การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 เป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และครั้งแรกภายหลังการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 กำหนดให้มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550[1] ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 480 คน โดยเป็นสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 400 คน และสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบสัดส่วนจำนวน 80 คน

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550
ไทย
← พ.ศ. 2549 (ถูกยกเลิก) 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 พ.ศ. 2554 →

ทั้งหมด 480 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรไทย
ต้องการ 241 ที่นั่งจึงเป็นฝ่ายข้างมาก
  First party Second party
  Samak Sundaravej.JPG Vejjajivacropped.jpg
ผู้นำ สมัคร สุนทรเวช อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
พรรค พลังประชาชน ประชาธิปัตย์
ผู้นำตั้งแต่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 6 มีนาคม พ.ศ. 2548
เขตของผู้นำ สัดส่วน กลุ่มที่ 6 (#1) สัดส่วน กลุ่มที่ 6 (#1)
การเลือกตั้งล่าสุด 0 ที่นั่ง, 0.09% 96 ที่นั่ง, 23.22%
ที่นั่งที่ชนะ 233 164
ที่นั่งเปลี่ยนแปลง Increase233 Increase68
คะแนนเสียง 12,338,903 12,148,504
ร้อยละ 41.08% 40.45%

นายกรัฐมนตรีก่อนการเลือกตั้ง

สุรยุทธ์ จุลานนท์
อิสระ

ว่าที่นายกรัฐมนตรี

สมัคร สุนทรเวช
พลังประชาชน

การเลือกตั้งครั้งนี้มีการกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขตและนอกเขตวันที่ 15-16 ธันวาคม พ.ศ. 2550 โดยต้องไปลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดได้ระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม - 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ส่วนเลือกตั้งในเขตไม่ต้องลงทะเบียน แต่ไปใช้สิทธิได้

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตแก้ไข

 
บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
 
บรรยากาศการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550

วันที่ 26 ตุลาคม 2550 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต[2] จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมีและจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด มี 400 คนจาก 76 จังหวัด

  • มี 1 เขตเลือกตั้ง
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 1 คน มี 4 จังหวัด ได้แก่ ระนอง สมุทรสงคราม สิงห์บุรี ตราด
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 2 คน มี 10 จังหวัด ได้แก่ พังงา นครนายก แม่ฮ่องสอน สตูล อ่างทอง ภูเก็ต อุทัยธานี มุกดาหาร ชัยนาท อำนาจเจริญ
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 3 คน มี 17 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ลำพูน ปราจีนบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร อุตรดิตถ์ ยะลา แพร่ น่าน ชุมพร พะเยา ประจวบคีรีขันธ์ หนองบัวลำภู จันทบุรี พัทลุง ตาก สระแก้ว
  • มี 2 เขตเลือกตั้ง
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 4 คน มี 11 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร พิจิตร ระยอง ตรัง สุโขทัย สระบุรี เลย ปัตตานี ฉะเชิงเทรา นครพนม นราธิวาส
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 5 คน มี 9 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ลำปาง นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี พิษณุโลก
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 6 คน มี 7 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี หนองคาย มหาสารคาม สุราษฏร์ธานี กาฬสินธุ์ นนทบุรี เพชรบูรณ์
  • มี 3 เขตเลือกตั้ง
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 7 คน มี 4 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ สมุทรปราการ สกลนคร ชัยภูมิ
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 8 คน มี 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี เชียงราย ร้อยเอ็ด สงขลา
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 9 คน มี 2 จังหว้ด ได้แก่ สุรินทร์ ศรีสะเกษ
  • มี 4 เขตเลือกตั้ง
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 10 คน มี 3 จังหว้ด ได้แก่ นครศรีธรรมราช อุดรธานี บุรีรัมย์
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 11 คน มี 3 จังหว้ด ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น อุบลราชธานี
  • มี 6 เขตเลือกตั้ง
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 16 คน มี 1 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา
  • มี 12 เขตเลือกตั้ง
    • จังหวัดที่มี ส.ส.ได้ 36 คน มี 1 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนแก้ไข

 
เขตเลือกตั้ง ส.ส. แบบสัดส่วน

วันที่ 17 ตุลาคม 2550 คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. แบบสัดส่วน[3][4] มี 8 กลุ่มจังหวัด แต่ละกลุ่มมี ส.ส. 10 คน ดังนี้

หมายเลขพรรคในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนแก้ไข

 
หีบลงคะแนนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2550

หมายเลขประจำพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แบบสัดส่วน ซึ่งเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 7-11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550[5] (19 พรรคแรกได้จากการจับสลากเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน) [6] หมายเลขเหล่านี้ไม่เหมือนกับ ส.ส.แบบแบ่งเขตที่เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2550[7]

หมายเลข พรรค
1 พรรคเพื่อแผ่นดิน
2 พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
3 พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
4 พรรคประชาธิปัตย์
5 พรรคพลังเกษตรกร
6 พรรครักเมืองไทย
7 พรรคแรงงาน
8 พรรคเกษตรกรไทย
9 พรรคประชาราช
10 พรรคนิติศาสตร์ไทย
11 พรรคพัฒนาประชาธิปไตย
12 พรรคพลังประชาชน
13 พรรคชาติไทย
14 พรรคดำรงไทย
15 พรรคมัชฌิมาธิปไตย
16 พรรคชาติสามัคคี
17 พรรคความหวังใหม่
18 พรรคประชากรไทย
19 พรรคประชามติ
20 พรรคไทเป็นไท
21 พรรคพลังแผ่นดินไทย
22 พรรคมหาชน
23 พรรคคุณธรรม
24 พรรคราษฎรรักไทย
25 พรรคกฤษไทยมั่นคง
26 พรรคอยู่ดีมีสุข
27 พรรคไทยร่ำรวย
28 พรรคเอกราช
29 พรรคพลังแผ่นดิน
30 พรรคสังคมประชาธิปไตย
31 พรรคนำวิถี

สถิติผู้สมัคร ส.ส. แบบสัดส่วนแก้ไข

 
ตัวอย่างบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองแบบ

จากรายงานของ กกต.[5] สรุปได้ว่าพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครครบทั้ง 8 กลุ่มจังหวัด มี 10 พรรค จากทั้งหมด 31 พรรค จำนวนผู้สมัคร ส.ส. แบบสัดส่วนมีจำนวนรวม 1,260 คน ในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ชายร้อยละ 78.57 ที่เหลือเป็นผู้หญิง กลุ่มจังหวัดที่ 6 มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งมากที่สุด (19.05%) กลุ่มจังหวัดที่ 2 มีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งน้อยที่สุด (9.52%) ผู้สมัครส่วนใหญ่ (33.33%) มีธุรกิจส่วนตัวหรือค้าขาย ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือต่ำกว่าปริญญาตรี และมีอายุระหว่าง 51-60 ปี รองลงไปคือ 41-50 ปี

ผล Exit Pollแก้ไข

 
บรรยากาศการแถลงข่าวเรื่องผลการเลือกตั้งของพรรคการเมือง ทางช่อง TITV

หลังจากมีการปิดหีบการเลือกตั้ง ผล Exit Poll จากหน่วยงานต่าง ๆ มีดังนี้

สวนดุสิตโพลแก้ไข

+ผล Exit Poll จากสวนดุสิตโพล [8]
พรรค แบ่งเขต สัดส่วน รวม
พรรคพลังประชาชน 221 35 256
พรรคประชาธิปัตย์ 127 35 162
พรรคชาติไทย 24 5 29
พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 14 1 15
พรรคเพื่อแผ่นดิน 8 2 10
พรรคประชาราช 3 1 4
พรรคมัชฌิมาธิปไตย 3 1 4
รวม 400 80 480

เอแบคโพลแก้ไข

+ผล Exit Poll จากเอแบคโพล [9]
พรรค แบ่งเขต สัดส่วน รวม
พรรคพลังประชาชน 165 37 202
พรรคประชาธิปัตย์ 111 35 146
พรรคชาติไทย 46 3 49
พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 17 2 19
พรรคเพื่อแผ่นดิน 39 3 42
พรรคประชาราช 7 0 7
พรรคมัชฌิมาธิปไตย 15 0 15
รวม 400 80 480

มหาวิทยาลัยรามคำแหงแก้ไข

+ผล Exit Poll จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง [10]
พรรค แบ่งเขต สัดส่วน รวม
พรรคพลังประชาชน 218 37 255
พรรคประชาธิปัตย์ 125 34 159
พรรคชาติไทย 33 5 38
พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 13 1 14
พรรคเพื่อแผ่นดิน 10 3 13
พรรคประชาราช 1 0 1
พรรคมัชฌิมาธิปไตย 0 0 0
รวม 400 80 480

ผลการเลือกตั้งแก้ไข

ผลอย่างเป็นทางการแก้ไข

233
34
24
25
164
พลังประชาชน
ชท.
พผ.
อื่นๆ
ประชาธิปัตย์
e • d  ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550
พรรค แบบแบ่งเขต แบบสัดส่วน รวม
คะแนนเสียง % ที่นั่ง คะแนนเสียง % ที่นั่ง ที่นั่ง %
พลังประชาชน 199 12,338,903 41.08% 34 233 48.54%
ประชาธิปัตย์ 131 12,148,504 40.45% 33 164 34.17%
ชาติไทย 30 1,213,532 4.04% 4 34 7.08%
เพื่อแผ่นดิน 17 1,596,500 5.32% 7 24 5.00%
มัชฌิมาธิปไตย 11 450,382 1.50% 0 11 2.29%
รวมใจไทยชาติพัฒนา 8 740,461 2.47% 1 9 1.88%
ประชาราช 4 408,851 1.36% 1 5 1.04%
อื่น ๆ 1,136,365 3.78%
คะแนนสมบูรณ์ 100% 400 30,033,498 100% 80 480 100%
ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1,499,707 4.58% 953,306 2.85%
คะแนนเสีย 837,775 2.56% 1,823,436 5.56%
จำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 32,775,868 74.49% 32,792,246 74.52%
จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 44,002,593 44,002,593
ที่มา: ศูนย์กลางข้อมูลเปิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
คะแนนแบบสัดส่วน
พลังประชาชน
  
41.08%
ประชาธิปัตย์
  
40.45%
เพื่อแผ่นดิน
  
5.32%
ชาติไทย
  
4.04%
อื่น ๆ
  
9.11%
จำนวนสส.ในสภา
พลังประชาชน
  
48.54%
ประชาธิปัตย์
  
34.17%
ชาติไทย
  
7.08%
เพื่อแผ่นดิน
  
5.00%
อื่น ๆ
  
5.21%

ผลการเลือกตั้งซ่อม 11 มกราคม 2552แก้ไข

พรรค กทม ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง รวม
พรรคชาติไทยพัฒนา - 1 - 1 8 10
พรรคประชาธิปัตย์ 1 - 1 - 5 7
พรรคเพื่อไทย - - 1 4 - 5
พรรคประชาราช - - - 3 1 4
พรรคเพื่อแผ่นดิน - - - 2 1 3
รวม 1 1 2 10 15 29


การเลือกตั้งซ่อม เขต 3 สกลนครแก้ไข

ป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสกลนคร แทนที่ พงษ์ศักดิ์ บุญศล ซี่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี โดยมีการเลือกตั้งในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ซึ่งมีผู้สมัคร 2 คน คือ นางอนุรักษ์ บุญศล (พรรคเพื่อไทย) กับนายพิทักษ์ จันทศรี (พรรคภูมิใจไทย) ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งซ่อม เขต 6 กรุงเทพมหานครแก้ไข

เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร (ส.ส.กทม.) แทนที่ นายทิวา เงินยวง ซึ่งถึงแก่กรรมไปก่อนหน้านี้ โดยมีการเลือกตั้งในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งมีผู้สมัครคนสำคัญ 2 คน คือ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ (พรรคประชาธิปัตย์) กับนายก่อแก้ว พิกุลทอง (พรรคเพื่อไทย) ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 สุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2553แก้ไข

ดูบทความหลักที่ การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 สุราษฎร์ธานี พ.ศ. 2553

เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสุราษฎร์ธานี แทนที่ นายชุมพล กาญจนะ ซึ่งถูกตัดสิทธิ์จากการเมืองเป็นระยะ 5 ปี โดยมีการเลือกตั้งในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งมีผู้สมัครคนสำคัญ 2 คน คือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ (พรรคประชาธิปัตย์) กับนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ (พรรคเพื่อไทย) ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งซ่อมเดือนธันวาคม พ.ศ. 2553แก้ไข

สืบเนื่องจากการที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลง 5 ตำแหน่ง ตามคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ จึงได้มีการกำหนดวันเลือกตั้งซ่อมแทนตำแหน่งดังกล่าว ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ในพื้นที่ 5 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสุรินทร์

กรุงเทพมหานครแก้ไข

ผู้สมัคร พรรค หมายเลข คะแนน ลำดับที่
นายพงษ์พิสุทธิ์ จินตโสภณ พรรคเพื่อไทย
1
30,506 2
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน พรรคประชาธิปัตย์
2
71,072 1
นายจำรัส อินทุมาลย์ พรรคไทยพอเพียง
3
1,252 3
นายธันวา ไกรฤกษ์ พรรคธรรมาธิปัตย์
4
661 4

พระนครศรีอยุธยาแก้ไข

ผู้สมัคร พรรค หมายเลข
นายองอาจ วชิรพงศ์ พรรคเพื่อไทย
1
นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร พรรคชาติไทยพัฒนา
2
นางกาญจน์มณี ทรัพย์พันธ์ พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
3

นครราชสีมาแก้ไข

ผู้สมัคร พรรค หมายเลข
นายนิติศักดิ์ วันโสภา พรรคชีวิตที่ดีกว่า
1
นายอภิชา เลิศพชรกมล พรรคเพื่อไทย
2
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ พรรคภูมิใจไทย
3

ขอนแก่นแก้ไข

ผู้สมัคร พรรค หมายเลข
ดร.อธิปปรัชญ์ ทัดพิชญางกูร พรรคประชาธิปัตย์
1
ร้อยโทปรีชาพล พงษ์พานิช พรรคเพื่อไทย
2

สุรินทร์แก้ไข

ผู้สมัคร พรรค หมายเลข
นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ พรรคเพื่อไทย
1
นายศุภรักษ์ ควรหา พรรคภูมิใจไทย
2

อ้างอิงแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข