ประเทศอิรัก (อาหรับ: العراق‎; เคิร์ด: عێراق อังกฤษ: Iraq) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐอิรัก (อาหรับ: جمهورية العراق‎; เคิร์ด: كؤماری عێراق) เป็นประเทศในตะวันออกกลาง มีอาณาเขตทางทิศเหนือจรดประเทศตุรกี ทางทิศตะวันออกจรดประเทศอิหร่าน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จรดประเทศคูเวต ทางทิศใต้จรดประเทศซาอุดีอาระเบีย ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จรดประเทศจอร์แดน และทางทิศตะวันตกจรดประเทศซีเรีย กรุงแบกแดด ซึ่งเป็นเมืองหลวง ตั้งอยู่ในกลางประเทศ ราว 97% ของประชากรอิรัก 36 ล้านคนเป็นชาวมุสลิม ส่วนใหญ่มีเชื้อสายซุนนีย์ ชีอะฮ์และเคิร์ด

สาธารณรัฐอิรัก
جمهورية العراق (อาหรับ)
كؤماری عێراق (เคิร์ด)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญอาหรับ: الله أكبر
(อัลลอฮุ อัคบัร)
("อัลลอฮ์คือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด")
เพลงชาติMawtini (ใหม่) ;
Ardh Alforatain (เก่า)

เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
แบกแดด
33°20′N 44°26′E / 33.333°N 44.433°E / 33.333; 44.433
ภาษาราชการ ภาษาอาหรับและภาษาเคิร์ด
การปกครอง สาธารณรัฐ
•  ประธานาธิบดี บัรฮัม ศอเลียะห์
•  นายกรัฐมนตรี อาดิล อับดุลมะฮ์ดี
ได้รับเอกราช
•  จากจักรวรรดิออตโตมาน 1 ตุลาคม พ.ศ. 2462 
•  จากสหราชอาณาจักร 3 ตุลาคม พ.ศ. 2475 
พื้นที่
•  รวม 437,072 ตร.กม. (58)
168,754 ตร.ไมล์ 
•  แหล่งน้ำ (%) 1.1%
ประชากร
•  2557 (ประเมิน) 36,004,552 (36)
•  ความหนาแน่น 82.7 คน/ตร.กม. (125)
183.9 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2560 (ประมาณ)
•  รวม $ 660.723 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 17,003 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2560 (ประมาณ)
•  รวม $ 192.660 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 4,958 
จีนี (2555) 29.5[1] 
HDI (2559) Steady 0.649 (ปานกลาง) (121st)
สกุลเงิน ดีนาร์อิรัก (IQD)
เขตเวลา (UTC+3)
 •  ฤดูร้อน (DST)  (UTC+4)
โดเมนบนสุด .iq
รหัสโทรศัพท์ 964

ประเทศอิรักมีแนวชายฝั่งส่วนแคบวัดความยาวได้ 58 กิโลเมตรทางเหนือของอ่าวเปอร์เซีย และอาณาเขตของประเทศครอบคลุมที่ราบลุ่มแม่น้ำเมโสโปเตเมีย ปลายทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขาซากรอส และทะเลทรายซีเรียส่วนตะวันออก สองแม่น้ำหลัก แม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีส ไหลลงใต้ผ่านใจกลางประเทศและไหลลงสู่ชัฏฏุลอะร็อบใกล้อ่าวเปอร์เซีย แม่น้ำเหล่านี้ทำให้ประเทศอิรักมีดินแดนอุดมสมบูรณ์มากมาย

ภูมิภาคระหว่างแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีสมักเรยกว่า เมโสโปเตเมีย และคาดว่าเป็นบ่อเกิดของการเขียนและอารยธรรมเก่าแก่ที่สุดของโลก พื้นที่นี้ยังเป็นที่ตั้งของอารยธรรมที่สืบทอดต่อกันมานับแต่ 6 สหัสวรรษก่อนคริสตกาล ในแต่ละช่วงของประวัติศาสตร์ อิรักเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิอัคคาเดีย ซูเมเรีย อัสซีเรีย และบาบิโลเนีย นอกจากนี้ยังเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิมีเดีย อะคีเมนิด เฮลเลนนิสติก พาร์เธีย แซสซานิด โรมัน รอชิดีน อุมัยยะฮ์ อับบาซียะห์ มองโกล ซาฟาวิด อาฟชาริยะห์และออตโตมัน และเคยเป็นอาณาเขตในอาณัติสันนิบาตชาติภายใต้การควบคุมของอังกฤษ

พรมแดนสมัยใหม่ของประเทศอิรักส่วนใหญ่ปักใน ค.ศ. 1920 โดยสันนิบาตชาติ เมื่อจักรวรรดิออตโตมันถูกแบ่งตามสนธิสัญญาแซฟวร์ ประเทศอิรักถูกกำหนดให้อยู่ในอำนาจของสหราชอาณาจักรเป็นอาณาเขตในอาณัติเมโสโปเตเมียของอังกฤษ พระมหากษัตริย์สถาปนาขึ้นใน ค.ศ. 1921 และราชอาณาจักรอิรักได้รับเอกราชจากอังกฤษใน ค.ศ. 1932 ใน ค.ศ. 1958 พระมหากษัตริย์ถูกล้มล้างและมีการสถาปนาสาธารณรัฐอิรัก ประเทศอิรักถูกควบคุมโดยพรรคบะอัธสังคมนิยมอาหรับตั้งแต่ ค.ศ. 1968 ถึง 2003 หลังการบุกครองโดยสหรัฐอเมริกาและพันธมิตร พรรคบะอัธของซัดดัม ฮุสเซนถูกโค่นจากอำนาจและมีการจัดการเลือกตั้งรัฐสภาหลายพรรคขึ้น ทหารสหรัฐออกจากอิรักทั้งหมดใน ค.ศ. 2011 แต่การก่อการกำเริบอิรักยังดำเนินต่อไปและทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อนักรบจากสงครามกลางเมืองซีเรียไหลบ่าเข้าประเทศ

ภูมิศาสตร์แก้ไข

 
แผนที่ประเทศอิรัก

อิรักมีพื้นที่ทั้งหมด 437,072 ตารางกิโลเมตร ทิศตะวันออกติดกับ อิหร่าน ทิศเหนือ ติดกับตุรกี ทิศใต้ติดกับคูเวต ทิศตะวันตกติดกับ ซีเรีย และจอร์แดน สภาพทางภูมิศาสตร์ของอิรัก เป็นทะเลทรายร้ออิรักยละ 40 ที่ราบสูง ยากแต่การทำการเกษตรทำให้อิรักต้องนำเข้าสินค้าภาคการเกษตรเช่น ข้าวสาลี ข้าวจ้าว ธัญพืช แต่อย่างไรก็ดี อิรักก็มีแม่น้ำไหลผ่าน 2 สาย คือ ไทรกิส ยูเฟรตีส ทำให้ยังพอมีความอุดมสมบูรณ์อยู่บ้าง

ประวัติศาสตร์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: ประวัติศาสตร์อิรัก

ยุคโบราณแก้ไข

ยุคกลางแก้ไข

ยุคอาณาจักรออตโตมานแก้ไข

 
ส.ค.ส.คริสต์มาสค.ศ.1917 ของกองกำลังบริติชเมโซโปเตเมีย.
  • พ.ศ. 2281 - ตกอยู่ใต้อาณาจักรออตโตมาน

รัฐในอาณัติ และ ราชอาณาจักรแก้ไข

หลังจากสงครามโลกครั้งที่1 ยุติลงอาณาจักรออตโตมันที่เคยเป็นมหาอำนาจในตะวันออกกลางตกเป็นผู้แพ้สงคราม ดินแดนต่างๆที่ออตโตมันปกครองก็ถูกแบ่งแยกออกเป็นรัฐต่างๆ อิรักเป็นหนึ่งในรัฐที่ถูกแบ่งแยกออกมาโดยอังกฤษที่สามารถยึดครองอิรักจากออตโตมันได้ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่1

อังกฤษได้เข้ามาปกครองอิรัก ในฐานะรัฐอารักขาตั้งแต่ปี ค.ศ.1920 จนกระทั่งในปี ค.ศ.1932 อังกฤษได้ให้เอกราชแก่อิรักโดยมีราชวงศ์ฮัชไมต์ปกครองประเทศอิรัก

สาธารณรัฐ และ พรรคบะอัธแก้ไข

  • พ.ศ. 2511 - เริ่มต้นการปกครองโดยพรรคบาธ โดยมีประธานาธิบดี Ahmad Masan Al Bakr และรองประธานาธิบดี ซัดดัม ฮุสเซน (Saddam Hussein)
  • พ.ศ. 2522 - ซัดดัม ฮุสเซน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
  • พ.ศ. 2523-2531 -สงครามระหว่างอิรัก-อิหร่าน (สงครามอ่าวครั้งที่ 1)
  • พ.ศ. 2533 - เข้ายึดครองคูเวต(สงครามอ่าวครั้งที่ 2)
  • พ.ศ. 2533 - ถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจโดยสหประชาชาติ

สหรัฐอเมริกาเข้ายึดแก้ไข

 
อนุสาวรีย์ของซัดดัม ฮุสเซน ภายในFirdos Square กรุงแบกแดด ได้โค่นล้มลงภายหลังจากสงครามอิรัก เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2003.

การเมืองการปกครองแก้ไข

บริหารแก้ไข

ดูบทความหลักที่: รัฐบาลอิรัก


นิติบัญญัติแก้ไข

ดูบทความหลักที่: รัฐสภาแห่งอิรัก

ตุลาการแก้ไข

ดูบทความหลักที่: กฎหมายอิรัก

การเมืองภายในแก้ไข

การแบ่งเขตการปกครองแก้ไข

ประเทศอิรักแบ่งออกเป็น 19 จังหวัด (อาหรับ: muhafazat‎, เคิร์ด: Pârizgah)

  1. ดะฮูก
  2. นีนะวา
  3. อาร์บีล
  4. คีร์คูก
  5. ซุไลมานียะห์
  6. ซอลาดีน
  7. อัลอันบาร์
  8. แบกแดด
  9. ดิยาลา
  10. การ์บะลา
  11. บาบิล
  12. วาซิต
  13. นาจาฟ
  14. อัลกอดิซียะห์
  15. ไมซาน
  16. มุซันนา
  17. ซีกอร์
  18. บัสเราะห์
  19. ฮาลับจา

เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน (Kurdistan Autonomous Region) ซึ่งได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ มีพื้นที่รวมบางส่วนของจังหวัดทางเหนือ และปกครองตนเองในเรื่องราชการภายในส่วนใหญ่

นโยบายต่างประเทศแก้ไข

กองทัพแก้ไข

ดูบทความหลักที่: กองทัพอิรัก

เศรษฐกิจแก้ไข

โครงสร้างแก้ไข

ระบอบเศรษฐกิจของอิรักเป็นแบบ สังคมนิยม รวมอำนาจไว้ที่ศุนย์กลาง นั่นคือรัฐบาลกลางของอิรัก มีระบบรัฐสวัสดิการมีการแจก ข้าว น้ำตาล ยารักษาโรคบางชนิด นม เสื้อผ้า ให้แก่ประชากรของอิรัก เศรษฐกิจของอิรักค่อนข้างถูกกดดันจากประชาคมโลกโดยเฉพาะในช่วงวิกฤติการณ์อ่าวเปอร์เซีย สงครามอิรัก และช่วงเหตุการณ์ 9/11 ทำให้เศรษฐกิจของอิรักบอบช้ำ แต่ยุทธปัจจัยทางเศรษฐกิจที่สำคัญของอิรักคือ น้ำมัน อิรักเป็นประเทศที่มีน้ำมันไว้ในครอบครองเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากซาอุดีอาระเบีย โดยผลิตได้วันละ 2.58 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้อิรักกลายเป็นดินแดนที่น่าสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจน้ำมันจากสหรัฐอเมริกาที่มุ่งหวังเข้าไปกอบโกยทรัพยากรล้ำค่าอย่างทองคำดำในอิรัก

โครงสร้างพื้นฐานแก้ไข

การคมนาคม และ โทรคมนาคมแก้ไข

เส้นทางคมนาคมแก้ไข

โทรคมนาคมแก้ไข

การศึกษาแก้ไข

ดูบทความหลักที่: การศึกษาในประเทศอิรัก

สาธารณสุขแก้ไข

ประชากรศาสตร์แก้ไข

เชื้อชาติแก้ไข

 
เด็กๆ ชาวเคอร์ดิสในอิรัก

สังคมของอิรักเป็นสังคมหลากหลายชาติพันธุ์ เป็นเหตุมาจากพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่เป็นแหล่งอารยธรรมมาหลายพันปี พลเมืองของอิรักที่นับถือศาสนาอิสลามนั้น ได้แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ มุสลิมชีอะห์(ร้อยละ 65) และ มุสลิมสุหนี่ (ร้อยละ 20) นอกจากนี้ยังมีชาวเคิร์ด อยู่ในบริเวณเคอร์ดิสถาน ชาวเคริ์ดในอิรักมีอยู่ประมาณ 3,700,000 คน นับว่าเป็นคนส่วนน้อยในอิรัก และเนื่องด้วยรูปแบบการปกครองที่ให้สิทธิของชนชาติอาหรับ และผูกขาดอำนาจทางเศรษฐกิจให้กับมุสลิมสุหนี่ ส่งผลให้ กลายเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างศาสนา และชาติพันธุ์ในอิรัก ทั้งกับมุสลิมด้วยกันเองคือ สุหนี่และชีอะห์ และ ยังปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวคิร์ดกับรัฐบาลกลางของอิรัก เพื่อเรียกร้องสิทธิและความเท่าเทียมอีกด้วย

ภาษาแก้ไข

ดูบทความหลักที่: ภาษาในประเทศอิรัก

ภาษาทางการของอิรัก คือ ภาษาอาหรับ และส่วนอื่นคือ ภาษาเคิร์ด

เมืองใหญ่แก้ไข

ศาสนาแก้ไข

ดูบทความหลักที่: ภาษาในประเทศอิรัก
 
โบสถ์แห่งหนึ่งในอิรัก

ชาวอิรักส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม 96% แบ่งเป็นนิกาย ชีอะห์ 31.5% กับ ซุนนีย์ 64.5% ลัทธิเหตุผล กับ Yazdânism 2.0% ศาสนาคริสต์ 1.2% ศาสนาอื่นๆ 0.8%

วัฒนธรรมแก้ไข

ดูบทความหลักที่: วัฒนธรรมอิรัก

วรรณกรรมแก้ไข

ดูบทความหลักที่: วรรณกรรมของอิรัก

นาฏศิลป์แก้ไข

ดูบทความหลักที่: นาฏศิลป์ของอิรัก

อาหารแก้ไข

ดูบทความหลักที่: อาหารอิรัก

สื่อสารมวลชนแก้ไข

วันหยุดแก้ไข

ดูบทความหลักที่: รายชื่อวันสำคัญของอิรัก

กีฬาแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. "Iraq". World Bank.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

รัฐบาล
ข้อมูลพื้นฐาน