เปิดเมนูหลัก

พระเจริญราชเดช (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)

(เปลี่ยนทางจาก พระเจริญราชเดช)

พระเจริญราชเดช (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) หรือ ท้าวมหาชัย เจ้าเมืองมหาสารคามพระองค์แรก ในฐานะเมืองพระประเทศราช อดีตเคยดำรงตำแหน่งคณะกรมการเมืองร้อยเอ็ด ทรงเป็นเจ้านายในราชวงศ์เวียงจันทน์ที่อพยพเข้ามาปกครองแผ่นดินอีสาน อีกทั้งทรงเป็นต้นสกุล "'ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม"' แห่งจังหวัดมหาสารคาม ในภาคอีสานของประเทศไทยด้วย

พระเจริญราชเดช (ท้าวมหาชัย กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)
150px
ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม, เจ้าเมืองมหาสารคามคนแรก
ดำรงตำแหน่ง
พ.ศ. 2408 – พ.ศ. 2422
ถัดไป พระเจริญราชเดช (ท้าวไชยวงษา ฮึง ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด พ.ศ. 2379
ร้อยเอ็ด
เสียชีวิต พ.ศ. 2421
มหาสารคาม
ศาสนา ศาสนาพุทธ

พระประวัติแก้ไข

ราชตระกูลแก้ไข

พระเจริญราชเดช (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) บรรดาศักดิ์เดิมที่ เป็นบุตรอุปฮาดสิงห์ คณะอาญาสี่เมืองร้อยเอ็ด เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2379 ที่เมืองร้อยเอ็ด เป็นนัดดา (หลานปู่) ในพระยาขัติยวงษาพิสุทธิบดี (สีลัง ธนสีลังกูร) เจ้าเมืองร้อยเอ็ด และเป็นปนัดดา (เหลนทวด) ในพระขัติยวงษา (ทนหรือสีทนมณี ธนสีลังกูร) ผู้สร้างเมืองร้อยเอ็ดซึ่งเป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก สืบเชื้อสายจากเจ้าแก้วมงคล (เจ้าจารย์แก้ว) ผู้สร้างเมืองท่งศรีภูมิ (อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด) แห่งราชวงศ์จำปาสัก

การศึกษาและงานราชการแก้ไข

เมื่อเติบโตขึ้นได้ไปศึกษาอยู่ที่สำนักญาท่านหลักคำเมืองอุบลราชธานี หลังจบการศึกษาแล้วได้กลับไปรับราชการอยู่กับพระขัติยวงษา (จัน ธนสีลังกูร) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดที่เมืองร้อยเอ็ด ท่านเป็นผู้ที่มีความสามารถในงานราชการปราบโจรผู้ร้ายให้สงบราบคาบได้ จีงได้รับแต่งตั้งเป็น ท้าวมหาชัย คณะกรมการเมืองร้อยเอ็ด เมื่ออายุได้ 21 ปี วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พระเจริญราชเดช (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) เป็นเจ้าเมืองมหาสารคามคนแรก โดยมีท้าวบัวทองเป็นผู้ช่วยราชการ ใน พ.ศ. 2412 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ยกฐานะเมืองมหาสารคามขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ต่อมาในปี พ.ศ. 2418 พวกฮ่อเป็นกบฏ พระเจริญราชเดช (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) ได้ร่วมทำการรบปราบกบฏฮ่อด้วยความสามารถและมีชัยชนะ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานนามบรรดาศักดิ์เป็นที่ พระเจริญราชเดชวรเชษฐมหาขัติยพงศ์สุรชาติ ประเทศราชธำรงค์รักษ์ ศักดิ์กิติยศเกรียงไกร ศรีพิชัยเทพวราฤทธิ์พิษณุพงศ์ปรีชา สิงหบุตรสุวัฒนา นคราภิบาล

การตั้งเมืองมหาสารคามแก้ไข

พระขัติยวงษา (จัน ธนสีลังกูร) เจ้าเมืองร้อยเอ็ดได้ปรึกษากับอุปฮาด (ภู) เห็นว่าท้าวมหาชัย (กวด) สมควรจะเป็นเจ้าเมืองได้ จึงได้มอบผู้คนชายฉกรรจ์จำนวน 2,000 คน รวมทั้งเด็ก ผู้หญิง และคนชรา ประมาณ 5,000 คน ให้แก่ท้าวมหาชัย (กวด) ปกครอง และให้ท้าวบัวทอง บุตรอุปฮาด (ภู) เป็นผู้ช่วย พากันไปหาที่ตั้งเมืองใหม่ ต่อมาท้าวมหาชัย (กวด) เห็นว่าด้านตะวันตกของกุดยางใหญ่ (บ้านนางใย) เป็นที่มีน้ำท่วมไม่ถึง หน้าแล้งก็สามารถใช้น้ำจากกุดยางใหญ่ (กุดนางใย) และหนองท่ม (หนองกระทุ่ม) ได้ ท้าวมหาชัย (กวด) เห็นว่าเหมาะแก่การตั้งเป็นบ้านเป็นเมือง แต่ท้าวบัวทองเห็นเห็นว่าด้านตะวันตกของบ้านลาด (บ้านลาดพัฒนา) ริมฝังลำน้ำชี เป็นทำเลที่เหมาะสมกว่า เพราะมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ตลอดปี ทั้งยังสามารถใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำได้อีกด้วย

ในที่สุดพระขัติยวงษา (จัน ธนสีลังกูร) ได้ตัดสินใจมีใบบอกไปยังราชสำนักกรุงเทพมหานคร เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานบ้านลาด กุดยางใหญ่ ให้เป็นเมือง โดยขอท้าวมหาชัย (กวด) เป็นเจ้าเมือง ขอท้าวบัวทองเป็นอุปฮาช ขอท้าวไชยวงษา (ฮึง) บุตรพระยาขัติวงษา (สีลัง) เป็นราชวงษ์ และเป็นที่น่าสังเกตว่า พระขัติยวงษา (จัน ธนสีลังกูร) ได้ขอพระราชทานทั้งบ้านลาดและกุดยางใหญ่เป็นเมืองมหาสารคาม แต่การตั้งเมืองจริงๆ นั้นกลับอยู่ที่กุดยางใหญ่

ราชสำนักกรุงเทพมหานคร ได้มีสารตรามายังพระขัติยวงษา (จัน ธนสีลังกูร) ลงวันอังคาร เดือน 10 ขึ้น 1 ค่ำ ปีฉลู สัปตศก จุลศักราช 1227 (ตรงกับวันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2408) ดังข้อความตอนหนึ่งว่า “จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสว่า ซึ่งเจ้าพระยาภูธรราภัย พร้อมกับเจ้าพระยานครราชสีมาไล่เลียงแลทำแผนที่เมืองจะตั้งใหม่ เห็นการไม่เกี่ยวข้องแก่บ้านแก่เมืองใดแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ขนานนามบ้านลาด กุดนางใย เป็นเมืองมหาสารคาม พระราชทานนาม สัญญาบัตรประทับพระราชลัญจกร ตั้งท้าวมหาชัยเป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมือง ทำราชการขึ้นแก่เมืองร้อยเอ็ด ให้พระราชทานท้าวมหาชัยผู้เป็นที่พระเจริญราชเดช เจ้าเมืองมหาสารคาม”

ในปีพุทธศักราช 2412 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมยกฐานะเมืองมหาสารคามและเจ้าเมืองให้สูงขึ้น แล้วแยกจากเมืองร้อยเอ็ดไปขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานครในปีนั้น

ปราบกบฏฮ่อแก้ไข

ในพุทธศักราช 2417-2419 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ท้าวมหาชัย (กวด) เป็นแม่ทัพ ยกกำลังพล 3 หัวเมืองไปสมทบทัพหลวง ปราบปรามกองทัพจีนฮ่อที่นครเวียงจันทน์ และนครหลวงพระบาง ฝ่ายท้าวมหาชัย (กวด) ได้แสดงความองอาจกล้าหาญจนมีชัยชนะหลายจุด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม เลื่อนฐานะท้าวมหาชัย (กวด) ให้เทียบเท่าเจ้าผู้ครองนคร มีการใช้ราชาศัพท์อย่างเจ้าประเทศราชในหอโฮงและคุ้มของเจ้าเมือง สามารถสังเกตได้ในสร้อยราชทินนามว่า "ประเทศราชธำรงค์รักษ์" หมายถึง ผู้ปกป้องรักษาเมืองประเทศราชคือเมืองมหาสารคาม

ปีที่ 3 ของการปราบปรามจีนฮ่อ เป็นปีที่กองทัพไทยมีชัยชนะอย่างเด็ดขาด ท้าวมหาชัย (กวด) ได้นำพลเข้าต่อสู้ปราบปรามอย่างเข้มแข็งยิ่ง ขณะที่กำลังตะลุมบอนท้าวมหาชัย (กวด) ได้ถูกปืนและหอกข้าศึกตกจากหลังม้าอาการสาหัส แม้กระนั้นก็ยังฝืนใจฝืนกายสั่งให้นายทหารแบกร่างของตนเข้าบัญชาการทัพจนมีชัยชนะในที่สุด

เมื่อสิ้นสุดสงครามแล้ว ท้าวมหาชัยได้ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 22 เมษายน พุทธศักราช 2421 เพราะความบอบช้ำสาหัสจากสงคราม สิริรวมชนมายุได้ 43 ปี

พระเจริญูราชเดช (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) หรือที่ลูกหลานชาวมหาสารคามรู้จักกันในนาม "ท้าวมหาชัย" ได้จากไปนานแล้ว แต่เกียรติยศเกียรติคุณ ของท่านยังตรึงตราอยู่ในความทรงจำของชาวเมืองมหาสารคามอย่างไม่รู้ลืม ท่านเป็นทั้งยอดนักรบ และยอดนักปกครอง เป็นปฐมบุรุษผู้สร้างเมืองมหาสารคาม ประชาชนทั้งหลายได้มอบสมญานามให้แก่ท่านว่า "อาชญาพ่อหลวงมหาชัย"

การพระราชทานนามแก้ไข

ความตอนท้ายในรายงานกิจการจังหวัดมหาสารคาม ประจำปี 2506-2509 เรื่อง ประวัติอาชญาพ่อหลวงมหาชัย ผู้สร้างเมืองมหาสารคาม ได้กล่าวไว้ว่า “ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เลื่อนชั้นท้าวมหาชัยขึ้นเทียบเท่าเจ้าผู้ครองนคร (พุทธศักราช 2418-2419) พระเจริญราชเดช วีรเชษฐ์มหาขัติยพงศ์ รวิวงศ์สุรชาติ ประเทศราชธำรงรักษ์ ศักดิ์กิติยศเกรียงไกร ศรีพิชัยเทพวรฤทธิ์ พิศอนุพงศ์ปรีชา สิงหบุตรสุวัฒนา นคราภิบาล ชาญพิชัยสงคราม และได้พระราชทานเครื่องยศ ดังต่อไปนี้แก่พระเจริญราชเดช (กวด)

1. สร้อยคอประคำทองคำ 108 เม็ด 1 สาย

2. สร้อย เสื้อทรงประพาส หมวกทรงประพาส 1 สำรับ

3. หมวกตุ้มปี่ 1 สำรับ

4. กระบี่บั้งทอง 5 บั้ง 1 กระบี่

5. ปืนชนวนต้นทองแดงเลี่ยมเงิน 1

6. สัปทนปัสตู 1 อัน

7. เสลี่ยงประดับลายกนก ถมตะทองทั้งตัว 1 เสลี่ยง

8. พานหมากกลม ถมตะทอง เครื่องในทองคำล้วน คือ

  • จอกหมากทองคำ 2 จอก
  • ผอบทองคำ 2 ผอบ
  • ตลับขี้ผึ้งทองคำ 2 ตลับ
  • ซองพลูทองคำ 2 ชอง
  • กรรไกรหนีบหมาก ขาหุ้มทองคำ 1 อัน
  • คนโททองคำ 1
  • กระโถนเงินถมตะทอง 1
  • เสื้อเข้มขาบริ้วดี 1
  • เสื้อแพรจินเจา 1
  • แพร4ติดขลิบ 1
  • ส่านไทยไหมปักทองทั้งผืน 1
  • ผ้าปูมเขมร 1
  • ผ้าลายเกี้ยว 1
  • แพรขาวหงอนไก่ลาย 1
  • แพรขาวโล้ 1

การทำงานแก้ไข

ถึงแก่อนิจกรรมแก้ไข

พระเจริญราชเดช (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) ถึงแก่พิราลัย เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2421

สกุล ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคามแก้ไข

ภวภูตานนท์ นามสกุลพระราชทานลำดับที่ 1218 พระราชทานแก่พระเจริญราชเดช (อุ่น) กรมการพิเศษเมืองมหาสารคาม กระทรวงมหาดไท มณฑลร้อยเอ็จ ทวดชื่อราชวงษ์ (หล้า) ปู่ชื่ออุปฮาด (ภู) เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2457 เขียนเป็นอักษรโรมันว่า "Bhavabhutananda na Mahasaragama" ตามประกาศพระราชทานนามสกุลครั้งที่ 15 ราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 31 หน้า 68 ภายหลังเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2462 โปรดเกล้าฯ ให้เติมสร้อย "ณ มหาสารคาม" เป็น "ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม"

ก่อนหน้า พระเจริญราชเดช (กวด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม) ถัดไป
เริ่มตั้งเมืองมหาสารคาม    
เจ้าเมืองมหาสารคาม,ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม
(22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 - 22 เมษายน พ.ศ. 2421)
  พระเจริญราชเดช (ท้าวไชยวงษา ฮึง ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม)


อ้างอิงแก้ไข