การระบาดทั่วของโควิด-19 เรียงตามประเทศและดินแดน

บทความรายชื่อวิกิมีเดีย
ดูบทความหลักที่: การระบาดทั่วของโควิด-19

บทความนี้แสดงประเทศและดินแดนที่ได้รับผลกระทบและมีการตอบสนองต่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) อันเนื่องมาจากการระบาดทั่วของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563 ซึ่งปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในอู่ฮั่น ประเทศจีน ทั้งนี้อาจไม่รวมถึงการตอบสนองและมาตรการสำคัญ

แผนที่การระบาดของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563 (ณ วันที่ 26 กันยายน 2564):
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1,000,000 คนขึ้นไป
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 100,000– 999,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 10,000–99,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1,000–9,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 100–999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1–99 คน
  ไม่มีผู้ติดเชื้อยืนยันหรือไม่มีข้อมูล

การระบาดตามประเทศและดินแดนแก้ไข

ประเทศและดินแดน[A] ผู้ป่วย[B] เสียชีวิต[C] หาย[D] อ้างอิง
243 170,354,142 3,541,800
  สหรัฐ[E][F][G][H] 33,416,364 600,067 [3][4]
  อินเดีย 27,894,800 325,972 25,454,320 [5]
  บราซิล 16,515,120 461,931 14,912,744 [6][7]
  ฝรั่งเศส[I][J] 5,657,572 109,387 [8][9]
  ตุรกี 5,242,911 47,405 5,105,042 [10]
  รัสเซีย[K][L] 5,071,917 121,501 4,684,585 [14]
  สหราชอาณาจักร[M][N] 4,484,056 127,781 [16]
  อิตาลี[O] 4,216,003 126,046 3,851,661 [19][20]
  อาร์เจนตินา 3,753,546 77,456 3,319,005 [21][22]
  เยอรมนี[P] 3,695,283 89,008 3,471,139 [23][24]
  สเปน[Q][R] 3,668,658 79,905 [25]
  โคลอมเบีย 3,383,279 88,282 3,153,961 [26]
  อิหร่าน[S] 2,902,094 79,939 2,441,528 [27][28]
  โปแลนด์ 2,871,950 73,738 2,638,222 [4][29]
  เม็กซิโก 2,412,810 223,507 1,926,287 [30]
  ยูเครน[T][U] 2,202,494 50,536 2,041,082 [31][32]
  เปรู 1,955,469 69,342 1,905,433 [33][34]
  อินโดนีเซีย 1,816,041 50,404 1,663,998 [35]
  เช็กเกีย 1,661,159 30,104 1,617,517 [36]
  แอฟริกาใต้ 1,659,070 56,363 1,554,184 [37][38]
  เนเธอร์แลนด์[V][W][X] 1,647,418 17,621 [40][41]
  แคนาดา 1,378,409 25,506 1,316,589 [42][43]
  ชิลี[Y][Z][AA][AB] 1,369,756 29,047 1,295,646 [44]
  ฟิลิปปินส์ 1,223,627 20,860 1,149,010 [45][46]
  อิรัก 1,197,082 16,351 1,111,466 [47]
  โรมาเนีย 1,077,584 30,276 1,039,173 [48][49]
  สวีเดน[AC] 1,068,473 14,451 [50]
  เบลเยียม[AD] 1,059,763 24,921 [51][52]
  ปากีสถาน 918,936 20,736 839,322 [53]
  โปรตุเกส 848,658 17,023 808,813 [54][55]
  อิสราเอล[AE] 839,457 6,411 832,693 [56]
  ฮังการี 804,382 29,728 696,029 [57]
  บังกลาเทศ 798,830 12,583 738,805 [58][59]
  ญี่ปุ่น 741,674 12,920 671,772 [60]
  จอร์แดน 734,659 9,436 713,633 [61]
  เซอร์เบีย[AF] 712,224 6,854 [62]
  สวิสเซอร์แลนด์[AG] 693,023 10,253 317,600 [63][64]
  ออสเตรีย 644,586 10,596 628,312 [65]
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 569,073 1,677 548,785 [66]
  มาเลเซีย 565,533 2,729 484,787 [67]
  เนปาล 557,124 7,272 440,955 [68][69]
  เลบานอน 540,277 7,723 517,859 [70]
  โมร็อกโก[AH] 519,108 9,143 506,962 [71]
  ซาอุดีอาระเบีย 449,191 7,347 432,138 [72]
  เอกวาดอร์ 425,841 20,545 375,151 [73][74]
  บัลแกเรีย 418,274 17,662 380,537 [75][76]
  กรีซ 401,301 12,054 363,915 [77]
  เบลารุส 393,807 2,841 384,933 [78][79]
  สโลวาเกีย 389,690 12,339 [80]
  คาซัคสถาน 385,144 3,935 353,545 [81][82]
  ปานามา 377,428 6,366 364,783 [83][84]
  โบลิเวีย 366,714 14,435 291,325 [85]
  โครเอเชีย 356,141 8,014 345,823 [86]
  ปารากวัย 350,613 8,987 288,232 [87]
  จอร์เจีย[AI] 343,603 4,757 326,423 [88]
  ตูนิเซีย 343,374 12,574 301,273 [89]
  อาเซอร์ไบจาน 333,723 4,903 323,627 [90]
  คอสตาริกา 314,102 3,963 242,019 [91]
  ปาเลสไตน์ 307,838 3,492 300,524 [92]
  คูเวต 307,812 1,771 292,701 [93]
  อุรุกวัย 291,488 4,213 250,049 [94]
  สาธารณรัฐโดมินิกัน 290,526 3,628 238,810 [95][96]
  เดนมาร์ก[AJ][AK] 280,383 2,516 264,562 [98][99]
  ลิทัวเนีย 274,199 4,257 254,582 [100]
  เอธิโอเปีย 271,345 4,155 237,544 [101]
  ไอร์แลนด์ 261,604 4,941 [102][103]
  อียิปต์[AL] 260,659 15,009 191,475 [104]
  มอลโดวา[AM] 255,105 6,100 247,349 [105]
  กัวเตมาลา 253,837 8,121 232,359 [106]
  สโลวีเนีย 253,493 4,372 [107][108]
  ฮอนดูรัส 236,952 6,296 84,389 [109][110]
  บาห์เรน 235,698 939 205,962 [111]
  เวเนซุเอลา 230,147 2,595 212,199 [112]
  อาร์มีเนีย 222,636 4,432 212,981 [113]
  กาตาร์ 217,230 554 213,007 [114]
  โอมาน 216,183 2,334 199,287 [115]
  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 203,839 9,211 174,236 [116]
  ลิเบีย 185,181 3,125 171,637 [117][118]
  ศรีลังกา 183,452 1,441 149,825 [119]
  เคนยา 170,647 3,157 116,776 [120]
  ไนจีเรีย 166,315 2,071 156,558 [121]
  ไทย 159,792 1,031 108,345 [122][123]
  นอร์ทมาซิโดเนีย 155,269 5,408 148,664 [124][125]
  พม่า 143,571 3,216 132,318 [126]
  คิวบา[AN] 141,166 950 134,021 [127]
  เกาหลีใต้ 139,910 1,957 130,381 [128][129]
  ลัตเวีย 133,098 2,370 125,712 [4][130]
  แอลเบเนีย 132,309 2,450 129,308 [131]
  เอสโตเนีย 129,486 1,251 122,997 [132]
  แอลจีเรีย 128,456 3,460 89,419 [133][134]
  นอร์เวย์[AO][AP][AQ] 124,773 783 88,952 [136]
  ปวยร์โตรีโก 121,955 2,501 [137][138]
  คอซอวอ 107,405 2,243 102,782 [139]
  คีร์กีซสถาน 104,555 1,803 98,300 [140]
  มอนเตเนโกร 99,605 1,583 97,161 [141]
  อุซเบกิสถาน 99,580 687 95,250 [142]
  แซมเบีย 95,050 1,278 91,752 [143][144]
  กานา 93,898 785 91,961 [145]
  ฟินแลนด์[AR][AS] 92,244 948 31,000 [148]
  สาธารณรัฐประชาชนจีน[AT][AU][AV][AW] 91,072 4,636 86,117 [149]
  แคเมอรูน 77,982 1,270 57,008 [150][151]
  เอลซัลวาดอร์ 73,236 2,241 68,408 [152]
  ไซปรัส[AX] 72,407 360 [153]
  อัฟกานิสถาน 71,838 2,944 57,450 [154]
  โมซัมบิก 70,780 836 69,507 [155]
  ลักเซมเบิร์ก 69,830 814 67,993 [156]
  สิงคโปร์ 62,028 33 61,423 [157][158]
  มัลดีฟส์ 61,844 156 36,588 [159][160]
  มองโกเลีย 57,512 272 49,754 [161]
  นามิเบีย 54,659 818 50,241 [162]
  บอตสวานา 52,865 809 49,641 [163][164]
  ทรานส์นีสเตรีย[AY] 49,186 1,192 47,510 [165]
  จาเมกา 48,374 942 24,866 [166][167]
  โกตดิวัวร์ 47,233 303 46,642 [168]
  ยูกันดา 45,931 362 43,401 [169][170]
  เซเนกัล 41,296 1,138 39,932 [171]
  มาดากัสการ์ 41,234 829 39,101 [172]
  ซิมบับเว 38,933 1,594 36,578 [173][174]
  สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์[AZ] 38,851 2,927 31,401 [175]
  ซูดาน 35,495 2,630 29,270 [176][177]
  มาลาวี 34,335 1,155 32,609 [178]
  แองโกลา 34,180 757 27,646 [179]
  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  31,557 782 27,665 [180]
  มอลตา 30,533 419 30,046 [181]
  กาบูเวร์ดี 30,359 264 28,428 [182]
  ออสเตรเลีย[BA][BB] 30,098 910 [184]
  กัมพูชา 29,404 209 22,188 [185]
  รวันดา 26,892 352 25,602 [186][187]
  ซีเรีย[BC] 24,440 1,763 21,593 [188]
  กาบอง 24,365 150 21,791 [189]
  กินี 23,172 161 20,971 [190][191]
  ตรินิแดดและโตเบโก 23,001 470 13,281 [192][193]
  มอริเตเนีย 19,494 463 18,475 [194][195]
  เฟรนช์พอลินีเชีย 18,860 142 18,658 [196]
  เอสวาตีนี 18,591 673 17,867 [197]
  กายอานา 16,910 385 14,506 [198]
  ปาปัวนิวกินี 15,415 162 14,343 [199]
  อับคาเซีย 15,292 230 14,589 [200]
  ซูรินาม 14,764 292 11,585 [201]
  โซมาเลีย[BD] 14,624 759 6,415 [202]
  มาลี 14,265 517 9,700 [203]
  เฮติ 14,258 307 12,528 [204]
  ทาจิกิสถาน 13,714 91 13,218 [205][206]
  อันดอร์รา 13,693 127 13,416 [207]
  โตโก 13,447 125 12,737 [208]
  บูร์กินาฟาโซ 13,430 166 13,248 [209][210]
  เบลีซ 12,791 324 12,378 [211]
  กือราเซา 12,272 122 12,121 [212]
  ฮ่องกง 11,838 210 11,561 [213]
  บาฮามาส 11,745 229 10,642 [214][215]
  สาธารณรัฐคองโก 11,658 153 8,208 [216][217]
  จิบูตี 11,528 154 11,364 [218]
  เซเชลส์ 11,145 40 9,936 [219]
  อารูบา 10,978 107 10,810 [220]
  เลโซโท 10,825 326 6,434 [221]
  เซาท์ซูดาน 10,688 115 10,514 [222][223]
  อิเควทอเรียลกินี 8,529 118 8,146 [224]
  ไต้หวัน 8,160 109 1,133 [225]
  กวม 8,156 139 7,962 [3][226]
  เบนิน 8,025 101 7,893 [227]
  นิการากัว 7,324 186 [4][228]
  นอร์เทิร์นไซปรัส 7,139 33 6,825 [229]
  เวียดนาม 7,107 47 2,950 [230]
  สาธารณรัฐแอฟริกากลาง 7,085 98 5,112 [231]
  เยเมน 6,737 1,320 3,427 [232]
  ติมอร์-เลสเต 6,622 15 3,915 [233]
  ไอซ์แลนด์ 6,576 30 6,505 [234]
  แกมเบีย 5,990 178 5,767 [235]
  ไนเจอร์ 5,410 192 5,083 [236]
  ซานมารีโน 5,089 90 4,995 [237]
  เซนต์ลูเชีย 5,053 77 4,799 [238][239]
  ชาด 4,929 173 4,746 [240]
  บุรุนดี 4,754 6 773 [241]
  สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์[AZ] 4,723 437 4,115 [242]
  โซมาลีแลนด์ 4,608 311 3,899 [243][244]
  ยิบรอลตาร์ 4,293 94 4,192 [245]
  เซียร์ราลีโอน 4,140 79 3,128 [246][247]
  เอริเทรีย 4,061 14 3,812 [248]
  บาร์เบโดส 4,012 47 3,922 [249]
  คอโมโรส 3,881 146 3,719 [250]
  กินี-บิสเซา 3,751 68 3,493 [251]
  หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ 3,383 27 3,266 [252]
  เซาท์ออสซีเชีย[BE] 3,339 60+ 3,198 [200]
  เจอร์ซีย์[BF] 3,243 69 3,177 [253]
  ลิกเตนสไตน์ 3,008 58 2,929 [254]
  สาธารณรัฐอาร์ทซัค 2,751 31 337 [200]
  โมนาโก 2,503 32 2,461 [255]
  เบอร์มิวดา 2,491 32 2,428 [256]
  หมู่เกาะเติกส์และเคคอส 2,415 17 2,381 [257][258]
  ซินต์มาร์เติน 2,414 28 2,315 [259]
  เซาตูเมและปรินซีปี 2,345 37 2,291 [260]
  นิวซีแลนด์ 2,316 26 2,274 [261]
  ไลบีเรีย 2,179 86 2,033 [262]
  เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ 2,006 12 1,831 [263]
  ลาว 1,911 3 1,426 [264]
  ภูฏาน 1,612 1 1,275 [265]
  ไอล์ออฟแมน[BF] 1,592 29 1,561 [266]
  โบแนเรอ 1,586 17 1,549 [267]
  มอริเชียส 1,367 18 1,191 [268]
  แอนติกาและบาร์บูดา 1,258 42 1,206 [269]
  เกิร์นซีย์[BF] 822 14 808 [270]
  สาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี[BG] 732 42 649 [271]
  หมู่เกาะแฟโร 718 1 669 [272][99]
  หมู่เกาะเคย์แมน 581 2 567 [273]
  แทนซาเนีย 509 21 183 [274][275]
  วาลิสและฟูตูนา 445 7 438 [276][277]
  ฟีจี 401 4 164 [278][279]
  หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน 284 1 282 [280]
  บรูไน 240 3 228 [281][282]
  โดมินิกา 188 0 172 [283]
  หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา 183 2 32 [284]
  เกรเนดา 160 1 158 [285][286]
  นิวแคลิโดเนีย 128 0 30 [287]
  แองกวิลลา 109 0 109 [288]
  เซนต์คิตส์และเนวิส 68 0 45 [289]
  หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ 63 0 63 [290]
  แอนตาร์กติกา 58 0 0 [291]
  มาเก๊า 51 0 49 [292]
  กรีนแลนด์ 40 0 33 [293][99]
  นครรัฐวาติกัน 29 0 27 [294]
  แซงปีแยร์และมีเกอลง 25 0 25 [295]
  มอนต์เซอร์รัต 20 1 18 [296]
  ซินต์เอิสตาซียึส 20 0 20 [297]
  หมู่เกาะโซโลมอน 20 0 18 [298][299]
  ซาบา 7 0 7 [300]
  เซนต์เฮเลนา อัสเซนชัน และตริสตันดากูนยา 7 0 7 [301][302]
  บริติชอินเดียนโอเชียนเทร์ริทอรี 5 0 2 [303][304]
  สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ 4 0 4 [305][306]
  อเมริกันซามัว 4 0 3 [307]
  ซามัว 4 0 2 [308]
  วานูอาตู 3 0 3 [309]
  อ่าวกวนตานาโม 2 0 2 [310]
  คิริบาส 2 0 0 [311][312]
  สหพันธรัฐไมโครนีเซีย 1 0 1 [313]
พาหนะระหว่างประเทศ 
  เรือยูเอสเอส ทีโอดอร์รูสเวลต์[BH] 1,102 1 751 [314][315]
  เรือชาร์ลเดอโกล[BI] 1,081 0 0 [316]
  เรือไดมอนด์พรินเซส[BJ] 712 14 698 [317][318]
  เรือคอสตาแอตแลนติกา 148 0 148 [319][320]
  เรือเกร็กมอร์ติเมอร์[BK] 128 1 [321][322]
  เรือเอ็มเอส ซานดัม[BL] 13 4 [324][325]
  เรือคอรัลพรินเซส[BM] 12 3 [326]
  เรือซีดรีมวัน[BN] 9 0 [327][328]
  เรือฮาเอ็นเอลเอ็มเอส ดลแฟง[BO] 8 0 8 [329][330]
ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 เวลา 16:00 น.
 หมายเหตุ 
  1. ประเทศ ดินแดน รวมถึงเขตอำนาจรัฐเหนือเรือที่ชักธงของตน การโอนสิทธิในที่ดินระหว่างประเทศ ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าพบผู้ติดเชื้อ แต่ละกรณีอาจมีความแตกต่างทางด้านสัญชาติ ในบางประเทศอาจครอบคลุมถึงหลายพื้นที่ตามที่ระบุไว้
  2. รายงานเฉพาะจำนวนผู้ป่วยยืนยันแล้ว จำนวนผู้ป่วยจริงอาจสูงกว่าที่รายงาน แต่ไม่สามารถยืนยันจำนวนดังกล่าวได้[1] เกณฑ์การรายงานและความสามารถในการทดสอบนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
  3. ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้น เนื่องจากความถี่ของการอัปเดตข้อมูลในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน
  4. เนื่องจากความถี่ของการอัปเดตข้อมูลในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ยอดผู้ป่วยรักษาหายทั้งหมดอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้น และ "—" หมายถึง ขณะนี้ไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับประเทศ หรือดินแดนนั้น ไม่ใช่ข้อมูลที่มีค่าเป็นศูนย์
  5. รวมกรณีบนเรือสำราญ แกรนด์พรินเซส ซึ่งเทียบท่าที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และไม่รวมกรณีจาก ดินแดนโพ้นทะเลของสหรัฐ
  6. ไม่ใช่ทุกรัฐหรือดินแดนโพ้นทะเลที่รายงานข้อมูลผู้รักษาหาย
  7. กรณีผู้ป่วยรวมถึงกรณีจากการวินิจฉัยทางคลินิก ผู้รักษาหายและเสียชีวิต รวมถึงการเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้น และผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวจากการกักกัน เป็นไปตามวิธีปฏิบัติของ CDC[2]
  8. กรณีของเรือยูเอสเอส ทีโอดอร์ รูสเวลต์ ปัจจุบันเทียบท่าอยู่ที่กวม รายงานแยกจากกรณีของประเทศ แต่รวมอยู่ในรายงานของกองทัพเรือสหรัฐ
  9. การทดสอบการติดเชื้อสงวนไว้สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรงเท่านั้น รวมกรณีในจังหวัดโพ้นทะเลคือ เฟรนช์เกียนา, กัวเดอลุป, มาร์ตีนิก, มายอต, เรอูนียง, แซ็ง-บาร์เตเลมี และ แซ็ง-มาแต็ง และไม่รวมอาณานิคมโพ้นทะเลคือ เฟรนช์พอลินีเชีย, นิวแคลิโดเนีย, แซ็งปีแยร์และมีเกอลง
  10. จำนวนผู้รักษาหายรวมเฉพาะผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันและจำนวนผู้เสียชีวิตรวมทั้งจากโรงพยาบาลและจากสถานพักฟื้น (ESMS: établissements sociaux et médico-sociaux)
  11. รวมกรณีในดินแดน ไครเมีย และ เซวัสโตปอล ซึ่งถูกรัสเซียผนวกในปี 2557 แต่นานาชาติยังคงรับรองเป็นดินแดนของยูเครน
  12. ไม่รวมกรณีบนเรือสำราญ ไดมอนด์พรินเซส ซึ่งถูกแบ่งแยกเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ" กรณีเสียชีวิตหนึ่งรายบนเรือนั้นไม่ได้ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลรัสเซีย[11][12][13]
  13. ไม่รวมกรณีจากดินแดนโพ้นทะเลของบริเตน และ เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ ภายใต้อธิปไตยของสหราชอาณาจักร
  14. ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม รัฐบาลสหราชอาณาจักรไม่ได้เผยแพร่จำนวนผู้รักษาหาย ข้อมูลของวันที่ 22 มีนาคม รายงานผู้รักษาหาย 135 ราย[15]
  15. ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 มีการวินิจฉัยผลการติดเชื้อเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงเท่านั้น[17][18]
  16. หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ไม่ได้รายงานจำนวนผู้รักษาหายครบทุกรัฐ
  17. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยยืนยัน จากการตรวจแอนติบอดีในซีรัม
  18. รวมกรณีจากดินแดนปกครองตนเอง เซวตา และ เมลียา
  19. เนื่องจากภาวะขาดแคลน การทดสอบการติดเชื้อถูกจำกัดเฉพาะในกรณีที่มีอาการรุนแรง จำนวนกรณีรวมถึงที่มีการวินิจฉัยทางคลินิกและการเสียชีวิตตั้งแต่ 9 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา
  20. ไม่รวมกรณีในดินแดน ไครเมีย และ เซวัสโตปอล ซึ่งถูกรัสเซียผนวกในปี 2557 โดยนานาชาติยังรับรองเป็นดินแดนของยูเครน
  21. ไม่รวมกรณีของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์
  22. แยกรายงานกรณีจากกลุ่มประเทศองค์ประกอบของเนเธอร์แลนด์คือ อารูบา, กือราเซา และ ซินต์มาร์เติน
  23. แยกรายงานกรณีของเขตเทศบาลพิเศษคือ ซาบา, ซินต์เอิสตาซียึส และ โบแนเรอ
  24. รัฐบาลของเนเธอร์แลนด์ (RIVM) ซึ่งรับผิดชอบประเทศองค์ประกอบด้วย ไม่สรุปจำนวนผู้รักษาหาย[39]
  25. รวมถึงดินแดนเขตพิเศษของเกาะอีสเตอร์
  26. วันที่ 29 เมษายน 2563 รัฐบาลชิลีเริ่มแจ้งจำนวนผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการแยกจากจำนวนผู้ป่วยที่ยืนยันอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน กรณีผู้ป่วยยืนยันทั้งหมด (ไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่) จะรวมอยู่ในรายงานอย่างเป็นทางการ
  27. กระทรวงสาธารณสุขชิลี พิจารณารายงานจำนวนผู้รักษาหายจากผู้ป่วยยืนยันที่ติดเชื้อมาแล้ว 14 วันไม่ว่าผู้นั้นจะยังมีอาการป่วยหรือยังมีผลทดสอบเป็นบวกต่อไวรัส โดยหักออกเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิตเท่านั้น
  28. จำนวนผู้เสียชีวิต รายงานเฉพาะกรณีที่มีผลตรวจเชื้อไวรัสเป็นบวกเท่านั้น
  29. การทดสอบกรณีที่สงสัยว่าติดเชื้อ ถูกระงับชั่วคราวทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2563 เพื่อเน้นความพยายามเพิ่มขึ้น ไปที่ผู้ที่มีความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยที่รุนแรง และภาวะแทรกซ้อน
  30. จำนวนผู้เสียชีวิตยังรวมถึงกรณีผู้ป่วยที่ไม่ได้ทดสอบหาเชื้อ และกรณีในบ้านพักคนชราที่สันนิษฐานว่าเสียชีวิตจาก COVID-19
  31. รวมกรณีจากดินแดนที่เป็นข้อโต้แย้ง ที่ราบสูงโกลัน และไม่รวมกรณีจากรัฐปาเลสไตน์
  32. ไม่รวมกรณีในคอซอวอ ซึ่งเป็นดินแดนข้อพิพาทระหว่างกัน
  33. แม้ว่าจะพบผู้ป่วยที่ให้ผลการตรวจเป็นบวกอีกจำนวนมากในสวิสเซอร์แลนด์ แต่ตัวเลขที่รายงานในที่นี้เป็นเพียงเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วเท่านั้น
  34. รวมกรณีดินแดนที่มีข้อพิพาทเวสเทิร์นสะฮารา ในส่วนที่ควบคุมโดยโมร็อกโก และไม่รวมดินแดนในส่วนของรัฐโดยพฤฒินัยสาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี
  35. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยในดินแดน อับคาเซีย และ เซาท์ออสซีเชีย ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐที่มีการรับรองอย่างจำกัด
  36. แยกกรณีจากหมู่เกาะแฟโร และ กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตการปกครองตนเองของเดนมาร์ก
  37. ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม 2563 ถึง 1 เมษายน เกณฑ์สำหรับการเข้าตรวจสอบผลติดเชื้อ มีเพียงผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและบุคลากรทางสาธารณสุขเท่านั้นที่สามารถเข้ารับการตรวจสอบได้ ช่วงเวลาก่อนหน้าและหลังจากนั้น การตรวจสอบเชื้อเป็นโดยทั่วไปรวมทั้งผู้มีอาการน้อยและผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย[97]
  38. รวมกรณีของเรือสำราญในแม่น้ำไนล์ ริเวอร์ อะนูเคต ที่เมืองลักซอร์
  39. นับรวมกรณีที่รายงานโดยดินแดนปกครองตนเองทรานส์นีสเตรียที่เป็นข้อพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐมอลโดวา ในขณะที่กรณีที่รายงานโดยสาธารณรัฐมอลเดเวียพรีดเนสโตรวี ไม่รวมอยู่ด้วย
  40. รวมกรณีบนเรือ เอ็มเอส แบรมาร์
  41. ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2563 การตรวจสอบผลติดเชื้อของผู้ที่มีอาการปกติถูกยกเลิก และสงวนไว้สำหรับบุคลากรทางสาธารณสุขและผู้ป่วยเฉียบพลันในกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น
  42. กระทรวงสาธารณสุขแห่งนอร์เวย์ ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อในนอร์เวย์มากกว่าตัวเลขที่รายงาน สันนิษฐานว่าตัวเลขที่ไม่ได้แสดงจะสูงกว่าเนื่องจากการจำกัดการทดสอบ อย่างไรก็ตาม จำนวนการทดสอบทั้งหมดต่อประชากร 1 คน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ค่อนข้างสูง[135]
  43. ประมาณการจำนวนผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมจากแพทย์เวชปฏิบัติ 40% มีผู้ป่วย 20,200 รายตามหลักเกณฑ์ "corona code" R991, จำนวนในตารางรวมทั้งกรณีตรวจสอบพบเชื้อและกรณีตามเกณฑ์วินิจฉัย corona code ของสถาบันการสาธารณสุขนอร์เวย์ (FHI)
  44. รวมกรณีจากหมู่เกาะโอลันด์ ซึ่งเป็นเขตการปกครองตนเองของฟินแลนด์[146]
  45. จำนวนผู้หายป่วยเป็นค่าประมาณตามรายงานกรณีผู้ป่วยที่ได้รับอย่างน้อยสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่มีข้อมูลการติดตามอื่น ๆ เกี่ยวกับโรคนี้ ยังไม่ทราบจำนวนผู้หายป่วยที่แน่ชัด เนื่องจากมีผู้ป่วยเพียงเล็กน้อยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล[147]
  46. รวมกรณีที่มีการวินิจฉัยทางคลินิกและกรณีเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมาในจังหวัดต่าง ๆ ของมณฑลหูเป่ย์ และไม่รวมกรณีในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง, มาเก๊า และไต้หวัน
  47. ไม่รวม 1,268 กรณีไม่แสดงอาการซึ่งอยู่ภายใต้การสังเกตอาการโดยแพทย์ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน
  48. กรณีไม่แสดงอาการไม่ถูกรายงานก่อนวันที่ 31 มีนาคม
  49. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ 448 ราย ภายใต้การดูแลของแพทย์ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2563
  50. รวมกรณีในแอโครเทียรีและดิเคเลีย และไม่รวมกรณีในนอร์เทิร์นไซปรัส
  51. ยกเว้นกรณีที่รายงานโดยดินแดนปกครองตนเองทรานส์นีสเตรีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐมอลโดวา
  52. 52.0 52.1 กรณีของดินแดนที่ไม่ได้รับการรับรอง สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ และ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ ไม่ถูกนับรวมกับจำนวนของแคว้นโดเนตสค์และลูฮันสค์ของยูเครน
  53. ไม่รวมกรณีบนเรือสำราญ ไดมอนด์พรินเซส ซึ่งถูกแบ่งแยกเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ" ผู้ติดเชื้อจำนวน 10 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงผู้เสียชีวิต 1 ราย บันทึกไว้โดยรัฐบาลออสเตรเลีย
  54. รวมกรณีบนเรือสำราญเอ็มวี อาร์ตาเนีย ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยโดยหน่วยงานของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย[183]
  55. ไม่รวมกรณีจากดินแดนที่มีข้อพิพาท ที่ราบสูงโกลัน
  56. ไม่รวมจำนวนของรัฐโดยพฤตินัย โซมาลีแลนด์
  57. กรณีผู้ป่วยในรัฐที่ไม่ได้รับการรับรองเซาท์ออสซีเชีย ไม่ถูกนับรวมกับกรณีของจอร์เจีย
  58. 58.0 58.1 58.2 เป็นดินแดนปกครองตนเอง เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ ภายใต้อธิปไตยของสหราชอาณาจักร
  59. กรณีผู้ป่วยในรัฐโดยพฤฒินัย สาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี ไม่ถูกนับรวมกับกรณีของโมร็อกโก
  60. แม้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ทีโอดอร์รูสเวลต์ จะเทียบท่าอยู่ที่กวม แต่ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  61. เรือบรรทุกเครื่องบิน ชาร์ลเดอโกล ของกองทัพเรือฝรั่งเศส ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  62. กรณีเรือสัญชาติอังกฤษ ไดมอนด์พรินเซส ได้ถูกกักกันอยู่ในน่านน้ำญี่ปุ่น และดูแลจัดการผู้โดยสารอยู่ภายในเรือโดยรัฐบาลญี่ปุ่น กรณีนี้จึงไม่รวมอยู่ในการนับจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการของรัฐบาลญี่ปุ่น หรือสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลก แบ่งแยกกรณีเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ"
  63. แม้เรือ'เกร็กมอร์ติเมอร์ จะเทียบท่าอยู่ที่ประเทศอุรุกวัย แต่ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  64. กรณีเรือเอ็มเอส ซานดัม จอดอยู่ในน่านน้ำนอกชายฝั่งชิลีหลังถูกปฏิเสธการเข้าเทียบท่าตั้งแต่ 14 มีนาคม เรือเอ็มเอส รอตเทอร์ดัม มาสมทบกับเรือเอ็มเอส ซานดัม เพื่อให้การช่วยเหลือในวันที่ 26 มีนาคม ทั้งสองลำแสดงความประสงค์ที่จะผ่านคลองปานามา แต่ถูกปฏิเสธไม่มีท่าเรือที่แยกเฉพาะใดให้เทียบท่า[323] จำนวนกรณีบนเรือทั้งสองไม่นับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  65. กรณีพบผลตรวจเชื้อผู้โดยสารบนเรือ คอรัลพรินเซส เป็นบวก ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2563 แต่ไม่มีท่าเรือที่แยกเฉพาะใดให้เทียบท่า จำนวนกรณีบนเรือไม่นับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  66. จำนวนกรณีบนเรือ ซีดรีมวัน ปัจจุบันไม่ถูกนับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  67. กรณีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำ ดลแฟง (HMLMS Dolfijn) ถูกรายงานขณะที่เรืออยู่ในน่านน้ำระหว่างสกอตแลนด์และเนเธอร์แลนด์ ไม่ชัดเจนว่า สถาบันสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (RIVM) รวมกรณีเหล่านี้ในการนับรวมในรายงานหรือไม่ และเนื่องจาก RIVM ไม่ได้รายงานจำนวนผู้รักษาหาย สำหรับกองทัพเนื่องจากความกังวลใน ความมั่นคงในการปฏิบัติการ จึงสันนิษฐานว่าไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนผู้รักษาหาย

มีผู้ป่วยยืนยันแล้วแก้ไข

 
แผนที่ภาพเคลื่อนไหวการแพร่ของผู้ป่วย 2019-nCoV ยืนยันแล้วตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563

ในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564 ประเทศไมโครนีเซีย พบผู้ติดเชื้อ 1 รายนับเป็นประเทศล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) [331]

ในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564 ที่สนามบินเซนต์เฮเลนา พบผู้ติดเชื้อ 1 รายส่งผลให้เซนต์เฮเลนาเป็นดินแดนล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2)[332]โดยผู้ป่วยเดินทางด้วยเที่ยวบิน สายการบินเช่าเหมาลำ เดินทางจากท่าอากาศยานลอนดอนสแตนสเต็ด

ยุโรปแก้ไข

ในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564​ เวลามาตรฐานกรีนิช 01.40 น. จำนวนผู้เสียชีวิตในทวีปยุโรป คิดเป็น 32.16 % ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก

ณ 5 มิถุนายน ​พ.ศ. 2564​ เมื่อเรียงตามจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในแต่ละประเทศ​ 25 อันดับแรกของโลก พบว่า​ 12 ประเทศอยู่ในทวีปยุโรปคิดเป็น​อัตราร้อยละ 48 % โดยจำนวนประเทศ​ 25 อันดับแรกของโลกมีผู้เสียชีวิตมากกว่า​ 25,000 รายของแต่ละประเทศ​ และเมื่อเรียงตามจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุด 10 อันดับแรกของโลก พบว่าอยู่ในทวีปยุโรป 5 ประเทศ หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 50

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564​ ศูนย์​กลางการแพร่ระบาดของทวีปยุโรป​อยู่ที่ ประเทศฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ประเทศรัสเซีย

ผู้ป่วยรายแรก ๆ ของทวีปยุโรปมีรายงานจากในประเทศฝรั่งเศสและในประเทศเยอรมนี​รวมถึงประเทศอื่น ๆ โดยเป็นผู้ป่วยเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น จนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ได้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ขึ้นในประเทศอิตาลี ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณตอนเหนือของมิลาน จากนั้นมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการแพร่กระจายของโรคไปทั่วทั้งทวีปยุโรป โดยหลังจากที่ประเทศมอนเตเนโกรได้รายงานการพบผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ทำให้มีผู้ป่วยอยู่ในทุกประเทศเอกราชของทวีปยุโรป​

ต่อเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ได้มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อในไอล์ออฟแมนซึ่งเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร และพบการติดเชื้อในดินแดน​ที่ยังมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องอำนาจอธิปไตยของตนเองอย่าง​ทรานส์นีสเตรีย[333]​นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อในดินแดนปกครองตนเองอย่างหมู่เกาะโอลันด์​ทำให้การติดเชื้อพบในทุกประเทศเอกราชและของทวีปยุโรป ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก​ได้ประกาศให้ทวีปยุโรปเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของไวรัสหลังจากสถานการณ์ดีขึ้นในประเทศจีน[334][335] [336][337][338][339]ณ วันที่ 2 ธันวาคม วาเลรี ฌิสการ์ แด็สแต็ง อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส ถึงแก่อสัญกรรมจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ณ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2564​ ผู้เสียชีวิตในทวีปยุโรปจำนวนสูงสุด 12 อันดับแรก​ (นับเฉพาะทวีปยุโรป) ​ได้แก่ สหราชอาณาจักร 127,823 ราย​ ประเทศอิตาลี 126,415 ราย​ ​ประเทศรัสเซีย​ 123,436 ราย ประเทศฝรั่งเศส 109,916 ราย ประเทศเยอรมนี​ ​89,733 ราย ประเทศสเปน 80196 ราย ประเทศโปแลนด์ 74,139 ราย ประเทศยูเครน 51,140 ราย ประเทศโรมาเนีย​ 30,725 ราย ประเทศเช็กเกีย 30,157 ราย ​ ประเทศฮังการี 29,842 ราย ประเทศเบลเยียม ​25,014 ราย ทั้ง 12 ประเทศยังจัดว่าเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิต ติด 25 อันดับแรกของโลก (มากกว่า 25,000 รายขึ้นไป)

ณ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2564​ ​เวลามาตรฐานกรีนิช 08.23 น. ผู้ติดเชื้อในทวีปยุโรป ​46,774,284 ราย และเสียชีวิตรวม​ 1,076,009 ราย

พบผู้ติดเชื้อแต่ไม่พบผู้เสียชีวิตที่ หมู่เกาะโอลันด์​ และ นครรัฐวาติกัน พื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตน้อยที่สุดได้แก่ หมู่เกาะแฟโร เสียชีวิต 1 ราย

พื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อได้แก่ สฟาลบาร์​ และ ยานไมเอน ​ไม่พบผู้ติดเชื้อ

ดินแดนอาณานิคม​แก้ไข

ณ วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564 หมู่เกาะที่มีผู้เสียชีวิตเพียงรายเดียวได้แก่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน​ (หมู่เกาะในทวีปอเมริกาเหนือ) ส่วน หมู่เกาะเคย์แมน​ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ไอล์ออฟแมน​ มีผู้​เสียชีวิต​ 25 ราย หมู่เกาะแชนเนล​ มีผู้เสียชีวิต 86 ราย เกิร์นซีย์​ มีผู้​เสียชีวิต ​14 ราย เรอูนียง​ มีผู้​เสียชีวิต ​52 ราย หมู่เกาะเติกส์และเคคอส มีผู้เสียชีวิต 17 ราย

ณ วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564 แซ็งปีแยร์และมีเกอลง ​มีผู้ติดเชื้อ 16 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต แองกวิลลา มีผู้ติดเชื้อ 18 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

รัสเซียแก้ไข

ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564​ ประเทศรัสเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อ 4,702,101 ราย เป็นอันดับ 5 ของโลก และเสียชีวิต 105,582 ราย เป็นอันดับที่ 7 ของโลก

รัสเซียเป็นประเทศที่พบผู้เสียชีวิตใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุดโดยผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต 59 รายที่แคว้นมูร์มันสค์

ทวีปอเมริกาเหนือแก้ไข

ณ วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 สหรัฐอเมริกาประเทศเม็กซิโก และ ประเทศแคนาดา​ เป็นศูนย์กลาง​การแพร่ระบาดของทวีปอเมริกาเหนือ

ณ วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ทวีปอเมริกาเหนือมีจำนวน​ 3 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิต​ในแต่ละประเทศมากกว่า 23,600 ราย​ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาประเทศเม็กซิโก ประเทศแคนาดา​ ​จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งทวีปอเมริกาเหนือคิดเป็น 27.92 %

ณ วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ มีผู้เสียชีวิต 27 ราย ขณะที่ หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา มีผู้เสียชีวิต 2 ราย หมู่เกาะฮาวาย มีผู้เสียชีวิต 485 ราย

ประเทศที่ไม่พบผู้เสียชีวิตได้แก่ ประเทศดอมินีกา แองกวิลลา ประเทศเซนต์คิตส์และเนวิส กรีนแลนด์ แซ็งปีแยร์และมีเกอลง

ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสแก้ไข

พบผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 4 คน โดยมีการยืนยันผู้ป่วยครั้งแรกจำนวน 2 คนเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563 ในเกาะเซนต์มาร์ติน ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส โดยตัวผู้ป่วยได้เดินทางมาจากฝรั่งเศสผ่านดินแดนซินต์มาร์เตินของเนเธอร์แลนด์ และแซ็ง-บาร์เตเลมี ซึ่งบุตรชายของผู้ป่วยได้เกิดการติดเชื้อขึ้น ทั้งคู่เดินทางกลับไปยังเกาะเซนต์มาร์ตินและถูกตรวจพบที่ท่าอากาศยาน และได้ถูกส่งตัวต่อไปกักโรคที่โรงพยาบาลบนเกาะ[340] ขณะที่ในกัวเดอลุป มีรายงานผู้ป่วยจำนวนหนึ่งคน[341]

ณ วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564 เกาะเซนต์มาร์ติน มีผู้เสียชีวิต 12 ราย กัวเดอลุป มีผู้เสียชีวิต 159 ราย แซ็ง-บาร์เตเลมี มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ปานามาแก้ไข

ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564​ ประเทศปานามา มีผู้เสียชีวิต 6,188 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 360,841 ราย

กัวเตมาลาแก้ไข

ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564 ประเทศกัวเตมาลา ​มีผู้เสียชีวิต 7,221 ราย ผู้ติดเชื้อ 212,734 ราย

เม็กซิโกแก้ไข

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ประเทศเม็กซิโกมีการยืนยันผู้ป่วยครั้งแรกจำนวน 3 คน เป็นชายอายุ 35 ปี และ 59 ปีในเม็กซิโกซิตี และชายอายุ 41 ปีในรัฐซีนาโลอา ซึ่งทั้งสามมีผลการทดสอบเป็นบวกและได้ถูกกักโรคไว้ที่โรงพยาบาลและโรงแรม ตามลำดับ สองคนแรก ทั้งคู่ได้เดินทางไปยังเมืองเบอร์กาโม ประเทศอิตาลี และพำนักอยู่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์[342][343][344][345] วันที่ 29 กุมภาพันธ์ มีการพบผู้ป่วยรายที่สี่ เป็นหญิงอายุ 20 ปี ซึ่งได้มีการเดินทางไปยังประเทศอิตาลีมา[346] วันที่ 1 มีนาคม มีการพบผู้ป่วยรายที่ 5 เป็นนักศึกษาในรัฐเชียปัส ซึ่งเพิ่งได้เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี[347]

ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564 ประเทศเม็กซิโก มีผู้เสียชีวิต 212,339 ราย เป็นอันดับ 3 ของโลก และ มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 2,305,602 ราย เป็นอันดับที่ 14 ของโลก

แคนาดาแก้ไข

ณ วันที่ 4 มีนาคม มีรายงานผู้ป่วยโคโรนาไวรัสในประเทศแคนาดา 33 คน โดยแบ่งเป็นพบในบริติชโคลัมเบีย 8 คน รัฐออนแทรีโอ 24 คน และรัฐควิเบก 1 คน[348] ผู้ป่วยทุกคนมีประวัติการเดินทางไปยังประเทศที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก และรักษาหายแล้วจำนวน 8 คน (แบ่งเป็นบริติชโคลัมเบีย 5 คน และรัฐออนแทรีโอ 3 คน)[349]

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 แคนาดามีผู้เสียชีวิต 23,623 ราย พบผู้ติดเชื้อ 1,121,498 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่เกาะแบฟฟิน

สหรัฐแก้ไข

วันที่ 21 มกราคม สหรัฐรายงานพบผู้ป่วยรายแรก เป็นชายอายุ 35 ปีที่อาศัยอยู่ในเทศมณฑลสโนโฮมิช รัฐวอชิงตัน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากอู่ฮั่นที่ท่าอากาศยานนานาชาติซีแอตเทิล–ทาโคมา ในวันที่ 15 มกราคม

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ มีการพบผู้ป่วย 66 คน[350] และมีผู้หายป่วยจำนวน 7 คน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐรายงานพบผู้ป่วยใน รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งอาจเป็นกรณีแรกของการติดต่อกันภายในประเทศ[338] วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ทางการรัฐวอชิงตันแถลงยืนยันว่าพบผู้เสียชีวิตรายแรกจากโรคโคโรนาไวรัสในสหรัฐ[351]

วันที่ 2 มีนาคม เทศมณฑลคิง รัฐวอชิงตัน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน 14 คน และยังมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 5 คน[352] ศูนย์อนามัยออรีกอนยังได้รายงานว่าพบผู้อาจติดเชื้อใหม่จำนวนสามรายในรัฐด้วย ซึ่งเป็นชายในเทศมณฑลอูมาทิลลา ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวในวัลลาวัลลา รัฐวอชิงตัน[353]

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​ มีผู้เสียชีวิต 581,061 ราย มากเป็นอันดับ 1 ของโลก จำนวนผู้เสียชีวิตคิดเป็น 19.15% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลก และมีจำนวนผู้​ติดเชื้อ​ 32,404,454 ราย มากเป็นอันดับ 1 ของโลกเช่นเดียวกัน พื้นที่ที่ไม่พบผู้เสียชีวิตได้แก่ อเมริกันซามัว

สาธารณรัฐโดมินิกันแก้ไข

วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสรายแรกในประเทศโดมินิกัน และภูมิภาคแคริบเบียน เป็นชายอายุ 62 ปีจากประเทศอิตาลี ซึ่งเดินทางเข้าประเทศในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และเกิดอาการป่วยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยผู้นี้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทหารรามอนลารา[354]

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต 3,418 ราย มีผู้ติดเชื้อ 261,129 ราย

ฮอนดูรัสแก้ไข

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564​ ประเทศฮอนดูรัส​ มีผู้เสียชีวิต​ 4,954 ราย มีผู้ติดเชื้อ 200,259 ราย

อาร์กติกแก้ไข

วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564 ศูนย์กลาง​การแพร่ระบาดในพื้นที่วงกลมอาร์กติก ได้แก่แคว้นมูร์มันสค์ (Murmansk Oblast) ​มีผู้ติดเชื้อ 39,989 ราย หายแล้ว 35,767 และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 728 ราย เทศบาลทรุมเซอ และ ​เทศมณฑลฟินมาร์ก ประเทศนอร์เวย์​ พบผู้ติดเชื้อ 1,241 ราย รัฐอะแลสกา เฉพาะพื้นที่ใน วงกลมอาร์กติก ได้แก่ เขตนอร์ทสโลป (North Slope Borough)​ ติดเชื้อ​ 746 ราย​ เสียชีวิต 2 ราย และ เขตนอร์ทเวสต์ อาร์กติก​ (Northwest Arctic Borough)​ ติดเชื้อ 376 ราย รวมจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 42,352 ราย เสียชีวิต 730 ราย

ดินแดนในอาร์กติก​ที่อยู่ในวงกลมอาร์กติก มีรายงานว่าพบผู้ป่วยที่โรงงานแก๊สธรรมชาติเหลว ในหมู่บ้านเบโลคาเมนกา (Belokamenka) ในเมือง มูร์มันสค์ ในประเทศรัสเซีย ราว 200 ราย[355][356]

ทวีปอเมริกาใต้แก้ไข

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ศูนย์​กลางการแพร่ระบาดของทวีปอเมริกาใต้ อยู่ที่ ประเทศบราซิล ประเทศเปรู และ ประเทศชิลี​ ในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ทวีปอเมริกาใต้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า​ 12,000 ราย ทั้งหมด​ ​7 ประเทศ​ พื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในทวีปคือ เกาะเซาท์จอร์เจียและหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช

พื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด​ ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564​ ​​ได้แก่ที่ ประเทศบราซิล 373,442 ราย อันดับที่ 2 ของโลก รองลงมาได้แก่ ​ประเทศโคลอมเบีย​ 68,328 ราย​ อันดับที่ 11 ของโลก ประเทศอาร์เจนตินา​ 59,228 ราย อันดับที่ 14 ของโลก ประเทศเปรู 57,230 ราย อันดับที่ 15 ของโลก ประเทศชิลี​ 25,177 ราย อันดับที่​ 23 ของโลก

พบผู้ติดเชื้อ 29 ราย แต่ไม่พบผู้เสียชีวิตที่ หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ในขณะที่ หมู่เกาะกาลาปาโกส มีผู้เสียชีวิต 16 ราย

ประเทศชิลีแก้ไข

ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564​ ​​ทั้งประเทศมีผู้ติดเชื้อ 829,770 ราย อันดับที่​ 23 ของโลก เสียชีวิต 25,177 ราย อันดับที่​ 23 ของโลก ประเทศชิลีเป็นประเทศที่พบผู้เสียชีวิตใกล้แอนตาร์กติกา​มากที่สุดโดยพบที่ แคว้นมากายาเนสและลาอันตาร์ตีกาชีเลนา​ มีผู้เสียชีวิต 224 ราย[357]

ประเทศบราซิลแก้ไข

ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564​ จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 13,943,071 ราย เป็นอันดับที่​ 3 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 373,442 ราย​ เป็นอันดับที่​ 2 ของโลก

ประเทศเปรูแก้ไข

ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564​ ​จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 1,704,757 ราย เป็นอันดับที่​ 17 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 57,230​ ราย​ เป็นอันดับที่​ 15 ของโลก

ประเทศโคลอมเบียแก้ไข

ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564​จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 2,652,947 ราย เป็นอันดับที่​ 13 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 68,328​ ราย​ เป็นอันดับที่​ 11 ของโลก

ประเทศอาร์เจนตินาแก้ไข

ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564​ จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 2,694,014 ราย เป็นอันดับที่​ 11 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 59,228 ราย​ เป็นอันดับที่​ 14 ของโลก

ทวีปแอนตาร์กติกาแก้ไข

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อ 36 รายในฐานวิจัยนายพลเบอร์นาร์โด โอ’ฮิกกินส์ เกลเม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 13 ฐานวิจัยของชิลีที่ตั้งอยู่ในดินแดนแอนตาร์กติกาของชิลี

ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564 ดินแดนแอนตาร์กติกาของชิลี รายงานผู้ติดเชื้อ 58 รายและหายป่วย 58 ราย

เอเชียแก้ไข

ตั้งแต่ วันที่ 5 ตุลาคม ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของทวีปเอเซีย อยู่ที่ ​ประเทศอินเดีย ประเทศอิหร่าน

ใน วันที่ 25 ธันวาคม ไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อใน ประเทศเติร์กเมนิสถานเกาะคริสต์มาส หมู่เกาะโคโคส (คีลิง) ​และ ประเทศเกาหลีเหนือ

ณ​ วันที่​ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2564​ ​จำนวนประเทศที่มีผู้เสียชีวิต​มากกว่า 10000 ราย มีจำนวน 9 ประเทศ​ มีเพียง มาเก๊า เพียงพื้นที่เดียวในทวีปเอเซียที่ไม่พบผู้เสียชีวิต

กัมพูชาแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศกัมพูชา
(ณ วันที่ 22 มีนาคม 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ กัมพูชายืนยันพบผู้ป่วยครั้งแรกในเมืองพระสีหนุ เป็นชายชาวจีนอายุ 60 ปี เดินทางไปยังเมืองนี้จากนครอู่ฮั่นพร้อมครอบครัว[358] โดยคนในครอบครัวของเขาถูกกักไว้ พวกเขาไม่มีการแสดงอาการของไวรัส ขณะที่ชายคนดังกล่าวถูกแยกไว้เพื่อรักษาที่โรงพยาบาลส่งต่อพระสีหนุ (Preah Sihanouk Referral Hospital)[359] มีรายงานว่าอาการของเขาคงที่แล้ว[360][361]ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564​ ​​มีผู้ติดเชื้อ 6,389 ราย มีผู้เสียชีวิต​ 43 ราย

กาตาร์แก้ไข

กระทรวงสาธารณสุขแห่งกาตาร์ รายงานว่าพบผู้ป่วยไวรัสรายแรกในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยเป็นชาวกาตาร์ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่าน[362][363][364]ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564​ ​มีผู้เสียชีวิต 382 ราย และมีผู้ติดเชื้อ​ 196,580 ราย

เกาหลีใต้แก้ไข

เกาหลีใต้มีผู้ป่วยในวันที่ ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564​ ​​จำนวน​ 114,646 ราย และเสียชีวิต 1,801 ราย เป็นการระบาดที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน[365] ผู้ป่วยรายแรกของการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ในประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563[366] วันที่ 19 กุมภาพันธ์ จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 20 คน และวันที่ 20 เพิ่มขึ้นอีก 53 คน ทำให้มีผู้ป่วยรวมขณะนั้นที่ 104 คน ตามการรายงานของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งเกาหลีใต้ (KCDC) ผู้ป่วยรายใหม่ส่วนมากมาจาก "ผู้ป่วยรายที่ 31" ซึ่งเข้าร่วมชุมนุมที่โบสถ์ชินช็อนจีในแดกู[367]

คูเวตแก้ไข

ประเทศคูเวตในปัจจุบันเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในโลกอาหรับ และมีจำนวนผู้ป่วยเป็นรองเพียงประเทศอิหร่านในเอเชียตะวันตก โดยมีผู้ป่วยในประเทศถูกพบแล้ว ​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​จำนวน 256,987 คน[368]เสียชีวิต 1,448 ราย

จอร์เจียแก้ไข

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ประเทศจอร์เจีย​ยืนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของประเทศ เป็นชายอายุ 50 ปี ซึ่งเดินทางมาจากประเทศอิหร่าน โดยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยายาลโรคติดเชื้อในทบิลีซี ซึ่งผู้ป่วยรายนี้กลับเข้าสู่จอร์เจียทางพรมแดนประเทศอาร์เซอร์ไบจานโดยรถแท็กซี[369][370][371][372]

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันว่าผู้หญิงชาวจอร์เจียอายุ 31 ปีที่เพิ่งเดินทางไปประเทศอิตาลีมามีผลการทดสอบเป็นบวก และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยายาลโรคติดเชื้อในทบิลีซี[372] นอกจากนั้นยังมีผู้ถูกกักกันอยู่ณโรงพยาบาลทบิลิซีอีก 29 คน โดยที่ อามิรัน กัมเกรลิเซ รัฐมนตรีอนามัยระบุว่าพวกเขาเป็นบุคคลที่ "มีความเป็นไปได้สูง" ที่อาจมีไวรัสอยู่[373]

ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต 3,939 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 295,358 ราย

จอร์แดนแก้ไข

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ประเทศจอร์แดนริเริ่มการห้ามบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศอิหร่านเข้าสู่ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว[374] ประเทศจอร์แดนได้ทำการคัดกรองทุกคนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศผ่านทางท่าอากาศยาน โดยมีการตรวจสอบทรวงอกและลำคอตลอดจนอุณหภูมิร่างกาย ส่วนชาวจอร์แดนที่มีผลทดสอบเป็นบวกจะถูกกักโรคไว้เป็นเวลา 2 สัปดาห์[375]

วันที่ 2 มีนาคม นายกรัฐมนตรีจอร์แดนแถลงว่าพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายแรกในประเทศ[376][377] เป็นชาวจอร์แดนที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี เมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มใช้มาตรการกักโรคชาวจอร์แดนที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี[376][378]ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มี มีผู้เสียชีวิต 8,246 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 685,973 ราย

จีนแผ่นดินใหญ่แก้ไข

ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​​มีผู้เสียชีวิต 4,636 ราย จำนวน​ผู้ติดเชื้อ 90,510 ราย ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนดำเนินการปิดเมืองอู่ฮั่นเนื่องด้วยการระบาดทั่วของโควิด-19

ซาอุดีอาระเบียแก้ไข

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประเทศซาอุดีอาระเบียประกาศระงับการเข้าประเทศเป็นการชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ในเมกกะ หรือผู้ที่ต้องการเดินทางไปเข้าชมมัสยิดอันนะบะวี รวมถึงนักท่องเที่ยว ต่อมากฎนี้ได้ขยายไปครอบคลุมนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่[379]

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งซาอุดีอาระเบีย ประกาศระงับการเข้าสู่ประเทศของพลเมืองในประเทศสมาชิกสภาความร่วมมืออ่าว (GCC) ยังเมกกะและมะดีนะหฺเป็นการชั่วคราว โดยพลเมืองของประเทศกลุ่ม GCC ที่พำนักอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียนานเกิน 14 วันติดต่อกัน และไม่ปรากฏอาการใด ๆ อันแสดงถึงโรคโควิด-19 นั้นจะอยู่นอกเหนือกฎดังกล่าว[379]

วันที่ 2 มีนาคม ทางการซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าพบผู้ป่วยเป็นรายแรก เป็นชาวซาอุดีอาระเบียที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่านผ่านทางประเทศบาห์เรน[380]

ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​มีผู้เสียชีวิต 6,823 ราย และมี​ผู้​ติดเชื้อ​ 404,970 ราย

ซีเรียแก้ไข

ประเทศซีเรีย ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต 1,446 ราย และมี​ผู้​ติดเชื้อ​ 21,142 ราย

ญี่ปุ่นแก้ไข

ประเทศญี่ปุ่นยืนยันผู้ป่วยรายแรกเป็นชาวจีนอายุ 30 ปี ซึ่งเคยมีการเดินทางไปยังอู่ฮั่นมาก่อน มีอาการเมื่อวันที่ 3 มกราคม และกลับเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 6 มกราคม

ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต ​9,622 ราย​ และมีผู้​ติดเชื้อ​ 529,829 ราย

ที่ประเทศญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิตอีก 14 ราย บนเรือสำราญ แต่มีผู้เสียชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นเพียง 13 ราย เนื่องจากอีกหนึ่งราย เสียชีวิตในโรงพยาบาลที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งไม่ได้นับรวมไว้กับตัวเลขที่รายงาน ในเว็บไซด์ worldometer

ไต้หวันแก้ไข

ประเทศไต้หวันพบผู้ป่วยรายแรกในวันที่ 21 มกราคม[381]​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต​รวม 11 ราย และผู้ติดเชื้อ 1,073 ราย

ตุรกีแก้ไข

ประเทศตุรกีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไวรัสโคโรนารายแรก เป็นผู้หญิงชาวจีนอุย อายุ 32 ปี ที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งมีผลตรวลหา SARS-CoV-2 เป็นบวก ทำให้ชาวตุรกีถูกกักโรค โดยถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลในอิสตันบูล

​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ประเทศตุรกีมีผู้เสียชีวิต 35,926 ราย และมีจำนวนผู้​ติดเชื้อ 4,268,447​ ราย

ไทยแก้ไข

วันที่ 13 มกราคม ประเทศไทยพบผู้ป่วยรายแรก ซึ่งเป็นการพบผู้ป่วยนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก[382][383][384] วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตเป็นรายแรก[385]ในวันที่ 6 เมษายน เที่ยวบินจากจาการ์ตาที่ทำการบินลงที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ นำผู้ติดเชื้อเข้าสู่จังหวัดจำนวน 18 ราย​

ทาจิกิสถานแก้ไข

ประเทศทาจิกิสถาน ในวันที 30 เมษายน พบติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา เป็นผู้ชายชาวทาจิกิสามคนกลับมาจากประเทศอินเดีย มีผู้ป่วย 15 ราย วันที่ 2 พฤษภาคม พบผู้เสียชีวิตรายแรก

ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม ทาจิกิสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกันอัฟกานิสถาน ​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต 90 ราย​ ผู้ติดเชื้อ 13,308 ราย

เนปาลแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศเนปาล
(ณ วันที่ 26 มกราคม 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

นักศึกษาชาวเนปาลซึ่งเดินทางกลับมาจากนครอู่ฮั่นและถูกกักโรคอยู่ในกาฐมาณฑุ[386] กลายเป็นผู้ป่วยรายแรกของประเทศเนปาลและภูมิภาคเอเชียใต้ในวันที่ 24 มกราคม หลังจากตัวอย่างถูกส่งไปยังศูนย์ร่วมองค์การอนามัยโลกในฮ่องกง[387][388] และถูกเลิกกักตัวหลังจากที่อาการดีขึ้น[389] ณ​ วันที่​ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564​ รายงานผู้เสียชีวิต ​2,777 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 274,216 ราย

บาห์เรนแก้ไข

​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564​ มีผู้ติดเชื้อ 164,110 ราย และเสียชีวิต 594 ราย

บังคลาเทศ​แก้ไข

ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ประเทศบังคลาเทศ​มีผู้เสียชีวิต ​10,385 ราย เป็นและมีผู้ติดเชื้อ 718,950 ราย

เยเมนแก้ไข

ประเทศเยเมน ในวันที่ 10 เมษายน พบผู้ป่วย 1 ราย ในเมืองฮาดราเมาต์ ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต 1,126 ราย ติดเชื้อ 5.812 ราย

พม่าแก้ไข

ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​ ประเทศพม่า มีผู้ติดเชื้อ 142,628 ราย และเสียชีวิต 3,206 ราย

ปากีสถานแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศปากีสถาน
(ณ วันที่ 9 เมษายน 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

รัฐบาลปากีสถานเริ่มใช้มาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานในอิสลามาบาด การาจี ลาฮอร์ และเปศวาร์ เพื่อป้องกันการเข้าสู่ประเทศของไวรัสโคโรนา[390] นอกจากนี้ปากีสถานอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ยังประกาศใช้มาตรการคัดกรองผู้โดยสารก่อนเดินทางขึ้นเครื่องในเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่งด้วย[391] วันที่ 27 มกราคม สภานิติบัญญัติกิลกิต-บัลติสตันประกาศหน่วงเวลาการเปิดด่านแนวเขตแดนจีน–ปากีสถานที่ช่องผ่านแดนคุนเยรับในเดือนกุมภาพันธ์[392] และยังประกาศปิดพรมแดนปากีสถาน–อิหร่านด้วย[393]

วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มเติมในการาจีและอิสลามาบาด ทำให้จำนวนผู้ป่วยของประเทศเพิ่มเป็นสี่ราย[394] ส่วนผู้ป่วยรายแรกและรายที่สองมีประวัติการเดินทางไปยังประเทศอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื้อว่าเขาติดเชื้อ[395]

วันที่ 3 มีนาคม ทางการปากีสถานยืนยันพบผู้ป่วยรายที่ห้า ในแคว้นสินธ์ ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากการแสวงบุญที่ประเทศอิหร่านจำนวน 960 ราย ถูกกักโรคในทันที[396]

ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต 16,243 ราย มีผู้ติดเชื้อ 756,285 ราย

ฟิลิปปินส์แก้ไข

ผู้ป่วยรายแรกของประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการยืนยันในวันที่ 30 มกราคม[397] วันที่ 5 กุมภาพันธ์ กรมอนามัย (DOH) ได้มีการยืนยันผู้ป่วยรายที่สาม[398]

ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​ มีผู้เสียชีวิต 15,960 ราย ผู้ติดเชื้อ 936,133 ราย

มาเก๊าแก้ไข

มาเก๊า ​ ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​ มีผู้ติดเชื้อ 49 ราย

มองโกเลียแก้ไข

ประเทศมองโกเลีย ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​ มีผู้ติดเชื้อ 21,995 ราย เสียชีวิต 44 ราย

มาเลเซียแก้ไข

ชาวจีนแปดคนถูกกักตัวอยู่ที่โรงแรมในรัฐยะโฮร์ เมื่อวันที่ 24 มกราคม หลังจากที่มีการติดต่อกับผู้ป่วยในประเทศสิงคโปร์[399] แม้จะมีรายงานในตอนแรกว่าผลการทบสอบให้ผลเป็นลบ[400] แต่ต่อมาในวันที่ 25 มกราคม มีการยืนยันว่าทั้งสามคนติดเชื้อ และถูกส่งตัวไปกักไว้ที่โรงพยาบาลสุไหงบูโลห์ในรัฐเซอลาโงร์[401][402]

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยรายที่สิบห้าซึ่งเป็นชาวจีนได้หายป่วยอย่างสมบูรณ์ นับเป็นผู้ป่วยที่หายป่วยเป็นรายที่แปดของประเทศมาเลเซีย[403] ต่อมาก็มีรายงานว่าชาวมาเลเซียอีกคนที่ติดเชื้อก็หายดีเป็นรายที่ 9[404]ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้ติดเชื้อ 375,054 ราย และมีผู้เสียชีวิต 1,378 ราย

เลบานอนแก้ไข

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประเทศเลบานอนยีนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรก เป็นหญิงอายุ 45 ปีที่เดินทางมาจากกอม ประเทศอิหร่าน ซึ่งมีผลตรวจหา SARS-CoV-2 เป็นบวก โดยถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลในเบรุต[405]ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้ติดเชื้อ 510,403 ราย และเสียชีวิต ​6,925 ราย

เวียดนามแก้ไข

ผู้ป่วยยืนยันสองรายแรกเข้าโรงพยาบาลในวันที่ 22 มกราคม และรับการรักษาที่โรงพยาบาลโช่เซย ในนครโฮจิมินห์ กรณีแรกเป็นชาวจีนที่เดินทางจากนครอู่ฮั่นไปฮานอย เพื่อเยื่ยมลูกชายที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม และรายที่สองคือลูกชายของเชื่อว่าติดโรคจากผู้เป็นพ่อ[406] หลังจากที่ยืนยันแล้ว รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งให้เปิดใช้งานศูนย์ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดฉุกเฉิน[407]

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ บิดาของผู้ป่วยดังกล่าวมีผลการทดสอบเป็นบวก และกลายเป็นผู้ป่วยรายที่สิบหก[408] วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พวกเขาทั้งหมดได้หายป่วย[409] ​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้ติดเชื้อ 2,785 ราย เสียชีวิต 35 ราย

ศรีลังกาแก้ไข

​ ​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ผู้เสียชีวิต 618 ราย มีผู้ติดเชื้อ 96,796 ราย

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แก้ไข

ผู้ป่วยรายแรกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับการยืนยันในวันที่ 29 มกราคม พรัอมกับครบครัว ของ ชาวอู่ฮั่น[410][411]​ เป็นผู้หญิงชราชาวจีน อายุ 72 ปี และ ลูกชาย อายุ 34 ปี ที่กรณีแรกเป็นชาวจีนเดินทางมาจากนครอู่ฮั่นไปนครดูไบ ซึ่งมีผลตวรจหา SASR-Cov-2 ถูกกักโรค โดยถูกส่งตัวไปเข้าโรงพยาบาลในดูไบ

ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ หลังจากชาวเอมิเรตส์ได้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เพื่อลูกสาวที่อาศัยอยู่ที่ดูไบ และรายที่สามคือลูกสาวของเชื้อว่าติดโรคกับแม่

วันที่ 2 มืนาคม กรุงอาบูดาบียีนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นผู้ชายชาวรัสเซีย อายุ 38 ปี และผู้หญิงชาวรัสเซีย อายุ 36 ปี กรณีแรกเป็นชาวรัสเซียเดินทางจากกรุงมอสโกไปอาบูดาบี ชาวรัสเซียสองคนถูกกักตัวอยู่ที่โรงแรมในอาบูดาบี ต่อมา วันที่ 25 มืนาคม รัฐบาลเอมิเรตส์ได้โอกาศปัญหากับ อาบูดาบีและดูไบ จากปิดชั่วคราว เช่า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หัง โรงภาพยนตร์ และทั้งหมด ยกเว็น โรงพยาบาล และร้านขายยา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศปิดพรมแดนที่ตัดกับประเทศซาอุดีอาระเบีย

​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้ติดเชื้อ 497,154 ราย เสียชีวิต 1,554 ราย

สิงคโปร์แก้ไข

ผู้ป่วยรายแรกในประเทศสิงคโปร์ได้รับการยืนยันในวันที่ 23 มกราคม[412] ต่อมามีการรายงานพบผู้ป่วยในท้องถิ่นเป็นรายแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ร้านย่งไทฮั่ง (Yong Thai Hang) เป็นร้านค้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับการระบุเป็นสถานที่ที่เกิดการติดเชื้อ เนื่องจากมีผู้หญิงจำนวนสี่คนที่ไม่เคยเดินทางไปยังประเทศจีนเกิดติดเชื้อไวรัสขึ้น[413]

วันที่ 4 มีนาคม มีผู้ป่วยในประเทศรวม 112 คน[414]

​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้ติดเชื้อ 60,831 ราย จำนวนผู้เสียชีวิต 30 ราย

อัฟกานิสถานแก้ไข

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 มีพลเมืองในเฮรัตอย่างน้อยสามคน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากกอม ถูกต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ตัวอย่างเลือดถูกส่งไปยังคาบูลเพื่อทดสอบเพิ่มเติม[415] ภายหลังอัฟกานิสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับอิหร่าน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันผู้ป่วยรายแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในสามคนจากเฮรัตดังกล่าว โดยเป็นชายอายุ 35 ปีซึ่งมีผลการทดสอบ SARS-CoV-2 เป็นบวก[416]​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​​ มีผู้เสียชีวิต​ ​2,546 ราย ผู้ติดเชื้อ 57,898 ราย

อาเซอร์ไบจานแก้ไข

ประเทศอาเซอร์ไบจานมีการยืนยันผู้ป่วยรายแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากรัสเซีย ซึ่งเคยเพิ่งเดินทางมาจากประเทศอิหร่าน[417] และยังมีการพบผู้ป่วยเพิ่มเติมอีกสองรายในประเทศ ทั้งหมดถูกกักโรค ต่อมาอาเซอร์ไบจานได้ประกาศปิดชายแดนที่ติดกับประเทศอิหร่าน[418]

​​​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต ​4,140 ราย ผู้ติดเชื้อ 300,666 ราย

คาซัคสถานแก้ไข

ประเทศคาซัคสถานยีนยันพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายในวันที่ 13 มีนาคม จากจีน ซึ่งเคยเพิ่งเดินทางมาจากประเทศตุรกี และยังมีการพบผู้ป่วยเพิ่มอีกสองรายในประเทศ ทั้งหมดถูกกักโรค ต่อมาคาซัคสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับประเทศรัสเซีย​ ​ ​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้​ติดเชื้อ​ 287,001 ราย ​และผู้​เสียชีวิต ​3,384 ราย

อาร์มีเนียแก้ไข

ประเทศอาร์มีเนียยืนยันพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายแรกในช่วงปลายของวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม เป็นชาวอาร์มีเนียอายุ 29 ปีที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่านและมีรายงานยืนยันผลทดสอบเป็นบวก ภริยาของบุคคลนี้ได้ถูกนำไปทดสอบเช่นกัน โดยผลออกมาเป็นลบ นายกรัฐมนตรีนิกอล ปาชินยันแถลงว่าผู้ป่วยนั้น "มีอาการดีขึ้นแล้ว" นอกจากนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยประมาณ 30 คนถูกนำไปทดสอบและจะถูกกักโรค ซึ่งก่อนหน้านี้อาร์มีเนียได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับประเทศอิหร่านไปแล้ว[419]​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​มีผู้เสียชีวิต 3,878 ราย และมี​ผู้ติดเชื้อ 208,520 ราย

อินเดียแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศอินเดีย
(ณ วันที่ 9 เมษายน 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

รัฐบาลอินเดียออกคำแนะนำการเดินทางแก่ประชาชน โดยเฉพาะกับนครอู่ฮั่น ซึ่งมีนักศึกษาแพทย์ชาวอินเดียกำลังศึกษาอยู่ประมาณ 500 คน[420]

ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศจีนเข้าสู่ท่าอากาศยานหลักเจ็ดแห่งของประเทศอินเดีย ต้องเดินผ่านเครื่องตรวจจับความร้อน[421][422]

วันที่ 24 มกราคม มีรายงานผู้ต้องสงสัยจำนวนสองราย ซึ่งกำลังเข้ารับการรักษาอยู่ในมุมไบ[423]

​ณ​ วันที่​ 4 เมษายน พ.ศ. 2564 รัฐชัมมูและกัศมีร์ มีผู้ติดเชื้อ 133,012 ราย จำนวนผู้เสียชีวิต 2,008 ราย

​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 จำนวนผู้เสียชีวิตในอินเดียมากถึง 178,793 ราย มีผู้ติดเชื้อ 15,057,767 ราย เฉพาะ หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ มีผู้เสียชีวิต 78 ราย

อินโดนีเซียแก้ไข

ประเทศอินโดนีเซียได้ทำการติดตั้งเครื่องตรวจอุณหภูมิที่เกตและท่าเรือโดยกระทรวงอนามัย และยังมีการจัดเตรียมห้องกักโรคที่โรงพยาบาลกว่า 100 แห่ง

อินโดนีเซียประกาศห้ามทุกเที่ยวบินที่เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้า รวมถึงออกจากประเทศ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป และยังยกเลิกการให้ฟรีวีซ่าและวีซ่าเมื่อมาถึงกับบุคคลสัญชาติจีนด้วย และยังห้ามผู้ที่อยู่หรือพำนักในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันเข้าหรือผ่านประเทศอินโดนีเซีย[424]

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ชาวอินโดนีเซียจำนวน 9 คนที่เดินทางไปบนเรือไดมอนด์พรินเซสมีผลการทดสอบการติดเชื้อเป็นบวก ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมส่งลูกเรือที่เหลือ 68 คนจาก 188 คนจากเรือเวิลด์ดรีม ไปยังเกาะเซอบารูเคกิล ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ในบรรดาหมู่เกาะนับพัน[425][426][427]

วันที 2 มีนาคม ทางการอินโดนีเซียได้ยืนยันติดเชื้อว่าพบผู้ป่วย ชาวอินโดนีเซียที่เดินทางกลับมาจากประเทศจีน

วันที่ 4 ตุลาคม ที่หมู่เกาะมาลูกู พบผู้เสียชีวิต 115 ราย[428]

​​​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 อินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิต 43,424 ราย ผู้ติดเชื้อ 1,604,348 ราย

อิรักแก้ไข

​​​​​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​ประเทศอิรัก มี ผู้ติดเชื้อรวม 977,175 ราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 14,981 ราย[429]

อิหร่านแก้ไข

ประเทศอิหร่านเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโลกในทวีปเอเซีย

โดยเจอผู้ติดเชื้อรายแรกที่เมืองกอม (Qom City) ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

​​​​​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 พบผู้ติดเชื้อ 2,237,089 ราย ประเทศอิหร่าน มีผู้เสียชีวิต 66,732 ราย

โอมานแก้ไข

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสองรายแรก เป็นหญิงชาวโอมานสองคนที่กลับมาจากประเทศอิหร่าน[430][431]​​​​​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564​​​ มีผู้เสียชีวิตรวม 1,878 ราย ผู้ติดเชื้อ 180,031 ราย

อิสราเอลแก้ไข

​​​​​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564​​ ​ประเทศอิสราเอล มีผู้เสียชีวิต 6,335 ราย ติดเชื้อ 837,047 ราย

ฮ่องกงแก้ไข

วันที่ 26 พฤษภาคม​ ศูนย์ปกป้องอนามัยฮ่องกงพบผู้ป่วยรวม 1,206 คน ในฮ่องกง และผู้เสียชีวิต 7 คน[432][433][434]​ณ​ วันที่​ 19 เมษายน พ.ศ. 2564​​ ฮ่องกง มีผู้เสียชีวิต 209 ราย ติดเชื้อ 11,684 ราย

โอเชียเนียแก้ไข

ณ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโอเซียเนียได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์​ และ​ เฟรนช์พอลินีเชีย

ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564​ ​จำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 2,500 ราย พบใน 4 ประเทศ คือ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศปาปัวนิวกินี เฟรนช์พอลินีเชีย

​ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564​ ​โอเชียเนียมีผู้เสียชีวิตรวม​ 1,173 ราย ติดเชื้อรวม 61,225 ราย

ประเทศที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 ราย มี 5 ประเทศได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศฟิจิ ประเทศปาปัวนิวกินี เฟรนช์พอลินีเชีย​ และ 1 ดินแดนอาณานิคม ได้แก่ วาลิสและฟูตูนา

ณ วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564 ประเทศวานูอาตู มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นประเทศล่าสุดในทวีปโอเชียเนียที่มีผู้เสียชีวิต

พื้นที่ไม่มีผู้เสียชีวิตได้แก่ หมู่เกาะโซโลมอน สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ นิวแคลิโดเนีย ประเทศซามัว ประเทศไมโครนีเซีย หมู่เกาะพิตแคร์น หมู่เกาะคุก

ประเทศออสเตรเลียแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศออสเตรเลีย
(ณ วันที่ 9 เมษายน​ 2563):
  มีรายงานยืนยันผู้ป่วย

วันที่ 25 มกราคม มีการยืนยันผู้ป่วยรายแรก เป็นชายอายุราว 50 ปี ซึ่งเดินทางจากเมืองกว่างโจวมายังเมลเบิร์นในวันที่ 19 มกราคม ผ่านสายการบินไชนาเซาเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ CZ321 เขาเข้ารับการรักษาตัวที่ศูนย์การแพทย์โมนาชในเมลเบิร์น[435][436] จากนั้นมีการประกาศว่ามีผู้ป่วยอีกสามรายที่มีผลการทดสอบเป็นบวกในรัฐนิวเซาท์เวลส์[437][438] ต่อมามีการเฝ้าสังเกตอาการอีกหกราย และมีการยืนยันว่าจะเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลหลังจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากนครอู่ฮั่น จากในหกราย มีผู้ต้องสงสัยถึงสองรายที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัส ส่วนที่เหลืออีกสี่รายอาจถูกสงสัยว่าติดเชื้อไวรัส[439]

หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ออสเตรเลีย ระบุว่าเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางชีวภาพ จะเริ่มคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงในสามสัปดาห์โดยเที่ยวบินจากอู่ฮั่นถึงซิดนีย์ ในวันที่ 23 มกราคม ผู้โดยสารจะได้รับแผ่นพับข้อมูล และข้อให้แสดงตัวหากมีไข้หรือต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อโรค[440]รัฐแทสเมเนีย มีผู้เสียชีวิต 13 ราย

ณ 12 กรกฎาคม​ ​พ.ศ. 2564 ​มีผู้เสียชีวิตรวม​ 911 ราย ผู้ติดเชื้อ 31,216 ราย

โดยระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึง 12 กรกฎาคม​ พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต​เพียง 2 ราย

ประเทศนิวซีแลนด์แก้ไข

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พบผู้ป่วยรายแรกกลับมาจากประเทศอิหร่าน[441] วันที่ 25 มีนาคม ประเทศนิวซีแลนด์ พบผู้ติดเชื้อ 205 ราย รักษาหายแล้ว 22 ราย ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน[442] 29 มีนาคม พบผู้เสียชีวิตรายแรก[443]ณ 2 มีนาคม ​พ.ศ. 2564​ ​ประเทศนิวซีแลนด์​มีผู้เสียชีวิต 26 ราย ​ผู้ติดเชื้อ 2,382 ราย

หมู่เกาะแชทัม​ และ เกาะสจวร์ต​ ไม่พบผู้ติดเชื้อ

ประเทศฟิจิแก้ไข

ประเทศฟิจิ​ ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564 พบผู้ติดเชื้อ 72 ราย เสียชีวิต 2 ราย

ประเทศปาปัวนิวกินีแก้ไข

ประเทศปาปัวนิวกินี ​ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564 พบผู้ติดเชื้อ 9,738 ราย เสียชีวิต 89 ราย

เฟรนช์พอลินีเชียแก้ไข

เฟรนช์พอลินีเชีย ณ 19 เมษายน ​พ.ศ. 2564 พบผู้ติดเชื้อ 18,696 ราย เสียชีวิต 141 ราย

แอฟริกาแก้ไข

ในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2563 นายกรัฐมนตรีประเทศเอสวาตีนี ถึงแก่อสัญกรรมจากการติดเชื้อโควิด 19

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพบทั้ง57ดินแดนทั้งทวีปแอฟริกา จำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 3000 ราย มีจำนวน 6 ประเทศ จำนวนผู้เสียชีวิตน้อยที่สุด อยู่ที่เวสเทิร์นสะฮารา เสียชีวิต 1 ราย ศูนย์กลางการแพร่ระบาดอยู่ที่ ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศอียิปต์ และ ประเทศโมร็อกโก

พื้นที่ไม่พบผู้เสียชีวิตได้แก่ เซนต์เฮเลนา โดยพบผู้ติดเชื้อ เพียง 2 ราย

ประเทศแอฟริกาใต้แก้ไข

ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นประเทศพบผู้ป่วยรายแรก 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​มีผู้เสียชีวิต 53,736 ผู้ติดเชื้อ 1,566,769 ราย

ประเทศอียิปต์​แก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศอียิปต์
(ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563):
  มีรายงานยืนยันผู้ป่วย
  มีการรายงานผู้ต้องสงสัย

ประเทศอียิปต์วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 อียิปต์ได้ยืนยันติดเชื้อผู้ป่วย มีผู้ชายชาวจีนอายุ 30 ปี ใด้เดินทางมาจาก ประเทศจีน ต้องหา ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เป็นบวก ทำไห้ชาวอียิปต์ถูกติดเชิ้อโควิด-19 ต้องสั่งไปเข้าโรงพยาบาลในไคโร

วันที่ 25 มีนาคม 2563 สายการบินอียิปต์แอร์ ถูกยกเลิกเที่ยวบินแล้ว ต่อมา วันที่ 12 เมษายน 2563 สนามบินแห่งไคโรได้ปิดทำการ อียิปต์ได้ประกาศปิดแดนทะเลซาอุดีอาระเบีย

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ประเทศอียิปต์ มี​ผู้เสียชีวิต 12,738 ราย ผู้ติดเชื้อ 261,334 ราย

ประเทศโมร็อกโกแก้ไข

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต 8,945 ราย ผู้ติดเชื้อ 505,811 ราย

ประเทศตูนิเซียแก้ไข

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 มีผู้เสียชีวิต 9,783 ราย ผู้ติดเชื้อ 285,490 ราย

ประเทศแอลจีเรียแก้ไข

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​มีผู้เสียชีวิต 3,155 ราย มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 119,642​ ราย

ประเทศเอธิโอเปียแก้ไข

ณ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ​ประเทศเอธิโอเปีย ผู้เสียชีวิต 3,370 ผู้ติดเชื้อ 242,028 ราย

เส้นเวลาของการยืนยันผู้ป่วยกรณีแรกเรียงตามประเทศและดินแดนแก้ไข

ผู้ป่วยกรณีแรกเรียงตามประเทศและดินแดน
วันที่ ประเทศหรือดินแดน
1 ธันวาคม 62   จีน (แผ่นดินใหญ่)
13 มกราคม   ไทย
16 มกราคม   ญี่ปุ่น
20 มกราคม   เกาหลีใต้  สหรัฐ
21 มกราคม   ไต้หวัน[a]
22 มกราคม   ฮ่องกง[b]  มาเก๊า[b]
23 มกราคม   สิงคโปร์  เวียดนาม
24 มกราคม   ฝรั่งเศส  เนปาล
25 มกราคม   ออสเตรเลีย  แคนาดา  มาเลเซีย
27 มกราคม   กัมพูชา  เยอรมนี  ศรีลังกา
29 มกราคม   ฟินแลนด์  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
30 มกราคม   อินเดีย  อิตาลี  ฟิลิปปินส์
31 มกราคม   รัสเซีย  สเปน  สวีเดน  สหราชอาณาจักร
4 กุมภาพันธ์   เบลเยียม
14 กุมภาพันธ์   อียิปต์
19 กุมภาพันธ์   อิหร่าน
21 กุมภาพันธ์   อิสราเอล  เลบานอน
24 กุมภาพันธ์   อัฟกานิสถาน  บาห์เรน  อิรัก  คูเวต  โอมาน
25 กุมภาพันธ์   แอลจีเรีย  ออสเตรีย  บราซิล  โครเอเชีย  สวิตเซอร์แลนด์
26 กุมภาพันธ์   จอร์เจีย  กรีซ  นอร์ทมาซิโดเนีย  นอร์เวย์  ปากีสถาน  โรมาเนีย
27 กุมภาพันธ์   เดนมาร์ก  เอสโตเนีย  เนเธอร์แลนด์  ไนจีเรีย  ซานมารีโน
28 กุมภาพันธ์   อาเซอร์ไบจาน  เบลารุส  ไอซ์แลนด์  ลิทัวเนีย  เม็กซิโก  โมนาโก  นิวซีแลนด์  เวลส์[c]
29 กุมภาพันธ์   เอกวาดอร์  ไอร์แลนด์  ลักเซมเบิร์ก  กาตาร์
1 มีนาคม   อาร์เมเนีย  เช็กเกีย  สาธารณรัฐโดมินิกัน  แซ็ง-บาร์เตเลมี[d]  แซ็ง-มาร์แต็ง[d]  สกอตแลนด์[c]
2 มีนาคม   อันดอร์รา  อินโดนีเซีย  จอร์แดน  ลัตเวีย  โมร็อกโก  โปรตุเกส  ซาอุดีอาระเบีย  เซเนกัล  ตูนิเซีย
3 มีนาคม   อาร์เจนตินา  ชิลี  ยิบรอลตาร์[e]  ลิกเตนสไตน์  ยูเครน
4 มีนาคม   หมู่เกาะแฟโร[f]  เฟรนช์เกียนา[g]  ฮังการี  โปแลนด์  สโลวีเนีย
5 มีนาคม   บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา  มาร์ตีนิก[g]  ปาเลสไตน์  แอฟริกาใต้
6 มีนาคม   ภูฏาน  แคเมอรูน  โคลอมเบีย  คอสตาริกา  เปรู  เซอร์เบีย  สโลวาเกีย  โตโก  นครรัฐวาติกัน
7 มีนาคม   มัลดีฟส์  มอลตา  มอลโดวา  ปารากวัย
8 มีนาคม   แอลเบเนีย  บังกลาเทศ  บัลแกเรีย
9 มีนาคม   บรูไน  ไซปรัส  เกิร์นซีย์[h]  ปานามา
10 มีนาคม   โบลิเวีย  บูร์กินาฟาโซ  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  จาเมกา  เจอร์ซีย์[h]  เมลียา[i]  มองโกเลีย  นอร์เทิร์นไซปรัส[a]  ตุรกี
11 มีนาคม   คิวบา  เฟรนช์พอลินีเชีย[d]  กายอานา  ฮอนดูรัส  โกตดิวัวร์  เรอูนียง[g]
12 มีนาคม   เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์  ตรินิแดดและโตเบโก
13 มีนาคม   แอนติกาและบาร์บูดา  อารูบา[j]  หมู่เกาะเคย์แมน[e]  เซวตา[i]  กือราเซา[j]  เอธิโอเปีย  กาบอง  กานา  กัวเดอลุป[g]  กัวเตมาลา  กินี  คาซัคสถาน  เคนยา  คอซอวอ[a]  ปวยร์โตรีโก[k]  เซนต์ลูเซีย  ซูดาน  ซูรินาม  หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ[k]  อุรุกวัย  เวเนซุเอลา
14 มีนาคม   สาธารณรัฐแอฟริกากลาง  สาธารณรัฐคองโก  อิเควทอเรียลกินี  เอสวาตีนี  มอริเตเนีย  มายอต[g]  นามิเบีย  รวันดา  เซเชลส์
15 มีนาคม   แอโครเทียรีและดิเคเลีย[e]  บาฮามาส  กวม[k]  อุซเบกิสถาน
16 มีนาคม   เบนิน  กรีนแลนด์[f]  ไลบีเรีย  โซมาเลีย  แทนซาเนีย
17 มีนาคม   บาร์เบโดส  แกมเบีย  มอนเตเนโกร  ซินต์มาร์เติน[j]
18 มีนาคม   เบอร์มิวดา[e]  จิบูตี  เอลซัลวาดอร์  คีร์กีซสถาน  มอริเชียส  มอนต์เซอร์รัต[e]  นิวแคลิโดเนีย[l]  นิการากัว  แซมเบีย
19 มีนาคม   แองโกลา  ชาด  ฟิจิ  เฮติ  ไอล์ออฟแมน[h]  ไนเจอร์
20 มีนาคม   กาบูเวร์ดี  ติมอร์-เลสเต  มาดากัสการ์  ปาปัวนิวกินี  ยูกันดา  ซิมบับเว
21 มีนาคม   หมู่เกาะโอลันด์[m]  สาธารณรัฐไครเมีย[n]  เอริเทรีย  ทรานส์นีสเตรีย[o]
22 มีนาคม   โดมินิกา  เกรเนดา  โมซัมบิก  ซีเรีย
23 มีนาคม   เบลีซ  พม่า  หมู่เกาะเติกส์และเคคอส[e]
24 มีนาคม   เกาะอีสเตอร์[p]  อ่าวกวนตานาโม  ลาว  ลิเบีย
25 มีนาคม   หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน[e]  กินี-บิสเซา  มาลี  เซนต์คิตส์และเนวิส
26 มีนาคม   แองกวิลลา[e]
28 มีนาคม   หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา[k]
30 มีนาคม   บอตสวานา
31 มีนาคม   บุรุนดี  สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์[q]  สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์[q]  เซียร์ราลีโอน  ซินต์เอิสตาซียึส[r]  โซมาลีแลนด์[s]
2 เมษายน   มาลาวี
3 เมษายน   หมู่เกาะฟอล์กแลนด์[e][n]
4 เมษายน เวสเทิร์นสะฮารา[n][t]
5 เมษายน   แซงปีแยร์และมีเกอลง[d]  เซาท์ซูดาน
6 เมษายน   เซาตูเมและปรินซีปี
7 เมษายน   อับคาเซีย[a]  นากอร์โน-คาราบัค[o]
10 เมษายน   เยเมน
11 เมษายน   ซาบา[r]
16 เมษายน   โบแนเรอ[r]
30 เมษายน   คอโมโรส  ทาจิกิสถาน
6 พฤษภาคม   เซาท์ออสซีเชีย[a]
13 พฤษภาคม   เลโซโท
25 กรกฎาคม   สาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี[a][n]
3 ตุลาคม   หมู่เกาะโซโลมอน
16 ตุลาคม   วาลิสและฟูตูนา[d]
28 ตุลาคม   หมู่เกาะมาร์แชลล์
6 พฤศจิกายน   อเมริกันซามัว [k]
11 พฤศจิกายน   วานูอาตู
18 พฤศจิกายน   ซามัว
 หมายเหตุ 
  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ และได้รับการรับรองอย่างจำกัดโดยรัฐสมาชิก UN บางรัฐ
  2. 2.0 2.1 เขตบริหารพิเศษของประเทศจีน
  3. 3.0 3.1 ประเทศของสหราชอาณาจักร
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 อาณานิคมโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 5.6 5.7 5.8 ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร
  6. 6.0 6.1 ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 จังหวัดโพ้นทะเลของฝรั่งเศส
  8. 8.0 8.1 8.2 เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ของสหราชอาณาจักร
  9. 9.0 9.1 นครปกครองตนเองของสเปน
  10. 10.0 10.1 10.2 ประเทศของราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 11.4 ดินแดนของสหรัฐ
  12. อาณานิคมพิเศษของประเทศฝรั่งเศส
  13. ดินแดนปกครองตนเองของฟินแลนด์
  14. 14.0 14.1 14.2 14.3 ดินแดนที่เป็นข้อพิพาท
  15. 15.0 15.1 ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ และได้รับการรับรองอย่างจำกัดเฉพาะรัฐอื่นที่ไม่ได้เป็นสมาชิก UN
  16. ดินแดนพิเศษของชิลี
  17. 17.0 17.1 หนึ่งในสองรัฐจัดตั้งที่สถาปนาโดยกลุ่มกบฏที่รัสเซียหนุนหลัง ได้รับการรับรองระหว่างรัฐทั้งสองและเซาท์ออสซีเชียเท่านั้น
  18. 18.0 18.1 18.2 เทศบาลพิเศษของเนเธอร์แลนด์
  19. ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ และไม่ได้รับการรับรองจากรัฐใด
  20. กรณีผู้ป่วยได้รับการยืนยันในภูมิภาค Laâyoune-Sakia El Hamra ในส่วนที่ควบคุมโดยโมร็อกโก

ประเทศที่พบผู้ต้องสงสัยแก้ไข

เอเชียแก้ไข

ประเทศเกาหลีเหนือแก้ไข