คณะลูกเสือแห่งชาติ

คณะลูกเสือแห่งชาติ (อังกฤษ: National Scout Organization of Thailand; NSOT) เป็นองค์การที่ดูแลเกี่ยวกับการลูกเสือในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2454 และได้เข้าร่วมสมัชชาลูกเสือโลกเมื่อ พ.ศ. 2465 ในปี พ.ศ. 2553 คณะลูกเสือแห่งชาติ มีสมาชิกกว่า 1,360,869 คน[1]

คณะลูกเสือแห่งชาติ
Emblem of the National Scout Organization of Thailand.png
คำขวัญเสียชีพอย่าเสียสัตย์
ผู้ก่อตั้งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ก่อตั้ง1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 (109 ปี)
ที่ตั้ง
พระประมุข
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
องค์อุปถัมภิกา
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
เลขาธิการ
ประเสริฐ บุญเรือง
เว็บไซต์www.scoutthailand.org
ตราประจำลูกเสือไทย

ประวัติแก้ไข

 
เด็กนักเรียนไทยในเครื่องแต่งกายลูกเสือ ณ จังหวัดนครปฐม

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระชนมายุได้ 13 พรรษา ได้เสด็จไปทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ระหว่างที่ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้ทรงทราบเรื่องการสู้รบเพื่อรักษาเมืองมาฟิคิง (Mafeking) ของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ (Lord Baden Powell) ซึ่งตั้งกองทหารเด็กเป็นหน่วยสอดแนมช่วยรบในการรบกับพวกบัวร์ (Boar) จนประสบผลสำเร็จ และตั้งกองลูกเสือแห่งแรกที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2450 เมื่อพระองค์เสด็จนิวัติสู่ประเทศไทยก็ได้ทรงจัดตั้งกองเสือป่า (Wild Tiger Corps) ขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกหัดให้ข้าราชการและพลเรือนได้เรียนรู้วิชาทหาร นับเป็นประเทศที่ 3 ของโลก ต่อจากอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ที่มีการสถาปนากองลูกเสือขึ้น ต่อจากนั้นอีก 2 เดือน ก็ได้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2454 ด้วยมีพระราชปรารภว่า เมื่อฝึกผู้ใหญ่เป็นเสือป่า เพื่อเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือชาติบ้านเมืองแล้ว เห็นควรที่จะมีการฝึกเด็กชายปฐมวัยให้มีความรู้ทางเสือป่าด้วย เมื่อเติบโตขึ้นจะได้รู้จักหน้าที่และประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง

จากนั้น ทรงตั้งกองลูกเสือกองแรก ขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง (วชิราวุธวิทยาลัย ในปัจจุบัน) และจัดตั้งกองลูกเสือ ตามโรงเรียนต่างๆ รวมถึงกำหนดข้อบังคับลักษณะปกครองลูกเสือขึ้น ทั้งพระราชทานคำขวัญแก่ลูกเสือว่า “เสียชีพอย่าเสียสัตย์” โดยผู้ที่นับว่าเป็นลูกเสือไทยคนแรกคือ นายชัพน์ บุนนาค ซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “นายลิขิตสารสนอง

  • พ.ศ. 2463 ได้จัดส่งผู้แทนคณะลูกเสือไทย จำนวน 4 คน ไปร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ 1 (1st World Scout Jamboree) ซึ่งจัดเป็นครั้งแรกของโลก ณ อาคารโอลิมเปีย กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
  • พ.ศ. 2465 คณะลูกเสือไทย ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมัชชาลูกเสือโลก ซึ่งขณะนั้นมีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 31 ประเทศ ประเทศทั้ง 31 ประเทศนี้ นับเป็นสมาชิกรุ่นแรก หรือสมาชิกผู้ก่อการจัดตั้ง (Foundation Members) สมัชชาลูกเสือโลกขึ้นมา
  • พ.ศ. 2467 ได้จัดส่งผู้แทนคณะลูกเสือไทย 10 คน ไปร่วมงานชุมนุมลูกเสือโลก ครั้งที่ 2 ณ ประเทศเดนมาร์ก

หลังจากนั้นกิจการลูกเสือก็ได้ซบเซาลง จนในปี พ.ศ. 2506 สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภิกา พร้อมกับพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ ๖ ที่ทรงรับไว้ในพระอนุเคราะห์ (โดยไม่ออกพระนาม) ทำให้กิจการลูกเสือไทยกลับมาฟื้นฟูอีกครั้ง แม้ทั้งสองพระองค์จะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่ดอกผลแห่งพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก็ยังใช้จุนเจือกิจการคณะลูกเสือแห่งชาติต่อมา และยังคงได้รับการสืบสานให้เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับนับจนปัจจุบัน โดยในปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นประมุขคณะลูกเสือแห่งชาติในฐานะพระมหากษัตริย์ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงเป็นองค์อุปถัมภิกาคณะลูกเสือแห่งชาติ

ประเภทของลูกเสือแก้ไข

ปัจจุบันประเทศไทย มีลูกเสือ 5 ประเภท คือ

  1. ลูกเสือสำรอง
  2. ลูกเสือสามัญ
  3. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่
  4. ลูกเสือวิสามัญ
  5. ลูกเสือชาวบ้าน

และยังแบ่งออกเป็นเหล่าต่างๆ คือ เหล่าเสนา เหล่าสมุทร และ เหล่าอากาศ

ธงในคณะลูกเสือแห่งชาติแก้ไข

 
ธงคณะลูกเสือแห่งชาติ
 
ธงลูกเสือจังหวัด

ธงลูกเสือแบ่งออกเป็น 4 อย่างดังต่อไปนี้[2]

1. ธงคณะลูกเสือแห่งชาติ 2. ธงลูกเสือจังหวัด 3. ธงประจำกลุ่มหรือกองลูกเสือ 4. ธงประจำหมู่ลูกเสือ

ธงคณะลูกเสือแห่งชาติและธงลูกเสือจังหวัดแก้ไข

ในพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. ๒๕๕๑ หมวด ๔ มาตรา ๕๐ ได้ระบุถึงธงลูกเสือทั้งสองชนิด ความว่า ให้มีธงคณะลูกเสือแห่งชาติและธงลูกเสือจังหวัดโดยได้รับพระราชทานจากประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ และได้กำหนดลักษณะของธงทั้งสองไว้ในพระราชบัญญัติธง พ.ศ. ๒๕๒๒ หมวด ๖ ธงคณะลูกเสือแห่งชาติและธงลูกเสือจังหวัด ความว่า

ธงคณะลูกเสือแห่งชาติ

ธงคณะลูกเสือแห่งชาติ มีลักษณะและสีอย่างเดียวกับธงชาติ แต่ผืนธงกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 52 เซนติเมตร ตรงกลางของผืนธงมีตราธรรมจักรสีเหลืองขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 32 เซนติเมตร

ธงลูกเสือจังหวัด

ธงลูกเสือจังหวัด มีลักษณะและสีอย่างเดียวกับธงชาติ แต่ผืนธงกว้าง 40 เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร ตรงกลางของผืนธงมีดวงกลมสีเหลืองขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 27 เซนติเมตร มีขอบรอบดวงกลมเป็นสีดำ 2 ขอบซ้อนกัน ขอบนอกกว้าง 2 มิลลิเมตร ขอบในกว้าง 1 มิลลิเมตร ระยะระหว่างขอบนอกกับขอบในห่างกัน 2 มิลลิเมตร ตรงกลางของดวงกลมมีตราคณะลูกเสือแห่งชาติเป็นสีเหลือง และใต้ตรานั้นให้มีชื่อจังหวัดเป็นอักษรสีดำ

ซึ่งรูปแบบดังกล่าว ยังคงไว้ตามลักษณะเดิมของ ธงประจำกองคณะลูกเสือแห่งสยาม หรือ ธงคณะลูกเสือแห่งชาติ เมื่อครั้งรัชกาลที่๗ และธงลูกเสือจังหวัดเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๘ ส่วนคันธงนั้น ได้ระบุไว้ในพระราชบัญญัติธง พุทธศักราช ๒๔๗๙ มาตรา ๑๓ ธงประจำคณะลูกเสือและธงประจำกองลูกเสือ ความว่า คันธงยาว ๒.๖๐ เมตร ที่ยอดคันธงทำด้วยเงินเป็นรูปวชิร

ธงคณะลูกเสือแห่งชาติและธงลูกเสือจังหวัด เป็นธงสำคัญของคณะลูกเสือแห่งชาติอันเป็นเครื่องหมายแทนองค์พระมหากษัตริย์ รวมถึงสถาบัน ชาติ ศาสนาอันควรเคารพยิ่ง ในปัจจุบัน ธงทั้งสองชนิดจะเชิญเข้าใช้ในกิจการต่างๆ ตามแต่โอกาส อาทิ พิธีทบทวนคำปฏิญาณและสวนสนามของลูกเสือ ในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ๑ กรกฎาคม ของทุกปี ในงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ หรือเชิญเข้าประจำในกองลูกเสือเกียรติยศ โอกาสพระราชพิธี รัฐพิธี และ พิธีของลูกเสือ หรือรับเสด็จพระราชดำเนินในการประพาสต่างท้องถิ่น สำหรับพระเกียรติยศประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ พระรัชทายาท องค์อุปถัมภ์คณะลูกเสือแห่งชาติ และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทั้งนี้ ธงคณะลูกเสือแห่งชาติและธงลูกเสือจังหวัด ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนธงสำคัญต่างๆ ที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติธง เมื่อเชิญไปในพิธีการใด ก็จะต้องปฏิบัติตามระเบียบพิธีและธรรมเนียม เช่น มีการจัดกองเกียรติยศสำหรับธงเวลาเชิญไปในงานพิธีและเชิญกลับ มีการบรรเลงเพลงมหาชัยเป็นเกียรติยศสำหรับธง รวมไปถึงการเก็บรักษาและแสดงความเคารพต่อธงเป็นพิเศษ เมื่อชำรุดก็จะมีการขอรับพระราชทานธงแทนธงเดิมที่ชำรุด หรือขอรับพระราชทานธงใหม่เมื่อมีจังหวัดเกิดขึ้น เป็นต้น

ธงประจำกลุ่มหรือกองลูกเสือ และธงประจำหมู่ลูกเสือแก้ไข

 
จากซ้าย : ธงประจำกองลูกเสือสำรอง ธงประจำกองลูกเสือสามัญ ธงประจำกองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ธงประจำกองลูกเสือวิสามัญ


ธงประจำกลุ่มหรือกองลูกเสือ มีลักษณะตามข้อ 309 แห่งข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ พ.ศ. 2509 ดังต่อไปนี้

ธงลูกเสือสำรอง

ทำด้วยผ้าสีเหลืองขนาด 90x60 ซม. มีครุยสีเขียวยาว 8 ซม. สามด้าน ตรงกลางมีตราคณะลูกเสือแห่งชาติสีเขียว ขนาด 40x25 ซม. ใต้ตราบอกชื่อกลุ่มหรือกองลูกเสือ ตัวอักษรตัวพิมพ์ธรรมดาสีเหลือง ขนาดพองาม ยอดคันธงทำด้วยโลหะเป็นรูปวชิรสีเงิน

ธงลูกเสือสามัญ

ทำด้วยผ้าสีเขียว ขนาด 120x80 ซม. มีครุยสีเหลืองยาว 8 ซม.สามด้าน ตรงกลางมีตราคณะลูกเสือแห่งชาติสีเหลือง ขนาด 40x25 ซม. ใต้ตราบอกชื่อกลุ่มหรือกองลูกเสือ ตัวอักษรตัวพิมพ์ธรรมดาสีเหลือง ขนาดพองาม ยอดคันธงทำด้วยโลหะเป็นรูปวชิรสีเงิน

ธงลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่

ทำด้วยผ้าสีเลือดหมู ขนาด 120x80 ซม. มีครุยสีเหลืองยาว 8 ซม. สามด้าน ตรงกลางมีตราคณะลูกเสือแห่งชาติสีเหลืองขนาด 40x25 ซม. ใต้ตราบอกชื่อกลุ่มหรือกองลูกเสือ ตัวอักษรตัวพิมพ์ธรรมดาสีเหลือง ขนาดพองาม ยอดคันธงทำด้วยโลหะเป็นรูปวชิรสีเงิน[2]

ธงลูกเสือวิสามัญ

ทำด้วยผ้าสีขาบ ขนาด 120x80 ซม. มีครุยสีเหลืองยาว 8 ซม.สามด้าน ตรงกลางมีตราคณะลูกเสือแห่งชาติสีเหลือง ขนาด 40x25 ซม. ใต้ตราบอกชื่อกลุ่มหรือกองลูกเสือ ตัวอักษรตัวพิมพ์ธรรมดาสีเหลือง ขนาดพองาม ยอดคันธงทำด้วยโลหะสีเงิน[2]

ธงประจำหมู่ลูกเสือ

ธงประจำหมู่ลูกเสือ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหนังสือการลูกเสือสำหรับเด็กชาย ตามข้อ 310 แห่งข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ ว่าด้วยการปกครอง หลักสูตรและวิชาพิเศษลูกเสือ พ.ศ. 2509

ดูเพิ่มแก้ไข

  1. "Some statistics". World Organization of the Scout Movement. สืบค้นเมื่อ 2010-03-30.
  2. 2.0 2.1 2.2 http://www.scout39.com/scout_pl/wp-content/uploads/2016/03/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87-2509.pdf

ว่าที่ร้อยตรีปฏิวัติ สุขประกอบ ธงลูกเสือ วารสาร วชิราวุธานุสรณ์สาร ปีที่ 37 ฉบับที่ 3 1 กรกฎาคม 2561 หน้า 56,หน้า57 และ หน้า 58