การระบาดทั่วของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563

การระบาดทั่วของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563 เป็นการระบาดทั่วโลกที่กำลังดำเนินไปของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19; โควิด-19) โดยมีสาเหตุมาจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 โดยพบครั้งแรกในนครอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน[4][5] ณ วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2563 องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดนี้เป็นโรคระบาดทั่ว[6] ณ 30 มีนาคม 2563 มีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วมากกว่า 183,000 คนในมากกว่า 160 ประเทศและดินแดน โดยมีการระบาดใหญ่ในแผ่นดินใหญ่ของประเทศจีน ประเทศอิตาลี ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศอิหร่าน[2] และมีผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดแล้วประมาณ 5,000 คน โดยประมาณ 3,200 คนพบในประเทศจีน ขณะที่มีผู้หายป่วยแล้วมากกว่า 69,000 คน[3]

การระบาดทั่วของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563
Coronavirus patients at the Imam Khomeini Hospital in Tehran, Iran -- بخش ویژه بیماران کرونا در بیمارستان امام خمینی تهران -- March 1, 2020.jpg
2020 coronavirus task force.jpg 蔡總統視導33化學兵群 02.jpg
Emergenza coronavirus (49501382461).jpg Dried pasta shelves empty in an Australian supermarket.jpg
(ตามเข็มนาฬิกาจากบนสุด)
COVID-19 Outbreak World Map.svg
แผนที่การระบาดทั่ว ณ 29 มีนาคม 2563
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 10,000 คนขึ้นไป
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1,000–9,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 100–999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 10–99 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1–9 คน
โรคโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019
(COVID-19)
สายพันธุ์ไวรัสโคโรนาไวรัสสายพันธุ์กลุ่มอาการ
ทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง 2

(SARS-CoV-2)
สถานที่ทั่วโลก
พบติดเชื้อรายแรก1 ธันวาคม พ.ศ. 2562–ปัจจุบัน[1]
(3 เดือน และ 29 วัน)
ต้นกำเนิดอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน
30°35′14″N 114°17′17″E / 30.58722°N 114.28806°E / 30.58722; 114.28806
ยืนยันติดเชื้อมากกว่า 722,000 คน[2]
หายป่วยมากกว่า 151,000 คน[2]
เสียชีวิตมากกว่า 33,900 คน[3]
ดินแดนมากกว่า 190 ดินแดน[3]

ไวรัสมีการแพร่เชื้อระหว่างคนในลักษณะเดียวกับไข้หวัดใหญ่ โดยผ่านการติดเชื้อจากละอองเสมหะจากการไอ[7][8][9] ระยะระหว่างการสัมผัสเชื้อและมีอาการโดยทั่วไปแล้วอยู่ที่ห้าวัน แต่มีช่วงอยู่ระหว่างสองถึงสิบสี่วัน[9][10] อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ไอ และหายใจลำบาก[9][10] ภาวะแทรกซ้อนอาจรวมไปถึงปอดบวมและกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน โดยยังไม่มีวัคซีนที่ได้รับอนุญาตหรือยาต้านไวรัสจำเพาะ แต่กำลังมีการวิจัยอยู่ขณะนี้ การรักษาจึงพยายามมุ่งเป้าไปที่การจัดการกับอาการและรักษาแบบประคับประคอง มาตรการป้องกันที่มีการแนะนำ คือ การล้างมือ การอยู่ห่างจากบุคคลอื่น (โดยเฉพาะกับบุคคลที่ป่วย) และติดตามอาการและกักตนเองเป็นเวลาสิบสี่วันในกรณีที่สงสัยว่าตนอาจติดเชื้อ[8][9][11]

การตอบสนองทางสาธารณสุขทั่วโลก ประกอบด้วย การจำกัดการท่องเที่ยว การกักด่าน การห้ามออกจากเคหสถานเวลาค่ำคืน การยกเลิกการจัดงาน และการปิดสถานศึกษา นอกจากนี้ยังมีการกักด่านทั้งหมดของประเทศอิตาลีและมณฑลหูเป่ย์ของประเทศจีน และมีการใช้มาตรการการห้ามออกจากเคหสถานเวลาค่ำคืนอย่างหลากหลายในประเทศจีนและประเทศเกาหลีใต้[12][13][14] มีการคัดกรองตามท่าอากาศยานและสถานีรถไฟ[15] และมีการออกคำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางไปยังภูมิภาคที่มีการแพร่เชื้อในระดับประชาคม[16][17][18][19] มีการปิดสถานศึกษาทั่วประเทศหรือส่วนท้องถิ่นในอย่างน้อย 115 ประเทศ ส่งผลกระทบกับนักเรียนนักศึกษามากกว่า 1.2 พันล้านคน[20]

การระบาดทั่วยังก่อให้เกิดอุบัติการณ์ ประกอบด้วย ความไม่มั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจ[21][22] อาการกลัวคนแปลกหน้าและการเหยียดเชื้อชาติชาวจีนและชาวเอเชียตะวันออก[23][24][25][26][27] และการแพร่กระจายของข้อมูลที่ผิด ๆ และทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับไวรัส[28][29][30]

วิทยาการระบาดแก้ไข

ประเทศ/ดินแดน/พาหนะระหว่างประเทศ[i] ผู้ติดเชื้อ[ii] เสียชีวิต[iii] รักษาหาย[iv] อ้างอิง
183 733,378 34,794 151,789
  สหรัฐอเมริกา[v][vi][vii] 142,410 2,505 4,767 [31][32]
  อิตาลี[viii] 97,689 10,779 13,030 [35][36]
  สเปน [ix] 85,195 7,340 16,780 [37]
  จีน (แผ่นดินใหญ่)[x] 81,470 3,304 75,770 [31][38]
  เยอรมนี 62,457 545 5,300 [39]
  อิหร่าน[xi] 41,495 2,757 13,911 [31][40][41]
  ฝรั่งเศส[xii] 40,174 2,606 7,202 [42][43]
  สหราชอาณาจักร[xiii] 19,569 1,228 140 [44][45]
  สวิสเซอร์แลนด์[xiv] 14,944 300 1,823 [46][47]
  เบลเยียม 11,899 513 1,527 [31][48]
  เนเธอร์แลนด์[xv][xvi] 10,866 771 [31][50]
  เกาหลีใต้ 9,661 158 5,228 [51][31]
  ตุรกี 9,217 131 105 [52]
  ออสเตรีย 8,774 86 479 [53][54]
  แคนาดา 6,308 66 532 [32][55]
  โปรตุเกส 5,962 119 43 [56]
  อิสราเอล 4,347 15 132 [31][57]
  นอร์เวย์[xvii][xviii] 4,313 29 [59]
  บราซิล 4,256 136 6 [31][60]
  ออสเตรเลีย[xix] 4,247 18 226 [61][62]
  สวีเดน[xx] 3,744 127 18 [63][64]
  เช็กเกีย 2,817 16 11 [65]
  มาเลเซีย 2,626 37 479 [66][67]
  ไอร์แลนด์ 2,615 46 5 [68]
  เดนมาร์ก[xxi][xxii][xxiii] 2,555 72 [71]
  ชิลี 2,139 7 75 [72]
  ลักเซมเบิร์ก 1,950 21 40 [73]
  โปแลนด์ 1,905 26 23 [74][75]
  เอกวาดอร์ 1,890 57 3 [31][76]
  ญี่ปุ่น 1,866 54 404 [31][77]
  รัสเซีย[xxiv] 1,836 9 66 [81]
  โรมาเนีย 1,815 43 206 [82]
  ปากีสถาน 1,625 18 28 [83]
  ฟิลิปปินส์ 1,546 78 42 [84][85]
  ไทย 1,524 9 127 [86]
  อินโดนีเซีย 1,414 122 75 [87][88]
  ซาอุดีอาระเบีย 1,299 8 37 [89]
  แอฟริกาใต้ 1,280 2 31 [90]
  ฟินแลนด์[xxv][xxvi] 1,218 9 10 [94][95]
  อินเดีย 1,161 28 102 [96]
  กรีซ 1,156 40 52 [97][98]
  ไอซ์แลนด์ 1,020 2 135 [99]
  เม็กซิโก 993 20 3 [100][101]
  ปานามา 989 24 4 [102][103]
  สาธารณรัฐโดมินิกัน 859 39 3 [31]
  เปรู 852 18 16 [104]
  สิงคโปร์ 844 3 212 [105][106]
  อาร์เจนตินา 820 20 51 [31][107]
  สโลวีเนีย 756 11 10 [108]
  เซอร์เบีย[xxvii] 741 13 42 [109]
  เอสโตเนีย 715 3 20 [110]
  โครเอเชีย 713 6 52 [31]
  โคลอมเบีย 702 10 10 [31][111]
  เรือไดมอนด์พรินเซส[xxviii] 672 10 603 [112][113]
  ฮ่องกง 641 4 118 [114]
  กาตาร์ 634 1 48 [115]
  อียิปต์[xxix] 609 40 132 [31]
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 570 3 58 [31]
  นิวซีแลนด์ 552 1 63 [31]
  อิรัก 547 42 143 [31][116]
  โมร็อกโก 516 27 13 [31]
  บาห์เรน 515 4 279 [117]
  แอลจีเรีย 511 29 31 [31]
  ลิทัวเนีย 484 7 1 [31]
  ยูเครน[xxx] 480 11 6 [118][119]
  ฮังการี 447 15 34 [120]
  เลบานอน 438 10 32 [31]
  อาร์มีเนีย 424 3 30 [31]
  ลัตเวีย 376 0 1 [121][31]
  บัลแกเรีย 346 8 14 [122]
  อันดอร์รา 334 6 6 [31]
  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 327 6 8 [123]
  คอสตาริกา 314 2 3 [31]
  สโลวาเกีย 314 0 7 [31]
  ตูนิเซีย 312 8 2 [31][124]
  ไต้หวัน 306 5 39 [125][126]
  อุรุกวัย 304 1 0 [31]
  คาซัคสถาน 294 1 20 [127]
  คูเวต 266 0 72 [128]
  มอลโดวา[xxxi] 263 2 13 [31]
  นอร์ทมาซิโดเนีย 259 6 3 [31][129]
  จอร์แดน 259 3 18 [31]
  ซานมารีโน 229 24 12 [130]
  แอลเบเนีย 223 11 44 [131]
  บูร์กินาฟาโซ 222 12 23 [31]
  ไซปรัส[xxxii] 214 6 18 [31]
  อาเซอร์ไบจาน 209 4 15 [31][132]
  เวียดนาม 194 0 52 [133]
  หมู่เกาะแฟโร 168 0 70 [134]
  โอมาน 167 0 23 [31]
  โกตดิวัวร์ 165 1 4 [135]
  กานา 152 5 2 [31]
  มอลตา 151 0 2 [31]
  อุซเบกิสถาน 144 2 7 [31]
  เซเนกัล 142 0 27 [31]
  แคเมอรูน 139 6 5 [31]
  คิวบา[xxxiii] 139 3 4 [31]
  ฮอนดูรัส 139 3 0 [31][136]
  เวเนซุเอลา 129 3 39 [137]
  ปวยร์โตรีโก 127 5 [31]
  บรูไน 126 1 34 [31]
  อัฟกานิสถาน 120 4 2 [31]
  ศรีลังกา 120 1 11 [31]
  ไนจีเรีย 111 1 3 [31]
  มอริเชียส 110 3 0 [31]
  ปาเลสไตน์ 109 1 18 [31]
  กัมพูชา 107 0 23 [31]
  จอร์เจีย 98 0 18 [138]
  คีร์กีซสถาน 94 0 0 [31]
  เบลารุส 94 0 32 [139]
  มอนเตเนโกร 91 1 0 [31][140]
  คอซอวอ 88 1 1 [141]
  โบลิเวีย 81 0 0 [31]
  ตรินิแดดและโตเบโก 78 3 1 [31][142]
  รวันดา 70 0 0 [31]
  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  65 6 2 [31]
  ปารากวัย 64 3 1 [31]
  เจอร์ซีย์[xxxiv] 63 2 [143]
  นอร์เทิร์นไซปรัส 61 1 29 [144]
  ลิกเตนสไตน์ 61 0 12 [31]
  อารูบา 50 0 [31]
  บังกลาเทศ 48 5 15 [31]
  โมนาโก 46 0 1 [31]
  เกิร์นซีย์[xxxiv] 45 0 [143]
  เคนยา 42 1 1 [31]
  ไอล์ออฟแมน[xxxiv] 42 0 0 [145]
  มาดากัสการ์ 39 0 0 [146]
  มาเก๊า 38 0 10 [31]
  กัวเตมาลา 36 1 10 [147]
  จาเมกา 34 1 2 [148]
  ยูกันดา 33 0 0 [149]
  โตโก 30 1 7 [31]
  แซมเบีย 29 0 0 [31]
  บาร์เบโดส 26 0 0 [31][150]
  เอลซัลวาดอร์ 24 0 0 [151]
  สาธารณรัฐคองโก 19 0 0 [152]
  เอธิโอเปีย 19 0 1 [31]
  ไนเจอร์ 18 1 0 [153]
  มาลี 18 1 0 [154]
  จิบูตี 18 0 0 [31]
  มัลดีฟส์ 17 0 11 [31]
  กินี 16 0 1 [31]
  แทนซาเนีย 14 0 0 [31]
  มองโกเลีย 12 0 0 [31]
  อิเควทอเรียลกินี 12 0 0 [31]
  เอริเทรีย 12 0 0 [31]
  โดมินิกา 11 0 0 [31]
  ทรานส์นีสเตรีย 11 0 0 [31]
  นามิเบีย 11 0 2 [31]
  บาฮามาส 10 0 0 [31]
  พม่า 10 0 0 [31]
  กรีนแลนด์ 10 0 2 [31]
  ซีเรีย 9 1 0 [155]
  เกรเนดา 9 0 0 [31]
  เซนต์ลูเชีย 9 0 0 [31]
  เอสวาตีนี 9 0 0 [156]
  กายอานา 8 1 0 [157]
  กือราเซา 8 1 [31]
  ซูรินาม 8 0 0 [158]
  เซเชลส์ 8 0 0 [159]
  โมซัมบิก 8 0 0 [31]
  ลาว 8 0 0 [31]
  ลิเบีย 8 0 0 [31]
  เฮติ 8 0 0 [160]
  แองโกลา 7 2 0 [161]
  กาบอง 7 1 0 [162]
  ซิมบับเว 7 1 0 [163]
  แอนติกาและบาร์บูดา 7 0 0 [31]
  กาบูเวร์ดี 6 1 0 [164]
  ซูดาน 6 1 0 [31]
  ซินต์มาร์เติน 6 0 [31]
  นครรัฐวาติกัน 6 0 0 [31]
  เบนิน 6 0 0 [31]
  ฟิจิ 5 0 0 [31]
  มอริเตเนีย 5 0 0 [165]
  เนปาล 5 0 1 [31]
  นิการากัว 4 1 0 [166]
  ภูฏาน 4 0 0 [31]
  แกมเบีย 3 1 0 [31][167]
  ชาด 3 0 0 [168]
  โซมาเลีย 3 0 0 [31]
  ไลบีเรีย 3 0 0 [169]
  สาธารณรัฐแอฟริกากลาง 3 0 0 [170]
  กินี-บิสเซา 2 0 0 [31]
  เซนต์คิตส์และเนวิส 2 0 0 [31]
  เบลีซ 2 0 0 [31]
  เรือเอ็มเอสซานดัม[xxxv] 2 0 0 [171]
  ติมอร์-เลสเต 1 0 0 [172]
  ปาปัวนิวกินี 1 0 0 [173]
  เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ 1 0 1 [31]
ณ วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563 เวลา 18:30 น.

ในปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 โดยที่ผู้ติดเชื้อกลุ่มแรกจำนวนมากมีความเชื่อมโยงกับตลาดค้าอาหารทะเลหฺวาหนานมาก่อน ชี้ให้เห็นว่าไวรัสดังกล่าว "น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากสัตว์"[174] ไวรัสที่ก่อให้เกิดการระบาดนั้นรู้จักกันในชื่อ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสใหม่ที่สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับโคโรนาไวรัสในค้างคาว[175] โคโรนาไวรัสในลิ่น[176] และโคโรนาไวรัสสายพันธุ์กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง[177] โดยเชื่อว่าไวรัสอาจมีต้นกำเนิดมาจากค้างคาวในสกุลค้างคาวมงกุฎ[178]

อาการแรกสุดมีรายงานในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ในบุคคลที่ไม่ได้มีการสัมผัสกับตลาดค้าอาหารทะเลหฺวาหนานหรืออีก 40 คนที่เหลือของกลุ่มผู้มีอาการครั้งแรกจากไวรัส[1][179] ขณะที่สองในสามของกลุ่มแรกนี้พบว่ามีความเชื่อมโยงกับตลาดสดซึ่งค้าสัตว์มีชีวิตแห่งนี้[1][180][181][182]

องค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดนี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 30 มกราคม[183] โดยเทดรอส อัดเฮนอม ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ยังคงกล่าวชื่นชมการตอบสนองของประเทศจีนต่อไวรัสเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ว่า "เป็นการหลีกเลี่ยงการมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย" แม้ว่าโรคจะมีศักยภาพในการแพร่ภายในท้องถิ่นในบริเวณอื่น ๆ ของโลกด้วยก็ตาม[184]

ในช่วงเริ่มแรก จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทุก ๆ เจ็ดวันครึ่ง[185] ในช่วงต้นและกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 ไวรัสเกิดการแพร่กระจายไปยังมณฑลอื่น ๆ ของประเทศจีน ผ่านการโยกย้ายของประชากรในช่วงตรุษจีน และเนื่องจากนครอู่ฮั่นเป็นศูนย์กลางการขนส่งในประเทศจีน ผู้ติดเชื้อจึงเดินทางไปได้อย่างรวดเร็วทั่วประเทศ[186] วันที่ 20 มกราคม ประเทศจีนรายงานว่าพบผู้ป่วยใหม่ 140 คน โดยในจำนวนนั้นมีสองคนที่พบในปักกิ่งและหนึ่งคนพบในเซินเจิ้น[187] ต่อมาข้อมูลอย่างเป็นทางการในภายหลัง ได้แสดงให้เห็นว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อ SARS-CoV-2 ถึง 6,174 คนที่พบอาการแสดงแล้วในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563[188]

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 องค์การอนามัยโลกรายงานว่า จากการที่ผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศจีนลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศอิตาลี ประเทศอิหร่าน และประเทศเกาหลีใต้ ทำให้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่นอกประเทศจีนเพิ่มสูงกว่าจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศจีนเป็นครั้งแรก[189] นอกจากนี้ยังมีรายงานการพบในเด็ก ซึ่งพบได้ "น้อยมาก" ด้วย[10] จากรายงานขององค์การอนามัยโลกระบุว่า มีผู้ป่วยที่อายุ 19 ปีและต่ำกว่าเพียงร้อยละ 2.4 จากจำนวนผู้ป่วยทั่วโลก[190]

การวิเคราะห์วิทยาการระบาดของการระบาดทั่ว ทำให้องค์การอนามัยโลกและหลายรัฐบาลยอมรับว่าเหตุนี้เป็นการระบาดทั่วครั้งแรก ที่สามารถควบคุมได้อย่างน้อยในหลายภูมิภาคของโลก[191]

การเสียชีวิตแก้ไข

ผู้ที่เสียชีวิตจากโรค มีระยะเวลาตั้งแต่การพัฒนาอาการของโรคโควิด-19 ไปจนถึงแก่ชีวิตนั้นมีช่วงอยู่ระหว่าง 6 ถึง 41 วัน โดยมีมัธยฐานอยู่ที่ 14 วัน[10]

ณ วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7,900 คน จากโควิด-19[2] จากข้อมูลของ NHC ประเทศจีนพบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ประมาณร้อยละ 80 ของผู้เสียชีวิตพบว่าเป็นผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี และร้อยละ 75 มีภาวะทางสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว เช่น เบาหวาน และโรคหัวใจหลอดเลือด[192]

มีการยืนยันผู้เสียชีวิตรายแรกในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2563 ในนครอู่ฮั่น[193] ส่วนผู้เสียชีวิตนอกประเทศจีนรายแรกเกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์[194][195][196][197] และผู้ป่วยนอกเอเชียรายแรกเกิดขึ้นในกรุงปารีส[198] วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ผู้เสียชีวิตมากกว่าสิบสองรายนอกประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เกิดขึ้นในประเทศอิหร่าน ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศอิตาลี[199][200][201] วันที่ 13 มีนาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตมากกว่า 40 ประเทศและดินแดน ในทุกทวีป (ยกเว้นทวีปแอนตาร์กติกา)[202]

แผนภาพแก้ไข

อาการและอาการแสดงแก้ไข

อาการ[186] %
ไข้ 87.9%
ไอแห้ง 67.7%
ล้า 38.1%
มีเสมหะ 33.4%
หายใจลำบาก 18.6%
ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดในข้อ 14.8%
เจ็บคอ 13.9%
ปวดศีรษะ 13.6%
หนาวสะท้าน 11.4%
คลื่นไส้หรืออาเจียน 05.0%
คัดจมูก 04.8%
อาการท้องร่วง 03.7%
ไอเป็นเลือด 00.9%
การคั่งในเยื่อตา 00.8%
 
อาการของโควิด-19

อาการของโรคโควิด-19 นั้นไม่เจาะจงและผู้ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการหรือมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ได้ เช่น ไข้ ไอ ล้า หายใจลำบาก หรือปวดกล้ามเนื้อ โดยอาการทั่วไปและความชุกแสดงไว้ดังตาราง[186]

การพัฒนาต่อไปของโรคอาจนำไปสู่การปอดบวม กลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ ช็อกเหตุพิษติดเชื้อ และเสียชีวิตได้ ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีการแสดงอาการ ซึ่งให้ผลการทดสอบที่ยืนยันว่าติดเชื้อแต่ไม่มีอาการแสดง ดังนั้น นักวิจัยจึงได้ออกคำแนะนำว่าบุคคลที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อแล้ว ควรมีการติดตามและทดสอบการติดเชื้ออย่างใกล้ชิด[207][208][209][1]

ระยะฟักตามปกติ (เวลาระหว่างที่ได้รับเชื้อและมีอาการเกิดขึ้น) มีช่วงตั้งแต่ 1 ถึง 14 วัน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 5 วัน[210][211] อย่างไรก็ตาม มีการรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อรายหนึ่งที่มีระยะฟักถึง 27 วัน[212]

สาเหตุแก้ไข

การแพร่เชื้อแก้ไข

วีดีโออภิปรายค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐานและอัตราป่วยตายในบริบทของการระบาดทั่วของโรคโควิด-19

การแพร่เชื้อหลักนั้นเป็นการแพร่ผ่านละอองเสมหะ (droplets) ที่บุคคลขับออกมา เช่น เมื่อไอหรือจาม[213][214][7] ละอองเสมหะจะค้างอยู่ในอากาศเป็นช่วงสั้น ๆ เท่านั้น แต่อาจคงอยู่ต่อได้บนพื้นผิวที่เป็นโลหะ แก้ว หรือพลาสติก[215] รายละเอียดของไวรัสโควิด-19 นั้นไม่มีเพิ่มเติมตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 และมีการสันนิษฐานว่ามันนั้นคล้ายโคโรนาไวรัสอื่น ซึ่งสามารถอยู่รอดได้นานถึงเก้าวันที่อุณหภูมิห้อง[216] สารฆ่าเชื้อที่ใช้บนพื้นผิวอาจใช้สาร เช่น เอทานอล 62–71% บนพื้นผิวเป็นเวลาหนึ่งนาที[216]

องค์การอนามัยโลกระบุว่าความเสี่ยงของการแพร่จากบุคคลที่ไม่มีอาการนั้น "ต่ำมาก" และการส่งผ่านอุจจาระนั้นก็ "ต่ำ"[217] แต่การวิเคราะห์การติดเชื้อในประเทศสิงคโปร์และเมืองเทียนจิน ประเทศจีน ได้เปิดเผยว่าการติดเชื้อโคโรนาไวรัสในหลายคนอาจแพร่ผ่านคนที่เพิ่งติดเชื้อไวรัส และยังไม่ได้เริ่มแสดงอาการ การค้นพบนี้หมายความว่า การแยกกักบุคคลเมื่อเริ่มต้นรู้สึกป่วยนั้นมีประสิทธิภาพน้อยกว่าที่คาดไว้[218]

ค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐาน (จำนวนเฉลี่ยของบุคคลที่บุคคลที่ติดเชื้อมีแนวโน้มจะแพร่ใส่) สำหรับการแพร่เชื้อระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ของไวรัสอยู่ที่ประมาณ 2.13[219] ถึง 4.82[220][221] ซึ่งคล้ายกับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS-CoV)[222]

วิทยาไวรัสแก้ไข

โคโรนาไวรัสสายพันธุ์กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง 2 (SARS-CoV-2) เป็นโคโรนาไวรัสสายพันธุ์กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงสายพันธุ์ใหม่ ผู้ป่วยสายรายแรกที่ถูกแยกมีอาการปอดบวมที่เชื่อมกับกลุ่มของผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจในอู่ฮั่น เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 (โควิด-19)[177]

SARS-CoV-2 มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ SARS-CoV แรกเริ่ม[223] โดยมีแนวคิดว่ามีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ (zoonotic) การวิเคราะห์ทางพันธุกรรม เปิดเผยว่ากลุ่มพันธุกรรมของโคโรนาไวรัสกับสกุลเบตาโคโรนาไวรัส ในสกุลย่อยซาร์เบโคไวรัส (เชื้อสาย B) ร่วมกับโคโรนาไวรัสสองสายพันธุ์ที่ได้จากค้างคาว พบว่ามีความเหมือนกันในระดับจีโนมทั้งหมดร้อยละ 96 กับโคโรนาไวรัสตัวอย่างอื่น (BatCov RaTG13)[224][186] ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 นักวิจัยชาวจีนพบว่า มีความแตกต่างของกรดอะมิโนเพียงตัวเดียวในลำดับจีโนมบางอย่าง ระหว่างไวรัสที่พบในตัวลิ่นและจากมนุษย์ ซึ่งหมายความว่า ตัวลิ่น อาจเป็นพาหะขั้นกลางของไวรัส[225]

การวินิจฉัยแก้ไข

การติดเชื้อไวรัสนั้นสามารถวินิจฉัยเป็นการชั่วคราวบนพื้นฐานของอาการ โดยการยืนยันการติดเชื้อในท้ายที่สุดแล้วจะใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรสแบบย้อนกลับ (rRT-PCR) จากสิ่งคัดหลั่งที่ติดเชื้อ (ความไวร้อยละ 71) และการใช้การถ่ายภาพรังสีส่วนตัดอาศัยคอมพิวเตอร์ (CT scan) (ความไวร้อยละ 98)[226]

การทดสอบไวรัสแก้ไข

องค์การอนามัยโลกเผยแพร่เกณฑ์วิธีการทดสอบอาร์เอ็นเอสำหรับ SARS-CoV-2 มาหลายฉบับ โดยฉบับแรกเมื่อวันที่ 17 มกราคม[227][228][229][230] ซึ่งใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรสแบบย้อนกลับแบบตามเวลาจริง[231] การทดสอบสามารถทำได้โดยใช้ตัวอย่างจากระบบหายใจหรือเลือด[232] และโดยทั่วไป ผลจะพร้อมใช้ได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงจนถึงเป็นวัน[233][234]

บุคคลที่ถือว่ามีความเสี่ยง หากมีการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดภายใน 14 วันก่อนหน้า หรือมีการสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ จะมีตัวชี้วัดที่สำคัญ ได้แก่ มีไข้ ไอ หายใจลำบาก ส่วนตัวชี้วัดอื่น ๆ ได้แก่ ล้า อาการปวดกล้ามเนื้อ ภาวะเบื่ออาหาร มีเสมหะ และเจ็บคอ[235]

การถ่ายภาพแก้ไข

สมบัติการถ่ายภาพแบบการถ่ายภาพรังสีและการถ่ายภาพรังสีส่วนตัดอาศัยคอมพิวเตอร์ได้รับการอธิบายในผู้คิดเชื้อจำนวนจำกัด[236] สมาคมรังสีวิทยาอิตาลีกำลังรวบรวมข้อมูลออนไลน์ระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการถ่ายภาพที่นำไปสู่การค้นพบผู้ติดเชื้อยืนยัน[237] อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการทับซ้อนกับการติดเชื้ออื่น เช่น Adenoviridae การถ่ายภาพโดยไม่มีการยืนยันโดยวิธี PCR จึงถูกใช้ยืนยันการป่วยโรคโควิด-19 อย่างจำกัด[236]

การป้องกันแก้ไข

 
อินโฟกราฟิคโดยศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐ อธิบายวิธีการหยุดการแพร่ของเชื้อโรค

คำแนะนำในการป้องกัน ได้แก่ การรักษาสุขอนามัยที่ดี เช่น ล้างมือเมื่อเหมาะสม หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา จมูก หรือปากด้วยมือที่ไม่ได้ล้าง ไอและจามใส่กระดาษชำระและทิ้งกระดาษชำระนั้นลงถังขยะโดยตรง และ (สำหรับผู้ที่ติดเชื้อแล้ว) สวมหน้ากากในที่สาธารณะ[238][239][240] มาตรการการทิ้งระยะทางสังคมก็เป็นหนึ่งในวิธีการที่แนะนำเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดด้วย[241][242]

รัฐบาลหลายแห่งแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น ไปยังประเทศและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด[243] ในประเทศจีนมีการห้ามการค้าและการบริโภคสัตว์ป่าด้วย[244]

สำหรับผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพที่ต้องดูแลบุคคลอื่น อาจดำเนินการตามข้อระวังมาตรฐานการติดเชื้อ (infected standard precautions) ข้อระวังการสัมผัส (contact precautions) และข้อระวังทางอากาศ (airborne precautions) โดยแนะนำให้ป้องกันดวงตา[245]

ผู้สัมผัสโรค (contact tracing) เป็นวิธีการที่สำคัญสำหรับหน่วยงานสาธารณสุข ในการกำหนดแหล่งของการติดเชื้อ และป้องกันการแพร่ต่อของเชื้อ[246]

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีการป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ นั้นกำลังถูกเผยแพร่ไป เช่น การล้างจมูก การบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก และการกินกระเทียม ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสแต่อย่างใด[247]

การล้างมือแก้ไข

มีการแนะนำให้ล้างมือ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค โดยศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐ (CDC) แนะนำให้ล้างมือด้วยสบู่และน้ำให้บ่อยครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลาอย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากเข้าห้องน้ำหรือเมื่อมือสกปรกอย่างเห็นได้ชัด ก่อนรับประทานอาหาร และหลังจากไอหรือจาม นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำเพิ่มเติมให้ใช้สารล้างมือที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์อย่างน้อยร้อยละ 60 โดยปริมาตร เมื่อไม่สามารถใช้สบู่และน้ำได้[238] องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา จมูก หรือปากเมื่อไม่ได้ล้างมือด้วย[239][248]

การเว้นระยะทางสังคมแก้ไข

การเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) รวมถึงการควบคุมการติดเชื้อ มีจุดมุ่งหมายในการชะลอการแพร่ระบาดของโรค ด้วยการลดการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างบุคคลให้น้อยลง วิธีการนี้ประกอบด้วย การกักด่าน การจำกัดการเดินทาง และการปิดสถานศึกษา สถานที่ทำงาน สนามกีฬา โรงภาพยนตร์ หรือศูนย์การค้า โดยบุคคลอาจใช้การทิ้งระยะทางสังคม โดยการอยู่แต่บ้าน จำกัดการเดินทาง หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด ไม่สัมผัสมือผู้อื่น และทิ้งระยะทางกายจากผู้อื่น[249][250][251] ขณะนี้หลายรัฐบาลกำลังสั่งการหรือแนะนำให้มีการทิ้งระยะทางสังคมในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด[252][253][254]

ผู้สูงอายุที่ป่วยโรคเรื้อรังรุนแรงจะมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการป่วยรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน โดย CDC ของสหรัฐแนะนำให้คนกลุ่มนี้หลีกเลี่ยงฝูงชนและอยู่แต่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในพื้นที่ที่เกิดการระบาดในระดับชุมชน[255]

อนามัยทางเดินหายใจแก้ไข

 
ผู้คนสวมใส่ผ้าปิดจมูกในกว่างโจว

องค์การด้านอนามัยแนะนำให้ปิดปากและจมูกโดยการงอศอกเข้ามาปิด หรือใช้กระดาษชำระเมื่อไอหรือจาม (ซึ่งกระดาษชำระนั้นควรกำจัดทิ่งในทันที)[239][256]

มีการแนะนำให้ใช้ผ้าปิดจมูกในผู้ที่อาจติดเชื้อ[257][258][259] เนื่องจากสามารถจำกัดปริมาณและระยะในการเดินทางของละอองเสมหะลงได้ เมื่อพูดตุย จาม และไอ[260] โดยองค์การอนามัยโลกได้ออกคำแนะนำเกี่ยวกับเมื่อใดที่ควรใช้ผ้าปิดจมูกและควรใช้อย่างไร[261]

นอกจากนี้ยังมีการใช้ผ้าปิดจมูกสำหรับผู้ที่ดูแลบุคคลที่อาจเป็นโรคด้วย[259] นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพยังได้รับคำแนะนำให้สวมหน้ากากที่มีการป้องกันอย่างน้อยในระดับ N95 (ตามมาตรฐาน NIOSH), FFP2 (มาตรฐานสหภาพยุโรป) หรือเทียบเท่า นอกเหนือจากอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอื่น ๆ[259][ต้องการอ้างอิง]

แต่หน้ากากนั้นไม่ได้มีการแนะนำสำหรับคนส่วนใหญ่ โดยมีหลักฐานอย่างจำกัดว่า การสวมผ้าปิดจมูกในบุคคลที่ไม่ติดเชื้อนั้นมีประสิทธิภาพต่ำ[259] แม้ว่าอาจช่วยให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าได้ ผ้าปิดปาก (Surgical masks) นั้นมีระดับการป้องกันต่ำที่สุด และได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้อื่นจากผู้สวมใส่เป็นหลัก หน้ากากที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันผู้สวมใส่เป็นทางเทคนิคเรียกว่า "เครื่องช่วยหายใจ" (respirators) แต่โดยทั่วไปแล้วจะเรียกว่า "หน้ากาก" (masks) โดยมีเพียงประเทศจีนเท่านั้น ที่มีการแนะนำให้ใช้หน้ากากในสาธารณชนที่มีสุขภาพดี[203][260][262] อย่างไรก็ตาม การใช้หน้ากากอย่างกว้างขวางก็ถูกใช้โดยคนที่มีสุขภาพดีในฮ่องกง[263] ประเทศญี่ปุ่น[264] ประเทศมาเลเซีย[265] และประเทศสิงคโปร์[266][267]

การกักตัวแก้ไข

การกักตนเอง (self-isolation) ที่บ้านนั้นเป็นที่แนะนำสำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด-19 และผู้ต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อ[268]

เป็นที่เชื่อกันว่าไวรัสได้ไปถึงจุดที่มีการระบาดในชุมชนในส่วนใหญ่ของโลก ซึ่งหมายความว่า ไวรัสจะแพร่กระจายในชุมชนที่สมาชิกที่ไม่ได้เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง หน่วยงานด้านสุขภาพแนะนำให้บุคคลมีการกักตนเอง หากบุคคลเหล่านั้นมีอาการไออย่างต่อเนื่อง หรือมีไข้สูง โดยระยะเวลาการกักตนเองควรใช้เวลาอย่างน้อย 14 วัน แต่ควรนานกว่านั้น[269] นอกจากนี้ บุคคลที่เพิ่งเดินทางไปยังประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง หรือผู้ที่มีการสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยโรคโควิด-19 ก็จะถูกเรียกร้องจากหน้วยงานให้ทำการกักตนเอง หรือทิ้งระยะทางสังคมเป็นระยะเวลา 14 วัน นับตั้งแต่เวลาที่ได้สัมผัสที่เป็นไปได้ล่าสุด[8][9][270]

บริการอนามัยแห่งชาติสหราชอาณาจักร (National Health Services) ได้แนะนำให้ผู้ที่กักตนเองที่บ้าน อยู่ให้ห่างจากผู้อื่นในบ้านเป็นระยะสองเมตร บุคคลที่กำลังกักตนเองควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ที่กำลังกักตนเองควรล้างมือเป็นประจำเพื่อไม่ให้เป็นแพร่กระจายโรคไปสู่ผู้อื่นในบ้าน หรือบนพื้นผิวที่ผู้อื่นอาจจะสัมผัสได้ และตราบใดที่อาการไม่ได้แย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ควรติดต่อกับบริการด้านสุขภาพ[268]

การวิจัยวัคซีนแก้ไข

ณ วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2563 ยังไม่มีวัคซีนต้านโควิด-19 ได้ บริษัทเอกชนและสถาบันวิจัยหลายแห่งกำลังพัฒนาวัคซีนขึ้น โดยโครงการวิจัยระดับนานาชาติ ซึ่งมีการประสานงานโดยพันธมิตรเพื่อการเตรียมความพร้อมรับมือโรคระบาด ได้ให้ทุนสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนแก่ผู้สมัครที่เป็นไปได้จำนวนสามราย อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะไม่มีการทดลองทางคลินิกก่อนปี พ.ศ. 2564[271][272]

การจัดการแก้ไข

การระบาดแก้ไข

 
เป้าหมายของการบรรเทาชุมชน (1) ชะลอจุดสูงสุดของการระบาด (2) ลดภาระสูงสุดของสาธารณสุข ทำให้เส้นโค้งแบนลง (3) ลดจำนวนผู้ติดเชื้อและผลกระทบทางสุขภาพในภาพรวม[273][274]

กลยุทธ์พื้นฐานสองข้อในการควบคุมการระบาด คือ การยับยั้ง (containment) และ การบรรเทา (mitigation) การยังยั้งจะกระทำในระยะแรกของการระบาด และมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการติดตามและแยกผู้ติดเชื้อออก เพื่อหยุดโรคมิให้แพร่กระจายไปยังประชากรส่วนที่เหลือ เมื่อไม่สามารถยับยั้งการแพร่ของโรคได้อีกต่อไป จะมีการเปลี่ยนความพยายามไปเป็นการบรรเทาแทน โดยมาตรการจะถูกนำมาใช้เพื่อลดการแพร่และบรรเทาผลกระทบจากการระบาดต่อระบบสาธารณสุขและสังคม การรวมกันของทั้งมาตรการการยับยั้งและการบรรเทาอาจถูกนำมาใช้ไปพร้อมกัน[275]

ส่วนหนึ่งของการจัดการโรคระบาดติดเชื้อ คือการพยายามที่ลดลงจุดสูงสุดของการระบาด (epidemic peak) ลง เรียกว่า การทำให้เส้นโค้งการระบาดแบนลง (flattening the epidemic curve)[273] โดยสิ่งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการบริการด้านสาธารณสุขที่กำลังจะพ่ายแพ้ และให้มีเวลาที่มากขึ้นในการพัฒนาวัคซีนและยารักษา[273]

การแทรกแซงที่ไม่ใช่ทางเภสัชภัณฑ์ที่อาจจัดการการระบาดได้ ประกอบด้วย มาตรการการป้องกันส่วนบุคคล เช่น การรักษาสุขอนามัยของมือ การสวมหน้ากากอนามัย และการกักตนเอง มาตรการทางชุมชนที่มุ่งเน้นไปที่การทิ้งระยะทางสังคม เช่น การปิดสถานศึกษา และการยกเลิกกิจกรรมที่ทำให้เกิดการรวมกันของฝูงชน การทำข้อตกลงของชุมชนเพื่อให้มีการส่งเสริมยอมรับ และมีส่วนร่วมในการแทรกแซงดังกล่าว รวมไปถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส[276]

การกระทำเหล่านี้รุนแรงมากขึ้นในประเทศจีน เมื่อความรุนแรงของการระบาดชัดเจนขึ้น เช่น มีการกักด่านเมืองทั้งเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชากร 60 ล้านคนในมณฑลหูเป่ย์ และการห้ามการท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด[277] ขณะที่ประเทศอื่นก็มีการใช้มาตรการที่หลากหลาย เพื่อกำจัดการแพร่ของไวรัส ตัวอย่างเช่น ประเทศเกาหลีใต้มีการนำการตรวจคัดกรองมวลชน การกักด่านในท้องถิ่น และใช้การแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของบุคคลที่ได้รับผลกระทบมาใช้ ประเทศสิงคโปร์ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ติดเชื้อที่ทำการกักตนเอง ในทางกลับกันก็มีการตั้งค่าปรับจำนวนมากสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามเช่นกัน ไต้หวันเพิ่มการผลิตหน้ากาก และมีแนวทางการลงโทษสำหรับการกักตุนเวชภัณฑ์[278] ส่วนบางประเทศได้มีการกำหนดให้พลเมืองต้องรายงานอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ต่อแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเพิ่งมีการเดินทางไปยังจีนแผ่นดินใหญ่มา[279]

การป่วยแก้ไข

ยังไม่มียาต้านไวรัสเฉพาะกับไวรัสนี้ แต่อยู่ในระหว่างการพยายามพัฒนา ความพยายามในการบรรเทาอาการจึงอาจประกอบด้วย การรับประทานยาแก้ไข้ตามปกติ (ยาที่สามารถซื้อขายกันได้โดยตรงโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์)[280] การดื่มน้ำ และพักผ่อน[238] อาจต้องใช้การรักษาด้วยออกซิเจน การฉีดเข้าหลอดเลือดดำ และการช่วยหายใจ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ[281] ส่วนการใช้สเตียรอยด์อาจทำให้ผลลัพธ์ออกมาแย่ลง[282] และยังมีการตรวจสอบสารประกอบหลายชนิด ที่ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ใช้สำหรับการรักษาไวรัสตัวอื่น เช่น ฟาวิพิราเวียร์, ไรบาวิริน, เรมเดซิเวียร์[283], และกาลิเดซิเวียร์[284][285]

ประวัติแก้ไข

การตอบสนองในประเทศแก้ไข

ประเทศไทยแก้ไข

ในประเทศไทยพบการกักตุน​สินค้าอาหาร[286]รวมถึงหน้ากากอนามัย​ โดยราคาหน้ากากอนามัยแพงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ[287]ร้านอาหารใน จังหวัดเชียงใหม่ ห้ามชาวจีนและชาวต่างประเทศเข้าร้าน[288] คนไทยตำหนิรัฐบาลที่ส่งออกหน้ากากอนามัยไปต่างประเทศ​ รวมถึงการไม่ประกาศใช้​ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน การที่รัฐบาลจะจัดงานสวดมนต์ซึ่งใช้​ ​ บทสวดมนต์ในศาสนาพุทธ[289] การแจกเงินสด​ 2000 บาท ให้บุคคลรายได้น้อย​ที่ตั้งใจจะทำเป็นนโยบาย​ระยะแรก[290]ก่อนยกเลิกไปในที่สุด การสั่งปิดสถานบันเทิง​[291]และการปฏิเสธว่าประเทศไทยอยู่ในการแพร่ระบาดระยะที่​ 3​ [292]

โรงพยาบาลในประเทศไทยได้ประกาศขาดแคลนน้ำยาตรวจหาเชื้อโควิด-19[293]

คนไทยบางส่วนใช้โอกาสนี้ในการประชาสัมพันธ์ตนเอง​ อาทิ​ ภัทรวดี ปิ่นทอง พัชรศรี เบญจมาศและ​ยืนยง โอภากุล[294]ซึ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้นอย่างมากจากเหตุการณ์นี้ บางส่วนตำหนิที่รัฐบาลจะจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้นไทย​[295]

วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563 รัฐบาลได้แต่งตั้งอธิบดีกรมอาเซียนคนใหม่[296] อธิบดีกรมการค้าภายในของไทย[297]โดยแต่งตั้งทันตแพทย์ ประโยชน์ เพ็ญสุต รักษาราชการแทน และ นาย​ กันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง อำเภอแม่สอด​ และ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถูกปลดจากตำแหน่งโดยแต่งตั้ง นายแพทย์ ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รักษาราชการแทน[298]เจ้ากรมสวัสดิการทหารบกถูกปลดจากเหตุการณ์นี้​ และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่​ บริษัท​ การบินไทย​ จำกัด​ (มหาชน)​ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง​โดยมีผล​ในเดือ​น​ เมษายน​ พ.ศ.​ 2563

การแพร่ระบาดถูกระบุอย่างชัดเจนว่าเกิดจากที่สนามมวยเวทีลุมพินีสนามมวยราชดำเนินสนามกีฬามวยสยาม (สนามมวยอ้อมน้อย) สนามพนันไก่ชนและสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนถนนทองหล่อ​ที่ส่อต่อการค้าประเวณีรวมถึงอาจเกิดจากการกินเหล้าและสูบบุหรี่

เกิดความโกลาหลในอินเตอร์เน็ตอย่างมากเนื่องจากข่าวสารของทางราชการอาทิ​ ​กรมการปกครอง[299] รัฐบาลสร้างความสับสนด้วยการเรียกร้องให้อย่ากักตุนสินค้างดการจ่ายเงินเพื่อกักตุนสินค้า​ [300]ต่อด้วย​ การเรียกร้องให้ประชาชนออกมาใช้จ่ายนอกบ้าน​เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ​[301] รวมถึงการแก้ไขเอกสารที่ปรากฎในเฟซบุ๊​คของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข​เรื่องการกักตัวบุคคลจากต่างประเทศ​เนื่องจากส่งผลกระทบต่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา[302]เอกสารฉบับใหม่ได้ลบรายชื่อประเทศเยอรมนีและประเทศฝรั่งเศส ออกไปเนื่องจากเป็นประเทศที่ทรงพำนัก[303]

คนไทยที่ออกมาเรียกร้องให้เลิกตำหนิคนไทยด้วยกันเอง เลิกตำหนิรัฐบาล ให้คนไทยสามัคคีกัน ร่วมมือร่วมใจกันฝ่าอุปสรรค อย่าตื่นตระหนก กลับได้รับคำตำหนิด้วยคำหยาบอย่างมาก[304]

คนไทยทำร้ายคนไทยด้วยกันเองอาทิ​ การทำร้ายร่างกายทะเลาะวิวาท[305]การจงใจทำสาธารณสมบัติโสโครก [306]ฟิชชิง [307]การขโมยของลักทรัพย์​ [308]การละเมิดสิทธิมนุษยชน​ของนักท่องเที่ยว[309]ข่าวปลอมจำนวนมาก[310]การฉกฉวยโอกาสทางการเมืองในการโจมตีรัฐบาล[311] การทุจริตภายในประเทศ[312]รวมถึงมีการคาดว่าคนไทยจำนวนหนึ่งยินดีที่จะเสียชีวิตจากโรคนี้เพื่อรับเงินจากบริษัทประกันชีวิต[313]การหลอกขายสินค้าด้อยคุณภาพ​ในราคาแพง[314]การปกปิดข้อมูลการเดินทาง​ [315]การเติบโตของการพนันออนไลน์ [316]การปกปิดข้อมูลของทางราชการ​[317] การฉวยโอกาสหลอกลวงค้าขายยาสมุนไพร​ฟ้าทะลายโจร [318]

ประชาชนชาวไทยคนหนึ่งเสียเงิน 373000 บาท เพื่อซื้อหน้ากากอนามัยและต่อมาไม่ได้รับสิ่งของแม้แต่ชิ้นเดียว[319]

ผู้บริหารและเจ้าของบริษัทใช้โอกาสนี้ซื้อหุ้นคืนในราคาถูกจำนวนมาก [320] อัตราการดูภาพยนตร์ลามกในอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ พอร์นฮับ ของคนไทยเติบโตมากที่สุดของโลก[321]กล่าวคือเพิ่มขึ้น15.4%

ด้านความสัมพันธ์​ระหว่างประเทศประเทศลาวแสดงความไม่พอใจต่อนายธีมะ กาญจนไพริน ผู้ประกาศข่าวชาวไทยผ่านสถานีโทรทัศน์​แห่งชาติ[322]


การตอบสนองระหว่างประเทศแก้ไข

ผลกระทบทางการเมืองแก้ไข

การวิจัยการรักษาแก้ไข

หลายองค์กรทั่วโลกกำลังพัฒนาวัคซีน หรือทำการทดสอบยาต้านไวรัส โดยองค์กรที่กำลังพยายามอยู่ประกอบด้วย:

ผลกระทบทางสังคมแก้ไข

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ-สังคมแก้ไข

 
การซื้อจากความตื่นตระหนกในการระบาดของ โรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสในสิงคโปร์และที่อื่น ๆ รวมถึงกระดาษชำระ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปังข้าว ผัก ยาฆ่าเชื้อ และแอลกอฮอล์

การระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 เป็นเหตุให้เกิดการขาดแคลนอุปทานสินค้าในหลายภาคส่วนอันเนื่องมาจาก การใช้อุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกเพื่อต่อสู้กับการระบาด, การซื้อจากความตื่นตระหนกและการหยุดชะงักของโรงงานและห่วงโซ่อุปทาน องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการขาดแคลนยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เนื่องจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น และการหยุดชะงักของผู้ผลิตและจัดหาสินค้า[335] หลายท้องที่เช่นสหรัฐอเมริกา[336], อิตาลี[337] และฮ่องกง[338] มีปรากฏการณ์การซื้อจากความตื่นตระหนกที่นำไปสู่ชั้นวางสินค้าอุปโภคจำเป็นในร้านขายของชำที่ว่างเปล่า เช่น อาหาร, กระดาษชำระ และน้ำดื่มบรรจุขวด ซึ่งทำให้เกิดการขาดแคลนอุปทานสินค้าตามมา[339] อุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้รับคำเตือนโดยเฉพาะ เกี่ยวกับความล่าช้าในการจัดส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์[340] คุณ Tedros Adhanom ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกระบุว่า ความต้องการอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น 100 เท่า และความต้องการนี้นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของราคาสูงถึงยี่สิบเท่าของราคาปกติ และทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดหาเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ประมาณสี่ถึงหกเดือน[341][342]

ผู้บริหารระดับจังหวัดจำนวนมากของพรรคคอมมิวนิสต์จีนถูกให้ออกตำแหน่ง จากปัญหาการจัดการการกักกันโรคในภาคกลางของจีน ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงความไม่พอใจต่อหน่วยงานทางการเมืองในการแก้ปัญหาการระบาดของโรคในภูมิภาคนั้น[343] นักวิจารณ์บางคนเสนอว่าการกล่าวร้องออกมาดัง ๆ ในเรื่องโรคอาจเป็นการประท้วงที่เกิดขึ้นไม่บ่อยต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน[344] นอกจากนี้การประท้วงในเขตการปกครองพิเศษของฮ่องกง มีความเข้มข้นเนื่องจากความกลัวการอพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่[345] ไต้หวันก็แถลงแสดงความกังวลเกี่ยวกับการถูกรวมอยู่ในการห้ามการเดินทางใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาธารณรัฐประชาชนจีนเนื่องจาก "นโยบายจีนเดียว" และสถานะทางการเมืองที่ขัดแย้งกัน[346]

เนื่องจากจีนแผ่นดินใหญ่เป็นระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้า การระบาดของไวรัสจึงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก คุณ Agathe Demarais จากหน่วยข่าวกรองเศรษฐศาสตร์ (EIU) ได้คาดการณ์ว่าตลาดจะยังคงมีความผันผวนจนกว่าภาพที่ชัดเจนจะปรากฏในผลของเหตุการณ์ที่เป็นไปได้ นักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ว่า อัตราการล่มสลายทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโรคในครั้งนี้ ที่มีต่อการเจริญเติบโตของโลกอาจเกินกว่าครั้งการระบาดของโรคซาร์สได้[347] ดร. Panos Kouvelis ผู้อำนวยการ "ศูนย์โบอิง" ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันในนครเซนต์หลุยส์ คาดการณ์ผลกระทบมากกว่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐในระบบห่วงโซ่อุปทานของโลก ที่อาจกินเวลานานถึงสองปี[348] องค์การของประเทศผู้ส่งออกปิโตรเลียม (โอเปก) รายงานว่า "มีการโต้เถียงกัน" หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวลงอย่างหนักเนื่องจากความต้องการที่ลดลงจากจีน[349] ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกร่วงลงเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เนื่องจากจำนวนผู้ป่วย COVID-19 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนอกจีนแผ่นดินใหญ่[350][351] เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส ดัชนีหุ้นของสหรัฐอเมริกา หลายดัชนีรวมถึง แนสแด็ก-100, ดัชนี เอสแอนด์พี 500 และดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมของดาวน์โจนส์ ติดลบมากที่สุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 1,191 จุด ซึ่งมากที่สุดในการลดลงในหนึ่งวันนับตั้งแต่การเกิดวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี พ.ศ. 2550-2551[352] ดัชนีทั้งสามลดลงกว่าร้อยละ 10 เมื่อสิ้นสุดสัปดาห์[353] เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์บริษัทจัดอันดับเครดิต สโคปเรตติง (Scope Ratings) จากเยอรมัน ยืนยันการจัดอันดับเครดิตของจีน แต่ยังคงมุมมองเชิงลบ[354] หุ้นตกต่ำอีกครั้งตามความวิตกเรื่องโคโรนาไวรัส ซึ่งการร่วงของราคาที่มากที่สุดเกิดขึ้นในวันที่ 16 มีนาคม 2563.[355] ทำให้มีหลายความคิดเห็นคาดว่าจะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย[356][357][358]

 
สภาพเกือบร้างของโถงผู้โดยสารขาเข้าที่ ท่าอากาศยานนานาชาติอินช็อน ในเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2563

การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในภาคที่ได้รับผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดเนื่องจากการห้ามเดินทาง การปิดสถานที่สาธารณะ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยว และการให้คำแนะนำของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ เกี่ยวกับการระมัดระวังการท่องเที่ยวใด ๆ ทั่วโลก เป็นผลให้สายการบินจำนวนมากยกเลิกเที่ยวบินเนื่องจากความต้องการลดลงรวมถึงบริติชแอร์เวย์, ไชน่าอีสเทิร์น และควอนตัส ในขณะที่สายการบินภูมิภาคของอังกฤษ ฟลายบี (Flybe) ต้องปิดกิจการ[359] สถานีรถไฟและท่าเรือเฟอร์รีหลายแห่งก็ปิดตัวลงเช่นกัน[360] การแพร่ระบาดของโรคใกล้เคียงกับ ชุน-ยฺวิ่น หรือ ฤดูเดินทางแห่งเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ ที่เกี่ยวข้องกับวันหยุดปีใหม่ของจีน เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับฝูงชนจำนวนมาก ถูกยกเลิกโดยรัฐบาลระดับชาติและระดับภูมิภาครวมถึงงานเทศกาลปีใหม่ บริษัทเอกชนต่างก็ปิดร้านค้าและแหล่งท่องเที่ยวเช่น ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์พาร์ก[361][362] กิจกรรมวันตรุษจีนและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งถูกปิด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงนครต้องห้ามในปักกิ่ง และงานประเพณีในวัดแบบดั้งเดิม[363] ใน 24 จาก 31 มณฑล, เขตเทศบาล และภูมิภาคของจีน เจ้าหน้าที่ได้ขยายวันหยุดปีใหม่จนถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยสั่งให้สถานที่ทำงานส่วนใหญ่ไม่เปิดทำการใหม่จนกระทั่งถึงวันนั้น[364][365] ภูมิภาคเหล่านี้คิดเป็น 80% ของจีดีพีของประเทศและ 90% ของการส่งออก[365] ฮ่องกงยกระดับการตอบสนองต่อโรคติดเชื้อให้อยู่ในระดับสูงสุด และประกาศภาวะฉุกเฉิน สั่งปิดโรงเรียนจนถึงเดือนมีนาคม และยกเลิกการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน[366][367]

แม้จะมีความชุกของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสสูงในภาคเหนือของอิตาลี และพื้นที่บริเวณนครอู่ฮั่น และความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารที่สูงขึ้นในทั้งสองพื้นที่ทำให้เกิดผลกระทบจากการขาดแคลนอาหารเฉียบพลัน มาตรการที่มีประสิทธิภาพโดยจีนและอิตาลีต่อการกักตุนและการค้าผลิตภัณฑ์ที่สำคัญนั้นประสบความสำเร็จ โดยหลีกเลี่ยงการขาดแคลนอาหารเฉียบพลันที่มีการคาดว่าจะเกิดขึ้นในยุโรปและรวมทั้งในอเมริกาเหนือ ภาคเหนือของอิตาลีซึ่งมีการผลิตทางการเกษตรที่สำคัญไม่ได้มีผลผลิตลดลงมาก แต่ราคาอาจเพิ่มขึ้นจากการค้าของผู้แทนจำหน่าย ชั้นวางอาหารเปล่าพบเพียงชั่วคราวแม้กระทั่งในนครอู่ฮั่น ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนได้ปล่อยโควตาสำรองเนื้อสุกร เพื่อให้มั่นใจว่าประชากรมีอาหารบริโภคที่เพียงพอ มีกฎหมายที่คล้ายกันในอิตาลีที่กำหนดให้ผู้ผลิตอาหารต้องเก็บสำรองในกรณีฉุกเฉิน[368][369]

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกนั้นปรากฏขึ้นในประเทศจีน ตามรายงานของสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ว่าเศรษฐกิจในประเทศจีนได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงสองเดือนแรกของปี พ.ศ. 2563 อันเนื่องมาจากมาตรการของรัฐบาลในการกำจัดการระบาดของไวรัส โดยตัวเลขยอดขายปลีกลดลงถึง 20.5%[370]



ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 Huang C, Wang Y, Li X, และคณะ (February 2020). "Clinical features of patients infected with 2019 novel coronavirus in Wuhan, China". Lancet. 395 (10223): 497–506. doi:10.1016/S0140-6736(20)30183-5. ISSN 0140-6736. PMID 31986264.  
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 "Coronavirus Update (Live) - Worldometer". www.worldometers.info.
  3. 3.0 3.1 3.2 "Coronavirus COVID-19 Global Cases by the Center for Systems Science and Engineering (CSSE) at Johns Hopkins University (JHU)". ArcGIS. Johns Hopkins CSSE. สืบค้นเมื่อ 30 March 2020.
  4. "Coronavirus disease (COVID-19) outbreak". who.int. สืบค้นเมื่อ 8 March 2020.
  5. "Coronavirus declared global health emergency". BBC News Online. 31 January 2020. Archived from the original on 13 February 2020. สืบค้นเมื่อ 13 February 2020.
  6. "WHO Director-General's opening remarks at the media briefing on COVID-19 - 11 March 2020". World Health Organization. 11 March 2020. สืบค้นเมื่อ 11 March 2020.
  7. 7.0 7.1 "Getting your workplace ready for COVID-19" (PDF). World Health Organization. 27 February 2020.
  8. 8.0 8.1 8.2 "Q&A on coronaviruses". World Health Organization (WHO). 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 24 February 2020.
  9. 9.0 9.1 9.2 9.3 9.4 "Symptoms of Novel Coronavirus (2019-nCoV) | CDC". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 10 February 2020. สืบค้นเมื่อ 11 February 2020.
  10. 10.0 10.1 10.2 10.3 Rothan HA, Byrareddy SN (February 2020). "The epidemiology and pathogenesis of coronavirus disease (COVID-19) outbreak". Journal of Autoimmunity: 102433. doi:10.1016/j.jaut.2020.102433.
  11. "Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)". Centers for Disease Control and Prevention (in อังกฤษ). 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 9 March 2020.
  12. "Coronavirus: Shanghai neighbour Zhejiang imposes draconian quarantine". South China Morning Post. 6 February 2020. Archived from the original on 6 February 2020. สืบค้นเมื่อ 8 February 2020.
  13. Marsh S (23 February 2020). "Four cruise ship passengers test positive in UK – as it happened". The Guardian. ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 23 February 2020.
  14. 新型肺炎流行の中国、7億8000万人に「移動制限」 [China's new pneumonia epidemic 'restricted movement' to 780 million people] (in ญี่ปุ่น). CNN.
  15. "Coronavirus Update: Masks And Temperature Checks In Hong Kong". Nevada Public Radio. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  16. "Coronavirus Disease 2019 Information for Travel". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 3 February 2020. Archived from the original on 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ 6 February 2020.
  17. Deerwester J, Gilbertson D. "Coronavirus: US says 'do not travel' to Wuhan, China, as airlines issue waivers, add safeguards". USA Today. Archived from the original on 27 January 2020. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  18. "Coronavirus Live Updates: Europe Prepares for Pandemic as Illness Spreads From Italy". The New York Times. 26 February 2020. สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  19. "Coronavirus (COVID-19): latest information and advice". Government of the United Kingdom. สืบค้นเมื่อ 27 February 2020.
  20. "Coronavirus impacts education". UNESCO. 4 March 2020. สืบค้นเมื่อ 7 March 2020.
  21. "Here Comes the Coronavirus Pandemic – Now, after many fire drills, the world may be facing a real fire". The New York Times. 29 February 2020. สืบค้นเมื่อ 1 March 2020.
  22. Krugman P (27 February 2020). "When a Pandemic Meets a Personality Cult". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 29 February 2020.
  23. Young E (31 January 2020). "'This is racism': Chinese-Australians say they've faced increased hostility since the coronavirus outbreak began". Special Broadcasting Service.
  24. Iqbal N (1 February 2020). "Coronavirus fears fuel racism and hostility, say British-Chinese". The Observer. ISSN 0029-7712. Archived from the original on 3 February 2020. สืบค้นเมื่อ 4 February 2020.
  25. "Coronavirus fears trigger anti-China sentiment across the globe". Global News. Archived from the original on 3 February 2020. สืบค้นเมื่อ 4 February 2020.
  26. Yeung J. "As the coronavirus spreads, fear is fueling racism and xenophobia". CNN. Archived from the original on 3 February 2020. สืบค้นเมื่อ 4 February 2020.
  27. Darrach A (25 February 2020). "The new coronavirus and racist tropes". Columbia Journalism Review.
  28. "Fake Facts Are Flying About Coronavirus. Now There's A Plan To Debunk Them". NPR. สืบค้นเมื่อ 23 February 2020.
  29. Perper, Rosie (5 March 2020). "As the coronavirus spreads, one study predicts that even the best-case scenario is 15 million dead and a $2.4 trillion hit to global GDP". Business Insider – โดยทาง Yahoo!.
  30. Clamp, Rachel (5 March 2020). "Coronavirus and the Black Death: spread of misinformation and xenophobia shows we haven't learned from our past". The Conversation – โดยทาง Yahoo!.
  31. 31.000 31.001 31.002 31.003 31.004 31.005 31.006 31.007 31.008 31.009 31.010 31.011 31.012 31.013 31.014 31.015 31.016 31.017 31.018 31.019 31.020 31.021 31.022 31.023 31.024 31.025 31.026 31.027 31.028 31.029 31.030 31.031 31.032 31.033 31.034 31.035 31.036 31.037 31.038 31.039 31.040 31.041 31.042 31.043 31.044 31.045 31.046 31.047 31.048 31.049 31.050 31.051 31.052 31.053 31.054 31.055 31.056 31.057 31.058 31.059 31.060 31.061 31.062 31.063 31.064 31.065 31.066 31.067 31.068 31.069 31.070 31.071 31.072 31.073 31.074 31.075 31.076 31.077 31.078 31.079 31.080 31.081 31.082 31.083 31.084 31.085 31.086 31.087 31.088 31.089 31.090 31.091 31.092 31.093 31.094 31.095 31.096 31.097 31.098 31.099 31.100 "Coronavirus Update (Live) - Worldometer". www.worldometers.info.
  32. 32.0 32.1 Johns Hopkins CSSE. "Coronavirus COVID19 (2019-nCoV)" (ArcGIS). Coronavirus COVID-19 Global Cases. สืบค้นเมื่อ March 16, 2020.
  33. "Italy blasts virus panic as it eyes new testing criteria". AP NEWS. February 27, 2020.
  34. Perrone, Alessio (March 14, 2020). "How Italy became the ground zero of Europe's coronavirus crisis" – โดยทาง www.wired.co.uk.
  35. Dipartimento della Protezione Civile. "COVID-19 Italia - Monitoraggio della situazione". opendatadpc.maps.arcgis.com.
  36. "Ministero della Salute - Nuovo coronavirus". www.salute.gov.it (in อิตาลี). สืบค้นเมื่อ 22 March 2020.
  37. "Coronavirus El mapa del coronavirus en España: 831 muertos y más de 18.000 casos". RTVE (in สเปน).
  38. 截至3月24日24时新型冠状病毒肺炎疫情最新情况 (in จีน). National Health Commission. 25 March 2020. สืบค้นเมื่อ 25 March 2020.
  39. "Coronavirus: Interaktive Karte zeigt aktuelle Zahl der Infektionen in Deutschland, Europa und weltweit". Berliner Morgenpost (in เยอรมัน). สืบค้นเมื่อ 2020-03-21.
  40. "123 new coronavirus deaths in Iran; toll rises to 1,556". Gulf Today. 21 March 2020. สืบค้นเมื่อ 21 March 2020.
  41. IrnaEnglish (22 March 2020). "#Iran's #coronavirus toll update March 22, 2020" (ทวีต) – โดยทาง ทวิตเตอร์.
  42. "Infection au nouveau Coronavirus (SARS-CoV-2), COVID-19, France et Monde". Santé publique France (in ฝรั่งเศส).
  43. "EN DIRECT. Coronavirus : 450 morts en France depuis le début de l'épidémie". LExpress.fr (in ฝรั่งเศส). 2020-03-20. สืบค้นเมื่อ 2020-03-20.
  44. "Total UK cases COVID-19 Cases Update". Public Health England.
  45. "Number of coronavirus (COVID-19) cases and risk in the UK". gov.uk.
  46. "Current situation in Switzerland". Federal Office of Public Health.
  47. "Cas d'infection au Sars-CoV-2 en Suisse". Tribune de Genève (in ฝรั่งเศส).
  48. "Coronavirus COVID-19". www.info-coronavirus.be.
  49. "Coronavirus in the Netherlands: the questions you want answered". Dutch News. 2020-03-12.
  50. "Actuele informatie over het nieuwe coronavirus (COVID-19)" (in Dutch). RIVM. สืบค้นเมื่อ 2020-03-15.
  51. KCDC. "Press release" (in เกาหลี).
  52. drfahrettinkoca (20 March 2020). "Son 24 saatte 3656 ŞÜPHELİYE TEST yapıldı. 311'i POZİTİF ÇIKTI. Hasta sayımız 670'e ulaştı. Yaşlı ve direnci zayıf 5 HASTAMIZI KAYBETTİK. Bugüne dek toplam 9 can kaybımız var. Tamamı yaşlılarımızdan. Yaşlılarımızı koruyalım. MÜCADELEMİZDE BİR AN BİLE ESNEKLİK GÖSTERMEYELİM" (ทวีต) – โดยทาง ทวิตเตอร์.
  53. "info.gesundheitsministerium.at" (in เยอรมัน). Bundesministerium für Soziales, Gesundheit, Pflege und Konsumentenschutz.
  54. "Neuartiges Coronavirus (2019-nCov)". www.sozialministerium.at (in German).
  55. "Covid-19: Outbreak update". Government of Canada. 2020.
  56. "Covid-19 Situation Report". Portugal: Ministry of Health.
  57. "883 Israelis diagnosed with coronavirus, 15 in serious condition". The Jerusalem Post. 21 March 2020. สืบค้นเมื่อ 21 March 2020.
  58. "Total COVID-19 tests performed per million people". Our World in Data.
  59. Nilsen, Av Sondre; Skjetne, Oda Leraan; Sfrintzeris, Yasmin; Røset, Hanna Haug; Hunshamar, Carina; Fraser, Sofie; Løkkevik, Ole; breaking-avdeling, og VGs. "Live: Corona-viruset sprer seg i Norge og verden". VG Nett.
  60. "Notificação de casos de doença pelo coronavírus 2019 (COVID-19)". Ministry of Health (Brazil).
  61. "Coronavirus update: Italy records biggest day-to-day rise in deaths, $15.6m to develop new test 'within weeks'". ABC News (in อังกฤษ). 21 March 2020. สืบค้นเมื่อ 21 March 2020.
  62. "Coronavirus (COVID-19) current situation and case numbers". Australian Government Department of Health (in อังกฤษ). 19 March 2020.
  63. "The spread of the new coronavirus — Currently in Sweden". SVT Datajournalistik (in English). Sveriges Television (Swedish Television). สืบค้นเมื่อ 2020-03-13.
  64. Han Lin Yap. "Coronavirus i Sverige".
  65. "COVID-19 | Onemocnění aktuálně od MZČR". Ministry of Health (Czech Republic). 2020. สืบค้นเมื่อ 2020-03-19.
  66. "Covid-19 (Maklumat Terkini)". Ministry of Health (Malaysia).
  67. Ram, Sadho (21 March 2020). "8 M'sians Have Died From COVID-19 As Dr Noor Hisham Warns Of A Rise In New Cases Next Week". Says.com. Archived from the original on 21 March 2020. สืบค้นเมื่อ 21 March 2020.
  68. "Latest updates on COVID-19 (Coronavirus)". Department of Health (Ireland).
  69. "801 personer i Danmark er konstateret smittet med coronavirus". Berlingske (in เดนมาร์ก). Ritzau. 13 March 2020. สืบค้นเมื่อ 13 March 2020.
  70. name. "Epidemiologiske overvågningsrapporter om COVID-19". www.ssi.dk (in เดนมาร์ก). สืบค้นเมื่อ 2020-03-21.
  71. "Coronavirus, COVID-19". Status på COVID-19 (in Danish). Sundhedsstyrelsen (Danish Health Authority). 22 March 2020. สืบค้นเมื่อ 22 March 2020.
  72. "Coronavirus en Chile: nuevos casos y últimas noticias de hoy en vivo". chile.as.com (in สเปน) (Mar2020). chile.as.com. 20 March 2020. สืบค้นเมื่อ 20 March 2020.
  73. "Coronavirus: COVID-19". Government of Luxembourg.
  74. MZ_GOV_PL (21 March 2020). "2 z woj. podlaskiego i po 1 osobie z woj. podkarpackiego, małopolskiego, lubelskiego i kujawsko-pomorskiego. W sumie liczba osób zakażonych koronawirusem: 452/5 (wszystkie pozytywne przypadki/w tym osoby zmarłe)" (ทวีต) – โดยทาง ทวิตเตอร์.
  75. "Negatywny wynik testów „pacjenta zero". Może opuścić szpital". TVP (in โปแลนด์). 17 March 2020. สืบค้นเมื่อ 19 March 2020.
  76. Salud_Ec (21 March 2020). "El Ministerio de Salud Pública informa que la vigilancia epidemiológica para coronavirus registra 426 casos positivos, 533 descartados, 711 casos en sospecha, 7 fallecidos y 3 recuperados. #QuédateEnCasa" (ทวีต) – โดยทาง ทวิตเตอร์.
  77. "新型コロナウイルスに関連した患者等の発生について(3月19日公表分)". Ministry of Health, Labour and Welfare (Japan) (in ญี่ปุ่น). 19 March 2020. สืบค้นเมื่อ 20 March 2020.
  78. "First death from coronavirus registered in Moscow". TASS. 19 March 2020. สืบค้นเมื่อ 19 March 2020.
  79. "О подтвержденных случаях новой коронавирусной инфекции COVID-2019 в России". Rospotrebnadzor. 19 March 2020. สืบค้นเมื่อ 19 March 2020.
  80. "Оперштаб заявил об отсутствии в России летальных исходов от коронавируса". RBC (in รัสเซีย). 19 March 2020. สืบค้นเมื่อ 19 March 2020.
  81. "Число случаев заражения коронавирусом в России выросло до 59" (in รัสเซีย). TASS.
  82. "INFORMAȚII OFICIALE: 123 persoane infectate. 9 vindecate. România a intrat în scenariul 3". Digi24.
  83. "Live - Coronavirus Pandemic". www.dawn.com. 21 March 2020. สืบค้นเมื่อ 21 March 2020.
  84. COVID-19 Philippine Cases as of March 14, 2020; 10:00 am (PST) ncovtracker.doh.gov.ph, accessed 14 March 2020
  85. https://mobile.twitter.com/DOHgovph
  86. "โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)". Department of Disease Control (Thailand).
  87. "Corona Virus Update". Ministry of Health (Indonesia).
  88. "Update Corona 21 Maret: 450 Positif, 38 Meninggal, 20 Sembuh". CNN Indonesia. 21 March 2020.
  89. "Saudi Arabia announces 17 new cases of coronavirus".
