พรรคก้าวไกล

พรรคการเมืองไทย

พรรคก้าวไกล (ย่อ: ก.ก.) เป็นพรรคการเมืองไทยที่จดทะเบียนก่อตั้งพรรคเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 โดยใช้ชื่อว่า พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย มีการเปลี่ยนชื่อเป็น พรรคผึ้งหลวง ใน พ.ศ. 2562 และเปลี่ยนมาใช้ชื่อปัจจุบันใน พ.ศ. 2563 ภายหลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบและสมาชิกส่วนใหญ่ย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกล

พรรคก้าวไกล
หัวหน้าชัยธวัช ตุลาธน
รองหัวหน้า
เลขาธิการอภิชาติ ศิริสุนทร
รองเลขาธิการ
เหรัญญิกณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์
นายทะเบียนสมาชิกณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตตระกูล
โฆษกพริษฐ์ วัชรสินธุ
รองโฆษก
กรรมการบริหาร
ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค
ประธานคณะทำงานพิเศษป้องกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศเบญจา แสงจันทร์
ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตเดชรัต สุขกำเนิด
ผู้อำนวยการพรรคศรายุทธิ์ ใจหลัก
ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์
คำขวัญพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย
ร่วมพัฒนา พาชาติพ้นวิกฤต พิชิตภัยคอร์รัปชั่น ยึดมั่นความเป็นไทย
พรรคผึ้งหลวง
พลิกประวัติศาสตร์ พลิกงบพัฒนา 90% สู่หมู่บ้าน/ชุมชน
พรรคก้าวไกล
การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต[1]
คติพจน์ต้องก้าวไกล ให้ไทยก้าวหน้า
ก้าวไกล ตรงไปตรงมา
ก่อตั้งพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย (ครั้งที่ 1)
1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 (10 ปี)
พรรคก้าวไกล
19 มกราคม พ.ศ. 2563 (4 ปี)
ก่อนหน้าพรรคอนาคตใหม่ (โดยพฤตินัย)
ที่ทำการ167 อาคารอนาคตใหม่ ชั้น 6 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
สถาบันนโยบายศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต[2]
จำนวนสมาชิก  (ปี 2566)85,976 คน[3]
อุดมการณ์
จุดยืนกลางซ้าย[14]
กลุ่มในภูมิภาคเครือข่ายประชาธิปไตยสังคมนิยมในเอเชีย (SocDem Asia)[15][16]
สี  สีส้ม
เพลงก้าวไกลก้าวหน้า (2563)
ต้องก้าวไกล (2565)
สภาผู้แทนราษฎร
148 / 500
สภากรุงเทพมหานคร
11 / 50
เว็บไซต์
moveforwardparty.org
การเมืองไทย
รายชื่อพรรคการเมือง
การเลือกตั้ง

ประวัติ

พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย

จดทะเบียนก่อตั้งพรรคเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ในชื่อว่า พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย มีศักดิ์ชาย พรหมโท และสมพร ศรีมหาพรหม เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนแรก โดยมีที่ทำการพรรคแห่งแรกอยู่ที่ 29/2 หมู่ 14 ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี พร้อมกับคำขวัญพรรคว่า "ร่วมพัฒนา พาชาติพ้นวิกฤต พิชิตภัยคอร์รัปชั่น ยึดมั่นความเป็นไทย"[17]

ต่อมาในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ศักดิ์ชายได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค มีการแต่งตั้งสราวุฒิ สิงหกลางพล รองหัวหน้าพรรครักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพรรค[18] ในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ทางพรรคได้จัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่ประชุมมีมติเลือก ธนพล พลเยี่ยม และอังกูร ไผ่แก้ว เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนใหม่ พร้อมกับประกาศใช้ข้อบังคับพรรคฉบับใหม่แทนฉบับเดิมโดยได้ย้ายที่ทำการพรรคจากสถานที่เดิมมาอยู่ที่ 31/107 หมู่ 6 ซอยชินเขต 2 แยก 15 ถนนงามวงศ์วาน แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร และเปลี่ยนคำขวัญของพรรคเป็น "ร่วมพัฒนา นำประชาให้หลุดพ้น ทำค่าของคนให้เท่าเทียม"[19]

พรรคผึ้งหลวง

ต่อมาธนพลได้ลาออกจากตำแหน่ง[20] ทางพรรคร่วมพัฒนาชาติไทยจึงได้จัดการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2562 ที่ประชุมมีมติให้เปลี่ยนชื่อพรรคเป็น พรรคผึ้งหลวง พร้อมกับประกาศใช้ข้อบังคับพรรคฉบับใหม่แทนฉบับเดิมโดยได้ย้ายที่ทำการพรรคจากที่เดิมไปอยู่ที่ 168/9 หมู่ 12 ตำบลนางั่ว อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงเปลี่ยนแปลงตราสัญลักษณ์ของพรรคและเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทนชุดเดิมจำนวน 10 คน ซึ่งที่ประชุมมีมติเลือกก้องภพ วังสุนทร และนวิรุฬห์ ชลหาญ เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนคำขวัญพรรคใหม่เป็น "พลิกประวัติศาสตร์ พลิกงบพัฒนา 90% สู่หมู่บ้าน/ชุมชน"[21]

ใน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 พรรคผึ้งหลวงได้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งด้วย แต่ได้คะแนนมหาชนรวมกันเพียง 12,576 คะแนนเท่านั้น[22]

ต่อมาในวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 วิรุฬห์ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคและเลขาธิการพรรค ทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคเหลือทั้งสิ้น 9 คน[23] พรรคผึ้งหลวงจึงจัดประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค ครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ณ สำนักงานสาขาพรรคผึ้งหลวง จังหวัดขอนแก่น เพื่อเลือกเลขาธิการพรรคคนใหม่ ที่ประชุมมีมติเลือกเจษฎา พรหมดี ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่[24]

พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย (ยุคที่ 2)

หลังจากนั้นในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 พรรคผึ้งหลวงได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 3/2562 ที่ โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค และเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่[25] โดยก่อนการลงมติก้องภพซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคผึ้งหลวงได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคแต่ยังคงเป็นสมาชิกพรรคอยู่ และที่ประชุมมีมติเลือกธนพล พลเยี่ยม และอังกูร ไผ่แก้ว ให้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคสมัยที่ 2 พร้อมกับเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคกลับไปเป็น พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย อีกครั้ง และได้ย้ายที่ทำการพรรคกลับไปยังที่ทำการพรรคเดิมในสมัยที่ธนพลเป็นหัวหน้าพรรคสมัยที่ 1 โดยมีสถานที่ติดต่อชั่วคราวอยู่ที่ 757/14 หมู่บ้านมิตรภาพ ถนนอ่อนนุช 46 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร[26][27]

พรรคก้าวไกล

 
สัญลักษณ์พรรคก้าวไกลในช่วงแรก

ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563 พรรคร่วมพัฒนาชาติไทยได้จัดประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1/2563 เพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรค ชื่อพรรค ตราสัญลักษณ์พรรค และเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่[28] โดยที่ประชุมมีมติเปลี่ยนชื่อพรรคเป็น พรรคก้าวไกล และที่ประชุมพรรคมีมติเลือกราเชนธร์ ติยะวัชรพงศ์ และปีใหม่ รัฐวงษา เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนใหม่[29] แต่เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ราเชนธร์ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน ทำให้ปีใหม่ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคต้องรักษาการในตำแหน่งหัวหน้าพรรค[30]

