎหมายแก้ไข

กองอาสารักษาดินแดนมีหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติกองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 หมวด 2 มาตรา 16 ดังนี้

  1. บรรเทาภัยที่เกิดจากธรรมชาติ และการกระทำของข้าศึก
  2. ทำหน้าที่ตำรวจรักษาความสงบภายในท้องที่ร่วมกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
  3. รักษาสถานที่สำคัญ และการคมนาคม
  4. ป้องกันการจารกรรม สดับตรับฟัง และรายงานข่าว
  5. ทำความช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่ฝ่ายทหารตามที่ทหารต้องการ และตัดทอนกำลังข้าศึก
  6. เป็นกำลังสำรองส่วนหนึ่งที่พร้อมจะเพิ่มเติมและสนับสนุนกำลังทหารได้เมื่อจำเป็น

นอกจากนั้นแล้วภารกิจในปัจจุบัน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือสมาชิก อส. ยังมีบทบาทหน้าที่ในด้านต่าง ๆ อีกมาก ทั้งนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย เช่น ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การปราบปรามการค้ามนุษย์ การป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การจัดระเบียบสังคม การรักษาความสงบเรียบร้อย รวมถึงการควบคุมความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ การพัฒนาและสร้างมวลชน การบริการประชาชน การส่งเสริมการท่องเที่ยว บรรเทาภัยด้านความมั่นคง เป็นต้น

ยุทโธปกรณ์แก้ไข

ยานพาหนะภาคพื้นดินแก้ไข

รุ่น ภาพ ประเภท ที่มา หมายเหตุ
นิสสัน นาวารา (หุ้มเกราะ) รถเกราะ   ญี่ปุ่น รถกระบะดัดแปลง

อาวุธเล็กแก้ไข

ชื่อ ภาพ ประเภท ลำกล้องปืน ที่มา หมายเหตุ
เอชเค 33 เอ 2   ปืนเล็กยาวจู่โจม 5.56×45 มม. นาโต   เยอรมนี
  ไทย
กระทรวงมหาดไทยแจกจ่ายให้กองอาสารักษาดินแดน[7]
เอ็ม 16   ปืนเล็กยาวจู่โจม 5.56×45 มม. นาโต   สหรัฐ
เอเค 102[8][9]   คาร์บิน 5.56×45 มม. นาโต   รัสเซีย

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข