ทวีปแอฟริกา

ชื่อทวีปในโลก
(เปลี่ยนทางจาก แอฟริกา)

แอฟริกา (อังกฤษ: Africa) เป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากทวีปเอเชีย ทั้งในแง่ของขนาดพื้นที่และจำนวนประชากร ด้วยพื้นที่ประมาณ 30.3 ล้านตารางกิโลเมตร รวมทั้งเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ข้างเคียง คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 6% ของพื้นผิวโลกทั้งหมด และนับเป็นพื้นที่ประมาณ 20.4% ของพื้นดินทั้งหมด[2] ใน ค.ศ. 2018 แอฟริกามีประชากรกว่า 1.3 พันล้านคน[1] นับเป็น 16% ของประชากรโลก ประชากรในแอฟริกาเป็นกลุ่มประชากรที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก[3][4] ใน ค.ศ. 2012 ค่ามัธยฐานของอายุประชากรอยู่ที่ 19.7 ปี ขณะที่ทั่วโลกอยู่ที่ 30.4 ปี[5] แม่ว่าแอฟริกาจะมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย แต่ว่ารายได้ประชากรต่อหัวของทวีปกลับต่ำที่สุดในโลก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ อุปสรรคเชิงภูมิศาสตร์[6] ผลกระทบจากลัทธิล่าอาณานิคม สงครามเย็น[7][8][9][10][11] ความไม่เป็นประชาธิปไตย และ นโยบายที่ผิดพลาด[6] แม้ว่าความมั่งคั่งของทวีปจะต่ำ แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจพร้อมกับจำนวนประชากรอายุน้อยจำนวนมากในปัจจุบัน ทำให้แอฟริกาเป็นตลาดเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก

แอฟริกา
Africa
Africa (orthographic projection).svg
พื้นที่30,370,000 ตร.กม. (อันดับที่ 2)
ประชากร1,225,080,510 คนใน พ.ศ. 2560[1]
(อันดับที่ 2)
ความหนาแน่น36.4 คน/ตร.กม.
คำเรียกผู้อาศัยชาวแอฟริกา
จำนวนประเทศ54 ประเทศ -1ประเทศ
จำนวนดินแดน
ภาษา1250-3000 ภาษา
เขตเวลาUTC-1 ถึง UTC+4
เมืองใหญ่
แผนที่ดาวเทียมแสดงส่วนประกอบทางภูมิศาสตร์ของทวีปแอฟริกา
ภาพถ่ายทวีปแอฟริกาจากนอกโลก

ทวีปแอฟริกาถูกล้อมรอบด้วยทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางตอนเหนือ คลองสุเอซและทะเลแดงบริเวณคาบสมุทรไซนายทางตะวันออกเฉียงเหนือ มหาสมุทรอินเดียทางตะวันออก และมหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันตก เกาะมาดากัสการ์และเกาะเล็กรอบ ๆ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของทวีป แอฟริกาประกอบด้วย 54 รัฐเอกราช 8 ดินแดน และ 2 รัฐที่ยังไม่ถูกยอมรับโดยสหประชาชาติโดยพฤตินัย แอลจีเรียเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในทวีป ส่วนไนจีเรียเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุด ประเทศในทวีปแอฟริกาได้ร่วมมือกันจัดตั้งสหภาพแอฟริกาขึ้น มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อาดดิสอาบาบา

แอฟริกามีเส้นศูนย์สูตรผ่านกลางทวีปและมีเขตภูมิอากาศมากมาย แอฟริกาเป็นทวีปเดียวเท่านั้นที่มีพื้นที่ภูมิอากาศแบบอบอุ่นอยู่ในทั้งซีกโลกเหนือ และซีกโลกใต้[12] พื้นที่และประเทศส่วนใหญ่ในทวีปจะตั้งอยู่ในซีกโลกเหนือ แต่ก็มีหลายประเทศอยู่ในซีกโลกใต้เช่นกัน แอฟริกามีความหลากหลายทางชีวภาพมาก สามารถพบจำนวนของสัตว์ขนาดใหญ่ได้มากที่สุด เพราะได้รับผลกระทบจากเหตุการ์ณสูญพันธ์ยุคควอเทอร์นารีน้อยที่สุด ถึงอย่างนั้นแอฟริกาประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ผลกระทบอย่างหนักหลายอย่าง เช่น การขยายตัวของเขตทะเลทราย การทำลายป่า การขาดแคลนน้ำและปัญหาอื่น ๆ มีความกังวลว่าปัญหาเหล่านี้จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทวีปแอฟริกา จากการประเมินของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพบว่าแอฟริกาเป็นทวีปที่มีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศมากที่สุด[13][14]

มีการยอมรับเป็นวงกว้างว่าแอฟริกาโดยเฉพาะในแอฟริกาตะวันออกเป็นถิ่นกำเนิดของมนุษย์และเคลดวงศ์ลิงใหญ่ นั้นหมายความว่าแอฟริกามีประวัติที่ซับซ้อนยาวนาน บรรพบุรุษและต้นกำเนิดของวงศ์ลิงใหญ่ถือกำเนิดขึ้นราว 7 ล้านปีก่อน เช่น ซาเฮลแอนโทรปุสชาเดนซิส, ออสตราโลพิเทคัสแอฟริกานัส, ออสตราโลพิเทคัสอะฟาเรนซิส, โฮโมอิเร็กตัส, โฮโมแฮบิลิส และ โฮโมเออร์แกสเตอร์— โครงกระดูกที่เก่าแก่ที่สุดของโฮโมซาเปียน (มนุษย์ยุคปัจจุบัน) พบในเอธิโอเปีย แอฟริกาใต้ และ โมร็อกโก โดยมีอายุประมาณ 200,000, 259,000 และ 300,000 ปีก่อนตามลำดับ จึงเชื่อได้ว่าโฮโมซาเปียนถือกำเนินในแอฟริการาว 350,000–260,000 ปีก่อน[15][16][17][18][19]

อารยธรรมของมนุษย์ในยุคแรก อย่าง อียิปต์โบราณ และฟินิเชียถือกำเนิดในแอฟริกาเหนือ ประวัติศาสตร์อันยาวนานและซับซ้อนของอารยธรรม การค้า และการอพยพ ทำให้แอฟริกามีกลุ่มชาติพันธุ์ วัฒนธรรมและภาษาที่หลากหลาย ในช่วง 400 ปีที่ผ่านมาอิทธิพลจากยุโรปแพร่เข้ามาในแอฟริกาเป็นอย่างมาก โดยเริ่มตั้งแต่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ที่การค้าและค้าทาสทำให้ชาวแอฟริกันพลัดถิ่นไปอยู่ทวีปอเมริกาเป็นจำนวนมาก ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ประเทศในยุโรปเข้ามาล่าอาณานิคมเกือบครบทุกพื้นที่ในทวีปนี้ ชาวยุโรปเข้ามาตักตวงทรัพยากรและหาประโชชน์จากชุมชนในท้องที่ ปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่ในแอฟริกาเกิดจากกระบวนการให้เอกราชในคริสต์ศตวรรษที่ 20

ที่สุดในทวีปแอฟริกาแก้ไข

จุดที่สุดในทวีปแอฟริกา สถานที่ รัฐ/ประเทศ
จุดเหนือสุด แหลมบองก์ บิเซิร์ท/ตูนิเซีย
จุดใต้สุด แหลมอะกะลัส เวสเทิร์นแคป/แอฟริกาใต้
จุดตะวันออกสุด แหลมแฮฟูน พุนต์แลนด์/โซมาเลีย
จุดตะวันตกสุด แหลมเวิร์ด ดากา/เซเนกัล
ยอดเขาที่สูงที่สุด ยอดเขาคีโบ เขาคิลิมันจาโร/แทนซาเนีย
เกาะที่ใหญ่ที่สุด เกาะมาดากัสการ์ มาดากัสการ์
แม่น้ำที่ยาวที่สุด แม่น้ำไนล์ อียิปต์
ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุด ทะเลทรายสะฮารา
-

ลักษณะภูมิประเทศแก้ไข

ทวีปแอฟริกาเป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก มีทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นพรมแดนระหว่างทวีปยุโรปทางตอนเหนือ และมีคลองสุเอซเป็นพรมแดนระหว่างทวีปเอเชียทางตะวันออกเฉียงเหนือ จุดเด่นของทวีปแอฟริกาคือ มีที่ราบสูงถึง 2 ใน 3 ของทวีป โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกของทวีป เป็นที่ราบสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 1,500 - 2,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีแนวภูเขาไฟที่ดับแล้ว มีแนวทะเลสาบขนาดใหญ่ แล้วจะลาดต่ำไปทางตะวันตก มีเกาะมาดากัสการ์

  1. เทือกเขา แบ่งออกเป็น 2 เขตคือ
    1. เขตภูเขาทางภาคเหนือ เป็นเขตเทือกเขาเกิดใหม่อายุราวพอ ๆ กับเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรป เรียกว่า เทือกเขาแอตลาส ขนานไปกับชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ในเขตพื้นที่ประเทศโมร็อกโก แอลจีเรีย และตูนิเซีย
    2. เขตภูเขาทางภาคใต้ ได้แก่ เทือกเขาดราเคนสเบิร์ก ในประเทศแอฟริกาใต้และเลโซโท
  2. ทะเลทราย แบ่งเป็น 2 เขตคือ
    1. เขตทะเลทรายตอนเหนือ ได้แก่ ทะเลทรายสะฮารา (ซึ่งเป็นทะเลทรายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก) และทะเลทรายลิเบีย บริเวณนี้จะเกิดลมร้อนในทะเลทรายสะฮารา เรียกว่า ซิร็อกโก
    2. เขตทะเลทรายตอนใต้ ได้แก่ ทะเลทรายนามิบ และทะเลทรายคาลาฮารี
  3. แม่น้ำ
    1. แม่น้ำไนล์ เป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในโลก ต้นน้ำคือทะเลสาบวิกตอเรีย ไหลลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
    2. แม่น้ำคองโก เป็นแม่น้ำเขตศูนย์สูตร ไหลลงมหาสมุทรแอตแลนติก
    3. แม่น้ำไนเจอร์ อยู่ในส่วนแอฟริกาตะวันตก ต้นน้ำอยู่ที่ประเทศเซียร์ราเลโอน ไหลลงสู่อ่าวกินี
    4. แม่น้ำแซมเบซี อยู่ทางด้านตะวันออกของทวีปมีแอ่งน้ำตก น้ำค่อนข้างไหลเชี่ยว ไหลลงมหาสมุทรอินเดีย ที่ประเทศโมซัมบิก

กระแสน้ำในมหาสมุทรแก้ไข

  1. กระแสน้ำอุ่นโมซัมบิก ไหลเลียบชายฝั่งทางด้านตะวันออกของทวีปแอฟริกา ทำให้อากาศอบอุ่นและชุ่มชื้น
  2. กระแสน้ำเย็นคะแนรี ไหลเลียบชายฝั่งทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกา ทำให้อากาศเย็นและแห้งแล้ง
  3. กระแสน้ำอุ่นกินี ไหลเลียบชายฝั่งทางด้านตะวันตกของทวีปแอฟริกา ทำให้มีอากาศอบอุ่นและชุ่มชื้น
  4. กระแสน้ำเย็นเบงเกวลา ไหลเลียบชายฝั่งทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา ทำให้มีอากาศเย็นและแห้งแล้ง

ภูมิอากาศแก้ไข

ส่วนใหญ่จะมีทะเลทราย อากาศแห้งแล้ง ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชากรในทวีป ส่วนมากจะอยู่ทางตอนเหนือสุดและใต้สุดของทวีป ซึ่งมีอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน มีภูมิอากาศแบบทุ่งหญ้าสะวันนาอยู่บริเวณตอนเหนือ และใต้แนวศูนย์

  • ภูมิอากาศแบบป่าดิบชื้น ( Tropical Rain-forest Climate ) ได้แก่ พื้นที่ตอนกลางของที่ราบลุ่มแม่น้ำคองโก ชายฝั่งตอนใต้ของที่ราบสูงตะวันตก และด้านตะวันตกของเกาะมาดากัสการ์
  • ภูมิอากาศแบบทะเลทรายเขตร้อน(Tropical Desert Climate)พบได้ตามแนวเส้นทรอปิกออฟแครนเซอร์ นับตั้งแต่ประเทศมอริเตเนีย มาลี แอลจีเรีย ไนเจอร์ ลิเบีย อียิปต์ ซูดาน และตามแนวเส้นทรอปิกออฟแคปริคอร์น บริเวณประเทศแองโกลา นามีเบีย และบอตสวานา ทางภาคเหนือของแอฟริกามีทะเลทรายกว้างใหญ่ ได้แก่ ทะเลทรายสะฮารา ทะเลทรายลิเบีย และทะเลทรายนูเบียส่วนทางภาคใต้มีทะเลทรายคาลาฮารี และทะเลทรายนูเบีย

การสำรวจแก้ไข

ดูบทความหลักที่: การสำรวจทวีปแอฟริกา

ยุโรปชาติแรกที่สำรวจแอฟริกา คือโปรตุเกส และหลังจากนั้นก็ถูกสำรวจโดย อังกฤษ ฝรั่งเศส และ ดัตช์ เป็นต้น นักสำรวจที่ยิ่งใหญ่ของแอฟริกามีหลายท่านด้วยกัน นักสำรวจที่รู้จักกันดีคือ ดร. เดวิด ลิฟวิงสโตน

เศรษฐกิจแก้ไข

 
แผนที่กลุ่มประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกา
  CEN-SAD
  COMESA
  EAC
  ECCAS
  ECOWAS
  IGAD
  SADC
  UMA

แม้ว่าจะมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย แต่แอฟริกากลับเป็นทวีปที่ยากจนและด้อยพัฒนา ซึ่งมีสาเหตุหลายประการ เช่นการระบาดของโรคร้ายแรง (ได้แก่เชื้อ็H.I.V โรคเอดส์ และมาลาเรีย) รัฐบาล

คอร์รัปชันและละเมิดสิทธิมนุษยชน การที่รัฐบาลขาดการวางแผน ระดับการรู้หนังสือที่ต่ำ การขาดแคลนเงินทุนต่างชาติ และความขัดแย้งระหว่างชนชาติที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในรูปของกองโจรไปจนถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์[20] จากรายงานการพัฒนามนุษย์ของสหประชาชาติในปี ค.ศ. 2004 ประเทศที่อยู่อันดับต่ำสุด 26 ประเทศ (อันดับ 151 ถึง 175) ล้วนเป็นประเทศในทวีปแอฟริกา[21]

ข้อมูลเศรษฐกิจแก้ไข

  • ตารางแสดงประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจหรือจีดีพีมากที่สุดในทวีปแอฟริกา 10 อันดับแรก 1
อันดับ ประเทศ จีดีพี (ล้าน$) ปี 2014
1   ไนจีเรีย 1

573,999

2   แอฟริกาใต้ 350,082
3   อียิปต์ 286,538
4   แอลจีเรีย 214,063
5   แองโกลา 131,401
6   โมร็อกโก 110,009
7   ซูดาน 74,766
8   เคนยา 60,937
9   เอธิโอเปีย 54,809
10   แทนซาเนีย 49,115
  • 1 ข้อมูลโดย IMF
  • แสดงตารางประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีจีดีพีต่อหัวมากที่สุด 10 อันดับแรก 2
อันดับ (แอฟริกา) ประเทศ ค่าจีดีพีต่อหัว ($) ปี 2009 อันดับ (โลก)
1
  อิเควทอเรียลกินี
9,580
52
2
  ลิเบีย
9,529
53
3
  หมู่เกาะเซเชลส์
8,973
56
4
  กาบอง
7,468
64
5
  มอริเชียส
6,838
68
6
  บอตสวานา
6,407
69
7
  แอฟริกาใต้
5,824
73
8
  นามิเบีย
4,543
83
9
  แอลจีเรีย
4,027
91

bgcolor=orange

ข้อมูลโดย IMF

การคมนาคมขนส่งแก้ไข

ทวีปแอฟริกายังมีปัญหาทางด้านการคมนาคมขนส่งมากกว่าทวีปอื่นๆ เนื่องจากหลายประเทศขาดเงินทุนที่จะนำมาพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งให้ทันสมัย ประกอบกับทวีปแอฟริกามีลักษะภูมิประเทศและมีลักษณะภูมิสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคมขนส่ง เช่น มีเขตทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างขวาง มีพื้นที่ลุ่มและป่าดิบที่กว้างใหญ่ และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่สูงและภูเขา การคมนาคมขนส่งของทวีปแอฟริกาจึงใช้วิธีการดั้งเดิมกันทั่วไป

ทางบกแก้ไข

ทวีปแอฟริกายังมีปัญหาทางด้านการคมนาคมขนส่งมากกว่าทวีปอื่นๆ เนื่องจากหลายประเทศขาดเงินทุนที่จะนำมาพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งให้ทันสมัย ประกอบกับทวีปแอฟริกามีลักษะภูมิประเทศและมีลักษณะภูมิสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคมขนส่ง เช่น มีเขตทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างขวาง มีพื้นที่ลุ่มและป่าดิบที่กว้างใหญ่ และพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่สูงและภูเขา การคมนาคมขนส่งของทวีปแอฟริกาจึงใช้วิธีการดั้งเดิมกันทั่วไป

ทางน้ำแก้ไข

แม่น้ำไนล์เป็นแม่น้ำที่มีบทบาทสำคัญในการคมนาคมขนส่งของทวีปแอฟริกาต่อเนื่องกันหลายศตวรรษ แต่ละปีมีเรือชนิดต่างๆล่องขึ้นลงตามแม่น้ำไนล์มากกว่า 13000 ลำ ในอดีตมีการใช้เรือใบแล่นขึ้นตามแม่น้ำไนล์ เนื่องจากมีลมพัดขึ้นเหนือและลงใต้สลับกันตามฤดูกาล ส่วนคลองสุเอซ เป็นเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมระหว่างทะเล เมดิเตอร์เรเนียนทางเหนือ และทะเลแดงทางใต้ คลองมีความยาว 163 กิโลเมตรและกว้าง 60 เมตร คลองสุเอซทำให้การเดินเรือระหว่างทวีปยุโรปและเอเชียสะดวกรวดเร็วขึ้น

ทางอากาศแก้ไข

ทวีปแอฟริกามีสายการบินที่ใช้ติดต่อกันทั้งระหว่างประเทศภายในทวีป และระหว่างทวีป ประเทศที่มีระบบการคมนาคมขนส่งทางอากาศที่ดีในทวีปแอฟริกา ได้แก่ ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ อียิปต์ เอธิโอเปีย เคนยา ไนจีเรีย และกานา ศูนย์กลางการคมนาคมทางอากาศในทวีปแอฟริกา ได้แก่ ไคโร ประเทศอียิปต์, เลกอส ประเทศไนจีเรีย, โจฮันเนสเบิร์ก และเคปทาวน์ประเทศแอฟริกาใต้

ประชากรแก้ไข

จำนวนประชากรแก้ไข

 
ความหนาแน่นของประชากรในแต่ละประเทศของทวีปแอฟริกา

ทวีปแอฟริกามีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากทวีปเอเชีย ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดคือประเทศไนจีเรีย รองลงมาคือ ประเทศอียิปต์ ซึ่งมีอัตราการเพิ่มของประชากรสูง ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย 30.5 คนต่อ 1 ตารางกิโลเมตร(2552)

เชื้อสายของประชากรแก้ไข

  1. นิกรอยด์ หรือเรียกว่า แอฟริกันนิโกร เป็นชนกลุ่มใหญ่สุดของทวีป โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ
  2. คอเคซอยด์ มาจากคาบสมุทรอาหรับ อยู่ในแถบอียิปต์และซูดาน จากชาวยุโรปบริเวณแหลมกู๊ดโฮป และตอนเหนือของทวีป

ภาษาแก้ไข

ทวีปแอฟริกามีภาษาพูดมากกว่า 1000 ภาษา เนื่องจากทวีปแอฟริกามีประชากรอยู่หลายเผ่าพันธุ์ และแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ๆ 4 กลุ่ม

  • กลุ่มภาษาเซมิติก ได้แก่ ภาษาอาหรับ ซึ่งเป็นภาษาของคนส่วนใหญ่ในแอฟริกาเหนือและบางส่วนในแอฟริกาตะวันออก
  • กลุ่มภาษาซูดาน เป็นภาษาของประชากรในประเทศต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตทุ่งหญ้าสะวันนาทางตอนใต้ของทะเลทรายสะฮารา ตั้งแต่ภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกไปทางตะวันออกถึงประเทศแทนซาเนีย
  • กลุ่มภาษาบันตู เป็นภาษาของประชากรในประเทศต่างๆ ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ของทวีปแอฟริกา กลุ่มภาษาบันตูมีหลายภาษา เช่น ภาษาซูลู สวาฮิลี
  • กลุ่มภาษาเฮาซา เป็นกลุ่มภาษาทางการค้าของประชากรทางภาคตะวันตกของทวีปแอฟริกา กลุ่มภาษาเฮาซามีหลายภาษา เช่น ภาษาฟูลานี แมนดา คะวา

ขนาดพื้นที่แก้ไข

ทวีปแอฟริกามีพื้นที่ประมาณ 30,400,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่เป็น3เท่าของทวีปยุโรป และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากทวีปเอเชีย ประเทศที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุด คือ แอลจีเรีย (2,381,740 ตารางกิโลเมตร) และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือซาอีร์เดิม (2,345,410 ตารางกิโลเมตร) ซูดาน (1,760,000 ตารางกิโลเมตร) ตามลำดับ

ในแง่ภูมิภาค ภูมิภาคที่มีขนาดพื้นที่มากที่สุด คือ แอฟริกาเหนือ (8,533,021 ตารางกิโลเมตร) ส่วนภูมิภาคที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุด คือ แอฟริกาใต้ (3,083,998 ตารางกิโลเมตร)

ประวัติศาสตร์แก้ไข

การแบ่งภูมิภาคแก้ไข

ทวีปแอฟริกาสามารถแบ่งได้ 5 ภูมิภาคใหญ่ ๆ ดังนี้

 
ลักษณะภูมิประเทศของทวีปแอฟริกา
 
แผนที่ทวีปแอฟริกา
ภูมิภาค ลำดับ ประเทศ พื้นที่ (ตร.กม ประชากร (2552) ความหนาแน่น
 

แอฟริกาเหนือ
ประเทศ
1
  ซูดาน 2,505,810 41,087,825 16.4
2
  เซาท์ซูดาน 619,745 8,260,490 57.0
3
  ตูนิเซีย 163,610 10,486,339 64.1
4
  โมร็อกโก 446,550 34,859,364 78.0
5
  ลิเบีย 1,759,540 6,310,434 3.6
6
  อียิปต์ 1,001,450 83,082,869 82.9
7
  แอลจีเรีย 2,381,740 34,178,188 14.3
ดินแดน
1
  หมู่เกาะคะแนรี (  สเปน) 7,492 1,694,477 (2544) 226.2
2
  เซวตา (  สเปน) 20 71,505 (2544) 3,575.2
3
  มาเดรา (  โปรตุเกส) 797 245,000 (2544) 307.4
4
  เมลียา (  สเปน) 12 66,411 (2544) 5,534.2
5
  เวสเทิร์นสะฮารา 266,000 405,210 1.5
สถิติ
8,533,021 212,487,622 24.9
 

แอฟริกากลาง
1
  กาบอง 267,667 1,514,993 5.6
2
  แคเมอรูน 475,440 18,879,301 39.7
3
  ชาด 1,284,000 10,329,208 8.0
4
  เซาตูเมและปรินซิปี 1,001 212,679 212.4
5
  สาธารณรัฐคองโก 342,000 4,012,809 11.7
6
  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (  ซาอีร์) 2,345,410 68,692,542 29.2
7
  ประเทศแอฟริกากลาง 622,984 4,511,488 7.2
8
  อิเควทอเรียลกินี 28,051 633,441 22.6
9
  แองโกลา 1,246,700 12,799,293 10.3
สถิติ
6,613,253 121,585,754 18.39
 

แอฟริกาใต้
1
  นามิเบีย 825,418 2,108,665 2.6
2
  บอตสวานา 600,370 1,990,876 3.3
3
  เลโซโท 30,355 2,130,819 70.2
4
  สวาซิแลนด์ 17,363 1,123,913 64.7
5
  แอฟริกาใต้ 1,219,912 49,052,489 40.2
6
  ซิมบับเว 390,580 11,392,629 29.1
สถิติ
3,083,998 67,799,391 21.98
 

แอฟริกาตะวันออก
ประเทศ
1
  บุรุนดี 27,830 8,988,091 322.9
2
  คอโมโรส 2,170 752,438 346.7
3
  จิบูตี 23,000 516,055 22.4
4
  เอริเทรีย 121,320 5,647,168 46.5
5
  เอธิโอเปีย 1,127,127 85,237,338 75.6
6
  เคนยา 582,650 39,002,772 66.0
7
  มาดากัสการ์ 587,040 20,653,556 35.1
8
  มาลาวี 118,480 14,268,711 120.4
9
  มอริเชียส 2,040 1,284,264 629.5
10
  โมซัมบิก 801,590 21,669,278 27.0
11
  รวันดา 26,338 10,473,282 397.6
12
  เซเชลส์ 455 87,476 192.2
13
  โซมาเลีย 637,657 9,832,017 15.4
14
  แทนซาเนีย 945,087 41,048,532 43.3
15
  ยูกันดา 236,040 32,369,558 137.1
16
  แซมเบีย 752,614 11,862,740 15.7
ดินแดน
1
  มายอต (  ฝรั่งเศส) 374 223,765 489.7
2
  เรอูว์นียง (  ฝรั่งเศส) 2,512 743,981(2545) 296.2
สถิติ
5,994,324 311,357,022 51.9
 

แอฟริกาตะวันตก
ประเทศ
1
  เบนิน 112,620 8,791,832 78.0
2
  บูร์กินาฟาโซ 274,200 15,746,232 57.4
3
  กาบูเวร์ดี 4,033 429,474 107.3
4
  โกตดิวัวร์ 322,460 20,617,068 63.9
5
  แกมเบีย 11,300 1,782,893 175.7
6
  กานา 239,460 23,832,495 99.5
7
  กินี 245,857 10,057,975 40.9
8
  กินี-บิสเซา 36,120 1,533,964 42.5
9
  ไลบีเรีย 111,370 3,441,790 30.9
10
  มาลี 1,240,000 12,666,987 10.2
11
  มอริเตเนีย 1,030,700 3,129,486 3.0
12
  ไนเจอร์ 1,267,000 15,306,252 12.1
13
  ไนจีเรีย 923,768 149,229,090 161.5
14
  เซเนกัล 196,190 13,711,597 69.9
15
  เซียร์ราลีโอน 71,740 6,440,053 89.9
16
  โตโก 56,785 6,019,877 106
ดินแดน
1
  เซนต์เฮเลนา (  สหราชอาณาจักร) 410 7,637 14.4
สถิติ
6,144,013 296,186,492 48.2
รวมสถิติสูงสุด
30,368,609 1,001,320,281 33.0

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "การประเมินประชากรโลก พ.ศ. 2560". ESA.UN.org (custom data acquired via website). United Nations Department of Economic and Social Affairs, Population Division. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน พ.ศ. 2560. Check date values in: |access-date= (help)
  2. Sayre, April Pulley. (1999) Africa, Twenty-First Century Books. ISBN 0-7613-1367-2.
  3. Swanson, Ana (17 August 2015). "5 ways the world will look dramatically different in 2100". The Washington Post.
  4. Harry, Njideka U. (11 September 2013). "African Youth, Innovation and the Changing Society". Huffington Post.
  5. Janneh, Abdoulie (April 2012). "item,4 of the provisional agenda – General debate on national experience in population matters: adolescents and youth" (PDF). United Nations Economic Commission for Africa. สืบค้นเมื่อ 15 December 2015.
  6. 6.0 6.1 Collier, Paul; Gunning, Jan Willem (1999-08-01). "Why Has Africa Grown Slowly?". Journal of Economic Perspectives (ภาษาอังกฤษ). 13 (3): 3–22. doi:10.1257/jep.13.3.3. ISSN 0895-3309.
  7. Fwatshak, S. U. (2014). "The Cold War and the Emergence of Economic Divergences: Africa and Asia Compared". Contemporary Africa. Springer. pp. 89–125. doi:10.1057/9781137444134_5. ISBN 978-1-349-49413-2.
  8. Austin, Gareth (2010-03-01). "African Economic Development, and Colonial Legacies". International Development Policy | Revue internationale de politique de développement (ภาษาอังกฤษ) (1): 11–32. doi:10.4000/poldev.78. ISSN 1663-9375.
  9. Dunning, Thad (2004). "Conditioning the Effects of Aid: Cold War Politics, Donor Credibility, and Democracy in Africa". International Organization. 58 (2): 409–423. doi:10.1017/S0020818304582073. ISSN 0020-8183. JSTOR 3877863.
  10. Alemazung, J. (2010). "Post-Colonial Colonialism: An Analysis of International Factors and Actors Marring African Socio-Economic and Political Development". undefined (ภาษาอังกฤษ). S2CID 140806396. สืบค้นเมื่อ 2020-11-12.
  11. Bayeh, E. (2015). "THE POLITICAL AND ECONOMIC LEGACY OF COLONIALISM IN THE POST-INDEPENDENCE AFRICAN STATES". www.semanticscholar.org (ภาษาอังกฤษ). S2CID 198939744. สืบค้นเมื่อ 2020-11-12.
  12. "Africa. General info". Visual Geography. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 24 April 2011. สืบค้นเมื่อ 24 November 2007.
  13. Schneider, S.H.; และคณะ (2007). "19.3.3 Regional vulnerabilities". ใน Parry, M.L.; และคณะ (บ.ก.). Chapter 19: Assessing Key Vulnerabilities and the Risk from Climate Change. Climate change 2007: impacts, adaptation, and vulnerability: contribution of Working Group II to the fourth assessment report of the Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC). Cambridge University Press (CUP): Cambridge, UK: Print version: CUP. This version: IPCC website. ISBN 978-0-521-88010-7. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2013-03-12. สืบค้นเมื่อ 2011-09-15.
  14. Niang, I., O.C. Ruppel, M.A. Abdrabo, A. Essel, C. Lennard, J. Padgham, and P. Urquhart, 2014: Africa. In: Climate Change 2014: Impacts, Adaptation, and Vulnerability. Part B: Regional Aspects. Contribution of Working Group II to the Fifth Assessment Report of the Intergovernmental Panel on Climate Change [Barros, V.R., C.B. Field, D.J. Dokken et al. (eds.)]. Cambridge University Press, Cambridge, United Kingdom and New York, NY, USA, pp. 1199–1265. https://www.ipcc.ch/site/assets/uploads/2018/02/WGIIAR5-Chap22_FINAL.pdf
  15. "Homo sapiens: University of Utah News Release: 16 February 2005". คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 24 October 2007.
  16. Schlebusch, Carina M; Malmström, Helena; Günther, Torsten; Sjödin, Per; Coutinho, Alexandra; Edlund, Hanna; Munters, Arielle R; Vicente, Mário; Steyn, Maryna; Soodyall, Himla; Lombard, Marlize; Jakobsson, Mattias (2017). "Southern African ancient genomes estimate modern human divergence to 350,000 to 260,000 years ago". Science. 358 (6363): 652–655. Bibcode:2017Sci...358..652S. doi:10.1126/science.aao6266. PMID 28971970.
  17. Sample, Ian (7 June 2017). "Oldest Homo sapiens bones ever found shake foundations of the human story". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 7 June 2017.
  18. Zimmer, Carl (10 September 2019). "Scientists Find the Skull of Humanity's Ancestor — on a Computer – By comparing fossils and CT scans, researchers say they have reconstructed the skull of the last common forebear of modern humans". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 10 September 2019.
  19. Mounier, Aurélien; Lahr, Marta (2019). "Deciphering African late middle Pleistocene hominin diversity and the origin of our species". Nature Communications. 10 (1): 3406. Bibcode:2019NatCo..10.3406M. doi:10.1038/s41467-019-11213-w. PMC 6736881. PMID 31506422.
  20. Richard Sandbrook, The Politics of Africa's Economic Stagnation, Cambridge University Press, Cambridge, 1985 passim
  21. Human Development Index, สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

ข้อมูลทวีปแอฟริกา

เผ่าแห้ง