เปิดเมนูหลัก

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช (15 กันยายน 2523 - ) อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และอดีตประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม

ปรีชาพล พงษ์พานิช
หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ
ดำรงตำแหน่ง
7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 – 7 มีนาคม พ.ศ. 2562
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 15 กันยายน พ.ศ. 2523 (39 ปี)
จังหวัดขอนแก่น ประเทศไทย
พรรคการเมือง เพื่อไทย
ไทยรักษาชาติ
ศาสนา พุทธ

ประวัติแก้ไข

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช (ป๋อม) เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2523 (39 ปี)เป็นบุตรของนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช กับนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และระดับปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเช่นเดียวกัน

การทำงานแก้ไข

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช รับราชการทหารติดยศร้อยตรี ประจำสำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม และได้ย้ายมาช่วยราชการกระทรวงมหาดไทย เมื่อครั้งที่บิดา ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย[1] ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น เขต 2 สังกัดพรรคพลังประชาชน โดยการสนับสนุนของนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช และนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช[2] จนได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส. ที่มีอายุเพียง 27 ปี ซึ่งนับว่าเป็น ส.ส.ชายที่มีอายุน้อยที่สุด

ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นสมาชิกคนหนึ่งที่อภิปรายการจัดสรรงบประมาณที่ผิดปกติของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะการจัดซื้อรถหุ้มเกราะล้อยางจากยูเครน และร้อยโท ปรีชาพล ได้กล่าวว่าไม่นานนี้คงได้เห็นแก๊งออฟกลาโหมขึ้นศาลแน่นอน[3]

ในปี พ.ศ. 2553 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้ ส.ส. 6 คน พ้นสมาชิกภาพ กรณีถือครองหุ้นในธุรกิจสื่อ และบริษัทที่เป็นคู่สัมปทานของรัฐ ซึ่งปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นหนึ่งใน ส.ส. ที่ถูกตัดสิทธิ์[4] แต่ก็สามารถกลับเข้ามาเป็น ส.ส.ได้อีกครั้งในการเลือกตั้งซ่อมฯ

ต่อมาในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดขอนแก่น และได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม ของสภาผู้แทนราษฎร

ในปี พ.ศ. 2561 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 คือ การยื่นพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล เป็นผู้ที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีในนามของพรรคฯ[5][6] ต่อมาในวันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยุบพรรคไทยรักษาชาติพร้อมตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง จดทะเบียนจัดตั้งพรรคใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองเป็นเวลา 10 ปี [7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. บทสัมภาษณ์ นิตยสารสกุลไทย
  2. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
  3. ถกงบฯวันที่2 กลาโหมเละ อภิปรายเดือดสับยับซื้อ
  4. ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ 6 ส.ส. ถือหุ้นต้องห้าม 2 รมต. ติดโผด้วย
  5. "ครั้งประวัติศาสตร์! ทูลกระหม่อมฯ ตอบรับ ไทยรักษาชาติ ลงชิงนายกฯ". ข่าวสด. 8 กุมภาพันธ์ 2562. สืบค้นเมื่อ 2019-02-08.
  6. "Princess Ubolratana: Thai royal to stand as PM candidate". Thailand General Election 2019. Bangkok: BBC. 2019-02-08. Archived from the original on 2019-02-09. สืบค้นเมื่อ 2019-02-09.
  7. "ยุบ'ไทยรักษาชาติ'! ฐานทำ'สถาบัน'เสื่อม". เดลินิวส์. 7 มีนาคม พ.ศ. 2562. สืบค้นเมื่อ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562.
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๕, เล่ม ๑๒๙, ตอน ๓๕ ข , ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
  9. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