  90. "Dr Zweli Mkhize confirms latest Coronavirus COVID-19 cases in South Africa" (in อังกฤษ). Department of Health. 2020-03-14. สืบค้นเมื่อ 2020-03-14.
  91. "Åland Islands confirms first coronavirus cases, recommends quarantine for visitors from Finland". Yle. 22 March 2020. สืบค้นเมื่อ 22 March 2020.
  92. Laurila, Salla (2020-03-16). "THL:n pääjohtaja Markku Tervahauta Ylellä: Suomessa voi olla todellisuudessa 20-30 kertaa enemmän koronaviruksen saaneita". mtvuutiset.fi (in ฟินแลนด์). สืบค้นเมื่อ 2020-03-23.
  93. "THL:n pääjohtaja: Sairastuneiden todellinen lukumäärä voi olla Suomessa 20–30 kertaa suurempi kuin on todettu". Yle Uutiset (in ฟินแลนด์). สืบค้นเมื่อ 2020-03-23.
  94. "Coronavirus COVID-19 – Latest Updates". Finnish Institute for Health and Welfare.
  95. "Uusimmat tiedot koronaviruksesta: Suomessa ensimmäinen koronaviruskuolema, presidentti Niinistö esittää surunvalittelut, yhteensä 521 varmistettua tartuntaa". สืบค้นเมื่อ 21 March 2020.
  96. "Home - Ministry of Health and Family welfare - GOI". mohfw.gov.in. สืบค้นเมื่อ 12 March 2020.
  97. "Κοροναϊός : Ακόμη 3 νεκροί - Στα 13 τα θύματα στην Ελλάδα". in.gr. March 21, 2020.
  98. "31 New Confirmed Cases of Coronavirus in Greece, 495 in Total". The National Herald. 20 March 2020.
  99. "COVID-19 á Íslandi - Tölfræði". www.covid.is (in Icelandic).
  100. "Coronavirus: en México hay 26 casos confirmados y 105 sospechosos". www.milenio.com (in สเปน). สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  101. "México tiene ya 41 personas enfermas de coronavirus; hay casos en 31 estados: Salud". www.sinembargo.mx (in สเปน). สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  102. Panamá confirma 36 casos por brote de coroavirus (2017-08-16). "El coronavirus lleva 36 casos en Panamá; autoridades suspenden vuelos a Europa". Tvn-2.com. สืบค้นเมื่อ 2020-03-14.
  103. Batista, Linda (2020-03-14). "Casos por coronavirus en Panamá se elevan a 43". Telemetro (in สเปน). สืบค้นเมื่อ 2020-03-14.
  104. "Twitter". mobile.twitter.com.
  105. "Updates on Covid-19 local situation". Ministry of Health (Singapore).
  106. "Coronavirus: 47 new cases in Singapore, including 39 imported". The Straits Times. 21 March 2020.
  107. "Coronavirus en la Argentina: se sumaron 11 casos nuevos y llegan a 45".
  108. "Do 14. ure v Sloveniji potrjenih 181 okužb, opravljenih je bilo 5369 testiranj". RTVSLO.si (in Slovenian).
  109. "COVID-19".
  110. "Information about Coronavirus disease COVID-19". terviseamet.ee. Estonian Health Board. สืบค้นเมื่อ 15 March 2020.
  111. "Confirmamos 2 nuevos casos de coronavirus en la ciudad de Bogotá. Con estos, Colombia llega a un total de 24 casos de COVID-19". mobile.twitter.com/MinSaludCol.
  112. "Fatality rates for covid-19 could vary enormously". The Economist. สืบค้นเมื่อ 19 March 2020.
  113. "新型コロナウイルス感染症の現在の状況について(令和2年3月21日版)". www.mhlw.go.jp (in ญี่ปุ่น). สืบค้นเมื่อ 2020-03-21.
  114. "Together, We Fight The Virus". Hong Kong: Department of Health.
  115. "Covid-19". Ministry of Public Health (Qatar).
  116. "Five new coronavirus cases recorded in Iraq". rudaw.net. Rudaw. สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  117. "Covid-19 Updates". Ministry of Health (Bahrain).
  118. "МОЗ повідомляє про два нових підтверджених випадки коронавірусу в Україні" (in ยูเครน). Ministry of Healthcare. 12 March 2020. สืบค้นเมื่อ 12 March 2020.
  119. "В Україні зафіксовано першу смерть людини, інфікованої коронавірусом COVID-19" (in ยูเครน). Ministry of Healthcare. 13 March 2020. สืบค้นเมื่อ 13 March 2020.
  120. "Number of novel coronavirus patients has risen to 30".
  121. "SPKCentrs". Twitter.
  122. "Актуални новини". Ministry of Health (Bulgaria).
  123. "Three New Cases of Coronavirus confirmed in Bosnia and Herzegovina".
  124. "Coronavirus : le bilan passe à 18 contaminations".
  125. "首頁-衛生福利部疾病管制署". Taiwan Centres for Disease Control.
  126. "國內新增3境外移入個案均有歐洲活動史". Taiwan Centres for Disease Control. 14 March 2020.
  127. "News". Ministry of Health (Kazakhstan).
  128. "تعلن ⁧#وزارة_الصحة⁩ عن تأكيد إصابة 4 حالات جديدة ب ⁧#فيروس_كورونا_المستجدّ⁩ COVID19 ليصبح الإجمالي 104 حالة". Ministry of Health via Twitter.
  129. "Уште шест лица позитивни на коронавирус, вкупно 18". Makfax (in มาซิโดเนีย). 14 March 2020. สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  130. "ISS - Istituto per la Sicurezza Sociale di San Marino". www.iss.sm.
  131. "Ministria e Shëndetësisë: 8 raste të reja me COVID-19, në total 23 raste pozitive". Ministria e Shëndetësisë.
  132. "Azərbaycan Respublikası Nazirlər Kabinetinin yanında operativ qərargahın MƏLUMATI | Azərbaycan Respublikasının Nazirlər Kabineti". cabmin.gov.az (in อาเซอร์ไบจาน). 14 March 2020. สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  133. "Việt Nam ghi nhận ca COVID-19 thứ 50, 51, 52, 53, trong đó một ở TP.HCM".
  134. "89 active COVID-19 cases: Four new cases and six recoveries in the last 24 hours". Local.fo. 29 March 2020. สืบค้นเมื่อ 30 March 2020.
  135. "Coronavirus : Un deuxième cas teste positive en Côte d'Ivoire". AbidjanTV.net (in ฝรั่งเศส). March 12, 2020. สืบค้นเมื่อ March 13, 2020.
  136. "Honduras registers third coronavirus case, President says".
  137. Torrealba, Diego (14 March 2020). "Suben a 10 los casos por coronavirus en Venezuela". El Pitazo (in Spanish). สืบค้นเมื่อ 15 March 2020.
  138. https://stopcov.ge/en
  139. "Состояние пациентов с COVID-19 - удовлетворительное". minzdrav.gov.by (in รัสเซีย). 14 March 2020. สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  140. "Dvije ženske osobe u Crnoj Gori zaražene koronavirusom" (in Montenegrin). 17 March 2020. สืบค้นเมื่อ 17 March 2020.
  141. konfirmohen dy raste me koronavirus ne Kosove kosovapress.com, accessed 14 March 2020
  142. "Ministry of Health confirms second case of COVID-19 in T&T". www.looptt.com (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  143. 143.0 143.1 "Live updates: Number of Coronavirus cases in the Channel Islands". itv.com. ITV News. ITV. 12 March 2020. สืบค้นเมื่อ 20 March 2020.
  144. "KKTC'de Kovid-19 vaka sayısı 33'e yükseldi". aa.com.tr.
  145. "Isle of Man Government - Coronavirus (COVID-19)". www.gov.im. สืบค้นเมื่อ 21 March 2020.
  146. "Madagascar confirms first cases of coronavirus:President". Reuters. 21 March 2020.
  147. "Coronavirus: Alejandro Giammattei confirma el primer caso de covid-19 en Guatemala". Prensa Libre (in Spanish). 13 March 2020.
  148. "Twitter". mobile.twitter.com.
  149. MinofHealthUG (21 March 2020). "Uganda confirms 1st case of COVID-19" (ทวีต) – โดยทาง ทวิตเตอร์.
  150. "Barbados confirms first two COVID-19 cases". Stabroek News. 17 March 2020. สืบค้นเมื่อ 17 March 2020.
  151. https://www.laprensagrafica.com/elsalvador/EN-VIVO-El-Salvador-confirma-primer-caso-de-COVID-19-20200318-0064.html
  152. "Congo Republic confirms first coronavirus case -government". 15 March 2020.
  153. http://www.anp.ne/?q=article/le-niger-enregistre-son-premier-cas-de-coronavirus-officiel
  154. "Mali reports first 2 confirmed cases of COVID-19". Xinhua. 25 March 2020. สืบค้นเมื่อ 25 March 2020.
  155. "Health Minister: First case of Coronavirus registered in Syria in patient who had come from abroad, appropriate measures have been taken to deal with the case". www.sana.sy/.
  156. EswatiniGovern1. "Eswatini Government (@EswatiniGovern1) on Twitter". Mobile.twitter.com. สืบค้นเมื่อ 2020-03-14.
  157. "Guyana Confirms First Case of Coronavirus in Woman Who Returned From U.S." 11 March 2020. สืบค้นเมื่อ 12 March 2020.
  158. "Suriname confirms first coronavirus case, authorities will close borders". Reuters (in อังกฤษ). 2020-03-13. สืบค้นเมื่อ 2020-03-13.
  159. Bonnelame, Betyme (14 March 2020). "2 Seychellois test positive for COVID-19 as globe-sweeping virus reaches island nation". Seychelles News Agency. สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  160. https://www.reuters.com/article/us-health-coronavirus-haiti/haiti-declares-emergency-over-coronavirus-imposes-curfew-shuts-border-idUSKBN21700V
  161. "Angola reports first two confirmed COVID-19 cases". China.org.cn. Xinhua. 21 March 2020. สืบค้นเมื่อ 21 March 2020.
  162. "Ghana, Gabon confirm first cases of coronavirus". Reuters (in อังกฤษ). 2020-03-13. สืบค้นเมื่อ 2020-03-13.
  163. "Coronavirus live updates: global cases top quarter of a million, as Italy sees biggest daily rise in deaths". The Guardian (in อังกฤษ). 2020-03-20. สืบค้นเมื่อ 2020-03-20.
  164. "Coronavírus: Inglês de 62 anos é o primeiro caso confirmado em Cabo Verde". publico.pt (in โปรตุเกส). 20 March 2020. สืบค้นเมื่อ 20 March 2020.
  165. Mauritania confirms first coronavirus case www.reuters.com, accessed 14 March 2020
  166. https://www.laprensa.com.ni/2020/03/18/nacionales/2648113-nicaragua-confirma-el-primer-caso-de-coronavirus
  167. "Gambia confirms first COVID-19 case". Xinhua. 18 March 2020. สืบค้นเมื่อ 17 March 2020.
  168. "Chad detects first COVID-19 case: report". Xinhua. 19 March 2020.
  169. Mauritania confirms first coronavirus case www.reuters.com, accessed 14 March 2020
  170. "Central African Republic confirms first coronavirus case -WHO". 15 March 2020.
  171. "Coronavirus: after deaths on cruise ship MS Zaandam, guests clamour to leave". South China Morning Post (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-03-28.
  172. "East Timor confirms first case of coronavirus: health ministry". Reuters. 21 March 2020. สืบค้นเมื่อ 21 March 2020.
  173. "PNG's first imported COVID-19 case". Loop PNG via Facebook. 20 March 2020. สืบค้นเมื่อ 20 March 2020.
  174. Novel Coronavirus Pneumonia Emergency Response Epidemiology Team (17 February 2020). "The Epidemiological Characteristics of an Outbreak of 2019 Novel Coronavirus Diseases (COVID-19) in China". Zhonghua Liu Xing Bing Xue Za Zhi = Zhonghua Liuxingbingxue Zazhi (in Chinese). 41 (2): 145–151. doi:10.3760/cma.j.issn.0254-6450.2020.02.003.
  175. Perlman S (February 2020). "Another Decade, Another Coronavirus". The New England Journal of Medicine. 382 (8): 760–762. doi:10.1056/NEJMe2001126. PMID 31978944.
  176. Wong MC, Cregeen SJ, Ajami NJ, Petrosino JF (February 2020). "Evidence of recombination in coronaviruses implicating pangolin origins of nCoV-2019". bioRxiv. doi:10.1101/2020.02.07.939207.
  177. 177.0 177.1 "Outbreak of severe acute respiratory syndrome coronavirus 2 (SARS-CoV-2): increased transmission beyond China – fourth update" (PDF). European Centre for Disease Prevention and Control (ECDC). 14 February 2020. สืบค้นเมื่อ 8 March 2020.
  178. "Transmission of Covid-19 may have begun in November". Fiocruz.
  179. Wang C, Horby PW, Hayden FG, Gao GF (February 2020). "A novel coronavirus outbreak of global health concern". Lancet. 395 (10223): 470–473. doi:10.1016/S0140-6736(20)30185-9. PMID 31986257.  
  180. Joseph A (24 January 2020). "New coronavirus can cause infections with no symptoms and sicken otherwise healthy people, studies show". STAT. Archived from the original on 24 January 2020. สืบค้นเมื่อ 27 January 2020.
  181. Chan JF, Yuan S, Kok KH, To KK, Chu H, Yang J, และคณะ (February 2020). "A familial cluster of pneumonia associated with the 2019 novel coronavirus indicating person-to-person transmission: a study of a family cluster". Lancet. 395 (10223): 514–523. doi:10.1016/S0140-6736(20)30154-9. PMID 31986261.  
  182. Schnirring, Lisa (25 January 2020). "Doubts rise about China's ability to contain new coronavirus". CIDRAP. Archived from the original on 26 January 2020. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  183. "Statement on the second meeting of the International Health Regulations (2005) Emergency Committee regarding the outbreak of novel coronavirus (2019-nCoV)". World Health Organization. 30 January 2020. Archived from the original on 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 30 January 2020.
  184. "WHO Head Warns of 'Potential Pandemic' after Initially Praising China's Response to Coronavirus". National Review. 24 February 2020. สืบค้นเมื่อ 25 February 2020.
  185. Li, Qun; Guan, Xuhua; Wu, Peng; Wang, Xiaoye; Zhou, Lei; Tong, Yeqing; Ren, Ruiqi; Leung, Kathy S. M.; Lau, Eric H. Y.; Wong, Jessica Y.; Xing, Xuesen (29 January 2020). "Early Transmission Dynamics in Wuhan, China, of Novel Coronavirus-Infected Pneumonia". The New England Journal of Medicine. doi:10.1056/NEJMoa2001316. ISSN 1533-4406. PMID 31995857.  
  186. 186.0 186.1 186.2 186.3 WHO-China Joint Mission (16–24 February 2020). "Report of the WHO-China Joint Mission on Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)" (PDF). World Health Organization. สืบค้นเมื่อ 8 March 2020.
  187. "China confirms sharp rise in cases of SARS-like virus across the country". 20 January 2020. Archived from the original on 20 January 2020. สืบค้นเมื่อ 20 January 2020.
  188. "The Epidemiological Characteristics of an Outbreak of 2019 Novel Coronavirus Diseases (COVID-19) — China, 2020".
  189. "WHO Director-General's opening remarks at the mission briefing on COVID-19 – 26 February 2020". World Health Organization. 26 February 2020.
  190. Report of the WHO-China Joint Mission on Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) (Report). World Health Organization. 2020.
  191. "WHO Director-General's opening remarks at the media briefing on COVID-19 – 11 March 2020". World Health Organization. 11 March 2020. สืบค้นเมื่อ 11 March 2020.
  192. "Coronavirus: Window of opportunity to act, World Health Organization says". BBC News. 5 February 2020. Archived from the original on 5 February 2020. สืบค้นเมื่อ 10 February 2020.
  193. "Coronavirus Death Toll Climbs in China, and a Lockdown Widens". The New York Times. 23 January 2020. Archived from the original on 6 February 2020. สืบค้นเมื่อ 10 February 2020.
  194. Holm, Phil; Moritsugu, Ken. "Where the virus has spread". Associated Press. Archived from the original on 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ 29 January 2020.
  195. Philippines, World Health Organization (1 February 2020). "A 44-year-old male is confirmed as the second person with Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) in the Philippines. He passed away on 1 February 2020.pic.twitter.com/5a5tPWtvpc". @WHOPhilippines. Archived from the original on 2 February 2020. สืบค้นเมื่อ 2 February 2020.
  196. Ramzy, Austin; May, Tiffany (2 February 2020). "Philippines Reports First Coronavirus Death Outside China". The New York Times. Archived from the original on 3 February 2020. สืบค้นเมื่อ 4 February 2020.
  197. "Coronavirus updates: U.S., Japanese citizens die in Wuhan". NBC News. Archived from the original on 9 February 2020. สืบค้นเมื่อ 10 February 2020.
  198. "Coronavirus Live Updates: First Death Outside Asia Reported in France". The New York Times. 15 February 2020. สืบค้นเมื่อ 15 February 2020.
  199. "Legislator from Iran's Qom alleges virus coverup". Al Jazeera. 24 February 2020. Archived from the original on 24 February 2020. สืบค้นเมื่อ 24 February 2020.
  200. "코로나바이러스감염증-19 국내 발생 현황(일일집계통계, 9시 기준)". 24 February 2020.
  201. "Coronavirus, sette morti in Italia, 229 contagi. Le vittime di oggi hanno tutte più di 80 anni". La Repubblica (in อิตาลี). 24 February 2020. สืบค้นเมื่อ 24 February 2020.
  202. Gumbrecht, Jamie (n.d.). "Pandemic: The World Health Organization says coronavirus is a "never before seen" outbreak". CNN. สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  203. 203.0 203.1 203.2 203.3 疫情通报 (in Chinese). National Health Commission of the People's Republic of China. Archived from the original on 26 January 2020. สืบค้นเมื่อ 9 February 2020.
  204. 204.0 204.1 204.2 "Tracking coronavirus: Map, data and timeline". BNO News. 18 February 2020. สืบค้นเมื่อ 20 February 2020.
  205. The Novel Coronavirus Pneumonia Emergency Response Epidemiology Team. The Epidemiological Characteristics of an Outbreak of 2019 Novel Coronavirus Diseases (COVID-19) – China, 2020. China CDC Weekly, 2020, 2(8): 113–122.
  206. Roser, Max; Ritchie, Hannah; Ortiz-Ospina, Esteban (4 March 2020). "Coronavirus Disease (COVID-19)". Our World in Data. สืบค้นเมื่อ 12 March 2020.
  207. Guan WJ, Ni ZY, Hu Y, Liang WH, Ou CQ, He JX, และคณะ (February 2020). "Clinical Characteristics of Coronavirus Disease 2019 in China". The New England Journal of Medicine. doi:10.1056/NEJMoa2002032.
  208. Pan, Xingfei; Chen, Dexiong; Xia, Yong; Wu, Xinwei; Li, Tangsheng; Ou, Xueting; Zhou, Liyang; Liu, Jing (19 February 2020). "Asymptomatic cases in a family cluster with SARS-CoV-2 infection". The Lancet Infectious Diseases. 0. doi:10.1016/S1473-3099(20)30114-6. ISSN 1473-3099.
  209. "2019 Novel Coronavirus (2019-nCoV)". Centers for Disease Control and Prevention. 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 18 February 2020.
  210. "WHO COVID-19 situation report 29" (PDF). World Health Organization. 19 February 2020.
  211. "Q&A on coronaviruses (COVID-19): How long is the incubation period for COVID-19?". who.int. สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  212. "Coronavirus incubation could be as long as 27 days, Chinese provincial government says". Reuters. 22 February 2020.
  213. "How COVID-19 Spreads". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 25 February 2020.   บทความนี้รวมเอาเนื้อความจากแหล่งอ้างอิงนี้ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
  214. "UpToDate". uptodate.com. สืบค้นเมื่อ 5 March 2020.
  215. "Novel coronavirus (COVID-19) – Frequently asked questions – Alerts". health.nsw.gov.au. สืบค้นเมื่อ 27 February 2020.
  216. 216.0 216.1 Kampf G, Todt D, Pfaender S, Steinmann E (March 2020). "Persistence of coronaviruses on inanimate surfaces and their inactivation with biocidal agents". The Journal of Hospital Infection. 104 (3): 246–251. doi:10.1016/j.jhin.2020.01.022.  
  217. "Q&A on coronaviruses (COVID-19)". who.int. 23 February 2020.
  218. Ganyani, Tapiwa; Kremer, Cecile; Chen, Dongxuan; Torneri, Andrea; Faes, Christel; Wallinga, Jacco; Hens, Niel (2020-03-08). "Estimating the generation interval for COVID-19 based on symptom onset data". MedRxiv (preprint) (in อังกฤษ). doi:10.1101/2020.03.05.20031815.
  219. Leung G, Wu J (27 January 2020). "Real-time nowcast and forecast on the extent of the Wuhan CoV outbreak, domestic and international spread" (PDF). Wuhan-coronavirus-outbreak AN UPDATE. สืบค้นเมื่อ 29 January 2020.
  220. "中疾控分析九千新冠患者:老年男性风险大 R0为3.77". news.163.com. 13 February 2020.
  221. Yang Y, Lu Q, Liu M, Wang Y, Zhang A, Jalali N, Dean N, Longini I, Halloran ME, Xu B, Zhang X, Wang L, Liu W, Fang L (21 February 2020). "Epidemiological and clinical features of the 2019 novel coronavirus outbreak in China". medRxiv (preprint). doi:10.1101/2020.02.10.20021675.
  222. Riou, Julien; Althaus, Christian L. (23 January 2020). "Pattern of early human-to-human transmission of Wuhan 2019-NCoV". bioRxiv (preprint). doi:10.1101/2020.01.23.917351.
  223. Zhu, Na; Zhang, Dingyu; Wang, Wenling; Li, Xinwang; Yang, Bo; Song, Jingdong; Zhao, Xiang; Huang, Baoying; Shi, Weifeng; Lu, Roujian; Niu, Peihua (24 January 2020). "A Novel Coronavirus from Patients with Pneumonia in China, 2019". New England Journal of Medicine. United States. 382 (8): 727–733. doi:10.1056/NEJMoa2001017. ISSN 0028-4793. PMID 31978945.
  224. Zhou, Peng; Yang, Xing-Lou; และคณะ (23 January 2020). "Discovery of a novel coronavirus associated with the recent pneumonia outbreak in humans and its potential bat origin". bioRxiv: 2020.01.22.914952. doi:10.1101/2020.01.22.914952. สืบค้นเมื่อ 24 January 2020.
  225. Xiao K, Zhai J, Feng Y, Zhou N, Zhang X, Zou JJ, Li N, Guo Y, Li X, Shen X, Zhang Z (February 2020). "Isolation and Characterization of 2019-nCoV-like Coronavirus from Malayan Pangolins". bioRxiv (preprint). doi:10.1101/2020.02.17.951335.
  226. "CT provides best diagnosis for COVID-19". ScienceDaily. สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  227. Laboratory testing of 2019 novel coronavirus (‎‎‎‎‎‎‎‎‎‎‎‎2019-nCoV)‎‎‎‎‎‎‎‎‎‎‎‎ in suspected human cases: interim guidance, 17 January 2020. World Health Organization. 17 January 2020. hdl:10665/330676. ISBN 9789240000971. License: CC BY-NC-SA 3.0.
  228. "Laboratory testing for coronavirus disease 2019 (‎COVID-19)‎ in suspected human cases: interim guidance, 2 March 2020". World Health Organization. 2 March 2020. hdl:10665/331329. WHO/COVID-19/laboratory/2020.4. License: CC BY-NC-SA 3.0.
  229. Schirring, Lisa; 2020 (16 January 2020). "Japan has 1st novel coronavirus case; China reports another death". CIDRAP. Archived from the original on 20 January 2020. สืบค้นเมื่อ 16 January 2020.
  230. "Laboratory testing for 2019 novel coronavirus (2019-nCoV) in suspected human cases: Interim guidance". World Health Organization. Archived from the original on 20 January 2020. สืบค้นเมื่อ 28 January 2020.
  231. "Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) Situation Summary". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 30 January 2020. Archived from the original on 26 January 2020. สืบค้นเมื่อ 30 January 2020.
  232. "Real-Time RT-PCR Panel for Detection 2019-Novel Coronavirus". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 29 January 2020. Archived from the original on 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  233. Brueck, Hilary (30 January 2020). "There's only one way to know if you have the coronavirus, and it involves machines full of spit and mucus". Business Insider. Archived from the original on 1 February 2020. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  234. "Curetis Group Company Ares Genetics and BGI Group Collaborate to Offer Next-Generation Sequencing and PCR-based Coronavirus (2019-nCoV) Testing in Europe". GlobeNewswire News Room. 30 January 2020. Archived from the original on 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  235. "COVID-19 – History and exam". BMJ Best Practice. สืบค้นเมื่อ 8 March 2020.
  236. 236.0 236.1 Li Y, Xia L (March 2020). "Coronavirus Disease 2019 (COVID-19): Role of Chest CT in Diagnosis and Management". AJR. American Journal of Roentgenology: 1–7. doi:10.2214/AJR.20.22954.
  237. "COVID-19 DATABASE | SIRM" (in อิตาลี). สืบค้นเมื่อ 11 March 2020.
  238. 238.0 238.1 238.2 "Prevention & Treatment". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 15 February 2020. Archived from the original on 15 December 2019. สืบค้นเมื่อ 21 January 2020.   บทความนี้รวมเอาเนื้อความจากแหล่งอ้างอิงนี้ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ
  239. 239.0 239.1 239.2 "Advice for public". World Health Organization (WHO). สืบค้นเมื่อ 8 February 2020.
  240. "What to do if you are sick with 2019 Novel Coronavirus (2019-nCoV)". United States: Centers for Disease Control and Prevention. 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 13 February 2020.
  241. CDC (11 February 2020). "Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)". Centers for Disease Control and Prevention. สืบค้นเมื่อ 4 March 2020.
  242. "Coronavirus (COVID-19) – 5 things you can do to protect yourself and your community – Public health matters". Government of the United Kingdom. สืบค้นเมื่อ 4 March 2020.
  243. "COVID-19 Information for Travel". United States: Centers for Disease Control and Prevention. 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 25 February 2020.
  244. "China bans trade, consumption of wild animals due to coronavirus". CNBC. 25 February 2020. สืบค้นเมื่อ 25 February 2020.
  245. "Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)". United States: Centers for Disease Control and Prevention. 11 February 2020. สืบค้นเมื่อ 25 February 2020.
  246. "Expert interview: What is contact tracing? – Public health matters". Government of the United Kingdom. สืบค้นเมื่อ 28 February 2020.
  247. "Coronavirus disease (COVID-19) advice for the public: Myth busters". World Health Organization (WHO). สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  248. "Coronavirus public information campaign launched across the UK". Government of the United Kingdom. สืบค้นเมื่อ 8 February 2020.
  249. "Advice for public". www.who.int. สืบค้นเมื่อ 8 March 2020.
  250. "Singapore: The Model for COVID-19 Response?". www.medpagetoday.com. 5 March 2020. สืบค้นเมื่อ 8 March 2020.
  251. "What every American and community can do now to decrease the spread of the coronavirus" (PDF). CDC.
  252. Ivana Kottasová; Lindsay Isaac. "Italy shuts all schools over coronavirus outbreak". CNN. สืบค้นเมื่อ 8 March 2020.
  253. "Coronavirus (COVID-19): What is social distancing? – Public health matters". publichealthmatters.blog.gov.uk. สืบค้นเมื่อ 9 March 2020.
  254. Pueyo, Tomas (12 March 2020). "Coronavirus: Why You Must Act Now". Medium. สืบค้นเมื่อ 12 March 2020.
  255. CDC (11 February 2020). "People at Risk for Serious Illness from COVID-19". Centers for Disease Control and Prevention. สืบค้นเมื่อ 8 March 2020.
  256. Home. "Novel Coronavirus". Health Protection Surveillance Centre. สืบค้นเมื่อ 27 February 2020.
  257. "Severe Respiratory Disease associated with a Novel Infectious Agent". Hong Kong: Centre for Health Protection, Department of Health. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  258. "Updates on Wuhan Coronavirus (2019-nCoV) Local Situation". Singapore: Ministry of Health. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  259. 259.0 259.1 259.2 259.3 "Advice on the use of masks the community, during home care and in health care settings in the context of the novel coronavirus (2019-nCoV) outbreak". World Health Organization. สืบค้นเมื่อ 21 February 2020.
