ประเทศโมซัมบิก

(เปลี่ยนทางจาก โมซัมบิก)

พิกัดภูมิศาสตร์: 18°15′S 35°00′E / 18.250°S 35.000°E / -18.250; 35.000

โมซัมบิก (อังกฤษ: Mozambique; โปรตุเกส: Moçambique) มีชื่อเป็นทางการว่า สาธารณรัฐโมซัมบิก (อังกฤษ: Republic of Mozambique; โปรตุเกส: República de Moçambique) เป็นประเทศที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา โดยมีมหาสมุทรอินเดียอยู่ทางตะวันออก ประเทศแทนซาเนียอยู่ทางเหนือ ประเทศมาลาวีและแซมเบียอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ประเทศซิมบับเวอยู่ทางตะวันตก และมีประเทศสวาซิแลนด์และแอฟริกาใต้อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้

สาธารณรัฐโมซัมบิก

ธงชาติของโมซัมบิก
ธงชาติ
ตราสัญลักษณ์ของโมซัมบิก
ตราสัญลักษณ์
เพลงชาติปาตรียาอามาดา  (โปรตุเกส)
"Beloved Homeland" (ปิตุภูมิที่รัก)
Mozambique (orthographic projection).svg
Location Mozambique AU Africa.svg
เมืองหลวง
และ ใหญ่สุด
มาปูโต
25°57′S 32°35′E / 25.950°S 32.583°E / -25.950; 32.583
ภาษาราชการภาษาโปรตุเกส
ภาษาที่ได้รับการยอมรับภาษาสวาฮีลี
Mwani
ภาษาเจวา
Tsonga
ศาสนา
(2017)[1][2]
เดมะนิมโมซัมบิก
การปกครองรัฐเดี่ยว พรรคเด่น กึ่งประธานาธิบดี สาธารณรัฐ[3][4][5]
ฟีลีปึ ญูซี
การ์ลุช อากุชตีญู ดู รูซารียู
สภานิติบัญญัติสมัชชาแห่งชาติ
รูปแบบ
1 มีนาคม 1498
25 มิถุนายน 1975
• ได้รับการยอมรับจากองค์การสหประชาชาติ
16 กันยายน 1975
1977 – 4 ตุลาคม 1992
21 ธันวาคม 2004
พื้นที่
• รวม
801,590 ตารางกิโลเมตร (309,500 ตารางไมล์) (35)
2.2
ประชากร
• 2020 ประมาณ
30,066,648 [6] (48)
• สำมะโนประชากร 2017
27,909,798
28.7 ต่อตารางกิโลเมตร (74.3 ต่อตารางไมล์) (178)
จีดีพี (อำนาจซื้อ)2019 (ประมาณ)
• รวม
$41.473 พันล้าน
$1,331[7]
จีดีพี (ราคาตลาด)2019 (ประมาณ)
• รวม
$15.372 พันล้าน
$493[7]
จีนี (2008)Negative increase 45.7[8]
ปานกลาง
HDI (2018)เพิ่มขึ้น 0.456[9]
ต่ำ · 181
สกุลเงินเมตีกาล (MZN)
เขตเวลาUTC+2 (CAT)
ขับรถด้านซ้ายมือ
รหัสโทรศัพท์+258
โดเมนบนสุด.mz
เว็บไซต์
portaldogoverno.gov.mz
  1. Makhuwa, Tsonga, Lomwe, Sena and others.
Estimates for this country explicitly take into account the effects of excess mortality due to AIDS; this can result in lower life expectancy, higher infant mortality and death rates, lower population and growth rates, and changes in the distribution of population by age and sex than would otherwise be expected.

ภูมิศาสตร์แก้ไข

ประวัติศาสตร์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์โมซัมบิก

การอพยพถิ่นฐานของชาวบันตูแก้ไข

ข้อมูลเพิ่มเติม: Bantu expansion

โมซัมบิกเป็นที่อาศัยอยู่ครั้งแรกของชนเผ่าพรานซาน สืบเชื้อสายมาจากคน Khoisani คนที่พูดภาษาบันตู ย้ายมายัง แม่น้ำ Zambezi น้ำท่วมเริ่มเข้าสู่พื้นที่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 เป็นต้นไป ต่อมาประเทศที่เป็นที่นิยมในการทำการค้ากับอาหรับและได้ตั้งชื่อหลังจากที่มีการปกครองโดย Arab Sheikh ในเวลานั้นว่า “Musa bin Ba’ik”

ชายฝั่งสวาฮิลีแก้ไข

อาณานิคมโปรตุเกส (ค.ศ. 1498–1975)แก้ไข

ดูบทความหลักที่: โปรตุเกสโมซัมบิก

ในปี 1498 นักสำรวจชาวโปรตุเกส นามว่า “วัชกู ดา กามา” ถึงชายฝั่งของประเทศโมซัมบิกและภูมิภาคนี้ก็ได้กลายเป็นฐานสำหรับการค้าอย่างช้า ๆ สำหรับนักค้าโปรตุเกส โมซัมบิกตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส

สงครามประกาศเอกราช (ค.ศ. 1964–1974)แก้ไข

ในปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) รัฐบาลโปรตุเกสในสมัย อึชตาดูโนวู (สาธารณรัฐที่ 2) ใช้กำลังปราบปรามคนท้องถิ่นที่ทำการลุกฮือต่อต้าน ไม่ยอมอยู่ใต้อำนาจ นำไปสู่สงครามและเหตุการณ์การสังหารหมู่มูวดา (Mueda Massacre) ในปี พ.ศ. 2504 (ค.ศ. 1961) ต่อมานายเอดูอาร์โด มอนเลน (Eduardo Mondlane) ผู้นำท้องถิ่นที่มีอิทธิพลสูงได้ก่อตั้งแนวร่วมเพื่อการปลดปล่อยโมซัมบิก (Liberation Front of Mozamibique - FRELIMO) จนกระทั่ง นายมอนเลน เสียชีวิตขณะปฏิบัติการรบ จากการทิ้งระเบิดใส่กองบัญชาการเฟรลีมู ที่กรุงดาร์-เอส-ซาลาม แทนซาเนีย เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) และนายซาโมรา มาเชล (Samora Machel) ผู้นำทางทหารของ FRELIMO ได้ขึ้นเป็นผู้นำแนวร่วมแทน และใช้ความรุนแรงในการต่อต้านรัฐบาลโปรตุเกส จนได้รับชัยชนะและประกาศเอกราชจากการเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส ในวันที่ 25 มิถุนายน 2518 (ค.ศ. 1975)

ประกาศเอกราช (ค.ศ. 1975)แก้ไข

ภายหลังการประกาศเอกราช FRELIMO ได้กลายเป็นพรรครัฐบาล และ ซาโมรา มาเชลเป็นประธานาธิบดีคนแรก ประธานาธิบดีมาเชล ใช้นโยบายการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างรุนแรง (radical social change) ปกครองประเทศแบบสังคมนิยม ยึดทรัพย์สินเอกชนทั้งหมดเป็นของรัฐ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศคอมมิวนิสต์ในยุโรป โมซัมบิกกลายเป็นประเทศสัญลักษณ์ที่ประเทศคอมมิวนิตส์ใช้เชิดชูความสำเร็จของการปกครองระบอบสังคมนิยม การเมืองภายในของโมซัมบิกได้รับผลกะทบจากสงครามเย็นอย่างมาก ในทศวรรษที่ 1980 ประเทศเสรีตะวันตกและแอฟริกาใต้เข้าแทรกแซง โดยสนับสนุนกลุ่ม Mozambique National Resistance (Renamo) ก่อสงครามกลางเมือง ทำลายสาธารณูปโภคพื้นฐาน สะพาน ทางรถไฟ โรงเรียน สถานพยาบาล ทำให้การพัฒนาประเทศหยุดชะงัก ปลายทศวรรษที่ 1980 สหภาพโซเวียตล่มสลาย สงครามเย็นสิ้นสุดลง รัฐบาลแอฟริกาใต้ยุติการสนับสนุน Renamo ใน ค.ศ. 1986 ประธานาธิบดี มาเชล เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่แอฟริกาใต้อย่างมีเงื่อนงำ และ นาย โยอาควิม ชิสซาโน ขึ้นเป็นผู้นำประเทศแทน

นาย ชิสซาโน เปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจจากมาร์กซิสเป็นเศรษฐกิจการตลาด และลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพยุติสงครามกลางเมืองกับ Renamo ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1992 และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปและการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งแรกของโมซัมบิกในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1994 ซึ่งนาย ชิสซาโน ชนะการเลือกตั้งเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

สงครามกลางเมือง (ค.ศ. 1977–1992)แก้ไข

ดูบทความหลักที่: สงครามกลางเมืองโมซัมบิก

สมัยใหม่ (ค.ศ. 1993–ปัจจุบัน)แก้ไข

การเมืองการปกครองแก้ไข

บริหารแก้ไข

สาธารณรัฐโมซัมบิกปกครองในระบบสาธารณรัฐ ประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล ฝ่ายบริหารประกอบด้วยประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้ง อยู่ในตำแหน่งคราวละ 5 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งได้ 2 สมัย

นิติบัญญัติแก้ไข

ตุลาการแก้ไข

ดูบทความหลักที่: กฎหมายโมซัมบิก

สถานการณ์ทางการเมืองแก้ไข

สิทธิมนุษยชนแก้ไข

ดูบทความหลักที่: สิทธิมนุษยชนในโมซัมบิก

การแบ่งเขตการปกครองแก้ไข

 
จังหวัดต่าง ๆ ของโมซัมบิก

ประเทศโมซัมบิกแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 จังหวัด (province-provincias) และ 1 เมืองหลวง (capital city-cidade capital) โดยแต่ละจังหวัดแบ่งย่อยออกเป็น 129 เขต (district-distritos) ได้แก่

  1. จังหวัดกาบูแดลกาดู
  2. จังหวัดกาซา
  3. จังหวัดอิญญังบานือ
  4. จังหวัดมานีกา
  5. มาปูโต (เมืองหลวง)
  6. จังหวัดมาปูโต
  7. จังหวัดนัมปูลา
  8. จังหวัดนียาซา
  9. จังหวัดซูฟาลา
  10. จังหวัดแตตือ
  11. จังหวัดซังแบซียา

นโยบายต่างประเทศแก้ไข

ความสัมพันธ์ด้านต่างๆกับประเทศไทยแก้ไข

  • การทูต
  • การเมือง
  • การค้าและเศรษฐกิจ
  • การศึกษาและวิชาการ
  • กีฬา และ การท่องเที่ยว
  • การแลกเปลี่ยนการเยือน
ฝ่ายไทยแก้ไข
ฝ่ายโมซัมบิกแก้ไข

กองทัพแก้ไข

ดูบทความหลักที่: กองทัพโมซัมบิก

เศรษฐกิจแก้ไข

โครงสร้างแก้ไข

สภาวะเศรษฐกิจแก้ไข

ในปี 2555 (ค.ศ. 2012) โมซัมบิกมี GDP มูลค่า 13.6 พันล้าน USD และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 7.4 อุตสาหกรรมที่สำคัญของโมซัมบิก ได้แก่ การทำเหมืองถ่านหิน การเกษตร ประมง เครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์ อะลูมินั่ม ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สิ่งทอ ซีเมนต์ แก้ว และยาสูบ สินค้าหลักที่โมซัมบิกส่งออก ได้แก่ ถ่านหิน อะลูมินั่ม เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ กุ้ง น้ำตาล และฝ้าย โดยประเทศที่โมซัมบิกส่งสินค้าออก เป็นลำดับต้น ๆ ได้แก่เบลเยี่ยม แอฟริกาใต้ สเปน และเนเธอร์แลนด์ ส่วนสินค้าที่โมซัมบิกนำเข้า ได้แก่ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ยานพาหนะ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ โดยนำเข้าจากประเทศต่าง ๆ ได้แก่ แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย จีน และโปรตุเกส สินค้านำเข้าหลักของโมซัมบิก คือ เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ อาหารและเครื่องนุ่งห่ม โดยภาพรวม ประเทศคู่ค้าที่สำคัญของโมซัมบิกคือ แอฟริกาใต้ เนเธอร์แลนด์ และโปรตุเกส

