เปิดเมนูหลัก

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (ชื่อเล่น: เอก) เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 สภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25 นักธุรกิจ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและนักการเมืองชาวไทย อดีตรองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิทตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งต่อมากลายเป็นบริษัทผู้ผลิตและส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ แต่ภายหลังตัดสินใจเข้าสู่การเมืองเมื่อปี พ.ศ. 2561[1] เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และต่อมาได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ผู้จดจัดตั้งพรรค ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนแรก เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
27 พฤษภาคม 2561
เลขาธิการ รศ. ปิยบุตร แสงกนกกุล
ก่อนหน้า "ตั้งตำแหน่ง"
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 (40 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมือง พรรคอนาคตใหม่
บิดา พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ
มารดา สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ
คู่สมรส รวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ
ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก
มหาวิทยาลัยซังคท์กัลเลิน
อาชีพ นักธุรกิจ
นักการเมือง
ลายมือชื่อ

ปฐมวัยและครอบครัว

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจเกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 ที่กรุงเทพมหานคร มีชื่อเล่นว่า เอก เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 5 คน ของพัฒนากับสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดาเป็นประธานบริหารของกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท โดยรับสืบทอดตำแหน่งนี้จากสามี พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ (ถึงแก่กรรม พ.ศ. 2545) บิดาของธนาธร และเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท

ธนาธรเปิดเผยบนเวทีประชุมใหญ่ผู้จดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ว่า เขาเริ่มทำงานครั้งแรกช่วงปิดเทอมชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พ่อและแม่ส่งเขาไปนั่งนับชิ้นส่วนเหล็กในโรงงาน ได้รับค่าแรงวันละ 30 บาทเท่านั้น ขณะที่พี่สาวคนโตต้องฝึกฝนงานส่วนออฟฟิศในโรงงาน ช่วงวัยรุ่นธนาธรเคยทำงานรับจ้างเป็นพนักงานล้างจานเต็มเวลาในร้านอาหารแห่งหนึ่งในสหรัฐ[2]

ธนาธรจบการศึกษาระดับประถมศึกษาจากโรงเรียนเซนต์ดอมินิก มัธยมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา[3] และเข้าศึกษาต่อในภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสองสถาบัน (หลักสูตรนานาชาติ) คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ ขณะเรียนปริญญาตรีเขาเริ่มสนใจการทำกิจกรรมของนักศึกษา และร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ กับเพื่อนในสถาบันเดียวกันและต่างสถาบันเรื่อยมา[4] จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2542 ธนาธรได้รับเลือกเป็นอุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) และในปี พ.ศ. 2543 ได้รับเลือกเป็นรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)[5]

สมัยเป็นนักศึกษาธนาธรได้รับการขนานนามว่าเป็น “แอ็กติวิสต์ซ้ายจัด” และเป็นหนึ่งในผู้ออกทุนก่อตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันเป็นจำนวนสองแสนบาทก่อนเข้าไปบริหารธุรกิจครอบครัวโดยไม่ได้มีส่วนบริหารสำนักพิมพ์หรือให้เงินสนับสนุนเพิ่มเติมอีก[3][6]

ด้วยความสนใจในบ้านเมืองรวมทั้งแนวคิดและทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ เขาจึงตัดสินใจศึกษาต่อในระดับปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทใบที่ 2 สาขาการเงินโลกที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกงและมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และศึกษาต่อปริญญาโทใบที่ 3 สาขากฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยแซงต์ กาลเลิน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์[7][8]

เมื่อสำเร็จการศึกษา เขาเข้าทำงานในองค์การนอกภาครัฐกลุ่มเพื่อนประชาชน (FOP) ได้พักหนึ่ง แต่เมื่อบิดาเสียชีวิตเขารับมาบริหารธุรกิจของครอบครัว อย่างไรก็ตาม เขายังคงแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านสื่ออยู่เป็นระยะ ๆ ทั้งยังเปิดเผยด้วยว่า ตนเองมีความคิดที่จะเล่นการเมือง[3]

