นิติภูมิ นวรัตน์

ร้อยตำรวจเอก ดร. นิติภูมิ นวรัตน์ หรือ นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย[1] (5 มิถุนายน พ.ศ. 2503— ) มีชื่อเล่นว่า หมู เกิดที่จังหวัดตราด แต่มาเติบโตที่จังหวัดจันทบุรี บิดาชื่อ มิ่ง อยู่พร้อม ส่วนมารดาชื่อ เชื้อน อยู่พร้อม (สกุลเดิม กลิ่นอยู่) เป็นคนไทยเชื้อสายจีนแซ่ลี้ เขานับถือศาสนาพุทธ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกทางประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมอสโก อดีตสหภาพโซเวียต เดิมชื่อ บุญช่วย อยู่พร้อม และ นิติภูมิ อยู่พร้อม แต่เปลี่ยนมาใช้นามสกุลของบิดาบุญธรรม คือ หม่อมราชวงศ์เชาวน์ นวรัตน์ (บุตรหม่อมเจ้านพมาศ นวรัตน์)

นิติภูมิ นวรัตน์
หัวหน้าพรรคสุวรรณภูมิ
ดำรงตำแหน่ง
8 กันยายน พ.ศ. 2551 – 7 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 5 มิถุนายน พ.ศ. 2503 (61 ปี)
จังหวัดตราด
พรรคการเมือง ประชาชาติ

ประวัติการศึกษาแก้ไข

นิติภูมิ นวรัตน์ เป็นอดีตนักศึกษากฎหมายปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ปริญญาตรีรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยมอสโคว ประเทศรัสเซีย และเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนโครงการสโมสรโรตารี่ที่ประเทศออสเตรเลีย

งานการเมืองแก้ไข

ในปี พ.ศ. 2547 ได้ลงสมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้หมายเลข 29 แต่ไม่ได้รับเลือก ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 ได้ลงสมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภาในเขตกรุงเทพมหานคร ได้รับเลือกด้วยคะแนนสูงสุดในบรรดาผู้สมัครทั้งหมดทั่วประเทศ ด้วยคะแนน 257,420 คะแนน แต่ไม่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้งในขณะนั้น เพราะถูกร้องเรียนว่าขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

เคยขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในการกล่าวปราศัยโจมตีการทำงานของระบอบทักษิณ[2][3] ทั้งในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน การแทรกแซงองค์กรอิสระ และเคยมีวีซีดีสารคดีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของประเทศอาร์เจนตินาออกมาแจกจ่ายในขณะนั้น โดยมีผู้กล่าวว่าเป็นการสร้างคะแนนเสียงในการลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา

หลังจากการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 ได้รับการแต่งตั้งจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

เดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 ทนายความตัวแทนพรรคไทยรักไทย และทักษิณ ชินวัตร ได้ประกาศชื่อ นิติภูมิ เนาวรัตน์ ในรายชื่อพยานโจทก์ในคดีที่ พรรคไทยรักไทย และทักษิณ ฟ้อง ศ. ปราโมทย์ นาครทรรพ และพวก ต่อศาลอาญา เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ และมีข่าวการเปิดตัว นายเนติภูมิ นวรัตน์ บุตรชายคนโตของนิติภูมิลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรคพลังประชาชน แต่ถูกกระแสต่อต้านอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเดิม[4] จึงย้ายไปลงสมัครในนามพรรคเพื่อแผ่นดินแทน

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2550 ได้ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 7 (บางกะปิ สะพานสูง มีนบุรี ลาดกระบัง) สังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน แต่ไม่ได้รับเลือก ต่อมาในปี พ.ศ. 2551 ได้ก่อตั้งพรรคการเมืองชื่อ พรรคสุวรรณภูมิ โดย ดร.นิติภูมิ ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่จากนั้นในปี พ.ศ. 2552 จึงได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค[5]

ต่อมาวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 นิติภูมิได้เปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในระบบบัญชีรายชื่อ[6] และได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย

ต่อมาได้เข้าร่วมงานกับพรรคประชาชาติ[7] และในปี 2564 ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง[8]

ผลงานทางวิชาการแก้ไข

เป็นผู้อำนวยการสถาบันเอเชียและแอฟริกาศึกษาของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นอกจากนี้ยังเคยเป็นติวเตอร์ภาษาอังกฤษ ที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่นักศึกษารู้จักดีในชื่อ ติวเตอร์หมู เป็นคอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "เปิดฟ้าส่องโลก" ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์รายการ "เปิดเลนส์ส่องโลก" ทางช่อง 3 และ "วิญญาณไทย ใจสากล" ทางโมเดิร์นไนน์ทีวีด้วย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. ราชสกุล “นวรัตน” เตือน “นิติภูมิ” เปลี่ยนชื่อแล้ว ถ้าใช้ชื่อเดิมหาเสียง ถือว่าเจตนาไม่บริสุทธิ์
  2. [1]
  3. [2]
  4. นิติภูมิ นวรัตน์ งูพันคอ ดันลูกแต่ตัวเองดับ
  5. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง ตอบรับการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคสุวรรณภูมิ
  6. พรรคเพื่อไทยเปิดตัวสมาชิกใหม่เข้าสังกัด นายนิติภูมิ นวรัตน์, ประภัสร์ จงสงวน, บัณฑูรย์ สุภัควานิช
  7. เอาผิด ‘นิติภูมิ นวรัตน์’ รองหน.พรรคประชาชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก-ทวีต ปมใบแดง ให้ร้ายกกต. ‘โจ๊ก’ สอบเองแจ้งข้อหาพ.ร.บ.คอมพ์
  8. ตั้ง"นิติภูมิ นวรัตน์"ที่ปรึกษานายกอบจ.ลำปาง
  9. ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๖
  10. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๕๔, เล่ม ๑๒๘, ตอน ๒๔ ข, ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข