เปิดเมนูหลัก

พลตำรวจตรีสุรินทร์ ปาลาเร่ กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย [1]เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา และอดีตกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน

พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่
เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2553
ก่อนหน้า พิเชษฐ สถิรชวาล
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 (72 ปี)
พรรคการเมือง ประชาธิปัตย์
ศาสนา อิสลาม

ประวัติแก้ไข

พลตำรวจตรีสุรินทร์ ปาลาเร่ เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา และปริญญาโทจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)[2] เป็นอดีตข้าราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา ในปี พ.ศ. 2549[3] และได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัด จากนั้นก็ได้พ้นจากตำแหน่งหลังจากมีการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(คปค.) จากนั้นจึงเข้าร่วมกับนายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะ จัดตั้งกลุ่มสัจานุภาพ และเข้าสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550[4] แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พล.ต.สุรินทร์ไม่ได้รับการเลือกตั้ง จึงกลับเข้ารับราชการต่อโดยเกษียณอายุราชการในเวลาต่อมา

พล.ต.ต.สุรินทร์ มีความสนิทกับนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ตั้งแต่เมื่อครั้งที่นายนายอาศิสยังเป็นประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา เมื่อได้รับเลือกเป็นจุฬาราชมนตรี จึงเสนอชื่อให้ พล.ต.ต.สุรินทร์ เพื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยในสัดส่วนของจุฬาราชมนตรี โดยในเวลานั้นนายพิเชษฐ สถิรชวาล เลขาธิการคณะกรรมการกลางอสลามแห่งประเทศไทยในขณะนั้นได้เคลื่อนไหวทางการเมืองกดดันรัฐบาลในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่านายพิเชษฐเป็นคนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนายพิเชษฐเองก็เป็นแกนนำพรรคเพื่อไทยด้วย ดังนั้นคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจึงมีมติให้ยกเลิกโครงสร้างเดิมในสมัยนายสวาสดิ์ สุมาลยศักดิ์ อดีตจุฬาราชมนตรีและประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ทำให้นายพิเชษฐพ้นจากตำแหน่ง จากนั้นคณะกรรมการจึงเลือกพล.ต.ต.สุรินทร์ดำรงตำแหน่งแทน[5] นอกจากนี้แล้วพล.ต.ต.สุรินทร์ ยังเป็นเลขานุการจุฬาราชมนตรีอีกด้วย

ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 พล.ต.ต.สุรินทร์ ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่จังหวัดสงขลาอีกครั้ง โดยสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ แข่งขันกับ นายอัศวิน สุวิทย์ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นน้องชายของนายนาราชา สุวิทย์ อดีต ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ 2 สมัย ที่ทางพรรคมิได้พิจารณาส่งลงสมัครในครั้งนี้ จึงได้ย้ายออกจากพรรคประชาธิปัตย์ทั้งครอบครัวไปสมัครในนามพรรคเพื่อไทย[6] ผลการเลือกตั้ง พล.ต.ต.สุรินทร์ได้รับเลือกตั้งไปในที่สุด[7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/036/20.PDF
  2. ข้อมูลผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554
  3. ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
  4. ""สุรินทร์ ปาลาเร่" ประกาศลงสมัคร ส.ส.เขต 3 สงขลาท้าชิง ปชป". ผู้จัดการออนไลน์. 25 October 2007. สืบค้นเมื่อ 21 May 2016.
  5. คำสั่งคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย เรื่องแต่ตั้งรองประธาน เลขาธิการ รองเลขาธิการ และประธานฝ่ายต่าง ๆ
  6. "นาราชา" ไขก๊อก "ปชป." แล้ว". ช่อง 5. 16 May 2011. สืบค้นเมื่อ 21 May 2016.
  7. "เปิดผลคะแนนเลือกตั้งภาคใต้ ประชาธิปัตย์กวาดเรียบ 50 ที่นั่ง พท.ไม่ติดฝุ่น". มติชน. 3 July 2011. สืบค้นเมื่อ 21 May 2016.
  8. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔, หน้า ๑๙๓