มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์

(เปลี่ยนทางจาก Johns Hopkins University)

มหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ (อังกฤษ: Johns Hopkins University ตัวย่อ JHU) หรือเรียกอย่างย่อว่า ฮอปกินส์ เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนในสหรัฐอเมริกา ริเริ่มก่อตั้งโดยประธานาธิบดี เดวิด คอยต์ กิลแมน ตั้งอยู่ที่เมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2419 (ค.ศ. 1876) โดยมีการเปิดการเรียนการสอบในหลายระดับ มีนักศึกษาระดับปริญญาตรีประมาณ 4,500 คน[4] และในระดับสูงกว่าระดับปริญญาตรี 15,000 คน[5]

มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์
150px
ตราประทับของมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์
คติพจน์Veritas vos liberabit (ภาษาลาติน)
คติพจน์อังกฤษThe Truth Will Set You Free
สถาปนาค.ศ. 1876 (1876)
ประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
ทุนทรัพย์6.28 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2019)[1]
ประธานโรนัลด์ เจ. แดเนียลส์
ProvostSunil Kumar
จำนวนผู้ศึกษา26,402
จำนวน ป.ตรี5,615 (Fall 2018)[2]:33
จำนวนบัณฑิตศึกษา>20,000[2]:35
ที่ตั้งบอลทิมอร์, รัฐแมรีแลนด์, สหรัฐ
39°19′44″N 76°37′13″W / 39.32889°N 76.62028°W / 39.32889; -76.62028พิกัดภูมิศาสตร์: 39°19′44″N 76°37′13″W / 39.32889°N 76.62028°W / 39.32889; -76.62028
ประเทศสหรัฐ
หนังสือพิมพ์The Johns Hopkins News-Letter (ก่อตั้ง. ค.ศ.1896)
สีประจำสถาบันน้ำเงิน, ขาว และดำ[3]
              
มาสคอตBlue Jay
เว็บไซต์www.jhu.edu
Johns Hopkins University logo.svg
ห้องสมุดในมหาวิทยาลัย

จอนส์ ฮอปกินส์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่ใช้รูปแบบการจัดการศึกษาแบบมหาวิทยาลัยในเยอรมนี และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้การสัมมนาแทนการสอนโดยการบรรยายเพียงอย่างเดียว รวมทั้งเป็นมหาวิทยาลัยอเมริกันแห่งแรกที่จัดให้มีวิชาเอก (major) แทนหลักสูตรศิลปศาสตร์ทั่วไป ดังนั้นจอนส์ ฮอปกินส์จึงเป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยวิจัยขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกา และเป็นหนึ่งใน 14 สมาชิกก่อตั้งสมาคมมหาวิทยาลัยอเมริกัน หรือ Association of American Universities

จากสถิติของกองทุนวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation) ของสหรัฐอเมริกา จอนส์ ฮอปกินส์เป็นมหาวิทยาลัยที่ครองอันดับ 1 ในด้านการใช้งบประมาณการวิจัยและพัฒนาในสาขาวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และวิศวกรรมศาสตร์ เป็นเวลา 30 ปีต่อเนื่องกัน[6]และเป็นสถาบันที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก[7]

จอห์น ฮอปกินส์ มีชื่อเสียงในด้านการแพทย์ สาธารณสุข และ การพยาบาล โดยได้รับการจัดอันดับจากยูเอสนิวส์ในอันดับต้นของประเทศหลายครั้ง นอกจากนั้นจอนส์ฮอปกินส์ยังมีสถาบันชั้นนำระดับโลกในสาขาอื่น อาทิ สถาบันด้านการดนตรีพีบอดี (Peabody Institute) และด้านการระหว่างประเทศ (The Paul H. Nitze School of Advanced International Studies หรือ SAIS)

จนถึงพ.ศ. 2552 มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์จำนวน 33 คนที่ได้รับรางวัลโนเบล

ความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยแก้ไข

การเสด็จฯ เยือนของพระราชวงศ์แก้ไข

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปยังมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ เมืองบัลติมอร์เพื่อทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ด้านมนุษยธรรม (Honorary Doctorate of Human Letters) ในฐานะที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ด้วยความวิริยะอุตสาหะเพื่อปวงชนชาวไทย

เมื่อวันที่ 5-9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เยือนมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ที่เมืองบัลติมอร์ และ School of Advanced International Studies (SAIS) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อทรงเข้าร่วมการอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศสหรัฐอเมริกาต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับคณาจารย์ของ SAIS นอกจากนั้นยังได้พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ดร. ซบิกนิเยฟ เบรอซินสกี นักวิชาการอาวุโสของ SAIS และอธิการบดีมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์เป็นเจ้าภาพถวายพระกระยาหารค่ำในสองโอกาสด้วย นอกจากนั้น ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯ ไปทรงบรรยายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีนที่ Hopkins-Nanjing Center เมืองหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จไปยังราชอาณาจักรเนปาล (ในขณะนั้น) เพื่อทรงเยี่ยมชมโครงการวิจัยโภชนาการที่จังหวัดเทราย และเมื่อวันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553เสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศเพื่อทรงเยี่ยมชมโครงการวิจัยด้านสุขภาพแม่และเด็ก ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของคณบดีวิทยาลัยสาธารณสุขศาสตร์บลูมเบิร์กแห่งมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์ เพื่อทรงรับการทูลเกล้าฯ ถวายปริญญษดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากนั้นเสด็จฯ ไปยังวิทยาลัยสาธารณสุขศาสตร์เพื่อทรงรับฟังการบรรยายสรุปจากนักวิชาการและทอดพระเนตรบริเวณวิทยาลัย

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงแก้ไข

ชาวต่างประเทศแก้ไข

ชาวไทยแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. As of June 30, 2019. "U.S. and Canadian Institutions Listed by Fiscal Year (FY) 2019 Endowment Market Value and Change in Endowment Market Value from FY 2018 to FY 2019". National Association of College and University Business Officers and TIAA. สืบค้นเมื่อ January 31, 2020.
  2. 2.0 2.1 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ factbook
  3. "Color – Johns Hopkins Identity Guidelines". สืบค้นเมื่อ November 14, 2015.
  4. Facts & Figures, Johns Hopkins University
  5. http://www.jhu.edu/registrat/reports/fall07/headcount.pdf
  6. http://newswire.ascribe.org/cgi-bin/behold.pl?ascribeid=20091006.062525&time=07%2056%20PDT&year=2009&public=0
  7. http://sciencewatch.com/inter/ins/09/09Top20Overall/

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข