การระบาดทั่วของโควิด-19 เรียงตามประเทศและดินแดน

บทความรายชื่อวิกิมีเดีย
ดูบทความหลักที่: การระบาดทั่วของโควิด-19

บทความนี้แสดงประเทศและดินแดนที่ได้รับผลกระทบและมีการตอบสนองต่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) อันเนื่องมาจากการระบาดทั่วของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563 ซึ่งปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในอู่ฮั่น ประเทศจีน ทั้งนี้อาจไม่รวมถึงการตอบสนองและมาตรการสำคัญ

แผนที่การระบาดของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563 (ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2565):
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1,000,000 คนขึ้นไป
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 100,000– 999,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 10,000–99,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1,000–9,999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 100–999 คน
  ประเทศที่ยืนยันผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 1–99 คน
  ไม่มีผู้ติดเชื้อยืนยันหรือไม่มีข้อมูล

การระบาดตามประเทศและดินแดนแก้ไข

ประเทศและดินแดน[A] ผู้ป่วย[B] เสียชีวิต[C] อ้างอิง
247 537,343,432 6,302,335 [2]
  สหรัฐ[D][E][F][G] 85,003,945 1,009,326 [4][5]
  อินเดีย 43,190,282 524,715 [6]
  บราซิล 31,266,163 667,348 [7][8]
  ฝรั่งเศส[H][I] 29,713,746 148,660 [9][10]
  เยอรมนี[J] 26,583,016 139,533 [11][12]
  สหราชอาณาจักร[K][L] 22,425,626 179,174 [14]
  เกาหลีใต้ 18,188,200 24,305 [15][16]
  รัสเซีย[M][N] 18,090,459 371,986 [20]
  อิตาลี[O] 17,543,136 167,089 [23][24]
  ตุรกี 15,072,747 98,965 [25]
  สเปน[P][Q] 12,436,538 106,914 [26]
  เวียดนาม 10,727,005 43,081 [27]
  อาร์เจนตินา 9,276,618 128,973 [28][29]
  ญี่ปุ่น 8,960,177 30,799 [30]
  เนเธอร์แลนด์[R][S][T] 8,189,803 22,433 [32][33]
  ออสเตรเลีย[U][V] 7,509,648 8,860 [35]
  อิหร่าน[W] 7,232,929 141,339 [36][37]
  โคลอมเบีย 6,109,105 139,867 [38]
  อินโดนีเซีย 6,056,017 156,604 [39]
  โปแลนด์ 6,009,003 116,355 [5][40]
  เม็กซิโก 5,797,427 325,042 [41]
  ยูเครน[X][Y] 5,040,518 112,459 [42][43]
  โปรตุเกส 4,846,230 23,411 [44][45]
  มาเลเซีย 4,517,447 35,699 [46]
  ไทย 4,473,867 30,239 [47][48]
  ออสเตรีย 4,306,509 19,950 [49]
  เกาหลีเหนือ 4,304,380 80 [50]
  เบลเยียม[Z] 4,164,698 31,799 [51][52]
  อิสราเอล[AA] 4,159,589 10,867 [53]
  แอฟริกาใต้ 3,970,993 101,397 [54][55]
  เช็กเกีย 3,921,844 40,295 [56]
  แคนาดา 3,902,236 41,379 [57][58]
  ชิลี[AB][AC][AD][AE] 3,760,891 57,997 [59]
  ฟิลิปปินส์ 3,691,892 60,456 [60][61]
   สวิสเซอร์แลนด์[AF] 3,685,281 13,809 [62][63]
  เปรู 3,586,242 213,281 [64][65]
  กรีซ 3,478,779 29,951 [66]
  เดนมาร์ก[AG][AH] 3,140,665 6,388 [68][69]
  โรมาเนีย 2,911,170 65,697 [70][71]
  สโลวาเกีย 2,543,763 20,105 [72]
  ไต้หวัน 2,540,871 3,214 [73]
  สวีเดน[AI] 2,509,366 19,014 [74]
  อิรัก 2,328,957 25,221 [75]
  เซอร์เบีย[AJ] 2,019,171 16,094 [76]
  บังกลาเทศ 1,953,754 29,131 [77][78]
  ฮังการี 1,919,840 46,547 [79]
  จอร์แดน 1,697,271 14,068 [80]
  จอร์เจีย[AK] 1,655,221 16,811 [81]
  ไอร์แลนด์ 1,565,970 7,381 [82][83]
  ปากีสถาน 1,530,878 30,379 [84]
  นอร์เวย์[AL][AM][AN] 1,435,285 3,172 [86]
  คาซัคสถาน 1,394,997 19,016 [87][88]
  สิงคโปร์ 1,325,623 1,394 [89][90]
  ฮ่องกง 1,215,935 9,389 [91]
  นิวซีแลนด์ 1,213,546 1,216 [92]
  โมร็อกโก[AO] 1,171,034 16,082 [93]
  บัลแกเรีย 1,166,316 37,184 [94][95]
  โครเอเชีย 1,138,278 16,004 [96]
  คิวบา[AP] 1,105,490 8,529 [97]
  ฟินแลนด์[AQ][AR] 1,105,211 4,627 [100]
  เลบานอน 1,099,896 10,438 [101]
  ลิทัวเนีย 1,063,297 9,149 [102]
  ตูนิเซีย 1,043,540 28,648 [103]
  สโลวีเนีย 1,026,834 6,642 [104][105]
  เบลารุส 982,867 6,978 [106][107]
   เนปาล 979,213 11,952 [108][109]
  อุรุกวัย 934,961 7,262 [110]
  มองโกเลีย 925,227 2,179 [111]
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 912,086 2,305 [112]
  โบลิเวีย 910,832 21,949 [113]
  คอสตาริกา 904,934 8,525 [114]
  เอกวาดอร์ 885,318 35,649 [115][116]
  สาธารณรัฐประชาชนจีน[AS][AT][AU][AV] 885,031 5,226 [117]
  ปานามา 879,009 8,279 [118][119]
  กัวเตมาลา 865,900 18,234 [120]
  ลัตเวีย 829,640 5,834 [5][121]
  อาเซอร์ไบจาน 792,785 9,713 [122]
  ซาอุดีอาระเบีย 773,221 9,160 [123]
  ศรีลังกา 663,895 16,518 [124]
  ปาเลสไตน์ 657,879 5,660 [125]
  ปารากวัย 651,268 18,911 [126]
  คูเวต 634,537 2,555 [127]
  พม่า 613,397 19,434 [128]
  บาห์เรน 590,806 1,489 [129]
  สาธารณรัฐโดมินิกัน 588,408 4,379 [130][131]
  เอสโตเนีย 577,655 2,574 [132]
  เวเนซุเอลา 523,969 5,722 [133]
  มอลโดวา[AW] 519,001 11,544 [134]
  อียิปต์[AX] 515,645 24,719 [135]
  ลิเบีย 502,040 6,430 [136][137]
  ไซปรัส[AY] 491,777 1,067 [138]
  เอธิโอเปีย 475,764 7,515 [139]
  ฮอนดูรัส 425,471 10,900 [140][141]
  อาร์มีเนีย 423,006 8,629 [142]
  โอมาน 389,473 4,260 [143]
  บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 378,022 15,791 [144]
  กาตาร์ 370,551 677 [145]
  เคนยา 325,797 5,651 [146]
  แซมเบีย 322,562 3,988 [147][148]
  นอร์ทมาซิโดเนีย 312,345 9,311 [149][150]
  บอตสวานา 310,431 2,701 [151][152]
  แอลเบเนีย 276,468 3,497 [153]
  แอลจีเรีย 265,904 6,875 [154][155]
  ไนจีเรีย 256,227 3,148 [156]
  ซิมบับเว 253,637 5,515 [157][158]
  ลักเซมเบิร์ก 249,319 1,079 [159]
  อุซเบกิสถาน 239,141 1,637 [160]
  มอนเตเนโกร 237,634 2,720 [161]
  คอซอวอ 228,397 3,139 [162]
  มอริเชียส 226,851 996 [163]
  โมซัมบิก 226,065 2,204 [164]
  ลาว 210,098 756 [165]
  คีร์กีซสถาน 200,993 2,991 [166]
  ไอซ์แลนด์ 189,319 153 [167]
  อัฟกานิสถาน 180,741 7,709 [168]
  มัลดีฟส์ 179,837 299 [169][170]
  นามิเบีย 167,565 4,040 [171]
  ยูกันดา 165,734 3,602 [172][173]
  เอลซัลวาดอร์ 164,134 4,133 [174]
  ตรินิแดดและโตเบโก 163,178 3,947 [175][176]
  กานา 161,841 1,445 [177]
  บรูไน 151,161 223 [178][179]
  จาเมกา 139,203 3,076 [180][181]
  กัมพูชา 136,262 3,056 [182]
  รวันดา 130,215 1,459 [183][184]
  ปวยร์โตรีโก 121,955 2501 [185][186]
  แคเมอรูน 119,947 1,930 [187][188]
  แองโกลา 99,761 1,900 [189]
  มอลตา 95,365 723 [190]
  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  89,189 1,338 [191]
  เซเนกัล 86,140 1,967 [192]
  มาลาวี 86,036 2,642 [193]
  โกตดิวัวร์ 82,309 799 [194]
  บาร์เบโดส 81,622 463 [195]
  ซูรินาม 80,673 1,352 [196]
  เฟรนช์พอลินีเชีย 73,014 649 [197]
  เอสวาตีนี 72,749 1,410 [198]
  กายอานา 65,422 1,238 [199]
  ฟีจี 65,103 864 [200][201]
  มาดากัสการ์ 64,478 1,396 [202]
  นิวแคลิโดเนีย 62,487 313 [203]
  ซูดาน 62,399 4,942 [204][205]
  เบลีซ 60,287 678 [206]
  ภูฏาน 59,636 21 [207]
  มอริเตเนีย 59,212 982 [208][209]
  กาบูเวร์ดี 56,635 402 [210]
  ซีเรีย[AZ] 55,899 3,150 [211]
  ทรานส์นีสเตรีย[BA] 49,186 1,192 [212]
  กาบอง 47,677 304 [213]
  ปาปัวนิวกินี 44,639 651 [214]
  เซเชลส์ 44,199 167 [215]
  กือราเซา 44,127 277 [216]
  อันดอร์รา 43,067 153 [217]
  บุรุนดี 42,248 38 [218]
  สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์[BB] 38,851 2,927 [219]
  อารูบา 37,975 216 [220]
  โตโก 37,142 273 [221]
  กินี 36,764 442 [222][223]
  แทนซาเนีย 35,354 840 [224][225]
  บาฮามาส 35,099 811 [226][227]
  หมู่เกาะแฟโร 34,658 28 [228][69]
  เลโซโท 33,562 699 [229]
  ไอล์ออฟแมน[BC] 33,098 107 [230]
  มาลี 31,115 735 [231]
  เฮติ 30,940 835 [232]
  เบนิน 26,952 163 [233]
  โซมาเลีย[BD] 26,565 1,361 [234]
  เซนต์ลูเชีย 26,234 371 [235][236]
  หมู่เกาะเคย์แมน 25,886 28 [237]
  สาธารณรัฐคองโก 24,128 385 [238][239]
  ติมอร์-เลสเต 22,928 133 [240]
  หมู่เกาะโซโลมอน 21,237 149 [241][242]
  บูร์กินาฟาโซ 20,899 384 [243][244]
  ยิบรอลตาร์ 18,560 102 [245]
  นิการากัว 18,491 239 [5][246]
  เกรเนดา 17,948 231 [247][248]
  ทาจิกิสถาน 17,786 125 [249][250]
  เซาท์ซูดาน 17,630 138 [251][252]
  ลิกเตนสไตน์ 17,568 84 [253]
  ซานมารีโน 17,124 115 [254]
  อิเควทอเรียลกินี 15,927 183 [255]
  จิบูตี 15,675 189 [256]
  อับคาเซีย 15,292 230 [257]
  เบอร์มิวดา 15,085 138 [258]
  สาธารณรัฐแอฟริกากลาง 14,649 113 [259]
  โดมินิกา 14,295 67 [260]
  ซามัว 13,924 27 [261]
  เจอร์ซีย์[BC] 13,070 100 [262]
  โมนาโก 12,186 57 [263]
  แกมเบีย 12,002 365 [264]
  กรีนแลนด์ 11,971 21 [265][69]
  ตองงา 11,890 12 [266]
  เยเมน 11,822 2,149 [267]
  วานูอาตู 10,239 14 [268]
  เอริเทรีย 9,768 103 [269]
  ไนเจอร์ 9,031 310 [270]
  เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ 8,807 108 [271]
  แอนติกาและบาร์บูดา 8,378 138 [272]
  กินี-บิสเซา 8,290 171 [273]
  กวม 8,156 139 [4][274]
  คอโมโรส 8,126 160 [275]
  เซียร์ราลีโอน 7,682 125 [276][277]
  ไลบีเรีย 7,456 294 [278]
  ชาด 7,418 193 [279]
  นอร์เทิร์นไซปรัส 7,139 33 [280]
  หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน 6,765 62 [281]
  หมู่เกาะเติกส์และเคคอส 6,148 36 [282][283]
  เซาตูเมและปรินซีปี 6,003 73 [284]
  เซนต์คิตส์และเนวิส 5,811 43 [285]
  หมู่เกาะคุก 5,711 1 [286][287]
  ปาเลา 5,126 6 [288]
  สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์[BB] 4,723 437 [289]
  โซมาลีแลนด์ 4,608 311 [290][291]
  ซินต์มาร์เติน 4,494 75 [292]
  หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ 3,383 27 [293]
  เซาท์ออสซีเชีย[BE] 3,339 60+ [257]
  แองกวิลลา 3,294 9 [294]
  คิริบาส 3,183 13 [295][296]
  แซงปีแยร์และมีเกอลง 2,762 1 [297]
  สาธารณรัฐอาร์ทซัค 2,751 31 [257]
  หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ 1,717 0 [298]
  โบแนเรอ 1,586 17 [299]
  มอนต์เซอร์รัต 1,003 8 [300]
  เกิร์นซีย์[BC] 822 14 [301]
  สาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี[BF] 732 42 [302]
  วาลิสและฟูตูนา 454 7 [303][304]
  หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา 183 2 [305]
  มาเก๊า 83 0 [306]
  แอนตาร์กติกา 58 0 [307]
  สหพันธรัฐไมโครนีเซีย 34 0 [308]
  นครรัฐวาติกัน 29 0 [309]
  ซินต์เอิสตาซียึส 20 0 [310]
  สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ 18 [311][312]
  ซาบา 7 0 [313]
  บริติชอินเดียนโอเชียนเทร์ริทอรี 5 0 [314][315]
  เซนต์เฮเลนา อัสเซนชัน และตริสตันดากูนยา 4 [316][317]
  อเมริกันซามัว 4 0 [318]
  อ่าวกวนตานาโม 2 0 [319]
พาหนะระหว่างประเทศ 
  เรือยูเอสเอส ทีโอดอร์รูสเวลต์[BG] 1,102 1 [320][321]
  เรือชาร์ลเดอโกล[BH] 1,081 0 [322]
  เรือไดมอนด์พรินเซส[BI] 712 14 [323][324]
  เรือคอสตาแอตแลนติกา 148 0 [325][326]
  เรือเกร็กมอร์ติเมอร์[BJ] 128 1 [327][328]
  เรือเอ็มเอส ซานดัม[BK] 13 4 [330][331]
  เรือคอรัลพรินเซส[BL] 12 3 [332]
  เรือซีดรีมวัน[BM] 9 0 [333][334]
  เรือฮาเอ็นเอลเอ็มเอส ดลแฟง[BN] 8 0 [335][336]
ณ วันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2565
 หมายเหตุ 
  1. ประเทศ ดินแดน รวมถึงเขตอำนาจรัฐเหนือเรือที่ชักธงของตน การโอนสิทธิในที่ดินระหว่างประเทศ ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าพบผู้ติดเชื้อ แต่ละกรณีอาจมีความแตกต่างทางด้านสัญชาติ ในบางประเทศอาจครอบคลุมถึงหลายพื้นที่ตามที่ระบุไว้
  2. รายงานเฉพาะจำนวนผู้ป่วยยืนยันแล้ว จำนวนผู้ป่วยจริงอาจสูงกว่าที่รายงาน แต่ไม่สามารถยืนยันจำนวนดังกล่าวได้[1] เกณฑ์การรายงานและความสามารถในการทดสอบนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
  3. ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้น เนื่องจากความถี่ของการอัปเดตข้อมูลในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน
  4. รวมกรณีบนเรือสำราญ แกรนด์พรินเซส ซึ่งเทียบท่าที่รัฐแคลิฟอร์เนีย และไม่รวมกรณีจาก ดินแดนโพ้นทะเลของสหรัฐ
  5. ไม่ใช่ทุกรัฐหรือดินแดนโพ้นทะเลที่รายงานข้อมูลผู้รักษาหาย
  6. กรณีผู้ป่วยรวมถึงกรณีจากการวินิจฉัยทางคลินิก ผู้รักษาหายและเสียชีวิต รวมถึงการเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้น และผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวจากการกักกัน เป็นไปตามวิธีปฏิบัติของ CDC[3]
  7. กรณีของเรือยูเอสเอส ทีโอดอร์ รูสเวลต์ ปัจจุบันเทียบท่าอยู่ที่กวม รายงานแยกจากกรณีของประเทศ แต่รวมอยู่ในรายงานของกองทัพเรือสหรัฐ
  8. การทดสอบการติดเชื้อสงวนไว้สำหรับผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรงเท่านั้น รวมกรณีในจังหวัดโพ้นทะเลคือ เฟรนช์เกียนา, กัวเดอลุป, มาร์ตีนิก, มายอต, เรอูนียง, แซ็ง-บาร์เตเลมี และ แซ็ง-มาแต็ง และไม่รวมอาณานิคมโพ้นทะเลคือ เฟรนช์พอลินีเชีย, นิวแคลิโดเนีย, แซ็งปีแยร์และมีเกอลง
  9. จำนวนผู้รักษาหายรวมเฉพาะผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันและจำนวนผู้เสียชีวิตรวมทั้งจากโรงพยาบาลและจากสถานพักฟื้น (ESMS: établissements sociaux et médico-sociaux)
  10. หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ ไม่ได้รายงานจำนวนผู้รักษาหายครบทุกรัฐ
  11. ไม่รวมกรณีจากดินแดนโพ้นทะเลของบริเตน และ เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ ภายใต้อธิปไตยของสหราชอาณาจักร
  12. ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม รัฐบาลสหราชอาณาจักรไม่ได้เผยแพร่จำนวนผู้รักษาหาย ข้อมูลของวันที่ 22 มีนาคม รายงานผู้รักษาหาย 135 ราย[13]
  13. รวมกรณีในดินแดน ไครเมีย และ เซวัสโตปอล ซึ่งถูกรัสเซียผนวกในปี 2557 แต่นานาชาติยังคงรับรองเป็นดินแดนของยูเครน
  14. ไม่รวมกรณีบนเรือสำราญ ไดมอนด์พรินเซส ซึ่งถูกแบ่งแยกเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ" กรณีเสียชีวิตหนึ่งรายบนเรือนั้นไม่ได้ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการโดยรัฐบาลรัสเซีย[17][18][19]
  15. ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 มีการวินิจฉัยผลการติดเชื้อเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงเท่านั้น[21][22]
  16. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยยืนยัน จากการตรวจแอนติบอดีในซีรัม
  17. รวมกรณีจากดินแดนปกครองตนเอง เซวตา และ เมลียา
  18. แยกรายงานกรณีจากกลุ่มประเทศองค์ประกอบของเนเธอร์แลนด์คือ อารูบา, กือราเซา และ ซินต์มาร์เติน
  19. แยกรายงานกรณีของเขตเทศบาลพิเศษคือ ซาบา, ซินต์เอิสตาซียึส และ โบแนเรอ
  20. รัฐบาลของเนเธอร์แลนด์ (RIVM) ซึ่งรับผิดชอบประเทศองค์ประกอบด้วย ไม่สรุปจำนวนผู้รักษาหาย[31]
  21. ไม่รวมกรณีบนเรือสำราญ ไดมอนด์พรินเซส ซึ่งถูกแบ่งแยกเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ" ผู้ติดเชื้อจำนวน 10 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงผู้เสียชีวิต 1 ราย บันทึกไว้โดยรัฐบาลออสเตรเลีย
  22. รวมกรณีบนเรือสำราญเอ็มวี อาร์ตาเนีย ซึ่งมีรายงานผู้ป่วยโดยหน่วยงานของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย[34]
  23. เนื่องจากภาวะขาดแคลน การทดสอบการติดเชื้อถูกจำกัดเฉพาะในกรณีที่มีอาการรุนแรง จำนวนกรณีรวมถึงที่มีการวินิจฉัยทางคลินิกและการเสียชีวิตตั้งแต่ 9 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา
  24. ไม่รวมกรณีในดินแดน ไครเมีย และ เซวัสโตปอล ซึ่งถูกรัสเซียผนวกในปี 2557 โดยนานาชาติยังรับรองเป็นดินแดนของยูเครน
  25. ไม่รวมกรณีของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์
  26. จำนวนผู้เสียชีวิตยังรวมถึงกรณีผู้ป่วยที่ไม่ได้ทดสอบหาเชื้อ และกรณีในบ้านพักคนชราที่สันนิษฐานว่าเสียชีวิตจาก COVID-19
  27. รวมกรณีจากดินแดนที่เป็นข้อโต้แย้ง ที่ราบสูงโกลัน และไม่รวมกรณีจากรัฐปาเลสไตน์
  28. รวมถึงดินแดนเขตพิเศษของเกาะอีสเตอร์
  29. วันที่ 29 เมษายน 2563 รัฐบาลชิลีเริ่มแจ้งจำนวนผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการแยกจากจำนวนผู้ป่วยที่ยืนยันอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน กรณีผู้ป่วยยืนยันทั้งหมด (ไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่) จะรวมอยู่ในรายงานอย่างเป็นทางการ
  30. กระทรวงสาธารณสุขชิลี พิจารณารายงานจำนวนผู้รักษาหายจากผู้ป่วยยืนยันที่ติดเชื้อมาแล้ว 14 วันไม่ว่าผู้นั้นจะยังมีอาการป่วยหรือยังมีผลทดสอบเป็นบวกต่อไวรัส โดยหักออกเฉพาะจำนวนผู้เสียชีวิตเท่านั้น
  31. จำนวนผู้เสียชีวิต รายงานเฉพาะกรณีที่มีผลตรวจเชื้อไวรัสเป็นบวกเท่านั้น
  32. แม้ว่าจะพบผู้ป่วยที่ให้ผลการตรวจเป็นบวกอีกจำนวนมากในสวิสเซอร์แลนด์ แต่ตัวเลขที่รายงานในที่นี้เป็นเพียงเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแล้วเท่านั้น
  33. แยกกรณีจากหมู่เกาะแฟโร และ กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตการปกครองตนเองของเดนมาร์ก
  34. ระหว่างวันที่ 12 มีนาคม 2563 ถึง 1 เมษายน เกณฑ์สำหรับการเข้าตรวจสอบผลติดเชื้อ มีเพียงผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและบุคลากรทางสาธารณสุขเท่านั้นที่สามารถเข้ารับการตรวจสอบได้ ช่วงเวลาก่อนหน้าและหลังจากนั้น การตรวจสอบเชื้อเป็นโดยทั่วไปรวมทั้งผู้มีอาการน้อยและผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย[67]
  35. การทดสอบกรณีที่สงสัยว่าติดเชื้อ ถูกระงับชั่วคราวทั้งประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2563 เพื่อเน้นความพยายามเพิ่มขึ้น ไปที่ผู้ที่มีความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยที่รุนแรง และภาวะแทรกซ้อน
  36. ไม่รวมกรณีในคอซอวอ ซึ่งเป็นดินแดนข้อพิพาทระหว่างกัน
  37. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยในดินแดน อับคาเซีย และ เซาท์ออสซีเชีย ซึ่งมีสถานะเป็นรัฐที่มีการรับรองอย่างจำกัด
  38. ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2563 การตรวจสอบผลติดเชื้อของผู้ที่มีอาการปกติถูกยกเลิก และสงวนไว้สำหรับบุคลากรทางสาธารณสุขและผู้ป่วยเฉียบพลันในกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น
  39. กระทรวงสาธารณสุขแห่งนอร์เวย์ ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อในนอร์เวย์มากกว่าตัวเลขที่รายงาน สันนิษฐานว่าตัวเลขที่ไม่ได้แสดงจะสูงกว่าเนื่องจากการจำกัดการทดสอบ อย่างไรก็ตาม จำนวนการทดสอบทั้งหมดต่อประชากร 1 คน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2563 ค่อนข้างสูง[85]
  40. ประมาณการจำนวนผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมจากแพทย์เวชปฏิบัติ 40% มีผู้ป่วย 20,200 รายตามหลักเกณฑ์ "corona code" R991, จำนวนในตารางรวมทั้งกรณีตรวจสอบพบเชื้อและกรณีตามเกณฑ์วินิจฉัย corona code ของสถาบันการสาธารณสุขนอร์เวย์ (FHI)
  41. รวมกรณีดินแดนที่มีข้อพิพาทเวสเทิร์นสะฮารา ในส่วนที่ควบคุมโดยโมร็อกโก และไม่รวมดินแดนในส่วนของรัฐโดยพฤฒินัยสาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี
  42. รวมกรณีบนเรือ เอ็มเอส แบรมาร์
  43. รวมกรณีจากหมู่เกาะโอลันด์ ซึ่งเป็นเขตการปกครองตนเองของฟินแลนด์[98]
  44. จำนวนผู้หายป่วยเป็นค่าประมาณตามรายงานกรณีผู้ป่วยที่ได้รับอย่างน้อยสองสัปดาห์ที่ผ่านมา และไม่มีข้อมูลการติดตามอื่น ๆ เกี่ยวกับโรคนี้ ยังไม่ทราบจำนวนผู้หายป่วยที่แน่ชัด เนื่องจากมีผู้ป่วยเพียงเล็กน้อยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล[99]
  45. รวมกรณีที่มีการวินิจฉัยทางคลินิกและกรณีเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมาในจังหวัดต่าง ๆ ของมณฑลหูเป่ย์ และไม่รวมกรณีในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง, มาเก๊า และไต้หวัน
  46. ไม่รวม 1,268 กรณีไม่แสดงอาการซึ่งอยู่ภายใต้การสังเกตอาการโดยแพทย์ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน
  47. กรณีไม่แสดงอาการไม่ถูกรายงานก่อนวันที่ 31 มีนาคม
  48. ไม่รวมกรณีผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ 448 ราย ภายใต้การดูแลของแพทย์ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม 2563
  49. นับรวมกรณีที่รายงานโดยดินแดนปกครองตนเองทรานส์นีสเตรียที่เป็นข้อพิพาทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐมอลโดวา ในขณะที่กรณีที่รายงานโดยสาธารณรัฐมอลเดเวียพรีดเนสโตรวี ไม่รวมอยู่ด้วย
  50. รวมกรณีของเรือสำราญในแม่น้ำไนล์ ริเวอร์ อะนูเคต ที่เมืองลักซอร์
  51. รวมกรณีในแอโครเทียรีและดิเคเลีย และไม่รวมกรณีในนอร์เทิร์นไซปรัส
  52. ไม่รวมกรณีจากดินแดนที่มีข้อพิพาท ที่ราบสูงโกลัน
  53. ยกเว้นกรณีที่รายงานโดยดินแดนปกครองตนเองทรานส์นีสเตรีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐมอลโดวา
  54. 54.0 54.1 กรณีของดินแดนที่ไม่ได้รับการรับรอง สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ และ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ ไม่ถูกนับรวมกับจำนวนของแคว้นโดเนตสค์และลูฮันสค์ของยูเครน
  55. 55.0 55.1 55.2 เป็นดินแดนปกครองตนเอง เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ ภายใต้อธิปไตยของสหราชอาณาจักร
  56. ไม่รวมจำนวนของรัฐโดยพฤตินัย โซมาลีแลนด์
  57. กรณีผู้ป่วยในรัฐที่ไม่ได้รับการรับรองเซาท์ออสซีเชีย ไม่ถูกนับรวมกับกรณีของจอร์เจีย
  58. กรณีผู้ป่วยในรัฐโดยพฤฒินัย สาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี ไม่ถูกนับรวมกับกรณีของโมร็อกโก
  59. แม้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ทีโอดอร์รูสเวลต์ จะเทียบท่าอยู่ที่กวม แต่ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  60. เรือบรรทุกเครื่องบิน ชาร์ลเดอโกล ของกองทัพเรือฝรั่งเศส ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  61. กรณีเรือสัญชาติอังกฤษ ไดมอนด์พรินเซส ได้ถูกกักกันอยู่ในน่านน้ำญี่ปุ่น และดูแลจัดการผู้โดยสารอยู่ภายในเรือโดยรัฐบาลญี่ปุ่น กรณีนี้จึงไม่รวมอยู่ในการนับจำนวนผู้ติดเชื้ออย่างเป็นทางการของรัฐบาลญี่ปุ่น หรือสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลก แบ่งแยกกรณีเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ"
  62. แม้เรือ'เกร็กมอร์ติเมอร์ จะเทียบท่าอยู่ที่ประเทศอุรุกวัย แต่ได้แยกการรายงานกรณีผู้ติดเชื้อ
  63. กรณีเรือเอ็มเอส ซานดัม จอดอยู่ในน่านน้ำนอกชายฝั่งชิลีหลังถูกปฏิเสธการเข้าเทียบท่าตั้งแต่ 14 มีนาคม เรือเอ็มเอส รอตเทอร์ดัม มาสมทบกับเรือเอ็มเอส ซานดัม เพื่อให้การช่วยเหลือในวันที่ 26 มีนาคม ทั้งสองลำแสดงความประสงค์ที่จะผ่านคลองปานามา แต่ถูกปฏิเสธไม่มีท่าเรือที่แยกเฉพาะใดให้เทียบท่า[329] จำนวนกรณีบนเรือทั้งสองไม่นับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  64. กรณีพบผลตรวจเชื้อผู้โดยสารบนเรือ คอรัลพรินเซส เป็นบวก ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน 2563 แต่ไม่มีท่าเรือที่แยกเฉพาะใดให้เทียบท่า จำนวนกรณีบนเรือไม่นับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  65. จำนวนกรณีบนเรือ ซีดรีมวัน ปัจจุบันไม่ถูกนับรวมกับกรณีของชาติใด ๆ
  66. กรณีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรือดำน้ำ ดลแฟง (HMLMS Dolfijn) ถูกรายงานขณะที่เรืออยู่ในน่านน้ำระหว่างสกอตแลนด์และเนเธอร์แลนด์ ไม่ชัดเจนว่า สถาบันสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (RIVM) รวมกรณีเหล่านี้ในการนับรวมในรายงานหรือไม่ และเนื่องจาก RIVM ไม่ได้รายงานจำนวนผู้รักษาหาย สำหรับกองทัพเนื่องจากความกังวลใน ความมั่นคงในการปฏิบัติการ จึงสันนิษฐานว่าไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนผู้รักษาหาย

มีผู้ป่วยยืนยันแล้วแก้ไข

 
แผนที่ภาพเคลื่อนไหวการแพร่ของผู้ป่วย 2019-nCoV ยืนยันแล้วตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563

ในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564 ประเทศไมโครนีเซีย พบผู้ติดเชื้อ 1 รายนับเป็นประเทศล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) [337]

ในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564 ที่สนามบินเซนต์เฮเลนา พบผู้ติดเชื้อ 1 รายส่งผลให้เซนต์เฮเลนาเป็นดินแดนล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2)[338]โดยผู้ป่วยเดินทางด้วยเที่ยวบิน สายการบินเช่าเหมาลำ เดินทางจากท่าอากาศยานลอนดอนสแตนสเต็ด

ยุโรปแก้ไข

ผู้ป่วยรายแรก ๆ ของทวีปยุโรปมีรายงานจากในประเทศฝรั่งเศสและในประเทศเยอรมนี​รวมถึงประเทศอื่น ๆ โดยเป็นผู้ป่วยเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น จนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ได้เกิดการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ขึ้นในประเทศอิตาลี ซึ่งผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณตอนเหนือของมิลาน จากนั้นมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการแพร่กระจายของโรคไปทั่วทั้งทวีปยุโรป โดยหลังจากที่ประเทศมอนเตเนโกรได้รายงานการพบผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ทำให้มีผู้ป่วยอยู่ในทุกประเทศเอกราชของทวีปยุโรป​

ต่อเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 ได้มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อในไอล์ออฟแมนซึ่งเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักร และพบการติดเชื้อในดินแดน​ที่ยังมีปัญหาข้อพิพาทเรื่องอำนาจอธิปไตยของตนเองอย่าง​ทรานส์นีสเตรีย[339]​นอกจากนี้ยังพบการติดเชื้อในดินแดนปกครองตนเองอย่างหมู่เกาะโอลันด์​ทำให้การติดเชื้อพบในทุกประเทศเอกราชและของทวีปยุโรป ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก​ได้ประกาศให้ทวีปยุโรปเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของไวรัสหลังจากสถานการณ์ดีขึ้นในประเทศจีน[340][341] [342][343][344][345]ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2563 วาเลรี ฌิสการ์ แด็สแต็ง อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส ถึงแก่อสัญกรรมจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ณ 12 เมษายน ​พ.ศ. 2565 เมื่อเรียงตามจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดในแต่ละประเทศ​ 30 อันดับแรกของโลก พบว่า​ 13 ประเทศอยู่ในทวีปยุโรปคิดเป็น​อัตราร้อยละ 43.33 % โดยจำนวนประเทศ​ 30 อันดับแรกของโลกมีผู้เสียชีวิตมากกว่า​ 31,000 รายของแต่ละประเทศ​ และเมื่อเรียงตามจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุด 11 อันดับแรกของโลก พบว่าอยู่ในทวีปยุโรป 6 ประเทศ หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 54.54 %

ณ 12 เมษายน พ.ศ. 2565​ ศูนย์​กลางการแพร่ระบาดของทวีปยุโรป​อยู่ที่ ประเทศฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ประเทศเยอรมนี

ณ 12 เมษายน พ.ศ. 2565 ผู้เสียชีวิตในทวีปยุโรปจำนวนสูงสุด 13 อันดับแรก​ (นับเฉพาะทวีปยุโรป) ​ได้แก่ ​ประเทศรัสเซีย​ 372,245 ราย สหราชอาณาจักร 170,107 ราย​ ประเทศอิตาลี 160,863 ราย​ ประเทศฝรั่งเศส 143,466 ราย ประเทศเยอรมนี​ ​132,311 ราย ประเทศโปแลนด์ 115,696 ราย ประเทศยูเครน 108,139 ราย ประเทศสเปน 103,104 ราย ประเทศโรมาเนีย​ 65,210 ราย ประเทศฮังการี 45,812 ราย ประเทศเช็กเกีย 39,917 ราย ประเทศบัลแกเรีย 36,730 ราย ประเทศเบลเยียม ​31,079 ราย ทั้ง 13 ประเทศยังจัดว่าเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิต ติด 30 อันดับแรกของโลก (มากกว่า 31,000 รายขึ้นไป)

