เปิดเมนูหลัก

พรรคประชาธิปไตยใหม่

พรรคประชาธิปไตยใหม่ (อังกฤษ: New Democracy Party, ตัวย่อ: ปธม.) เป็นพรรคการเมืองไทย ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554 โดยมีนายสุรทิน พิจารณ์ เป็นหัวหน้าพรรค นายนิพนธ์ ชื่นตา เป็นรองหัวหน้าพรรค และนายจำรัส ไกยสิทธิ์ เป็นเลขาธิการพรรค [2] ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากคะแนนเสียงของประชาชนโดยรวมข้างมาก โดยระบอบการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ[3]และได้ต่อสู้ในทางการเมืองโดยอุดมการณ์ที่แรงกล้าอย่างแน้วแน่ ปัจจุบันมีนายสุรทิน พิจารณ์ เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ โดยมีผู้ร่วมอุดมการณ์ซึ่งเป็นผู้บริหารกรรมการพรรคชุดใหม่ที่มีคุณวุฒิ และวัยวุฒิที่พร้อมจะพัฒนาบ้านเมืองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น[4]

พรรคประชาธิปไตยใหม่
หัวหน้าพรรคสุรทิน พิจารณ์
เลขาธิการพรรคจำรัส ไกยสิทธิ์
คำขวัญพรรคคนไทยจะอยู่ดีมีสุข ด้วยสังคมสวัสดิการ
ก่อตั้ง21 เมษายน พ.ศ. 2554
ที่ทำการพรรค174/50-51 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10220
สีสีม่วง-สีส้ม-สีขาว
สภาผู้แทนราษฎร
1 / 500
นโยบายพรรคจริงจัง จริงใจ รับใช้ ประชาชน[1]
การเมืองไทย
รายชื่อพรรคการเมือง
การเลือกตั้ง

การสมัครรับเลือกตั้งแก้ไข

 
นางพัชรินทร์ มั่นปาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 ได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยมีหมายเลขประจำพรรคคือ หมายเลข 3[5] และได้รับคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อจำนวนมาก [6][7]

ประวัติการทำงานในรัฐสภาแก้ไข

ครั้งที่ การเลือกตั้ง จำนวน ส.ส. สถานภาพพรรค นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ
1. 2554 1 คน ร่วมรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
2. 2562 1 คน ร่วมรัฐบาล ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อ้างอิงแก้ไข

  1. https://www.facebook.com/NDP54/posts/230482284498963
  2. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคประชาธิปไตยใหม่
  3. [1]
  4. ประกาศโดยนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปไตยใหม่โดยล่าสุด
  5. รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมนโยบายของพรรคการเมืองจากเว็บไซต์ สำนักงาน กกต. สืบค้นวันที่ 3 มิถุนายน 2554
  6. เจาะใจ "สุรทิน"พรรค"ปธม." เคาะประตูบ้านเรียกคะแนนแบบถึงลูกถึงคน หลังอาศัยวัด-ข้าวก้นบาตรช่วงหาเสียง จากมติชน
  7. จนได้คะแนนเสียงอย่างท้วมโท้น จากการมีน้ำใจใสจริงไม่หาเสียงโดยการซื้อเสียง หากใช้วิธีจับเข่าคุยสาระทุกข์สุกดิบ อย่างพี่น้อง[2]