ประเทศคอสตาริกา

ประเทศในอเมริกากลาง
(เปลี่ยนทางจาก คอสตาริกา)

พิกัดภูมิศาสตร์: 10°N 84°W / 10°N 84°W / 10; -84

คอสตาริกา (สเปน: Costa Rica) หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐคอสตาริกา (República de Costa Rica) เป็นประเทศในภูมิภาคอเมริกากลาง มีอาณาเขตจรดประเทศนิการากัว ทางทิศเหนือ จรดประเทศปานามาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จรดมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันตกและทิศใต้ และจรดทะเลแคริบเบียนทางทิศตะวันออก ประเทศนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของภูมิภาคในเรื่องการมีเสถียรภาพทางการเมือง และบางครั้งได้ชื่อว่าเป็น "สวิตเซอร์แลนด์ของอเมริกากลาง"

สาธารณรัฐคอสตาริกา

República de Costa Rica (สเปน)
ที่ตั้งของคอสตาริกา
เมืองหลวง
และเมืองใหญ่สุด
ซานโฮเซ
9°56′N 84°5′W / 9.933°N 84.083°W / 9.933; -84.083
ภาษาราชการสเปน
ภาษาพื้นเมือง
ภาษาพูดอื่น ๆอังกฤษ
เยอรมัน
เพลาท์ดีทช์
อิตาลี
กลุ่มชาติพันธุ์
(ค.ศ. 2011[2])
ศาสนา
(ค.ศ. 2021)[4]
การปกครองรัฐเดี่ยว สาธารณรัฐระบบประธานาธิบดี
Rodrigo Chaves Robles
Stephan Brunner
Mary Munive
สภานิติบัญญัติสภานิติบัญญัติ
ประกาศเอกราช
• จากสเปน
15 กันยายน ค.ศ. 1821
1 กรกฎาคม ค.ศ. 1823
14 พฤศจิกายน ค.ศ. 1838
• ได้รับการยอมรับจากสเปน
10 พฤษภาคม ค.ศ. 1850
• รัฐธรมนูญ
7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1949[2]
พื้นที่
• รวม
51,100 ตารางกิโลเมตร (19,700 ตารางไมล์) (อันดับที่ 126)
1.05 (ใน ค.ศ. 2015)[5]
ประชากร
• ค.ศ. 2020 ประมาณ
5,094,118[6] (อันดับที่ 123)
220 ต่อตารางไมล์ (84.9 ต่อตารางกิโลเมตร) (อันดับที่ 107)
จีดีพี (อำนาจซื้อ)ค.ศ. 2020 (ประมาณ)
• รวม
95.791 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[7]
18,651 ดอลลาร์สหรัฐ[7]
จีดีพี (ราคาตลาด)ค.ศ. 2020 (ประมาณ)
• รวม
65.179 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[7]
12,690 ดอลลาร์สหรัฐ[7]
จีนี (ค.ศ. 2020)Negative increase 49.7[8]
สูง
เอชดีไอ (ค.ศ. 2019)เพิ่มขึ้น 0.810[9]
สูงมาก · อันดับที่ 62
สกุลเงินโกลอน (CRC)
เขตเวลาUTC−6 (เขตเวลาตอนกลาง)
ขับรถด้านขวามือ
รหัสโทรศัพท์+506
โดเมนบนสุด.cr
.co.cr

ภูมิศาสตร์แก้ไข

มีพื้นที่ประมาณ 50,000 ตารางกิโลเมตร เทียบกับประเทศไทยแล้วเล็กกว่ากันถึง 10 เท่า มีจำนวนประชากรเพียง 5 ล้านคน เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ทำให้มีพืชพันธุ์ไม้อุดมสมบูรณ์ที่ไม่สามารถพบได้ในประเทศอื่น มีพื้นที่เป็นเขตป่าสงวนมากถึงร้อยละ 25 ของประเทศ และถือเป็นประเทศแรกในทวีปอเมริกาที่ออกกฎหมายห้ามล่าสัตว์ทุกชนิด และเคยถูกมูลนิธินิวอีโคโนมิค (NEF) ประกาศให้เป็นประเทศที่มีความเขียวชอุ่ม หรือมีป่าไม้ที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกอีกด้วย[10]

ประวัติศาสตร์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์คอสตาริกา

ยุคก่อนอาณานิคมแก้ไข

ยุคอาณานิคมสเปนแก้ไข

ยุครัฐชาติสมัยใหม่แก้ไข

การเมืองการปกครองแก้ไข

รูปแบบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดีเป็นประมุข

ประธานาธิบดี ภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งได้เป็นระยะเวลา 4 ปีเพียงครั้งเดียว นาย Oscar ARIAS Sanchez (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549) นาง Laura Chinchilla จากพรรค (เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2553)

ฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นระบบรัฐสภาเดียว มีสมาชิกสภานิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้ง 57 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี ฝ่ายตุลาการ ศาลสูงสุดของประเทศ (Supreme Court) มาจากการเลือกตั้งโดย สมาชิกสภานิติบัญญัติ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี การเลือกตั้งครั้งต่อไป กุมภาพันธ์ 2548 พรรคการเมืองสำคัญ Social Christian Unity Party (PUSC) (พรรครัฐบาล) Democrat Party National Liberation Party (Partido Liberacion Nacional)

การแบ่งเขตการปกครองแก้ไข

สำหรับบทความหลักในหมวดหมู่นี้ ดูที่ จังหวัดของประเทศคอสตาริกา

 

คอสตาริกาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 จังหวัด ได้แก่

  1. อาลาฮูเอลา (ภาคกลาง; ทางเหนือของเมืองหลวงซานโฮเซ)
  2. การ์ตาโก
  3. กัวนากัสเต (ตะวันตกเฉียงเหนือ)
  4. เอเรเดีย
  5. ลิมอน (มีพื้นที่เลียบชายฝั่งทะเลแคริบเบียน)
  6. ปุนตาเรนัส (เลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกส่วนใหญ่ จากนั้นจึงมีพื้นที่โป่งกว้างทางตะวันตกเฉียงใต้และทางเหนือ สิ้นสุดทั้งสองส่วนที่อ่าวนีโกยา ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองหลวงของจังหวัดที่มีชื่อเดียวกัน)
  7. ซานโฮเซ (พื้นที่รอบเมืองหลวง)


นโยบายการต่างประเทศแก้ไข

องค์การนานารัฐอเมริกันแก้ไข

ความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาแก้ไข

คอสตาริกาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในการดำเนินความร่วมมือภายใต้กรอบ Organization of the American States (OAS) และความใกล้ชิดกับสหรัฐ ฯ โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันประเทศซึ่งคอสตาริกาได้ยกเลิกกองกำลังทหาร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2492 นอกจากนี้ คอสตาริกายังให้ความสำคัญกับการต่อต้านการค้ายาเสพติด โดยเป็นประเทศแรกในอเมริกากลางที่ลงนามใน Maritime Counter-Narcotics Agreement กับสหรัฐ ฯ ซึ่งเป็นความร่วมมือเพื่อต่อต้านการลักลอบขนส่งยาเสพติดในน่านน้ำคอสตาริกา

ความสัมพันธ์กับประเทศไทยแก้ไข

กองทัพแก้ไข

คอสตาริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่ไม่มีกองทัพ คอสตาริกายกเลิกกองทัพในปี พ.ศ. 2491 เพื่อแก้ปัญหาที่เป็นรากเหง้าทางการเมืองที่มีการรัฐประหารจากกองทัพที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทต่างชาติ

เศรษฐกิจแก้ไข

ข้อมูลดัชนีเศรษฐกิจแก้ไข

ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจของคอสตาริกาประจำเดือนธันวาคม 2553 ชี้ว่าเศรษฐกิจของประเทศยังเติบโตต่ำ และเป็นไปในแนวทางเดียวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศที่ขยายตัวลดลงเรื่อย ๆ ตลอดปีที่ผ่านมา เมื่อเดือนธันวาคม 2553 อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศลดลงอีกร้อยละ 2.3 จากเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 ไปอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี มีบางภาคเศรษฐกิจที่ยังคงขยายตัวได้ ได้แก่ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคบริการ ซึ่งขยายตัวร้อยละ 9.10 รวมทั้งอุตสาหกรรมการขนส่ง การสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งขยายตัวร้อยละ 6.42 ส่วนภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ไม่มีความเปลี่ยนแปลงมากนัก ในขณะที่ภาคธุรกิจก่อสร้าง การผลิตภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งภาคการเหมืองแร่ และเหมืองหินมีอัตราการเจริญเติบโตที่ติดลบ

สินค้าส่งออกของคอสตาริกาที่สำคัญและถือเป็นสินค้าที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุด คือ กล้วยหอม[11]

เงินทุนสำรองระหว่างประเทศแก้ไข

ในปี 2553 คอสตาริกามีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศประมาณ 4.584 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

โครงสร้างการผลิตภายในประเทศแก้ไข

  1. ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (2549) 22.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (2550) ร้อยละ 7
  3. รายได้ประชาชาติต่อหัว (2550) 13,500 ดอลลาร์สหรัฐ/คน/ปี
  4. หนี้ต่างประเทศ (2550) ร้อยละ 7.163 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  5. เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (พฤษภาคม 2550) 3.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  1. สินค้าเกษตรสำคัญ กล้วย (คอสตาริกาเป็นผู้ส่งออกกล้วยมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากเอกวาดอร์) กาแฟ เมล็ดโกโก้ ข้าว และถั่ว
  2. สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญ อาหารและเครื่องดื่ม สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ กระดาษ เคมีภัณฑ์พลาสติก และผลิตภัณฑ์ยาง
  3. สินค้าบริการสำคัญ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (ทำรายได้เข้าประเทศกว่าร้อยละ 60)
  1. การนำเข้า มูลค่า 11.84 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2550) ในปี 2553 มูลค่า 13.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
  2. สินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ
    1. น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เวชภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้าง
    2. ส่วนประกอบและอุปกรณ์ของเครื่องประมวลผล วงจร รวมโมโนลิทิก กระดาษคราฟต์
  3. ประเทศคู่ค้าตลาดนำเข้าหลัก
    1. สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 44.72
    2. เม็กซิโก ร้อยละ 7.65
    3. ญี่ปุ่น ร้อยละ 4.36
    4. บราซิล ร้อยละ
    5. เวเนซุเอลา ร้อยละ 5.56
    6. จีน ร้อยละ 5.15
  1. การส่งออก มูลค่า 9.232 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2550) ในปี 2553 มูลค่า 10.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ()
  2. สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ
    1. ผลิตผลการเกษตร อาทิ กล้วย สัปปะรด กาแฟ เมลอน พืชตกแต่ง เนื้อวัว น้ำตาล
    2. อุตสาหกรรม อาทิ สิ่งทอ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเภสัช
  3. ประเทศคู่ค้าการส่งออกที่สำคัญได้แก่
    1. สหรัฐอเมริกา ร้อยละ 35.61
    2. เนเธอร์แลนด์ ร้อยละ 12.82
    3. จีน ร้อยละ 11.81
    4. เยอรมัน ร้อยละ
    5. กัวเตมาลา ร้อยละ
    6. นิการากัว ร้อยละ
    7. เม็กซิโก ร้อยละ 4.2

ความร่วมมือทางการค้ากับต่างประเทศแก้ไข

ความตกลงเขตการค้าเสรีพหุภาคีที่คอสตาริกาเป็นภาคีร่วมมี

1. CAFTA-DR (ความตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างกลุ่มประเทศอเมริกากลาง และสาธารณรัฐคอมินิกัน กับสหรัฐอเมริกา) ลงนามเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2547 มีผลบังคับในคอสตาริกาเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2552 ทั้งนี้ กลุ่มประเทศอเมริกากลางเป็นตลาดส่งออกอันดับสามในกลุ่มละตินอเมริกาสำหรับสหรัฐฯ หลังจากเม็กซิโกและบราซิล การส่งออกจากสหรัฐฯ ไปยังกลุ่มประเทศ CAFTA-DR มีมูลค่า 26.3 พันล้านเหรียญฯ ในปี 2551

2. ความตกลงเขตการค้าเสรีพหุภาคีกับกลุ่มประเทศคาริบเบียน (CARICOM) ลงนามเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2547 มีผลบังคับในคอสตาริกาเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2548 โดยมีเงื่อนไขความตกลง 4 ระดับซึ่งเจรจากันระหว่างแต่ละประเทศอีกต่างหาก ได้แก่ การเปิดเสรีอัตโนมัติ การลดภาษีใน 4 ปี ข้อยกเว้นเป็นรายสินค้า และข้อยกเว้นสำหรับสินค้าเกษตรตามฤดูกาลสำหรับความตกลงเขตการค้าเสรีในระดับทวิภาคี คอสตาริกาได้ลงนามความตกลงไว้ 5 ประเทศ คือ กับเม็กซิโก (มีผลบังคับตั้งแต่ปี 2538) แคนาดา (2544) ชิลี (2545) สาธารณรัฐโดมินิกัน (2538) และปานามา (2551) และได้เริ่มกระบวนการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีกับ ประเทศจีน เมื่อปี 2550 และกับสหภาพยุโรป (AACUE) เมื่อปี 2549

ความตกลงระหว่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ICC/CBI (Caribbean Basin Initiative-1983), GSP-Europe และ ALCA/FTAA (Free Trade Areas of the Americas-1994)

โครงสร้างพื้นฐานแก้ไข

สาธารณูปโภคแก้ไข

คมนาคมและโทรคมนาคมแก้ไข

มีเส้นทางการเดินทางแบบถนน 35,330 กิโลเมตร ทางรถไฟ 278 กิโลเมตร ทางน้ำ 730 กิโลเมตรที่ใช้เดินเรือได้เฉพาะเรือขนาดเล็ก สนามบิน 151 แห่ง มีท่อส่งก๊าซและน้ำมัน 796 กิโลเมตร ท่าเรือสำคัญ 2 แห่ง

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก้ไข

สาธารณสุขแก้ไข

การศึกษาแก้ไข

ประชากรแก้ไข

ชาวคอสตาริกาเป็นชนชาติผสมระหว่างสเปนกับชาวพื้นเมืองเดิม เรียกตัวเองว่า ตีโกส (Ticos) [12]

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Live Costa Rica Population Clock 2017 – Population of Costa Rica Today". www.livepopulation.com.
  2. 2.0 2.1 Central Intelligence Agency (2011). "Costa Rica". The World Factbook. Langley, Virginia: Central Intelligence Agency. สืบค้นเมื่อ 4 October 2011.
  3. "International Religious Freedom Report for 2017". www.state.gov. 2018. สืบค้นเมื่อ 29 December 2018.
  4. Murillo, Alvaro (7 July 2021). "Encuesta CIEP-UCR evidencia a una Costa Rica estatista y menos religiosa". Semanario Universidad. สืบค้นเมื่อ 8 July 2021.
  5. "Surface water and surface water change". Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). สืบค้นเมื่อ 2020-10-11.
  6. "Costa Rica Population Growth Rate 1950-2021". www.macrotrends.net.
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 "Costa Rica". International Monetary Fund. October 2019. สืบค้นเมื่อ 15 October 2019.
  8. "Income inequality". data.oecd.org. OECD. สืบค้นเมื่อ 25 July 2021.
  9. "Human Development Report 2019" (ภาษาอังกฤษ). United Nations Development Programme. 10 December 2019. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 23 May 2020. สืบค้นเมื่อ 10 December 2019.
  10. "เที่ยงวันทันเหตุการณ์: ข่าวกีฬา". ช่อง 3. 30 June 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-08-18. สืบค้นเมื่อ 30 June 2014.
  11. "บันทึกโลกโสภา คอสตาริกา : คน กล้วย น้ำ ป่า ปลาฉลาม (1)". loksopha.com. สืบค้นเมื่อ 30 June 2014.
  12. นิตยสารสารคดี ฉบับ 270 หน้า 136

อ่านเพิ่มแก้ไข

  • Blake, Beatrice. The New Key to Costa Rica (Berkeley: Ulysses Press, 2009).
  • Chase, Cida S. "Costa Rican Americans." Gale Encyclopedia of Multicultural America, edited by Thomas Riggs, (3rd ed., vol. 1, Gale, 2014), pp. 543–551. online
  • Edelman, Marc. Peasants Against Globalization: Rural Social Movements in Costa Rica Stanford: Stanford University Press, 1999.
  • Eisenberg, Daniel (1985). "In Costa Rica". Journal of Hispanic Philology. Vol. 10. pp. 1–6.
  • Huhn, Sebastian: Contested Cornerstones of Nonviolent National Self-Perception in Costa Rica: A Historical Approach, 2009.
  • Keller, Marius; Niestroy, Ingeborg; García Schmidt, Armando; Esche, Andreas. "Costa Rica: Pioneering Sustainability". Excerpt (pp. 81–102) from Bertelsmann Stiftung (ed.). Winning Strategies for a Sustainable Future. Gütersloh, Germany: Verlag Bertelsmann Stiftung, 2013.
  • Lara, Sylvia Lara, Tom Barry, and Peter Simonson. Inside Costa Rica: The Essential Guide to Its Politics, Economy, Society and Environment London: Latin America Bureau, 1995.
  • Lehoucq, Fabrice E. and Ivan Molina. Stuffing the Ballot Box: Fraud, Electoral Reform, and Democratization in Costa Rica Cambridge: Cambridge University Press, 2002.
  • Lehoucq, Fabrice E. Policymaking, Parties, and Institutions in Democratic Costa Rica, 2006.
  • Longley, Kyle. Sparrow and the Hawk: Costa Rica and the United States during the Rise of José Figueres (University of Alabama Press, 1997).
  • Mount, Graeme S. "Costa Rica and the Cold War, 1948–1990." Canadian Journal of History 50.2 (2015): 290–316.
  • Palmer, Steven and Iván Molina. The Costa Rica Reader: History, Culture, Politics Durham and London: Duke University Press, 2004.
  • Sandoval, Carlos. Threatening Others: Nicaraguans and the Formation of National Identities in Costa Rica Athens: Ohio University Press, 2004.
  • Wilson, Bruce M. Costa Rica: Politics, Economics, and Democracy: Politics, Economics and Democracy. Boulder, London: Lynne Rienner Publishers, 1998.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

รัฐบาลและการบริหาร
Trade