อำเภอโพนพิสัย

อำเภอในจังหวัดหนองคาย ประเทศไทย

อำเภอโพนพิสัย เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดหนองคาย เป็นอำเภอที่มีพื้นที่มากที่สุดของจังหวัด และเป็นอำเภอที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของจังหวัด

อำเภอโพนพิสัย
แผนที่จังหวัดหนองคาย เน้นอำเภอโพนพิสัย
คำขวัญ: 
หลวงพ่อพระเสียงคู่บ้าน ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค
พิกัดภูมิศาสตร์: 18°1′19″N 103°4′38″E / 18.02194°N 103.07722°E / 18.02194; 103.07722
อักษรไทยอำเภอโพนพิสัย
อักษรโรมันAmphoe Phon Phisai
จังหวัดหนองคาย
การปกครอง
พื้นที่
 • ทั้งหมด642.7 ตร.กม. (248.1 ตร.ไมล์)
ประชากร
 (2563)
 • ทั้งหมด98,281 คน
 • ความหนาแน่น152.92 คน/ตร.กม. (396.1 คน/ตร.ไมล์)
รหัสไปรษณีย์ 43120
รหัสภูมิศาสตร์4305
ที่ตั้งที่ว่าการที่ว่าการอำเภอโพนพิสัย เลขที่ 1111 หมู่ที่ 1 ถนนพิสัยสรเดช ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย 43120
สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

ประวัติแก้ไข

พระยาสุนธรธรรมธาดา (คำสิงห์ สิงห์ศิริ) เป็นบุตรของพระฤกษ์มนตรี และนางทองสี เกิดที่บ้านจอมนาง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เมื่อวันอังคาร ปีมะโรง เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2375 เมื่อ พ.ศ. 2380 เริ่มเรียนหนังสือไทยจากท่านครูหลักคำ จนเมื่ออายุครบบวชจึงได่อุปสมบทเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา 2 พรรษา ที่วัดจุมพล อำเภอโพนพิสัย จากนั้นได้เข้ารับราชการเป็นเสมียนนายกอง บัญชีอยู่กับเจ้าเมืองโพนพิสัย มีหน้าที่สำรวจไพร่พลและเตรียมเสบียงอาหารสมทบกองทัพหลวง ซึ่งไปจากพระนคร

พ.ศ. 2397 ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นนายกองบัญชี

พ.ศ. 2398 ได้รับพระราชทานตราตั้งเป็นท้าวพรหมสาร

พ.ศ. 2401 ได้รับพระราชทานตราตั้งเป็นเจ้าเมืองประชุมพนาลัย (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองบริคัณฑ์นิคม อยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง คือเมืองบริคัณฑ์ ในประเทศลาวปัจจุบัน) ได้รับบรรดาศักดิ์เป็นที่ พระศรีสุรศักดิ์สุนทร

พ.ศ. 2426 มีพวกฮ่อเข้ามาปล้มชายพระราชอาณาเขตทางแคว้วสิบสองจุไทย จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาราชวรานุกูล พระยาสุโขทัย เป็นแม่ทัพเกณฑ์ไพร่พลทางหัวเมืองตะวันออกเฉียงเหนือไปปราบฮ่อ พระศรีสุรศักดิ์สุนทร (คำสิงห์ สิงห์ศิริ) ได้ร่วมทัพหลวงเป็น แม่กองออกสู้รบปราบฮ่อ ถ้ามีข้าศึกมาย่ำยีอาณาเขตทางด้านนี้ ก็ได้รับมอบหมายให้เป็นแม่กองต่อต้านศึกด้วยทุกครั้ง จนเป็นที่พึงพอใจของทางราชการทุกครั้ง

พ.ศ. 2434 ได้ติดตามพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมข้าหลวงต่างพระอง๕มณฑลฝ่ายเหนือเข้าไปกรุงเทพฯ ถวายตัวเป็นมหาดเล็กหลวงในรัชกาลที่ 5 สังกัดกรมมหาดเล็กเวรสิทธิ์

พ.ศ. 2436 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่กองไปขัดตาทัพต่อสู้ฝรั่งเศสที่แก่งเกซึ่งเข้ามายึดดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงจนเหตุการณ์ด้านนี้สงบลง และดินแดนทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงตกไปเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส รวมทั้งเมืองบริคัณฑ์นิคมด้วย จึงโปรดเกล้าฯให้พระศรีสุรศักดิ์สุนทร (คำสิงห์ สิงห์ศิริ) อพยพครอบครัวผู้คนมาตั้งบ้านอยู่บ้านหนองแก้ว ริมฝั่งแม่น้ำโขงด้านตะวันตก แขวงเมืองโพนพิสัย และโปรดเกล้าให้ยกบ้านหนองแก้วขึ้นเป็น เมืองรัตนวาปี เมื่อ พ.ศ. 2437 ส่วนพระยาศรีสุรศักดิ์สุนทร (คำสิงห์ สิงห์ศิริ) พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็น พระรัตนเขตรักษา เจ้าเมืองรัตนวาปี คนแรก

พ.ศ. 2436 ได้โปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องที่ ร.ศ.116

พ.ศ. 2440 พระราชทานตราตั้งให้ พระรัตนเขตรักษา (คำสิงห์ สิงห์ศิริ) เป็นพระยาโพนพิสัยสรเดช เจ้าเมืองโพนพิสัย ตามนามเมือง และยุบเมืองรัตนวาปีเป็นอำเภอสังกัดเมืองอุดรธานี ต่อมาทางราชการก็ยุบเมืองโพนพิสัยเป็นอำเภอ ขึ้นกับเมืองหนองคาย

พ.ศ. 2444 เป็นแม่กองสมทบกองทัพหลวงไประงับเหตุเรื่องผีบาปผีบุญที่เมืองอุดรธานี เมืองสกลนคร และเมืองนครพนม จนเหตุการณ์สงบเรียบร้อย นอกจากนี้ยังเป็นแม่กองไรงับเหตุที่พวกเงี้ยวก่อการจราจลทางเมืองบ่อแต และเมืองแทนท้าว ในท้องที่อำเภอด่านซ้าย อำเภอท่าลี่และอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ได้รับตราเป็นบำเหน็จ 2444

ส่วนการปฏิรูปการปกครองตามระบบเทศาภิบาลนั้นก็ดำเนินต่อไป จนเมื่อยุบเมืองโพนพิสัยเป็นอำเภอแล้วพระยาโพนพิสัยสรเดช (คำสิงห์ สิงห์ศิริ) ดำรงตำแหน่งเป็นนายอำเภอโพนพิสัย ตั้งแต่ปี 2450 จนกระทั่ง ปี 2459 จึงออกจากราชการเพื่อรับพระราชทานเบี้ยหวัดปีละ 500 บาท เนื่องจากพระยาโพนพิสัยสรเดช (คำสิงห์ สิงห์ศิริ) มีความดีความชอบต่อแผ่นดินมาแต่อดีต พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 จึงทรงะรักระณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาสุนทรธรรมธาดา เป็นต้นตระกูล "สิงห์ศิริ" เป็นเกียรติยศต่อวงศ์ตระกูลสืบไป

พ.ศ. 2449 พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มาตรวจราชการในเขตมณฑลอุดร และได้เปลี่ยนฐานะเมืองโพนพิสัย เป็นอำเภอโพนพิสัย ขึ้นกับจังหวัดหนองคายจนถึงปัจจุบัน

วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2515 แยกพื้นที่ตำบลโซ่ ตำบลศรีชมพู และตำบลหนองพันทา อำเภอโพนพิสัย ไปตั้งเป็น กิ่งอำเภอโซ่พิสัย ขึ้นกับอำเภอโพนพิสัย

วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2521 แยกพื้นที่ตำบลปากคาด ตำบลหนองยอง และตำบลนากั้ง อำเภอโพนพิสัย ไปตั้งเป็น กิ่งอำเภอปากคาด ขึ้นกับอำเภอโพนพิสัย

สภาพทางภูมิศาสตร์แก้ไข

ที่ตั้งและอาณาเขตแก้ไข

อำเภอโพนพิสัย เป็นอำเภอชายแดน ติดแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแนวพรมแดนแบ่งเขตระหว่างประเทศไทย กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดหนองคาย ห่างจากจังหวัดหนองคายประมาณ 45 กิโลเมตร ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 661 กิโลเมตรเภอโพนพิสัย มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ลักษณะภูมิประเทศแก้ไข

เป็นที่ราบลุ่มสลับเนิน มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย เหมาะแก่การเพาะปลูก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,800 มิลลิเมตร / ปี มีพื้นที่ 642.739 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 401,711 ไร่

ดอนสังคี เป็นดอนในเขตพื้นที่ประเทศลาว ซึ่งอยู่ในแม่น้ำโขงมีพื้นที่ ขนาด กว้าง 700 เมตร ยาวประมาณ 2,500 เมตร เป็นพื้นที่ฝั่งตรงข้าม บ้านใหม่ หมู่ที่ 14 ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย โดยพื้นที่ดอนสังคี มีประชากรชาวลาวอาศัยอยู่ 39 ครัวเรือน ประชากร 146 คน มีโรงเรียน 1 แห่ง มีวัด 1 แห่ง มีกองกำลังทหาร จำนวน 1 กองร้อย

การป้องกันการรุกร้ำชายแดนแม่น้ำโขงระหว่าง โดยอำเภอโพนพิสัย และเมืองปากงึม สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีความสัมพันธ์อันดี โดยมีการเชื่อมความสัมพันธ์ และทำความเข้าใจ จึงไม่เกิดปัญหา ในการลุกล้ำแนวเขตชายแดนตามแนวเขตแม่น้ำโขง

แหล่งน้ำแก้ไข

  • แม่น้ำโขง
  • ห้วยหลวง
  • ห้วยน้ำสวย
  • ห้วยน้ำเป

ลักษณะทางธรณีวิทยาแก้ไข

ลักษณะกลุ่มชุดดินที่พบในอำเภอโพนพิสัย ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนปนดินเหนียว ดินสีน้ำตาลอ่อน สีเหลืองหรือแดง บางแห่งอาจพบจุดประสีหรือศิลาแลงอ่อนในชั้นดินล่างเกิดจากวัตถุต้นกำเนิดพวกตะกอนลำน้ำหรือจากการสลายตัวผุพังของหินเนื้อหยาบ พบบริเวณพื้นที่ค่อนข้างราบเรียบจนถึงพื้นที่ลูกคลื่นลอนลาด ส่วนใหญ่มีความลาดชันร้อยละ 2-5 เป็นดินตื้น ถึงดินลึก มีการระบายน้ำดี ดินมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ ปฏิกิริยาดินเป็นกรดถึงกรดจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินส่วนใหญ่ใช้ทำนาข้าว มีเนื้อที่ประมาณ ไร่ คิดเป็นร้อยละ 26.09 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด นอกจากนั้นยังใช้ประโยชน์สำหรับการปลูกยางพาราประมาณ 239,669 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 12.67 ของพื้นที่ทั้งอำเภอ

ประเภทของดินที่มีปัญหา

ดินที่พบโดยทั่วไปในอำเภอโพนพิสัย ที่ใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตรโดยปกติจะไม่สามารถกำหนดลักษณะของดินที่เป็นปัญหาได้แน่ชัด เนื่องจากปัญหาแต่ละชนิดของดิน จะขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ปลูกป่า ทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นต้น การพิจารณาว่าดินบริเวณดังกล่าวมีปัญหาต่อการเกษตรหรือไม่นั้น สามารถดูได้จากลักษณะและคุณสมบัติของดินที่มีผลต่อการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ถ้าดินมีลักษณะและคุณสมบัติ ที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของพืชที่ปลูก ทั้งคุณสมบัติทางกายภาพและเคมี ก็จัดเป็นดินปัญหาทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้อาจมีความรุนแรงของปัญหามากหรือน้อยแตกต่างกัน ทรัพยากรดิน ที่มีปัญหาต่อการเกษตรในอำเภอโพนพิสัยคายที่พบส่วนใหญ่มี 3 ประเภท ดังนี้

  1. ดินตื้นหรือดินลูกรัง
  2. ดินเค็ม
  3. ดินทราย

ดินที่มีอุปสรรคต่อการปลูกพืชในอำเภอโพนพิสัย ที่พบมากที่สุดคือปัญหาดินลูกรัง หรือดินตื้น ซึ่งมีพื้นที่เกือบร้อยละ 50 ของพื้นที่ทั้งอำเภอ โดยพบกระจายตัวอยู่ทุกตำบล ดินลูกรัง มีความอุดมสมบูรณ์ของดินอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำ แต่ปัญหาที่พบมากในการปลูกพืชคือ การขาดน้ำในฤดูแล้งเพราะดินลูกรังจะสูญเสียน้ำในดินได้ง่าย ดังนั้น แนวทางแก้ไขเกษตรกรที่ปลูกพืชในที่ดินลูกรัง ควรมีแหล่งน้ำไว้ในแปลงด้วยเพื่อใช้ในฤดูแล้ง และควรมีการปรับปรุงบำรุงดิน โดยการไถกลบตอซัง การใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด เพื่อเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในดินช่วยในการดูดซับน้ำและเพิ่มธาตุอาหารให้แก่ดิน ในกรณีที่เกษตรกรปลูกไม้ผล หรือไม้ยืนต้นควรขุดหลุมให้กว้าง

ลักษณะภูมิอากาศแก้ไข

  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ เดือนมีนาคม ถึงเดือนพฤษภาคม
  • ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน
  • ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ เดือนตุลาคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ย 32 องศาเซลเซียส

การแบ่งเขตการปกครองแก้ไข

การปกครองส่วนภูมิภาคแก้ไข

อำเภอโพนพิสัยแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 11 ตำบล 159 หมู่บ้าน ได้แก่

1. จุมพล (Chumphon) 26 หมู่บ้าน 7. นาหนัง (Na Nang) 17 หมู่บ้าน
2. วัดหลวง (Wat Luang) 16 หมู่บ้าน 8. เซิม (Soem) 11 หมู่บ้าน
3. กุดบง (Kut Bong) 14 หมู่บ้าน 9. บ้านโพธิ์ (Ban Pho) 13 หมู่บ้าน
4. ชุมช้าง (Chum Chang) 19 หมู่บ้าน 10. บ้านผือ (Ban Phue) 8 หมู่บ้าน
5. ทุ่งหลวง (Thung Luang) 12 หมู่บ้าน 11. สร้างนางขาว (Sang Nang Khao) 8 หมู่บ้าน
6. เหล่าต่างคำ (Lao Tang Kham) 15 หมู่บ้าน

การปกครองส่วนท้องถิ่นแก้ไข

ท้องที่อำเภอโพนพิสัยประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 12 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลโพนพิสัย ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลจุมพล
  • เทศบาลตำบลสร้างนางขาว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสร้างนางขาวทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลจุมพล ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจุมพล (นอกเขตเทศบาลตำบลโพนพิสัย)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลวัดหลวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลวัดหลวงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลกุดบง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลกุดบงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลชุมช้าง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลชุมช้างทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหลวง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลทุ่งหลวงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเหล่าต่างคำ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเหล่าต่างคำทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลนาหนัง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลนาหนังทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเซิม ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเซิมทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโพธิ์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านโพธิ์ทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านผือ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านผือทั้งตำบล
  • เทศบาลเมืองโพนพิสัย ครอบคลุมพื้นที่ตำบลจุมพลทั้งตำบล (โครงการอีก 4 ปี)

การศึกษาแก้ไข

การจัดการศึกษาของอำเภอโพนพิสัย อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขตหนองคาย และศูนย์บริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอโพนพิสัย ให้บริการทางการศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียนตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษา จนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดับอาชีวะศึกษาจนถึงปริญญาตรี สถานศึกษา ดังนี้

อาชีวศึกษาแก้ไข

โรงเรียนแก้ไข

  • โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขตหนองคาย
ที่ รหัสโรงเรียน ชื่อโรงเรียน ที่อยู่ ตำบล / อำเภอ / รหัสไปรษณีย์ วันสถาปนา ระดับที่เปิดสอน
1 43022001 โรงเรียนชุมพลโพนพิสัย เลขที่ 240/2 ถ.หนองคาย-บึงกาฬ จุมพล โพนพิสัย 43120 พ.ศ. 2500 ม.1 - ม.6
2 43022002 โรงเรียนเซิมพิทยาคม เลขที่ 3 ม.8 เซิม โพนพิสัย 43120 พ.ศ. 2519 ม.1 - ม.6
3 43022003 โรงเรียนปากสวยพิทยาคม เลขที่ 390 ม.4 ถ.หนองคาย-บึงกาฬ วัดหลวง โพนพิสัย 43120 29 มกราคม 2534 ม.1 - ม.6
4 43022004 โรงเรียนนาหนังพัฒนศึกษา เลขที่ 267 ม.1 นาหนัง โพนพิสัย 43120 พ.ศ. 2536 ม.1 - ม.6
5 43022005 โรงเรียนร่มธรรมานุสรณ์ เลขที่ 112 ม.2 เหล่าต่างคำ โพนพิสัย 43120 10 สิงหาคม 2541 ม.1 - ม.6
6 43022006 โรงเรียนกุดบงพิทยาคาร เลขที่ 156 ม.9 กุดบง โพนพิสัย 43120 10 สิงหาคม 2540 ม.1 - ม.6
  • โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคายเขต 2
ที่ รหัสโรงเรียน ชื่อโรงเรียน ที่อยู่ ตำบล / อำเภอ / รหัสไปรษณีย์ วันสถาปนา ระดับที่เปิดสอน
1 43020001 โรงเรียนบ้านกุดบง ม.5 กุดบง โพนพิสัย 43120 พ.ศ. 2490 อ.1 - ป.6
2 43020002 โรงเรียนบ้านใหม่ ม.3 กุดบง โพนพิสัย 43120 พ.ศ. 2479 อ.1 - ป.6
3 43020003 โรงเรียนบ้านนิคมดงบัง ม.11 กุดบง โพนพิสัย 43120 1 พฤษภาคม 2520 อ.1 - ป.6
4 43020004 โรงเรียนชุมชนบ้านโนน-โนนสวรรค์ ม.1 กุดบง โพนพิสัย 43120 5 กรกฎาคม 2498 อ.1 - ป.6
5 43020005 โรงเรียนบ้านโนนฤๅษี ม.8 กุดบง โพนพิสัย 43120 11 มกราคม 2510 อ.1 - ป.6
6 43020006 โรงเรียนบ้านหนองกุ้ง ม.2 กุดบง โพนพิสัย 43120 17 เมษายน 2474 อ.1 - ป.6
7 43020007 โรงเรียนบ้านกลุ่มพัฒนา ม.10 กุดบง โพนพิสัย 43120 09 ตุลาคม 2524 อ.1 - ป.6
8 43020008 โรงเรียนบ้านนิคมดงบัง สาขาบ้านนามะเฮียว ม.7 กุดบง โพนพิสัย 43120 อ.1 - ป.6
9 43020009 โรงเรียนอนุบาลจุมพลโพนพิสัย ม.13 จุมพล โพนพิสัย 43120 1 เมษายน 2457 อ.1 - ป.6

วัฒนธรรมแก้ไข

ศาสนาแก้ไข

ชาวอำเภอโพนพิสัย มีวิถีชีวิตที่สัมพันธ์กับศาสนาและวัฒนธรรม โดยพิจารณาได้จากมีสถาบันทางศาสนา แยกเป็น วัด 129 แห่ง โบสถ์ 2 แห่ง ประชาชนนับถือศาสนาพุทธ 98 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาคริสต์ 2 เปอร์เซ็นต์ วัฒนธรรมในท้องถิ่นมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชาวโพนพิสัยอยู่ตลอดมา มีงานประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญ คือ งานไหลเรือไฟ ในช่วงเดือนตุลาคม งานแห่เทียนเข้าพรรษาในช่วงเดือนพฤษภาคม โดยมีการจัดงานประเพณี เป็นประจำทุกปี และที่สำคัญคือปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี

งานประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญแก้ไข

  • งานประเพณีสงกรานต์ ช่วงเวลาจัดงาน วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี
  • งานประเพณีบุญบั้งไฟ ช่วงเวลาจัดงาน วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี
  • งานประเพณีแข่งเรือยาว ช่วงเวลาจัดงาน วันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี
  • งานประเพณีไหลเรือไฟและชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ช่วงเวลาจัดงานวันออกพรรษา ของทุกปี

ด้านประเพณี

  • งานบุญออกพรรษาบั้งไฟพญานาค ตำบลจุมพล
  • ด้านศิลปะการแสดง ได้แก่ หมอลำเรื่องต่อกลอน คณะ ส.รุ่งเรือง ตำบลวัดหลวง
  • ด้านอาหาร ได้แก่ ก้อยปลาน้ำส้วน ตำบลจุมพล
  • ด้านผ้าทอ ได้แก่ ผ้าฝ้ายมัดหมี่ย้อมสีธรรมชาติ บ้านโคกสง่า ตำบลเซิม

สถานที่สำคัญแก้ไข

สถานที่ท่องเที่ยวแก้ไข

  • ปากน้ำงึม บ้านหนองกุ้งเหนือ หมู่ 2 ตำบลกุดบง ช่วงระยะเวลา มีนาคม ถึงเมษายน เป็นสถานที่แม่น้ำงึมจาก สปป.ลาว มาบรรจบกับแม่น้ำโขง สามารถมองเห็นแม่น้ำงึมตัดกับแม่น้ำโขง มีลักษณะเป็นแม่น้ำสองสี คือ สีขุ่นของแม่น้ำโขง กับสีใสของแม่น้ำงึม นอกจากนี้ในช่วงเดินมีนาคม – เมษายน จะมีการตั้งร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้คนเดินทางไปท่องเที่ยวมากมาย
  • เวินพระสุก อยู่ที่บ้านหนองกุ้งใต้ หมู่ที่ 1 ตำบลกุดบง เป็นสถานที่จมลงของพระสุก (พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นพร้อมกับหลวงพ่อพระใส ประดิษฐานอยู่ ณ วัดโพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย) ที่ใส่แพลอยมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อถึงปากน้ำงึมกลางแม่น้ำโขง พระสุกได้แสดงอภินิหาร เกิดพายุแรงจนแพแตก ทำให้พระสุกจมลงกลางแม่น้ำโขง บริเวณบ้านน้ำเป อำเภอโพนพิสัย จึงเรียกว่า เวินสุก ซึ่งตามประวัติกล่าวว่า พญานาคได้ขอพระสุกที่จมอยู่ใต้น้ำโขงไปบูชาเป็นที่เคารพและระลึกถึงพระพุทธเจ้า
  • วัดมณีโคตร เป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระเสี่ยง (พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นพร้อมกับหลวงพ่อพระใส ประดิษฐานอยู่ ณ วัดโพธิ์ชัย อ าเภอเมือง จังหวัดหนองคาย) ในเขตเทศบาลตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองอำเภอโพนพิสัย ซึ่งตามประวัติ พระใส, พระแสน, พระเสริม, พระสุก และพระเสี่ยง ได้ใส่แพลอยมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมกัน เมื่อถึงปากน้ำงึมกลางแม่น้ำโขง พระสุกได้แสดงอภินิหาร เกิดพายุแรงจนแพแตก ทำให้พระสุกจมลงกลางแม่น้ำโขง บริเวณปากห้วยน้ำเป ต่อจากนั้นได้นำเอาพระใส, พระแสน, พระเสริม และพระเสี่ยง ใส่แพล่องตามลำน้ำโขงมาขึ้นที่เมืองโพนพิสัยและเดินทางไปไว้ที่กรุงเทพฯ แต่เกิดปาฏิหาริย์ให้ช้างหนักจนไปต่อไม่ได้ จนพระเสี่ยงตกจากหลังช้างเป็นเหตุให้หูหัก เกศคด ชาวบ้าน จึงอัญเชิญหลวงพ่อพระเสี่ยงประดิษฐาน ณ วัดมณีโคตร ตำบลจุมพล จนถึงปัจจุบัน
  • วัดไทย เป็นวัดที่มี ถ้ำพญานาค เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อใหญ่ มีเสาหลักเมืองบาดาล

หน่วยงานราชการ/รัฐวิสาหกิจแก้ไข

  • ที่ทำการปกครองอำเภอโพนพิสัย
  • สถานีตำรวจภูธรโพนพิสัย
  • สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอโพนพัย
  • สำนักงานสาธารณสุขอำเภอโพนพิสัย
  • สำนักงานที่ดินจังหวัดหนองคาย สาขาโพนพิสัย
  • สำนักงานเกษตรอำเภอโพนพิสัย
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอโพนพิสัย
  • ที่ทำการไปรษณีย์โพนพิสัย
  • สำนักงานบริการโทรศัพท์อำเภอโพนพิสัย (TOT)
  • สำนักงานปศุสัตว์อำเภอโพนพิสัย
  • สำนักงานประมงอำเภอโพนพิสัย
  • หน่วยสัสดีอำเภอโพนพิสัย
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคายเขต 2(สพป.เขต 2)
  • หน่วยเรือโพนพิสัย
  • สถานีขนส่งผู้โดยสารเทศบาลตำบลโพนพิสัย (บ.ข.ส.โพนพิสัย)
  • ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสริกิต์ พระบรมราชินีนาถ
  • หมวดการทางอำเภอโพนพิสัย
  • โรงพยาบาลอำเภอโพนพิสัย
  • การประปาส่วนภูมิภาค
  • สถานีตำรวจภูธรเซิม
  • สถานีตำรวจภูธรเหล่าต่างคำ โรงพยาบาลพิสัยเวช
  • ชุดปฏิบัติการตำรวจตะเวนชายแดน 245
  • สรรพากรอำเภอโพนพิสัย
  • วัฒนธรรมอำเภอโพนพิสัย
  • ท้องถิ่นอำเภอโพนพิสัย
  • เจ้าหน้าที่การกีฬา

การคมนาคมแก้ไข

อำเภอโพนพิสัยมีรถโดยสารประจำทางที่ผ่านดังนี้

  • สาย 224 อุดรธานี-นครพนม
  • สาย 228 หนองคาย-บ้านแพง
  • สาย 943 บริษัท 407 พัฒนา จำกัด กรุงเทพ-บึงกาฬ บึงกาฬ-หนองคาย-ระยอง
  • สาย 943 บริษัท แอร์อุดร จำกัด กรุงเทพ-บึงกาฬ
  • สาย 4193 หนองคาย-ปากคาด

การรักษาพยาบาลแก้ไข

อำเภอโพนพิสัยมีโรงพยาบาลของรัฐและเอกชนจำนวน 2 แห่ง(ไม่รวมคลีนิคต่างๆ)

  • โรงพยาบาลโพนพิสัย (รัฐบาล)
  • โรงพยาบาลพิสัยเวช (เอกชน)