การเคลื่อนไหวทางสังคมและความสนใจทางการเมือง

ระหว่างที่เรียนอยู่ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายธนาธรได้เข้าร่วมเรียกร้องสิทธิเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน เรียกร้องความเป็นธรรม และยืนหยัดเพื่อความถูกต้องกับผู้คนหลากหลายกลุ่มในหลายสถานการณ์ ในปี พ.ศ. 2543 ขณะร่วมเรียกร้องสิทธิกับกลุ่มสมัชชาคนจน เขาอยู่ร่วมชาวบ้านสมัชชาคนจนตอนที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย จนตัวเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย[4] เมื่อขึ้นชั้นปีที่ 3 นายธนาธรไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มศึกษาทฤษฎีของคาร์ล มากซ์ และวลาดีมีร์ เลนิน เขาได้เข้าร่วมกลุ่ม Socialist Worker Student Society ซึ่งเป็นองค์กรจัดตั้งระดับนักศึกษาในอังกฤษ หลังจากธนาธรสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม เขาได้กลับมาทำงานกับองค์การนอกภาครัฐในประเทศไทยได้ราวครึ่งปี[4] ต่อมาบิดาของเขาเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในปี พ.ศ. 2545 ธนาธรวัย 23 ปี ในฐานะลูกชายคนโตของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจซึ่งเป็นครอบครัวคนจีน เขาจึงจำเป็นต้องกลับมารับช่วงการบริหารธุรกิจต่อจากบิดา แม้จะอยากทำงานกับองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานเพื่อสังคมและประชาชนมากกว่า

เขามีศักดิ์เป็นหลานอาของสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ธนาธรและสุริยะให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าทั้งสองมีความเห็นทางการเมืองต่างกันตั้งแต่สมัยธนาธรยังเป็นนักศึกษา เพราะธนาธรไม่เห็นด้วยกับโครงการท่อส่งก๊าซไทย-มาเลย์ เป็นอย่างมากเพราะจะทำให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์อย่างมหาศาล นำไปสู่ความขัดแย้งกับสุริยะ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตรขณะนั้น[9] ในปี 2561 สุริยะที่ไปเข้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงธนาธรว่า “ถ้าคุณพ่อเขาไม่เสีย ทุกวันนี้เขาคงไปเดินสายเอ็นจีโอ สมัยที่เขายังเรียนอยู่ บางที CNN ออกข่าวเรื่องการต่อต้านอะไร คุณจะได้เห็นธนาธรโผล่ไปหมดแหละครับ ต่างประเทศก็ด้วย เพราะจริง ๆ เขาอยากจะเห็นโลกที่สมบูรณ์แบบ”ในแบบที่เขาคิด[10]

การทำงานทางธุรกิจ

หลังเรียนจบนายธนาธรเกือบจะได้เดินทางไปเริ่มทำงานด้านการพัฒนาเยาวชนของสหประชาชาติที่ประเทศแอลจีเรียอยู่แล้ว[11] แต่แม่ของเขาโทรศัพท์มาแจ้งอาการป่วยหนักของพ่อซึ่งกำลังจะเข้ารับการผ่าตัดใหญ่เสียก่อน แผนชีวิตที่วางไว้ทั้งหมดพลิกกลับไปอีกขั้วหลังการจากไปของนายพัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ จากที่ไม่เคยคิดและไม่เคยสนใจจะเป็นนักธุรกิจมาก่อนเลยในชีวิต ธนาธรกลับต้องเข้ารับตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิททันทีด้วยอายุเพียง 23 ปีในขณะนั้น[12]

ตั้งแต่ที่ธนาธรเริ่มเข้าไปบริหารธุรกิจ กลุ่มบริษัทไทยซัมมิทได้เติบโตขึ้นอย่างมาก จากรายได้ 16,000 ล้านบาท[13] เพิ่มขึ้นเป็นรายได้ 80,000 ล้านบาท เขาทำให้ธุรกิจครอบครัวกลายเป็นกลุ่มบริษัทระดับโลกที่มีโรงงานผลิตใน 7 ประเทศยักษ์ใหญ่ทั่วโลก รวมจำนวนพนักงานมากถึงราว 16,000 คน[14][15]

ข้อตกลงทางธุรกิจที่สำคัญ เช่นกรณีที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2548 เมื่อธนาธรได้ดีลเป็นผู้ผลิตตัวถังรถยนต์ให้บริษัทเทสลา (Tesla) บริษัทสัญชาติอเมริกัน มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า เป็นจำนวนถึง 500,000 คันต่อปี[16] ข้อตกลงนี้ได้สร้างสถิติใหม่ให้กับยอดขายต่อรายของไทยซัมมิท ซึ่งพุ่งขึ้นไปถึง 7,900 ล้านบาท คิดเป็นผลกำไร 5,980 ล้านบาท[17] และด้วยข้อตกลงซื้อขายนี้เอง ที่ได้ทำให้กลุ่มบริษัทไทยซัมมิทขยายฐานการผลิตกว้างไกลออกไปอีก ด้วยการเปิดโรงงานในสหรัฐอเมริกาและพอถึงปี 2552 ไทยซัมมิทโดยการนำของนายธนาธรก็ได้ตัดสินใจซื้อ โอกิฮาระ (Ogihara) บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นผู้ผลิตแบบพิมพ์ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก[18] ซึ่งกำลังประสบภาวะวิกฤตทางการเงินอย่างหนักในขณะนั้น แต่ด้วยการเข้าไปบริหารจัดการเต็มรูปแบบภายใต้การนำของนายธนาธร โอกิฮาระก็ผ่านพ้นวิกฤต และกลับมามีผลประกอบการที่มั่นคง เลี้ยงตัวเองได้และมีกำไรในที่สุด[19]

นอกจากธุรกิจที่ดำเนินไปด้วยดี ธนาธรยังได้รับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครนายก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 – 2554[20] และเขายังเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเลือกให้เป็นเลขาธิการสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ระหว่างปีพ.ศ. 2550 – 2553 ธนาธรยังมีรายชื่ออยู่ในบอร์ดพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรม ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติอีกด้วย[21]

ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 หลังจากอยู่ในตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยซัมมิทมาเป็นเวลา 16 ปีเต็ม ธนาธรประกาศลาออกอย่างเป็นทางการเพื่อทำงานทางการเมืองภายใต้บทบาทหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่[22] ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า จะยึดมั่นงานการเมืองอย่างเดียวนับจากนี้ และจะไม่กลับไปทำธุรกิจอีก[23]

การทำงานการเมือง

พรรคอนาคตใหม่

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2561 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ รศ. ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้สนับสนุนจำนวน 24 คน ได้ยื่นขอจดทะเบียนพรรคการเมืองภายใต้ชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.[24] ต่อมา เขาได้รับมติเห็นชอบ 473 เสียงจากที่ประชุมใหญ่ผู้จดจัดตั้งพรรค เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนแรก[25] เขาประกาศเจตนารมณ์ของพรรคในการยุติระบอบรัฐประหาร กลับคืนสู่ระบอบรัฐสภา สร้างประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนให้มั่นคงในสังคมไทย กระจายอำนาจ รวมทั้งร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่โดยประชาชนต้องมีส่วนร่วม[26][27][28]

ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2562 พรรคอนาคตใหม่ชนะการเลือกตั้งใน 30 เขต และได้รับคะแนนมหาชนมากเป็นอันดับสาม รองจากพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย และยังเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงมหาชนในกรุงเทพมหานครมากที่สุด[29] หลังการเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่และพันธมิตรทางการเมือง รวมทั้งพรรคเพื่อไทย แถลงร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ธนาธรได้รับข้อเสนอตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพื่อแลกกับการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ธนาธรปฏิเสธ[30]

วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2562 เขาถูกยื่นคำร้องว่ามีคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ โดยให้เหตุผลว่าขณะสมัครรับเลือกตั้งยังถือหุ้นสื่ออยู่[31]

คดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.

พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ ฐานะตัวแทนของ คสช. แจ้งข้อหาความผิดแก่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (2) กรณีจัดรายการ "คืนวันศุกร์ให้ประชาชน" ผ่านเฟซบุ้กไลฟ์ ที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงการนำคะแนนเสียง สส. เพื่อเป็นเสียง คสช. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2561 โดยทั้งธนาธรรับทราบข้อหากล่าวต่อพนักงานสอบสวนเมื่อ 17 กันยายน พ.ศ. 2561 และส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อมาพนักงานสอบสวนให้ส่งสำนวนคดีแก่พนักงานอัยการภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และนัดเข้าพบพนักงานอัยการในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่สำนักงานอัยการสูงสุด[32][33][34]

วันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2562 เขาถูกตั้งข้อหาปลุกปั่นให้ขัดขืนอำนาจปกครองและให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหาอื่น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ 189 โดยตัวแทน คสช. อ้างว่า ข้อหาดังกล่าวมาจากเหตุการณ์ที่กลุ่มดาวดินทำกิจกรรมที่หอศิลปวัฒนธรรมเมื่อปี 2558 แล้วกลุ่มดังกล่าวหลบหนีไปด้วยรถตู้ของธนาธร[35]

ภาพลักษณ์

สื่อต่างประเทศหลายสำนักมักจะเปรียบเทียบธนาธรกับจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ด้วยความที่ทั้งคู่มีพื้นฐานของการเป็นนักธุรกิจ เป็นคนรุ่นใหม่ และมีมุมมองทางการเมืองใกล้เคียงกัน[36]

บางทีสื่อไทยเรียกเขาว่า "ไพร่หมื่นล้าน" ซึ่งแสดงถึงการต่อสู้ระหว่างชนชั้นทางสังคมในประเทศไทย[37] ผู้สนับสนุนเขาที่เป็นหญิงอายุน้อยบางส่วนยังเรียกเขาว่า "พ่อ"[38][39][40]

วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2562 ธนาธรลงนามบันทึกความเข้าใจโอนทรัพย์สิน 5 พันล้านบาทเข้ากองทุนบลายด์ทรัสต์ (blind trust) คือ กองทุนที่มีผู้จัดการกองทุนดูแลโดยที่เจ้าของทรัพย์สินไม่มีอำนาจสั่งผู้จัดการกองทุนได้[41]

ชีวิตส่วนตัว

ธนาธรแต่งงานกับรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ มีบุตรธิดารวมด้วยกัน 4 คน[42] เขามักเปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัวด้วยตนเอง เพราะต้องการให้เด็กใช้ความคิดสร้างสรรค์ เกิดความสงสัยและตั้งคำถามเป็น[43]

นอกจากนี้ เขายังชื่นชอบการเล่นกีฬาและกิจกรรมผาดโผนต่างๆ อาทิ ปีนเขา พายเรือคายัค วิ่งระยะไกล ขี่จักรยานทางไกล ปีนผา ไตรกีฬา เขาเคยเข้าแข่งรายการต่างๆ ได้แก่ การวิ่ง 250 กิโลเมตรในทะเลทรายซาฮาร่า[44] รายการ 6633 Arctic Ultra มาราธอน 560 กิโลเมตร ในปีพ.ศ. 2558[45]

ธนาธรอ่านหนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์กไทมส์, ดิอีโคโนมิสต์, ไฟแนนเชียลไทมส์, มติชน และ กรุงเทพธุรกิจ เขายังเป็นแฟนอีสปอร์ตและเกมอย่างไมน์คราฟต์ และอารีนาออฟเวเลอร์ ซึ่งเขาว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างสัมพันธ์กับบุตร[46]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

อ้างอิง

  1. https://www.bbc.com/thai/thailand-43251942
  2. https://futureforwardparty.org/person/ธนาธร-จึงรุ่งเรืองกิจ
  3. 3.0 3.1 3.2 นายทุน “ฟ้าเดียวกัน” เปิดหน้าชก เอาเศรษฐกิจบังหน้า ชู รบ.มือเปื้อนเลือด-ไล่พันธมิตรฯ
  4. 4.0 4.1 4.2 สัมภาษณ์ : ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท “ผมถูกบังคับให้เป็นนายทุน” นิตยสารสารคดี 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
  5. https://www.sarakadee.com/2007/01/14/thanatorn/
  6. http://www.happyreading.in.th/article/detail.php?id=771
  7. http://www.tcdc.or.th/creativethailand/article/TheCreative/28343
  8. https://futureforwardparty.org/person/ธนาธร-จึงรุ่งเรืองกิจ
  9. https://isaanrecord.com/2018/06/08/isaans-future-thanathorn-on-moving-the-region-forward/
  10. https://www.matichon.co.th/politics/news_1077860
  11. https://isaanrecord.com/2018/06/08/isaans-future-thanathorn-on-moving-the-region-forward/
  12. https://isaanrecord.com/2018/06/08/isaans-future-thanathorn-on-moving-the-region-forward/
  13. คุณ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ LifeRevo 8 ตุลาคม 2552
  14. https://www.bbc.com/thai/thailand-44001760
  15. https://www.prachachat.net/motoring/news-54183
  16. https://www.bbc.com/thai/thailand-44001760
  17. https://brandinside.asia/thaisummit-to-usa-for-tesla/
  18. http://www.daiwa-grp.jp/english/press/en_090219-a.html
  19. https://www.youtube.com/watch?v=UR7B5cxZE-c
  20. http://info.matichon.co.th/report/committee/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%A3.pdf
  21. https://futureforwardparty.org/person/ธนาธร-จึงรุ่งเรืองกิจ
  22. https://www.bbc.com/thai/thailand-43080898
  23. https://www.matichon.co.th/politics/news_933215
  24. https://www.khaosod.co.th/politics/news_796767
  25. http://news.ch3thailand.com/ข่าวด่วน/69923/-ธนาธร--นั่งหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่.html
  26. https://www.bbc.com/thai/thailand-43080898
  27. https://www.bbc.com/thai/thailand-43411311
  28. https://www.matichon.co.th/politics/news_933215
  29. “ธนาธร” ปลื้ม อนาคตใหม่ขึ้นแท่นเบอร์1 ชนะใจคนกรุง ควง 9 ว่าที่ส.ส. คาราวานขอบคุณ
  30. Pheu Thai offered Thanathorn nomination for PM's post
  31. ธนาธร โดนอีก! กกต.ตั้ง กรรมการสอบสวน ปมถือหุ้น ส่อโดนหนัก ไม่ได้เข้าสภา!
  32. พรรคอนาคตใหม่ เผย ‘นายธนาธร’ อาจถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้องฝากขัง 27 ก.พ. นี้ เพราะถูกเร่งรัดคดี กรณีเฟซบุ๊กไลฟ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
  33. อัยการนัดธนาธรพบ 27 ก.พ. คดีจัดรายการวิจารณ์ คสช. อนาคตใหม่จับตาจะถูกฝากขังหรือไม่
  34. จับคำต่อคำ "ธนาธร" พูดประโยคจี้ใจ ทำคสช.เดือด นับถอยหลัง ลุ้นพ่อของฟ้านอนคุก
  35. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ : รับหมายเรียกข้อหา ยุยง-ปลุกปั่น ให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหา จากเหตุเมื่อ 4 ปีก่อน
  36. https://www.theguardian.com/world/2018/apr/01/thanathorn-juangroongruangkit-thai-tycoon-trying-to-take-on-the-junta
  37. "ไพร่หมื่นล้าน! 10 รู้จัก 'เอก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' เขาคือใคร?". Thairath. สืบค้นเมื่อ 10 September 2018.
  38. Thongnoi, Jitsiree; Jaipragas, Bhavan (24 Feb 2019). "Everyone loves 'Daddy': forget Thaksin, Thanathorn Juangroongruangkit is the Thai junta's new billionaire rival". South China Morning Post. สืบค้นเมื่อ 2 April 2019.
  39. Mahtani, Shibani (19 March 2019). "A new political party in Thailand, led by an athletic billionaire, rattles ruling junta". Washington Post. สืบค้นเมื่อ 2 April 2019.
  40. Tanakasempipat, Patpicha (26 February 2019). "Thailand's rising political star under fire as election nears". Reuters. สืบค้นเมื่อ 2 April 2019.
  41. “ธนาธร” ลงนาม mou เซ็นโยกทรัพย์สิน 5 พันล. เข้ากองทุน blind trust
  42. https://www.thaipost.net/main/detail/10472
  43. https://www.fungjaizine.com/article/interview/thanathorn-playlist
  44. https://www.fungjaizine.com/article/interview/thanathorn-playlist
  45. http://www.paulpoole.co.th/truesouth/about-tj.html
  46. "ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง : ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ". Fungjai. สืบค้นเมื่อ 10 September 2018.

แหล่งข้อมูลอื่น