เปิดเมนูหลัก

บาห์เรน (อังกฤษ: Bahrain; อาหรับ: البحرين‎) หรือชื่อทางการ ราชอาณาจักรบาห์เรน (อังกฤษ: Kingdom of Bahrain; อาหรับ: مملكة البحرين‎) เป็นประเทศเกาะในอ่าวเปอร์เซีย โดยมีสะพานเชื่อมต่อกับซาอุดีอาระเบียที่อยู่ห่างจากเกาะประมาณ 28 กิโลเมตร คือ สะพานคิงฟะฮัด ซึ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1986 ส่วนสะพานมิตรภาพกาตาร์-บาห์เรน ที่กำลังอยู่ในระหว่างวางแผนงานนั้น จะเชื่อมต่อบาห์เรนเข้ากับกาตาร์ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และจะเป็นสะพานขึงที่ยาวที่สุดในโลก

ราชอาณาจักรบาห์เรน
مملكة البحرين (อาหรับ)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญไม่มี
เพลงชาติBahrainona (บาห์เรนของเรา)

เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
มานามา
26°13′N 50°35′E / 26.217°N 50.583°E / 26.217; 50.583
ภาษาราชการ ภาษาอาหรับ
การปกครอง ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ
•  พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชาธิบดีฮะมัด บิน อีซา อัลเคาะลีฟะฮ์
•  นายกรัฐมนตรี เคาะลีฟะฮ์ บิน ซัลมาน อัลเคาะลีฟะฮ์
ได้รับเอกราช
•  จากสหราชอาณาจักร 15 สิงหาคม พ.ศ. 2514 
พื้นที่
•  รวม 750 ตร.กม. (178)
253 ตร.ไมล์ 
•  แหล่งน้ำ (%) น้อยมาก
ประชากร
•  กรกฎาคม 2548 (ประเมิน) 688,345 (157)
•  ความหนาแน่น 987 คน/ตร.กม. (?)
2,556 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2560 (ประมาณ)
•  รวม $ 69.773 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 51,845 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2560 (ประมาณ)
•  รวม $ 33.873 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 25,169 
HDI (2559) Increase 0.824 (สูงมาก) (47th)
สกุลเงิน ดีนาร์บาห์เรน (BHD)
เขตเวลา (UTC+3)
โดเมนบนสุด .bh
รหัสโทรศัพท์ 973

เนื้อหา

ภูมิศาสตร์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: ภูมิศาสตร์บาห์เรน

ที่ตั้งแก้ไข

ทั้งเกาะบาห์เรนล้อมรอบด้วยอ่าวเปอร์เซีย

ลักษณะภูมิอากาศแก้ไข

ช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม) อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 19 - 29 องศาเซลเซียส ช่วงฤดูร้อน (เดือนเมษายน-ตุลาคม) อากาศร้อนชื้น อุณหภูมิอาจสูงถึง 49 องศาเซลเซียส

ลักษณะภูมิประเทศแก้ไข

ภูมิประเทศเกือบทั้งหมดเป็นที่ราบต่ำในทะเลทราย ค่อย ๆ ชันขึ้น ทางตอนกลาง

ประวัติศาสตร์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์บาห์เรน

ยุคโบราณแก้ไข

ยุคอิสลามแก้ไข

ยุคสมัยใหม่แก้ไข

ยุคศตวรรษที่ 19แก้ไข

ประกาศเอกราชแก้ไข

บาห์เรนเคยอยู่ใต้อารักขาของอังกฤษตั้งแต่ ค.ศ.1820 โดยอำนาจการปกครองถูกแบ่งออกระหว่างเจ้าครองนครกับข้าหลวงอังกฤษ อิหร่านเคยอ้างสิทธิเหนือบาห์เรนมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 แต่เมื่อ ค.ศ.1980 อิหร่านยอมรับรายงานของ UN ที่แสดงข้อเท็จจริงว่าชาวบาห์เรนต้องการเป็นอิสระมากกว่าที่จะถูกรวมไว้กับอิหร่าน บาห์เรนได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2514 ตามสนธิสัญญามิตรภาพฉบับใหม่ที่ทำกับอังกฤษ หลังจากที่ความพยายามในการรวมประเทศกับกาตาร์และกลุ่มรัฐสงบศึก (ปัจจุบันคือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) เป็นสหพันธรัฐไม่ประสบความสำเร็จ

บาห์เรนเป็นประเทศแรกในอ่าวอาหรับที่ขุดพบน้ำมันดิบ ใน พ.ศ. 2475 และมีการสร้างโรงกลั่นน้ำมันขึ้น อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำมันดิบที่ขุดพบในบาห์เรนนับว่ามีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับคูเวตและซาอุดีอาระเบีย

การเมืองการปกครองแก้ไข

ราชาธิปไตยกึ่งรัฐสภา มีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามผลการลงประชามติของชาวบาห์เรนเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2545 ปัจจุบัน คือ สมเด็จพระราชาธิบดีฮะมัด บิน อีซา อาล เคาะลีฟะฮ์ (His Majesty King Hamad Bin Isa Al Khalifa) เสด็จขึ้นครองราชย์ (ในฐานะเจ้าผู้ครองรัฐ) เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2542

บริหารแก้ไข

ดูบทความหลักที่: รัฐบาลบาห์เรน

นิติบัญญัติแก้ไข

ดูบทความหลักที่: รัฐสภาบาห์เรน

ตุลาการแก้ไข

สิทธิมนุษยชนแก้ไข

การแบ่งเขตการปกครองแก้ไข

ก่อนหน้า 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 ประเทศบาห์เรนแบ่งเขตการปกครองเป็นเทศบาลที่ปกครองจากเมืองหลวง (กรุงมานามา) 12 แห่ง ได้แก่

  1. อัลฮิดด์ (Al Hidd)
  2. อัลมะนามะห์ (Al Manamah)
  3. อัลมินตะเกาะห์อัลกะร์บียะห์ (Al Mintaqah al Gharbiyah)
  4. อัลมินตะเกาะห์อัลวุสตะ (Al Mintaqah al Wusta)
  5. อัลมินตะเกาะห์อัลชะมาลียะห์ (Al Mintaqah al Shamaliyah)
  6. อัลมุฮาร์รัก (Al Muharraq)
  7. อาร์ริฟาวาอัลมินตะเกาะห์อัลจะนูบียะห์ (Ar Rifa' wa al Mintaqah al Janubiyah)
  8. จิดด์ฮัฟส์ (Jidd Haffs)
  9. มะดีนัตฮามัด (Madinat Hamad ไม่แสดงบนแผนที่ แบ่งจากเทศบาลอาร์ริฟาฯ เมื่อ พ.ศ. 2534)
  10. มะดีนัตอิซา (Madinat 'Isa)
  11. จุซูร์ฮะวาร์ (Juzur Hawar)
  12. ซิตระห์ (Sitrah)

หลังจากวันดังกล่าวบาห์เรนได้กำหนดเขตการปกครองใหม่ซึ่งแบ่งเป็น 5 เขตผู้ว่าราชการ (governorates) ได้แก่ 1 เขตผู้ว่าราชการเหนือ (Northern) 2 เขตผู้ว่าราชการเมืองหลวง (Capital) 3 เขตผู้ว่าราชการมุฮัรร็อก (Muharraq) 4 เขตผู้ว่าราชการกลาง (Central) และ 5 เขตผู้ว่าราชการใต้ (Southern)[1] ต่อมาเขตผู้ว่าราชการกลางถูกยกเลิกไปรวมกับเขตผู้ว่าราชการเหนือ เขตผู้ว่าราชการใต้ และเขตผู้ว่าราชการเมืองหลวง เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2557[2] ทำให้ปัจจุบันบาห์เรนมีเขตปกครองทั้งสิ้น 4 แห่งดังนี้

 
เขตผู้ว่าราชการของประเทศบาห์เรน 5 เขต
(3 กรกฎาคม 2545 – กันยายน 2557)
 
เขตผู้ว่าราชการของประเทศบาห์เรน 4 เขต
(ปัจจุบัน)

การต่างประเทศแก้ไข

ความสัมพันธ์กับประเทศไทยแก้ไข

ไทยและบาห์เรนได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2520 ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิด บาห์เรนถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลางและมีบทบาทเป็นสะพานเชื่อมไทยสู่ประเทศในตะวันออกกลางในหลายมิติ

กองทัพแก้ไข

ดูบทความหลักที่: กองทัพบาห์เรน

เศรษฐกิจแก้ไข

โครงสร้างแก้ไข

สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันแก้ไข

  • อัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.1 (ไทย 2.6%)
  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ 18.97 พันล้าน USD (ไทย 273.4 พันล้าน USD)
  • รายได้ประชาชาติต่อหัว 18,979 USD (ไทย 4,081 USD)
  • ปริมาณน้ำมันสำรอง 125 ล้านบาร์เรล

การท่องเที่ยวแก้ไข

ดูบทความหลักที่: การท่องเที่ยวในบาห์เรน

โครงสร้างพื้นฐานแก้ไข

คมนาคม และ โทรคมนาคมแก้ไข

คมนาคมแก้ไข

โทรคมนาคมแก้ไข

วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีแก้ไข

การศึกษาแก้ไข

ดูบทความหลักที่: การศึกษาในบาห์เรน

สาธารณสุขแก้ไข

สวัสดิการสังคมแก้ไข

ประชากรศาสตร์แก้ไข

เชื้อชาติแก้ไข

ศาสนาแก้ไข

ศาสนาในประเทศบาห์เรน
ศาสนา %
อิสลาม
  
81.2%
คริสต์
  
9%
อื่น ๆ
  
9.8%

ประชากรส่วนมากของประเทศนับถือ และยึดศาสนาอิสลามเป็นแบบแผน ในการดำเนินชีวิต ซึ่งจะเห็นได้ว่าสิ่งก่อสร้าง โบราณวัตถุ โบราณสถาน วัฒนธรรมต่างๆ เป็นสิ่งสะท้อนอิทธิพลของศาสนาอิสลามให้เห็นเด่นชัดในประเทศบาห์เรน และประชากรส่วนมากพูดภาษาอาหรับซึ่งใช้กันในแถบภูมิภาคนี้

ภาษาแก้ไข

มี ภาษาอาหรับ เป็นภาษาราชการ

กีฬาแก้ไข

ฟุตบอลแก้ไข

วัฒนธรรมแก้ไข

ดูบทความหลักที่: วัฒนธรรมบาห์เรน

การแต่งกายแก้ไข

 
การแต่งกายของผู้ชายตามวัฒนธรรมอาหรับ

เนื่องจากประเทศในแถบคาบสมุทรอาหรับเป็นประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้ง อีกทั้งประชาชนยังนับถือศาสนาอิสลามซึ่งมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการแต่งตัวไว้อย่างเคร่งครัด ทำให้ชาวอาหรับแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่หลวมเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก แต่ปกปิดร่างกายอย่างมิดชิดทั้งผู้ชายและผู้หญิงเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายเสียความชุ่มชื้น ผู้ชายจะใส่ชุดสีขาว เรียกว่า "โต๊ป" (Thobe) ส่วนผู้หญิงต้องสวมใส่เสื้อคลุมสีดำที่เรียกว่า "อาบายะห์" (Abaya)

ความเชื่อแก้ไข

สื่อมวลชนแก้ไข

วันหยุดแก้ไข

เชิงอรรถแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  • แม่แบบ:Cite EB9
  • Cole, Juan R. I. (1987). "Rival Empires of Trade and Imami Shiism in Eastern Arabia, 1300–1800". International Journal of Middle East Studies. 19 (2): 177–203. JSTOR 163353.
  •   Holdich, Thomas Hungerford (1911). "Bahrein Islands". In Chisholm, Hugh. สารานุกรมบริตานิกา ค.ศ. 1911. 3 (11 ed.). สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์. p. 212.
  • Mojtahed-Zadeh, Pirouz (1999). Security and Territoriality in the Persian Gulf: A Maritime Political Geography. Routledge. ISBN 978-0-7007-1098-0.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข