มุสลิม

ผู้นับถือศาสนาอิสลาม
ระวังสับสนกับ มัสลิน

มุสลิม (อาหรับ: مُسلِم) เป็นบุคคลที่นับถือศาสนาอิสลาม โดยมีคำภีร์อัลกุรอานเป็นคำภีร์ของศาสนานี้ และเชื่อมั่นว่าอัลลอฮ์ได้ส่งญิบรีลเพื่อให้มุฮัมหมัดเป็นศาสดาคนสุดท้ายของศาสนาอิสลาม ชาวมุสลิมส่วนใหญ่ปฏิบัติตามการกระทำของมุฮัมหมัด (ซุนนะฮ์) ตามที่มีการจดบันทึกในรายงานต่าง ๆ (ฮะดีษ)[28] "มุสลิม" เป็นคำศัพท์ภาษาอาหรับหมายถึง "ผู้เคารพ" (ต่อพระเจ้า)[29]

มุสลิม
Prayer in Cairo 1865.jpg
ชาวมุสลิมกำลังละหมาดที่ไคโร ปีค.ศ. 1865 วาดโดยฌ็อง-เลอง เฌโรม
ประชากรทั้งหมด
1.8 พันล้านคน ทั่วโลก (ปี 2015)[1][2][3]
ภูมิภาคที่มีประชากรอย่างมีนัยสำคัญ
 อินโดนีเซีย227,226,404[4]
 ปากีสถาน197,547,566[5]
 อินเดีย189,000,000[6]
 บังกลาเทศ148,607,000[7]
 ไนจีเรีย95,316,131[8]
 อียิปต์87,336,965[9]
 อิหร่าน81,529,435[10]
 ตุรกี80,683,525[11]
 จีน50,000,000[12]
 แอลจีเรีย40,559,749[13]
 อิรัก38,800,190[14]
 เอธิโอเปีย35,713,657[15]
 อัฟกานิสถาน34,022,437[16]
 โมร็อกโก33,646,788[17]
 ซูดาน30,490,000[2]
 เยเมน27,784,498[18]
 ซาอุดีอาระเบีย27,143,182[19]
 อุซเบกิสถาน26,550,000[2]
 มาเลเซีย19,237,161[20]
 ซีเรีย18,930,000[2]
ส่วนอื่นของโลก287,230,000[2]
ภาษา
ภาษาศักดิ์สิทธิ์:[22]
ศาสนา
65–75% ซุนนี[23][note 1]
10–13% ชีอะฮ์[23]
15–20% กลุ่มที่ไม่ใช่นิกายในศาสนาอิสลาม[24]
~1% อะฮ์มาดียะฮ์[25]
~1% กลุ่มอื่น ๆ เช่น: นิกายอิบาดีย์[24]

กลุ่มผู้คนมุสลิม

การเรียกคนที่เป็นมุสลิมแก้ไข

ผู้นับถือศาสนาอิสลาม หากเป็นบุรุษจะเรียกว่า มุสลิม หรือเป็นสตรีจะเรียกว่า มุสลิมะฮ์ หรือเรียกโดยรวมว่า อิสลามิกชน คำว่า "มุสลิม" เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาอาหรับ مسلم แปลว่า ผู้ศิโรราบ ผู้ภักดี มนุษย์ทุกคนสามารถเป็นมุสลิมได้โดยการปฏิญาณตน มุสลิมนั้นไม่จำกัดเผ่าพันธุ์ อายุ เพศ และวรรณะ ผู้ที่เป็นมุสลิมจะต้องปฏิบัติตามศาสนวินัยต่าง ๆ ของอิสลาม (ทั้งวาญิบ และฮะรอม)

ผู้ที่เป็นมุสลิมต้องปฏิบัติตามหลักศาสนกิจ 5 ประการดังนี้ คือ การกล่าวคำปฏิญานตนเข้ารับอิสลาม, การละหมาด 5 เวลาในแต่ละวัน, การถือศีลอดในเดือนรอมดอน, การบริจาคทาน (ซะกาต), และการทำฮัจญ์

ผู้ที่เป็นมุสลิมมีหลักความเชื่อหลัก 6 ประการ นั่นคือ เชื่อในพระเจ้าองค์เดียว (อัลลอฮ์), เชื่อในบรรดามลาอีกะฮ์, เชื่อในคัมภีร์ที่ถูกประทานมาจากพระเจ้า, เชื่อในบรรดาศาสนทูตต่าง ๆ , เชื่อในวันสิ้นโลก (วันกียามะฮ์), และเชื่อในกฎแห่งความดีความชั่ว (กอดอและกอดัร)

คำปฏิญาณตนแก้ไข

การปฏิญาณตนเข้ารับมุสลิมเป็นการประกาศตนว่ามีความศรัทธาในศาสนาอิสลามและพร้อมจะปฏิบัติตามหลักศาสนา ผู้กล่าวด้วยความจริงใจและมีศรัทธามั่นคง พร้อมจะปฏิบัติตามหลักศาสนา ถือว่าเป็นมุสลิมแล้ว ทั้งนี้การกล่าวปฏิญาณนิยมกล่าวต่อหน้าผู้รู้ทางศาสนาและมีพยานอื่นอย่างน้อย 2 คน ทั้งนี้ ผู้รู้จะได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ถูกต้องได้

คำปฏิญาณตนเข้ารับอิสลามคือการกล่าวคำเป็นภาษาอาหรับว่า "อัชฮะดุ อัลลา อิลาหะ อินลัลลอหฺ วะอัชฮะดุ อันนะ มุฮัมมะดัร รอซูลุลลอหฺ" มีความหมายในภาษาไทยว่า "ข้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอหฺ และข้าขอปฏิญาณว่า นบีมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตแห่งพระองค์"

หมายเหตุแก้ไข

  1. แหล่งอ้างอิงปฐมภูมิเขียนว่ามุสลิมนิกายซุนนีมี 87–90% แต่นั่นได้รวมกลุ่มที่ไม่ใช่นิกายในศาสนาอิสลามด้วย. ถ้าจะทำให้ข้อมูลถูกต้องยิ่งขึ้น จำนวนกลุ่มที่ไม่ใช่นิกายในศาสนาอิสลาม (15–20%) จึงถูกแยกออกจากนิกายซุนนี

อ้างอิงแก้ไข

  1. Lipka, Michael; Hackett, Conrad (6 เมษายน 2017). "Why Muslims are the world's fastest-growing religious group". pewresearch.org. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 สิงหาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม 2017.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 "The Future of World Religions: Population Growth Projections, 2010–2050". Pew Research Center. 2 เมษายน 2015. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2017. สืบค้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2017.
  3. "Muslim Population by Country". The Future of the Global Muslim Population. Pew Research Center. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 February 2011. สืบค้นเมื่อ 22 December 2011.
  4. "The World Factbook — Central Intelligence Agency". www.cia.gov (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 ธันวาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2017.
  5. "The World Factbook — Central Intelligence Agency". www.cia.gov (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 กรกฎาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2017.
  6. "Muslim Population in India - Muslims in Indian States". www.indiaonlinepages.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 กันยายน 2017. สืบค้นเมื่อ 4 ตุลาคม 2017.
  7. "The Future of the Global Muslim Population". Pew Research Center's Religion & Public Life Project (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 15 มกราคม 2011. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 พฤษภาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2017.
  8. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 พฤษภาคม 2009. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2017.
  9. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 มิถุนายน 2008. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2017.
  10. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2012. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2017.
  11. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 กันยายน 2017. สืบค้นเมื่อ 31 ธันวาคม 2017.
  12. United Nations High Commissioner for Refugees. "Refworld - 2010 Report on International Religious Freedom - China (includes Tibet, Hong Kong, Macau)". Refworld. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 ตุลาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2015.
  13. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 มกราคม 2010. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2015.
  14. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 พฤษภาคม 2009. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2015.
  15. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2011. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2015.
  16. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 กันยายน 2017. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2015.
  17. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 ตุลาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2015.
  18. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 มิถุนายน 2007. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2015.
  19. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 พฤษภาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2015.
  20. "The World Factbook". เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 28 ธันวาคม 2010. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2015.
  21. Grim, Brian J.; Johnson, Todd M. (2013). Chapter 1: Global Religious Populations, 1910–2010 (PDF) (Report). John Wiley & Sons, Ltd. p. 22. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 20 October 2013. สืบค้นเมื่อ 10 March 2017.
  22. Al-Jallad, Ahmad. "Polygenesis in the Arabic Dialects" (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 สิงหาคม 2016. {{cite journal}}: Cite journal ต้องการ |journal= (help)
  23. 23.0 23.1 "Mapping the Global Muslim Population: A Report on the Size and Distribution of the World's Muslim Population" (PDF). Pew Research Center. ตุลาคม 2009. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2017. สืบค้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2017. Of the total Muslim population, 10–13% are Shia Muslims and 87–90% are Sunni Muslims.
  24. 24.0 24.1 "Chapter 1: Religious Affiliation". The World’s Muslims: Unity and Diversity. Pew Research Center's Religion & Public Life Project. 9 สิงหาคม 2012. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 ธันวาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 4 กันยายน 2013.
  25. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ahmadi
  26. Alford T. Welch, Ahmad S. Moussalli, Gordon D. Newby (2009). "Muḥammad". ใน John L. Esposito (บ.ก.). The Oxford Encyclopedia of the Islamic World. Oxford: Oxford University Press. The Prophet of Islam was a religious, political, and social reformer who gave rise to one of the great civilizations of the world. From a modern, historical perspective, Muḥammad was the founder of Islam. From the perspective of the Islamic faith, he was God's Messenger (rasūl Allāh), called to be a “warner,” first to the Arabs and then to all humankind.{{cite encyclopedia}}: CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  27. Nasr, Seyyed Hossein (2007). "Qurʼān". Encyclopædia Britannica Online. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 ตุลาคม 2007. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2007.
  28. The Qurʼan and Sayings of Prophet Muhammad: Selections Annotated & Explained. SkyLight Paths Publishing. 2007. pp. 21–. ISBN 978-1-59473-222-5. สืบค้นเมื่อ 31 August 2013.
  29. "Muslim". etymonline.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 กันยายน 2015.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข