ลัทธิอาณานิคม

(เปลี่ยนทางจาก ลัทธิล่าอาณานิคม)

ลัทธิอาณานิคม (อังกฤษ: colonialism) เป็นการสถาปนา แสวงหาประโยชน์จากพื้นที่อื่น ธำรงรักษา ได้มาซึ่งและขยายอาณานิคมในดินแดนหนึ่งจากประชากรอีกดินแดนหนึ่ง ลัทธิอาณานิคมเป็นชุดความสัมพันธ์ไม่เท่ากันระหว่างเจ้าอาณานิคมและอาณานิคม และมักระหว่างผู้อยู่ในนิคมและประชากรพื้นเมือง

สมัยอาณานิคมยุโรปอยู่ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16 ถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 เมื่อชาติยุโรปหลายชาติสถาปนาอาณานิคมในทวีปเอเชีย แอฟริกาและอเมริกา ทีแรก ประเทศต่าง ๆ ดำเนินนโยบายลัทธิพาณิชยนิยมซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริมเศรษฐกิจของประเทศแม่โดยแลกกับเศรษฐกิจของคู่แข่ง ฉะนั้น ปกติอาณานิคมจึงได้รับอนุญาตให้ค้าขายเฉพาะกับประเทศแม่เท่านั้น ทว่า เมื่อถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิบริติชยกเลิกลัทธิพาณิชยนิยมและการจำกัดการค้า และเริ่มใช้หลักการค้าเสรี โดยมีการจำกัดหรือภาษีศุลกากรน้อย

ประวัติแก้ไข

ดูบทความหลักที่: ประวัติลัทธิอาณานิคม
 
แผนที่อาณานิคมในปี 1800
 
แผนที่อาณานิคมในปี 1914
 
แผนที่อาณานิคมในปี 1936
 
แผนที่อาณานิคมในปี 1945

กิจกรรมซึ่งเรียกได้ว่าลัทธิอาณานิคมนั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนาน เริ่มจากจักวรรดิแอฟริกาก่อนสมัยอาณานิคมซึ่งนำให้ชาวอียิปต์ ฟินีเซีย กรีกและโรมันล้วนสร้างอาณานิคมในสมัยโบราณ

ลัทธิอาณานิคมสมัยใหม่เริ่มด้วยยุคแห่งการสำรวจ โปรตุเกสและสเปนค้นพบดินแดนใหม่ทั่วทั้งมหาสมุทรและสร้างสถานีการค้าหรือพิชิตดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล บางคนถือว่าการสร้างอาณานิคมทั่วทั้งมหาสมุทรนี้เองที่แยกแยะลัทธิอาณานิคมจากลัทธิการขยายอาณาเขต (expansionism) แบบอื่น มีการแบ่งดินแดนใหม่เหล่านี้ระหว่างจักรวรรดิโปรตุเกสและสเปนครั้งแรกโดยสารตราพระสันตะปาปาอินเทอร์เซเทอรา และต่อมาโดยสนธิสัญญาทอร์เดสซิลลาสและสนธิสัญญาซาราโกซา (ค.ศ. 1529)

สมัยนี้ยังสัมพันธ์กับการปฏิวัติพาณิชย์ สมัยกลางตอนปลายมีการปฏิรูปการบัญชีและการธนาคารในอิตาลีและเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก ยุโรปตะวันตกรับและนำมาปรับใช้กับความเสี่ยงและรางวัลสูงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนอาณานิคม

ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีการสร้างจักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศสและจักรวรรดิดัตช์ เช่นเดียวกับกรรมสิทธิ์โพ้นทะเลของอังกฤษ ซึ่งต่อมากลายเป็นจักรวรรดิบริติช นอกจากนี้ ยังมีการสถาปนาจักรวรรดิอาณานิคมเดนมาร์กและอาณานิคมโพ้นทะเลของสวีเดนบ้าง

การแพร่กระจายของจักรวรรดิอาณานิคมลดลงในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยสงครามปฏิวัติอเมริกาและสงครามประกาศอิสรภาพละตินอเมริกา อย่างไรก็ตาม มีการสถาปนาอาณานิคมใหม่จำนวนมากหลังช่วงนี้ รวมทั้งจักรวรรดิอาณานิคมเยอรมันและจักรวรรดิอาณานิคมเบลเยียม ในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 หลายชาติยุโรปเกี่ยวข้องในลัทธิอาณานิคมในทวีปแอฟริกา

จักรวรรดิรัสเซีย จักรวรรดิออตโตมันและจักรวรรดิออสเตรียมีอยู่ในห้วงเวลาเดียวกันกับจักรวรรดิข้างต้น แต่มิได้แผ่ข้ามมหาสมุทร จักรวรรดิเหล่านี้ขยายผ่านช่องทางแต่เดิมโดยการพิชิตอาณาเขตเพื่อนบ้านแทน จักรวรรดิญี่ปุ่นจำลองตนเองตามจักรวรรดิอาณานิคมยุโรป สหรัฐได้ดินแดนโพ้นทะเล

หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ฝ่ายสัมพันธมิตรผู้คว้าชัยแบ่งจักรวรรดิอาณานิคมเยอรมันและจักรวรรดิออตโตมันส่วนใหญ่ระหว่างพวกตนในฐานะอาณัติสันนิบาตชาติ ดินแดนเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็นสามระดับตามความพร้อมได้รับเอกราช ทว่า การปลดปล่อยอาณานิคมนอกทวีปอเมริกาล่าไปจนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ใน ค.ศ. 1972 สหประชาชาติตั้งคณะกรรมาธิการพิเศษการปลดปล่อยอาณานิคม หรือมักเรียกว่า คณะกรรมาธิการ 24 เพื่อส่งเสริมกระบวนการนี้

ยิ่งไปกว่านั้น มีขบวนการเอกราชและโครงการความเป็นปึกแผ่นการเมืองโลก เช่น ขบวนการไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด มีส่วนสำคัญในความพยายามปลดล่อยอาณานิคมในอดีตอาณานิคม

จักรวรรดิทวีปยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 20แก้ไข

เป็นจักรวรรดิของประเทศต่าง ๆ ในทวีปยุโรป

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของสหราชอาณาจักรแก้ไข

 
ผู้ว่าการอาณานิคมของเซเชลส์ตรวจตรากองทหารรักษาเกียรติ ในปี ค.ศ. 1972
 
ถนนฮาร์เบอร์ที่คิงส์ตัน จาเมกา ในปี ค.ศ. 1820
 
ศาลหลวงเดลี ในปี ค.ศ. 1877: การประกาศให้สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักรเป็นจักรพรรดินีแห่งอินเดีย
 
สงครามอังกฤษ - ซิกข์ครั้งที่ 1 ปี ค.ศ. 1845-46
 
สงครามบูร์ครั้งที่สอง ทรานส์วาลและเสรีรัฐออเรนจ์ถูกจักรวรรดิบริติชเข้าปกครองในปี ค.ศ. 1902
 
บรรดาร้านค้าต่าง ๆ ในมอลตาต่างพากันนำป้ายที่มีข้อความต่อต้านบริเตน เพื่อสนับสนุนการประกาศเอกราช ในปี ค.ศ. 1960
 
วันชาติยิบรอลตาร์ ระหว่างที่ยังถูกบริเตนปกครอง
 
ธงอังกฤษ - ฝรั่งเศส ใช้ในการปกครองหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกร่วมกัน (ปัจจุบันประเทศวานูอาตู)

ทวีปอเมริกาเหนือแก้ไข

ทวีปอเมริกาใต้แก้ไข

ทวีปแอฟริกาแก้ไข

ทวีปยุโรปแก้ไข

ทวีปเอเชียแก้ไข

ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียแก้ไข

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสแก้ไข

 
การโจมตีกงส์ต็องตีน ปี ค.ศ. 1836 ของฝรั่งเศส
 
เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสและทหารปืนไรเฟิลตังเกี๋ย ปี ค.ศ. 1884
 
การยึดลุยเซียนาโดยลาซาลในนามราชอาณาจักรฝรั่งเศส

ทวีปอเมริกาเหนือแก้ไข

ทวีปอเมริกาใต้แก้ไข

ทวีปแอฟริกาแก้ไข

เฟรนช์แอฟริกาเหนือแก้ไข
เฟรนช์แอฟริกาตะวันตกแก้ไข
เฟรนช์อิเควทอเรียลแอฟริกาแก้ไข
แอฟริกาตะวันออกและมหาสมุทรอินเดียแก้ไข

ทวีปเอเชียแก้ไข

ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียแก้ไข

ทวีปแอนตาร์กติกาแก้ไข

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของรัสเซียแก้ไข

 
สถานีการค้าของรัสเซียที่ท่าเรือเซนต์พอลล์ ในดินแดนอเมริกาของรัสเซีย (ปัจจุบันคือเมืองโคดิแอก รัฐอะแลสกา สหรัฐอเมริกา) เมื่อปี ค.ศ. 1814
 
การต่อต้านของชาวคอเคเซียนจากจักรวรรดิรัสเซียในคอเคซัส เมื่อปี ค.ศ.1840

ทวีปอเมริกาเหนือแก้ไข

ทวีปยุโรปแก้ไข

ทวีปเอเชียแก้ไข

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของเยอรมนีแก้ไข

 
แคเมอรูนในอาณานิคมแอฟริกาตะวันตกของเยอรมนี เมื่อปี ค.ศ. 1908 (วาดโดย R. Hellgrewe)

ทวีปอเมริกาเหนือแก้ไข

ทวีปอเมริกาใต้แก้ไข

ทวีปแอฟริกาแก้ไข

ทวีปเอเชียแก้ไข

ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนียแก้ไข

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของอิตาลีแก้ไข

 
การบุกลิเบียของอิตาลีระหว่างสงครามอิตาโล–ตุรกี ปี ค.ศ. 1911

ทวีปแอฟริกาแก้ไข

ทวีปยุโรปแก้ไข

ทวีปเอเชียแก้ไข

อาณานิคมและรัฐในอารักขาของเนเธอร์แลนด์แก้ไข

 
การยอมจำนนของเจ้าชายไดโปเนโกโรต่อนายพลชาวดัตช์หลังสิ้นสุดสงครามชวา ในปี ค.ศ. 1830

ทวีปอเมริกาแก้ไข

ทวีปแอฟริกาแก้ไข

ทวีปเอเชียแก้ไข

อาณานิคมของโปรตุเกสแก้ไข

 
สตรีชาวโปรตุเกสในรัฐกัว ที่ปัจจุบันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศอินเดีย เมื่อคริสต์ศตวรรษที่16

อาณานิคมของสเปนแก้ไข

 
An 18th-century casta painting from New Spain shows a Spanish man and his indigenous wife.
 
Spanish General Arsenio Martínez Campos in Havana, Colonial Cuba, 1878

อาณานิคมของออสเตรีย-ฮังการีแก้ไข

 
Muslim Bosniak resistance during the battle of Sarajevo in 1878 against the Austro-Hungarian occupation

อาณานิคมของเดนมาร์กแก้ไข

 
Reykjavík in 1835

อาณานิคมของเบลเยียมแก้ไข

 
'La revue' of the Force Publique, Boma, capital city of the Congo Free State, 1899

อาณานิคมของสวีเดนแก้ไข

อาณานิคมของโปแลนด์-ลิทัวเนียแก้ไข

อาณานิคมและดินแดนที่ยึดครองของโรมาเนียแก้ไข

ดินแดนโพ้นทะเลของนอร์เวย์แก้ไข

จักรวรรดินอกทวีปยุโรปแก้ไข

เป็นจักรวรรดิของประเทศต่าง ๆ นอกทวีปยุโรป

รัฐในอารักขาของออสเตรเลียแก้ไข

 
Members of the militia in Tasmania, c. 1913

เขตสังกัดของนิวซีแลนด์แก้ไข

 
Governor Lord Ranfurly reading the annexation proclamation to Queen Makea on 7 October 1900.

อาณานิคมของสหรัฐและรัฐในอารักขาแก้ไข

 
Governor General William Howard Taft addressing the audience at the Philippine Assembly in the Manila Grand Opera House

อาณานิคมของญี่ปุ่นแก้ไข

 
Three Koreans shot for pulling up rails as a protest against seizure of land without payment by the Japanese

อาณานิคมของจีนแก้ไข

 
Camp of the Qing Military in Khalkha in 1688.

อาณานิคมของไทยแก้ไข

อาณานิคมของโอมานแก้ไข

อาณานิคมของเม็กซิโกแก้ไข

 
Mexican survivors from Clipperton Island, 1917

อาณานิคมของเอกวาดอร์แก้ไข

อาณานิคมของโคลอมเบียแก้ไข

อาณานิคมของอาร์เจนตินาแก้ไข

 
Argentine C-130 and control tower, Marambio Airport

อาณานิคมของชิลีแก้ไข

อาณานิคมของปารากวัยแก้ไข

อาณานิคมของโบลิเวียแก้ไข

อาณานิคมของบราซิลแก้ไข

 
Brazilian troop in Montevideo in 1825.

อาณานิคมของเอธิโอเปียแก้ไข

อาณานิคมของโมร็อกโกแก้ไข

ดูเพิ่มแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. http://www.thecanadianencyclopedia.ca/en/article/ruperts-land/
  2. "Archived copy" (PDF). Archived from the original (PDF) on 2011-07-20. สืบค้นเมื่อ 2011-02-12.CS1 maint: archived copy as title (link)
  3. Cheikh Saïd - The territory of Cheikh Saïd was acquired in 1868 by a French company. It is for that reason that it was formerly shown with the French colours on certain atlases. In fact, Cheikh Saïd has been occupied by the Turks since 1870, and by the Yemenis since the First World War., Dictionnaire encyclopédique Quillet, (1985 ed.).
  4. "Consulter le sujet - L'Australie serait-elle française ?!... • [Forums". Francedownunder.com. สืบค้นเมื่อ 2011-03-26.
  5. Godard, Philippe; Kerros, Tugdual de; Margot, Odette; Stanbury, Myra; Baxter, Sue; Western Australian Museum; Godard, Phillippe; De Kerros, Tugdual; Margot, Odette; Stanbury, Myra; Baxter, Sue (2008), 1772 : the French annexation of New Holland : the tale of Louis de Saint Aloürn, Western Australian Museum, ISBN 978-1-920843-98-4
  6. Philippe Godard, Tugdual de Kerros 2002, "Louis de Saint Aloüarn, un marin breton à la conquête des terres australes", Les Portes du large, Saint-Jacques-de-la-Lande, 331-336
  7. "Index of Colonies and Dependencies". WorldStatesme.org. สืบค้นเมื่อ 5 July 2019.

wikipediaอาณาจักรรัตนโกสินทร์