 
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ต่อมาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แถลงข่าวนำ ส.ส. ทั้ง 55 คนของอดีตพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเข้าสังกัดพรรคก้าวไกลอย่างเป็นทางการ โดยที่ประชุมได้เลือกให้พิธาเป็นรักษาการประธาน สส. และแต่งตั้งวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นรักษาการโฆษกของกลุ่ม ต่อมาที่ประชุมพรรคมีมติเลือกพิธาเป็นหัวหน้าพรรค และเลือกชัยธวัช ตุลาธน อดีตรองเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่[31][32] ต่อมาในวันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2565 พรรคก้าวไกลได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคขึ้นโดยได้มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคบางส่วน พร้อมกับแต่งตั้ง พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรค[33]

พิธากล่าวยืนยันว่า พรรคก้าวไกลจะสานต่ออุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการ "ยึดมั่นประชาธิปไตย ต่อต้านการรัฐประหาร" และการ "ผลักดันนโยบายที่ก้าวหน้าต่อไป"[34] ปดิพัทธ์ สันติภาดา สส. พรรคก้าวไกล ได้กล่าวว่าพรรคก้าวไกลจะเน้นทำงานการเมืองในสภาและในระดับประเทศเป็นหลัก และการที่คณะก้าวหน้าทำงานในการเมืองท้องถิ่นนั้น "ไม่ได้เป็นเชิงยุทธศาสตร์ทางการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น ในทางกลับกันแล้วคณะของคุณธนาธร และอาจารย์ปิยบุตร ควรจะได้ทำงานในสภา แต่เมื่อไม่เป็นเช่นนั้น ก็ต้องทำงานการเมืองด้านอื่นแทน อย่างการส่งผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่น"[35]

19 มิถุนายน พ.ศ. 2566 พรรคมีมติแต่งตั้ง ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อของพรรค และอดีตผู้สื่อข่าว Voice TV เป็นรองโฆษกพรรคคนล่าสุด[36]

15 กันยายน พ.ศ. 2566 พิธาซึ่งถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดโอกาสให้หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่ปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร[37] โดยมีการประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เมื่อวันที่ 23 กันยายน และที่ประชุมมีมติเลือกชัยธวัช ตุลาธน เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่[38] ส่วนตำแหน่งเลขาธิการพรรคเป็นของอภิชาติ ศิริสุนทร และโฆษกพรรคเป็นของพริษฐ์ วัชรสินธุ นอกจากนี้ ยังมีการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของพรรคนอกสภาเป็นหลัก โดยมีพิธาเป็นประธานที่ปรึกษา และมีที่ปรึกษาอีก 2 คน คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ทีมเศรษฐกิจของพรรค และ เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต ซึ่งชัยธวัชให้สัมภาษณ์ว่าการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคนี้เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนเป็นการชั่วคราว และพร้อมลงจากตำแหน่งทั้งคณะเมื่อพิธากลับมาปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง[39]

24 มกราคม พ.ศ. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพ สส. ของพิธาไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) ส่งผลให้พิธาได้กลับมาทำหน้าที่ สส. ตามปกติในทันที นอกจากนี้ พิธาได้แสดงความคิดเห็นว่า กรณีที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกครั้งหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการประชุมพรรคในเดือนเมษายนปีเดียวกัน[40]

บทบาททางการเมือง

พรรคก้าวไกลมีบทบาทในการเลือกตั้งครั้งแรก เริ่มจาก การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2563 โดยส่งผู้สมัครคนใหม่ แทนที่ผู้สมัครคนเดิมที่เคยลงในนามพรรคอนาคตใหม่[41] ทำให้เกิดความไม่พอใจจากผู้สมัครคนเดิม[42] แต่ก็ไม่ได้รับเลือกตั้ง จากนั้นก็ส่งผู้สมัครลงในการเลือกตั้งซ่อมอีก 2 ครั้ง โดยมี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขต 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2565 และ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต 9 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2565 แต่ก็ไม่ได้รับเลือกตั้งเช่นเดียวกัน

ใน พ.ศ. 2565 นักการเมืองพรรคเพื่อไทยบางคนกล่าวหาพรรคก้าวไกลที่ไม่ใช้วิธีการไม่เข้าร่วมประชุมเช่นกันว่าต้องการสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อแบบ "หาร 500"[43][44] ขณะที่พิธายืนยันว่าพรรคสนับสนุน "สูตรหาร 100"[45]

ในสมัยของสภาชุดที่ 25 พรรคก้าวไกลได้เสนอและผลักดันร่างกฎหมายเข้าสู่สภาเป็นจำนวนมาก เช่น ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน[46] ร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า[47] และร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม[48] นอกจากนี้ พรรคก้าวไกลมีนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (ดูเพิ่ม)[49] นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชัน "ก้าวไกลทูเดย์" เพื่อรวบรวมกระแสทางโซเชียลมีเดียให้ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับพรรคได้[50]

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้งเป็นพรรคอันดับหนึ่ง โดยได้ที่นั่งในสภาจำนวน 151 ที่นั่ง แบบแบ่งเขต 112 ที่นั่ง แบบบัญชีรายชื่อ 39 ที่นั่ง ต่อมาในวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 หรือภายหลังการชนะเลือกตั้ง 2 วัน พรรคก้าวไกลนำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ รองเลขาธิการฝ่ายพัฒนาระบบข้อมูลและดิจิทัล ได้สร้างห้องดิสคอร์ดในชื่อ "ก้าว Geek"[51] เพื่อเป็นพื้นที่ในการระดมความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาประเทศในหลายประเด็น

24 กันยายน พ.ศ. 2566 พรรคก้าวไกลได้จัดงาน "ก้าวต่อไป ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน" พริษฐ์ในฐานะโฆษกพรรค ได้นำเสนอการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคในแต่ละด้านของ สส. ในพรรค โดยจะแบ่งการทำงานออกเป็น 15 ทีม เพื่อดูแลในงานด้านต่าง ๆ ที่เป็นประเด็นสำคัญในสังคม ตามความเชี่ยวชาญของ สส. แต่ละคนของพรรค[52] ดังนี้

  • พัฒนาเศรษฐกิจ
  • เกษตร-ประมง
  • ที่ดิน
  • แรงงาน-สวัสดิการ
  • ท่องเที่ยว
  • เศรษฐกิจสร้างสรรค์
  • พัฒนาการเมือง
  • ความหลากหลาย
  • ทหาร-ตำรวจ
  • กระจายอำนาจ-ราชการ
  • สาธารณสุข
  • การศึกษา
  • คมนาคม
  • สาธารณูปโภค
  • สิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566 กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เผยแพร่ข้อมูลผู้เสียภาษีเงินได้ที่แสดงเจตนาอุดหนุนภาษีให้กับพรรคการเมืองในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งพบว่าประชาชนแสดงเจตนาอุดหนุนภาษีให้กับพรรคก้าวไกลมากที่สุด คือจำนวน 83,733 คน รวมจำนวนเงิน 39,991,672.23 บาท[53] คิดเป็น 72% ของยอดภาษีทั้งหมดที่ประชาชนแสดงเจตนาอุดหนุนภาษีให้พรรคการเมือง และเป็นอันดับที่ 1 เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน[54]

พรรคก้าวไกลประกาศรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และสมาชิกสภาจังหวัด ซึ่งจะมีการเลือกตั้งต้นปี พ.ศ. 2568 โดยรอบแรกเปิดรับสมัคร 16 จังหวัด[55] ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเมือง ที่ไม่ได้มุ่งแค่การเมืองระดับชาติผ่านการเลือกตั้งใหญ่เท่านั้น แต่ยังลงไปถึงการเมืองท้องถิ่นทุกระดับ นายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด, นายกและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และหากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเปิดให้มีการเลือกตั้งในจังหวัด ทางพรรคก็จะส่งผู้สมัครเช่นกัน[56]

บุคลากร

หัวหน้าพรรค

ลำดับที่ รูปภาพ ชื่อ เริ่มดำรงตำแหน่ง สิ้นสุดวาระ
พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย (ครั้งที่ 1)
1   ศักดิ์ชาย พรหมโท 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
-   สราวุฒิ สิงหกลางพล 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
2   ธนพล พลเยี่ยม 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 19 มกราคม พ.ศ. 2562
พรรคผึ้งหลวง
3   ก้องภพ วังสุนทร 19 มกราคม พ.ศ. 2562 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562
พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย (ครั้งที่ 2)
(2)   ธนพล พลเยี่ยม 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 19 มกราคม พ.ศ. 2563
พรรคก้าวไกล
4   ราเชนธร์ ติยะวัชรพงศ์ 19 มกราคม พ.ศ. 2563 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
-   ปีใหม่ รัฐวงษา 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 14 มีนาคม พ.ศ. 2563
5   พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ 14 มีนาคม พ.ศ. 2563 23 กันยายน พ.ศ. 2566
6   ชัยธวัช ตุลาธน 23 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน

เลขาธิการพรรค

ลำดับที่ รูปภาพ ชื่อ เริ่มดำรงตำแหน่ง สิ้นสุดวาระ
พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย (ครั้งที่ 1)
1   สมพร ศรีมหาพรหม 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
(รักษาการ)
9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
2   อังกูร ไผ่แก้ว 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ?
พรรคผึ้งหลวง
3   วิรุฬห์ ชลหาญ 19 มกราคม พ.ศ. 2562 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
-   นฤมล พานโคกสูง
(รองเลขาธิการพรรค)
8 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
(รักษาการ)
7 ตุลาคม พ.ศ. 2562
4   เจษฎา พรหมดี 7 ตุลาคม พ.ศ. 2562 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562
พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย (ครั้งที่ 2)
(2)   อังกูร ไผ่แก้ว 7 ธันวาคม พ.ศ. 2562 19 มกราคม พ.ศ. 2563
พรรคก้าวไกล
5   ปีใหม่ รัฐวงษา 19 มกราคม พ.ศ. 2563 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
(รักษาการ)
14 มีนาคม พ.ศ. 2563
6   ชัยธวัช ตุลาธน 14 มีนาคม พ.ศ. 2563 23 กันยายน พ.ศ. 2566
7   อภิชาติ ศิริสุนทร 23 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน

กรรมการบริหารพรรค

ชุดที่ 1 (พ.ศ.2563 - พ.ศ. 2566)

อันดับ ชื่อ ตำแหน่ง[57]
หลัก ฝ่าย
1 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค
2 ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค
3 ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เหรัญญิกพรรค
4 ณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตตระกูล นายทะเบียนสมาชิกพรรค
5 ปดิพัทธ์ สันติภาดา (ลาออก)[58] กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคเหนือ
6 สมชาย ฝั่งชลจิตร สัดส่วนภาคใต้
7 อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สัดส่วนภาคกลาง
8 อภิชาติ ศิริสุนทร สัดส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
9 เบญจา แสงจันทร์ สัดส่วนภาคตะวันออก
10 สุเทพ อู่อ้น สัดส่วนปีกแรงงาน

ชุดที่ 2 (พ.ศ. 2566 - ปัจจุบัน)

ลำดับที่ ชื่อ ตำแหน่ง[59]
หลัก ฝ่าย
1 ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค
2 อภิชาติ ศิริสุนทร เลขาธิการพรรค
3 ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เหรัญญิกพรรค
4 ณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตตระกูล นายทะเบียนสมาชิกพรรค
5 สมชาย ฝั่งชลจิตร กรรมการบริหารพรรค สัดส่วนภาคใต้
6 อภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์ สัดส่วนภาคเหนือ
7 เบญจา แสงจันทร์ สัดส่วนภาคตะวันออก
8 สุเทพ อู่อ้น สัดส่วนปีกแรงงาน

บุคลากรพรรคในตำแหน่งอื่น ๆ

ลำดับที่ ชื่อ ตำแหน่ง[59]
หลัก ฝ่าย
1 พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค กิจการสภา
2 ณัฐวุฒิ บัวประทุม กฎหมาย
3 พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ การเมืองและกิจการพิเศษ
4 ศิริกัญญา ตันสกุล นโยบาย
5 สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองเลขาธิการพรรค ความร่วมมือระหว่างพรรคการเมือง
6 ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กิจการภายในและการเลือกตั้ง
7 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ การพัฒนาระบบข้อมูล และดิจิทัล
8 พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค
9 กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรค
10 ภคมน หนุนอนันต์

คณะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค

ลำดับที่ ชื่อ ตำแหน่ง
1 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษา
2 วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ที่ปรึกษา
3 เดชรัต สุขกำเนิด

การเลือกตั้ง

การเลือกตั้งทั่วไป

 
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หาเสียงที่สามย่านมิตรทาวน์

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 พรรคก้าวไกลได้ส่งผู้สมัครลงการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยผู้สมัครส่วนหนึ่งเป็นอดีตผู้สมัคร สส. ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ บางคนก็เป็นอดีตผู้สมัครนายกฯ อบจ. และบางส่วนก็มาจาก กลุ่มเส้นด้าย หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น พรรคก้าวไกลได้ที่นั่งในสภาจำนวน 151 ที่นั่ง แบบแบ่งเขต 112 ที่นั่ง แบบบัญชีรายชื่อ 39 ที่นั่ง [60] ส่งผลให้กลายเป็นพรรคอันดับ 1 เป็นแกนนำโดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการจัดตั้งรัฐบาล และชัยธวัชได้ทำการเชื้อเชิญอดีตพรรคร่วมฝ่ายค้านในรัฐบาลปี พ.ศ. 2562 ซึ่งมีจำนวน 4 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคไทยสร้างไทย และ พรรคเสรีรวมไทย[61] พร้อมด้วยพรรคขนาดเล็กอีก 3 พรรค ประกอบด้วย พรรคเป็นธรรม[62], พรรคพลังสังคมใหม่, และ พรรคเพื่อไทรวมพลัง ร่วมจัดตั้งรัฐบาล[63]

 
พิธาและพรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกลในขณะนั้นแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 8 พรรคร่วมรัฐบาลดังกล่าวจัดการแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทั้ง 8 พรรคมีมติสนับสนุนพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และบุคคลที่ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย, จัดตั้งคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ[64] และจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการจัดตั้งรัฐบาลด้วยวิธีนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย[65] โดยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 9 ปีของเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในเวลาที่ใกล้เคียงกับเวลารัฐประหาร[66] โดยบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ยึดหลักการผลักดันนโยบายที่ไม่กระทบรูปแบบของรัฐ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดละเมิดไม่ได้ของพระมหากษัตริย์ ซึ่งหมายถึง ไม่มีวาระการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อยู่ในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้[67] ประกอบด้วยวาระร่วม 23 ข้อ และแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อ ซึ่งบรรจุประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ, สมรสเท่าเทียม, การปฏิรูปกองทัพและตำรวจ, การเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ, การกระจายอำนาจ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นต้น[68]

ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2566 เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ทว่าคะแนนมติไม่ถึงเกณฑ์ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้กำหนดไว้[69] จึงได้มีการขอให้ลงมติรอบใหม่เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม โดยสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่ถูกประท้วงว่าเป็นญัตติซ้ำ[70] และระหว่างการอภิปราย ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งให้พิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรณีถือหุ้นไอทีวี[71] ผลสุดท้าย การเสนอชื่อครั้งนี้ถูกรัฐสภาลงมติว่าเป็นญัตติซ้ำ ส่งผลให้ไม่สามารถเสนอชื่อพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกในสมัยประชุมเดียวกัน[72]

ดังนั้น ในวันที่ 21 กรกฎาคม พรรคก้าวไกล โดยเลขาธิการพรรค ชัยธวัช ตุลาธน จึงประกาศให้สิทธิ์การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแก่พรรคเพื่อไทย เขายังระบุว่ามีองคาพยพของบางกลุ่มการเมืองไม่ยอมให้พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ[73]

แต่ภายหลังจากที่เพื่อไทยยกเลิกข้อตกลงร่วมกันของ 8 พรรคร่วมเดิม และไปจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคที่ถูกกล่าวว่าเป็นขั้วรัฐบาลเดิม พร้อมกับมีพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติเข้าร่วมด้วย พรรคก้าวไกลจึงประกาศลงมติไม่เห็นชอบให้กับผู้ที่จะถูกเสนอชื่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพราะขัดกับเจตจำนงที่ประชาชนมอบให้ และขณะเดียวกันก็จะไม่เสนอชื่อพิธาลงแข่งในครั้งต่อไป โดยก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลให้ สส. จัดผลสำรวจทั้งในสื่อสังคม และถามความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นว่า พรรคก้าวไกลควรลงมติไม่เห็นชอบ[74] และเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกลที่อยู่ในที่ประชุมร่วมของรัฐสภาทั้งหมด ซึ่งมีจำนวน 149 คน ได้ลงมติ "ไม่เห็นชอบ" ให้เศรษฐา ทวีสิน ผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี[75]

หลังการประชุมดังกล่าวเสร็จสิ้น ชัยธวัชประกาศว่าพรรคพร้อมที่จะทำงานในฐานะฝ่ายค้าน[76] อย่างไรก็ตาม พิธาซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกลในขณะนั้นไม่สามารถทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน พิธาจึงประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกล เพื่อให้พรรคก้าวไกลดำเนินการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่มาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ เพื่อทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งจากการลาออกจากหัวหน้าพรรคของพิธาส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดเดิมพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ โดยมีการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เมื่อวันที่ 23 กันยายน[37] อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 106 ระบุว่า ผู้นำฝ่ายค้านจะต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นหัวหน้าพรรคที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดในกลุ่มพรรคการเมืองที่ไม่มีสมาชิกเป็นรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ยังคงดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 จึงส่งผลให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลไม่สามารถดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านได้[77] ในที่สุด เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคก้าวไกล จึงมีมติให้ปดิพัทธ์ออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล หรือคือการขับออกจากพรรค[78] (ปัจจุบันปดิพัทธ์ได้ย้ายเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคเป็นธรรมเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม)

ผลการเลือกตั้งทั่วไป

การเลือกตั้ง จำนวนที่นั่ง คะแนนเสียงทั้งหมด สัดส่วนคะแนนเสียง ที่นั่งเปลี่ยน สถานภาพพรรค ผู้นำเลือกตั้ง
2566
151 / 500
14,438,851 36.54%  151 ฝ่ายค้าน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2565 พรรคก้าวไกลได้ส่ง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. พรรคก้าวไกล ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร[79] และขณะเดียวกัน ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2565 ที่จัดในวันเดียวกันนั้น พรรคก้าวไกลได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครครบทุก 50 เขต[80] โดยวิโรจน์ได้คะแนนทั้งสิ้น 253,938 เป็นอันดับสามในการเลือกตั้ง แม้จะไม่ได้ตำแหน่งผู้ว่าฯ แต่ก็สามารถครองสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้ 14 ที่นั่ง เป็นอันดับสองรองมาจากพรรคเพื่อไทย

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

การเลือกตั้ง ผู้สมัคร คะแนนเสียงทั้งหมด สัดส่วนคะแนนเสียง ผลการเลือกตั้ง
2565 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร 253,851 9.49%   พ่ายแพ้

ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

การเลือกตั้ง จำนวนที่นั่ง คะแนนเสียงทั้งหมด สัดส่วนคะแนนเสียง ที่นั่งเปลี่ยน ผลการเลือกตั้ง
2565
14 / 50
485,830 20.85%  14 เสียงข้างมากร่วมกับพรรคเพื่อไทย

การเลือกตั้งท้องถิ่น

ในการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ. 2566 พรรคก้าวไกลได้สนับสนุน วรรษภณ แสงเป่า อดีตผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี พรรคก้าวไกล ลงสมัครในนามอิสระ "กลุ่มเพื่ออนาคตกาญจน์" โดยอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กล่าวว่า ที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าพรรคก้าวไกลจะไม่ส่งผู้สมัครลงในนามของพรรค แต่โชคไม่ดีเพราะเป็นช่วงรอยต่อ โดยครั้งแรกนั้น จะให้คณะก้าวหน้าเป็นฝ่ายส่งผู้สมัครลงสมัครในระดับท้องถิ่น ส่วนพรรคก้าวไกลจะส่งเฉพาะนักการเมืองระดับชาติคือระดับสภาที่มีการเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมา แต่ต่อจากนี้ไปการเมืองระดับท้องถิ่นจะส่งลงสมัครในนามพรรคก้าวไกล แต่ช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อจึงให้ผู้สมัครลงสมัครในนามส่วนตัวไปก่อน[81] แต่ปรากฎว่าไม่ได้รับเลือกตั้ง

พรรคก้าวไกลได้เปิดรับสมัครผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนับตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2566 โดยผู้สมัครที่ประกาศตัวแล้ว มีดังนี้

กิจกรรมอื่น ๆ ของพรรค

ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต

ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) เป็นหน่วยงานของพรรคก้าวไกลที่ทำหน้าที่ศึกษา รับฟัง แลกเปลี่ยน วิเคราะห์ และพัฒนาแนวทางและข้อเสนอนโยบายต่างๆ เพื่ออนาคตของสังคมประชาธิปไตยที่ก้าวหน้าและเท่าเทียม[82] เปิดตัวเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2564 นำโดย ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต โดยระยะแรกมีการนำเสนอมาตรการเฉพาะหน้า 7 ข้อ เพื่อช่วยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา 2019 ที่ระบาดอย่างหนัก ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว เกิดการว่างงาน และเกิดการเลิกจ้าง[83]

วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2566 พรรคก้าวไกลและศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต จัดกิจกรรม “กาก้าวไกล เพศไหนก็คนเท่ากัน” เนื่องในวันสตรีสากล โดยกำหนดรูปแบบการจัดงานที่มีชื่อว่า การโอบรับอย่างเท่าเทียม ซึ่งพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวเปิดตัวนโยบายเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ ยืนยันพร้อมสานต่อภารกิจของพรรคอนาคตใหม่ ในการสร้างประเทศไทยที่คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศไทยเท่าทันโลก 10 นโยบาย เพื่อความเท่าเทียมทางเพศของพรรคก้าวไกล ซึ่งเรียงตามช่วงอายุของคนคนหนึ่งตั้งแต่เกิดจนแก่ ประกอบด้วย[84]

  • ผ้าอนามัยไม่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม แจกฟรีในโรงเรียน
  • ปฏิรูปการสอนเพศศึกษา ส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ
  • ตำรวจหญิงทุกสถานี
  • ปรับปรุงกฎหมายต่อต้านความรุนแรงทางเพศ
  • สมรสเท่าเทียม
  • รับรองทุกเพศสภาพ คำนำหน้าตามสมัครใจ
  • ยุติการตั้งครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ รับยาฟรีทุกโรงพยาบาล หรือสาธารณสุขตำบล
  • สิทธิลาคลอด 180 วัน พ่อแม่แบ่งกันได้
  • ศูนย์เลี้ยงเด็กใกล้บ้าน ห้องปั๊มนมในที่ทำงาน
  • ตรวจคัดกรองฟรี 5 มะเร็งที่พบบ่อยในหญิงไทย

ข้อวิจารณ์

กลุ่มงูเห่า

พรรคก้าวไกลมี สส. งูเห่าเกิดขึ้นเป็นชุดที่ 3 ต่อจาก 2 ชุดก่อนหน้าในสมัยพรรคอนาคตใหม่ โดยเกิดขึ้นในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีไทย กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 หลังจากที่มี สส. ของพรรคลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย คือ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ โดยมีดังนี้

  1. ขวัญเลิศ พานิชมาท สส.ชลบุรี เขต 5
  2. คารม พลพรกลาง สส.บัญชีรายชื่อ
  3. เอกภพ เพียรพิเศษ สส.เชียงราย เขต 1
  4. พีรเดช คำสมุทร สส.เชียงราย เขต 6

โดยพรรคมีมติลงโทษห้ามร่วมงานทุกกิจกรรมของพรรค โดยไม่มีการขับออกแบบกลุ่มงูเห่าพรรคอนาคตใหม่ก่อนหน้านี้[85] ต่อมาย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด

คำร้องคัดค้านการเป็น สส.

15 มิถุนายน พ.ศ. 2566 มีเอกสารที่นำเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ประกาศผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ครั้งที่ 1 ปรากฎว่ามี ว่าที่ ส.ส. ที่ประกาศผลรับรอง 329 คน ขณะที่มี 71 เขต ที่มีเรื่องร้องคัดค้าน มีรายงานว่า เอกสารดังกล่าวอาจเป็นเอกสารสรุปของฝ่ายปฏิบัติการ แจ้งเรื่องร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ที่ยังไม่ได้นำเสนอต่อที่ประชุม กกต.[86] โดยพรรคก้าวไกลถูกร้องคัดค้านทั้งสิ้น 7 คน ดังนี้

ลำดับ รายชื่อ สส. เขตที่ลงเลือกตั้ง ข้อกล่าวหา สถานะปัจจุบัน
1 รักชนก ศรีนอก กรุงเทพมหานคร เขต 28 ยังดำรงตำแหน่ง
2 ชริน วงศ์พันธ์เที่ยง พระนครศรีอยุธยา เขต 2 ยังดำรงตำแหน่ง
3 ปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
4 จรัส คุ้มไข่น้ำ ชลบุรี เขต 8 ยังดำรงตำแหน่ง
5 ยอดชาย พึ่งพร ชลบุรี เขต 9 ยังดำรงตำแหน่ง
6 เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู เชียงใหม่ เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง
7 สมชาติ เตชถาวรเจริญ ภูเก็ต เขต 1 ยังดำรงตำแหน่ง

แต่ถึงกระนั้น กกต. ก็ประกาศรับรอง สส. ทั้ง 500 คนก่อน โดยได้ชี้แจงว่าจะดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง

การกระทำของสมาชิกและ สส. ของพรรค

วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เหรัญญิกพรรคและว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 27 แถลงข่าวลาออกจากการเป็นว่าที่ ส.ส. หลังจากถูกจับข้อหาเมาแล้วขับในคืนก่อนหน้า[87] ส่งผลให้ สุเทพ อู่อ้น ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ในลำดับที่ 40 และกรรมการบริหารพรรคสัดส่วนปีกแรงงาน ได้รับการเลื่อนลำดับขึ้นเป็นว่าที่ ส.ส. แทนณธีภัสร์[88]

นอกจากนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา พรรคก้าวไกลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ภายหลังจากมีข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นว่ามีสมาชิกพรรคหลายคน รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคด้วย มีพฤติกรรมคุกคาม ล่วงละเมิดทางเพศ หรือทำร้ายร่างกายผู้หญิงอยู่หลายกรณี ทำให้แฮชแท็ก #สสทําร้ายร่างกายผู้หญิง #สสก้าวไกลคุกคามทางเพศ และ #พรรคชายแท้ ติดเทรนด์ในเอ็กซ์ โดยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566 พรรคก้าวไกลได้ชี้แจงว่า พรรคพบการกระทำความผิดดังกล่าวของสมาชิกพรรคจำนวน 4 กรณี ดังนั้น พรรคจึงประกาศดำเนินการปรับปรุงพรรคเพื่อป้องกันและรับมือปัญหาการคุกคามทางเพศโดยเฉพาะ[89] ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พรรคก้าวไกลได้จัดตั้งคณะทำงานพิเศษป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศ โดยมีเบญจา แสงจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคตะวันออก เป็นประธานคณะทำงาน[90] และจนถึงเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พรรคก้าวไกลได้ลงโทษสมาชิกพรรคที่กระทำความผิดข้างต้นทั้งหมดแล้ว ดังนี้

รายชื่อผู้กระทำความผิดในพรรค

ลำดับ ผู้กระทำความผิด ข้อกล่าวหา ผล วันที่มีผล
ชื่อ สถานะทางการเมือง เขตที่ลงเลือกตั้ง
1 อานุภาพ ธารทอง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตสาทร คุกคามทางเพศผู้เยาว์ ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2565
2 ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 27 เมาแล้วขับ ลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566
3 สิริน สงวนสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 31 ทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย และทำลายทรัพย์สินของแฟนสาว
  • ตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิก
  • คาดโทษว่าจะให้พ้นจากสมาชิกภาพหากกระทำผิดซ้ำ[89]
12 ตุลาคม พ.ศ. 2566
4 เกรียงไกร จันกกผึ้ง อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ เขต 3 ล่วงละเมิดทางเพศโฆษกหญิงของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ให้พ้นจากสมาชิกภาพโดยมติกรรมการบริหารพรรค[89]
5 วุฒิพงษ์ ทองเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี เขต 2 คุกคามทางเพศ ให้พ้นจากสมาชิกภาพโดยมติที่ประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[91] โดยต่อมาย้ายไปสังกัดพรรคชาติพัฒนากล้า[92] 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566
6 ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 26
  • ตัดสิทธิที่พึงมีในฐานะสมาชิก
  • คาดโทษว่าจะให้พ้นจากสมาชิกภาพหากไม่ยอมรับความผิดและชดใช้ค่าเสียหายต่อผู้เสียหายตามมติกรรมการบริหารพรรค[91]
ให้พ้นจากสมาชิกภาพโดยมติที่ประชุมร่วมระหว่างกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร[93] โดยต่อมาย้ายไปสังกัดพรรคไทยก้าวหน้า[94] 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ความพยายามแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

จากการจับกุมผู้ชุมนุมในการประท้วงในประเทศไทย พ.ศ. 2563–2564 และมีแกนนำจำนวนมากและผู้ชุมนุมบางส่วนถูกตั้งข้อหาความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พรรคก้าวไกลจึงมีความพยายามในการแก้ไขเนื้อหาในมาตรานี้ โดยเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25 สังกัดพรรคก้าวไกล จำนวน 44 คน ได้เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออก 5 ฉบับ หนึ่งในนั้นคือการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในฐานความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท รวมถึงมาตรา 112 ให้มีโทษลดลงตามลำดับ[95] แต่สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ในสภาชุดนั้นตีกลับร่างนี้กลับไปให้พรรคก้าวไกลแก้ไข เนื่องจากเห็นว่าร่างดังกล่าวขัดต่อบทบัญญัติเรื่องการดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดละเมิดไม่ได้ของพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560[96] นอกจากนี้ ยังมีพรรคการเมืองหลายพรรคที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว และประกาศไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลหากพรรคก้าวไกลยังดำเนินนโยบายนี้ต่อ[49]

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความของสุวิทย์ ทองประเสริฐ (อดีตพุทธะอิสระ) ได้ยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุด เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและสั่งให้พรรคก้าวไกลเลิกหาเสียงแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ภายใน 15 วัน เนื่องจากเห็นว่าเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 โดยยึดคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ที่วินิจฉัยว่าข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เป็นการล้มล้างการปกครอง[97] เป็นแนวบรรทัดฐานในการดำเนินการกับพรรคก้าวไกล[98] แต่อัยการสูงสุดมิได้ดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าว ธีรยุทธจึงยื่นซ้ำต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน[99] สิบวันต่อมาศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้สอบถามอัยการสูงสุดก่อน[100] แต่อัยการสูงสุดมิได้ดำเนินการตามที่ร้องขอ จึงรับคำร้องเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม หรือเพียงหนึ่งวันก่อนการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก[101] และส่งผลให้ สส. และ สว. จำนวนมาก ใช้เหตุผลนี้ในการไม่สนับสนุนให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บุคคลที่ได้รับเสนอชื่อจากพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี[102]

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ว่าการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรค 1 และสั่งการให้พรรคก้าวไกลเลิกการกระทำทั้งหมดข้างต้นตามวรรค 2 ในทันที[103] ต่อมาคำวินิจฉัยฉบับเต็มได้ถูกเผยแพร่ลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์[104] ทำให้เมื่อวันที่ 12 มีนาคม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำคำวินิจฉัยฉบับเต็มนี้มาพิจารณา ก่อนจะมีมติเอกฉันท์ส่งคำร้องพร้อมความคิดเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญซ้ำให้ยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากเข้าข่ายกระทำการล้มล้างการปกครอง ตามมาตรา 92 (1) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560[105]

การแยกไปตั้งพรรค

พรรคก้าวไกลเคยมีสมาชิกพรรคที่ลาออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ หรือย้ายไปเป็นกรรมการบริหารพรรค โดยมีดังนี้

ดูเพิ่ม

หมายเหตุ

อ้างอิง

  1. "การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต #ต้องก้าวไกล - พรรคก้าวไกล". พรรคก้าวไกล. 22 January 2023. สืบค้นเมื่อ 8 October 2023.
  2. "ก้าวไกลเปิดตัว Think Tank".
  3. [1]
  4. "Move Forward Party to be Future home for 55 FFP MPs". Bangkok Post. Bangkokpost.com. สืบค้นเมื่อ 6 May 2020.
  5. "Stepping out of shadows". Bangkok Post. Bangkokpost.com. สืบค้นเมื่อ 6 May 2020.
  6. "'Progressive Movement' born". Bangkok Post. Bangkokpost.com. สืบค้นเมื่อ 6 May 2020.
  7. "Moving Forward: 55 Disbanded MPs Join New Party". Khaosodenglish.com. 9 March 2020. สืบค้นเมื่อ 6 May 2020.
  8. Reuters Editorial (5 May 2020). "Thai lawmakers from dissolved prominent opposition party to join new party". Reuters. สืบค้นเมื่อ 6 May 2020.
  9. Boonbandit, Tappanai (9 March 2020). "Moving Forward: 55 Disbanded MPs Join New Party". Khaosod English. สืบค้นเมื่อ 13 March 2020.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  10. "New Thai group to replace dissolved Future Forward Party, SE Asia News & Top Stories". The Straits Times. 9 March 2020. สืบค้นเมื่อ 6 May 2020.
  11. "50 MPs join Move Forward". Bangkok Post. Bangkokpost.com. สืบค้นเมื่อ 6 May 2020.
  12. "Change at the top?". Bangkok Post. Bangkokpost.com. สืบค้นเมื่อ 6 May 2020.
  13. Regan, Helen (10 March 2020). "His party was banned. He faces jail. But Thailand's Thanathorn Juangroongruangkit vows to fight on - CNN". Edition.cnn.com. สืบค้นเมื่อ 6 May 2020.
  14. [10][11][12][13]
  15. "'ธนาธร' ชี้ไทยไม่มีประชาธิปไตย ส่งผลทั้งต่อคนไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน ถึงประชาคมโลก". มติชน. 25 พฤษภาคม 2022. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 พฤษภาคม 2022.
  16. "About Us". SocDem Asia. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2022. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2022.
  17. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย
  18. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย จาก ราชกิจจานุเบกษา 15 Feb 2018
  19. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย จาก ราชกิจจานุเบกษา 22 Mar 2019
  20. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย จาก ราชกิจจานุเบกษา 22 Mar 2019
  21. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคผึ้งหลวง (ชื่อเดิมพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย) จาก ราชกิจจานุเบกษา 6 Jun 2019
  22. "เลือกตั้ง 2562 : กกต.เปิดคะแนนดิบ 81 พรรค 100 %". Thai PBS.
  23. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคผึ้งหลวง จาก ราชกิจจานุเบกษา 10 Oct 2019
  24. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรคผึ้งหลวง จาก ราชกิจจานุเบกษา 13 Feb 2020
  25. ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคแต่ยังคงเป็นสมาชิกพรรค 5 Dec 2019
  26. "ก่อน ส.ส.ส้มเทกโอเวอร์? ใครเป็นใคร-ทำความรู้จัก'พรรคร่วมพัฒนาชาติไทย-ผึ้งหลวง'". สำนักข่าวอิศรา. 2020-03-07.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  27. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย (ชื่อเดิมพรรคผึ้งหลวง) จาก ราชกิจจานุเบกษา 16 Apr 2020
  28. ประชุมใหญ่สามัญ 12 Jan 2020
  29. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล (ชื่อเดิมพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย) จาก ราชกิจจานุเบกษา 7 May 2020
  30. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล จาก ราชกิจจานุเบกษา 14 May 2020
  31. "ไม่ผิดคาด "ทิม พิธา" นั่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมเปิดตัวโลโก้ใหม่". www.thairath.co.th. 2020-03-14.
  32. ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล จาก ราชกิจจานุเบกษา 20 Oct 2020
  33. Pornthida (2022-04-30). "ก้าวไกล จัดทัพใหม่สู้เลือกตั้ง แก้ข้อบังคับเอาผิดคุกคามทางเพศ". ประชาชาติธุรกิจ.
  34. ตรีสุวรรณ, หทัยกาญจน์ (8 มีนาคม 2020). "พรรคก้าวไกล : ทิม-พิธาประกาศสานต่ออุดมการณ์อนาคตใหม่ นำทีม 55 ส.ส. ย้าย 'บ้านใหม่ หัวใจเดิม'". บีบีซี.
  35. "เลือกตั้งท้องถิ่น 'ก้าวไกล-ก้าวหน้า' แยกกันเดิน ไม่ร่วมกันตี". กรุงเทพธุรกิจ. 18 มิถุนายน 2020.
  36. "เลือกตั้ง 2566 : ก้าวไกลตั้ง ลิซ่า ภคมน อดีตสื่อมวลชน เป็นรองโฆษกพรรค เสริมทัพกองโฆษกพรรคให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น". เดอะสแตนดาร์ด. 2023-06-19. สืบค้นเมื่อ 2023-08-17.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  37. 37.0 37.1 "ด่วน! พิธา ลาออกหัวหน้าพรรค เปิดทางก้าวไกล รับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน". มติชน. 2023-09-15. สืบค้นเมื่อ 2023-09-15.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  38. "ไม่พลิก! ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 'ชัยธวัช' หัวหน้าพรรคก้าวไกล คนใหม่". ข่าวสด. 2023-09-23. สืบค้นเมื่อ 2023-09-23.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  39. "ชัยธวัชเปิดใจเป็นเพียง "ปรับทัพชั่วคราว" พร้อมถอยเมื่อพิธากลับมาเป็นส.ส." โพสต์ทูเดย์. 2023-09-23. สืบค้นเมื่อ 2023-09-23.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  40. ""พิธา"คัมแบ็กหัวหน้าพรรคก้าวไกลในเดือนเมษายนนี้". thansettakij. 2024-01-24.
  41. ""ก้าวไกล" เปิดตัว "อิศราวุธ ณ น่าน" ลงเลือกตั้งซ่อมสมุทรปราการ". pptvhd36.com. 2020-07-10.
  42. "อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ ประกาศตัดขาด 'พรรคก้าวไกล' ฉุนถูกเขี่ยทิ้งเลือกตั้งซ่อม". Thai Post | อิสรภาพแห่งความคิด (ภาษาอังกฤษ).
  43. "แพแตก! 'บิ๊กเพื่อไทย' ประณาม 'ก้าวไกล' เล่นบทสองหน้า ปู้ยี่ปู้ยำประชาธิปไตย". ไทยโพสต์. 8 July 2022. สืบค้นเมื่อ 31 August 2022.
  44. "สูตรหาร 500 เอฟเฟกต์! ส.ส.วัน ลั่นผมมีสิทธิ์ที่จะคิด 'ก้าวไกล' เล่นบทสองหน้า". ไทยโพสต์. 8 July 2022. สืบค้นเมื่อ 31 August 2022.
  45. ""พิธา" ยันจุดยืน "ก้าวไกล" หนุนสูตรหาร 100 เชื่อไม่มียื้อกม.เลือกตั้งเกิน 180 วัน". สยามรัฐ. 4 August 2022. สืบค้นเมื่อ 31 August 2022.
  46. "'ประยุทธ์' ปัดตก 'ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน' ฉบับก้าวไกลที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน". prachatai.com. 2020-11-25.
  47. workpointTODAY Writer (8 มิถุนายน 2022). "สภาฯ รับหลักการ ร่างพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ตั้งกมธ.วิสามัญ แปรญัตติ 7 วัน ประชาชน รายย่อยได้ลุ้น ผลิตเหล้า-เบียร์เอง". เวิร์คพอยท์ทูเดย์.
  48. "ร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม-คู่ชีวิต : ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง ก่อนบังคับใช้เป็นกฎหมาย". บีบีซี. 15 มิถุนายน 2022.
  49. 49.0 49.1 "อนาคตก้าวไกล กลางดงต้านนโยบายแก้ ม. 112". BBC News ไทย. 24 October 2022. สืบค้นเมื่อ 27 January 2023.
  50. matichon (2023-01-28). "'ก้าวไกล' จัดประชุมใหญ่ 'ชัยธวัช' ปลื้มสมาชิกแซงสมัยอนาคตใหม่ ผุดแอพพ์ 'ก้าวไกลทูเดย์'". มติชนออนไลน์.
  51. "รรคก้าวไกลเปิดห้องดิสคอร์ด ก้าว Geek รวมตัวคน Geek ระดมความคิดแก้ไขปัญหาประเทศ". beartai.com. 2023-05-16.
  52. ""พริษฐ์" ประกาศบทบาท "ก้าวไกล" ฐานะฝ่ายค้าน จ่อเปิดสมรภูมิสภาฯ-เน้นตรวจสอบ". bangkokbiznews. 2023-09-24.
  53. "10 พรรคการเมือง ประชาชนอุดหนุนภาษีปี 2565 มากที่สุด 'ก้าวไกล' 39 ล้าน – เพื่อไทย 4.5 ล้าน". เดอะสแตนดาร์ด. 2023-10-04. สืบค้นเมื่อ 2023-10-05.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  54. "ก้าวไกล ปลื้มยอดเงินบริจาคพุ่ง เกือบ 40 ล้าน ขึ้นแท่นที่ 1 คนอุดหนุนภาษี 3 ปีติดต่อกัน". มติชน. 2023-10-05. สืบค้นเมื่อ 2023-10-05.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  55. ""พรรคก้าวไกล" เปิดรับสมัครผู้ลงเลือกตั้ง นายก อบจ. และสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) - สำนักข่าว บางกอก ทูเดย์" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2023-10-20.
  56. "ก้าวไกล ชักธงรบ สู้ทุกสนามเลือกตั้ง ท้าชนบ้านใหญ่ ชิงชัยนายกฯอบจ.2568". posttoday. 2023-10-22.
  57. คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล เก็บถาวร 2022-01-15 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน 15 มกราคม 2565
  58. "'ปดิพัทธ์' ลาออกจาก กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล หลังได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1". workpointTODAY.
  59. 59.0 59.1 "บุคลากรพรรค - พรรคก้าวไกล".
  60. "เลือกตั้ง 2566 : กกต.แถลงผลเลือกตั้ง "ก้าวไกล"อันดับหนึ่ง 18 พรรคได้ ส.ส.เข้าสภา". pptvhd36.com. 2023-05-15.
  61. ""ชัยธวัช" รับบทมือดีล "พรรคฝ่ายค้านเดิม" ตั้งรัฐบาล นัดคุย "พท." เป็นหลัก "พิธา" ต่อสายทีละพรรค เล็งส่งคนถก "ส.ว." ปรับความเข้าใจ". สยามรัฐ. 2023-05-16. สืบค้นเมื่อ 2023-08-25.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  62. "เลือกตั้ง 2566 : ภาพแรกแกนนำ 6 พรรค "จับมือ" ตั้งรัฐบาลร่วมกับก้าวไกล". บีบีซีไทย. 2023-05-17. สืบค้นเมื่อ 2023-06-10.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  63. "เกาะติดสูตรจัดตั้งรัฐบาล ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2566". เดอะ แมทเทอร์. 2023-05-19. สืบค้นเมื่อ 2023-06-10.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  64. "พรรคร่วมรัฐบาล จ่อลงนาม MOU 22 พ.ค. ครบรอบ 9 ปีรัฐประหาร". ประชาชาติธุรกิจ. 2023-05-18. สืบค้นเมื่อ 2023-06-10.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  65. "เลือกตั้ง 2566 : แก้ ม. 112-นิรโทษกรรมคดีการเมือง นโยบายก้าวไกลที่หายไปจาก MOU ตั้งรัฐบาล 8 พรรค". บีบีซีไทย. 2023-05-22. สืบค้นเมื่อ 2023-05-23.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  66. "เลือกตั้ง 2566 : แก้ ม. 112-นิรโทษกรรมคดีการเมือง นโยบายก้าวไกลที่หายไปจาก MOU ตั้งรัฐบาล 8 พรรค". บีบีซีไทย. 2023-05-22. สืบค้นเมื่อ 2023-05-23.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  67. "เลือกตั้ง 2566 : แก้ ม. 112-นิรโทษกรรมคดีการเมือง นโยบายก้าวไกลที่หายไปจาก MOU ตั้งรัฐบาล 8 พรรค". บีบีซีไทย. 2023-05-22. สืบค้นเมื่อ 2023-05-23.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  68. "เลือกตั้ง2566 : เปิด "MOU 8 พรรค" แถลงจัดตั้งรัฐบาล". พีพีทีวี. 2023-05-22. สืบค้นเมื่อ 2023-05-23.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  69. "ผลโหวตนายก : "พิธา" ไม่ผ่านรอบแรก". ไทยพีบีเอส. 2023-07-13. สืบค้นเมื่อ 2023-08-25.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  70. "เริ่มแล้ว! โหวตนายกฯ รอบ 2 'สุทิน' เสนอชื่อ 'พิธา' อีกรอบ 'อัครเดช' ลุกประท้วง". วอยซ์ทีวี. 2023-07-19. สืบค้นเมื่อ 2023-08-25.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  71. "ด่วน ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องหุ้นสื่อ "พิธา" พร้อมสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ทันที". ไทยรัฐ. 2023-07-19. สืบค้นเมื่อ 2023-07-19.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  72. "โหวตนายกฯ รอบ 2 : ถก 7 ชั่วโมง โหวตซ้ำ "พิธา" นายกฯ รอบ 2 ไม่ได้". ไทยพีบีเอส. 2023-07-19. สืบค้นเมื่อ 2023-08-25.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  73. "ก้าวไกล ส่งไม้ต่อ เพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล". mcot.net. 2023-07-21.
  74. "'ก้าวไกล' ไม่โหวตเห็นชอบให้แคนดิเดตนายกฯ ของรัฐบาลข้ามขั้ว ขัดเจตนารมณ์ประชาชน ดันวาระประชาชนไม่ได้". prachatai.com.
  75. "Thai PBS เลือกนายกฯ #เลือกอนาคตประเทศไทย". Thai PBS. สืบค้นเมื่อ 2023-08-23.
  76. "ก้าวไกล ประกาศเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก เดินหน้าตรวจสอบฝ่ายบริหาร-ผลักดันกฎหมายก้าวหน้า". pptvhd36.com. 2023-08-22.
  77. "ชี้ "ปดิพัทธ์" ไม่ลาออก รองปธ.สภา "ผู้นำฝ่ายค้าน" หล่นไปที่หัวหน้า ปชป". ไทยรัฐ. 2023-08-25. สืบค้นเมื่อ 2023-08-25.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  78. "ด่วน! 'ก้าวไกล' ขับ 'ปดิพัทธ์' ออกจากสมาชิกพรรค ลุยงานฝ่ายค้านเต็มที่". กรุงเทพธุรกิจ. 2023-09-28. สืบค้นเมื่อ 2023-09-28.
  79. ไทยรัฐออนไลน์ (23 มกราคม 2022). ""ก้าวไกล" เปิดตัว "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" ลงชิงผู้ว่าฯ กทม.ตามคาด". ไทยรัฐ.
  80. "ส.ก.ก้าวไกล มาแรง ลุ้นเสียงข้างมากสภา กทม". ประชาชาติธุรกิจ. 12 พฤษภาคม 2022.
  81. "เลือกตั้งนายกอบจ.กาญจนบุรี ทนายสุกวี สมัครคนแรก เจี๊ยบ อมรัตน์ ให้กำลังใจ". www.thairath.co.th. 2023-09-11.
  82. "Think Forward Center". Think Forward Center.
  83. "ก้าวไกลเปิดตัว Think Tank ประเดิมข้อเสนอ 7 ข้อช่วยผู้ได้รับผลกระทบโควิด". The Opener (ภาษาอังกฤษ).
  84. "พรรคก้าวไกล เปิดนโยบายเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ ..." thainews.prd.go.th. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-10-04. สืบค้นเมื่อ 2023-10-03.
  85. "ย้อนรอย'งูเห่าสีส้ม' 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' สู่ชายคารัฐบาล". bangkokbiznews. 2021-06-03.
  86. "เปิดชื่อ 71 ว่าที่ ส.ส. กกต.จ่อแขวน เหตุร้องคัดค้าน". Thai PBS.
  87. "เตอร์ ณธีภัสร์" ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล ประกาศลาออก ขอโทษปมเมาแล้วขับ
  88. เลือกตั้ง2566 : "สุเทพ อู่อ้น" เลื่อนนั่ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แทน "ณธีภัสร์"
  89. 89.0 89.1 89.2 "'พริษฐ์'แจงสอบสส.คุกคามทางเพศมีข้อยุติก้าวไกลไม่ปกป้องคนทำผิด". โพสต์ทูเดย์. 12 ตุลาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2023.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  90. ""ก้าวไกล" ตั้งคณะทำงานพิเศษป้องกัน แก้ปัญหารุนแรงทางเพศ "เบญจา" นั่งประธาน". ไทยรัฐ. 18 ตุลาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 31 ตุลาคม 2023.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  91. 91.0 91.1 "ก้าวไกล ขับ "วุฒิพงศ์" พ้นพรรค ส่วน "ไชยามพวาน" ตัดสิทธิพึงมี จี้ออกมารับผิด". ไทยรัฐ. 1 พฤศจิกายน 2023. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2023.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  92. ""สส.แจ้" วุฒิพงศ์ สส.ปราจีนบุรี สมัครเข้าสังกัด "พรรคชาติพัฒนากล้า" แล้ว". www.thairath.co.th. 2023-11-29.
  93. "ขับ "ปูอัด" ไชยามพวาน พ้นสมาชิกพรรค "ก้าวไกล"". ไทยพีบีเอส. 2023-11-07. สืบค้นเมื่อ 2023-11-07.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  94. "สส.คนแรก! "ไชยามพวาน" เข้าพรรคไทยก้าวหน้า". Thai PBS.
  95. "ม.112: ส.ส.ก้าวไกล 9 คนไม่ร่วมลงชื่อแก้กฎหมายหมิ่นฯ พิธาชี้ "เป็นประชาธิปไตยในพรรค"". บีบีซีไทย. 10 กุมภาพันธ์ 2021. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  96. "ต่อรองเก้าอี้ปธ.สภาฯเหตุมีส.ส.ใกล้เคียงกัน 'ชวน' แจงไม่บรรจุแก้112เพราะขัดรธน". เดลินิวส์. 31 พฤษภาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  97. "ศาลรัฐธรรมนูญชี้ ชุมนุม 10 สิงหา 63 "ล้มล้างการปกครอง"". บีบีซีไทย. 10 พฤศจิกายน 2021. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2024.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  98. ""ธีรยุทธ" ร้อง อสส. ส่งเรื่องให้ศาล รธน. สั่ง "พิธา-ก้าวไกล" ยุติแก้ ม.112". ไทยรัฐ. 30 พฤษภาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  99. "เลือกตั้ง 2566 : ทนายความอิสระร้องศาลรัฐธรรมนูญ สั่ง พิธา-ก้าวไกล เลิกล้มล้างการปกครอง-แก้ไข ม.112 เหตุมุ่งหวังประโยชน์ทางการเมือง เจตนาไม่บริสุทธิ์". เดอะสแตนดาร์ด. 16 มิถุนายน 2023. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  100. "ศาล รธน. สั่งอัยการสูงสุด แจง รับหรือไม่รับคำร้อง พิธาหาเสียง แก้ ม.112". ประชาชาติธุรกิจ. 26 มิถุนายน 2023. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  101. "ศาล รธน. รับคำร้อง "พิธา-ก้าวไกล" เสนอแก้ ม.112". ไทยพีบีเอส. 12 กรกฎาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  102. "จากเลือกนายกฯ สู่การอภิปรายก้าวไกลเรื่อง 'แก้มาตรา 112'". ไทยรัฐพลัส. ไทยรัฐ. 13 กรกฎาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  103. "ศาลรธน. มีมติเอกฉันท์ 9 : 0 ก้าวไกล หาเสียงแก้ม.112 ล้มล้างการปกครอง". มติชน. 31 มกราคม 2024. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  104. "ฉบับเต็ม ราชกิจจาฯเผยแพร่คำวินิจฉัยศาล รธน. 'พิธา-ก้าวไกล' เสนอแก้ 112 ล้มล้างการปกครอง". มติชน. 29 กุมภาพันธ์ 2024. สืบค้นเมื่อ 14 มีนาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  105. "ด่วน! กกต.มีมติเอกฉันท์ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกล". ฐานเศรษฐกิจ. 12 มีนาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 14 มีนาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  106. "4 แกนนำเปิดทีม 'รวมไทย ยูไนเต็ด' ชูปฏิรูปการเมือง". workpointTODAY.
  107. "จับตาเลือกตั้ง เส้นด้ายเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ เป็น 'พรรคเส้นด้าย' เตรียมเซอร์ไพรส์วันอาทิตย์นี้". workpointTODAY.

แหล่งข้อมูลอื่น