  260. 260.0 260.1 "2019-nCoV: What the Public Should Do". United States: Centers for Disease Control and Prevention. 4 February 2020. สืบค้นเมื่อ 5 February 2020.
  261. "Coronavirus disease (COVID-19) advice for the public: When and how to use masks". World Health Organization. Archived from the original on 7 March 2020. สืบค้นเมื่อ 9 March 2020.
  262. "Coronavirus (COVID-19)". Australia: Department of Health. 21 January 2020. สืบค้นเมื่อ 15 February 2020.
  263. "As Hongkongers clamour for surgical masks, 25,000 stolen from warehouse". South China Morning Post. Hong Kong. 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  264. Takahashi R. "Amid virus outbreak, Japan stores scramble to meet demand for face masks". Japan Times. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  265. Harun HN, Teh AY, Solhi F (31 January 2020). "Demand for face masks, hand sanitisers soars". New Straits Times. Malaysia. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  266. munsan (31 January 2020). "Wuhan virus: Who needs to wear a mask and what's the proper way to wear it?". The Straits Times. Singapore. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  267. Chia RG. "These 12 Twitter posts show the insane queues for masks in Singapore, Shanghai and Hong Kong, which are all sold out". Business Insider Singapore. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  268. 268.0 268.1 "Stay at home: guidance for people with confirmed or possible coronavirus (COVID-19) infection". GOV.UK. Public Health England. 12 March 2020. สืบค้นเมื่อ 15 March 2020.
  269. "Overview -Coronavirus (COVID-19)". nhs.uk. สืบค้นเมื่อ 15 March 2020.
  270. CDC (11 February 2020). "COVID-19 Travel Precautions". Centers for Disease Control and Prevention. สืบค้นเมื่อ 6 March 2020.
  271. Kormann, Carolyn. "How Long Will It Take to Develop a Coronavirus Vaccine?". The New Yorker. สืบค้นเมื่อ 11 March 2020.
  272. "Coronavirus vaccine: Development, timeline, and more". www.medicalnewstoday.com. สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  273. 273.0 273.1 273.2 Anderson, R. M.; Heesterbeek, H.; Klinkenberg, D.; Hollingsworth, T. D. (March 2020). "How will country-based mitigation measures influence the course of the COVID-19 epidemic?". Lancet. doi:10.1016/S0140-6736(20)30567-5. A key issue for epidemiologists is helping policy makers decide the main objectives of mitigation—eg, minimising morbidity and associated mortality, avoiding an epidemic peak that overwhelms health-care services, keeping the effects on the economy within manageable levels, and flattening the epidemic curve to wait for vaccine development and manufacture on scale and antiviral drug therapies.
  274. Qualls, Noreen; Levitt, Alexandra; Kanade, Neha; Wright-Jegede, Narue; Dopson, Stephanie; Biggerstaff, Matthew; Reed, Carrie; Uzicanin, Amra; Levitt, Alexandra; Dopson, Stephanie; Frank, Mark; Holloway, Rachel; Koonin, Lisa; Rasmussen, Sonja; Redd, Stephen; de la Motte Hurst, Christopher; Kanade, Neha; Qualls, Noreen; Rainey, Jeanette; Uzicanin, Amra; Biggerstaff, Matthew; Jernigan, Daniel; Reed, Carrie (21 April 2017). "Community Mitigation Guidelines to Prevent Pandemic Influenza — United States, 2017". MMWR. Recommendations and Reports. 66 (1): 1–34. doi:10.15585/mmwr.rr6601a1. PMC 5837128. PMID 28426646.
  275. Baird, Robert P. (11 March 2020). "What It Means to Contain and Mitigate the Coronavirus". The New Yorker.
  276. "Community Mitigation Guidelines to Prevent Pandemic Influenza – United States, 2017". Recommendations and Reports. US Centers for Disease Control and Prevention. 66 (1). 12 April 2017 – โดยทาง Stacks.CDC.gov.
  277. Qin, Amy (7 March 2020). "China May Be Beating the Coronavirus, at a Painful Cost". The New York Times.
  278. Bangkok, Justin McCurry Rebecca Ratcliffe in; Kong, Helen Davidson in Hong (11 March 2020). "Mass testing, alerts and big fines: the strategies used in Asia to slow coronavirus". The Guardian.
  279. "Wuhan pneumonia: Hong Kong widens net but can hospitals cope?". South China Morning Post. 17 January 2020. Archived from the original on 21 January 2020. สืบค้นเมื่อ 21 January 2020.
  280. "Coronavirus". WebMD. Archived from the original on 1 February 2020. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  281. "Overview of novel coronavirus (2019-nCoV) – Summary of relevant conditions". The BMJ. Archived from the original on 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  282. "Novel Coronavirus – COVID-19: What Emergency Clinicians Need to Know". EBMedicine.net. สืบค้นเมื่อ 9 March 2020.
  283. Grady, Denise (6 February 2020). "China Begins Testing an Antiviral Drug in Coronavirus Patients". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  284. Li, G.; De Clercq, E. (March 2020). "Therapeutic options for the 2019 novel coronavirus (2019-nCoV)". Nature Reviews: Drug Discovery. 19 (3): 149–150. doi:10.1038/d41573-020-00016-0.
  285. "The Nuffield Department of Medicine is supporting global efforts in tackling nCoV". Nuffield Department of Medicine, University of Oxford. สืบค้นเมื่อ 14 March 2020.
  286. ผวาโควิด-19 ระบาดหนัก คนแห่เข้าห้างตุนสินค้า ถึงขนาดรถเข็นไม่พอ
  287. บุกจับหน้ากากอนามัยแพงกลางตลาดอรัญประเทศ
  288. สมาคม ทท.เชียงใหม่ แจงเหตุติดป้ายไม่รับ นทท.จีน พบเพียงรายเดียว เตรียมซื้อหน้ากากมอบให้จีนเพื่อขอโทษ
  289. จัดสวดมนต์ "รัตนสูตร" ไล่โควิด-19 วันที่ 25 มี.ค. ช่อง 9-11 (คลิป)
  290. รัฐบาลเลิกแจกเงินเที่ยว ขอบคุณ! ถ้าข่าวนี้เป็นจริง​
  291. แอ๊ดคาราบาว
  292. ผู้ป่วยโต้รัฐบาล​
  293. ขาดแคลนน้ำยาตรวจ
  294. ขอให้ไม่เป็นอะไร...'หนูเล็ก' ร้องไห้อัดคลิป ขณะนั่งรถไปตรวจโควิด-19
  295. กองทุนพยุงหุ้น
  296. แต่งตั้งอธิบดีกรมอาเซียน
  297. ด่วน!!!เด้งอธิบดีกรมการค้าภายในเซ่นหน้ากากอนามัย
  298. ยกเลิกคำสั่ง
  299. แจงปมเข้าใจผิด
  300. เตือนอย่าวิตกจนกักตุนสินค้า พบคนกังวลไวรัส แห่ซื้อของใช้จำเป็น
  301. กำลังซื้อเงียบสนิท ดัชนีเชื่อมั่นฯต่ำสุดรอบ 21 ด. แนะรัฐใช้ยาแรงคุมโควิด-19 กระตุ้นคนกล้าใช้เงิน
  302. อนุทินอ้างลืมลงนาม​
  303. อนุทินสั่ง
  304. กาละแมร์อย่าตื่นตระหนก
  305. ชาวบ้านทำร้ายเจ้าหน้าที่
  306. จงใจทำโสโครก
  307. ฟิชชิง
  308. ทหารขโมย
  309. คดีพลิก
  310. รพ.อุดรธานี เตือนข่าวปลอม ยันไม่มีผู้ป่วยโควิด-19
  311. เด็กเพื่อไทยอัดรัฐบาล
  312. ‘เลขาฯต้านโกง’เรียกร้องหยุดคุกคาม‘แหม่มโพธิ์ดำ’ ปลุกขุดคุ้ยแก๊งโกงหน้ากาก
  313. ‘ประกัน’ ผวาทุจริตเคลมเบี้ยโควิด จ่อเลิกขายกรมธรรม์ 'เจอ จ่าย จบ'
  314. แจ้งจับแม่ค้าออนไลน์ หลอกขายหน้ากากอนามัย ไม่มีคุณภาพ
  315. เห็นแก่ตัวจนบานปลาย
  316. คนไทยเล่นพนันออนไลน์เพิ่ม
  317. ผู้ว่าภูเก็ตอ้างไม่ได้ปิดบังแค่ไม่สะดวก
  318. อ้างมีผลการวิจัยรองรับ
  319. แจ้งความถูกหลอก
  320. ผู้บริหารซื้อหุ้นคืนราคาถูก
  321. อัตราดูหนังโป๊
  322. ลาวไม่พอใจคนไทย
  323. "With Wuhan virus genetic code in hand, scientists begin work on a vaccine". Reuters. 2020-01-24. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  324. Levine, Jon (2020-01-25). "Scientists race to develop vaccine to deadly China coronavirus". New York Post. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  325. "China CDC developing novel coronavirus vaccine". Xinhua. 2020-01-26.
  326. "Chinese scientists race to develop vaccine as coronavirus death toll jumps". SCMP. 2020-01-26.
  327. hermesauto (2020-01-23). "Wuhan virus: Work to start on three possible vaccines, says epidemic response group". The Straits Times. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  328. "Molecular Clamp: a Novel Protein Vaccine for Influenza, RSV, Ebola and Other Human and Veterinary Viruses". www.pharmalicensing.com. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  329. "CEPI to fund three programmes to develop vaccines against the novel coronavirus, nCoV-2019". CEPI-US. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  330. Insider, James Hennessy, Business. "Australia's Been Asked to Make a Coronavirus Vaccine at 'Unprecedented Speed'". ScienceAlert-gb. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  331. "Inovio, Moderna score CEPI funding for vaccine work against deadly coronavirus". FiercePharma. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  332. "Infectious Diseases | Moderna, Inc". www.modernatx.com. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  333. 333.0 333.1 "Local Biotech Company Developing Coronavirus Vaccine". NBC 7 San Diego-US. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  334. Cheung, Elizabeth (28 January 2020). "Hong Kong researchers have developed coronavirus vaccine, expert reveals". South China Morning Post (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 28 January 2020.
  335. Commissioner, Office of the (28 February 2020). "Coronavirus (COVID-19) Supply Chain Update". FDA (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 1 March 2020.
  336. Tkyo, Kelly (29 February 2020). "Coronavirus fears empty store shelves of toilet paper, bottled water, masks as shoppers stock up". USA Today.
  337. Sirletti, Sonia; Remondini, Chiara; Lepido, Daniele (2020-02-24). "Virus Outbreak Drives Italians to Panic-Buying of Masks and Food". Bloomberg L.P. สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  338. "Viral hysteria: Hong Kong panic buying sparks run on toilet paper". CNA. สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  339. Rummler, Orion. "Household basics are scarce in Hong Kong under coronavirus lockdown". Axios. สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  340. Strumpf, Dan (31 January 2020). "Tech Sector Fears Supply Delays as Effects of Virus Ripple Through China". The Wall Street Journal. ISSN 0099-9660. สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  341. swissinfo.ch, S. W. I.; Corporation, a branch of the Swiss Broadcasting. "Procura por máscaras aumenta 100 vezes e prejudica luta contra o coronavírus". SWI swissinfo.ch (in Portuguese). สืบค้นเมื่อ 12 February 2020.
  342. Boseley, Sarah (7 February 2020). "WHO warns of global shortage of face masks and protective suits". The Guardian. ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 12 February 2020.
  343. Bostock, Bill. "China sacked a brace of top officials in Hubei province, likely in a move to protect Xi Jinping from people's anger over the coronavirus outbreak". Business Insider. สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  344. Yu, Sun (9 February 2020). "Coronavirus death toll tops Sars as public backlash grows". Financial Times. สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  345. "Hong Kong protesters torch planned Wuhan virus quarantine building". CNA. สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  346. "Taiwan hits out at China virus travel bans". medicalxpress.com. สืบค้นเมื่อ 26 February 2020.
  347. "China's coronavirus epidemic threatens global economy". DW.COM. 30 January 2020. Archived from the original on 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 31 January 2020.
  348. Miller, Jill Young (7 February 2020). "WashU Expert: Coronavirus far greater threat than SARS to global supply chain | The Source | Washington University in St. Louis". The Source. สืบค้นเมื่อ 13 February 2020.
  349. Reed, Stanley (3 February 2020). "OPEC Scrambles to React to Falling Oil Demand From China". The New York Times. ISSN 0362-4331. สืบค้นเมื่อ 14 February 2020.
  350. Business, Rob McLean, Laura He and Anneken Tappe, CNN. "Dow plunges 1,000 points as coronavirus cases surge in South Korea and Italy". CNN.
  351. "FTSE 100 plunges 3.7 per cent as Italy confirms sixth coronavirus death". CityAM. 24 February 2020.
  352. Business, Anneken Tappe, CNN. "Dow falls 1,191 points – the most in history". CNN. สืบค้นเมื่อ 28 February 2020.
  353. Oh, Sunny (28 February 2020). "Stocks record worst week since financial crisis as coronavirus concerns heat up". Market Watch. สืบค้นเมื่อ 28 February 2020.
  354. "Scope affirms China's sovereign rating at A+ and maintains the Outlook at Negative". Scope Ratings GmbH. 28 February 2020. สืบค้นเมื่อ 11 March 2020.
  355. "Stocks Plummet as Grim Economic Outlook Grips Markets: Live Updates". The New York Times. 16 March 2020. สืบค้นเมื่อ 16 March 2020.
  356. Rabouin, Dion (28 February 2020). "Economists now say the coronavirus could cause a recession". Axios. สืบค้นเมื่อ 16 March 2020.
  357. Irwin, Neil (2 March 2020). "Why a Coronavirus Recession Would Be So Hard to Contain". The New York Times.
  358. Long, Heather; McGregor, Jena (1 March 2020). "Recession fears grow as Wall Street investors brace for a wild week for stocks". The Washington Post. สืบค้นเมื่อ 7 March 2020.
  359. "Collapsed Flybe: 'Do not travel to the airport'". BBC News Online. 5 March 2020.
  360. "Coronavirus scare: Complete list of airlines suspending flights".