จังหวัดมหาสารคาม

จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศไทย

มหาสารคาม เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จังหวัดมหาสารคาม
จากซ้ายไปขวา บนลงล่าง:
คำขวัญ: 
พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานอารยธรรม
ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักสิลานคร
อักษรไทยมหาสารคาม
อักษรโรมันMaha Sarakham
ชื่อไทยอื่น ๆสารคาม
ตักสิลานคร
การปกครอง
 • ผู้ว่าราชการ นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2563)
พื้นที่[1]
 • ทั้งหมด5,291.683 ตร.กม. (2,043.130 ตร.ไมล์)
อันดับพื้นที่อันดับที่ 41
ประชากร
 (พ.ศ. 2563)[2]
 • ทั้งหมด953,660 คน
 • อันดับอันดับที่ 23
 • ความหนาแน่น180.22 คน/ตร.กม. (466.8 คน/ตร.ไมล์)
 • อันดับความหนาแน่นอันดับที่ 16
รหัส ISO 3166TH-44
สัญลักษณ์ประจำจังหวัด
 • ต้นไม้พฤกษ์ (มะรุมป่า)
 • ดอกไม้ลั่นทมขาว (จำปาขาว)
 • สัตว์น้ำปูทูลกระหม่อม
ศาลากลางจังหวัด
 • ที่ตั้งภายในศูนย์ราชการจังหวัดมหาสารคาม หมู่ที่ 11 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 291 ตำบลแวงน่าง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000
 • โทรศัพท์0 4377 7356
 • โทรสาร0 4377 7460
เว็บไซต์http://www.mahasarakham.go.th/
แผนที่
ประเทศมาเลเซียประเทศพม่าประเทศลาวประเทศเวียดนามประเทศกัมพูชาจังหวัดนราธิวาสจังหวัดยะลาจังหวัดปัตตานีจังหวัดสงขลาจังหวัดสตูลจังหวัดตรังจังหวัดพัทลุงจังหวัดกระบี่จังหวัดภูเก็ตจังหวัดพังงาจังหวัดนครศรีธรรมราชจังหวัดสุราษฎร์ธานีจังหวัดระนองจังหวัดชุมพรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จังหวัดเพชรบุรีจังหวัดราชบุรีจังหวัดสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสาครกรุงเทพมหานครจังหวัดสมุทรปราการจังหวัดฉะเชิงเทราจังหวัดชลบุรีจังหวัดระยองจังหวัดจันทบุรีจังหวัดตราดจังหวัดสระแก้วจังหวัดปราจีนบุรีจังหวัดนครนายกจังหวัดปทุมธานีจังหวัดนนทบุรีจังหวัดนครปฐมจังหวัดกาญจนบุรีจังหวัดสุพรรณบุรีจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจังหวัดอ่างทองจังหวัดสิงห์บุรีจังหวัดสระบุรีจังหวัดลพบุรีจังหวัดนครราชสีมาจังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดสุรินทร์จังหวัดศรีสะเกษจังหวัดอุบลราชธานีจังหวัดอุทัยธานีจังหวัดชัยนาทจังหวัดอำนาจเจริญจังหวัดยโสธรจังหวัดร้อยเอ็ดจังหวัดมหาสารคามจังหวัดขอนแก่นจังหวัดชัยภูมิจังหวัดเพชรบูรณ์จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดพิจิตรจังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดตากจังหวัดมุกดาหารจังหวัดกาฬสินธุ์จังหวัดเลยจังหวัดหนองบัวลำภูจังหวัดหนองคายจังหวัดอุดรธานีจังหวัดบึงกาฬจังหวัดสกลนครจังหวัดนครพนมจังหวัดพิษณุโลกจังหวัดอุตรดิตถ์จังหวัดสุโขทัยจังหวัดน่านจังหวัดพะเยาจังหวัดแพร่จังหวัดเชียงรายจังหวัดลำปางจังหวัดลำพูนจังหวัดเชียงใหม่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแผนที่ประเทศไทย จังหวัดมหาสารคามเน้นสีแดง
เกี่ยวกับภาพนี้
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ประวัติศาสตร์แก้ไข

เมืองมหาสารคามถือว่าเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญและยาวนานมานับพันปี เพราะได้พบหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้รับอิทธิพลทางพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยคุปตะตอนปลายและปัลลวะของอินเดียผ่านเมืองพุกามมาในรูปแบบของศิลปะสมัยทวารวดี โดยบริเวณ(โคกพระ)เมืองกันทรวิชัย พบหลักฐานเช่น พระพุทธมิ่งเมือง พระพุทธรูปยืนมงคล และกรุพระพิมพ์ดินเผา ส่วนบริเวณอำเภอนาดูนเมืองนครจำปาศรี พบทั้งกรุพระพิมพ์ดินเผาและพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้แล้วยังได้รับอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ผ่านทางชนชาติขอม ในรูปแบบสมัยลพบุรี เช่น กู่สันตรัตน์ กู่บ้านเขวา กู่บ้านแดง และกู่อื่น ๆ รวมไปจนถึงเทวรูปและเครื่องปั้นดินเผาของขอมอยู่ตามผิวดินทั่ว ๆ ไปในจังหวัดมหาสารคาม[ต้องการอ้างอิง]

มหาสารคามตั้งอยู่ตอนกลางของภาคอีสาน มีชนหลายเผ่า เช่น ชาวไทยพื้นเมืองพูดภาษาอีสาน ชาวไทยญ้อและชาวผู้ไท ประชาชนส่วนใหญ่นับถือพุทธศาสนา ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี "ฮีตสิบสอง" ประกอบอาชีพด้านกสิกรรมเป็นส่วนใหญ่ ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมีการไปมาหาสู่กัน ช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันตามแบบของคนอีสานทั่วไป

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยก "บ้านลาดกุดยางใหญ่" ขึ้นเป็น เมืองมหาสารคาม โดยแยกพื้นที่และพลเมืองราวสองพันคนมาจากเมืองร้อยเอ็ด และให้ท้าวมหาชัย (ท้าวกวด ภวภูตานนท์ ต้นตระกูล ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) เป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมือง มีท้าวบัวทองเป็นผู้ช่วยขึ้นกับเมืองร้อยเอ็ด

ต่อมาโปรดเกล้าฯ ให้แยกเมืองมหาสารคามขึ้นตรงกับกรุงเทพมหานคร เมื่อ พ.ศ. 2412 และร้อยเอ็ดได้แบ่งพลเมืองให้อีกราวเจ็ดพันคน พลเมืองเดิมอพยพมาจากเมืองจำปาศักดิ์ ท้าวมหาชัยและท้าวบัวทองนั้นเป็นหลานโดยตรงของพระยาขัติยวงศา (สีลัง) เจ้าเมืองคนที่ 2 ของเมืองร้อยเอ็ด เดิมกองบัญชาการของเมืองมหาสารคามตั้งอยู่ที่เนินสูงแห่งหนึ่งใกล้กุดนางใย ได้สร้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและศาลมเหศักดิ์ขึ้นเป็นที่สักการะของชาวเมือง

เมืองมหาสารคามได้สร้างวัดดอนเมือง ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น วัดข้าวฮ้าว (วัดธัญญาวาส) และได้ย้ายกองบัญชาการไปอยู่ริมหนองกระทุ่มด้านเหนือของวัดโพธิ์ศรีปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2456 หม่อมเจ้านพมาศ นวรัตน์ เป็นปลัดมณฑลประจำจังหวัด โดยความเห็นชอบของพระมหาอำมาตยาธิบดี (เส็ง วิริยะศิริ) ได้ย้ายศาลากลางไปอยู่ที่ตั้งศาลากลางหลังเดิม (ที่ว่าการอำเภอเมืองมหาสารคามปัจจุบัน) และในปี พ.ศ. 2542 ได้ย้ายศาลากลางไปอยู่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน มีผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าเมือง หรือผู้ว่าราชการจังหวัด รวม 46 คน[3]

ภูมิศาสตร์แก้ไข

ที่ตั้งและอาณาเขตแก้ไข

จังหวัดมหาสารคามตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 5,300 ตารางกิโลเมตร (3,307,300 ไร่) ระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ 475 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้[4]

ภูมิประเทศแก้ไข

โดยทั่วไป จังหวัดมหาสารคามมีพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบถึงลูกคลื่นลอนลาด สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 130 – 230 เมตร ทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นที่สูงในเขตอำเภอโกสุมพิสัย อำเภอเชียงยืน และอำเภอกันทรวิชัย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของจังหวัด และค่อย ๆ เทลาดมาทางทิศตะวันออกและทิศใต้[4]

สภาพพื้นที่แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ [4]

  1. พื้นที่ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบ — ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มริมน้ำ เช่น ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำชี ในบริเวณอำเภอเมืองมหาสารคาม อำเภอโกสุมพิสัย และทางตอนใต้ของจังหวัดแถบชายทุ่งกุลาร้องไห้
  2. พื้นที่ค่อนข้างราบเรียบสลับกับลูกคลื่นลอนลาด — ตอนเหนือของอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย เป็นแนวยาวไปทางตะวันออก ถึงอำเภอเมืองมหาสารคาม]
  3. พื้นที่ลูกคลื่นลอนลาดสลับกับพื้นที่ลูกคลื่นลอนชัน — ตอนเหนือและตะวันตกของจังหวัด บริเวณนี้มีเนื้อที่ประมาณครึ่งหนึ่งของจังหวัด

ภูมิอากาศแก้ไข

ลักษณะภูมิอากาศในเขตจังหวัดมหาสารคาม เป็นแบบมรสุมเมืองร้อน มีฝนตกสลับกับอากาศแห้ง ในปี พ.ศ. 2555 มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายเดือน 118.1 มิลลิเมตร และปริมาณน้ำฝนมากที่สุดที่ 414.9 มิลลิเมตร ในเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนมกราคม-กรกฎาคม ที่ 27.91 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39.3 องศาเซลเซียส ในเดือนเมษายน และอุณหภูมิต่ำสุด 15.0 องศาเซลเซียส ในเดือนมกราคม ความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ย ประมาณ 73.55 % (เดือนมกราคม - กรกฎาคม)[4]

การเมืองการปกครองแก้ไข

การปกครองส่วนภูมิภาคแก้ไข

จังหวัดมหาสารคามแบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ 133 ตำบล 1,804 หมู่บ้าน มีรายชื่ออำเภอดังนี้

 
แผนที่การแบ่งเขตการปกครอง
เลข ชื่ออำเภอ จำนวนตำบล พื้นที่
(ตร.กม.)
1 อำเภอเมืองมหาสารคาม 14 556.697
2 อำเภอแกดำ 5 149.521
3 อำเภอโกสุมพิสัย 17 827.876
4 อำเภอกันทรวิชัย 10 372.221
5 อำเภอเชียงยืน 8 289.027
6 อำเภอบรบือ 15 681.622
7 อำเภอนาเชือก 10 528.198
8 อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย 14 409.783
9 อำเภอวาปีปทุม 15 605.774
10 อำเภอนาดูน 9 248.449
11 อำเภอยางสีสุราช 7 242.507
12 อำเภอกุดรัง 3 267
13 อำเภอชื่นชม 4 113.008
รวม 133 5,291.683

การปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไข

แบ่งออกเป็น 1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด 123 องค์การบริหารส่วนตำบล 1 เทศบาลเมือง และ 18 เทศบาลตำบล โดยมีรายชื่อเทศบาลดังนี้


