การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนา พ.ศ. 2562–2563 เรียงตามประเทศและดินแดน

บทความรายชื่อวิกิมีเดีย

บทความนี้แสดงประเทศและดินแดนที่ได้รับผลกระทบและมีการตอบสนองต่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) อันเนื่องมาจากการระบาดทั่วของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563 ซึ่งปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในอู่ฮั่น ประเทศจีน ทั้งนี้อาจไม่รวมถึงการตอบสนองและมาตรการสำคัญ

แผนที่การระบาดของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563 (ณ วันที่ 19 กันยายน 2563):
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1,000,000 คนขึ้นไป
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 100,000– 999,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 10,000–99,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1,000–9,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 100–999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1–99 คน
  ไม่มีผู้ติดเชื้อยืนยันหรือไม่มีข้อมูล

การระบาดตามประเทศและดินแดนแก้ไข

ประเทศและดินแดน[A] ผู้ป่วย[B] เสียชีวิต[C] หาย[D] อ้างอิง
229 30,539,903 952,629 20,800,482
  สหรัฐ[E][F][G][H] 6,819,709 201,735 3,689,081 [3][4]
  อินเดีย 5,308,014 85,619 4,208,431 [5]
  บราซิล 4,497,434 135,857 3,789,139 [6][7]
  รัสเซีย[I][J] 1,097,251 19,339 906,462 [11]
  เปรู 756,412 31,283 600,795 [12][13]
  โคลอมเบีย 750,471 23,850 621,521 [14]
  เม็กซิโก 688,954 72,803 492,192 [15][16]
  แอฟริกาใต้ 657,627 15,857 586,844 [17]
  สเปน[K][L] 640,040 30,495 [18]
  อาร์เจนตินา 613,645 12,656 448,250 [19][20]
  ชิลี[M][N][O][P] 442,827 12,199 415,981 [21]
  ฝรั่งเศส[Q][R] 428,696 31,249 91,574 [22][23]
  อิหร่าน[S] 416,198 23,952 355,505 [24]
  สหราชอาณาจักร[T][U] 385,936 41,732 [26][27]
  บังกลาเทศ 347,372 4,913 254,386 [28][29]
  ซาอุดีอาระเบีย 328,720 4,430 308,352 [30]
  อิรัก 311,690 8,408 245,305 [31]
  ปากีสถาน 305,031 6,415 292,044 [32]
  ตุรกี 299,810 7,377 264,805 [33]
  อิตาลี[V] 294,932 35,668 216,807 [36][37]
  ฟิลิปปินส์ 283,460 4,930 209,885 [38][39]
  เยอรมนี[W] 271,244 9,464 238,681 [40][41]
  อินโดนีเซีย 240,687 9,448 174,350 [42]
  อิสราเอล[X] 179,071 1,196 130,024 [43]
  ยูเครน[Y][Z] 172,712 3,516 76,754 [44][45]
  แคนาดา 141,911 9,205 123,723 [46]
  โบลิเวีย 130,051 7,550 88,457 [47]
  เอกวาดอร์ 124,129 11,044 97,063 [48][49]
  กาตาร์ 123,146 209 120,089 [50]
  โรมาเนีย 111,550 4,402 89,119 [51]
  คาซัคสถาน 107,134 1,671 101,610 [52]
  สาธารณรัฐโดมินิกัน 106,732 2,034 80,179 [53][54]
  ปานามา 104,879 2,229 79,093 [55][56]
  อียิปต์[AA] 101,772 5,733 87,958 [57]
  คูเวต 98,528 580 88,776 [58]
  เบลเยียม[AB] 97,976 9,936 19,436 [59]
  โมร็อกโก 97,264 1,755 76,690 [60]
  โอมาน 91,753 818 84,648 [61]
  เนเธอร์แลนด์[AC][AD][AE] 90,047 6,273 [63][64]
  สวีเดน[AF] 88,237 5,865 [65]
  จีน (แผ่นดินใหญ่)[AG][AH][AI][AJ] 85,269 4,634 80,464 [66]
  กัวเตมาลา 84,344 3,076 73,748 [67]
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 83,433 403 72,790 [68]
  โปแลนด์ 78,330 2,282 63,861 [4][69]
  ญี่ปุ่น 77,494 1,482 69,899 [70]
  เบลารุส 75,230 773 73,098 [71]
  ฮอนดูรัส 70,611 2,146 21,149 [72][73]
  เอธิโอเปีย 67,515 1,072 27,638 [74]
  โปรตุเกส 67,176 1,894 45,053 [75]
  เวเนซุเอลา 64,284 520 52,564 [76]
  บาห์เรน 62,484 216 55,444 [77]
  เนปาล 61,593 390 43,820 [78][79]
  คอสตาริกา 62,374 686 23,160 [80]
  สิงคโปร์ 57,532 27 57,039 [81][82]
  ไนจีเรีย 56,735 1,093 48,092 [83]
  อุซเบกิสถาน 50,253 419 46,527 [84]
  แอลจีเรีย 49,413 1,659 34,818 [85][86]
  สวิสเซอร์แลนด์[AK] 48,795 1,762 40,400 [87][88]
  อาร์มีเนีย 46,671 925 42,231 [89]
  กานา 45,714 294 44,896 [90]
  มอลโดวา[AL] 45,648 1,186 33,734 [91][92]
  เช็กเกีย 45,228 494 23,652 [93]
  คีร์กีซสถาน 45,153 1,063 41,317 [94]
  อัฟกานิสถาน 38,872 1,436 32,505 [95]
  อาเซอร์ไบจาน 38,777 571 36,281 [96]
  ออสเตรีย 37,474 765 28,961 [97]
  เคนยา 36,576 642 23,611 [98]
  ปาเลสไตน์ 33,843 244 23,060 [99]
  เซอร์เบีย[AM] 32,757 739 30,702 [100]
  ไอร์แลนด์ 32,271 1,792 24,000 [101][102]
  ปารากวัย 32,127 611 16,921 [103]
  เลบานอน 27,518 281 10,739 [104]
  เอลซัลวาดอร์ 27,428 808 21,247 [105]
  ออสเตรเลีย[AN][AO] 26,861 837 23,850 [107]
  ลิเบีย 25,822 409 13,908 [108][109]
  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 24,897 752 17,365 [110]
  เกาหลีใต้ 22,893 378 19,970 [111][112]
  เดนมาร์ก[AP][AQ] 21,847 635 17,110 [114][115]
  แคเมอรูน 20,009 415 18,837 [116][117]
  โกตดิวัวร์ 19,100 120 18,228 [118]
  ปวยร์โตรีโก 18,252 570 1,359 [119][120]
  บัลแกเรีย 18,216 734 13,057 [121][122]
  ฮังการี 16,920 675 4,382 [123]
  นอร์ทมาซิโดเนีย 16,417 683 13,732 [124][125]
  มาดากัสการ์ 15,871 215 14,482 [126]
  คอซอวอ 14,839 601 11,784 [127]
  โครเอเชีย 14,725 244 12,353 [128]
  เซเนกัล 14,529 298 10,692 [129]
  แซมเบีย 13,819 324 12,590 [130][131]
  กรีซ 13,730 313 6,486 [132]
  ซูดาน 13,535 836 6,759 [133][134]
  นอร์เวย์[AR][AS][AT] 12,769 267 9,348 [136]
  แอลเบเนีย 12,073 353 6,831 [137]
  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  10,488 268 9,891 [138]
  นามิเบีย 10,207 108 7,947 [139]
  มาเลเซีย 10,167 130 9,315 [140]
  กินี 10,111 63 9,444 [141][142]
  มัลดีฟส์ 9,568 33 8,068 [143][144]
  ทาจิกิสถาน 9,171 73 7,141 [145][146]
  ฟินแลนด์[AU][AV] 8,922 339 7,350 [149]
  กาบอง 8,654 53 7,785 [150]
  เฮติ 8,600 221 6,363 [151]
  ตูนิเซีย 8,570 133 2,342 [152]
  ซิมบับเว 7,576 224 5,783 [153][154]
  มอนเตเนโกร 7,503 129 4,892 [155]
  ลักเซมเบิร์ก 7,284 124 6,561 [156]
  มอริเตเนีย 7,142 160 6,669 [157][158]
  สโลวาเกีย 6,256 39 3,390 [159]
  โมซัมบิก 5,994 39 3,267 [160]
  มาลาวี 5,711 179 4,000 [161]
  จิบูตี 5,396 61 5,333 [162]
  เอสวาตีนี 5,191 103 4,439 [163]
  ยูกันดา 5,123 58 2,333 [164][165]
  กาบูเวร์ดี 5,063 49 4,465 [166]
  ฮ่องกง 5,010 103 4,707 [167]
  คิวบา[AW] 5,004 111 4,249 [168]
  อิเควทอเรียลกินี 5,000 83 4,496 [169]
  สาธารณรัฐคองโก 4,928 88 3,887 [170][171]
  นิการากัว 4,961 147 2,913 [4][172]
  สาธารณรัฐแอฟริกากลาง 4,772 62 1,828 [173]
  ซูรินาม 4,691 96 4,280 [174]
  รวันดา 4,624 22 2,767 [175][176]
  พม่า 4,621 75 1,130 [177]
  จาเมกา 4,556 55 1,264 [178][179]
  จอร์แดน 4,344 29 2,511 [180]
  สโลวีเนีย 3,831 135 2,730 [181][182]
  ลิทัวเนีย 3,664 87 2,197 [183]
  ตรินิแดดและโตเบโก 3,651 60 822 [184][185]
  ซีเรีย 3,614 160 871 [186]
  แองโกลา 3,569 139 1,332 [187]
  ไทย 3,500 59 3,338 [188][189]
  แกมเบีย 3,485 108 1,973 [190]
  อารูบา 3,460 23 2,128 [191]
  โซมาเลีย[AX] 3,389 98 2,803 [192]
  ศรีลังกา 3,281 13 3,070 [193]
  บาฮามาส 3,177 69 1,626 [194][195]
  จอร์เจีย[AY] 3,119 19 1,435 [196]
  มาลี 2,924 128 2,285 [197]
  สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์[AZ] 2,848 163 1,511 [198]
  เอสโตเนีย 2,814 64 2,357 [199]
  มอลตา 2,634 17 1,996 [200]
  เซาท์ซูดาน 2,592 49 1,290 [201][202]
  เบนิน 2,280 40 1,950 [203]
  กินี-บิสเซา 2,275 39 1,127 [204]
  ไอซ์แลนด์ 2,230 10 2,112 [205]
  เซียร์ราลีโอน 2,153 72 1,649 [206][207]
  กายอานา 2,102 64 1,302 [208]
  เยเมน 2,016 583 1,219 [209]
  กวม 2,013 29 1,406 [3][210]
  อุรุกวัย 1,890 46 1,603 [211]
  โตโก 1,618 40 1,243 [212]
  เบลีซ 1,536 19 696 [213]
  ไซปรัส[BA] 1,526 22 1,237 [214]
  ลัตเวีย 1,515 36 1,248 [4][215]
  นิวซีแลนด์ 1,460 25 1,368 [216]
  บูร์กินาฟาโซ 1,452 55 1,103 [217][218]
  อันดอร์รา 1,438 53 945 [219]
  ไลบีเรีย 1,327 82 1,214 [220]
  เลโซโท 1,245 33 661 [221]
  หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ 1,232 19 1,170 [222]
  ไนเจอร์ 1,180 69 1,104 [223]
  บอตสวานา 1,153 11 575 [224][225]
  ชาด 1,087 81 944 [226]
  เวียดนาม 1,068 35 941 [227]
  เฟรนช์พอลินีเชีย 1,037 2 610 [228]
  เซาตูเมและปรินซีปี 907 15 873 [229]
  โซมาลีแลนด์ 903 31 751 [230][231]
  สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์[AZ] 741 17 635 [232]
  ซานมารีโน 723 42 663 [233]
  อับคาเซีย 674 7 186 [234]
  นอร์เทิร์นไซปรัส 672 4 392 [235]
  หมู่เกาะเติกส์และเคคอส 667 5 568 [236][237]
  ซินต์มาร์เติน 574 20 488 [238]
  ปาปัวนิวกินี 516 6 232 [239]
  แทนซาเนีย 509 21 183 [240][241]
  ไต้หวัน 506 7 479 [242]
  คอโมโรส 467 7 446 [243]
  บุรุนดี 466 1 374 [244]
  หมู่เกาะแฟโร 430 0 412 [245][115]
  เจอร์ซีย์[BB] 391 32 358 [246]
  เอริเทรีย 364 0 305 [247]
  มอริเชียส 356 10 335 [248]
  ยิบรอลตาร์ 343 0 313 [249]
  สาธารณรัฐอาร์ทซัค 340 2 300 [234]
  ไอล์ออฟแมน[BB] 339 24 312 [250]
  มองโกเลีย 311 0 301 [251]
  กัมพูชา 275 0 274 [252]
  ภูฏาน 258 0 186 [253]
  เกิร์นซีย์[BB] 254 13 239 [254]
  กือราเซา 228 1 83 [255]
  หมู่เกาะเคย์แมน 208 1 204 [256]
  บาร์เบโดส 184 7 169 [257]
  เบอร์มิวดา 178 9 164 [258]
  โมนาโก 171 1 128 [259]
  บรูไน 145 3 141 [260][261]
  เซเชลส์ 136 0 127 [262]
  ลิกเตนสไตน์ 112 1 108 [263]
  แอนติกาและบาร์บูดา 95 3 91 [264]
  เซาท์ออสซีเชีย[BC] 90 0 90 [234]
  หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน 66 1 37 [265]
  เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ 64 0 64 [266]
  หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา 61 2 19 [267]
  มาเก๊า 46 0 46 [268]
  ฟีจี 32 2 26 [269][270]
  ติมอร์-เลสเต 27 0 25 [271]
  เซนต์ลูเชีย 27 0 26 [272][273]
  นิวแคลิโดเนีย 26 0 23 [274]
  โดมินิกา 25 0 21 [275]
  เกรเนดา 24 0 24 [276][277]
  ลาว 23 0 22 [278]
  เซนต์คิตส์และเนวิส 17 0 17 [279]
  โบแนเรอ 16 1 8 [280]
  กรีนแลนด์ 14 0 14 [281][115]
  มอนต์เซอร์รัต 13 1 12 [282]
  หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ 13 0 13 [283]
  นครรัฐวาติกัน 12 0 12 [284]
  ซินต์เอิสตาซียึส 11 0 4 [285]
  แซงปีแยร์และมีเกอลง 11 0 5 [286]
  ซาบา 5 0 5 [287]
  แองกวิลลา 3 0 3 [288]
  อ่าวกวนตานาโม 1 0 0 [289]
พาหนะระหว่างประเทศ 
  เรือยูเอสเอส ทีโอดอร์รูสเวลต์[BD] 1,102 1 751 [290][291]
  เรือชาร์ลเดอโกล[BE] 1,081 0 0 [292]
  เรือไดมอนด์พรินเซส[BF] 712 14 653 [293][294]
  เรือคอสตาแอตแลนติกา 148 0 148 [295][296]
  เรือเกร็กมอร์ติเมอร์[BG] 128 1 [297][298]
  เรือเอ็มเอส รูอาลอามึนเซิน 36 0 0 [299]
  เรือเอ็มเอส ซานดัม[BH] 13 4 [301][302]
  เรือคอรัลพรินเซส[BI] 12 3 [303]
  เรือฮาเอ็นเอลเอ็มเอส ดอลแฟง[BJ] 8 0 8 [304][305]
ณ วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563 เวลา 18:50 น.
 หมายเหตุ 
  1. ประเทศ ดินแดน รวมถึงการโอนสิทธิในที่ดินระหว่างประเทศที่ได้รับการวินิจฉัยว่าพบผู้ติดเชื้อ แต่ละกรณีอาจมีความแตกต่างทางด้านสัญชาติ ในบางประเทศอาจครอบคลุมถึงหลายพื้นที่ตามที่ระบุไว้
