มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

ระวังสับสนกับ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม (อังกฤษ: Rajabhat Maha Sarakham University, อักษรย่อ: มรม. – RMU) เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในจังหวัดมหาสารคาม พัฒนามาจากวิทยาลัยครูมหาสารคามที่ได้รับการสถาปนาในปีพ.ศ. 2505 และสถาบันราชภัฏมหาสารคามในปีพ.ศ. 2535 ตัวมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในตัวเมืองมหาสารคาม ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พื้นที่ในเมืองและมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตมหาสารคาม

มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
ตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.svg
ตราพระราชลัญจกร
สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย
ชื่อย่อมรม. / RMU
คติพจน์วิชาการเป็นเลิศ ประเสริฐคุณธรรม นำชุมชนพัฒนา
ประเภทสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
สถาปนา15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 (18 ปี)
นายกสภาฯรองศาสตราจารย์ ดร.สมเจตน์ ภูศรี
อธิการบดีรองศาสตราจารย์ ดร.นิรุต ถึงนาค
ผู้ศึกษา12,149 [1]
ที่ตั้ง
ที่ตั้งหลัก
80 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000
ศูนย์หนองคาย
โรงเรียนกวนวันวิทยา ตำบลกวนวัน อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย 43000
สี██ สีเขียว
██ สีแดง
เว็บไซต์www.rmu.ac.th
ดูบทความหลักที่: มหาวิทยาลัยราชภัฏ

ประวัติแก้ไข

มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีพื้นที่ 454 ไร่ มีอาคาร 57 หลัง และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามศูนย์หนองโน ตั้งอยู่ที่บ้านหนองโน หมู่ 1 , หมู่ 5 และบ้านกุดแคน หมู่ 6 ตำบลหนองโน (โคกก่อ) อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม มีพื้นที่ 1,050 ไร่ 3 งาน 32 ตารางวา เป็นที่ตั้งของคณะเทคโนโลยีการเกษตร และโครงการเกษตรทฤษฏีใหม่ตามแนวพระราชดำริ

  • พ.ศ. 2468 ตั้งเป็น “โรงเรียนประถมกสิกรรม” ขึ้นที่บริเวณวิทยาลัยเทคนิคมหาสารคามในปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2470 ได้ย้ายไปตั้งที่โคกอีด่อย อยู่ห่างจากตัวเมืองมหาสารคามไปทางทิศตะวันตกประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามในปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2473 เปลี่ยนฐานะเป็นโรงเรียนประถมวิสามัญและฝึกหัดครูกสิกรรมชั้นต่ำ
  • พ.ศ. 2474 ได้ยุบเลิกแผนแผนกฝึกหัดครูกสิกรรมชั้นต่ำเหลืออยู่เฉพาะโรงเรียนประถมวิสามัญ
  • พ.ศ. 2481 ยกฐานะเป็นโรงเรียนประกาศนียบัตรจังหวัด
  • พ.ศ. 2498 เปลี่ยนฐานะเป็นโรงเรียนฝึกหัดครู
  • พ.ศ. 2505 (1 พฤษภาคม) ได้ยกฐานะเป็นวิทยาลัยครูมหาสารคาม
  • พ.ศ. 2519 จัดระบบงานใหม่ตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู และ พ.ศ. 2518 มีผลให้วิทยาลัยครูมหาสารคามเป็นสถาบันอุดมศึกษา
  • ต่อมาในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 วิทยาลัยครูทุกแห่งได้รับพระราชทานนามว่า “สถาบันราชภัฏ” แปลว่า “คนของพระราชา” ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “ Rajabhat Institute” และต่อท้ายด้วยชื่อเดิมหรือชื่อจังหวัด ทำให้ในวันที่ 25 มกราคม 2538 จึงได้มีการยกฐานะเป็นสถาบันราชภัฏมหาสารคาม และดำเนินงานตามพระราชบัญญติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538[2] และวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระราชลัญจกรประจำพระองค์ ให้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฏจึงเกิดเป็น “สถาบันราชภัฏมหาสารคาม” และวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระราชลัญจกรประจำพระองค์ ให้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบันราชภัฏ
  • ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547[3] ซึ่งส่งผลให้สถาบันราชภัฏมหาสารคามเปลี่ยน สถานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม”
  • พ.ศ. 2561 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง รองศาสตราจารย์ ดร.นิรุต ถึงนาค เป็นอธิการบดี ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2561[4]

สัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยแก้ไข

ตราประจำมหาวิทยาลัยแก้ไข

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า พระราชทานพระราชลัญจกรประจำ พระองค์ รัชกาลที่ 9ให้เป็นตราสัญลักษณ์ ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม มีลักษณะเป็นรูปไข่ วงในคือ พระราชลัญจกรประจำพระองค์รัชกาลที่ 9 เป็นรูปพระที่นั่งอัฐทิศ ประกอบตัวจักร กลางวงจักรมีอักขระเป็น อุ หรือเลข 9 รอบวงจักรมีรัศมีเปล่งออกโดยรอบ เหนือจักรเป็นรูปเศวตฉัตรเจ็ดชั้น ฉัตรตั้งอยู่บนพระที่นั่งอัฐทิศ แปลความหมายว่า มีพระบรมเดชานุภาพในแผ่นดินวงนอก เป็นชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

สีของสัญลักษณ์ ประกอบด้วยสีต่าง ๆ จำนวน 5 สี ดังต่อไปนี้

  • สีน้ำเงิน แทนค่า สถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ให้กำเนิด และพระราชทานนาม "มหาวิทยาลัยราชภัฏ"
  • สีเขียว แทนค่า แหล่งที่ตั้งของสถาบันฯ 36 แห่ง ในแหล่งธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม
  • สีทอง แทนค่า ความเจริญรุ่งเรื่องทางภูมิปัญญา
  • สีส้ม แทนค่า ความรุ่งเรืองทางศิลปวัฒธรรมท้องถิ่นที่ก้าวไกลใน 41 แห่ง
  • สีขาว แทนค่า ความคิดอันบริสุทธิ์ของนักปราชญ์แห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

สี ดอกไม้ และเพลง ประจำมหาวิทยาลัยแก้ไข

สีประจำสถาบัน คือ สีเขียว-แดง

สีเขียว หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ทางความรู้ ความเพิ่มพูลทางปัญหา

สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญ อดทน เสียสละต่อส่วนรวม

ต้นไม้และดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัย คือ ต้นจาน-ดอกจาน

ดอกจาน เป็นไม้ยืนต้นในพวกพืชตระกูลถั่ว อยู่ในวงศ์(Papilionaceae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Butea monosperma (Lam.) Taub. ต้นจานเกิดในเขตร้อน ในเมืองไทยพบว่ามีต้นจานขึ้นอยู่ในป่าทั่วๆไป ตามที่ราบที่มีน้ำท่วมถึง มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น ภาคเหนือเรียก กวาว กว๋าว หรือก๋าว ภาคกลางเรียก ทองกวาว ทองธรรมชาติ ทองพรมชาติ ทองต้น ภาคใต้เรียก จอมทอง อีสานเรียก จาน ส่วนชื่อในภาษาอังกฤษก็มีหลายชื่อ เช่น Flame of the Forest,Bastard Teak, และ Bengal Kino เราเรียกต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยของเราว่า “จาน” ก็เพื่อเน้นความอีสาน เน้นพันธกิจและวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยในฐานะมหาวิทยาลัยอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น และในส่วนของชีวิตนักเรียนนักศึกษานั้น ดอกจานเป็น เสมือนนาฬิกาบอกเวลาว่าถึงฤดูสอบปลายภาคแล้ว จะนิ่งนอนใจอยู่มิได้ และเมื่อสอบเสร็จดอกจานโรยและร่วง รุ่นพี่ที่จบการศึกษาก็จะจากมหาวิทยาลัยไป จึงเป็นห้วงเวลาแห่งความอาลัยอาวรณ์ของนักศึกษารุ่นพี่รุ่นน้อง จาน ออกเสียงเหมือน จารย์ ซึ่งหมายถึง ผู้ที่เคยบวชเรียนจนได้รับการยกย่องและผ่านพิธีเถราภิเษก (หดสรง) เป็นผู้ที่คนเคารพนับถือมีความรู้และคุณธรรมเป็นครูของคน ต้นจานและดอกจานจึงเป็นต้นไม้และดอกไม้ที่ทำให้เรารำลึกถึงครูอาจารย์ และรำลึกถึงอดีตของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามครั้งที่เป็นวิทยาลัยครูและโรงเรียนฝึกหัดครู ทั้งรำลึกถึงการก่อร่างสร้างตัวที่คนรุ่นต่างๆได้กระทำสืบต่อกันมาอย่างต่อเนื่องพัฒนามาอย่างเป็นลำดับขั้นและมั่นคง แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคปัญหาและความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของสังคมก็ตาม เสมือนต้นจานที่ใช้เวลานานในการสร้างความมั่นคงให้กับตนเอง มีความทนทานและปรับตัวให้อยู่กับทุกสภาพดินทุกสภาพอากาศ สามารถยืนหยัดอยู่ได้อย่างยั่งยืน[5]

เพลงประจำมหาวิทยาลัย

เพลงมาร์ชมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

แผนที่มหาวิทยาลัย

แผนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คณะแก้ไข

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เปิดสอนในระดับอนุบาล อนุปริญญา ปริญญาตรี ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก มีทั้งหลักสูตรทั่วไปและหลักสูตรภาคสมทบ ประกอบด้วยคณะทั้งหมด 9 คณะ 1 บัณฑิตวิทยาลัย และ 1 โรงเรียน ได้แก่

นายกองค์การบริหารนักศึกษา/ประธานสภานักศึกษาแก้ไข

ปีการศึกษา นายกองค์การบริหารนักศึกษา ประธานสภานักศึกษา
ผู้ดำรงตำแหน่ง คณะ ผู้ดำรงตำแหน่ง คณะ
2565 นายศราวุธ ถวิลคำ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นายณัฐพงษ์ ภักดีรัก รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
2564 นางสาวสิริลักษณ์ ยาผาง มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นางสาวยุวดี ศิริบุตรวงศ์ รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
2563 นายอภิชาติ นันทะแสง นิติศาสตร์ นายอธิพงษ์ จันทร์เสน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2562 นายคมสันต์ แสงงาม ครุศาสตร์ นายธนพงษ์ จุติรักษ์ รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
2561 นายเกริกเกียรติ ภูจิระ ครุศาสตร์ นายเอกราช โพธิเลกุ รัฐศาสตร์และรัฐประศาสตร์
2560 นายสิทธิโชค จันนามอม ครุศาสตร์ นายชุติพงศ์ แหไธสงค์ ครุศาสตร์
2559 นายศุภชัย แสนกระจาย วิทยาการจัดการ นางสาวเครือมาศ ถาวิชัย รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์
2558 นายวิฑูรย์ แข็งฤทธิ์ นิติศาสตร์ ครุศาสตร์
2557 นายศุภนนท์ ตาบผาด ครุศาสตร์ ครุศาสตร์

วันราชภัฏแก้ไข

ทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ [6]ของทุกปี เป็น “วันราชภัฏ” สืบเนื่องจากวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม สถาบันราชภัฏแก่วิทยาลัยครูมหาสารคาม และวิทยาลัยครูทั่วประเทศ และได้มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้อัญเชิญตราพระราชลัญจกรส่วนพระองค์ เป็นตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามและมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ เป็นสิ่งที่นำความภาคภูมิใจสูงสุดมาสู่ชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ซึ่งชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามในฐานะสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น สมควรจะเทิดพระมหากรุณาธิคุณนี้ไว้เหนือเกล้าและจงรักภักดีด้วยการตั้งปณิธานที่จะประพฤติ และปฏิบัติหน้าที่เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ในการพัฒนาประเทศและบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่พี่น้อง ประชาชนชาวไทย ดังนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถือว่าเป็นวันราชภัฏ ซึ่งชาวมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามจึงถือเป็นการสถาปนามหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน[7]

คำว่า “ราชภัฏ” ให้ความหมายว่า “คนของพระราชา…ข้าของแผ่นดิน” หากตีความตามความรู้สึกยิ่งกินใจและตีความได้กว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีกนั่นก็คือ “การถวายงานประดุจข้าราชบริพารที่รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทที่ต้องถวายงานอย่างสุดความสามารถ สุดชีวิต และสุดจิตสุดใจ” ซึ่งการเป็นคนของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทย่อมเป็นข้าของแผ่นดินอีกด้วย เนื่องจากว่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทผู้เป็นมิ่งขวัญของพวกเราชาวราชภัฏ ทรงเป็นแบบอย่างการทรงงานเพื่อบ้านเมือง และแผ่นดินอย่างที่มิเคยทรงหยุดพักแม้เพียงนิด แม้ยามที่ทรงประชวรก็ไม่เคยหยุดทรงงาน เพื่อความสุขของปวงชนชาวสยามของพระองค์นั้นเองด้วยเหตุผลเหล่าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจึงได้พระราชทานพระราชลัญจกร อันเป็นเครื่องประกอบพระราชอิศริยยศ พระราชอิศริยศักดิ์ ลงมาเป็นตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏ ประหนึ่งเครื่องเตือนความทรงจำว่าพวกเราชาวราชภัฏคือ “คนของพระราชา และข้าของแผ่นดิน”

เนื่องในวันราชภัฎ[8] ในทุกๆ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ จึงได้จัดกรรมต่างๆ ขึ้นอาทิ การทำบุญตักบาตร การจัดนิทรรศการ การเสวนาทางวิชาการ และการมอบรางวัลต่างๆ เป็นต้น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีต่อการสนับสนุนอุดมการณ์ของ “ชาวราชภัฎ” หนึ่งในรอบปีมีวาระสำคัญอย่างยิ่งที่พวกเราเลือดราชภัฎจะถือโอกาสในการทำงานเพื่อสนองแนวทางพระราชดำริสืบต่อพระราชปณิธานและสืบสานพระราชประสงค์ เหมาะสมกับการเป็น “ข้ารองพระยุคลบาทยิ่ง” และอย่างให้ชาวราชภัฏทุกท่านสำนึกอยู่เสมอว่า “มีหน้าที่อุทิศตนทำงานทุกอย่าง เพื่อเป็นบทพิสูจน์ความจงรักภักดิ์ดี และเทิดทูนใต้ฝ่าละอองธุรีพระบาท และล้นเกล้าล้นกระหม่อมทุกๆ พระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ สำคัญนักเรียน นักศึกษา ครู คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ พวกเราชาวราชภัฏต้องเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเกศี ด้วยการปฏิบัติทึกภาระกิจที่ได้รับมอบหมายประหนึ่งทำถวายใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในทุกกรณี เพราะพวกเราชาวราชภัฎคือ “คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน”

 พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก้ไข

  • ปี พ.ศ. 2527-2537 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาแก่ผู้สำเร็จจากวิทยาลัยครูมหาสารคาม - วิทยาลัยครูทั่วประเทศ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร
     
    หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร สถานที่พระราชทานปริญญาบัตรบัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ปี พ.ศ. 2538 - ปัจจุบัน
  • ปี พ.ศ. 2548 [9]พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม[10]-มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ หอประชุมไพรพยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
  • ปี พ.ศ. 2547-2559 [11]พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 10 (เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม[12]-มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
  • ปี พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระองค์เองในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม - มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร
พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
ประจำปี ผู้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ สถานที่ หมายเหตุ
รัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
พ.ศ. 2526

(17-20,22-25,27 พฤษภาคม พ.ศ. 2526)

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อาคารใหม่สวนอัมพร พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาแก่ผู้สำเร็จจากวิทยาลัยครูมหาสารคาม - วิทยาลัยครูทั่วประเทศ
พ.ศ. 2527 - พ.ศ. 2537 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาแก่ผู้สำเร็จจากวิทยาลัยครูมหาสารคาม - วิทยาลัยครูทั่วประเทศ
พ.ศ. 2538 - พ.ศ. 2546 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร หอประชุมมหาวชิราลงกรณ สถาบันราชภัฎสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันราชภัฏมหาสารคาม - สถาบันราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พ.ศ. 2548[13] สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร หอประชุมไพรพยอม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี[14] เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม - มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พ.ศ. 2547 - พ.ศ. 2559[15] สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร[16] เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม - มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประจำปี ผู้เสด็จพระราชดำเนินฯ สถานที่ หมายเหตุ
รัชสมัยปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เสด็จพระราชดำเนินมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระองค์เองในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม - มหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงแก้ไข

นักการเมืองแก้ไข

นักเขียนแก้ไข

  • ชัชวาลย์ โคตรสงคราม นักเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย ได้รับรางวัลช่อการะเกดประจำปี 2535 จากเรื่องสั้นชื่อ "เจ้านกกระจิบ" รวมพิมพ์ในเล่ม "รากเหง้าเผด็จการ" โดยสุชาติ สวัสดิ์ศรี บรรณาธิการ นวนิยายสัจนิยมมหัศจรรย์ระดับพื้นผิว เรื่อง "ทะเลน้ำนม" เข้ารอบ 7 เล่ม สุดท้ายรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) ประจำปีพุทธศักราช 2552

นักร้อง/นักแสดงแก้ไข

  • อภิวัฒน์ บุญเอนก จบจากคณะครุศาสตร์ สาขาดนตรีศึกษา ศิลปินนักร้อง ค่ายคืนถิ่นสตูดิโอ และข้าราชการครู

นักกีฬาแก้ไข

บุคคลทั่วไปแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข