คาบูล (Kabul; ปาทาน: کابلภาษาดารี: کابل, Kābol) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่สุดของประเทศอัฟกานิสถาน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศ คาบูลยังเป็นเทศบาลหนึ่งในจังหวัดคาบูล คาบูลประกอบด้วย22 อำเภอ การประมาณในปี 2020 ระบุประชากรของคาบูลอยู่ที่ราว 4.222 ล้าน[3] ประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลัก ๆ ของอัฟกานิสถานทั้งหมด[4] คาบูลเป็นเมืองเดียวในประเทศอัฟกานิสถานที่มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน[5] และเป็นศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ[6] คาบูลเป็นหนึ่งในเมืองที่มีการกลายเป็นเมืองเร็วที่สุดในโลก และในปี 2012 คาบูลมีฐานะเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโลกอันดับที่ 75[7]

Kabul

کابل
Montage of Kabul City.png
ตามเข็มจากบน: เทือกเขาฮินดูกูชด้านหลังเมือง; แม่น้ำคาบูล; จัตุรัส Abdul Haq และอนุเขตด้านหลัง; ภายในสวนบาบูร์; มัสยิดอับดุล เราะห์มัน
Kabul ตั้งอยู่ใน Afghanistan
Kabul
Kabul
Kabul ตั้งอยู่ใน เอเชีย
Kabul
Kabul
พิกัดภูมิศาสตร์: 34°31′31″N 69°10′42″E / 34.52528°N 69.17833°E / 34.52528; 69.17833พิกัดภูมิศาสตร์: 34°31′31″N 69°10′42″E / 34.52528°N 69.17833°E / 34.52528; 69.17833
ประเทศอัฟกานิสถาน
จังหวัดคาบูล
จำนวนอำเภอ22
ตั้งเมืองหลวง1776
การปกครอง
 • ประเภทเทศบาล
 • นายกเทศบาลมูฮัมมัด ดาวุด ซุลตานโซย
พื้นที่
 • ทั้งหมด275 ตร.กม. (106 ตร.ไมล์)
 • พื้นดิน275 ตร.กม. (106 ตร.ไมล์)
 • พื้นน้ำ0 ตร.กม. (0 ตร.ไมล์)
ความสูง1,791 เมตร (5,876 ฟุต)
ประชากร (1 มกราคม 2020)
 • ทั้งหมด4,273,156[1] คน
เขตเวลาUTC+4:30 (เวลามาตรฐานอัฟกานิสถาน)
รหัสไปรษณีย์100X, 101X, 105X, 106X
รหัสพื้นที่(+93) 20
HDI (2017)Increase 0.575[2]
medium
เว็บไซต์km.gov.af/

คาบูลตั้งอยู่บนท่องเขาแคบ ๆ ระหว่างเทือกเขาฮินดูกูช คาบูลตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,790 เมตร (5,873 ฟุต) นับเป็นหนึ่งในเมืองหลวงที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก กล่าวกันว่าคาบูลมีอายุเก่าแก่มากกว่า 3,500 ปี มีปรากฏชื่อของคาบูลย้อนกลับไปอย่างน้อยในสมัยของจักรวรรดิอาเคียเมนิด คาบูลเป็นทางตัดระหว่างเมืองใหญ่ ๆ ในทวีปเอเชีย ที่ตั้งของคาบูลอยู่ตรงประมาณกึ่งกลางระหว่างอิสตันบูลในตุรกีกับประมาณกรุงเทพมหานครในไทยหรือฮานอยในเวียดนาม จึงเป็นสถานที่ทางยุทธศาสตร์ในการขนส่งเดินทางระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียกลาง และถือเป็นสถานที่สำคัญในเส้นทางสายไหมโบราณ[8] ในเวลาถัดมาคาบูลตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรต่าง ๆ ทั้งเซลีวคิด, เมารยะ, กูชัน, กาบูลชาฮี, ซัฟฟาริด, ซามานิด, ฆัซนาวิด, ฆูริด, ควาราซ, การ์ลูฆิด, ขาลจี, ตีมูริด, โมกุล และ โฮตัก และท้ายที่สุดเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิดูร์รานี (รู้จักในชื่อ "จักรวรรดิอัฟกัน") ในปี 1747[9] คาบูลกลายเป็นเมืองหลวงของอัฟกานิสถานในปี 1776 ภายใต้รัชสมัยของตีมูร์ ชาห์ ดูร์รานี พระบุตรของอาห์เมด ชาห์ ดูร์รานี

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 บริติชราชได้เข้าปกครองเมือง แต่ภายหลังการตัดตั้งความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการระหว่างอัฟกันและบริเตน บริเตนก็ได้ถอดกองกำลังทั้งหมดออกจากเมือง คาบูลเปลี่ยนมาอยู่ใต้การปกครองของสหภาพโซเวียตในปี 1979 จนถึงปี 1988 ที่ซึ่งมีการลงนามในข้อตกลงเจนีวา ต่อมาในปี 1992-1996 ได้เกิดสงครามกลางเมืองอัฟกันขึ้น ส่งผลให้เมืองถูกทำลายอย่างหนัก และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก[10] นับตั้งแต่ปลายปี 2001 คาบูลค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นใหม่อยู่ตลอด[11]

คาบูลเป็นที่รู้จักจากสวน, บะซาร์ และ วังต่าง ๆ ที่สวยงามอยู่ทั่วเมือง[12][13][14] ตัวอย่างสถานที่สำคัญเช่น หมู่สวนบาบูร์ ปละ วังดารุลอะมาน ในอดีตคาบูลยังเคยเป็นเสมือนเมกกะ (ศูนย์รวม) ของบรรดาชาวฮิปปี้หนุ่มสาวจากตะวันตก[15][16] ถึงแม้คาบูลจะตกอยู่ภายใต้การโจมตีและก่อการร้ายหลายครั้งโดยตาลีบันเป็นหลักอยู่ตลอด ๆ แต่คาบูลก็ยังคงมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาและขึ้นเป็นเมืองที่มีการเติบโตเร็วที่สุดอันดับห้าของโลกในปี 2012[17][18]

เมืองพี่น้องแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. National Statistic and Information Authority. "Population Estimates for Afghanistan by Province and District" (PDF). สืบค้นเมื่อ August 31, 2020.
  2. "Sub-national HDI - Area Database - Global Data Lab". hdi.globaldatalab.org (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2018-09-13.
  3. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Factbook
  4. "2003 National Geographic Population Map" (PDF). Thomas Gouttierre, Center For Afghanistan Studies, University of Nebraska at Omaha; Matthew S. Baker, Stratfor. National Geographic Society. November 2003. สืบค้นเมื่อ 2010-06-27.
  5. http://worldpopulationreview.com/countries/afghanistan-population/cities/
  6. https://ethz.ch/content/dam/ethz/special-interest/gess/cis/center-for-securities-studies/resources/docs/USIP-pw126_kabul-and-the-challenge-of-dwindling-foreign-aid.pdf
  7. "Largest cities in the world and their mayors – 1 to 150". City Mayors. 2012-05-17. สืบค้นเมื่อ 2012-08-17.
  8. "Afghanistan: The Heart of Silk Road in Asia". thediplomat.com. สืบค้นเมื่อ November 26, 2019.
  9. Nancy Hatch Dupree / Aḥmad ʻAlī Kuhzād (1972). "An Historical Guide to Kabul – The Story of Kabul". American International School of Kabul. Archived from the original on 2010-08-30. สืบค้นเมื่อ 2010-09-18.
  10. "History of Kabul". Lonely Planet. สืบค้นเมื่อ 2013-05-27.
  11. Bergen, Peter (March 4, 2013). "What Went Right?". foreignpolicy.com. สืบค้นเมื่อ November 26, 2019.
  12. Gopalakrishnan, Raju (2007-04-16). "Once called paradise, now Kabul struggles to cope". Reuters.
  13. Abdul Zuhoor Qayomi. "Kabul City: Isn't just capital of Afghanistan but of palaces as well - Afghanistan Times". Afghanistan Times.
  14. Sayed A Azimi. "Reversing Kabul's Environmental Setbacks". www.linkedin.com (in อังกฤษ).
  15. Dateline Mongolia: An American Journalist in Nomad's Land by Michael Kohn
  16. ""Mein Kabul": ORF-Reporterlegende Fritz Orter präsentiert im "Weltjournal" "seine Stadt" – am 31. August um 22.30 Uhr in ORF 2". OTS.at (in เยอรมัน).
  17. "World's fastest growing urban areas (1)". City Mayors. 2012-05-17. สืบค้นเมื่อ 2012-08-17.
  18. "Kabul: A City With 2 Faces". thediplomat.com. สืบค้นเมื่อ November 26, 2019.