  2. รายงานเฉพาะจำนวนผู้ป่วยยืนยันแล้ว จำนวนผู้ป่วยจริงอาจสูงกว่าที่รายงาน แต่ไม่สามารถยืนยันจำนวนดังกล่าวได้[1] เกณฑ์การรายงานและความสามารถในการทดสอบนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
  3. ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้น เนื่องจากความถี่ของการอัปเดตข้อมูลในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน
  4. เนื่องจากความถี่ของการอัปเดตข้อมูลในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ยอดผู้ป่วยรักษาหายทั้งหมดอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้น และ "—" หมายถึง ขณะนี้ไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับประเทศ หรือดินแดนนั้น ไม่ใช่ข้อมูลที่มีค่าเป็นศูนย์
  5. รวมกรณีบนเรือสำราญ แกรนด์พรินเซส ซึ่งเทียบท่าที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และไม่รวมกรณีจาก ดินแดนโพ้นทะเลของสหรัฐ
  6. ไม่ใช่ทุกรัฐหรือดินแดนโพ้นทะเลที่รายงานข้อมูลผู้รักษาหาย
  7. กรณีผู้ป่วยรวมถึงกรณีจากการวินิจฉัยทางคลินิก ผู้รักษาหายและเสียชีวิต รวมถึงการเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้น และผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวจากการกักกัน เป็นไปตามวิธีปฏิบัติของ CDC[2]
  8. กรณีของเรือยูเอสเอส ทีโอดอร์ รูสเวลต์ ปัจจุบันเทียบท่าอยู่ที่กวม รายงานแยกจากกรณีของประเทศ แต่รวมอยู่ในรายงานของกองทัพเรือสหรัฐ
  9. รวมกรณีในดินแดน ไครเมีย และ เซวัสโตปอล ซึ่งถูกรัสเซียผนวกในปี 2557 แต่นานาชาติยังคงรับรองเป็นดินแดนของยูเครน
  10. ไม่รวมกรณีบนเรือสำราญ ไดมอนด์พรินเซส ซึ่งถูกแบ่งแยกเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ" กรณีเสียชีวิตหนึ่งรายบนเรือนั้นไม่ได้ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลรัสเซีย[8][9][10]
  11. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยยืนยัน จากการตรวจแอนติบอดีในซีรัม
  12. รวมกรณีจากดินแดนปกครองตนเอง เซวตา และ เมลียา
  13. รวมถึงดินแดนเขตพิเศษของเกาะอีสเตอร์
  14. วันที่ 29 เมษายน 2563 รัฐบาลชิลีเริ่มแจ้งจำนวนผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการแยกจากจำนวนผู้ป่วยที่ยืนยันอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน กรณีผู้ป่วยยืนยันทั้งหมด (ไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่) จะรวมอยู่ในรายงานอย่างเป็นทางการ
  15. กระทรวงสาธารณสุขชิลี พิจารณารายงานจำนวนผู้รักษาหายจากผู้ป่วยยืนยันที่ติดเชื้อมาแล้ว 14 วันไม่ว่าผู้นั้นจะยังมีอาการป่วยหรือยังมีผลทดสอบเป็นบวกต่อไวรัส โดยหักออกเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิตเท่านั้น
  16. จำนวนผู้เสียชีวิต รายงานเฉพาะกรณีที่มีผลตรวจเชื้อไวรัสเป็นบวกเท่านั้น
  17. การทดสอบการติดเชื้อสงวนไว้สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรงเท่านั้น รวมกรณีในจังหวัดโพ้นทะเลคือ เฟรนช์เกียนา, กัวเดอลุป, มาร์ตีนิก, มายอต, เรอูนียง, แซ็ง-บาร์เตเลมี และ แซ็ง-มาแต็ง และไม่รวมอาณานิคมโพ้นทะเลคือ เฟรนช์พอลินีเชีย, นิวแคลิโดเนีย, แซ็งปีแยร์และมีเกอลง
  18. จำนวนผู้รักษาหายรวมเฉพาะผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันและจำนวนผู้เสียชีวิตรวมทั้งจากโรงพยาบาลและจากสถานพักฟื้น (ESMS: établissements sociaux et médico-sociaux)
  19. เนื่องจากภาวะขาดแคลน การทดสอบการติดเชื้อถูกจำกัดเฉพาะในกรณีที่มีอาการรุนแรง จำนวนกรณีรวมถึงที่มีการวินิจฉัยทางคลินิกและการเสียชีวิตตั้งแต่ 9 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา
  20. ไม่รวมกรณีจากดินแดนโพ้นทะเลของบริเตน และ เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ ภายใต้อธิปไตยของสหราชอาณาจักร
  21. ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม รัฐบาลสหราชอาณาจักรไม่ได้เผยแพร่จำนวนผู้รักษาหาย ข้อมูลของวันที่ 22 มีนาคม รายงานผู้รักษาหาย 135 ราย[25]
  22. ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 มีการวินิจฉัยผลการติดเชื้อเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงเท่านั้น[34][35]
  23. หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ไม่ได้รายงานจำนวนผู้รักษาหายครบทุกรัฐ
  24. รวมกรณีจากดินแดนที่เป็นข้อโต้แย้ง ที่ราบสูงโกลัน และไม่รวมกรณีจากรัฐปาเลสไตน์
  25. ไม่รวมกรณีในดินแดน ไครเมีย และ เซวัสโตปอล ซึ่งถูกรัสเซียผนวกในปี 2557 โดยนานาชาติยังรับรองเป็นดินแดนของยูเครน
  26. ไม่รวมกรณีของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์
  27. รวมกรณีของเรือสำราญในแม่น้ำไนล์ ริเวอร์ อะนูเคต ที่เมืองลักซอร์
  28. จำนวนผู้เสียชีวิตยังรวมถึงกรณีผู้ป่วยที่ไม่ได้ทดสอบหาเชื้อ และกรณีในบ้านพักคนชราที่สันนิษฐานว่าเสียชีวิตจาก COVID-19
  29. แยกรายงานกรณีจากกลุ่มประเทศองค์ประกอบของเนเธอร์แลนด์คือ อารูบา, กือราเซา และ ซินต์มาร์เติน
  30. แยกรายงานกรณีของเขตเทศบาลพิเศษคือ ซาบา, ซินต์เอิสตาซียึส และ โบแนเรอ
  31. รัฐบาลของเนเธอร์แลนด์ (RIVM) ซึ่งรับผิดชอบประเทศองค์ประกอบด้วย ไม่สรุปจำนวนผู้รักษาหาย[62]
  32. การทดสอบกรณีที่สงสัยว่าติดเชื้อ ถูกระงับชั่วคราวทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2563 เพื่อเน้นความพยายามเพิ่มขึ้น ไปที่ผู้ที่มีความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยที่รุนแรง และภาวะแทรกซ้อน
  33. รวมกรณีที่มีการวินิจฉัยทางคลินิกและกรณีเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมาในจังหวัดต่าง ๆ ของมณฑลหูเป่ย์ และไม่รวมกรณีในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง, มาเก๊า และไต้หวัน
  34. ไม่รวม 1,268 กรณีไม่แสดงอาการซึ่งอยู่ภายใต้การสังเกตอาการโดยแพทย์ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน
  35. กรณีไม่แสดงอาการไม่ถูกรายงานก่อนวันที่ 31 มีนาคม
  36. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ 448 ราย ภายใต้การดูแลของแพทย์ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2563
  37. แม้ว่าจะพบผู้ป่วยที่ให้ผลการตรวจเป็นบวกอีกจำนวนมากในสวิสเซอร์แลนด์ แต่ตัวเลขที่รายงานในที่นี้เป็นเพียงเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วเท่านั้น
  38. รวมกรณีผู้ป่วยในดินแดนที่เป็นข้อขัดแย้ง ทรานส์นีสเตรีย
  39. ไม่รวมกรณีในคอซอวอ ซึ่งเป็นดินแดนข้อพิพาทระหว่างกัน
  40. ไม่รวมกรณีบนเรือสำราญ ไดมอนด์พรินเซส ซึ่งถูกแบ่งแยกเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ" ผู้ติดเชื้อจำนวน 10 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงผู้เสียชีวิต 1 ราย บันทึกไว้โดยรัฐบาลออสเตรเลีย
  41. รวมกรณีบนเรือสำราญเอ็มวี อาร์ตาเนีย ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยโดยหน่วยงานของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย[106]
  42. แยกกรณีจากหมู่เกาะแฟโร และ กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตการปกครองตนเองของเดนมาร์ก
  43. ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม 2563 ถึง 1 เมษายน เกณฑ์สำหรับการเข้าตรวจสอบผลติดเชื้อ มีเพียงผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและบุคลากรทางสาธารณสุขเท่านั้นที่สามารถเข้ารับการตรวจสอบได้ ช่วงเวลาก่อนหน้าและหลังจากนั้น การตรวจสอบเชื้อเป็นโดยทั่วไปรวมทั้งผู้มีอาการน้อยและผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย[113]
  44. ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2563 การตรวจสอบผลติดเชื้อของผู้ที่มีอาการปกติถูกยกเลิก และสงวนไว้สำหรับบุคลากรทางสาธารณสุขและผู้ป่วยเฉียบพลันในกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น
  45. กระทรวงสาธารณสุขแห่งนอร์เวย์ ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อในนอร์เวย์มากกว่าตัวเลขที่รายงาน สันนิษฐานว่าตัวเลขที่ไม่ได้แสดงจะสูงกว่าเนื่องจากการจำกัดการทดสอบ อย่างไรก็ตาม จำนวนการทดสอบทั้งหมดต่อประชากร 1 คน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ค่อนข้างสูง[135]
  46. ประมาณการจำนวนผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมจากแพทย์เวชปฏิบัติ 40% มีผู้ป่วย 20,200 รายตามหลักเกณฑ์ "corona code" R991, จำนวนในตารางรวมทั้งกรณีตรวจสอบพบเชื้อและกรณีตามเกณฑ์วินิจฉัย corona code ของสถาบันการสาธารณสุขนอร์เวย์ (FHI)
  47. รวมกรณีจากหมู่เกาะโอลันด์ ซึ่งเป็นเขตการปกครองตนเองของฟินแลนด์[147]
  48. จำนวนผู้หายป่วยเป็นค่าประมาณตามรายงานกรณีผู้ป่วยที่ได้รับอย่างน้อยสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่มีข้อมูลการติดตามอื่น ๆ เกี่ยวกับโรคนี้ ยังไม่ทราบจำนวนผู้หายป่วยที่แน่ชัด เนื่องจากมีผู้ป่วยเพียงเล็กน้อยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล[148]
  49. รวมกรณีบนเรือ เอ็มเอส แบรมาร์
  50. ไม่รวมจำนวนของรัฐโดยพฤตินัย โซมาลีแลนด์
  51. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยในดินแดน อับคาเซีย และ เซาท์ออสซีเชีย ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐที่มีการรับรองอย่างจำกัด
  52. 52.0 52.1 กรณีของดินแดนที่ไม่ได้รับการรับรอง สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ และ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ ไม่ถูกนับรวมกับจำนวนของแคว้นโดเนตสค์และลูฮันสค์ของยูเครน
  53. รวมกรณีในแอโครเทียรีและดิเคเลีย และไม่รวมกรณีในนอร์เทิร์นไซปรัส
  54. 54.0 54.1 54.2 เป็นดินแดนปกครองตนเอง เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ ภายใต้อธิปไตยของสหราชอาณาจักร
  55. กรณีผู้ป่วยในรัฐที่ไม่ได้รับการรับรองเซาท์ออสซีเชีย ไม่ถูกนับรวมกับกรณีของจอร์เจีย
  56. แม้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ทีโอดอร์รูสเวลต์ จะเทียบท่าอยู่ที่กวม แต่ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  57. เรือบรรทุกเครื่องบิน ชาร์ลเดอโกล ของกองทัพเรือฝรั่งเศส ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  58. กรณีเรือสัญชาติอังกฤษ ไดมอนด์พรินเซส ได้ถูกกักกันอยู่ในน่านน้ำญี่ปุ่น และดูแลจัดการผู้โดยสารอยู่ภายในเรือโดยรัฐบาลญี่ปุ่น กรณีนี้จึงไม่รวมอยู่ในการนับจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการของรัฐบาลญี่ปุ่น หรือสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลก แบ่งแยกกรณีเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ"
  59. แม้เรือ'เกร็กมอร์ติเมอร์ จะเทียบท่าอยู่ที่ประเทศอุรุกวัย แต่ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  60. กรณีเรือเอ็มเอส ซานดัม จอดอยู่ในน่านน้ำนอกชายฝั่งชิลีหลังถูกปฏิเสธการเข้าเทียบท่าตั้งแต่ 14 มีนาคม เรือเอ็มเอส รอตเทอร์ดัม มาสมทบกับเรือเอ็มเอส ซานดัม เพื่อให้การช่วยเหลือในวันที่ 26 มีนาคม ทั้งสองลำแสดงความประสงค์ที่จะผ่านคลองปานามา แต่ถูกปฏิเสธไม่มีท่าเรือที่แยกเฉพาะใดให้เทียบท่า[300] จำนวนกรณีบนเรือทั้งสองไม่นับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  61. กรณีพบผลตรวจเชื้อผู้โดยสารบนเรือ คอรัลพรินเซส เป็นบวก ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2563 แต่ไม่มีท่าเรือที่แยกเฉพาะใดให้เทียบท่า จำนวนกรณีบนเรือไม่นับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  62. กรณีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำ ดอลแฟง (HMLMS Dolfijn) ถูกรายงานขณะที่เรืออยู่ในน่านน้ำระหว่างสกอตแลนด์และเนเธอร์แลนด์ ไม่ชัดเจนว่า สถาบันสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (RIVM) รวมกรณีเหล่านี้ในการนับรวมในรายงานหรือไม่ และเนื่องจาก RIVM ไม่ได้รายงานจำนวนผู้รักษาหาย สำหรับกองทัพเนื่องจากความกังวลใน ความมั่นคงในการปฏิบัติการ จึงสันนิษฐานว่าไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนผู้รักษาหาย

มีผู้ป่วยยืนยันแล้วแก้ไข

 
แผนที่ภาพเคลื่อนไหวการแพร่ของผู้ป่วย 2019-nCoV ยืนยันแล้วตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563

ณ 26 สิงหาคม ​2563​ เวลามาตรฐานกรีนิช 02.05 น. มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2)​ ยืนยันแล้ว 24,050,333 คนใน 229 ประเทศและดินแดน[306] มีผู้เสียชีวิตโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ​แล้วมากกว่า 823,278 คน และมีผู้หายป่วยแล้วมากกว่า คน 16,599,377 [307]มีจำนวน​ 14 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิต​มากกว่า 10,000​ รายขึ้นไปโดย ประเทศชิลี มีผู้เสียชีวิตรวม 10,958 ราย เป็นอับดับที่ 14 มีจำนวน​ 47 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า​ 1,000 ราย​ ​ในวันดังกล่าว โดย ประเทศไนจีเรีย รายงานรวม 1,007 ราย เป็นอันดับที่ 47


มีจำนวน​ 68 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิต​มากกว่า 500​ รายขึ้นไปโดย ประเทศคูเวต มีผู้เสียชีวิตรวม 519 ราย เป็นอันดับที่ 68 มีจำนวน 103 ประเทศ ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 รายขึ้นไปโดย ประเทศแองโกลา ​มีผู้​เสียชีวิต 102 ราย เป็นอันดับที่ 103 ของโลก​ ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตตั้งแต่ 1 ราย รวม 189 ประเทศ

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในวันที่ 26 สิงหาคม ​2563​ เวลามาตรฐานกรีนิช 02.05 น. เพิ่มขึ้น 240,596 รายภายในวันเดียว

ตั้งแต่วันที่ 31 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563​ ศูนย์​กลางแพร่ระบาดอยู่ที่ สหรัฐอเมริกา​ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับที่ 1 ของโลก และ มีผู้เสียชีวิตเป็นอันดับที่ 1 ของโลก ศูนย์กลางแพร่ระบาดยังพบที่ ประเทศบราซิล​ มีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับที่ 2 ของโลก และ มีผู้เสียชีวิตเป็นอันดับที่ 2 ของโลก และต่อมา ในวันที่ 26 สิงหาคม ​2563 ประเทศอินเดีย ซึ่งมีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับที่ 3 ของโลก และ มีผู้เสียชีวิตเป็นอันดับที่ 4 ของโลก นับเป็นศูนย์กลางแพร่ระบาดอีกแห่งของโลก

ในส่วนของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ และ ผู้เสียชีวิตอยู่ใน 10 อันดับแรกของโลก ณ วันที่ 26 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2563​ เวลามาตรฐานกรีนิช 02.05 นาฬิกา มี 4 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับที่ 9 ของโลก และ มีผู้เสียชีวิตเป็นอันดับที่ 8 ของโลก ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับที่ 3 ของโลก และ มีผู้เสียชีวิตเป็นอันดับที่ 4 ของโลก ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับที่ 7 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตเป็นอันดับที่ 3 ของโลก ประเทศเปรู ​มีจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นอันดับที่ 6 ของโลก จำนวนผู้เสียชีวิต เป็นอันดับที่ 9 ของโลก

อีกทั้งยังพบผู้ป่วยในเรือสำราญอีก 26 ลำ มีผู้เสียชีวิตบนเรือ เรือ เอ็มเอส ซานดัม 2 ราย และ ไดมอนด์พรินเซส (เรือ) 13 ราย เสียชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่น ​ พื้นที่เหนือสุดของโลกที่พบผู้เสียชีวิต​ได้แก่แคว้นมูร์มันสค์ พื้นที่ใต้สุดของโลกที่พบผู้เสียชีวิตได้แก่แคว้นมากายาเนสและลาอันตาร์ตีกาชีเลนา


ยุโรปแก้ไข

ณ​ วันที่​ 26-31 พฤษภาคม​ เมื่อเรียงตามจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในแต่ละประเทศ​ 26​ อันดับแรก พบว่า​ ​14​ ประเทศอยู่ในทวีปยุโรปคิดเป็น​ 53.85% โดยจำนวนประเทศ​ 26 อันดับแรกของโลกมีผู้เสียชีวิตมากกว่า​ 1,000​ รายของแต่ละประเทศ​ ซึ่งแสดงว่าช่วงหนึ่งทวีปยุโรปเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

ในวันที่ 26 สิงหาคม​ ศูนย์​กลางการแพร่ระบาดของทวีปยุโรป​อยู่ที่ สหราชอาณาจักร ประเทศสเปน และ​ ประเทศอิตาลี

ผู้ป่วยรายแรก ๆ ของทวีปยุโรปมีรายงานจากในประเทศฝรั่งเศสและในประเทศเยอรมนี​รวมถึงประเทศอื่น ๆ โดยเป็นผู้ป่วยเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น จนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ได้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ขึ้นในประเทศอิตาลี ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณตอนเหนือของมิลาน จากนั้นมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการแพร่กระจายของโรคไปทั่วทั้งทวีปยุโรป โดยหลังจากที่ประเทศมอนเตเนโกรได้รายงานการพบผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ทำให้มีผู้ป่วยอยู่ในทุกประเทศเอกราชของทวีปยุโรป​

ต่อเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ได้มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อในไอล์ออฟแมนซึ่งเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร และพบการติดเชื้อในดินแดน​ที่ยังมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องอำนาจอธิปไตยของตนเองอย่าง​ทรานส์นีสเตรีย[308]​นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อในดินแดนปกครองตนเองอย่างหมู่เกาะโอลันด์​ทำให้การติดเชื้อพบในทุกประเทศเอกราชและของทวีปยุโรป ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก​ได้ประกาศให้ทวีปยุโรปเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของไวรัสหลังจากสถานการณ์ดีขึ้นในประเทศจีน[309][310] [307][311][312][313]

