ศาสนา

กลุ่มของความเชื่อ แนวปฏิบัติ และประเพณีของกลุ่มหรือชุมชน

ศาสนา (อังกฤษ: Religion) หมายถึง ลัทธิความเชื่อของมนุษย์ เกี่ยวกับการกำเนิด ความเป็นไป และสิ้นสุดของโลก หลักศีลธรรม หลักธรรมคำสอน ตลอดจนลัทธิพิธีที่กระทำตามความเชื่อนั้น ๆ[1] หลายศาสนามีการบรรยายสัญลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเจตนาอธิบายความหมายของชีวิต และ/หรืออธิบายกำเนิดชีวิตหรือเอกภพ จากความเชื่อของศาสนาเกี่ยวกับจักรวาล ธรรมชาติ มนุษย์ และศีลธรรม จริยศาสตร์ กฎหมายหรือวิถีชีวิต มีการประมาณว่าน่าจะมีความเชื่อเชิงศาสนาราว 4,200 ความเชื่อในโลก โดยพิจารณาตามจำนวนประมาณการของกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าต่างๆ ตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ หลายศาสนาส่วนใหญ่กลายเป็นศาสนาที่ตายแล้วเพราะไม่มีคนนับถือแล้ว เเต่ในปัจจุบันมีศาสนาหลักที่มีประชากรโลกนับถือเป็นอย่างมากทั้งหมด 4 ศาสนาได้เเก่ ศาสนาคริสต์, ศาสนาอิสลาม, ศาสนาฮินดู และศาสนาพุทธ [2] ศาสนาต่างๆล้วนมีอิทธิพลทางด้านศิลปวัฒนธรรม ภาษา ประวัติศาสตร์ ตลอดจนเเนวคิดเเละหลักความเชื่อของบุคคลต่างๆ

สัญลักษณ์ของศาสนาต่าง ๆ
ภาพศาสนพิธีในศาสนาต่าง ๆ ทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีผู้ไม่นับถือศาสนาใด ๆ ซึ่งเรียกว่า ผู้ที่ไม่มีศาสนา[3]

ความหมายเชิงศัพทมูลวิทยา

สำหรับบางภาษา มีการใช้คำว่าศาสนาแตกต่างกันออกไป และบางภาษาไม่มีคำว่าศาสนาโดยสิ้นเชิง เช่นภาษาสันสกฤต ใช้คำว่า ธรรมะ (dharma) อาจใช้เทียบเคียงกับศาสนาได้ แต่มีความหมายโดยทั่วไปว่ากฎหมาย

การกำเนิดและการพัฒนา

การกำเนิดของศาสนานั้นไม่แน่นอน มีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับจุดกำเนิดของวัตรศาสนาจัดตั้ง (Organised Religious Practice)

จอห์น มอนาแกน และปีเตอร์ จัสต์ นักมานุษยวิทยา กล่าวว่า "ศาสนาใหญ่ของโลกหลายศาสนาดูเริ่มต้นเป็นขบวนการคืนชีวิต (Revitalisation) บางแบบ โดยวิสัยทัศน์ของศาสดาผู้เปี่ยมบารมีจุดจินตนาการของผู้แสวงคำตอบครอบคลุมยิ่งขึ้นของปัญหาของเขามากกว่าที่รู้สึกว่าความเชื่อประจำวันให้ได้ ปัจเจกบุคคลผู้มีบารมีอุบัติขึ้นหลายกาละและเทศะในโลก ดูเหมือนว่าปัจจัยสู่ความสำเร็จระยะยาว และหลายขบวนการมาแล้วไปโดยมีผลระยะยาวเล็กน้อย สัมพันธ์กับศาสดาน้อย ซึ่งปรากฏด้วยความสม่ำเสมอน่าประหลาดใจ แต่สัมพันธ์มากกว่ากับพัฒนาการของกลุ่มผู้สนับสนุนซึ่งสามารถจัดตั้งขบวนการนั้นเป็นสถาบัน"

การพัฒนาศาสนามีหลายแบบในหลายวัฒนธรรม บางศาสนาเน้นความเชื่อ ฝ่ายบางศาสนาเน้นวัตร บางศาสนาเน้นประสบการณ์อัตวิสัยของศาสนิกชน ฝ่ายบางศาสนาถือกิจกรรมของชุมชนศาสนาสำคัญที่สุด บางศาสนาอ้างว่าเป็นนสากล โดยเชื่อว่ากฎหมายและจักรวาลวิทยาของศาสนานั้นผูกมัดทุกคน ฝ่ายบางศาสนาตั้งใจให้ปฏิบัติเฉพาะในกลุ่มนิยามหรือจำกัดแคบ ๆ ในหลายพื้นที่ ศาสนาสัมพันธ์กับสถาบันสาธารณะอย่างการศึกษา โรงพยาบาล ครอบครัว รัฐบาลและลำดับชั้นบังคับบัญชาทางการเมือง

ประเภทศาสนาและความเชื่อ

ความเชื่อและศาสนาอาจมีมากมาย หลายความเชื่อ หลายศาสนา แต่ก็ได้มีการการจัดประเภทของความเชื่อและศาสนา ตามลักษณะที่คล้ายคลึงเพื่อนำไปเทียบเคียง ความเหมือนและความแตกต่าง คือ

1.ไม่มีศาสนา เป็นกลุ่มที่มีความเชื่อว่า ตายแล้ว สูญสลายไป ไม่มีจิตวิญญาณเพื่อไปเกิดใหม่ ไม่ไปหาพระเจ้าอะไรทั้งนั้น ไม่มีขึ้นสวรรค์ ไม่มีลงนรก ไม่มีผี ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด มักมีแนวคิดคล้อยตามแนวคิดวิทยาศาสตร์กระแสหลัก ที่เชื่อว่าโลกนี้เกิดขึ้นเองจากความบังเอิญ ไม่มีใครสร้าง ไม่มีพิมพ์เขียว ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความน่าจะเป็น ซึ่งรวมไปถึงกลุ่มศาสนาที่ตั้งขึ้นมาล้อเลียน เช่น ศาสนาเบคอน รวมถึงกลุ่มคนที่ไม่สนใจจะเชื่อในความเชื่อใดๆ หรือ ยังไม่ได้ตัดสินใจจะเชื่อในความเชื่อใดๆ

2.เทวนิยม เป็นกลุ่มที่มีความเชื่อว่า โลก จักรวาล เอกภพ สรรพสิ่ง มนุษย์ กฎของสรรพสิ่ง มีพระเจ้าเป็นผู้สร้างขึ้นมา เมื่อมนุษย์หรือสัตว์ตายไป ก็จะเป็นไปตามพระประสงค์ของผู้สร้าง เช่น ไปอยู่กับพระเจ้า ไปลงนรก ซึ่งก็มีแนวคิดที่แตกต่างกันในเรื่องปลีกย่อย เช่นแนวพิธีกรรมต่างๆ แต่โดยรวมคือขึ้นอยู่ กับผู้สร้าง ซึ่งผู้สร้างลักษณะแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่สังคมและบุคคลไปอีก ที่อาจเชื่อตามศาสดา ศาสนทูตหรือผู้นำศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ซึ่งพระเจ้าอาจมีลักษณะเป็นบุคคล หรือนามธรรม อยู่ในทุกสรรพสิ่ง ฯลฯ แตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ล่ะบุคคล บางศาสนาอาจเป็นบุคคลคนเดียว บางศาสนามีสองคน บางศาสนามีสามคน บางศาสนามีมากกว่าสามขึ้นไป ถ้ามีบุคคลเดียวจะเรียกว่าเอกเทวนิยม ถ้ามีหลายบุคคลเรียกพหุเทวนิยม แต่แม้จะมีหลายบุคคล แต่มักจะเชื่อว่าเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่แสดงออกมาในหลายลักษณะ

3.อเทวนิยม เป็นกลุ่มความเชื่อที่เชื่อว่า ไม่มีพระเจ้า ไม่มีผู้สร้าง เชื่อว่าโลกนี้เกิดขึ้นเองจากกฎธรรมชาติ เชื่อว่า มีการเวียนว่ายตายเกิด บางกลุ่มอาจเชื่อว่า มีนรกสวรรค์ มีผี มีเทวดา มีกฎแห่งกรรม เป็นต้น

ศาสนาฮินดูบางนิกายก็เชื่อว่ามีการเวียนว่ายตายเกิด มีกฎแห่งกรรม แต่ก็จัดว่าเป็นเทวนิยม เพราะมีพระเจ้าสร้างโลก คือตรีมูรติ ศาสนาพุทธเช่นมหายานบางนิกายก็เชื่อว่ามีพระอาทิพุทธเจ้าสร้างโลก ก็น่าจัดเข้าเป็นเทวนิยมได้เหมือนกัน แต่เนื่องทางวิชาการถือว่าเถรวาทเป็นนิกายดั้งเดิมไม่มีพระเจ้า จึงควรจัดเป็นศาสนาอเทวนิยม

ข้อถกเถียงที่มีต่อกลุ่มไม่มีศาสนา คือ จะเป็นไปได้หรือที่โลกนี้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ ความน่าจะเป็นที่เกิดมนุษย์และสรรพสิ่งรอบตัวที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้ และไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อีก ตามความน่าจะเป็น

ข้อถกเถียงที่มีต่อกลุ่มเทวนิยม คือ ถ้าพระเจ้าสร้างสรรพสิ่ง แล้วใครสร้างพระเจ้า ถ้าคอมพิวเตอร์เกิดขึ้นเองไม่ได้ ต้องมีคนสร้าง แล้วใครสร้างคนที่สร้างคอมพิวเตอร์ ถ้าการเกิดขึ้นของผู้สร้างเกิดขึ้นได้เองโดยฉับพลันทันทีคือมาได้ยังไง โดยไม่อาศัยการวิวัฒนาการใดๆแต่กลับกลายเป็นบุคคลที่สมบูรณ์แบบทั้งความฉลาดและพลังอำนาจที่สามารถดลบันดาลสร้างสรรค์สรรพสิ่งด้วยฤทธานุภาพ ถ้างั้นแล้วการวิวัฒนาการเกิดขึ้นเองที่ล่ะนิดของสรรพสิ่งจะไม่เกิดง่ายกว่าหรือเป็นไปได้มากกว่าเหรอ หรือถ้าพระเจ้าไม่มีการเกิดแต่ทรงเป็นอยู่มาตลอดเหนือกาลเวลา หรือแม้กาลเวลายังเป็นสิ่งที่ถูกพระองค์สร้าง แล้วพระเจ้าทรงอุบัติมีอยู่ได้ยังไง ในเมื่อไม่มีการอุบัติเกิดขึ้นมาเลย

ข้อถกเถียงที่มีต่อกลุ่มอเทวนิยม ที่มีกฎธรรมชาติเป็นผู้สร้าง มีกฎแห่งกรรมเป็นพิมพ์เขียวและเป็นกฎผู้แทรกแซง เพราะมีกฎแห่งกรรมจึงไม่ต้องอาศัยความน่าจะเป็น กฎแห่งกรรมจะกำหนดให้เกิดมาเป็นมนุษย์ เป็นสัตว์ชนิดต่างๆ ตามกรรมที่ได้ทำมา ดังนั้น ถ้าไม่มีพระเจ้า แล้วใครสร้างกฎธรรมชาติและกฎแห่งกรรม แล้วกฎแห่งกรรมทำไมสามารถข้ามภพข้ามชาติ ติดตามให้ผลในชาติหน้าได้ จุดเริ่มต้นของการเวียนว่ายตายเกิดคืออะไร

กลุ่มศาสนา

 
แผนภาพแสดงการนับถือศาสนาของกลุ่มคนส่วนใหญ่ในแต่ละประเทศ
ศาสนาโลกในปี ค.ศ. 2010[4]
ศาสนาคริสต์
  
31.5%
ศาสนาอิสลาม
  
23.2%
ไม่มีศาสนา
  
16.3%
ศาสนาฮินดู
  
15%
ศาสนาพุทธ
  
7.1%
ศาสนาพื้นบ้าน
  
5.9%
ศาสนายูดาห์
  
0.2%
ศาสนาอื่น ๆ
  
0.8%

ศาสนาอับราฮัม

เป็นคำที่ใช้เรียกศาสนาสำคัญ 4 ศาสนาที่เป็นลัทธิเทวนิยมที่มีความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว —ซึ่งทั้งสี่ศาสนานับอับราฮัมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสนา

ศาสนาแบบอิหร่าน

ศาสนาแบบอินเดีย

ศาสนาเอเชียตะวันออก

ศาสนาแบบจีน

ศาสนาแบบญี่ปุ่น

ศาสนาแบบแอฟริกัน

อ้างอิง

  1. ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2556, หน้า 1142
  2. The Everything World's Religions Book: Explore the Beliefs, Traditions and Cultures of Ancient and Modern Religions, page 1 Kenneth Shouler - 2010
  3. "สภาวะทางสังคม วัฒนธรรม และสุขภาพจิต" (PDF). สารสถิติ. ปีที่ 23 (เล่มที่ 4): 6. ตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2555. สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2559. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)[ลิงก์เสีย]
  4. Religiously Unaffiliated, สืบค้น 21 สิงหาคม พ.ศ. 2559
  5. [1] Religion