เปิดเมนูหลัก

ทวีปยุโรป

ทวีปในซีกโลกเหนือ
บทความนี้กล่าวถึงทวีป สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ยุโรป (แก้ความกำกวม)

ทวีปยุโรป (อ่านว่า "ยุ-โหฺรบ") เป็นทวีปที่ตั้งอยู่ในซีกโลกเหนือและส่วนมากอยู่ในซีกโลกตะวันออก ทางเหนือติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ทางตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ทางใต้ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นอนุทวีปทางด้านตะวันตกของทวีปยูเรเชีย

ยุโรป
Europe
Europe orthographic Caucasus Urals boundary (with borders).svg
พื้นที่ 10,180,000 ตร.กม. (อันดับที่ 6)
ประชากร 741,447,158 (พ.ศ. 2560 อันดับ 3) [1]
ความหนาแน่น 72.9 คน/ตร.กม. (อันดับที่ 2)
คำเรียกผู้อาศัย ชาวยุโรป (European)
จำนวนประเทศ ~ 44 ประเทศ
(รับรองบางส่วน ~1 ประเทศ)
จำนวนดินแดน
ภาษา ~225 ภาษา[2]
เขตเวลา UTC−1 ถึง UTC+5
เมืองใหญ่

ตั้งแต่ประมาณ 1850 การแบ่งยุโรปกับเอเชียมักยึดตามสันปันน้ำของเทือกเขายูรัลและเทือกเขาคอเคซัส แม่น้ำยูรัล ทะเลแคสเปียน ทะเลดำและช่องแคบตุรกี[4] แม้คำว่า "ทวีป" จะหมายถึงภูมิศาสตร์กายภาพของผืนดินขนาดใหญ่ที่ไม่มีการแบ่งอย่างแน่นอนและชัดเจน จึงมีการโยกย้ายติดต่อกันในช่วงสมัยคลาสสิก ทำให้บริเวณชายแดนยุโรปกับเอเชียของยูเรเชียนั้นแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม ภาษา ความแตกต่างทางชาติพันธุ์ของตะวันออกกับตะวันตกและแบ่งจากกันอย่างเด่นชัดกว่าการขีดเส้นแบ่งเขตแดน เส้นแบ่งเขตแดนของทวีปไม่ได้แบ่งตามเส้นแบ่งเขตแดนทางการเมืองทำให้ตุรกี รัสเซียและคาซัคสถานเป็นประเทศข้ามทวีป

ยุโรปมีพื้นที่ประมาณ 10,180,000 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2% ของผิวโลก (6.8% ของผืนดิน) ในทางการเมืองยุโรปมีรัฐอธิปไตยและเขตปกครองกว่า 50 รัฐ ซึ่งมีรัสเซียเป็นประเทศที่ใหญ่และมีประชากรมากที่สุด โดยกินพื้นที่ทวีปยุโรป 39% และมีประชากรทั้งหมด 15% ของทวีป ใน พ.ศ. 2560 ยุโรปมีประชากรประมาณ 741 ล้านคน[1] (หรือ 11% ของประชากรโลก) ภูมิอากาศยุโรปส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแอตแลนติกทำให้ภายในทวีปจะมีอากาศหนาวจัดในฤดูหนาวและร้อนในฤดูร้อนแม้ในละติจูดเดียวกันในเอเชียกับอเมริกาเหนือจะมีสภาพอากาศที่รุนแรง ยุโรปภาคพื้นทวีปจะเห็นความแตกต่างตามฤดูกาลได้ชัดเจนกว่าบริเวณชายฝั่ง

ทวีปยุโรปโดยเฉพาะกรีซโบราณเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมตะวันตก[5][6][7] การล่มสลายของจักรวรรดิโรมันตะวันตกใน ค.ศ 476 และสมัยการย้ายถิ่นช่วงต่อมา เป็นจุดจบของสมัยโบราณและเป็นจุดเริ่มต้นของสมัยกลาง มนุษยนิยมสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ยุคแห่งการสำรวจ ศิลปะและวิทยาศาสตร์อันเป็นเป็นรากฐานนำไปสู่สมัยใหม่ ตั้งแต่ยุคแห่งการสำรวจเป็นต้นมานั้นยุโรปมีบทบาทสำคัญระดับโลกในด้านเศรษฐกิจ ระหว่างศตวรรษที่ 16 ถึง 20 ประเทศในยุโรปมีอำนาจปกครองหลาย ๆ ครั้งในทวีปอเมริกา เกือบทั้งหมดของแอฟริกาและโอเชียเนียร่วมถึงพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชีย

ยุคเรืองปัญญาหลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศสและสงครามนโปเลียนส่งผลให้เกิดการปฏิรูปวัฒนธรรม การเมืองและเศรษฐกิจในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ถึงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 19 การปฏิวัติอุตสาหกรรมในสหราชอาณาจักรช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสังคมเป็นอย่างมากในยุโรปตะวันตกและขยายไปทั่วทั้งโลกในเวลาต่อมา สงครามโลกทั้ง 2 ครั้งมีสมรภูมิส่วนใหญ่อยู่ในทวีปยุโรปนั้น ทำให้ช่วงกลางศตวรรษที่ 20 สหภาพโซเวียตและสหรัฐขึ้นมามีอำนาจในขณะที่ประเทศยุโรปตะวันตกส่วนใหญ่มีอำนาจลดลง[8] ระหว่างสงครามเย็นยุโรปถูกแบ่งด้วยม่านเหล็กระหว่างเนโททางตะวันตกกับกติกาสัญญาวอร์ซอในตะวันออก จนกระทั่งสิ้นสุดลงหลังการปฏิวัติ ค.ศ. 1989และการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน

ใน ค.ศ. 1949 สภายุโรปก่อตั้งขึ้นตามคำปราศรัยของ เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล ซึ่งมีแนวคิดในการรวมยุโรปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน ทุกประเทศในยุโรปเป็นสมาชิกยกเว้นเบลารุส คาซัคสถานและนครรัฐวาติกัน การบูรณาการยุโรปอื่น ๆ อย่างการรวมกลุ่มโดยบางประทศนำไปสู่การก่อตั้งสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งเป็นสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองซึ่งมีรูปแบบสมาพันธรัฐและสหพันธรัฐ[9] สหภาพยุโรปก่อตั้งขึ้นในยุโรปตะวันตกแต่เริ่มเพิ่มสมาชิกในยุโรปตะวันออกตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี 1991 ประเทศที่เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ใช้สกุลเงินยูโรซึ่งชาวยุโรปนิยมใช้กันทั่วไป; และในเขตเชงเก้นของอียูจะยกเลิกการควบคุมชายแดนและการอพยพระหว่างประเทศสมาชิก เพลงประจำสหภาพยุโรปคือ "ปีติศังสกานท์"และมีวันยุโรปเพื่อการเฉลิมฉลองสันติภาพและเอกภาพประจำปีในทวีปยุโรป

เนื้อหา

ที่สุดในทวีปยุโรปแก้ไข

จุดที่สุดในทวีปยุโรป สถานที่ รัฐ/ประเทศ
จุดเหนือสุด: แหลมนูร์ดคืน ฟินน์มาร์ก/นอร์เวย์
จุดใต้สุด: แหลมตาริฟา กาดิซ/สเปน
จุดตะวันออกสุด: แหลมฟิซซิงสกี เกาะโนวายาเซมลยา/อาคันเกลสค์/รัสเซีย
จุดตะวันตกสุด: แหลมโรคา ลิสซอน/โปรตุเกส
ยอดเขาที่สูงที่สุด: มอนเตเบียนโก ฝรั่งเศส-อิตาลี
เกาะที่ใหญ่ที่สุด: เกาะบริเตนใหญ่ บริติชไอลส์ /สหราชอาณาจักร
แม่น้ำที่ยาวที่สุด: แม่น้ำวอลกา รัสเซีย
พื้นที่ที่ใหญ่ที่สุด:
-
ยูเครน
พื้นที่ที่เล็กที่สุด:
-
วาติกัน

ประเทศในทวีปยุโรปแก้ไข

ดูบทความหลักที่: ประเทศในทวีปยุโรป
ประเทศ เมืองหลวง ขนาดพื้นที่ (ตร.กม.) ประชากร (พ.ศ. 2560)[1]
  กรีซ เอเธนส์
130,463
11,183,716
  โครเอเชีย ซาเกร็บ
55,882
4,213,265
  เช็กเกีย ปราก
78,864
10,610,947
  ซานมารีโน ซานมารีโน
61
33,203
  เซอร์เบีย เบลเกรด
77,474
8,820,083
  เดนมาร์ก โคเปนเฮเกน
42,593
5,711,870
  นอร์เวย์ ออสโล
320,466
5,254,694
  เนเธอร์แลนด์ อัมสเตอร์ดัม
41,019
16,987,330
  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ซาราเยโว
50,537
3,516,816
  บัลแกเรีย โซเฟีย
109,627
7,131,494
  เบลเยียม บรัสเซลส์
30,164
11,358,379
  เบลารุส มินสก์
205,194
9,480,042
  โปรตุเกส ลิสบอน
91,320
10,371,627
  โปแลนด์ วอร์ซอ
312,056
38,224,410
  ฝรั่งเศส ปารีส
537,666
64,720,690
  ฟินแลนด์ เฮลซิงกิ
334,288
5,503,132
  มอนเตเนโกร พอดกอรีตซา
91,320
628,615
  มอลโดวา คีชีเนา
13,812
4,059,608
  มอลตา วัลเลตตา
312
429,362
  มาซิโดเนีย สโกเปีย
25,416
2,081,206
  โมนาโก โมนาโก
1.5
38,499
  ยูเครน เคียฟ
597,007
44,438,625
  เยอรมนี เบอร์ลิน
352,914
81,914,672
  รัสเซีย มอสโก
16,877,291
143,964,513
  โรมาเนีย บูคาเรสต์
234,749
19,778,083
  ลักเซมเบิร์ก ลักเซมเบิร์ก
2,555
575,747
  ลัตเวีย รีกา
63,851
1,970,530
  ลิกเตนสไตน์ วาดุซ
160
37,666
  ลิทัวเนีย วิลนีอุส
64,445
2,908,249
  นครรัฐวาติกัน วาติกัน
0.5
801
  สเปน มาดริด
498,936
46,347,576
  สโลวาเกีย บราติสลาวา
49,036
5,444,218
  สโลวีเนีย ลูบลิยานา
19,761
2,077,862
  สวิตเซอร์แลนด์ แบร์น
40,809
8,401,739
  สวีเดน สตอกโฮล์ม
444,754
9,837,533
  สหราชอาณาจักร ลอนดอน
241,275
65,788,574
  ออสเตรีย เวียนนา
82,885
8,712,137
  อันดอร์รา อันดอร์ราลาเวลลา
448
77,281
  อิตาลี โรม
297,789
59,429,938
  เอสโตเนีย ทาลลินน์
44,577
1,312,442
  แอลเบเนีย ติรานา
28,416
2,926,348
  ไอซ์แลนด์ เรคยาวิก
101,809
332,474
  ไอร์แลนด์ ดับลิน
69,471
4,726,078
  ฮังการี บูดาเปสต์
91,953
9,753,281
  คอซอวอ พริสตีนา
10,887
1.7
  ทวีปยุโรป
10,600,000 1 741,447,158 2
  • 1 ไม่รวมรัสเซียตะวันออกไกล
  • 2 ข้อมูลการประเมินของสหประชาชาติ พ.ศ. 2560

ภูมิศาสตร์ยุโรปแก้ไข

ดูบทความหลักที่: ภูมิศาสตร์ยุโรป

ลักษณะภูมิประเทศแก้ไข

 
แผนที่ดาวเทียมแสดงส่วนประกอบทางภูมิศาสตร์ของทวีปยุโรป

ลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญของทวีปยุโรป ได้แก่ ทางตะวันตกของฝรั่งเศส ทางตะวันออกของเกาะอังกฤษ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และเดนมาร์ก

  1. เขตที่ราบสูง ได้แก่ ที่ราบที่อยู่ระหว่างที่ราบกับเขตเทือกเขา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางตอนกลางของทวีป มีพื้นที่ประมาณร้อยละ 25 ของทวีปยุโรป ได้แก่ บริเวณภาคตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส ภาคใต้ของเยอรมนีและโปแลนด์
  2. เขตเทือกเขาแบ่งออกเป็น 2 เขตใหญ่ ๆ คือ
  • เทือกเขาภาคเหนือ เป็นแนวเทือกเขาที่วางตัวในแนวตะวันออกเฉียงเหนือกับตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เทือกเขาแถบคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ในสกอตแลนด์ เวลส์ และเกาะไอซ์แลนด์ ซึ่งมีขนาดเตี้ยและเกิดขึ้นมานานแล้ว
  • เทือกเขาภาคใต้ เป็นแนวเทือกเขาที่วางตัวในแนวตะวันออกกับตะวันตก ซึ่งเทือกเขานี้มีขนาดสูงและยังเป็นเขตที่เปลือกโลกยังไม่สงบดี จึงเกิดแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟ

ภูมิภาคแก้ไข

 
การแบ่งภูมิภาคของทวีปยุโรป:

ทวีปยุโรป แบ่งออกเป็น 4 ภูมิภาคใหญ่ ๆ ได้แก่

ประวัติศาสตร์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์ยุโรป

เมืองสำคัญแก้ไข

ทวีปยุโรปมีหลายเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก ทวีปยุโรปจึงเป็นทวีปที่มีการคมนาคมที่สะดวกสบายเป็นอย่างมาก การคมนาคมส่วนใหญ่จะเป็นระบบราง เช่น รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของการคมนาคมระหว่างเมืองและระหว่างประเทศ

ลักษณะภูมิอากาศแก้ไข

เขตอากาศของทวีปยุโรป สามารถแบ่งเป็น 7 เขตดังนี้

  1. เขตภูมิอากาศแบบทุนดรา หรืออากาศแบบขั้วโลก จะเป็นเขตอากาศที่หนาวเย็นจัดตลอดทั้งปี ส่วนฤดูร้อนสั้นประมาณ 1-2 เดือน อุณหภูมิเฉลี่ยของเขตนี้ เฉลี่ยทั้งปีไม่เกิน 10 องศาเซลเซียส พืชพรรณธรรมชาติได้แก่ มอสส์ ตะไคร่น้ำ เขตอากาศทุนดราของทวีปยุโรป ได้แก่ บริเวณคาบสมุทรสแกนดิเนเวียและบริเวณทางเหนือสุดของประเทศรัสเซีย
  2. เขตอากาศแบบกึ่งขั้วโลกหรือไทกา ลักษณะอากาศในเขตนี้ คือ เป็นเขตที่มีอากาศหนาวจัดในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 6 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนมีระยะเวลายาวกว่าเขตภูมิอากาศแบบทุนดรา ปริมาณน้ำฝนทั้งปีอยู่ระหว่าง 500-1,000 มิลลิเมตร พืชพรรณธรรมชาติ คือ ป่าสนหรือป่าไทกา บริเวณลักษณะอากาศแบบนี้ คือ นอร์เวย์ สวีเดน และฟินแลนด์
  3. เขตอากาศอบอุ่นชื้นภาคพื้นทวีป ลักษณะอากาศของเขตนี้ คือ ฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็น เพราะอยู่ลึกเข้าไปในใจกลางทวีป จึงไม่ค่อยได้รับอิทธิพลจากมหาสมุทร พืชพรรณธรรมชาติได้แก่ ป่าไม้ผลัดใบและไม่ผลัดใบผสมกัน ส่วนบริเวณที่มีฝนตกน้อย พืชพรรณธรรมชาติจะเป็นทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น บริเวณลักษณะอากาศแบบนี้ คือ ดินแดนของประเทศโปแลนด์ เช็กเกีย สโลวาเกีย เอสโตเนีย และลัตเวีย
  4. เขตภูมิอากาศแบบภาคพื้นสมุทรชายฝั่งตะวันตก ลักษณะของอากาศในเขตนี้ คือ ฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย ฤดูหนาวอากาศไม่หนาวจัด เพราะเขตนี้มีที่ตั้งอยู่ใกล้มหาสมุทร จึงได้รับอิทธิพลจากมหาสมุทรแอตแลนติก ทำให้เขตนี้มีอากาศอบอุ่น ชุ่มชื้น ฝนตกสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยของทั้งปีอยู่ที่ 750-1,500 มิลลิเมตร พืชพรรณธรรมชาติเป็นป่าไม้เขตอบอุ่นชนิดป่าไม้ผลัดใบผสมกับป่าสน บริเวณลักษณะอากาศแบบนี้ ครอบคลุมบริเวณของประเทศฝรั่งเศส เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี สหราชอาณาจักร และทางตอนใต้ของนอร์เวย์และสวีเดน
  5. เขตภูมิอากาศอบอุ่นชื้น ลักษณะอากาศของเขตนี้ คือ อากาศอบอุ่น ฤดูร้อนอากาศร้อน มีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 500-1,000 มิลลิเมตร พืชพรรณธรรมชาติ ได้แก่ ป่าไม้เขตอบอุ่นหรือทุ่งหญ้าเขตอบอุ่น บริเวณลักษณะอากาศแบบนี้ ได้แก่ บริเวณคาบสมุทรบอลข่าน ออสเตรีย และฮังการี
  6. เขตภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน ลักษณะอากาศในเขตนี้ คือ เป็นเขตที่มีแสงแดดตลอดทั้งปี ฤดูร้อนอากาศร้อนและแห้งแล้ง ฤดูหนาวจะมีฝนตก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 500-1,000 มิลลิเมตรต่อปี พืชพรรรณธรรมชาติเป็นเขตอบอุ่น เรียกว่า ป่าไม้เมดิเตอร์เรเนียน เช่น คอร์กโอ๊ก ส้ม มะนาว องุ่น มีป่าไม้มีหนามแหลม เรียกว่า ป่ามากี (maquis) บริเวณที่มีลักษณะอากาศแบบนี้ คือ บริเวณที่มีอาณาเขตติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้แก่ ภาคใต้ของประเทศฝรั่งเศส อิตาลี สเปน โปรตุเกส เซอร์เบีย และกรีซ
  7. เขตภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทราย ลักษณะสำคัญของอากาศในเขตนี้ คือ เป็นเขตที่มีปริมาณฝนน้อย ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปีต่ำกว่า 500 มิลลิเมตร พืชพรรณธรรมชาติเป็นทุ่งหญ้าขึ้นเบาบาง

อาชีพและทรัพยากรแก้ไข

  1. การเพาะปลูก เขตเพาะปลูกอยู่ในยุโรปตะวันตก ภาคตะวันออกและภาคใต้ของอังกฤษ ภาคเหนือและภาคตะวันตกของฝรั่งเศส ตอนเหนือของเยอรมนี ยูเครน พืชที่สำคัญคือ
    1. ข้าวสาลี ปลูกได้มากที่สุดคือ ยูเครน รองลงไปคือ ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน โรมาเนีย บัลแกเรีย เยอรมนี ฮังการี
    2. ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ถั่ว มันฝรั่ง ปลูกได้โดยทั่วไป
    3. องุ่น ส้ม มะกอก มะนาว แอปเปิลและผลไม้ชนิดต่างๆ ปลูกได้มากเขตอากาศแบบเมดิเตอร์เนียน ได้แก่ประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน กรีซ
    4. ต้นแฟล็กซ์ ใช้ใบทำป่านลินิน ปลูกมากในโปแลนด์ เบลเยียม ไอร์แลนด์
  2. การเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไปตามลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ
    1. เขตทุนดรา มีการเลี้ยงกวางเรนเดียร์
    2. เขตทุ่งหญ้าสเตปป์ มีการเลี้ยงโคเนื้อ แพะ แกะ ม้า
    3. เขตเมดิเตอร์เรเนียน มีการเลี้ยงโคเนื้อ และแกะ
    4. เขตภูเขาสูง และที่ราบสูง มีการเลี้ยงโคเนื้อ โคนม แกะ
    5. เขตอบอุ่นชื้นตอนเหนือของคาบสมุทรบอลข่าน มีการเลี้ยงสุกรด้วยข้าวโพด
    6. เขตภาคพื้นสมุทรชายฝั่งตะวันตก มีการทำฟาร์มโคนม
  3. การทำป่าไม้ พบมากในประเทศฟินแลนด์ สวีเดน รัสเซีย นอร์เวย์ ในบริเวณป่าสน ซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน นำมาผลิตเป็นเยื่อกระดาษ
  4. การประมง แหล่งประมงที่สำคัญ ได้แก่
    1. ทะเลเหนือ โดยเฉพาะบริเวณที่กระแสน้ำอุ่นแอตแลนติกเหนือบรรจบกับกระแสน้ำเย็นกรีนแลนด์ตะวันออก เกิดเป็นแหล่งที่มีปลาชุกชุมมากแห่งหนึ่งของโลกเรียกว่า ดอกเกอร์แบงก์ ประเทศที่จับปลาได้มาก สหราชาอาณาจักร ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์
    2. บริเวณอ่าวบิสเคย์จนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยเฉพาะบริเวณทะเลดำ ทะเลสาบแคสเปียนและแม่น้ำโวลกา มีการจับปลาสเตอร์เจียน มาทำเป็นไข่ปลาคาร์วียร์
  5. การทำเหมืองแร่ ยุโรปเป็นทวีปที่มีแร่เหล็กและถ่านหินอุดมสมบูรณ์
    1. ถ่านหิน แหล่งสำคัญอยู่ทางภาคเหนือของสหราชอาณาจักร ภาคกลางของเบลเยียม ลุ่มแม่น้ำรูห์ของเยอรมนี ภาคใต้ของโปแลนด์ ภาคเหนือของเช็กเกีย สโลวาเกียยูเครน และรัสเซีย
    2. เหล็ก แหล่งสำคัญคือ
      1. แหล่งคิรูนาและเยลีวาร์ทางตอนเหนือของสวีเดน
      2. แหล่งคริวอยร็อกในยูเครน
      3. แหล่งลอเรนซ์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส
    3. น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ แหล่งสำคัญของยุโรปอยู่ในบริเวณทะเลเหนือ และรอบๆทะเลสาบแคสเปียน
    4. บอกไซต์ เมื่อนำถลุงแล้วได้อะลูมิเนียม แหล่งผลิตสำคัญอยู่ทางภาคใต้ของฝรั่งเศส กลุ่มประเทศในอดีตยูโกสลาเวีย ฮังการี เทือกเขาอูราลในรัสเซีย
    5. โพแทช ใช้ในอุตสาหกรรมปุ๋ยและสบู่ แหล่งผลิตอยู่ในประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน รัสเซีย
  6. อุตสาหกรรม ยุโรปได้ชื่อว่าเป็นทวีปอุตสาหกรรม เพราะเกือบทุกประเทศประชากร ผู้ใช้แรงงานส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม แหล่งอุตสาหกรรมส่วนใหญ่อยู่ในยุโรปตะวันตก เช่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ส่วนยุโรปตะวันออกอยู่ใน รัสเซีย ยูเครน เบลารุส
  7. การค้าขาย เนื่องจากยุโรปความเจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ทำให้ยุโรปมีการติดต่อค้าขายกับภูมิภาคอื่นและมีการตั้งกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น
    1. สหภาพยุโรป
    2. สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA-European Free Trade Association) ตลาดการค้าขายระหว่างประเทศ ได้แก่ ประเทศต่างๆที่อยู่ในยุโรปและประเทศอเมริกาเหนือ
  8. การคมนาคมขนส่ง ยุโรปเป็นทวีปที่มีการคมนาคมขนส่งเจริญก้าวหน้ามาก
    1. ทางรถยนต์ มีทางหลวงเชื่อมระหว่างเมือง เขตอุตสาหกรรมและประเทศต่างๆ มีระยะทางยาวประมาณ 1 ใน 5 ของทางรถยนต์ของโลก
    2. ทางรถไฟ ทวีปยุโรปมีทางรถไฟยาว 1 ใน 3 ของทางรถไฟในโลก ประเทศที่มีทางรถไฟยาวเมื่อเฉลี่ยต่อเนื้อที่แล้วมากที่สุด คือ เบลเยียม รองลงมาคือ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เมืองที่เป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางรถไฟคือ ปารีส ลอนดอน เบอร์ลิน วอร์ซอ มอสโก
    3. ทางอากาศ แต่ละประเทศต่างก็มีสายการบินเป็นของตนเอง ใช้ติดต่อระหว่างเมืองภายในประเทศ ระหว่างประเทศ และระหว่างทวีป ศูนย์กลางการบินส่วนใหญ่เป็นเมืองหลวงของแต่ละประเทศ
    4. ทางน้ำ แม่น้ำสำคัญที่ใช้ในการคมนาคมขนส่งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ได้แก่ แม่น้ำไรน์ แม่น้ำเซน แม่น้ำดานูบ แม่น้ำโวลกา แม่น้ำโอเดอร์ และมีการขุดคลองเพื่อการคมนาคม เช่น คลองคีล ในเยอรมนี เชื่อมระหว่างทะเลบอลติกกับทะเลเหนือ คลองมีดีในฝรั่งเศสเชื่อมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนกับมหาสมุทรแอตแลนติก

เศรษฐกิจแก้ไข

ทวีปยุโรปมีความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจรุ่งเรืองมาก โดยมีการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เรียกว่า กลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งมีบทบาทมากต่อเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ สมาชิกจี 8 จำนวน 8 ประเทศ มีสมาชิกอยู่ในทวีปยุโรปมากถึง 5 ประเทศ คือ รัสเซีย เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสหราชอาณาจักร

  • หลังเกิดวิกฤตการเงินโลก 2010 ที่กรีซ ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงเหวอย่างหนัก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มสหภาพยุโรปเริ่มขาดสภาพคล่องทางการเงินจากปัญหาหนี้สินเพิ่มมากขึ้น
  • ตารางแสดงประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจหรือจีดีพีมากที่สุดในทวีปยุโรป 10 อันดับแรก1
อันดับ (ยุโรป) ประเทศ ค่าจีดีพี (ล้าน$) ปี 2552 อันดับ (โลก)
-
  สหภาพยุโรป
16,447,259
-
1
  เยอรมนี
3,352,742
4
2
  ฝรั่งเศส
2,675,951
5
3
  สหราชอาณาจักร
2,183,607
6
4
  อิตาลี
2,118,264
7
5
  สเปน
1,464,040
9
6
  รัสเซีย
1,229,227
12
7
  เนเธอร์แลนด์
794,777
16
8
  สวิตเซอร์แลนด์
494,622
19
9
  เบลเยียม
470,400
20
10
  โปแลนด์
430,197
21
  • ตารางแสดงประเทศในทวีปยุโรปที่มีจีดีพีต่อหัวมากที่สุด 10 อันดับแรก 2
อันดับ (ยุโรป) ประเทศ ค่าจีดีพีต่อหัว ($) ปี 2552 อันดับ (โลก)
1
  ลักเซมเบิร์ก
104,512
1
2
  นอร์เวย์
79,085
2
3
  สวิตเซอร์แลนด์
67,560
4
4
  เดนมาร์ก
56,115
5
5
  ไอร์แลนด์
51,356
6
6
  เนเธอร์แลนด์
48,223
7
7
  ออสเตรีย
45,989
10
8
  ฟินแลนด์
44,492
12
9
  สวีเดน
43,986
13
10
  เบลเยียม
43,533
14

เชิงอรรถแก้ไข

  1. อิสตันบูลถือเป็นเมืองข้ามทวีป (เอเชียและยุโรป) ซึ่งศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจของเมืองรวมทั้งประชากรเมืองราว 2 ใน 3 อาศัยอยู่ในฝั่งทวีปยุโรป ส่วนประชากรอีกราว 1 ใน 3 อาศัยอยู่ในฝั่งทวีปเอเชีย

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 "การประเมินประชากรโลก พ.ศ. 2560". ESA.UN.org (custom data acquired via website). United Nations Department of Economic and Social Affairs, Population Division. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน พ.ศ. 2560. 
  2. Language facts – European day of languages ("ข้อเท็จจริงเรื่องภาษา - วันภาษาแห่งยุโรป"), Council of Europe. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2559
  3. Annual Population of Urban Agglomerations with 300,000 Inhabitants or More in 2014, by Country, 1950-2030 (thousands), World Urbanization Prospects, the 2014 revision, Population Division of the United Nations Department of Economic and Social Affairs. สืบค้นเมื่อ 21 กันยายน 2559. หมายเหตุ: รายชื่อจากการประมาณค่าในปี 2015 จากปี 2014
  4. National Geographic Atlas of the World (7th ed.). Washington, DC: National Geographic. 1999. ISBN 0-7922-7528-4.  "Europe" (pp. 68–69) ; "Asia" (pp. 90–91) : "A commonly accepted division between Asia and Europe ... is formed by the Ural Mountains, Ural River, Caspian Sea, Caucasus Mountains, and the Black Sea with its outlets, the Bosporus and Dardanelles."
  5. Lewis & Wigen 1997, p. 226
  6. Kim Covert (1 July 2011). Ancient Greece: Birthplace of Democracy. Capstone. p. 5. ISBN 978-1-4296-6831-6. "Ancient Greece is often called the cradle of western civilization. ... Ideas from literature and science also have their roots in ancient Greece." 
  7. Ricardo Duchesne (7 February 2011). The Uniqueness of Western Civilization. Brill. p. 297. ISBN 90-04-19248-4. "The list of books which have celebrated Greece as the “cradle” of the West is endless; two more examples are Charles Freeman's The Greek Achievement: The Foundation of the Western World (1999) and Bruce Thornton's Greek Ways: How the Greeks Created Western Civilization (2000)" 
  8. National Geographic, 534.
  9. "The European union—a federation or a confederation?". 

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

Historical Maps