ณ​ วันที่​ 26 สิงหาคม​ เวลามาตรฐานกรีนิช 02:05 น. ผู้เสียชีวิตในยุโรปจำนวนสูงสุด 17 อันดับแรก​ (นับเฉพาะทวีปยุโรป) ​ได้แก่ สหราชอาณาจักร 41,449 ราย​ ประเทศอิตาลี 35,445 ราย​ ประเทศฝรั่งเศส 30,544 ราย ประเทศสเปน 28,924 ราย ​ประเทศรัสเซีย​ 16,568 ราย ​​ประเทศเบลเยียม ​9,996 ราย​ ประเทศเยอรมนี​ ​9,345 ราย ประเทศเนเธอร์แลนด์​ 6,207 ราย ประเทศสวีเดน​ 5,814 ราย​ ประเทศโรมาเนีย​ 3,367 ราย ประเทศยูเครน 2,318 ราย ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ​2,002 ราย​ ​ประเทศโปแลนด์ 1,977 ราย ประเทศโปรตุเกส 1,805 ราย ประเทศไอร์แลนด์ ​1,777 ราย ประเทศมอลโดวา 960 ราย ประเทศออสเตรีย 733 ราย ประเทศเซอร์เบีย​ 705 ราย ทั้ง 18 ประเทศ ติดอันดับจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุด 55 อันดับแรกของโลก โดยทั้ง​ 18 ประเทศ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 700 รายขึ้นไป​ ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 700 ราย มีทั้งหมด 55 ประเทศ

ณ​ วันที่​ 26 สิงหาคม ​ เวลามาตรฐานกรีนิช 02:05 น. ผู้ติดเชื้อในทวีปยุโรป ​3,407,333 ราย และเสียชีวิตรวม​ 205,970 ราย

ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตเพียงรายเดียวได้แก่ประเทศลิกเตนสไตน์และประเทศโมนาโก

พื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อได้แก่ หมู่เกาะอะราน​ Aran Islands​ สฟาลบาร์ยานไมเอน ราชอาณาจักรตาโวลารา ​และ ซีแลนด์ไม่พบผู้ติดเชื้อ ดินแดนที่พบผู้ติดเชื้อแต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตได้แก่ หมู่เกาะโอลันด์ยิบรอลตาร์

ดินแดนอาณานิคม​แก้ไข

หมู่เกาะที่มีผู้เสียชีวิตเพียงรายเดียวได้แก่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน​(หมู่เกาะในทวีปอเมริกาเหนือ)​และหมู่เกาะเคย์แมน

ที่เกิร์นซีย์​มีผู้​เสียชีวิต ​13 ราย และไอล์ออฟแมน​ มีผู้​เสียชีวิต​ 24 ราย หมู่เกาะแชนเนล​มีผู้เสียชีวิต 44 ราย แซ็งปีแยร์และมีเกอลง ​มีผู้ติดเชื้อ 4 ราย หมู่เกาะเติกส์และเคคอส มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่เรอูนียง​ มีผู้​เสียชีวิต ​4 รายแองกวิลลามีผู้ติดเชื้อ3ราย

รัสเซียแก้ไข

วันที่ 26 สิงหาคม ประเทศรัสเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อ 966,189 ราย เป็นอันดับ 4 ของโลก และเสียชีวิต 16,568 ราย เป็นอันดับที่ 12 ของโลก

รัสเซียเป็นประเทศที่พบผู้เสียชีวิตใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุดโดยผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต 59 รายที่แคว้นมูร์มันสค์

ทวีปอเมริกาเหนือแก้ไข

วันที่ 26 สิงหาคม​ สหรัฐอเมริกาประเทศเม็กซิโก และ ประเทศแคนาดา​ เป็นศูนย์กลาง​การแพร่ระบาดของทวีปอเมริกาเหนือ

ณ​ วันที่​ 26 สิงหาคม ​ทวีปอเมริกาเหนือมีจำนวน​ 7 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิต​ในแต่ละประเทศมากกว่า 1,000 ราย​ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาประเทศเม็กซิโก ประเทศแคนาดา​ ​ประเทศปานามาประเทศฮอนดูรัสประเทศกัวเตมาลา ประเทศโดมินิกัน

ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสแก้ไข

พบผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 4 คน โดยมีการยืนยันผู้ป่วยครั้งแรกจำนวน 2 คนเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ในเกาะเซนต์มาร์ติน ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส โดยตัวผู้ป่วยได้เดินทางมาจากฝรั่งเศสผ่านดินแดนซินต์มาร์เตินของเนเธอร์แลนด์ และแซ็ง-บาร์เตเลมี ซึ่งบุตรชายของผู้ป่วยได้เกิดการติดเชื้อขึ้น ทั้งคู่เดินทางกลับไปยังเกาะเซนต์มาร์ตินและถูกตรวจพบที่ท่าอากาศยาน และได้ถูกส่งตัวต่อไปกักโรคที่โรงพยาบาลบนเกาะ[314] ขณะที่ในกัวเดอลุป มีรายงานผู้ป่วยจำนวนหนึ่งคน[315]

ปานามาแก้ไข

ณ วันที่ 26 สิงหาคม ประเทศปานามามีผู้เสียชีวิต 1,919 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 88,381 ราย

กัวเตมาลาแก้ไข

ณ วันที่ 26 สิงหาคม ประเทศกัวเตมาลา ​มีผู้เสียชีวิต 2,630 ราย ผู้ติดเชื้อ 69,651 ราย

เม็กซิโกแก้ไข

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ประเทศเม็กซิโกมีการยืนยันผู้ป่วยครั้งแรกจำนวน 3 คน เป็นชายอายุ 35 ปี และ 59 ปีในเม็กซิโกซิตี และชายอายุ 41 ปีในรัฐซีนาโลอา ซึ่งทั้งสามมีผลการทดสอบเป็นบวกและได้ถูกกักโรคไว้ที่โรงพยาบาลและโรงแรม ตามลำดับ สองคนแรก ทั้งคู่ได้เดินทางไปยังเมืองเบอร์กาโม ประเทศอิตาลี และพำนักอยู่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์[316][317][318][319] วันที่ 29 กุมภาพันธ์ มีการพบผู้ป่วยรายที่สี่ เป็นหญิงอายุ 20 ปี ซึ่งได้มีการเดินทางไปยังประเทศอิตาลีมา[320] วันที่ 1 มีนาคม มีการพบผู้ป่วยรายที่ 5 เป็นนักศึกษาในรัฐเชียปัส ซึ่งเพิ่งได้เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี[321] ณ วันที่ 26 สิงหาคม มีผู้เสียชีวิต 61,450 ราย และ มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 568,621 ราย

แคนาดาแก้ไข

ณ วันที่ 4 มีนาคม มีรายงานผู้ป่วยโคโรนาไวรัสในประเทศแคนาดา 33 คน โดยแบ่งเป็นพบในบริติชโคลัมเบีย 8 คน รัฐออนแทรีโอ 24 คน และรัฐควิเบก 1 คน[322] ผู้ป่วยทุกคนมีประวัติการเดินทางไปยังประเทศที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก และรักษาหายแล้วจำนวน 8 คน (แบ่งเป็นบริติชโคลัมเบีย 5 คน และรัฐออนแทรีโอ 3 คน)[323] ณ วันที่ 26 สิงหาคม มีผู้เสียชีวิต 9,090 ราย ไม่พบผู้ป่วยที่เกาะแบฟฟิน จำนวนผู้ติดเชื้อ 125,969 ราย

สหรัฐแก้ไข

วันที่ 21 มกราคม สหรัฐรายงานพบผู้ป่วยรายแรก เป็นชายอายุ 35 ปีที่อาศัยอยู่ในเทศมณฑลสโนโฮมิช รัฐวอชิงตัน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากอู่ฮั่นที่ท่าอากาศยานนานาชาติซีแอตเทิล–ตาโคมา ในวันที่ 15 มกราคม

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ มีการพบผู้ป่วย 66 คน[324] และมีผู้หายป่วยจำนวน 7 คน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐรายงานพบผู้ป่วยในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งอาจเป็นกรณีแรกของการติดต่อกันภายในประเทศ[312] วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ทางการรัฐวอชิงตันแถลงยืนยันว่าพบผู้เสียชีวิตรายแรกจากโรคโคโรนาไวรัสในสหรัฐ[325]

วันที่ 2 มีนาคม เทศมณฑลคิง รัฐวอชิงตัน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน 14 คน และยังมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 5 คน[326] ศูนย์อนามัยออรีกอนยังได้รายงานว่าพบผู้อาจติดเชื้อใหม่จำนวนสามรายในรัฐด้วย ซึ่งเป็นชายในเทศมณฑลอูมาทิลลา ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวในวัลลาวัลลา รัฐวอชิงตัน[327] ที่เกาะไซปัน หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ผู้ติดเชื้อ 14 ราย เกาะกวม เสียชีวิต 5 ราย รัฐฮาวาย เสียชีวิต 17 ราย

ณ วันที่ 26 สิงหาคม มีผู้เสียชีวิต 182,404 ราย มากเป็นอันดับ 1 ของโลก และมีจำนวนผู้​ติดเชื้อ​ ​5,955,728 ราย มากเป็นอันดับ 1 ของโลกเช่นเดียวกัน

สาธารณรัฐโดมินิกันแก้ไข

วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสรายแรกในประเทศโดมินิกัน และภูมิภาคแคริบเบียน เป็นชายอายุ 62 ปีจากประเทศอิตาลี ซึ่งเดินทางเข้าประเทศในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และเกิดอาการป่วยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยผู้นี้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทหารรามอนลารา[328]

ณ วันที่ 26 สิงหาคม มีผู้เสียชีวิต 1,585 ราย มีผู้ติดเชื้อ 92,217 ราย

ฮอนดูรัสแก้ไข

ณ วันที่ 26 สิงหาคม ประเทศฮอนดูรัส​ มีผู้เสียชีวิต​ 1,683 ราย มีผู้ติดเชื้อ 55,479 ราย

อาร์กติกแก้ไข

วันที่ 23 กรกฎาคม ศูนย์กลาง​การแพร่ระบาดในพื้นที่วงกลมอาร์กติก ได้แก่แคว้นมูร์มันสค์ (Murmansk Oblast) ​มีผู้ติดเชื้อ8,975ราย หายแล้ว 4,835 และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 59 ราย เทศบาลทรุมเซอ และ ​เทศมณฑลฟินมาร์ก ประเทศนอร์เวย์​ พบผู้ติดเชื้อ 258 ราย รัฐอะแลสกา เฉพาะพื้นที่ใน วงกลมอาร์กติก ได้แก่ เขตนอร์ทสโลป (North Slope Borough)​ ติดเชื้อ​ 3 ราย​ และ เขตนอร์ทเวสต์ อาร์กติก​ (Northwest Arctic Borough)​ ติดเชื้อ 4 ราย รวมจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 9,240 ราย

ดินแดนในอาร์กติก​ที่อยู่ในวงกลมอาร์กติก มีรายงานว่าพบผู้ป่วยที่โรงงานแก๊สธรรมชาติเหลว ในหมู่บ้านเบโลคาเมนกา (Belokamenka) ในเมือง มูร์มันสค์ ในประเทศรัสเซีย ราว 200 ราย[329][330]

ทวีปอเมริกาใต้แก้ไข

วันที่ 26 สิงหาคม​ ศูนย์​กลางการแพร่ระบาดของทวีปอเมริกาใต้ อยู่ที่ ประเทศบราซิล ประเทศเปรู และ ประเทศชิลี​ ในวันดังกล่าว ทวีปอเมริกาใต้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า​ 7,500 ราย ทั้งหมด​ ​5 ประเทศ​

พื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในทวีปคือ เกาะเซาท์จอร์เจียและหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช พื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด​ ณ​ วันที่​ 26 สิงหาคม​ ​ได้แก่ที่ ประเทศบราซิล 116,666 ราย อันดับที่ 2 ของโลก รองลงมาได้แก่ ประเทศเปรู 27,813 ราย อันดับที่ 9​ ของโลก ​ประเทศชิลี​ 10,958 ราย อันดับที่​ 14 ของโลก ประเทศโคลอมเบีย​ 17,889 ราย​ อันดับที่ 11​ ของโลก ประเทศอาร์เจนตินา​ 7,563 ราย อันดับที่ 18​ ของโลก

ประเทศชิลีแก้ไข

ณ​ วันที่​ 26 สิงหาคม ทั้งประเทศมีผู้ติดเชื้อ 400,985 ราย อันดับที่ 10 ของโลก เสียชีวิต 10,958 ราย อันดับที่ 14 ของโลก ประเทศชิลีเป็นประเทศที่พบผู้เสียชีวิตใกล้แอนตาร์กติกา​มากที่สุดโดยพบที่ แคว้นมากายาเนสและลาอันตาร์ตีกาชีเลนา​ มีผู้เสียชีวิต 18 ราย[331]

ประเทศบราซิลแก้ไข

ในวันที่​ 26 สิงหาคม​ ​จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 3,674,176 ราย เป็นอันดับที่​ 2 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 116,666​ ราย​ เป็นอันดับที่​ 2 ของโลก

ประเทศเปรูแก้ไข

ในวันที่​ 26 สิงหาคม​ ​จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 600,438 ราย เป็นอันดับที่​ 6 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 27,813​ ราย​ เป็นอันดับที่​ 9 ของโลก

ประเทศโคลอมเบียแก้ไข

ในวันที่​ 26 สิงหาคม​ ​จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 562,128 ราย เป็นอันดับที่​ 8 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 17,889​ ราย​ เป็นอันดับที่​ 11 ของโลก

ประเทศอาร์เจนตินาแก้ไข

ในวันที่​ 26 สิงหาคม​ ​จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 359,638 ราย เป็นอันดับที่​ 12 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 7,563​ ราย​ เป็นอันดับที่​ 18 ของโลก

ทวีปแอนตาร์กติกาแก้ไข

พบผู้ป่วยบนเรือสำราญ Australian cruise ship Greg Mortimer ซึ่งติดเชื้อบนเรือขณะท่องเที่ยวทวีปแอนตาร์กติกา ผู้ป่วยได้เดินทางท่องเที่ยวที่ เกาะคิงจอร์จ (King George Island) และเกาะเซาท์เชตแลนด์ (South Shetland Islands) ส่งผลให้ทั้งสองเกาะมีผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางออกจากเกาะแล้ว 165 ราย[332]

เอเชียแก้ไข

ในวันที่ 25 สิงหาคม ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของทวีปเอเซีย อยู่ที่ ​ประเทศอินเดีย ​ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ เป็นอันดับ 3 ของโลก และผู้เสียชีวิต เป็นอันดับ 4 ของโลก ประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ เป็นอันดับ 11 ของโลก และผู้เสียชีวิต เป็นอันดับ 10 ของโลก และ ประเทศปากีสถาน​ ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ เป็นอันดับ 16 ของโลก และผู้เสียชีวิต เป็นอันดับ 22 ของโลก

ประเทศเติร์กเมนิสถานเกาะคริสต์มาส หมู่เกาะโคโคส (คีลิง) ​และประเทศเกาหลีเหนือ​ ไม่พบผู้ติดเชื้อ ประเทศลาวประเทศกัมพูชาประเทศติมอร์-เลสเต มองโกเลียมาเก๊า ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต​

ณ​ วันที่​ 26​ สิงหาคม​ ​จำนวนประเทศที่มีผู้เสียชีวิต​มากกว่า 1,000 ราย มีจำนวน 14 ประเทศ​ ได้แก่ ประเทศอิหร่านประเทศจีนประเทศตุรกีประเทศอินเดียประเทศอินโดนีเซียประเทศปากีสถานประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศบังคลาเทศ ประเทศอิรักประเทศซาอุดีอาระเบีย ประเทศคีร์กีซสถาน ประเทศอัฟกานิสถาน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศคาซัคสถาน และผู้เสียชีวิตทั้งหมดของทวีปเอเซียจำนวน 133,309 ราย

กัมพูชาแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศกัมพูชา
(ณ วันที่ 22 มีนาคม 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ กัมพูชายืนยันพบผู้ป่วยครั้งแรกในเมืองพระสีหนุ เป็นชายชาวจีนอายุ 60 ปี เดินทางไปยังเมืองนี้จากนครอู่ฮั่นพร้อมครอบครัว[333] โดยคนในครอบครัวของเขาถูกกักไว้ พวกเขาไม่มีการแสดงอาการของไวรัส ขณะที่ชายคนดังกล่าวถูกแยกไว้เพื่อรักษาที่โรงพยาบาลส่งต่อพระสีหนุ (Preah Sihanouk Referral Hospital)[334] มีรายงานว่าอาการของเขาคงที่แล้ว[335][336] ณ​ 26 สิงหาคม​ มีผู้ติดเชื้อ 273 ราย และไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต​

กาตาร์แก้ไข

กระทรวงสาธารณสุขแห่งกาตาร์ รายงานว่าพบผู้ป่วยไวรัสรายแรกในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยเป็นชาวกาตาร์ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่าน[337][338][339]ณ​ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต 194 ราย และมีผู้ติดเชื้อ​ 117,498 ราย

เกาหลีใต้แก้ไข

เกาหลีใต้มีผู้ป่วยในวันที่ 26 สิงหาคม​ จำนวน​ 18,265 ราย และเสียชีวิต 312 ราย เป็นการระบาดที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน[340] ผู้ป่วยรายแรกของการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ในประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563[341] วันที่ 19 กุมภาพันธ์ จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 20 คน และวันที่ 20 เพิ่มขึ้นอีก 53 คน ทำให้มีผู้ป่วยรวมขณะนั้นที่ 104 คน ตามการรายงานของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งเกาหลีใต้ (KCDC) ผู้ป่วยรายใหม่ส่วนมากมาจาก "ผู้ป่วยรายที่ 31" ซึ่งเข้าร่วมชุมนุมที่โบสถ์ชินช็อนจีในแดกู[342]

คูเวตแก้ไข

ประเทศคูเวตในปัจจุบันเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในโลกอาหรับ และมีจำนวนผู้ป่วยเป็นรองเพียงประเทศอิหร่านในเอเชียตะวันตก โดยมีผู้ป่วยในประเทศถูกพบแล้ว ณ วันที่​ 26 สิงหาคม​ ​จำนวน 81,573 คน[343]เสียชีวิต 519 ราย

จอร์เจียแก้ไข

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ประเทศจอร์เจีย​ยืนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของประเทศ เป็นชายอายุ 50 ปี ซึ่งเดินทางมาจากประเทศอิหร่าน โดยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยายาลโรคติดเชื้อในทบิลีซี ซึ่งผู้ป่วยรายนี้กลับเข้าสู่จอร์เจียทางพรมแดนประเทศอาร์เซอร์ไบจานโดยรถแท็กซี[344][345][346][347]

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันว่าผู้หญิงชาวจอร์เจียอายุ 31 ปีที่เพิ่งเดินทางไปประเทศอิตาลีมามีผลการทดสอบเป็นบวก และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยายาลโรคติดเชื้อในทบิลีซี[347] นอกจากนั้นยังมีผู้ถูกกักกันอยู่ณโรงพยาบาลทบิลิซีอีก 29 คน โดยที่ อามิรัน กัมเกรลิเซ รัฐมนตรีอนามัยระบุว่าพวกเขาเป็นบุคคลที่ "มีความเป็นไปได้สูง" ที่อาจมีไวรัสอยู่[348]ณ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต 19 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 1,429 ราย

จอร์แดนแก้ไข

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ประเทศจอร์แดนริเริ่มการห้ามบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศอิหร่านเข้าสู่ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว[349] ประเทศจอร์แดนได้ทำการคัดกรองทุกคนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศผ่านทางท่าอากาศยาน โดยมีการตรวจสอบทรวงอกและลำคอตลอดจนอุณหภูมิร่างกาย ส่วนชาวจอร์แดนที่มีผลทดสอบเป็นบวกจะถูกกักโรคไว้เป็นเวลา 2 สัปดาห์[350]

วันที่ 2 มีนาคม นายกรัฐมนตรีจอร์แดนแถลงว่าพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายแรกในประเทศ[351][352] เป็นชาวจอร์แดนที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี เมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มใช้มาตรการกักโรคชาวจอร์แดนที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี[351][353] ณ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต 14 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 1,716 ราย

จีนแผ่นดินใหญ่แก้ไข

ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต 4,634 ราย จำนวน​ผู้ติดเชื้อ 84,996 ราย

ซาอุดีอาระเบียแก้ไข

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประเทศซาอุดีอาระเบียประกาศระงับการเข้าประเทศเป็นการชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ในเมกกะ หรือผู้ที่ต้องการเดินทางไปเข้าชมมัสยิดอันนะบะวี รวมถึงนักท่องเที่ยว ต่อมากฎนี้ได้ขยายไปครอบคลุมนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่[354]

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งซาอุดีอาระเบีย ประกาศระงับการเข้าสู่ประเทศของพลเมืองในประเทศสมาชิกสภาความร่วมมืออ่าว (GCC) ยังเมกกะและมะดีนะหฺเป็นการชั่วคราว โดยพลเมืองของประเทศกลุ่ม GCC ที่พำนักอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียนานเกิน 14 วันติดต่อกัน และไม่ปรากฏอาการใด ๆ อันแสดงถึงโรคโควิด-19 นั้นจะอยู่นอกเหนือกฎดังกล่าว[354]

วันที่ 2 มีนาคม ทางการซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าพบผู้ป่วยเป็นรายแรก เป็นชาวซาอุดีที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่านผ่านทางประเทศบาห์เรน[355]ณ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต 3,722 ราย และมี​ผู้​ติดเชื้อ​ 309,768 ราย

ญี่ปุ่นแก้ไข

ประเทศญี่ปุ่นยืนยันผู้ป่วยรายแรกเป็นชาวจีนอายุ 30 ปี ซึ่งเคยมีการเดินทางไปยังอู่ฮั่นมาก่อน มีอาการเมื่อวันที่ 3 มกราคม และกลับเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 6 มกราคม ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต ​1,196 ราย​ และมีผู้​ติดเชื้อ​ 63,121 ราย

ที่ประเทศญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิตอีก 14 ราย บนเรือสำราญ แต่มีผู้เสียชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นเพียง 13 ราย เนื่องจากอีกหนึ่งราย เสียชีวิตในโรงพยาบาลที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งไม่ได้นับรวมไว้กับตัวเลขที่รายงาน ในเว็บไซด์ worldometer

ไต้หวันแก้ไข

ประเทศไต้หวันพบผู้ป่วยรายแรกในวันที่ 21 มกราคม[356]ณ​​วันที่​ 26 สิงหาคม ​มีผู้เสียชีวิต​รวม 7 ราย และผู้ติดเชื้อ 487 ราย

ตุรกีแก้ไข

ประเทศตุรกีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไวรัสโคโรนารายแรก เป็นผู้หญิงชาวจีนอุย อายุ 32 ปีที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งมีผลตรวลหา SARS-CoV-2 เป็นบวก ทำให้ชาวตุรกีถูกกักโรค โดยถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลในอิสตันบูล 26 สิงหาคม ประเทศตุรกีมีผู้เสียชีวิต 6,163 ราย และมีจำนวนผู้​ติดเชื้อ ​261,194 ราย

ไทยแก้ไข

วันที่ 13 มกราคม ประเทศไทยพบผู้ป่วยรายแรก ซึ่งเป็นการพบผู้ป่วยนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก[357][358][359] วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตเป็นรายแรก[360]แม้ทางการประเทศไทยจะไม่นับจังหวัดสตูลเป็นพื้นที่มีโรคระบาดแต่ในวันที่ 6 เมษายน เที่ยวบินจากจาการ์ตาที่ทำการบินลงที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ นำผู้ติดเชื้อเข้าสู่จังหวัดจำนวน 18 ราย​

เกาะที่มีขนาดใหญ่ 5 อันดับแรกของประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 3 เกาะ ณ​ 15​ พฤษภาคม​ เฉพาะที่ภูเก็ต ​มีผู้ติดเชื้อ 224 ราย เสียชีวิต 3 ราย​ซึ่งจำนวนผู้​เสียชีวิต​มากเป็นอันดับ 3 ของทั้งประเทศ​ รองจากกรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ​

เกาะสมุย​ ติดเชื้อ 7 ราย ส่วนเกาะพะงัน ซึ่งมีขนาดใหญ่​เป็นอันดับที่ 5 ของประเทศไทย ติดเชื้อ 1 ราย ยอดรวมทั้งประเทศ​ ​ณ​ วันที่​ 26 สิงหาคม​ ​เสียชีวิต 58 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 3,402 ราย

ทาจิกิสถานแก้ไข

ประเทศทาจิกิสถาน ในวันที 30 เมษายน พบติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา เป็นผู้ชายชาวทาจิกิสามคนกลับมาจากประเทศอินเดีย มีผู้ป่วย 15 ราย วันที่ 2 พฤษภาคม พบผู้เสียชีวิตรายแรก

ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม ทาจิกิสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกันอัฟกานิสถาน ณ 26 สิงหาคม มีผู้เสียชีวิต 67 ราย​ ผู้ติดเชื้อ 8,379 ราย

เนปาลแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศเนปาล
(ณ วันที่ 26 มกราคม 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

นักศึกษาชาวเนปาลซึ่งเดินทางกลับมาจากนครอู่ฮั่นและถูกกักโรคอยู่ในกาฐมาณฑุ[361] กลายเป็นผู้ป่วยรายแรกของประเทศเนปาลและภูมิภาคเอเชียใต้ในวันที่ 24 มกราคม หลังจากตัวอย่างถูกส่งไปยังศูนย์ร่วมองค์การอนามัยโลกในฮ่องกง[362][363] และถูกเลิกกักตัวหลังจากที่อาการดีขึ้น[364]ณ​ วันที่​ 26 สิงหาคม ​รายงานผู้เสียชีวิต ​164 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 33,533 ราย

บาห์เรนแก้ไข

ณ​ วันที่​ 26 สิงหาคม มีผู้ติดเชื้อ 50,076 ราย และเสียชีวิต 186 ราย

บังคลาเทศ​แก้ไข

ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ประเทศบังคลาเทศ​มีผู้เสียชีวิต ​4,028 ราย เป็นและมีผู้ติดเชื้อ 299,628 ราย

เยเมนแก้ไข

ประเทศเยเมน ในวันที่ 10 เมษายน พบผู้ป่วย 1 ราย ในเมืองฮาดราเมาต์ ณ​ ​วันที่​ 26 สิงหาคม​ ผู้เสียชีวิต 557 ราย ติดเชื้อ 1,924 ราย

รัฐชัมมูและกัศมีร์แก้ไข

​ณ วันที่ 25 สิงหาคม ​รัฐชัมมูและกัศมีร์ มีผู้ติดเชื้อ 32,647 ราย และเสียชีวิต 617 ราย

ปากีสถานแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศปากีสถาน
(ณ วันที่ 9 เมษายน 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

รัฐบาลปากีสถานเริ่มใช้มาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานในอิสลามาบาด การาจี ลาฮอร์ และเปศวาร์ เพื่อป้องกันการเข้าสู่ประเทศของไวรัสโคโรนา[365] นอกจากนี้ปากีสถานอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ยังประกาศใช้มาตรการคัดกรองผู้โดยสารก่อนเดินทางขึ้นเครื่องในเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่งด้วย[366] วันที่ 27 มกราคม สภานิติบัญญัติกิลกิต-บัลติสตันประกาศหน่วงเวลาการเปิดด่านแนวเขตแดนจีน–ปากีสถานที่ช่องผ่านแดนคุนเยรับในเดือนกุมภาพันธ์[367] และยังประกาศปิดพรมแดนปากีสถาน–อิหร่านด้วย[368]

วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มเติมในการาจีและอิสลามาบาด ทำให้จำนวนผู้ป่วยของประเทศเพิ่มเป็นสี่ราย[369] ส่วนผู้ป่วยรายแรกและรายที่สองมีประวัติการเดินทางไปยังประเทศอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื้อว่าเขาติดเชื้อ[370]

วันที่ 3 มีนาคม ทางการปากีสถานยืนยันพบผู้ป่วยรายที่ห้า ในแคว้นสินธ์ ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากการแสวงบุญที่ประเทศอิหร่านจำนวน 960 ราย ถูกกักโรคในทันที[371] ณ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต 6,255 ราย มีผู้ติดเชื้อ 293,711 ราย

ฟิลิปปินส์แก้ไข

ผู้ป่วยรายแรกของประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการยืนยันในวันที่ 30 มกราคม[372] วันที่ 5 กุมภาพันธ์ กรมอนามัย (DOH) ได้มีการยืนยันผู้ป่วยรายที่สาม[373] ณ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต 3,038 ราย ผู้ติดเชื้อ 197,164 ราย

มาเก๊าแก้ไข

​ ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ มีผู้ติดเชื้อ 46 ราย

มาเลเซียแก้ไข

ชาวจีนแปดคนถูกกักตัวอยู่ที่โรงแรมในรัฐยะโฮร์ เมื่อวันที่ 24 มกราคม หลังจากที่มีการติดต่อกับผู้ป่วยในประเทศสิงคโปร์[374] แม้จะมีรายงานในตอนแรกว่าผลการทบสอบให้ผลเป็นลบ[375] แต่ต่อมาในวันที่ 25 มกราคม มีการยืนยันว่าทั้งสามคนติดเชื้อ และถูกส่งตัวไปกักไว้ที่โรงพยาบาลสุไหงบูโลห์ในรัฐเซอลาโงร์[376][377]

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยรายที่สิบห้าซึ่งเป็นชาวจีนได้หายป่วยอย่างสมบูรณ์ นับเป็นผู้ป่วยที่หายป่วยเป็นรายที่แปดของประเทศมาเลเซีย[378] ต่อมาก็มีรายงานว่าชาวมาเลเซียอีกคนที่ติดเชื้อก็หายดีเป็นรายที่ 9[379] ​ ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ มีผู้ติดเชื้อ 9,285 ราย และมีผู้เสียชีวิต 125 ราย

เลบานอนแก้ไข

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประเทศเลบานอนยีนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรก เป็นหญิงอายุ 45 ปีที่เดินทางมาจากกอม ประเทศอิหร่าน ซึ่งมีผลตรวจหา SARS-CoV-2 เป็นบวก โดยถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลในเบรุต[380]​ ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ มีผู้ติดเชื้อ 13,687 ราย และเสียชีวิต ​138 ราย

เวียดนามแก้ไข

ผู้ป่วยยืนยันสองรายแรกเข้าโรงพยาบาลในวันที่ 22 มกราคม และรับการรักษาที่โรงพยาบาลโช่เซย ในนครโฮจิมินห์ กรณีแรกเป็นชาวจีนที่เดินทางจากนครอู่ฮั่นไปฮานอย เพื่อเยื่ยมลูกชายที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม และรายที่สองคือลูกชายของเชื่อว่าติดโรคจากผู้เป็นพ่อ[381] หลังจากที่ยืนยันแล้ว รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งให้เปิดใช้งานศูนย์ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดฉุกเฉิน[382]

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ บิดาของผู้ป่วยดังกล่าวมีผลการทดสอบเป็นบวก และกลายเป็นผู้ป่วยรายที่สิบหก[383] วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พวกเขาทั้งหมดได้หายป่วย[384] ​​ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ​มีผู้ติดเชื้อ 1,029 ราย เสียชีวิต 27 ราย

ศรีลังกาแก้ไข

​ ณ วันที่ 26 สิงหาคม มีผู้เสียชีวิต 12 ราย มีผู้ติดเชื้อ 2,971 ราย

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แก้ไข

ผู้ป่วยรายแรกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับการยืนยันในวันที่ 29 มกราคม พรัอมกับครบครัว ของ ชาวอู่ฮั่น[385][386]​ เป็นผู้หญิงชราชาวจีน อายุ 72 ปี และ ลูกชาย อายุ 34 ปี ที่กรณีแรกเป็นชาวจีนเดินทางมาจากนครอู่ฮั่นไปนครดูไบ ซึ่งมีผลตวรจหา SASR-Cov-2 ถูกกักโรค โดยถูกส่งตัวไปเข้าโรงพยาบาลในดูไบ

ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ หลังจากชาวเอมิเรตส์ได้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เพื่อลูกสาวที่อาศัยอยู่ที่ดูไบ และรายที่สามคือลูกสาวของเชื้อว่าติดโรคกับแม่

วันที่ 2 มืนาคม กรุงอาบูดาบียีนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นผู้ชายชาวรัสเซีย อายุ 38 ปี และผู้หญิงชาวรัสเซีย อายุ 36 ปี กรณีแรกเป็นชาวรัสเซียเดินทางจากกรุงมอสโกไปอาบูดาบี ชาวรัสเซียสองคนถูกกักตัวอยู่ที่โรงแรมในอาบูดาบี ต่อมา วันที่ 25 มืนาคม รัฐบาลเอมิเรตส์ได้โอกาศปัญหากับ อาบูดาบีและดูไบ จากปิดชั่วคราว เช่า รันอาหาร รันกาแฟ หัง โรงภาพยนตร์ และทั้งหมด ยกเว็น โรงพยาบาล และรันขายยา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศปิดพรมแดนที่ตัดกับประเทศซาอุดีอาระเบีย ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ มีผู้ติดเชื้อ 67,621 ราย เสียชีวิต 377 ราย

สิงคโปร์แก้ไข

ผู้ป่วยรายแรกในประเทศสิงคโปร์ได้รับการยืนยันในวันที่ 23 มกราคม[387] ต่อมามีการรายงานพบผู้ป่วยในท้องถิ่นเป็นรายแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ร้านย่งไทฮั่ง (Yong Thai Hang) เป็นร้านค้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับการระบุเป็นสถานที่ที่เกิดการติดเชื้อ เนื่องจากมีผู้หญิงจำนวนสี่คนที่ไม่เคยเดินทางไปยังประเทศจีนเกิดติดเชื้อไวรัสขึ้น[388]

วันที่ 4 มีนาคม มีผู้ป่วยในประเทศรวม 112 คน[389] ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ มีผู้ป่วย 56,435 ราย จำนวนผู้เสียชีวิต 27 ราย

อัฟกานิสถานแก้ไข

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 มีพลเมืองในเฮรัตอย่างน้อยสามคน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากกอม ถูกต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ตัวอย่างเลือดถูกส่งไปยังคาบูลเพื่อทดสอบเพิ่มเติม[390] ภายหลังอัฟกานิสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับอิหร่าน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันผู้ป่วยรายแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในสามคนจากเฮรัตดังกล่าว โดยเป็นชายอายุ 35 ปีซึ่งมีผลการทดสอบ SARS-CoV-2 เป็นบวก[391] ณ วันที่ 26 สิงหาคม​​ มีผู้เสียชีวิต​ ​1,397 ราย ผู้ติดเชื้อ 38,070 ราย

อาเซอร์ไบจานแก้ไข

ประเทศอาเซอร์ไบจานมีการยืนยันผู้ป่วยรายแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากรัสเซีย ซึ่งเคยเพิ่งเดินทางมาจากประเทศอิหร่าน[392] และยังมีการพบผู้ป่วยเพิ่มเติมอีกสองรายในประเทศ ทั้งหมดถูกกักโรค ต่อมาอาเซอร์ไบจานได้ประกาศปิดชายแดนที่ติดกับประเทศอิหร่าน[393] ​ ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต ​521 ราย ผู้ติดเชื้อ 35,559 ราย

คาซัคสถานแก้ไข

ประเทศคาซัคสถานยีนยันพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายในวันที่ 13 มีนาคม จากจีน ซึ่งเคยเพิ่งเดินทางมาจากประเทศตุรกี และยังมีการพบผู้ป่วยเพิ่มอีกสองรายในประเทศ ทั้งหมดถูกกักโรค ต่อมาคาซัคสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับประเทศรัสเซีย​ ​ ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ​มีผู้​ติดเชื้อ​ 104,902 ราย ​และผู้​เสียชีวิต ​1,523 ราย

อาร์มีเนียแก้ไข

ประเทศอาร์มีเนียยืนยันพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายแรกในช่วงปลายของวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม เป็นชาวอาร์มีเนียอายุ 29 ปีที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่านและมีรายงานยืนยันผลทดสอบเป็นบวก ภริยาของบุคคลนี้ได้ถูกนำไปทดสอบเช่นกัน โดยผลออกมาเป็นลบ นายกรัฐมนตรีนิกอล ปาชินยันแถลงว่าผู้ป่วยนั้น "มีอาการดีขึ้นแล้ว" นอกจากนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยประมาณ 30 คนถูกนำไปทดสอบและจะถูกกักโรค ซึ่งก่อนหน้านี้อาร์มีเนียได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับประเทศอิหร่านไปแล้ว[394]​ ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ​มีผู้เสียชีวิต ​858 ราย และมี​ผู้ติดเชื้อ 42,936 ราย

อินเดียแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศอินเดีย
(ณ วันที่ 9 เมษายน 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

รัฐบาลอินเดียออกคำแนะนำการเดินทางแก่ประชาชน โดยเฉพาะกับนครอู่ฮั่น ซึ่งมีนักศึกษาแพทย์ชาวอินเดียกำลังศึกษาอยู่ประมาณ 500 คน[395]

ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศจีนเข้าสู่ท่าอากาศยานหลักเจ็ดแห่งของประเทศอินเดีย ต้องเดินผ่านเครื่องตรวจจับความร้อน[396][397]

วันที่ 24 มกราคม มีรายงานผู้ต้องสงสัยจำนวนสองราย ซึ่งกำลังเข้ารับการรักษาอยู่ในมุมไบ[398] ​​ ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ​จำนวนผู้เสียชีวิตในอินเดียมากถึง 59,612 ราย ผู้ติดเชื้อ 3,231,754 ราย

อินโดนีเซียแก้ไข

ประเทศอินโดนีเซียได้ทำการติดตั้งเครื่องตรวจอุณหภูมิที่เกตและท่าเรือโดยกระทรวงอนามัย และยังมีการจัดเตรียมห้องกักโรคที่โรงพยาบาลกว่า 100 แห่ง

อินโดนีเซียประกาศห้ามทุกเที่ยวบินที่เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้า รวมถึงออกจากประเทศ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป และยังยกเลิกการให้ฟรีวีซ่าและวีซ่าเมื่อมาถึงกับบุคคลสัญชาติจีนด้วย และยังห้ามผู้ที่อยู่หรือพำนักในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันเข้าหรือผ่านประเทศอินโดนีเซีย[399]

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ชาวอินโดนีเซียจำนวน 9 คนที่เดินทางไปบนเรือไดมอนด์พรินเซสมีผลการทดสอบการติดเชื้อเป็นบวก ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมส่งลูกเรือที่เหลือ 68 คนจาก 188 คนจากเรือเวิลด์ดรีม ไปยังเกาะเซอบารูเคกิล ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ในบรรดาหมู่เกาะนับพัน[400][401][402]

วันที 2 มีนาคม ทางการอินโดนีเซียได้ยืนยันติดเชื้อว่าพบผู้ป่วย ชาวอินโดนีเซียที่เดินทางกลับมาจากประเทศจีน

ณ วันที่ 28​ กรกฎาคม​ ​อินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิต 4,838 ราย ผู้ติดเชื้อ 100,303 ราย

อิรักแก้ไข

​​ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ​ประเทศอิรักมีผู้ป่วยรวม 211,947 ราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 6,596 ราย[403]

อิหร่านแก้ไข

ประเทศอิหร่านเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโลกในทวีปเอเซีย

โดยเจอผู้ติดเชื้อรายแรกที่เมืองกอม (Qom City) ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ​พบผู้ติดเชื้อ 363,363 ราย[404] ประเทศอิหร่าน มีผู้เสียชีวิต 20,901 ราย

โอมานแก้ไข

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสองรายแรก เป็นหญิงชาวโอมานสองคนที่กลับมาจากประเทศอิหร่าน[405][406]​ ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ​มีผู้เสียชีวิตรวม 642 ราย ผู้ติดเชื้อ 84,652 ราย

อิสราเอลแก้ไข

​ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ​ป​ระเทศอิสราเอลมีผู้เสียชีวิต 859 ราย ติดเชื้อ 106,460 ราย

ฮ่องกงแก้ไข

วันที่ 26 พฤษภาคม​ ศูนย์ปกป้องอนามัยฮ่องกงพบผู้ป่วยรวม 1,206 คน ในฮ่องกง และผู้เสียชีวิต 7 คน[407][408][409]​ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ฮ่องกง มีผู้เสียชีวิต 77 ราย ติดเชื้อ 4,711 ราย

โอเชียเนียแก้ไข

ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโอเซียเนียได้แก่ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์​ และ​ ประเทศปาปัวนิวกินี

ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ จำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 370 ราย พบใน 4 ประเทศ คือ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศปาปัวนิวกินี เฟรนช์พอลินีเชีย

ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ โอเชียเนียมีผู้เสียชีวิตรวม​ 552 ราย ติดเชื้อรวม 27,590 ราย

ประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิต มี สามประเทศได้แก่ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ และ ประเทศฟิจิ

ประเทศออสเตรเลียแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศออสเตรเลีย
(ณ วันที่ 9 เมษายน​ 2563):
  มีรายงานยืนยันผู้ป่วย

วันที่ 25 มกราคม มีการยืนยันผู้ป่วยรายแรก เป็นชายอายุราว 50 ปี ซึ่งเดินทางจากเมืองกว่างโจวมายังเมลเบิร์นในวันที่ 19 มกราคม ผ่านสายการบินไชนาเซาเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ CZ321 เขาเข้ารับการรักษาตัวที่ศูนย์การแพทย์โมนาชในเมลเบิร์น[410][411] จากนั้นมีการประกาศว่ามีผู้ป่วยอีกสามรายที่มีผลการทดสอบเป็นบวกในรัฐนิวเซาท์เวลส์[412][413] ต่อมามีการเฝ้าสังเกตอาการอีกหกราย และมีการยืนยันว่าจะเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลหลังจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากนครอู่ฮั่น จากในหกราย มีผู้ต้องสงสัยถึงสองรายที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัส ส่วนที่เหลืออีกสี่รายอาจถูกสงสัยว่าติดเชื้อไวรัส[414]

หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ออสเตรเลีย ระบุว่าเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางชีวภาพ จะเริ่มคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงในสามสัปดาห์โดยเที่ยวบินจากอู่ฮั่นถึงซิดนีย์ ในวันที่ 23 มกราคม ผู้โดยสารจะได้รับแผ่นพับข้อมูล และข้อให้แสดงตัวหากมีไข้หรือต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อโรค[415]รัฐแทสเมเนีย มีผู้เสียชีวิต 13 ราย

ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ​มีผู้เสียชีวิต​ 525 ราย ผู้ติดเชื้อ 25,053 ราย

ประเทศนิวซีแลนด์แก้ไข

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พบผู้ป่วยรายแรกกลับมาจากประเทศอิหร่าน[416] วันที่ 25 มีนาคม ประเทศนิวซีแลนด์ พบผู้ติดเชื้อ 205 ราย รักษาหายแล้ว 22 ราย ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน[417] 29 มีนาคม พบผู้เสียชีวิตรายแรก[418]ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ ​ ประเทศนิวซีแลนด์​มีผู้เสียชีวิต 22 ราย ​ผู้ติดเชื้อ 1,695 ราย

หมู่เกาะแชทัม​ และ เกาะสจวร์ต​ไม่พบผู้ติดเชื้อ

ประเทศฟิจิแก้ไข

ประเทศฟิจิ​ ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ พบผู้ติดเชื้อ 28 ราย เสียชีวิต 1 ราย

ประเทศปาปัวนิวกินีแก้ไข

ประเทศปาปัวนิวกินี ณ วันที่ 26 สิงหาคม​ พบผู้ติดเชื้อ 419 รายเสียชีวิต 4 ราย

แอฟริกาแก้ไข

ณ วันที่ 26 สิงหาคม จำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ราย มีทั้งหมด 21 ประเทศ จำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 50 ราย มีจำนวน 37 ประเทศ จำนวนผู้ติดเชื้อพบทั้งทวีปแอฟริกา

ศูนย์กลางการแพร่ระบาดอยู่ที่ ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศอียิปต์ และ ประเทศแอลจีเรีย​ ประเทศที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ได้แก่ ประเทศเอริเทรีย และ ประเทศเซเชลส์

ประเทศอียิปต์​แก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศอียิปต์
(ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563):
  มีรายงานยืนยันผู้ป่วย
  มีการรายงานผู้ต้องสงสัย

ประเทศอียิปต์วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 อียิปต์ได้ยืนยันติดเชื้อผู้ป่วย มีผู้ชายชาวจีนอายุ 30 ปี ใด้เดินทางมาจาก ประเทศจีน ต้องหา ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เป็นบวก ทำไห้ชาวอียิปต์ถูกติดเชิ้อโควิด-19 ต้องสั่งไปเข้าโรงพยาบาลในไคโร

วันที่ 25 มีนาคม 2563 สายการบินอียิปต์แอร์ ถูกยกเลิกเที่ยวบินแล้ว ต่อมา วันที่ 12 เมษายน 2563 สนามบินแห่งไคโรได้ปิดทำการ อียิปต์ได้ประกาศปิดแดนทะเลซาอุดีอาระเบีย ณ วันที่​ 26 สิงหาคม​ มี​ผู้เสียชีวิต 5,298 ราย ผู้ติดเชื้อ 97,619 ราย

ประเทศแอลจีเรียแก้ไข

ณ​ ​26 สิงหาคม ​มีผู้เสียชีวิต 1,456 ราย มีจำนวนผู้ติดเชื้อ​ 42,228 ราย

ประเทศโมร็อกโกแก้ไข

ณ​ ​วันที่​ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต 955 ราย ผู้ติดเชื้อ 54,528 ราย

ประเทศแอฟริกาใต้แก้ไข

ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นประเทศพบผู้ป่วยรายแรก 25 กุมภาพันธ์

ณ​ 26 สิงหาคม​ มีผู้เสียชีวิต 13,308 ผู้ติดเชื้อ 613,017 ราย

ประเทศไนจีเรียแก้ไข

ณ​ วันที่ 26 สิงหาคม​ ผู้เสียชีวิต 1,007 ผู้ติดเชื้อ 52,800 ราย

ประเทศเอธิโอเปียแก้ไข

ณ​ 26 สิงหาคม​ ​ประเทศเอธิโอเปีย ผู้เสียชีวิต 709 ผู้ติดเชื้อ 43,688 ราย

ประเทศซูดานแก้ไข

ณ​ วันที่​ ​​26 สิงหาคม​ ประเทศซูดาน ​มีผู้เสียชีวิต 819 ราย ผู้ติดเชื้อ 12,974 ราย

เส้นเวลาของการยืนยันผู้ป่วยกรณีแรกเรียงตามประเทศและดินแดนแก้ไข

ผู้ป่วยกรณีแรกเรียงตามประเทศและดินแดน
วันที่ ประเทศหรือดินแดน
2 มกราคม   จีน (แผ่นดินใหญ่)
13 มกราคม   ไทย
16 มกราคม   ญี่ปุ่น
20 มกราคม   เกาหลีใต้  สหรัฐ
21 มกราคม   ไต้หวัน[a]
22 มกราคม   ฮ่องกง[b]  มาเก๊า[b]
23 มกราคม   สิงคโปร์  เวียดนาม
24 มกราคม   ฝรั่งเศส  เนปาล
25 มกราคม   ออสเตรเลีย  แคนาดา  มาเลเซีย
27 มกราคม   กัมพูชา  เยอรมนี  ศรีลังกา
29 มกราคม   ฟินแลนด์  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
30 มกราคม   อินเดีย  อิตาลี  ฟิลิปปินส์
31 มกราคม   รัสเซีย  สเปน  สวีเดน  สหราชอาณาจักร
4 กุมภาพันธ์   เบลเยียม
14 กุมภาพันธ์   อียิปต์
19 กุมภาพันธ์   อิหร่าน
21 กุมภาพันธ์   อิสราเอล  เลบานอน
24 กุมภาพันธ์   อัฟกานิสถาน  บาห์เรน  อิรัก  คูเวต  โอมาน
25 กุมภาพันธ์   แอลจีเรีย  ออสเตรีย  บราซิล  โครเอเชีย  สวิตเซอร์แลนด์
26 กุมภาพันธ์   จอร์เจีย  กรีซ  นอร์ทมาซิโดเนีย  นอร์เวย์  ปากีสถาน  โรมาเนีย
27 กุมภาพันธ์   เดนมาร์ก  เอสโตเนีย  เนเธอร์แลนด์  ไนจีเรีย  ซานมารีโน
28 กุมภาพันธ์   อาเซอร์ไบจาน  เบลารุส  ไอซ์แลนด์  ลิทัวเนีย  เม็กซิโก  โมนาโก  นิวซีแลนด์  เวลส์[c]
29 กุมภาพันธ์   เอกวาดอร์  ไอร์แลนด์  ลักเซมเบิร์ก  กาตาร์
1 มีนาคม   อาร์เมเนีย  เช็กเกีย  สาธารณรัฐโดมินิกัน  แซ็ง-บาร์เตเลมี[d]  แซ็ง-มาร์แต็ง[d]  สกอตแลนด์[c]
2 มีนาคม   อันดอร์รา  อินโดนีเซีย  จอร์แดน  ลัตเวีย  โมร็อกโก  โปรตุเกส  ซาอุดีอาระเบีย  เซเนกัล  ตูนิเซีย
3 มีนาคม   อาร์เจนตินา  ชิลี  ยิบรอลตาร์[e]  ลิกเตนสไตน์  ยูเครน
4 มีนาคม   หมู่เกาะแฟโร[f]  เฟรนช์เกียนา[g]  ฮังการี  โปแลนด์  สโลวีเนีย
5 มีนาคม   บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา  มาร์ตีนิก[g]  ปาเลสไตน์  แอฟริกาใต้
6 มีนาคม   ภูฏาน  แคเมอรูน  โคลอมเบีย  คอสตาริกา  เปรู  เซอร์เบีย  สโลวาเกีย  โตโก  นครรัฐวาติกัน
7 มีนาคม   มัลดีฟส์  มอลตา  มอลโดวา  ปารากวัย
8 มีนาคม   แอลเบเนีย  บังกลาเทศ  บัลแกเรีย
9 มีนาคม   บรูไน  ไซปรัส  เกิร์นซีย์[h]  ปานามา
10 มีนาคม   โบลิเวีย  บูร์กินาฟาโซ  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  จาเมกา  เจอร์ซีย์[h]  เมลียา[i]  มองโกเลีย  นอร์เทิร์นไซปรัส[a]  ตุรกี
11 มีนาคม   คิวบา  เฟรนช์พอลินีเชีย[d]  กายอานา  ฮอนดูรัส  โกตดิวัวร์  เรอูนียง[g]
12 มีนาคม   เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์  ตรินิแดดและโตเบโก
13 มีนาคม   แอนติกาและบาร์บูดา  อารูบา[j]  หมู่เกาะเคย์แมน[e]  เซวตา[i]  กือราเซา[j]  เอธิโอเปีย  กาบอง  กานา  กัวเดอลุป[g]  กัวเตมาลา  กินี  คาซัคสถาน  เคนยา  คอซอวอ[a]  ปวยร์โตรีโก[k]  เซนต์ลูเซีย  ซูดาน  ซูรินาม  หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ[k]  อุรุกวัย  เวเนซุเอลา
14 มีนาคม   สาธารณรัฐแอฟริกากลาง  สาธารณรัฐคองโก  อิเควทอเรียลกินี  เอสวาตีนี  มอริเตเนีย  มายอต[g]  นามิเบีย  รวันดา  เซเชลส์
15 มีนาคม   แอโครเทียรีและดิเคเลีย[e]  บาฮามาส  กวม[k]  อุซเบกิสถาน
16 มีนาคม   เบนิน  กรีนแลนด์[f]  ไลบีเรีย  โซมาเลีย  แทนซาเนีย
17 มีนาคม   บาร์เบโดส  แกมเบีย  มอนเตเนโกร  ซินต์มาร์เติน[j]
18 มีนาคม   เบอร์มิวดา[e]  จิบูตี  เอลซัลวาดอร์  คีร์กีซสถาน  มอริเชียส  มอนต์เซอร์รัต[e]  นิวแคลิโดเนีย[l]  นิการากัว  แซมเบีย
19 มีนาคม   แองโกลา  ชาด  ฟิจิ  เฮติ  ไอล์ออฟแมน[h]  ไนเจอร์
20 มีนาคม   กาบูเวร์ดี  ติมอร์-เลสเต  มาดากัสการ์  ปาปัวนิวกินี  ยูกันดา  ซิมบับเว
21 มีนาคม   หมู่เกาะโอลันด์[m]  สาธารณรัฐไครเมีย[n]  เอริเทรีย  ทรานส์นีสเตรีย[o]
22 มีนาคม   โดมินิกา  เกรเนดา  โมซัมบิก  ซีเรีย
23 มีนาคม   เบลีซ  พม่า  หมู่เกาะเติกส์และเคคอส[e]
24 มีนาคม   เกาะอีสเตอร์[p]  อ่าวกวนตานาโม  ลาว  ลิเบีย
25 มีนาคม   หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน[e]  กินี-บิสเซา  มาลี  เซนต์คิตส์และเนวิส
26 มีนาคม   แองกวิลลา[e]
28 มีนาคม   หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา[k]
30 มีนาคม   บอตสวานา
31 มีนาคม   บุรุนดี  สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์[q]  สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์[q]  เซียร์ราลีโอน  ซินต์เอิสตาซียึส[r]  โซมาลีแลนด์[s]
2 เมษายน   มาลาวี
3 เมษายน   หมู่เกาะฟอล์กแลนด์[e][n]
4 เมษายน เวสเทิร์นสะฮารา[n][t]
5 เมษายน   แซงปีแยร์และมีเกอลง[d]  เซาท์ซูดาน
6 เมษายน   เซาตูเมและปรินซีปี
7 เมษายน   อับคาเซีย[a]  นากอร์โน-คาราบัค[o]
10 เมษายน   เยเมน
11 เมษายน   ซาบา[r]
16 เมษายน   โบแนเรอ[r]
30 เมษายน   คอโมโรส  ทาจิกิสถาน
6 พฤษภาคม   เซาท์ออสซีเชีย[a]
13 พฤษภาคม   เลโซโท
 หมายเหตุ 
  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาช่าติ และได้รับการรับรองอย่างจำกัดโดยรัฐสมาชิก UN บางรัฐ
  2. 2.0 2.1 เขตบริหารพิเศษของประเทศจีน
  3. 3.0 3.1 ประเทศของสหราชอาณาจักร
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 อาณานิคมโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 5.6 5.7 5.8 ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร
  6. 6.0 6.1 ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 จังหวัดโพ้นทะเลของฝรั่งเศส
  8. 8.0 8.1 8.2 เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ของสหราชอาณาจักร
  9. 9.0 9.1 นครปกครองตนเองของสเปน
  10. 10.0 10.1 10.2 ประเทศของราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 ดินแดนของสหรัฐ
  12. อาณานิคมพิเศษของประเทศฝรั่งเศส
  13. ดินแดนปกครองตนเองของฟินแลนด์
  14. 14.0 14.1 14.2 ดินแดนที่เป็นข้อพิพาท
  15. 15.0 15.1 ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาช่าติ และได้รับการรับรองอย่างจำกัดเฉพาะรัฐอื่นที่ไม่ได้เป็นสมาชิก UN
  16. ดินแดนพิเศษของชิลี
  17. 17.0 17.1 หนึ่งในสองรัฐจัดตั้งที่สถาปนาโดยกลุ่มกบฏที่รัสเซียหนุนหลัง ได้รับการรับรองระหว่างรัฐทั้งสองและเซาท์ออสซีเชียเท่านั้น
  18. 18.0 18.1 18.2 เทศบาลพิเศษของเนเธอร์แลนด์
  19. ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาช่าติ และไม่ได้รับการรับรองจากรัฐใด
  20. กรณีผู้ป่วยได้รับการยืนยันในภูมิภาค Laâyoune-Sakia El Hamra ในส่วนที่ควบคุมโดยโมร็อกโก

ประเทศที่พบผู้ต้องสงสัยแก้ไข

เอเชียแก้ไข

ประเทศเกาหลีเหนือแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศเกาหลีเหนือ
(ณ วันที่ 31 มกราคม 2563):
  มีรายงานยืนยันผู้ป่วย
  มีการรายงานผู้ต้องสงสัย

ประเทศเติร์กเมนิสถานแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Lau, Hien; Khosrawipour, Veria; Kocbach, Piotr; และคณะ (March 2020). "Internationally lost COVID-19 cases". Journal of Microbiology, Immunology and Infection. doi:10.1016/j.jmii.2020.03.013.
  2. "Cases in U.S." CDC. 7 May 2020.
  3. 3.0 3.1 "COVID-19/Coronavirus Real Time Updates With Credible Sources in US and Canada | 1Point3Acres". coronavirus.1point3acres.com.
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 "Coronavirus COVID-19 Global Cases by the Center for Systems Science and Engineering (CSSE) at Johns Hopkins University (JHU)". ArcGIS. Johns Hopkins CSSE. สืบค้นเมื่อ 13 August 2020.
  5. "Home – Ministry of Health and Family Welfare – GOI". mohfw.gov.in (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 15 August 2020.
  6. "Painel Coronavírus" (in โปรตุเกส). Ministry of Health (Brazil). สืบค้นเมื่อ 15 August 2020.
  7. "Brasil passa de 106 mil mortes pela Covid-19". G1 (in โปรตุเกส). 14 August 2020. สืบค้นเมื่อ 15 August 2020.
  8. "First death from coronavirus registered in Moscow". TASS. 19 March 2020. สืบค้นเมื่อ 19 March 2020.
  9. "О подтвержденных случаях новой коронавирусной инфекции COVID-2019 в России". Rospotrebnadzor. 19 March 2020. สืบค้นเมื่อ 19 March 2020.
  10. "Оперштаб заявил об отсутствии в России летальных исходов от коронавируса". RBC (in รัสเซีย). 19 March 2020. สืบค้นเมื่อ 19 March 2020.
  11. Оперативные данные. По состоянию на 15 августа 10:30. Стопкоронавирус.рф (in รัสเซีย). 15 August 2020. สืบค้นเมื่อ 15 August 2020.
  12. Ministry of Health (Peru). "Sala Situactional COVID-19 Perú" (in สเปน). สืบค้นเมื่อ 14 August 2020.
  13. "Minsa: Casos confirmados por coronavirus Covid-19 ascienden a 516 296 en el Perú (Comunicado N° 206)" (in สเปน). 14 August 2020. สืบค้นเมื่อ 14 August 2020.
  14. "Coronavirus en Colombia" (in สเปน). Instituto Nacional de Salud. สืบค้นเมื่อ 15 August 2020.
  15. "Covid-19 Mexico" (in สเปน). Instituciones del Gobierno de México. สืบค้นเมื่อ 12 August 2020.
  16. "Datos Abiertos - Dirección General de Epidemiología" (in สเปน). Secretaría de Salud, Gobierno de México.
  17. "COVID-19 Statistics in South Africa". sacoronavirus.co.za (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 15 August 2020.
  18. "La pandemia del coronavirus, en datos, mapas y gráficos". RTVE (in สเปน). สืบค้นเมื่อ 14 August 2020.
  19. "Información epidemiológica" (in สเปน). Ministerio de Salud. สืบค้นเมื่อ 13 August 2020.
  20. "Reporte Diario Matutino" (PDF) (in สเปน). Ministerio de Salud. สืบค้นเมื่อ 13 July 2020.
  21. "Casos confirmados COVID-19". Gobierno de Chile (in สเปน). สืบค้นเมื่อ 15 August 2020.
  22. "info coronavirus covid-19". Gouvernement.fr (in ฝรั่งเศส). สืบค้นเมื่อ 12 August 2020.
  23. "COVID-19 : bilan et chiffres clés en France". www.santepubliquefrance.fr (in ฝรั่งเศส). สืบค้นเมื่อ 14 August 2020.
  24. "COVID-19 kills 161 more Iranians over past 24 hours" (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 15 August 2020.
  25. "Historic data". Public Health England. สืบค้นเมื่อ 4 April 2020.
  26. "Coronavirus (COVID-19) cases in the UK". Public Health England.
  27. "Number of coronavirus (COVID-19) cases and risk in the UK". ww.gov.uk.
  28. করোনা ভাইরাস ইনফো ২০১৯. corona.gov.bd (in Bengali). สืบค้นเมื่อ 15 August 2020.