การท่องเที่ยวแก้ไข

ดูบทความหลักที่: การท่องเที่ยวในโมซัมบิก

โครงสร้างพื้นฐานแก้ไข

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีแก้ไข

คมนาคม และ โทรคมนาคมแก้ไข

การศึกษาแก้ไข

ดูบทความหลักที่: การศึกษาในโมซัมบิก

สาธารณสุขแก้ไข

ดูบทความหลักที่: สาธารณสุขในโมซัมบิก

รัฐสวัสดิการแก้ไข

ประชากรศาสตร์แก้ไข

ประชากรแก้ไข

ภาษาแก้ไข

ดูบทความหลักที่: ภาษาในโมซัมบิก

กีฬาแก้ไข

ฟุตบอลแก้ไข

ฟลอร์บอลแก้ไข

บาสเก็ตบอลแก้ไข

ยกน้ำหนักแก้ไข

วัฒนธรรมแก้ไข

ดูบทความหลักที่: วัฒนธรรมโมซัมบิก

สถาปัตยกรรมแก้ไข

วรรณกรรมแก้ไข

ดนตรีแก้ไข

อาหารแก้ไข

สื่อสารมวลชนแก้ไข

วันหยุดแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://www.globalreligiousfutures.org/countries/mozambique#/?affiliations_religion_id=0&affiliations_year Archived 20 July 2020 at the Wayback Machine. = 2010&region_name=All%20Countries&restrictions_year = 2016
  2. "Archived copy". เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 14 August 2020. สืบค้นเมื่อ 1 August 2020.CS1 maint: archived copy as title (link)
  3. Neto, Octávio Amorim; Lobo, Marina Costa (2010). "Between Constitutional Diffusion and Local Politics: Semi-Presidentialism in Portuguese-Speaking Countries". Social Science Research Network. SSRN 1644026. Cite journal requires |journal= (help)
  4. Shugart, Matthew Søberg (September 2005). "Semi-Presidential Systems: Dual Executive and Mixed Authority Patterns" (PDF). Graduate School of International Relations and Pacific Studies. United States: University of California San Diego. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 19 August 2008. สืบค้นเมื่อ 20 August 2016.
  5. Shugart, Matthew Søberg (December 2005). "Semi-Presidential Systems: Dual Executive And Mixed Authority Patterns" (PDF). French Politics. 3 (3): 323–351. doi:10.1057/palgrave.fp.8200087. S2CID 73642272. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 4 March 2016. Of the contemporary cases, only four provide the assembly majority an unrestricted right to vote no confidence, and of these, only two allow the president unrestricted authority to appoint the prime minister. These two, Mozambique and Namibia, as well as the Weimar Republic, thus resemble most closely the structure of authority depicted in the right panel of Figure 3, whereby the dual accountability of the cabinet to both the president and the assembly is maximized.
  6. "Projecções da População — Instituto Nacional de Estatistica". www.ine.gov.mz. Archived from the original on 2020-03-07. Retrieved 2020-04-18.
  7. 7.0 7.1 "Report for Selected Countries and Subjects". www.imf.org. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 9 December 2019. สืบค้นเมื่อ 8 April 2020.
  8. "Gini Index". World Bank. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 8 December 2015. สืบค้นเมื่อ 2 March 2011.
  9. Human Development Report 2020 The Next Frontier: Human Development and the Anthropocene (PDF). United Nations Development Programme. 15 December 2020. pp. 343–346. ISBN 978-92-1-126442-5. เก็บ (PDF) จากแหล่งเดิมเมื่อ 15 December 2020. สืบค้นเมื่อ 16 December 2020.

บรรณานุกรมแก้ไข

  • Abrahamsson, Hans, Mozambique: The Troubled Transition, from Socialist Construction to Free Market Capitalism London: Zed Books, 1995
  • Bowen, Merle L., "The State against the Peasantry: Rural struggles in colonial and postcolonial Mozambique", Charlotesvile & London, University Press of Virginia, 2000
  • Cahen, Michel, Les bandits: un historien au Mozambique, Paris: Gulbenkian, 1994
  • Fialho Feliciano, José, "Antropologia económca dos Thonga do sul de Moçambique", Maputo, Arquivo Histórico de Moçamique, 1998
  • Gengenbach, Heidi, "Binding Memories: Women as Makers and Tellers of History in Magude, Mozambique". Columbia University Press, 2004. Entire Text Online
  • Mwakikagile, Godfrey, Africa and America in The Sixties: A Decade That Changed The Nation and The Destiny of A Continent, First Edition, New Africa Press, 2006, ISBN 978-0-9802534-2-9
  • Mwakikagile, Godfrey, Nyerere and Africa: End of an Era, Third Edition, New Africa Press, 2006, "Chapter Seven: "The Struggle for Mozambique: The Founding of FRELIMO in Tanzania," pp. 206–225, ISBN 978-0-9802534-1-2
  • Morier-Genoud, Eric, Cahen, Michel and do Rosário, Domingos M. (eds), The War Within New Perspectives on the Civil War in Mozambique, 1976-1992 (Oxford: James Currey, 2018)
  • Morier-Genoud, Eric, "Mozambique since 1989: Shaping democracy after Socialism" in A.R.Mustapha & L.Whitfield (eds), Turning Points in African Democracy, Oxford: James Currey, 2008, pp. 153–166.
  • Newitt, Malyn, A History of Mozambique Indiana University Press. ISBN 1-85065-172-8
  • Pitcher, Anne, Transforming Mozambique: The politics of privatisation, 1975–2000 Cambridge, Cambridge University Press, 2002
  • Varia, "Religion in Mozambique", LFM: Social sciences & Missions No. 17, December 2005

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

รัฐบาล
ข้อมูลพื้นฐาน
การท่องเที่ยว
สาธารณสุข

The State of the World's Midwifery – Mozambique Country Profile