รายชื่อเจ้าเมืองและผู้ว่าราชการจังหวัดแก้ไข

ลำดับ ปี พ.ศ. พระนาม / ชื่อ เจ้าเมืองหรือผู้ว่าราชการจังหวัด
1 2408 - 2422 พระเจริญราชเดช (ท้าวมหาชัย กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม ต้นตระกูล ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)
2 2422 - 2443 พระเจริญราชเดช (ท้าวไชยวงษา ฮึง ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)
3 2443 - 2444 อุปฮาด (เถื่อน รักษิกจันทร์)
4 2444 - 2455 พระเจริญราชเดช (ท้าวโพธิสาร อุ่น ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)
5 2455 - 2459 หม่อมเจ้านพมาศ นวรัตน
6 2460 - 2462 พระยาสารคามคณาพิบาล (พร้อม ณ นคร)
7 2462 - 2466 พระยาสารคามคณาพิบาล (ทิพย์ โรจน์ประดิษฐ์)
8 2466 - 2468 พระยาประชากรบริรักษ์ (สาย ปาละนันทน์)
9 2468 - 2474 พระยาสารคามคณาพิบาล (อนงค์ พยัคฆันต์)
10 2474 - 2476 พระอรรถเปศลสรวดี (เจริญ ทรัพย์สาร)
11 2476 - 2482 หลวงอังคณานุรักษ์ (สมถวิล เทพาคำ)
12 2482 - 2484 หลวงประสิทธิ์บุรีรักษ์ (ประสิทธ์ สุปิยังตุ)
13 2484 - 2486 หลวงบริหารชนบท (ส่าน สีหไตร)
14 2486 - 2489 ขุนไมตรีประชารักษ์ (ไมตรี ไมตรีประชารักษ์)
15 2489 - 2490 ขุนจรรยาวิเศษ (เที่ยง บุญยนิตย์)
16 2490 - 2493 ขุนพิศาลาฤษดิ์กรรม (ทองใบ น้อยอรุณ)
17 2493 - 2495 นายเชื่อม ศิริสนธิ
18 2495 - 2500 หลวงอนุมัติราชกิจ (อั๋น อนุมัติราชกิจ)
19 2500 - 2501 ขุนจรรยาวิเศษ (เที่ยง บุญยนิตย์)
20 2501 - 2506 นายนวน มีชำนาญ
21 2506 - 2510 นายรง ทัศนาญชลี
22 2510 - 2513 นายเวียง สาครสินธุ์
23 2513 - 2514 นายพล จุฑางกูร
24 2514 - 2517 นายสุจินต์ กิตยารักษ์
25 2517 - 2519 นายชำนาญ พจนา
26 2519 - 2522 นายวุฒินันท์ พงศ์อารยะ
27 2522 - 2523 นายสมภาพ ศรีวรขาน
28 2523 - 2524 ร้อยตรีกิตติ ปทุมแก้ว
29 2524 - 2526 นายธวัช มกรพงศ์
30 2526 - 2528 นายสมบูรณ์ พรหมเมศร์
31 2528 - 2531 นายไสว พราหมมณี
32 2531 - 2534 นายจินต์ วิภาตะกลัศ
33 2534 - 2535 นายวีระชัย แนวบุญเนียร
34 2535 - 2537 นายภพพล ชีพสุวรรณ
35 2537 - 2538 นายประภา ยุวานนท์
36 2538 - 2540 นายวิชัย ทัศนเศรษฐ
37 2540 - 2542 นายเกียรติพันธ์ น้อยมณี
38 2542 - 2544 นางศิริเลิศ เมฆไพบูลย์
39 2544 - 2546 นายสมศักดิ์ แก้วสุทธิ
40 2546 - 2548 นายวิทย์ ลิมานนท์วราไชย
41 2548 - 2550 นายชวน ศิรินันท์พร
42 2550 - 2551 นายรังสรรค์ เพียรอดวงษ์
43 2551 - 2552 นายพินิจ เจริญพานิช
44 2552 - 2554 นายทองทวี พิมเสน
45 2554 - 2555 นายวีระวัฒน์ ชื่นวาริน
46 2555 - 2557 นายนพวัชร สิงห์ศักดา
47 2557 - 2558 นายชยาวุธ จันทร
48 2558 - 2559 นายโชคชัย เดชอมรธัญ
49 2559 - 2561 นายเสน่ห์ นนทะโชติ
50 2561 - 2563 นายเกียรติศักดิ์ จันทรา
51 2563 - ปัจจุบัน นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ

การคมนาคมแก้ไข

ทางบกแก้ไข

รถยนต์ส่วนตัว

เส้นทางที่สะดวกและสั้นที่สุด คือใช้เส้นทางถนนพหลโยธินเข้าสู่จังหวัดสระบุรี และเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนมิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา เข้าสู่จังหวัดขอนแก่น แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนแจ้งสนิท จนกระทั่งเข้าสู่จังหวัดมหาสารคาม

รถโดยสารประจำทาง

สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดมหาสารคาม ตั้งอยู่บริเวณถนนเลียบคลองสมถวิล ผู้ให้บริการรถโดยสารจากกรุงเทพฯ อาทิ บริษัท ขนส่ง จำกัด, นครชัยแอร์, เชิดชัยทัวร์, รุ่งประเสริฐทัวร์ และชาญทัวร์ นอกจากนี้ยังมีผู้ให้บริการรถโดยสารไปยังจังหวัดข้างเคียง อาทิ สหพันธ์ร้อยเอ็ดทัวร์, แสงประทีปทัวร์ และอื่น ๆ

จากอำเภอเมืองมหาสารคาม มีรถโดยสารประจำทางให้บริการไปยังอำเภอต่าง ๆ ได้แก่ พยัคฆภูมิพิสัย วาปีปทุม นาดูน นาเชือก บรบือ กุดรัง และเชียงยืน

จังหวัดมหาสารคามมีสถานีขนส่งผู้โดยสารหลายแห่ง ได้แก่ที่เทศบาลเมืองมหาสารคาม, บรบือ, พยัคฆภูมิพิสัย, วาปีปทุม และโกสุมพิสัย

ทางรถไฟ

ในปัจจุบัน จังหวัดมหาสารคามยังไม่มีทางรถไฟตัดผ่าน สถานีรถไฟที่อยู่ใกล้ที่สุด ได้แก่ สถานีรถไฟขอนแก่น (71 กิโลเมตร) และสถานีรถไฟบ้านไผ่ (69 กิโลเมตร) ซึ่งทั้งสองสถานีนั้นอยู่ในจังหวัดขอนแก่น

ในอนาคต จะมีโครงการรถไฟทางคู่สายบ้านไผ่-นครพนม ซึ่งจะผ่านหลายจังหวัดในอีสานตอนกลาง รวมถึงมหาสารคามด้วย

ระยะห่างจากตัวเมืองไปอำเภอต่างๆแก้ไข

ทางอากาศแก้ไข

จังหวัดมหาสารคามไม่มีท่าอากาศยาน จึงต้องใช้บริการท่าอากาศยานของจังหวัดข้างเคียง ได้แก่ ท่าอากาศยานขอนแก่น (82 กิโลเมตร), ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด (59 กิโลเมตร) และท่าอากาศยานบุรีรัมย์ (121 กิโลเมตร)

เศรษฐกิจแก้ไข

ประเพณีและวัฒนธรรมแก้ไข

สถานที่สำคัญแก้ไข

โบราณสถานแก้ไข

ดูเพิ่มเติมที่หัวข้อ รายชื่อโบราณสถานในจังหวัดมหาสารคาม

พระอารามหลวงแก้ไข

สถานที่ท่องเที่ยวแก้ไข

สถานที่สำคัญอื่นแก้ไข


สถานพยาบาลแก้ไข

สถานศึกษาแก้ไข

ดูเพิ่มเติมที่หัวข้อ หมวดหมู่: สถาบันการศึกษา, สถาบันอุดมศึกษา ในจังหวัดมหาสารคาม,รายชื่อโรงเรียนในจังหวัดมหาสารคาม


บุคคลที่มีชื่อเสียงแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

พิกัดภูมิศาสตร์: 16°11′N 103°17′E / 16.18°N 103.29°E / 16.18; 103.29

อ้างอิงแก้ไข

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://stat.bora.dopa.go.th/stat/pk/pk_57.pdf 2564. สืบค้น 7 เมษายน 2564.
  3. "ประวัติเมืองมหาสารคาม". จังหวัดมหาสารคาม. 2556. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-05-10. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2557. Check date values in: |accessdate=, |year= (help)
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 "ข้อมูลทั่วไปจังหวัดมหาสารคาม". จังหวัดมหาสารคาม. 2556. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2014-05-10. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภ่าคม 2557. Check date values in: |accessdate=, |year= (help)