ณ 12 เมษายน พ.ศ. 2565 เวลามาตรฐานกรีนิช 10.46 น. ผู้ติดเชื้อในทวีปยุโรป ​184,338,859 ราย และเสียชีวิตรวม​ 1,791,320 ราย จำนวนผู้เสียชีวิตในทวีปยุโรปวันและเวลาดังกล่าว คิดเป็น 28.86 % ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก

พบผู้ติดเชื้อแต่ไม่พบผู้เสียชีวิตที่ สฟาลบาร์​ และ นครรัฐวาติกัน พื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตน้อยที่สุดได้แก่ หมู่เกาะแฟโร เสียชีวิต 28 ราย และ หมู่เกาะโอลันด์​ เสียชีวิต 9 ราย

พื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อได้แก่ ยานไมเอน ​ไม่พบผู้ติดเชื้อ

ดินแดนอาณานิคม​แก้ไข

ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน​ (หมู่เกาะในทวีปอเมริกาเหนือ) มีผู้เสียชีวิต 62 ราย ส่วน หมู่เกาะเคย์แมน​ มีผู้เสียชีวิต 28 ราย ไอล์ออฟแมน​ มีผู้​เสียชีวิต​ 104 ราย หมู่เกาะแชนเนล​ มีผู้เสียชีวิต 173 ราย เกิร์นซีย์​ มีผู้​เสียชีวิต ​17 ราย เรอูนียง​ มีผู้​เสียชีวิต ​762 ราย หมู่เกาะเติกส์และเคคอส มีผู้เสียชีวิต 36 ราย

ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 แซ็งปีแยร์และมีเกอลง ​ผู้เสียชีวิต 1 ราย แองกวิลลา มีผู้เสียชีวิต 9 ราย

รัสเซียแก้ไข

ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565 ประเทศรัสเซียมีจำนวนผู้ติดเชื้อ 18,245,394 ราย เป็นอันดับ 7 ของโลก และเสียชีวิต 377,359 ราย เป็นอันดับที่ 4 ของโลก

รัสเซียเป็นประเทศที่พบผู้เสียชีวิตใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุดโดยผู้ป่วยโควิดเสียชีวิต 59 รายที่แคว้นมูร์มันสค์

ทวีปอเมริกาเหนือแก้ไข

ณ วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 สหรัฐอเมริกาประเทศเม็กซิโก และ ประเทศแคนาดา​ เป็นศูนย์กลาง​การแพร่ระบาดของทวีปอเมริกาเหนือ

ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565 ทวีปอเมริกาเหนือมีจำนวน​ 5 ประเทศที่มีผู้เสียชีวิต​ในแต่ละประเทศมากกว่า 10000 ราย​ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาประเทศเม็กซิโก ประเทศแคนาดาประเทศกัวเตมาลา ประเทศฮอนดูรัส จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งทวีปอเมริกาเหนือคิดเป็น 23.32 %

ณ วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565 หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ มีผู้เสียชีวิต 111 ราย ขณะที่ หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา มีผู้เสียชีวิต 22 ราย หมู่เกาะฮาวาย มีผู้เสียชีวิต 1,373 ราย ในวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ประเทศเซนต์คิตส์และเนวิส มีผู้เสียชีวิต 43 ราย

ดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศสแก้ไข

พบผู้ป่วยทั้งหมดจำนวน 4 คน โดยมีการยืนยันผู้ป่วยครั้งแรกจำนวน 2 คนเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563 ในเกาะเซนต์มาร์ติน ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส โดยตัวผู้ป่วยได้เดินทางมาจากฝรั่งเศสผ่านดินแดนซินต์มาร์เตินของเนเธอร์แลนด์ และแซ็ง-บาร์เตเลมี ซึ่งบุตรชายของผู้ป่วยได้เกิดการติดเชื้อขึ้น ทั้งคู่เดินทางกลับไปยังเกาะเซนต์มาร์ตินและถูกตรวจพบที่ท่าอากาศยาน และได้ถูกส่งตัวต่อไปกักโรคที่โรงพยาบาลบนเกาะ[346] ขณะที่ในกัวเดอลุป มีรายงานผู้ป่วยจำนวนหนึ่งคน[347]

ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 เกาะเซนต์มาร์ติน มีผู้เสียชีวิต 63 ราย กัวเดอลุป มีผู้เสียชีวิต 854 ราย แซ็ง-บาร์เตเลมี มีผู้เสียชีวิต 6 ราย

ปานามาแก้ไข

ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565​ ประเทศปานามา มีผู้เสียชีวิต 8,199 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 799,975 ราย

กัวเตมาลาแก้ไข

ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565​ ประเทศปานามา มีผู้เสียชีวิต 17,772 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 851,215 ราย

เม็กซิโกแก้ไข

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ประเทศเม็กซิโกมีการยืนยันผู้ป่วยครั้งแรกจำนวน 3 คน เป็นชายอายุ 35 ปี และ 59 ปีในเม็กซิโกซิตี และชายอายุ 41 ปีในรัฐซีนาโลอา ซึ่งทั้งสามมีผลการทดสอบเป็นบวกและได้ถูกกักโรคไว้ที่โรงพยาบาลและโรงแรม ตามลำดับ สองคนแรก ทั้งคู่ได้เดินทางไปยังเมืองเบอร์กาโม ประเทศอิตาลี และพำนักอยู่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์[348][349][350][351] วันที่ 29 กุมภาพันธ์ มีการพบผู้ป่วยรายที่สี่ เป็นหญิงอายุ 20 ปี ซึ่งได้มีการเดินทางไปยังประเทศอิตาลีมา[352] วันที่ 1 มีนาคม มีการพบผู้ป่วยรายที่ 5 เป็นนักศึกษาในรัฐเชียปัส ซึ่งเพิ่งได้เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี[353]

ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565 ประเทศเม็กซิโก มีผู้เสียชีวิต 324,468 ราย เป็นอันดับ 5 ของโลก และ มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 5,745,652 ราย เป็นอันดับที่ 21 ของโลก

แคนาดาแก้ไข

ณ วันที่ 4 มีนาคม มีรายงานผู้ป่วยโคโรนาไวรัสในประเทศแคนาดา 33 คน โดยแบ่งเป็นพบในบริติชโคลัมเบีย 8 คน รัฐออนแทรีโอ 24 คน และรัฐควิเบก 1 คน[354] ผู้ป่วยทุกคนมีประวัติการเดินทางไปยังประเทศที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก และรักษาหายแล้วจำนวน 8 คน (แบ่งเป็นบริติชโคลัมเบีย 5 คน และรัฐออนแทรีโอ 3 คน)[355]

ณ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 แคนาดามีผู้เสียชีวิต 40,161 ราย พบผู้ติดเชื้อ3,816,490 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่เกาะแบฟฟิน

สหรัฐแก้ไข

วันที่ 21 มกราคม สหรัฐรายงานพบผู้ป่วยรายแรก เป็นชายอายุ 35 ปีที่อาศัยอยู่ในเทศมณฑลสโนโฮมิช รัฐวอชิงตัน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากอู่ฮั่นที่ท่าอากาศยานนานาชาติซีแอตเทิล–ทาโคมา ในวันที่ 15 มกราคม

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ มีการพบผู้ป่วย 66 คน[356] และมีผู้หายป่วยจำนวน 7 คน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐรายงานพบผู้ป่วยใน รัฐแคลิฟอร์เนียซึ่งอาจเป็นกรณีแรกของการติดต่อกันภายในประเทศ[344] วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ทางการรัฐวอชิงตันแถลงยืนยันว่าพบผู้เสียชีวิตรายแรกจากโรคโคโรนาไวรัสในสหรัฐ[357]

วันที่ 2 มีนาคม เทศมณฑลคิง รัฐวอชิงตัน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน 14 คน และยังมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 5 คน[358] ศูนย์อนามัยออรีกอนยังได้รายงานว่าพบผู้อาจติดเชื้อใหม่จำนวนสามรายในรัฐด้วย ซึ่งเป็นชายในเทศมณฑลอูมาทิลลา ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวในวัลลาวัลลา รัฐวอชิงตัน[359]

ณ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565​ มีผู้เสียชีวิต 1,026,109 ราย มากเป็นอันดับ 1 ของโลก จำนวนผู้เสียชีวิตคิดเป็น 16.32 % ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลก และมีจำนวนผู้​ติดเชื้อ​ 84,066,379 ราย มากเป็นอันดับ 1 ของโลกเช่นเดียวกัน อเมริกันซามัว มีผู้เสียชีวิต 29 ราย

สาธารณรัฐโดมินิกันแก้ไข

วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสรายแรกในประเทศโดมินิกัน และภูมิภาคแคริบเบียน เป็นชายอายุ 62 ปีจากประเทศอิตาลี ซึ่งเดินทางเข้าประเทศในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ และเกิดอาการป่วยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยผู้นี้ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทหารรามอนลารา[360]

ณ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 4,376 ราย มีผู้ติดเชื้อ 580,201 ราย

ฮอนดูรัสแก้ไข

ณ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ​ ประเทศฮอนดูรัส​ มีผู้เสียชีวิต ​10,896 ราย มีผู้ติดเชื้อ 424,390 ราย

อาร์กติกแก้ไข

วันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564 ศูนย์กลาง​การแพร่ระบาดในพื้นที่วงกลมอาร์กติก ได้แก่แคว้นมูร์มันสค์ (Murmansk Oblast) ​มีผู้ติดเชื้อ 39,989 ราย หายแล้ว 35,767 และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 728 ราย เทศบาลทรุมเซอ และ ​เทศมณฑลฟินมาร์ก ประเทศนอร์เวย์​ พบผู้ติดเชื้อ 1,241 ราย รัฐอะแลสกา เฉพาะพื้นที่ใน วงกลมอาร์กติก ได้แก่ เขตนอร์ทสโลป (North Slope Borough)​ ติดเชื้อ​ 746 ราย​ เสียชีวิต 2 ราย และ เขตนอร์ทเวสต์ อาร์กติก​ (Northwest Arctic Borough)​ ติดเชื้อ 376 ราย รวมจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด 42,352 ราย เสียชีวิต 730 ราย

ดินแดนในอาร์กติก​ที่อยู่ในวงกลมอาร์กติก มีรายงานว่าพบผู้ป่วยที่โรงงานแก๊สธรรมชาติเหลว ในหมู่บ้านเบโลคาเมนกา (Belokamenka) ในเมือง มูร์มันสค์ ในประเทศรัสเซีย ราว 200 ราย[361][362]

ทวีปอเมริกาใต้แก้ไข

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564 ศูนย์​กลางการแพร่ระบาดของทวีปอเมริกาใต้ อยู่ที่ ประเทศบราซิล ประเทศเปรู และ ประเทศชิลี​ ในวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ทวีปอเมริกาใต้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า​ 20000 ราย ทั้งหมด​ ​7 ประเทศ​ พื้นที่ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อในทวีปคือ เกาะเซาท์จอร์เจียและหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช

พื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด​ ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565 ​​ได้แก่ที่ ประเทศบราซิล 664,700 ราย อันดับที่ 2 ของโลก รองลงมาได้แก่ ประเทศเปรู 213,000 ราย อันดับที่ 6 ของโลก ​ประเทศโคลอมเบีย​ 139,821 ราย​ อันดับที่ 12 ของโลก ประเทศอาร์เจนตินา​ 128,729 ราย อันดับที่ 14 ของโลก ประเทศชิลี​ 57,680 ราย อันดับที่​ 22 ของโลก

พบผู้ติดเชื้อ 1,126 ราย แต่ไม่พบผู้เสียชีวิตที่ หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ในขณะที่ หมู่เกาะกาลาปาโกส มีผู้เสียชีวิต 10 ราย

ประเทศชิลีแก้ไข

ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565​ ​​ทั้งประเทศมีผู้ติดเชื้อ 3,591,097 ราย เสียชีวิต 57,680 ราย ประเทศชิลีเป็นประเทศที่พบผู้เสียชีวิตใกล้แอนตาร์กติกา​มากที่สุดโดยพบที่ แคว้นมากายาเนสและลาอันตาร์ตีกาชีเลนา​ มีผู้เสียชีวิต 224 ราย[363]

ประเทศบราซิลแก้ไข

​ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565​ ​​ จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 30,639,130 ราย อันดับที่ 3 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 664,700 ราย​ อันดับที่ 2 ของโลก

ประเทศเปรูแก้ไข

ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565​ ​​จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 3,571,161 ราย อันดับที่ 35 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 213,000​ ราย​ อันดับที่ 6 ของโลก

ประเทศโคลอมเบียแก้ไข

ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565​ ​​ ​จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 6,095,316 ราย อันดับที่ 18 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 139,821 ราย ​อันดับที่ 12 ของโลก

ประเทศอาร์เจนตินาแก้ไข

ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565​ ​​​ จำนวน​ผู้​ติดเชื้อ​ 9,101,319 ราย อันดับที่ 13 ของโลก และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 128,729 ราย​ อันดับที่ 14 ของโลก

ทวีปแอนตาร์กติกาแก้ไข

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า พบผู้ติดเชื้อ 36 รายในฐานวิจัยนายพลเบอร์นาร์โด โอ’ฮิกกินส์ เกลเม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 13 ฐานวิจัยของชิลีที่ตั้งอยู่ในดินแดนแอนตาร์กติกาของชิลี

ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564 ดินแดนแอนตาร์กติกาของชิลี รายงานผู้ติดเชื้อ 58 รายและหายป่วย 58 ราย

เอเชียแก้ไข

ตั้งแต่ วันที่ 5 ตุลาคม ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของทวีปเอเซีย อยู่ที่ ​ประเทศอินเดีย ประเทศอิหร่าน

ใน วันที่ 25 ธันวาคม ไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อใน ประเทศเติร์กเมนิสถานเกาะคริสต์มาส หมู่เกาะโคโคส (คีลิง) ​และ ประเทศเกาหลีเหนือ

ณ​ วันที่​ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ​จำนวนประเทศที่มีผู้เสียชีวิต​มากกว่า 20000 ราย มีจำนวน 13 ประเทศ​ มีเพียง มาเก๊า เพียงพื้นที่เดียวในทวีปเอเซียที่ไม่พบผู้เสียชีวิต

กัมพูชาแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศกัมพูชา
(ณ วันที่ 22 มีนาคม 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ กัมพูชายืนยันพบผู้ป่วยครั้งแรกในเมืองพระสีหนุ เป็นชายชาวจีนอายุ 60 ปี เดินทางไปยังเมืองนี้จากนครอู่ฮั่นพร้อมครอบครัว[364] โดยคนในครอบครัวของเขาถูกกักไว้ พวกเขาไม่มีการแสดงอาการของไวรัส ขณะที่ชายคนดังกล่าวถูกแยกไว้เพื่อรักษาที่โรงพยาบาลส่งต่อพระสีหนุ (Preah Sihanouk Referral Hospital)[365] มีรายงานว่าอาการของเขาคงที่แล้ว[366][367]ณ​ วันที่​ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565​ ​​มีผู้ติดเชื้อ 135,314 ราย มีผู้เสียชีวิต​ 3,056 ราย

กาตาร์แก้ไข

กระทรวงสาธารณสุขแห่งกาตาร์ รายงานว่าพบผู้ป่วยไวรัสรายแรกในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยเป็นชาวกาตาร์ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่าน[368][369][370]ณ​ วันที่​ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 ​มีผู้เสียชีวิต 679 ราย และมีผู้ติดเชื้อ​ 387,208 ราย

เกาหลีใต้แก้ไข

เกาหลีใต้มีผู้ป่วยในวันที่ ณ​ วันที่​ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 ​​จำนวน​ 18,471,172 ราย และเสียชีวิต 24,605 ราย เป็นการระบาดที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน[371] ผู้ป่วยรายแรกของการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ในประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2563[372] วันที่ 19 กุมภาพันธ์ จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 20 คน และวันที่ 20 เพิ่มขึ้นอีก 53 คน ทำให้มีผู้ป่วยรวมขณะนั้นที่ 104 คน ตามการรายงานของศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งเกาหลีใต้ (KCDC) ผู้ป่วยรายใหม่ส่วนมากมาจาก "ผู้ป่วยรายที่ 31" ซึ่งเข้าร่วมชุมนุมที่โบสถ์ชินช็อนจีในแดกู[373]

คูเวตแก้ไข

ประเทศคูเวตในปัจจุบันเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในโลกอาหรับ และมีจำนวนผู้ป่วยเป็นรองเพียงประเทศอิหร่านในเอเชียตะวันตก โดยมีผู้ป่วยในประเทศถูกพบแล้ว ​ณ​ วันที่​ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 ​จำนวน 646,098 คน[374]เสียชีวิต 2,556 ราย

จอร์เจียแก้ไข

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ประเทศจอร์เจีย​ยืนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกของประเทศ เป็นชายอายุ 50 ปี ซึ่งเดินทางมาจากประเทศอิหร่าน โดยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยายาลโรคติดเชื้อในทบิลีซี ซึ่งผู้ป่วยรายนี้กลับเข้าสู่จอร์เจียทางพรมแดนประเทศอาร์เซอร์ไบจานโดยรถแท็กซี[375][376][377][378]

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันว่าผู้หญิงชาวจอร์เจียอายุ 31 ปีที่เพิ่งเดินทางไปประเทศอิตาลีมามีผลการทดสอบเป็นบวก และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยายาลโรคติดเชื้อในทบิลีซี[378] นอกจากนั้นยังมีผู้ถูกกักกันอยู่ณโรงพยาบาลทบิลิซีอีก 29 คน โดยที่ อามิรัน กัมเกรลิเซ รัฐมนตรีอนามัยระบุว่าพวกเขาเป็นบุคคลที่ "มีความเป็นไปได้สูง" ที่อาจมีไวรัสอยู่[379]

ณ​ วันที่​ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 16,844 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 1,662,299 ราย

จอร์แดนแก้ไข

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ประเทศจอร์แดนริเริ่มการห้ามบุคคลที่เดินทางมาจากประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ และประเทศอิหร่านเข้าสู่ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว[380] ประเทศจอร์แดนได้ทำการคัดกรองทุกคนที่เดินทางเข้าสู่ประเทศผ่านทางท่าอากาศยาน โดยมีการตรวจสอบทรวงอกและลำคอตลอดจนอุณหภูมิร่างกาย ส่วนชาวจอร์แดนที่มีผลทดสอบเป็นบวกจะถูกกักโรคไว้เป็นเวลา 2 สัปดาห์[381]

วันที่ 2 มีนาคม นายกรัฐมนตรีจอร์แดนแถลงว่าพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายแรกในประเทศ[382][383] เป็นชาวจอร์แดนที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี เมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มใช้มาตรการกักโรคชาวจอร์แดนที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิตาลี[382][384]ณ​ วันที่​ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 14,068 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 1,700,526 ราย

จีนแผ่นดินใหญ่แก้ไข

ณ​ วันที่​ 8 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ​​มีผู้เสียชีวิต 5,226 ราย จำนวน​ผู้ติดเชื้อ 226,397 ราย ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนดำเนินการปิดเมืองอู่ฮั่นเนื่องด้วยการระบาดทั่วของโควิด-19

ซาอุดีอาระเบียแก้ไข

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประเทศซาอุดีอาระเบียประกาศระงับการเข้าประเทศเป็นการชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ในเมกกะ หรือผู้ที่ต้องการเดินทางไปเข้าชมมัสยิดอันนะบะวี รวมถึงนักท่องเที่ยว ต่อมากฎนี้ได้ขยายไปครอบคลุมนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่[385]

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งซาอุดีอาระเบีย ประกาศระงับการเข้าสู่ประเทศของพลเมืองในประเทศสมาชิกสภาความร่วมมืออ่าว (GCC) ยังเมกกะและมะดีนะหฺเป็นการชั่วคราว โดยพลเมืองของประเทศกลุ่ม GCC ที่พำนักอยู่ในประเทศซาอุดีอาระเบียนานเกิน 14 วันติดต่อกัน และไม่ปรากฏอาการใด ๆ อันแสดงถึงโรคโควิด-19 นั้นจะอยู่นอกเหนือกฎดังกล่าว[385]

วันที่ 2 มีนาคม ทางการซาอุดีอาระเบียยืนยันว่าพบผู้ป่วยเป็นรายแรก เป็นชาวซาอุดีอาระเบียที่เดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่านผ่านทางประเทศบาห์เรน[386]

ณ​ วันที่​ 8 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ​มีผู้เสียชีวิต 9,218 ราย และมี​ผู้​ติดเชื้อ​ 798,977 ราย

ซีเรียแก้ไข

ประเทศซีเรีย ณ​ วันที่​ 8 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 3,150 ราย และมี​ผู้​ติดเชื้อ​ 55,945 ราย

ญี่ปุ่นแก้ไข

ประเทศญี่ปุ่นยืนยันผู้ป่วยรายแรกเป็นชาวจีนอายุ 30 ปี ซึ่งเคยมีการเดินทางไปยังอู่ฮั่นมาก่อน มีอาการเมื่อวันที่ 3 มกราคม และกลับเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 6 มกราคม

ณ​ วันที่​ 8 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต ​31,377 ราย​ และมีผู้​ติดเชื้อ​ 9,544,437 ราย

ที่ประเทศญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิตอีก 14 ราย บนเรือสำราญ แต่มีผู้เสียชีวิตที่ประเทศญี่ปุ่นเพียง 13 ราย เนื่องจากอีกหนึ่งราย เสียชีวิตในโรงพยาบาลที่ประเทศออสเตรเลีย

ไต้หวันแก้ไข

ประเทศไต้หวันพบผู้ป่วยรายแรกในวันที่ 21 มกราคม[387]​ณ​ วันที่​ 8 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต​รวม 7,328 ราย และผู้ติดเชื้อ 3,995,621 ราย

ตุรกีแก้ไข

ประเทศตุรกีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไวรัสโคโรนารายแรก เป็นผู้หญิงชาวจีนอุย อายุ 32 ปี ที่เดินทางมาจากอู่ฮั่น ประเทศจีน ซึ่งมีผลตรวลหา SARS-CoV-2 เป็นบวก ทำให้ชาวตุรกีถูกกักโรค โดยถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลในอิสตันบูล

​ณ​ วันที่​ 8 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ประเทศตุรกีมีผู้เสียชีวิต 99,057 ราย และมีจำนวนผู้​ติดเชื้อ 15,180,444​ ราย

ไทยแก้ไข

วันที่ 13 มกราคม ประเทศไทยพบผู้ป่วยรายแรก ซึ่งเป็นการพบผู้ป่วยนอกประเทศจีนเป็นครั้งแรก[388][389][390] วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตเป็นรายแรก[391]ในวันที่ 6 เมษายน เที่ยวบินจากจาการ์ตาที่ทำการบินลงที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ นำผู้ติดเชื้อเข้าสู่จังหวัดจำนวน 18 ราย​ ณ วันที่ 8 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตรวม 30,801 ราย ผู้ติดเชื้อ 4,540,955 ราย

ทาจิกิสถานแก้ไข

ประเทศทาจิกิสถาน ในวันที 30 เมษายน พบติดเชื้อโรคไวรัสโคโรนา เป็นผู้ชายชาวทาจิกิสามคนกลับมาจากประเทศอินเดีย มีผู้ป่วย 15 ราย วันที่ 2 พฤษภาคม พบผู้เสียชีวิตรายแรก

ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม ทาจิกิสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกันอัฟกานิสถาน ​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 125 ราย​ ผู้ติดเชื้อ 17,786 ราย

เนปาลแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศเนปาล
(ณ วันที่ 26 มกราคม 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

นักศึกษาชาวเนปาลซึ่งเดินทางกลับมาจากนครอู่ฮั่นและถูกกักโรคอยู่ในกาฐมาณฑุ[392] กลายเป็นผู้ป่วยรายแรกของประเทศเนปาลและภูมิภาคเอเชียใต้ในวันที่ 24 มกราคม หลังจากตัวอย่างถูกส่งไปยังศูนย์ร่วมองค์การอนามัยโลกในฮ่องกง[393][394] และถูกเลิกกักตัวหลังจากที่อาการดีขึ้น[395]​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 รายงานผู้เสียชีวิต ​11,952 ราย และมีผู้ติดเชื้อ 980,141 ราย

บาห์เรนแก้ไข

​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้ติดเชื้อ 637,542 ราย และเสียชีวิต 1,498 ราย

บังคลาเทศ​แก้ไข

​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ประเทศบังคลาเทศ​มีผู้เสียชีวิต ​29,195 ราย เป็นและมีผู้ติดเชื้อ 1,988,101 ราย

เยเมนแก้ไข

ประเทศเยเมน ในวันที่ 10 เมษายน พบผู้ป่วย 1 ราย ในเมืองฮาดราเมาต์ ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 11,832 ราย ติดเชื้อ 2,149 ราย

พม่าแก้ไข

​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ประเทศพม่า มีผู้ติดเชื้อ 613,711 ราย และเสียชีวิต 19,434 ราย

ปากีสถานแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศปากีสถาน
(ณ วันที่ 9 เมษายน 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

รัฐบาลปากีสถานเริ่มใช้มาตรการคัดกรองผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานในอิสลามาบาด การาจี ลาฮอร์ และเปศวาร์ เพื่อป้องกันการเข้าสู่ประเทศของไวรัสโคโรนา[396] นอกจากนี้ปากีสถานอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ยังประกาศใช้มาตรการคัดกรองผู้โดยสารก่อนเดินทางขึ้นเครื่องในเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่งด้วย[397] วันที่ 27 มกราคม สภานิติบัญญัติกิลกิต-บัลติสตันประกาศหน่วงเวลาการเปิดด่านแนวเขตแดนจีน–ปากีสถานที่ช่องผ่านแดนคุนเยรับในเดือนกุมภาพันธ์[398] และยังประกาศปิดพรมแดนปากีสถาน–อิหร่านด้วย[399]

วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มเติมในการาจีและอิสลามาบาด ทำให้จำนวนผู้ป่วยของประเทศเพิ่มเป็นสี่ราย[400] ส่วนผู้ป่วยรายแรกและรายที่สองมีประวัติการเดินทางไปยังประเทศอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื้อว่าเขาติดเชื้อ[401]

วันที่ 3 มีนาคม ทางการปากีสถานยืนยันพบผู้ป่วยรายที่ห้า ในแคว้นสินธ์ ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากการแสวงบุญที่ประเทศอิหร่านจำนวน 960 ราย ถูกกักโรคในทันที[402]

ณ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 30,420 ราย มีผู้ติดเชื้อ 1,542,377 ราย

ฟิลิปปินส์แก้ไข

ผู้ป่วยรายแรกของประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการยืนยันในวันที่ 30 มกราคม[403] วันที่ 5 กุมภาพันธ์ กรมอนามัย (DOH) ได้มีการยืนยันผู้ป่วยรายที่สาม[404]

​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 60,639 ราย ผู้ติดเชื้อ 3,714,770 ราย

มาเก๊าแก้ไข

มาเก๊า ​ ณ​ วันที่​ 8 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ​ มีผู้ติดเชื้อ 550 ราย เสียชีวิต 2 ราย

มองโกเลียแก้ไข

ประเทศมองโกเลีย ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้ติดเชื้อ 929,653 ราย เสียชีวิต 2,179 ราย

มาเลเซียแก้ไข

ชาวจีนแปดคนถูกกักตัวอยู่ที่โรงแรมในรัฐยะโฮร์ เมื่อวันที่ 24 มกราคม หลังจากที่มีการติดต่อกับผู้ป่วยในประเทศสิงคโปร์[405] แม้จะมีรายงานในตอนแรกว่าผลการทบสอบให้ผลเป็นลบ[406] แต่ต่อมาในวันที่ 25 มกราคม มีการยืนยันว่าทั้งสามคนติดเชื้อ และถูกส่งตัวไปกักไว้ที่โรงพยาบาลสุไหงบูโลห์ในรัฐเซอลาโงร์[407][408]

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้ป่วยรายที่สิบห้าซึ่งเป็นชาวจีนได้หายป่วยอย่างสมบูรณ์ นับเป็นผู้ป่วยที่หายป่วยเป็นรายที่แปดของประเทศมาเลเซีย[409] ต่อมาก็มีรายงานว่าชาวมาเลเซียอีกคนที่ติดเชื้อก็หายดีเป็นรายที่ 9[410]ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้ติดเชื้อ 4,589,911 ราย และมีผู้เสียชีวิต 35,801 ราย

เลบานอนแก้ไข

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ประเทศเลบานอนยีนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรก เป็นหญิงอายุ 45 ปีที่เดินทางมาจากกอม ประเทศอิหร่าน ซึ่งมีผลตรวจหา SARS-CoV-2 เป็นบวก โดยถูกส่งตัวต่อไปยังโรงพยาบาลในเบรุต[411]​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้ติดเชื้อ 1,121,054 ราย และเสียชีวิต ​10,473 ราย

เวียดนามแก้ไข

ผู้ป่วยยืนยันสองรายแรกเข้าโรงพยาบาลในวันที่ 22 มกราคม และรับการรักษาที่โรงพยาบาลโช่เซย ในนครโฮจิมินห์ กรณีแรกเป็นชาวจีนที่เดินทางจากนครอู่ฮั่นไปฮานอย เพื่อเยื่ยมลูกชายที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม และรายที่สองคือลูกชายของเชื่อว่าติดโรคจากผู้เป็นพ่อ[412] หลังจากที่ยืนยันแล้ว รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งให้เปิดใช้งานศูนย์ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดฉุกเฉิน[413]

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ บิดาของผู้ป่วยดังกล่าวมีผลการทดสอบเป็นบวก และกลายเป็นผู้ป่วยรายที่สิบหก[414] วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พวกเขาทั้งหมดได้หายป่วย[415] ​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้ติดเชื้อ 10,752,942 ราย เสียชีวิต 43,089 ราย

ศรีลังกาแก้ไข

​ ​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ผู้เสียชีวิต 16,525 ราย มีผู้ติดเชื้อ 664,235 ราย

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แก้ไข

ผู้ป่วยรายแรกของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้รับการยืนยันในวันที่ 29 มกราคม พรัอมกับครบครัว ของ ชาวอู่ฮั่น[416][417]​ เป็นผู้หญิงชราชาวจีน อายุ 72 ปี และ ลูกชาย อายุ 34 ปี ที่กรณีแรกเป็นชาวจีนเดินทางมาจากนครอู่ฮั่นไปนครดูไบ ซึ่งมีผลตวรจหา SASR-Cov-2 ถูกกักโรค โดยถูกส่งตัวไปเข้าโรงพยาบาลในดูไบ

ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ หลังจากชาวเอมิเรตส์ได้ติดเชื้อโรคโควิด-19 เพื่อลูกสาวที่อาศัยอยู่ที่ดูไบ และรายที่สามคือลูกสาวของเชื้อว่าติดโรคกับแม่

วันที่ 2 มืนาคม กรุงอาบูดาบียีนยันพบผู้ป่วยโควิด-19 เป็นผู้ชายชาวรัสเซีย อายุ 38 ปี และผู้หญิงชาวรัสเซีย อายุ 36 ปี กรณีแรกเป็นชาวรัสเซียเดินทางจากกรุงมอสโกไปอาบูดาบี ชาวรัสเซียสองคนถูกกักตัวอยู่ที่โรงแรมในอาบูดาบี ต่อมา วันที่ 25 มืนาคม รัฐบาลเอมิเรตส์ได้โอกาศปัญหากับ อาบูดาบีและดูไบ จากปิดชั่วคราว เช่า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ โรงภาพยนตร์ และทั้งหมด ยกเว้น โรงพยาบาล และร้านขายยา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ประกาศปิดพรมแดนที่ตัดกับประเทศซาอุดีอาระเบีย

​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้ติดเชื้อ 959,736 ราย เสียชีวิต 2,322 ราย

สิงคโปร์แก้ไข

ผู้ป่วยรายแรกในประเทศสิงคโปร์ได้รับการยืนยันในวันที่ 23 มกราคม[418] ต่อมามีการรายงานพบผู้ป่วยในท้องถิ่นเป็นรายแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ร้านย่งไทฮั่ง (Yong Thai Hang) เป็นร้านค้าที่ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับการระบุเป็นสถานที่ที่เกิดการติดเชื้อ เนื่องจากมีผู้หญิงจำนวนสี่คนที่ไม่เคยเดินทางไปยังประเทศจีนเกิดติดเชื้อไวรัสขึ้น[419]

วันที่ 4 มีนาคม มีผู้ป่วยในประเทศรวม 112 คน[420]

​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้ติดเชื้อ 1,515,222 ราย จำนวนผู้เสียชีวิต 1,427 ราย

อัฟกานิสถานแก้ไข

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 มีพลเมืองในเฮรัตอย่างน้อยสามคน ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากกอม ถูกต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ตัวอย่างเลือดถูกส่งไปยังคาบูลเพื่อทดสอบเพิ่มเติม[421] ภายหลังอัฟกานิสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับอิหร่าน

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันผู้ป่วยรายแรก ซึ่งเป็นหนึ่งในสามคนจากเฮรัตดังกล่าว โดยเป็นชายอายุ 35 ปีซึ่งมีผลการทดสอบ SARS-CoV-2 เป็นบวก[422]​​​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต​ ​7,728 ราย ผู้ติดเชื้อ 183,221 ราย

อาเซอร์ไบจานแก้ไข

ประเทศอาเซอร์ไบจานมีการยืนยันผู้ป่วยรายแรกในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากรัสเซีย ซึ่งเคยเพิ่งเดินทางมาจากประเทศอิหร่าน[423] และยังมีการพบผู้ป่วยเพิ่มเติมอีกสองรายในประเทศ ทั้งหมดถูกกักโรค ต่อมาอาเซอร์ไบจานได้ประกาศปิดชายแดนที่ติดกับประเทศอิหร่าน[424]

​​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต ​9,717 ราย ผู้ติดเชื้อ 793,388 ราย

คาซัคสถานแก้ไข

ประเทศคาซัคสถานยีนยันพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายในวันที่ 13 มีนาคม จากจีน ซึ่งเคยเพิ่งเดินทางมาจากประเทศตุรกี และยังมีการพบผู้ป่วยเพิ่มอีกสองรายในประเทศ ทั้งหมดถูกกักโรค ต่อมาคาซัคสถานได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับประเทศรัสเซีย ​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ​มีผู้​ติดเชื้อ​ 1,308,541 ราย ​และผู้​เสียชีวิต ​13,663 ราย

อาร์มีเนียแก้ไข

ประเทศอาร์มีเนียยืนยันพบผู้ป่วยโคโรนาไวรัสรายแรกในช่วงปลายของวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม เป็นชาวอาร์มีเนียอายุ 29 ปีที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศอิหร่านและมีรายงานยืนยันผลทดสอบเป็นบวก ภริยาของบุคคลนี้ได้ถูกนำไปทดสอบเช่นกัน โดยผลออกมาเป็นลบ นายกรัฐมนตรีนิกอล ปาชินยันแถลงว่าผู้ป่วยนั้น "มีอาการดีขึ้นแล้ว" นอกจากนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยประมาณ 30 คนถูกนำไปทดสอบและจะถูกกักโรค ซึ่งก่อนหน้านี้อาร์มีเนียได้ประกาศปิดพรมแดนที่ติดกับประเทศอิหร่านไปแล้ว[425]​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ​มีผู้เสียชีวิต 8,629 ราย และมี​ผู้ติดเชื้อ 423,417 ราย

อินเดียแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศอินเดีย
(ณ วันที่ 9 เมษายน 2563):
  พบผู้ป่วยยืนยันแล้ว
  พบผู้ต้องสงสัย

รัฐบาลอินเดียออกคำแนะนำการเดินทางแก่ประชาชน โดยเฉพาะกับนครอู่ฮั่น ซึ่งมีนักศึกษาแพทย์ชาวอินเดียกำลังศึกษาอยู่ประมาณ 500 คน[426]

ผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศจีนเข้าสู่ท่าอากาศยานหลักเจ็ดแห่งของประเทศอินเดีย ต้องเดินผ่านเครื่องตรวจจับความร้อน[427][428]

วันที่ 24 มกราคม มีรายงานผู้ต้องสงสัยจำนวนสองราย ซึ่งกำลังเข้ารับการรักษาอยู่ในมุมไบ[429]

​ณ​ วันที่​ 4 เมษายน พ.ศ. 2564 รัฐชัมมูและกัศมีร์ มีผู้ติดเชื้อ 133,012 ราย จำนวนผู้เสียชีวิต 2,008 ราย

​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 จำนวนผู้เสียชีวิตในอินเดียมากถึง 525,386 ราย มีผู้ติดเชื้อ 43,604,394 ราย เฉพาะ หมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ มีผู้เสียชีวิต 78 ราย

อินโดนีเซียแก้ไข

ประเทศอินโดนีเซียได้ทำการติดตั้งเครื่องตรวจอุณหภูมิที่เกตและท่าเรือโดยกระทรวงอนามัย และยังมีการจัดเตรียมห้องกักโรคที่โรงพยาบาลกว่า 100 แห่ง

อินโดนีเซียประกาศห้ามทุกเที่ยวบินที่เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้า รวมถึงออกจากประเทศ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป และยังยกเลิกการให้ฟรีวีซ่าและวีซ่าเมื่อมาถึงกับบุคคลสัญชาติจีนด้วย และยังห้ามผู้ที่อยู่หรือพำนักในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันเข้าหรือผ่านประเทศอินโดนีเซีย[430]

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ชาวอินโดนีเซียจำนวน 9 คนที่เดินทางไปบนเรือไดมอนด์พรินเซสมีผลการทดสอบการติดเชื้อเป็นบวก ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมส่งลูกเรือที่เหลือ 68 คนจาก 188 คนจากเรือเวิลด์ดรีม ไปยังเกาะเซอบารูเคกิล ซึ่งเป็นเกาะที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ในบรรดาหมู่เกาะนับพัน[431][432][433]

วันที 2 มีนาคม ทางการอินโดนีเซียได้ยืนยันติดเชื้อว่าพบผู้ป่วย ชาวอินโดนีเซียที่เดินทางกลับมาจากประเทศจีน

วันที่ 4 ตุลาคม ที่หมู่เกาะมาลูกู พบผู้เสียชีวิต 115 ราย[434]

​​​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 อินโดนีเซียมีผู้เสียชีวิต 156,781 ราย ผู้ติดเชื้อ 6,106,024 ราย

อิรักแก้ไข

​​​​​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ​ประเทศอิรัก มี ผู้ติดเชื้อรวม 2,379,077 ราย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 25,253 ราย[435]

อิหร่านแก้ไข

ประเทศอิหร่านเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโลกในทวีปเอเซีย

โดยเจอผู้ติดเชื้อรายแรกที่เมืองกอม (Qom City) ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 พบผู้ติดเชื้อ 7,246,707 ราย ประเทศอิหร่าน มีผู้เสียชีวิต 141,427 ราย

โอมานแก้ไข

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ มีการยืนยันผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสองรายแรก เป็นหญิงชาวโอมานสองคนที่กลับมาจากประเทศอิหร่าน[436][437]​​​​​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิตรวม 4,260 ราย ผู้ติดเชื้อ 391,641 ราย

อิสราเอลแก้ไข

​​​​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565​ ​ประเทศอิสราเอล มีผู้เสียชีวิต 11,056 ราย ติดเชื้อ 4,436,000 ราย

ฮ่องกงแก้ไข

วันที่ 26 พฤษภาคม​ ศูนย์ปกป้องอนามัยฮ่องกงพบผู้ป่วยรวม 1,206 คน ในฮ่องกง และผู้เสียชีวิต 7 คน[438][439][440]​​​​ณ​ วันที่​ 9 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 ฮ่องกง มีผู้เสียชีวิต 9,410 ราย ติดเชื้อ 1,265,067 ราย

โอเชียเนียแก้ไข

ณ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโอเซียเนียได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์​ และ​ เฟรนช์พอลินีเชีย

ณ วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564 ประเทศวานูอาตู มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นประเทศล่าสุดในทวีปโอเชียเนียที่มีผู้เสียชีวิต

ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565 มีจำนวน ​7 ประเทศที่พบว่า มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 18,100 ราย และมีผู้เสียชีวิตเกิน 100 ได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศฟิจิ ประเทศปาปัวนิวกินี เฟรนช์พอลินีเชียนิวแคลิโดเนีย หมู่เกาะโซโลมอน

​ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565​ ​โอเชียเนียมีผู้เสียชีวิตรวม​ 11,307 ราย ติดเชื้อรวม 7,836,419 ราย ดินแดนอาณานิคมที่มีผู้เสียชีวิต ได้แก่ วาลิสและฟูตูนา

พื้นที่ไม่มีผู้เสียชีวิตได้แก่ สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ ประเทศซามัว ประเทศไมโครนีเซีย หมู่เกาะพิตแคร์น หมู่เกาะคุก ประเทศนาอูรู ประเทศนีวเว

ประเทศออสเตรเลียแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศออสเตรเลีย
(ณ วันที่ 9 เมษายน​ 2563):
  มีรายงานยืนยันผู้ป่วย

วันที่ 25 มกราคม มีการยืนยันผู้ป่วยรายแรก เป็นชายอายุราว 50 ปี ซึ่งเดินทางจากเมืองกว่างโจวมายังเมลเบิร์นในวันที่ 19 มกราคม ผ่านสายการบินไชนาเซาเทิร์นแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ CZ321 เขาเข้ารับการรักษาตัวที่ศูนย์การแพทย์โมนาชในเมลเบิร์น[441][442] จากนั้นมีการประกาศว่ามีผู้ป่วยอีกสามรายที่มีผลการทดสอบเป็นบวกในรัฐนิวเซาท์เวลส์[443][444] ต่อมามีการเฝ้าสังเกตอาการอีกหกราย และมีการยืนยันว่าจะเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลหลังจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากนครอู่ฮั่น จากในหกราย มีผู้ต้องสงสัยถึงสองรายที่มีโอกาสติดเชื้อไวรัส ส่วนที่เหลืออีกสี่รายอาจถูกสงสัยว่าติดเชื้อไวรัส[445]

หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ออสเตรเลีย ระบุว่าเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางชีวภาพ จะเริ่มคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงในสามสัปดาห์โดยเที่ยวบินจากอู่ฮั่นถึงซิดนีย์ ในวันที่ 23 มกราคม ผู้โดยสารจะได้รับแผ่นพับข้อมูล และข้อให้แสดงตัวหากมีไข้หรือต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อโรค[446]รัฐแทสเมเนีย มีผู้เสียชีวิต 13 ราย

ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565 ​มีผู้เสียชีวิตรวม​ 7,721 ราย ผู้ติดเชื้อ 6,501,329 ราย

ประเทศนิวซีแลนด์แก้ไข

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พบผู้ป่วยรายแรกกลับมาจากประเทศอิหร่าน[447] วันที่ 25 มีนาคม ประเทศนิวซีแลนด์ พบผู้ติดเชื้อ 205 ราย รักษาหายแล้ว 22 ราย ส่งผลให้นายกรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน[448] 29 มีนาคม พบผู้เสียชีวิตรายแรก[449]ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565 ​ประเทศนิวซีแลนด์​มีผู้เสียชีวิต 892 ราย ​ผู้ติดเชื้อ 1,030,733 ราย หมู่เกาะแชทัมเกาะสจวร์ต​ ไม่พบผู้เสียชีวิต

ประเทศฟิจิแก้ไข

ประเทศฟิจิ​ ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565 พบผู้ติดเชื้อ 64,725 ราย เสียชีวิต 862 ราย

ประเทศปาปัวนิวกินีแก้ไข

ประเทศปาปัวนิวกินี ​ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565 พบผู้ติดเชื้อ 43,876 ราย เสียชีวิต 651 ราย

เฟรนช์พอลินีเชียแก้ไข

เฟรนช์พอลินีเชีย ณ 13 พฤษภาคม ​พ.ศ. 2565 พบผู้ติดเชื้อ 72,786 ราย เสียชีวิต 648 ราย

แอฟริกาแก้ไข

ในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2563 นายกรัฐมนตรีประเทศเอสวาตีนี ถึงแก่อสัญกรรมจากการติดเชื้อโควิด 19

ณ 26 เมษายน พ.ศ. 2565 จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตพบทั้ง 58 ดินแดนทั้งทวีปแอฟริกา จำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 7500 ราย มีจำนวน 5 ประเทศ จำนวนผู้เสียชีวิตน้อยที่สุดอยู่ที่เวสเทิร์นสะฮารา เสียชีวิต 1 ราย

ศูนย์กลางการแพร่ระบาดอยู่ที่ ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศอียิปต์ และ ประเทศตูนิเซีย

พื้นที่ไม่พบผู้เสียชีวิตได้แก่ เซนต์เฮเลนา โดยพบผู้ติดเชื้อ เพียง 2 ราย

ประเทศแอฟริกาใต้แก้ไข

ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นประเทศพบผู้ป่วยรายแรก 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ณ 26 เมษายน พ.ศ. 2565 ​มีผู้เสียชีวิต 100,333 ผู้ติดเชื้อ 3,764,865 ราย

ประเทศอียิปต์​แก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศอียิปต์
(ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563):
  มีรายงานยืนยันผู้ป่วย
  มีการรายงานผู้ต้องสงสัย

ประเทศอียิปต์วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 อียิปต์ได้ยืนยันติดเชื้อผู้ป่วย มีผู้ชายชาวจีนอายุ 30 ปี ใด้เดินทางมาจาก ประเทศจีน ต้องหา ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ เป็นบวก ทำไห้ชาวอียิปต์ถูกติดเชิ้อโควิด-19 ต้องสั่งไปเข้าโรงพยาบาลในไคโร

วันที่ 25 มีนาคม 2563 สายการบินอียิปต์แอร์ ถูกยกเลิกเที่ยวบินแล้ว ต่อมา วันที่ 12 เมษายน 2563 สนามบินแห่งไคโรได้ปิดทำการ อียิปต์ได้ประกาศปิดแดนทะเลซาอุดีอาระเบีย

ณ 26 เมษายน พ.ศ. 2565 ​มีผู้เสียชีวิต 24,613 ผู้ติดเชื้อ 515,645 ราย

ประเทศโมร็อกโกแก้ไข

ณ 26 เมษายน พ.ศ. 2565 ​มีผู้เสียชีวิต 16,066 ผู้ติดเชื้อ 1,164,717 ราย

ประเทศตูนิเซียแก้ไข

ณ 26 เมษายน พ.ศ. 2565 มีผู้เสียชีวิต 28,533 ราย ผู้ติดเชื้อ 1,039,532 ราย

ประเทศแอลจีเรียแก้ไข

ณ 26 เมษายน พ.ศ. 2565 ​มีผู้เสียชีวิต 6,875 ราย มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 265,771 ราย

ประเทศเอธิโอเปียแก้ไข

ณ 26 เมษายน พ.ศ. 2565 ​ประเทศเอธิโอเปีย ผู้เสียชีวิต 7,510 ผู้ติดเชื้อ 470,442 ราย

เส้นเวลาของการยืนยันผู้ป่วยกรณีแรกเรียงตามประเทศและดินแดนแก้ไข

ผู้ป่วยกรณีแรกเรียงตามประเทศและดินแดน
วันที่ ประเทศหรือดินแดน
1 ธันวาคม 62   จีน (แผ่นดินใหญ่)
13 มกราคม   ไทย
16 มกราคม   ญี่ปุ่น
20 มกราคม   เกาหลีใต้  สหรัฐ
21 มกราคม   ไต้หวัน[a]
22 มกราคม   ฮ่องกง[b]  มาเก๊า[b]
23 มกราคม   สิงคโปร์  เวียดนาม
24 มกราคม   ฝรั่งเศส  เนปาล
25 มกราคม   ออสเตรเลีย  แคนาดา  มาเลเซีย
27 มกราคม   กัมพูชา  เยอรมนี  ศรีลังกา
29 มกราคม   ฟินแลนด์  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
30 มกราคม   อินเดีย  อิตาลี  ฟิลิปปินส์
31 มกราคม   รัสเซีย  สเปน  สวีเดน  สหราชอาณาจักร
4 กุมภาพันธ์   เบลเยียม
14 กุมภาพันธ์   อียิปต์
19 กุมภาพันธ์   อิหร่าน
21 กุมภาพันธ์   อิสราเอล  เลบานอน
24 กุมภาพันธ์   อัฟกานิสถาน  บาห์เรน  อิรัก  คูเวต  โอมาน
25 กุมภาพันธ์   แอลจีเรีย  ออสเตรีย  บราซิล  โครเอเชีย  สวิตเซอร์แลนด์
26 กุมภาพันธ์   จอร์เจีย  กรีซ  นอร์ทมาซิโดเนีย  นอร์เวย์  ปากีสถาน  โรมาเนีย
27 กุมภาพันธ์   เดนมาร์ก  เอสโตเนีย  เนเธอร์แลนด์  ไนจีเรีย  ซานมารีโน
28 กุมภาพันธ์   อาเซอร์ไบจาน  เบลารุส  ไอซ์แลนด์  ลิทัวเนีย  เม็กซิโก  โมนาโก  นิวซีแลนด์  เวลส์[c]
29 กุมภาพันธ์   เอกวาดอร์  ไอร์แลนด์  ลักเซมเบิร์ก  กาตาร์
1 มีนาคม   อาร์เมเนีย  เช็กเกีย  สาธารณรัฐโดมินิกัน  แซ็ง-บาร์เตเลมี[d]  แซ็ง-มาร์แต็ง[d]  สกอตแลนด์[c]
2 มีนาคม   อันดอร์รา  อินโดนีเซีย  จอร์แดน  ลัตเวีย  โมร็อกโก  โปรตุเกส  ซาอุดีอาระเบีย  เซเนกัล  ตูนิเซีย
3 มีนาคม   อาร์เจนตินา  ชิลี  ยิบรอลตาร์[e]  ลิกเตนสไตน์  ยูเครน
4 มีนาคม   หมู่เกาะแฟโร[f]  เฟรนช์เกียนา[g]  ฮังการี  โปแลนด์  สโลวีเนีย
5 มีนาคม   บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา  มาร์ตีนิก[g]  ปาเลสไตน์  แอฟริกาใต้
6 มีนาคม   ภูฏาน  แคเมอรูน  โคลอมเบีย  คอสตาริกา  เปรู  เซอร์เบีย  สโลวาเกีย  โตโก  นครรัฐวาติกัน
7 มีนาคม   มัลดีฟส์  มอลตา  มอลโดวา  ปารากวัย
8 มีนาคม   แอลเบเนีย  บังกลาเทศ  บัลแกเรีย
9 มีนาคม   บรูไน  ไซปรัส  เกิร์นซีย์[h]  ปานามา
10 มีนาคม   โบลิเวีย  บูร์กินาฟาโซ  สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  จาเมกา  เจอร์ซีย์[h]  เมลียา[i]  มองโกเลีย  นอร์เทิร์นไซปรัส[a]  ตุรกี
11 มีนาคม   คิวบา  เฟรนช์พอลินีเชีย[d]  กายอานา  ฮอนดูรัส  โกตดิวัวร์  เรอูนียง[g]
12 มีนาคม   เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์  ตรินิแดดและโตเบโก
13 มีนาคม   แอนติกาและบาร์บูดา  อารูบา[j]  หมู่เกาะเคย์แมน[e]  เซวตา[i]  กือราเซา[j]  เอธิโอเปีย  กาบอง  กานา  กัวเดอลุป[g]  กัวเตมาลา  กินี  คาซัคสถาน  เคนยา  คอซอวอ[a]  ปวยร์โตรีโก[k]  เซนต์ลูเซีย  ซูดาน  ซูรินาม  หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐ[k]  อุรุกวัย  เวเนซุเอลา
14 มีนาคม   สาธารณรัฐแอฟริกากลาง  สาธารณรัฐคองโก  อิเควทอเรียลกินี  เอสวาตีนี  มอริเตเนีย  มายอต[g]  นามิเบีย  รวันดา  เซเชลส์
15 มีนาคม   แอโครเทียรีและดิเคเลีย[e]  บาฮามาส  กวม[k]  อุซเบกิสถาน
16 มีนาคม   เบนิน  กรีนแลนด์[f]  ไลบีเรีย  โซมาเลีย  แทนซาเนีย
17 มีนาคม   บาร์เบโดส  แกมเบีย  มอนเตเนโกร  ซินต์มาร์เติน[j]
18 มีนาคม   เบอร์มิวดา[e]  จิบูตี  เอลซัลวาดอร์  คีร์กีซสถาน  มอริเชียส  มอนต์เซอร์รัต[e]  นิวแคลิโดเนีย[l]  นิการากัว  แซมเบีย
19 มีนาคม   แองโกลา  ชาด  ฟิจิ  เฮติ  ไอล์ออฟแมน[h]  ไนเจอร์
20 มีนาคม   กาบูเวร์ดี  ติมอร์-เลสเต  มาดากัสการ์  ปาปัวนิวกินี  ยูกันดา  ซิมบับเว
21 มีนาคม   หมู่เกาะโอลันด์[m]  สาธารณรัฐไครเมีย[n]  เอริเทรีย  ทรานส์นีสเตรีย[o]
22 มีนาคม   โดมินิกา  เกรเนดา  โมซัมบิก  ซีเรีย
23 มีนาคม   เบลีซ  พม่า  หมู่เกาะเติกส์และเคคอส[e]
24 มีนาคม   เกาะอีสเตอร์[p]  อ่าวกวนตานาโม  ลาว  ลิเบีย
25 มีนาคม   หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน[e]  กินี-บิสเซา  มาลี  เซนต์คิตส์และเนวิส
26 มีนาคม   แองกวิลลา[e]
28 มีนาคม   หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา[k]
30 มีนาคม   บอตสวานา
31 มีนาคม   บุรุนดี  สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์[q]  สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์[q]  เซียร์ราลีโอน  ซินต์เอิสตาซียึส[r]  โซมาลีแลนด์[s]
2 เมษายน   มาลาวี
3 เมษายน   หมู่เกาะฟอล์กแลนด์[e][n]
4 เมษายน เวสเทิร์นสะฮารา[n][t]
5 เมษายน   แซงปีแยร์และมีเกอลง[d]  เซาท์ซูดาน
6 เมษายน   เซาตูเมและปรินซีปี
7 เมษายน   อับคาเซีย[a]  นากอร์โน-คาราบัค[o]
10 เมษายน   เยเมน
11 เมษายน   ซาบา[r]
16 เมษายน   โบแนเรอ[r]
30 เมษายน   คอโมโรส  ทาจิกิสถาน
6 พฤษภาคม   เซาท์ออสซีเชีย[a]
13 พฤษภาคม   เลโซโท
25 กรกฎาคม   สาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี[a][n]
3 ตุลาคม   หมู่เกาะโซโลมอน
16 ตุลาคม   วาลิสและฟูตูนา[d]
28 ตุลาคม   หมู่เกาะมาร์แชลล์
6 พฤศจิกายน   อเมริกันซามัว [k]
11 พฤศจิกายน   วานูอาตู
18 พฤศจิกายน   ซามัว
 หมายเหตุ 
  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ และได้รับการรับรองอย่างจำกัดโดยรัฐสมาชิก UN บางรัฐ
  2. 2.0 2.1 เขตบริหารพิเศษของประเทศจีน
  3. 3.0 3.1 ประเทศของสหราชอาณาจักร
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 4.4 อาณานิคมโพ้นทะเลของประเทศฝรั่งเศส
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 5.4 5.5 5.6 5.7 5.8 ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร
  6. 6.0 6.1 ดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 จังหวัดโพ้นทะเลของฝรั่งเศส
  8. 8.0 8.1 8.2 เขตสังกัดของพระมหากษัตริย์ของสหราชอาณาจักร
  9. 9.0 9.1 นครปกครองตนเองของสเปน
  10. 10.0 10.1 10.2 ประเทศของราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์
  11. 11.0 11.1 11.2 11.3 11.4 ดินแดนของสหรัฐ
  12. อาณานิคมพิเศษของประเทศฝรั่งเศส
  13. ดินแดนปกครองตนเองของฟินแลนด์
  14. 14.0 14.1 14.2 14.3 ดินแดนที่เป็นข้อพิพาท
  15. 15.0 15.1 ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ และได้รับการรับรองอย่างจำกัดเฉพาะรัฐอื่นที่ไม่ได้เป็นสมาชิก UN
  16. ดินแดนพิเศษของชิลี
  17. 17.0 17.1 หนึ่งในสองรัฐจัดตั้งที่สถาปนาโดยกลุ่มกบฏที่รัสเซียหนุนหลัง ได้รับการรับรองระหว่างรัฐทั้งสองและเซาท์ออสซีเชียเท่านั้น
  18. 18.0 18.1 18.2 เทศบาลพิเศษของเนเธอร์แลนด์
  19. ไม่ได้เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ และไม่ได้รับการรับรองจากรัฐใด
  20. กรณีผู้ป่วยได้รับการยืนยันในภูมิภาค Laâyoune-Sakia El Hamra ในส่วนที่ควบคุมโดยโมร็อกโก

ประเทศที่พบผู้ต้องสงสัยแก้ไข

เอเชียแก้ไข

ประเทศเกาหลีเหนือแก้ไข

 
แผนที่การแพร่ระบาดในประเทศเกาหลีเหนือ
(ณ วันที่ 31 มกราคม 2563):
  มีรายงานยืนยันผู้ป่วย
  มีการรายงานผู้ต้องสงสัย

ประเทศเติร์กเมนิสถานแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. Lau, Hien; Khosrawipour, Veria; Kocbach, Piotr; และคณะ (March 2020). "Internationally lost COVID-19 cases". Journal of Microbiology, Immunology, and Infection [Wei Mian Yu Gan Ran Zia Zhi]. 53 (3): 454–458. doi:10.1016/j.jmii.2020.03.013. PMC 7102572. PMID 32205091.
  2. • “Situation reports”. WHO. • “Coronavirus COVID-19 Global Cases by Johns Hopkins CSSE”. Johns Hopkins University. • “Coronavirus Update (Live)”. worldometer.info.
  3. "Cases in U.S." CDC. 7 May 2020.