การเติบโตของศาสนา

พัฒนาการของศาสนาต่าง ๆ ในสังคม

การเติบโตของศาสนา (อังกฤษ: Growth of religion) เป็นการขยายและเพิ่มจำนวนของผู้นำถือศาสนาทั่วโลก โดยปกติแล้ว ในสถิติมักวัดจำนวนผู้นับถือที่แน่นอน ร้อยละของการเติบโตต่อปี และการเติบโตของจำนวนผู้เข้ารีตในโลก การทำนายไม่สามารถทำได้ในเชิงประจักษ์และยังคงเป็นที่โต้แย้ง แต่ยังคงมีประโยชน์ในเชิงเปรียบเทียบ

จากการศึกษาในคริสต์ศตวรรษที่ 21 กล่าวแนะว่า ในด้านร้อยละและการเผยแพร่ทั่วโลก[1][2] ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาหลักที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก[3][4][5][6][7][8][9] การทำนายศาสนาใน ค.ศ. 2050 โดยสำนักวิจัยพิวสรุปว่า ประชากรมุสลิมทั่วโลกอาจมีอัตราการเจริญเติบโตเร็วกว่าประชากรศาสนาคริสต์ เนื่องจากมุสลิมส่วนใหญ่อยู่ในวัยหนุ่มสาวและมีอัตราการเจริญพันธุ์สูง[10][11] รายงานจากสำนักวิจัยพิว การเปลี่ยนศาสนา (religious conversion) ไม่มีผลต่อประชากรมุสลิม เพราะจำนวนคนที่เข้ารับอิสลามมีจำนวนเกือบเท่ากับคนที่ออกจากศาสนาอิสลาม[12][13][14]

บางศาสนาทำให้เป็นสาวกอย่างกระฉับกระเฉง (เช่น ศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม) บางส่วนไม่ได้ดำเนินการเปลี่ยนศาสนาอย่างกระฉับกระเฉง (เช่น ศาสนายูดาห์) บางศาสนาเคยเติบโตขึ้นในช่วงแรก แต่ปัจจุบันกลับเสื่อมถอย (เช่น ศาสนาโซโรอัสเตอร์) การเติบโตของศาสนาก่อให้เกิดการปะทะกันด้วยปัจจัยต่าง ๆ เช่น การกดขี่, ยึดมั่นศาสนาของศัตรู (เช่น การตั้งศาสนาประจำชาติ) และการเจาะตลาดทางศาสนา[15]

สถิติโดยรวมแก้ไข

การรวมข้อมูลแก้ไข

เป็นเรื่องยากที่จะรวบรวมสถิติเกี่ยวกับผู้นับถือศาสนาและมักมีข้อขัดแย้งเสมอ; ส่วนสถิติการเปลี่ยนแปลงจำนวนผู้นับถือศาสนาเป็นเรื่องยากกว่า เพราะต้องใช้วิธีการสำรวจหลายครั้งแยกกันในแต่ละปี ซึ่งใช้ในเคสที่จำเป็น และใช้แค่ประเทศนั้น ๆ เช่น การสำรวจการระบุศาสนาของชาวอเมริกัน (American Religious Identification Survey)[16] ในสหรัฐ หรือข้อมูลสำมะโนประชากรจากประเทศออสเตรเลีย (ซึ่งรวมคำถามการระบุศาสนาโดยสมัครใจมาตั้งแต่ ค.ศ. 1911)[17]

การเติบโตในประวัติศาสตร์แก้ไข

ฐานข้อมูลศาสนาของโลก[18] (The World Religion Database; WRD) เป็นฐานข้อมูลพิชญพิจารณ์ของสถิคิทางศาสนานานาชาติจากการวิจัยในสถาบันวัฒนธรรม ศาสนา และกิจการโลก (the Institute on Culture, Religion & World Affairs) ที่มหาวิทยาลัยบอสตัน มันถูกเผยแพร่โดยสำนักพิมพ์บริลล์และเป็นฐานข้อมูลประชากรทางศาสนาที่ครอบคลุมที่สุดสำหรับนักวิชาการ โดยมีข้อมูลสำหรับทุกประเทศทั่วโลก[19] ข้อมูลการนับถือส่วนใหญ่มาจากสำมะโนและการสำรวจ[20] ข้อมูลสาวกเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็น 18 กลุ่ม: อไญยนิยม, อเทวนิยม,[a] บาไฮ, พุทธ, พื้นบ้านจีน, คริสต์, ลัทธิขงจื๊อ, ลัทธิเต๋า, กลุ่มชาติพันธุ์ทางศาสนา, ฮินดู, เชน, ยิว, มุสลิม, ศาสนาใหม่, ชินโต, ซิกข์, เจตนิยม และโซโรอัสเตอร์ โดย WRD ถูกจัดเรียงโดยนักประชากรศาสตร์ทั้งสองคน Todd M. Johnson[21] และ Brian J. Grim.[22]

ผู้ที่เชื่อ / ไม่เชื่อในศาสนาทั่วโลกตามสาวก, ค.ศ. 1910–2010
ศาสนา / ไม่มีศาสนา ค.ศ. 1910 ค.ศ. 2010 อัตรา*
สาวก % สาวก % ค.ศ. 1910–2010 ค.ศ. 2000–2010
คริสต์ 611,810,000 34.8 2,260,440,000 32.8 1.32 1.31
อิสลาม 221,749,000 12.6 1,553,773,000 22.5 1.97 1.86
ฮินดู 223,383,000 12.7 948,575,000 13.8 1.46 1.41
อไญยนิยม 3,369,000 0.2 676,944,000 9.8 5.45 0.32
พื้นบ้านจีน 390,504,000 22.2 436,258,000 6.3 0.11 0.16
พุทธ 138,064,000 7.9 494,881,000 7.2 1.28 0.99
ชาติพันธ์ุทางศาสนา 135,074,000 7.7 242,516,000 3.5 0.59 1.06
อเทวนิยม 243,000 0.0 136,652,000 2.0 6.54 0.05
ศาสนาใหม่ 6,865,000 0.4 63,004,000 0.9 2.24 0.29
ซิกข์ 3,232,000 0.2 23,927,000 0.3 2.02 1.54
ยูดาห์ 13,193,000 0.8 17,064,000 0.2 0.11 1.02
เจตนิยม 324,000 0.0 13,700,000 0.2 3.82 0.94
ลัทธิเต๋า 437,000 0.0 8,429,000 0.1 3.00 1.73
บาไฮ 225,000 0.0 7,306,000 0.1 3.54 1.72
ลัทธิขงจื๊อ 760,000 0.0 6,449,000 0.1 2.16 0.36
เชน 1,446,000 0.1 5,316,000 0.1 1.31 1.53
ชินโต 7,613,000 0.4 2,761,000 0.0 −1.01 0.09
โซโรอัสเตอร์ 98,000 0.0 192,000 0.0 0.51 0.74
ประชากรรวม:
1,758,412,000
100.0
6,895,889,000
100.0
1.38
1.20
*อัตรา = อัตราการเจริญเติบโตรายปีโดยเฉลี่ย, ระบุเป็นร้อยละต่อปี

อ้างอิง: Todd M. Johnson กับ Brian J. Grim[23]

ดูเพิ่มแก้ไข

หมายเหตุแก้ไข

  1. อเทวนิยมกับอไญยนิยมไม่ถือว่าเป็นศาสนา แต่ข้อมูลเกี่ยวกับความแพร่หลายของการไม่มีศาสนา มีประโยชน์ต่อนักวิชาการประชากรศาสตร์ทางศาสนา

อ้างอิงแก้ไข

  1. Johnson, Todd M.; Grim, Brian J. (2013). The World's Religions in Figures: An Introduction to International Religious Demography (PDF). Hoboken, NJ: Wiley-Blackwell. p. 10. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 27 September 2013. สืบค้นเมื่อ 2 September 2013.
  2. Todd M. Johnson, Religious Projections for the Next 200 Years from World Network of Religious Futurists
  3. "Islam Is the Fastest Growing Religion in the World". Voice of America. สืบค้นเมื่อ 7 May 2016.
  4. "The List: The World's Fastest-Growing Religions". Foreign Policy. สืบค้นเมื่อ 7 May 2016.
  5. "Islam is world's fastest-growing religion, will equal Christianity by 2050". Christian Today. สืบค้นเมื่อ 7 May 2016.
  6. "Why Muslims are the world's fastest-growing religious group". pewresearch.org. สืบค้นเมื่อ 5 May 2016.
  7. "Fast-growing Islam winning converts in Western world". CNN. สืบค้นเมื่อ 7 July 2015.
  8. Longhurst, John (20 June 2015). "Religion in no danger of disappearing". Winnipeg Free Press. สืบค้นเมื่อ 7 July 2015.
  9. "Islam Will Be Fastest-Growing Major Religion in Coming Decades: Report". NBC News. สืบค้นเมื่อ 7 July 2015.
  10. "The Future of World Religions p.70" (PDF). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 29 April 2015.
  11. "A Religious Forecast For 2050: Atheism Is Down, Islam Is Rising". This growth has to do with the relatively young age of the Muslim population as well as high fertility rates.
  12. The Future of the Global Muslim Population (รายงาน). Pew Research Center. 27 January 2011. http://www.pewforum.org/2011/01/27/the-future-of-the-global-muslim-population/. เรียกข้อมูลเมื่อ 27 December 2017. 
  13. "Why Muslims are the world's fastest-growing religious group". Pew Research Center. 23 April 2015. สืบค้นเมื่อ 5 May 2016.
  14. "The Future of the Global Muslim Population". there is no substantial net gain or loss in the number of Muslims through conversion globally; the number of people who become Muslims through conversion seems to be roughly equal to the number of Muslims who leave the faith
  15. Young, William W. (2018). Listening, Religion, and Democracy in Contemporary Boston: God's Ears. Ethnographies of Religion. Lanham, Maryland: Rowman & Littlefield. p. 119. ISBN 9781498576093. [...] smaller churches such as Emmanuel face the sharp and troubling question of what they are for—why this church is needed in this particular place and time, when there is virtually market saturation for religious consumers.
  16. "American Religious Identification Survey, Key Findings". The Graduate Center of the City University of New York. October 2001. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 14 April 2012.
  17. Statistics, c=AU; o=Commonwealth of Australia; ou=Australian Bureau of. "Redirect to Census data page". abs.gov.au.
  18. Todd M. Johnson, Brian J. Grim, International religious demographic statistics and sources World Religion Database, International religious demographic statistics and sources
  19. Dekker, Jennifer (2010). "World Religion Database" (PDF). The Charleston Advisor. 11 (3): 57–60. ISSN 1525-4003. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 27 September 2013. สืบค้นเมื่อ 2 September 2013.
  20. World Religion Database, WRD Methodology
  21. "Dr. Todd M. Johnson " Institute on Culture, Religion & World Affairs – Boston University". 14 April 2014. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 14 April 2014.
  22. "Brian J. Grim – Pew Research Center". 22 October 2013. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 22 October 2013.
  23. Johnson, Todd M.; Grim, Brian J. (2013). The World's Religions in Figures: An Introduction to International Religious Demography (PDF). Hoboken, NJ: Wiley-Blackwell. p. 10. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม (PDF) เมื่อ 20 October 2013. สืบค้นเมื่อ 24 November 2015.

สารานุกรมแก้ไข

  • Carolyn Chen, Russell Jeung. Sustaining Faith Traditions: Race, Ethnicity, and Religion among the Latino and Asian American Second Generation. NYU Press, 2012. ISBN 0814717365.
  • Miikka Ruokanen, Paulos Zhanzhu Huang. Christianity and Chinese Culture. William B. Eerdmans Publishing, 2011. ISBN 0802865569.
  • Todd M. Johnson, Brian J. Grim. The World's Religions in Figures: An Introduction to International Religious Demography. John Wiley & Sons, 2013.
  • Religion on the Move!: New Dynamics of Religious Expansion in a Globalizing World, BRILL, 21 November 2012, Afe Adogame, Shobana Shankar, 2012.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข