คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63

คณะรัฐมนตรีไทย

คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 (1 กันยายน พ.ศ. 2566 – ปัจจุบัน) เป็นคณะรัฐมนตรีไทยซึ่งจัดตั้งขึ้นภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ส่งผลให้ไม่มีพรรคใดครองเสียงข้างมากเด็ดขาดในรัฐสภา

คณะรัฐมนตรีเศรษฐา
คณะรัฐมนตรีคณะที่ 63 แห่งราชอาณาจักรไทย
พ.ศ. 2566 - ปัจจุบัน
วันแต่งตั้ง1 กันยายน พ.ศ. 2566
(0 ปี 266 วัน)
บุคคลและองค์กร
พระมหากษัตริย์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน (พท.)
รองนายกรัฐมนตรี
พรรคร่วมรัฐบาล
สถานะในสภานิติบัญญัติรัฐบาลผสม
315 / 500 (63%)
พรรคฝ่ายค้าน
ผู้นำฝ่ายค้านชัยธวัช ตุลาธน
ประวัติ
การเลือกตั้ง14 พฤษภาคม 2566
การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี22 สิงหาคม 2566
สภานิติบัญญัติวุฒิสภาไทย ชุดที่ 12
สภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26
วาระสภานิติบัญญัติ5 ปี (วุฒิสภา)
4 ปี (สภาผู้แทนราษฎร)
งบประมาณพ.ศ. 2567
ก่อนหน้าคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 62

ในระยะแรก พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลผสมโดยรวบรวมเสียงพรรคการเมืองจำนวน 6 พรรค ต่อมาเพิ่มเป็น 8 พรรค และลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน เพื่อเสนอชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 แต่หลังจากพิธาได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด พรรคก้าวไกลจึงมอบสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลให้กับพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจดังกล่าว จากนั้นรวบรวมเสียงพรรคการเมืองในรอบใหม่ ได้จำนวน 11 พรรค และเสนอชื่อเศรษฐา ทวีสิน อดีตประธานอำนวยการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30

หลังจากนั้น เศรษฐาได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากวุฒิสภาไทย ชุดที่ 12 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำรวจและทหารที่ใกล้ชิดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกจากนี้เศรษฐายังได้รับคะแนนเสียงจากพลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส อดีตสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ นับเป็นคณะรัฐมนตรีไทยที่ได้รับการจัดตั้งส่วนหนึ่งโดยทหารตำรวจผู้มีส่วนในการเข้าร่วมรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 และรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ได้แก่ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)[1]

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี บุตรชายของพลเอก อิสระพงศ์ หนุนภักดี เลขาธิการคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ยังได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด จึงนับว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการรัฐประหารสนับสนุนมากที่สุดคณะหนึ่ง

รัฐบาลตอบแทนการสนับสนุนดังกล่าวโดยให้แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นกรรมการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธานกรรมการการเคหะแห่งชาติ (ประเทศไทย)[2]

ประวัติ

การจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคก้าวไกล

 
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พร้อมด้วยพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนั้น แถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566

ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 พรรคก้าวไกลซึ่งได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นอันดับที่ 1 ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในครั้งแรก โดยชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ทำหน้าที่ผู้จัดการรัฐบาล รวบรวมพรรคการเมืองซึ่งเคยเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านในรัฐบาลชุดก่อนหน้าทั้งหมดที่ได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเสรีรวมไทย[3] และยังมีพรรคที่เข้าร่วมเพิ่มเติมภายหลังได้แก่ พรรคเป็นธรรม[4] พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคเพื่อไทรวมพลัง[5] โดยมีการแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ซึ่งทั้ง 8 พรรคมีมติสนับสนุนพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และบุคคลที่ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย, จัดตั้งคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ[6] และจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการจัดตั้งรัฐบาลด้วยวิธีนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย[7] จากนั้นมีข่าวว่าพรรคใหม่และพรรคชาติพัฒนากล้าได้ตกลงเข้าร่วมรัฐบาลด้วย แต่ถูกคัดค้านจากประชาชนจึงถอนตัวในเวลาต่อมา[8][9]

บันทึกความเข้าใจจัดตั้งรัฐบาล

ทั้ง 8 พรรคได้ลงนามบันทึกความเข้าใจจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 9 ปีของเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในเวลาที่ใกล้เคียงกับเวลารัฐประหาร[7] โดยบันทึกความเข้าใจฉบับนี้ยึดหลักการผลักดันนโยบายที่ไม่กระทบรูปแบบของรัฐ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดละเมิดไม่ได้ของพระมหากษัตริย์ ซึ่งหมายถึง ไม่มีวาระการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อยู่ในบันทึกความเข้าใจฉบับนี้[10] ประกอบด้วยวาระร่วม 23 ข้อ และแนวทางปฏิบัติ 5 ข้อ ซึ่งบรรจุประเด็นสำคัญต่าง ๆ เช่น การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ, สมรสเท่าเทียม, การปฏิรูปกองทัพและตำรวจ, การเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ, การกระจายอำนาจ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นต้น[11]

การจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย

ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีรอบแรกเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พิธาได้รับการลงมติเห็นชอบให้เป็นนายกรัฐมนตรีจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพียง 324 เสียง ซึ่งไม่ถึง 376 เสียงตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดไว้[12] และวันที่ 19 กรกฎาคม มีการเสนอชื่อพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่รัฐสภามีมติให้การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีถือเป็นญัตติซ้ำ ทำให้ไม่สามารถเสนอชื่อพิธาได้อีกในสมัยประชุมเดียวกัน[13] สองวันถัดมา ชัยธวัชจึงประกาศมอบสิทธิ์ให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทน โดยกล่าวว่ามีกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับตนไม่ยอมให้พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ[14]

วันรุ่งขึ้น พรรคเพื่อไทยจึงได้เริ่มต้นเจรจากับพรรคภูมิใจไทย[15] พรรคชาติพัฒนากล้า[16] และพรรครวมไทยสร้างชาติ[17] และวันถัดมาเจรจากับพรรคชาติไทยพัฒนา[18] และพรรคพลังประชารัฐ[19] ซึ่งทั้ง 5 พรรคระบุตรงกันว่าไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคการเมืองที่มีนโยบายยกเลิกหรือแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต่อมาเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พรรคเพื่อไทยประกาศเสนอชื่อเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาลงมติ[20] จากนั้นเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พรรคเพื่อไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกล[21] และเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พรรคเพื่อไทยได้ประกาศจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคภูมิใจไทย โดยมีเงื่อนไขไม่แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ไม่จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย และไม่นำพรรคก้าวไกลมาร่วมรัฐบาล[22] จากนั้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม มีพรรคที่เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยเพิ่มเติมคือ พรรคประชาชาติ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเสรีรวมไทย พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคท้องที่ไทย[23] และวันถัดมาเพิ่มพรรคชาติไทยพัฒนาเข้ามาด้วย[24] ต่อมามีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ และอาจดึงมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งขัดกับหลักการที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ในช่วงเลือกตั้ง ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน[25] พรรคก้าวไกลจึงมีมติเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมว่า จะไม่สนับสนุนให้บุคคลที่ได้รับเสนอชื่อจากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี[26] วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยมีมติเสนอชื่อเศรษฐาให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี[27] สองวันถัดมาพรรครวมไทยสร้างชาติแถลงร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย[28]

และเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พรรคเพื่อไทยได้นำพรรคการเมืองทั้งหมดที่ตกลงเข้าร่วมรัฐบาล รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ รวมจำนวน 11 พรรค มาร่วมกันแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล โดยมีการจัดสรรกระทรวงภายในพรรคร่วมตามสัดส่วน และทุกพรรคตกลงที่จะร่วมผลักดันนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย เช่น โครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท, การเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ, การเกณฑ์ทหารโดยสมัครใจ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ[29] สุดท้าย ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งที่สาม เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เศรษฐาได้รับการลงมติเห็นชอบให้เป็นนายกรัฐมนตรีจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา เป็นจำนวน 482 ต่อ 165 เสียง งดออกเสียง 81 เสียง ส่งผลให้เศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย[30]

การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีและการปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่[31] โดยการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่ในครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งเป็นระยะเวลา 110 วัน นับเป็นคณะรัฐมนตรีที่ใช้เวลาจัดตั้งนานที่สุดในประวัติศาสตร์คณะรัฐมนตรีไทย

พรรคเพื่อไทยได้สัดส่วนผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดนี้มากที่สุด จำนวน 17 คน 20 ที่นั่ง รองลงมาเป็นพรรคภูมิใจไทย 8 คน 9 ที่นั่ง, พรรครวมไทยสร้างชาติ 4 คน 5 ที่นั่ง (รวมโควตาบุคคลภายนอก), พรรคพลังประชารัฐ 3 คน 4 ที่นั่ง, พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาชาติ พรรคละ 1 คน 1 ที่นั่ง ทั้งนี้ เศรษฐาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพิ่มอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

ในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีอายุน้อยที่สุด (41 ปี) ขณะที่เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีอายุมากที่สุด (77 ปี)[32] และมีผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีที่เป็นสตรีจำนวน 5 คน[33]

วันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2566 เวลา 13:53 น. เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ รวมจำนวน 34 คน เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่[34] จากนั้นในวันรุ่งขึ้นได้มีการประชุมนัดพิเศษ[35] ก่อนเข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 และ 12 กันยายน[36] และได้เริ่มประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 กันยายน[37]

การปรับคณะรัฐมนตรี

คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 มีการปรับคณะรัฐมนตรีดังนี้

  1. เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567 มีรัฐมนตรีถูกปรับออก 4 คน ถูกโยกย้าย 6 คน และแต่งตั้งเพิ่ม 8 คน[38] แต่ในวันถัดมามีรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง 1 คน จึงมีการแต่งตั้งเพิ่มเมื่อวันที่ 30 เมษายน[39] โดยเศรษฐาได้นำรัฐมนตรีที่แต่งตั้งใหม่ในครั้งนี้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม เวลา 18:05 น.[40]

รายชื่อรัฐมนตรี

  รัฐมนตรีว่าการกระทรวง   ดำรงตำแหน่งเมื่อตั้งคณะรัฐมนตรี   ดำรงตำแหน่งจนสิ้นสุดคณะรัฐมนตรี
  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง   แต่งตั้งเพิ่ม   เปลี่ยนแปลง/โยกย้ายไปตำแหน่งอื่น
  รัฐมนตรีลอย   ย้ายมาจากตำแหน่งอื่น   ออกจากตำแหน่ง
ตำแหน่ง ลำดับ รายนาม เริ่มวาระ สิ้นสุดวาระ หมายเหตุ พรรคการเมือง
นายกรัฐมนตรี * เศรษฐา ทวีสิน   22 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน เพื่อไทย
รองนายกรัฐมนตรี 1 ภูมิธรรม เวชยชัย   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน เพื่อไทย
สมศักดิ์ เทพสุทิน   1 กันยายน พ.ศ. 2566 27 เมษายน พ.ศ. 2567   ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อไทย
ปานปรีย์ พหิทธานุกร   1 กันยายน พ.ศ. 2566 27 เมษายน พ.ศ. 2567   คงเหลือเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อไทย
2 สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน เพื่อไทย
3 พิชัย ชุณหวชิร   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน อิสระ[a]
4 อนุทิน ชาญวีรกูล   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ภูมิใจไทย
5 พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน พลังประชารัฐ
6 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน รวมไทยสร้างชาติ
สำนักนายกรัฐมนตรี   พวงเพ็ชร ชุนละเอียด   1 กันยายน พ.ศ. 2566 27 เมษายน พ.ศ. 2567   พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อไทย
  7 จักรพงษ์ แสงมณี   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน เพื่อไทย
  พิชิต ชื่นบาน   27 เมษายน พ.ศ. 2567 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2567   ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไทย
  9 จิราพร สินธุไพร   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน เพื่อไทย
กลาโหม   10 สุทิน คลังแสง   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน เพื่อไทย
การคลัง   เศรษฐา ทวีสิน   1 กันยายน พ.ศ. 2566 27 เมษายน พ.ศ. 2567   คงเหลือเฉพาะนายกรัฐมนตรี เพื่อไทย
  * พิชัย ชุณหวชิร   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน อิสระ[a]
  กฤษฎา จีนะวิจารณะ   1 กันยายน พ.ศ. 2566 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2567   ลาออกจากตำแหน่ง รวมไทยสร้างชาติ[b]
  12 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน เพื่อไทย
  13 เผ่าภูมิ โรจนสกุล   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน เพื่อไทย
การต่างประเทศ   ปานปรีย์ พหิทธานุกร   1 กันยายน พ.ศ. 2566 28 เมษายน พ.ศ. 2567   ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไทย
  14 มาริษ เสงี่ยมพงษ์   30 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน อิสระ[a]
  จักรพงษ์ แสงมณี   1 กันยายน พ.ศ. 2566 27 เมษายน พ.ศ. 2567   ไปเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อไทย
การท่องเที่ยวและกีฬา   สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล   1 กันยายน พ.ศ. 2566 27 เมษายน พ.ศ. 2567   ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อไทย
  15 เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน เพื่อไทย
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   16 วราวุธ ศิลปอาชา   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ชาติไทยพัฒนา
การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม   17 ศุภมาส อิศรภักดี   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ภูมิใจไทย
เกษตรและสหกรณ์   18 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน พลังประชารัฐ
  ไชยา พรหมา   1 กันยายน พ.ศ. 2566 27 เมษายน พ.ศ. 2567   พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อไทย
  อนุชา นาคาศัย   1 กันยายน พ.ศ. 2566 27 เมษายน พ.ศ. 2567   พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี รวมไทยสร้างชาติ
  19 อรรถกร ศิริลัทธยากร   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน พลังประชารัฐ
คมนาคม   * สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน เพื่อไทย
  20 มนพร เจริญศรี   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน เพื่อไทย
  21 สุรพงษ์ ปิยะโชติ   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน เพื่อไทย[a]
ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   22 ประเสริฐ จันทรรวงทอง   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน เพื่อไทย
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   * พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน พลังประชารัฐ
พลังงาน   * พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน รวมไทยสร้างชาติ
พาณิชย์   * ภูมิธรรม เวชยชัย   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน เพื่อไทย
  23 นภินทร ศรีสรรพางค์   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ภูมิใจไทย
  24 สุชาติ ชมกลิ่น   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน รวมไทยสร้างชาติ
มหาดไทย   * อนุทิน ชาญวีรกูล   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ภูมิใจไทย
  25 ทรงศักดิ์ ทองศรี   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ภูมิใจไทย
  26 ชาดา ไทยเศรษฐ์   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ภูมิใจไทย
  27 เกรียง กัลป์ตินันท์   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน เพื่อไทย
ยุติธรรม   28 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ประชาชาติ
แรงงาน   29 พิพัฒน์ รัชกิจประการ   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ภูมิใจไทย
วัฒนธรรม   เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช   1 กันยายน พ.ศ. 2566 27 เมษายน พ.ศ. 2567   ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อไทย
  30 สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน เพื่อไทย
ศึกษาธิการ   31 พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ภูมิใจไทย
  32 สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน ภูมิใจไทย
สาธารณสุข   ชลน่าน ศรีแก้ว   1 กันยายน พ.ศ. 2566 27 เมษายน พ.ศ. 2567   พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อไทย
  33 สมศักดิ์ เทพสุทิน   27 เมษายน พ.ศ. 2567 ปัจจุบัน เพื่อไทย
  34 สันติ พร้อมพัฒน์   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน พลังประชารัฐ
อุตสาหกรรม   35 พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล   1 กันยายน พ.ศ. 2566 ปัจจุบัน รวมไทยสร้างชาติ

หมายเหตุ:

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 ถูกทาบทามเข้ามาในโควตาบุคคลภายนอกของพรรคเพื่อไทย
  2. ถูกทาบทามเข้ามาในโควตาบุคคลภายนอกของพรรครวมไทยสร้างชาติ

คณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1/1[31]

ดำรงตำแหน่งเมื่อตั้งคณะรัฐมนตรี  

ภายหลัง

ถูกปรับออกจากตำแหน่ง  

รัฐมนตรีจำนวน 6 ราย พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี มีผลวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2567

คณะรัฐมนตรีเศรษฐา 1/2[41]

โยกย้าย  

แต่งตั้งเพิ่ม  

ภายหลัง

ลาออก  

มีรัฐมนตรีจำนวน 3 ราย ขอลาออกจากตำแหน่ง ดังนี้

แต่งตั้งเพิ่ม  

นโยบาย

คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 ได้เข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 และ 12 กันยายน[36] โดยมีนโยบายระยะเร่งด่วน 5 นโยบาย ดังนี้

  1. โครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า และวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
  2. การแก้ปัญหาหนี้สินในภาคการเกษตร ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน เช่น การพักหนี้เกษตรกร การประคองภาระหนี้ให้กับกลุ่มเอสเอ็มอี
  3. การลดค่าไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง และปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน โดยเน้นส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน
  4. การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว เช่น ปรับปรุงขั้นตอนการตรวจลงตราก่อนเข้าประเทศ เพิ่มสนามบินและเที่ยวบินเข้าประเทศไทย
  5. การแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ไม่มีการปรับแก้เนื้อหาในหมวดบททั่วไป และหมวดพระมหากษัตริย์

ส่วนนโยบายระยะกลางและระยะยาว เน้นการสร้างรายได้ โอกาส และคุณภาพชีวิตเป็นหลัก โดยแตกย่อยได้เป็นอย่างน้อย 22 นโยบาย นโยบายที่สำคัญในกลุ่มนี้ เช่น การยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค, การพัฒนากองทัพ ซึ่งเน้นการปรับรูปแบบการเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ, 1 ครอบครัว 1 ทักษะซอฟต์พาวเวอร์ เป็นต้น[46]

ข้อเท็จจริง

นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 63 เริ่มทำงาน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤติอันเนื่องมาจากความไม่แน่นอนในนโยบายของรัฐบาลอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน กล่าวคือ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่เคยตกต่ำลงเนื่องจากนโยบายของรัฐบาล แต่โครงการเติมเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ทำให้นักลงทุนต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น[47] ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2567 ตลาดหลักทรัพย์ปิดที่ 1,332.08 จุด ลดลง 14.934% นับจากปิดตลาดในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566 เวลา 17.00 น.[48]

ข้อวิจารณ์

ฉายา

พ.ศ. 2566

  • ฉายารัฐบาล : แกง​ส้ม​ "ผลัก" รวม
  • ฉายารัฐมนตรี :
    1. เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง : เซลล์แมนสแตนด์ "ชิน"
    2. ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ : รองกอง
    3. สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม : พลิกทินสู่ดาว
    4. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวงยุติธรรม : ทวี สอดไส้
    5. ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย : มาเฟียละเหี่ยใจ
  • วาทะแห่งปี : ผมจะทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย[49]

ดูเพิ่ม

อ้างอิง

  1. มติรัฐสภา 482:165 โหวต เศรษฐา ทวีสิน นั่งนายกฯ 100 วันหลังเลือกตั้ง
  2. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ เล่ม 141 ตอนพิเศษ 76 ง วันที่ 15 มีนาคม 2567
  3. ""ชัยธวัช" รับบทมือดีล "พรรคฝ่ายค้านเดิม" ตั้งรัฐบาล นัดคุย "พท." เป็นหลัก "พิธา" ต่อสายทีละพรรค เล็งส่งคนถก "ส.ว." ปรับความเข้าใจ". สยามรัฐ. 2023-05-16. สืบค้นเมื่อ 2023-08-25.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  4. "เลือกตั้ง 2566 : ภาพแรกแกนนำ 6 พรรค "จับมือ" ตั้งรัฐบาลร่วมกับก้าวไกล". บีบีซีไทย. 2023-05-17. สืบค้นเมื่อ 2023-06-10.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  5. "เกาะติดสูตรจัดตั้งรัฐบาล ณ วันที่ 19 พฤษภาคม 2566". เดอะ แมทเทอร์. 2023-05-19. สืบค้นเมื่อ 2023-06-10.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  6. "พรรคร่วมรัฐบาล จ่อลงนาม MOU 22 พ.ค. ครบรอบ 9 ปีรัฐประหาร". ประชาชาติธุรกิจ. 2023-05-18. สืบค้นเมื่อ 2023-06-10.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  7. 7.0 7.1 "เลือกตั้ง 2566 : แก้ ม. 112-นิรโทษกรรมคดีการเมือง นโยบายก้าวไกลที่หายไปจาก MOU ตั้งรัฐบาล 8 พรรค". บีบีซีไทย. 2023-05-22. สืบค้นเมื่อ 2023-05-23.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  8. ""ก้าวไกล" ขอโทษประชาชน ยุติเจรจา ไม่ดึง "ชาติพัฒนากล้า" ร่วมรัฐบาล". พีพีทีวี. 2023-05-20. สืบค้นเมื่อ 2023-06-10.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  9. "เลือกตั้ง2566 : "พรรคใหม่" ถอนตัวร่วมรัฐบาลกับ "ก้าวไกล" - ยังโหวต "พิธา" เป็นนายกฯ". ไทยพีบีเอส. 2023-05-20. สืบค้นเมื่อ 2023-06-10.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  10. "เลือกตั้ง 2566 : แก้ ม. 112-นิรโทษกรรมคดีการเมือง นโยบายก้าวไกลที่หายไปจาก MOU ตั้งรัฐบาล 8 พรรค". บีบีซีไทย. 2023-05-22. สืบค้นเมื่อ 2023-05-23.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  11. "เลือกตั้ง2566 : เปิด "MOU 8 พรรค" แถลงจัดตั้งรัฐบาล". พีพีทีวี. 2023-05-22. สืบค้นเมื่อ 2023-05-23.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  12. "ด่วน โหวตนายกฯ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ไม่ผ่านในครั้งแรก จ่อเสนอชื่อรอบ 2". ไทยรัฐ. 2023-07-13. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  13. "โหวตนายกฯ รอบ 2 : ถก 7 ชั่วโมง โหวตซ้ำ "พิธา" นายกฯ รอบ 2 ไม่ได้". ไทยพีบีเอส. 2023-07-19. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  14. "ก้าวไกล ส่งไม้ต่อ เพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล". mcot.net. สำนักข่าวไทย. 2023-07-21. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.
  15. "เพื่อไทย-ภูมิใจไทย โชว์ชนช็อกมิ้นต์! ภท. ยื่นเงื่อนไขเขี่ยก้าวไกล ร่วม รบ". โพสต์ทูเดย์. 2023-07-22. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.
  16. ""ชาติพัฒนากล้า" พร้อมร่วมเพื่อไทย ตั้งรัฐบาล มีเงื่อนไขไม่แก้ ม.112". พีพีทีวี. 2023-07-22. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.
  17. "รวมไทยสร้างชาติ เปิดเจรจาเพื่อไทย รับไม่ได้บางพรรคไม่ใช่แค่ 112". ประชาชาติธุรกิจ. 2023-07-22. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.
  18. ""วราวุธ" ยันพร้อมหนุน "เพื่อไทย" ถ้าไม่แก้ ม.112 และต้องไม่มีพรรคที่แตะ ม.112". ไทยพีบีเอส. 2023-07-23. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.
  19. "คำต่อคำ : ผลถก พลังประชารัฐ-เพื่อไทย หารือทางออกประเทศ 23 ก.ค. กับเรื่องเดิมๆ". สปริงนิวส์. 2023-07-23. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.
  20. "'พท.'เสนอชื่อ 'เศรษฐา'ประชุมรัฐสภา4ส.ค.นี้ รับหนักใจสกรีนพรรคร่วม". เดลินิวส์. 2023-07-30. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.
  21. "ย้อนรอย 72 วัน อวสาน MOU 8 พรรคร่วมรัฐบาลก้าวไกล". ฐานเศรษฐกิจ. 2023-08-03. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.
  22. "เพื่อไทย-ภูมิใจไทย: ภูมิใจไทยถอนฟ้อง เศรษฐา ทวีสิน ประเดิมตั้งรัฐบาลขั้นต่ำ 212 เสียงร่วมกับเพื่อไทย". บีบีซีไทย. 2023-08-07. สืบค้นเมื่อ 2023-08-09.
  23. "เพื่อไทย จับมือ 6 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล". ไทยพีบีเอส. 2023-08-09. สืบค้นเมื่อ 2023-08-10.
  24. "เปิดแถลงการณ์พรรคชาติไทยพัฒนา-เพื่อไทย สลายขั้วการเมือง". ไทยพีบีเอส. 2023-08-10. สืบค้นเมื่อ 2023-08-21.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  25. "สะพัด "เพื่อไทย" จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ 314 เสียง หลัง พปชร.-รทสช. ตอบรับ". ไทยรัฐ. 2023-08-11. สืบค้นเมื่อ 2023-08-21.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  26. "'ก้าวไกล' ไม่โหวตเห็นชอบให้แคนดิเดตนายกฯ ของรัฐบาลข้ามขั้ว ขัดเจตนารมณ์ประชาชน ดันวาระประชาชนไม่ได้". ประชาไท. 2023-08-15. สืบค้นเมื่อ 2023-08-21.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  27. "มติ พท.เสนอชื่อ'เศรษฐา'เป็นนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภา". ผู้จัดการออนไลน์. 2023-08-15. สืบค้นเมื่อ 2023-08-21.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  28. "ดีลจบ! รวมไทยสร้างชาติร่วมเพื่อไทย ตั้งรัฐบาล". ไทยพีบีเอส. 2023-08-17. สืบค้นเมื่อ 2023-08-21.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  29. ""เพื่อไทย" จับมือ 11 พรรค จัดตั้งรัฐบาล 314 เสียง พรรค 2 ลุงมาครบ". พีพีทีวี. 2023-08-21. สืบค้นเมื่อ 2023-08-21.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  30. ""เศรษฐา" ฉลุย นั่งนายกฯ คนที่ 30 รัฐสภาโหวตเห็นชอบเกิน 374 เสียงแล้ว". ผู้จัดการออนไลน์. 2023-08-22. สืบค้นเมื่อ 2023-08-22.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  31. 31.0 31.1 "ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 140 (พิเศษ 214 ง): 1–3. 2023-09-02. สืบค้นเมื่อ 2023-09-02.
  32. "ส่องอายุ ครม. "วัยเก๋า" เศรษฐา 1 เหล้าใหม่ ในขวดเดิม". ไทยพีบีเอส. 2023-08-31. สืบค้นเมื่อ 2023-09-05.
  33. "เปิดรายชื่อ 5 รัฐมนตรีหญิง ครม.เศรษฐา 1 ไม่พลิกโผ ประวัติแต่ละคนไม่ธรรมดา". www.sanook.com/news. 2023-09-02.
  34. "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำ คณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่". สำนักพระราชวัง. 2023-05-09. สืบค้นเมื่อ 2023-05-09.
  35. ""เศรษฐา" ประชุม ครม.นัดพิเศษ เร่งแก้ปัญหา "เอลนีโญ-ดูแลระบบขนส่ง"". ไทยรัฐ. 2023-09-06. สืบค้นเมื่อ 2023-09-28.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  36. 36.0 36.1 "ปิดฉากประชุมรัฐสภาแถลงนโยบาย เปิดฉากรัฐบาลใหม่ใต้การนำของ 'เศรษฐา ทวีสิน'". เดอะสแตนดาร์ด. 2023-09-13. สืบค้นเมื่อ 2023-09-28.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  37. "มติ ครม. แรก ในยุค "เศรษฐา 1" กระทบชีวิตความเป็นอยู่คนไทยอย่างไร". บีบีซีไทย. 2023-09-13. สืบค้นเมื่อ 2023-11-20.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  38. "โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม. "เศรษฐา 1/1"". บีบีซีไทย. 28 เมษายน 2024. สืบค้นเมื่อ 28 เมษายน 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  39. "โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'มาริษ เสงี่ยมพงษ์' เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ". ข่าวสด. 1 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  40. "ในหลวง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ครม.ชุดใหม่ เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่". กรุงเทพธุรกิจ. 3 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  41. "พระบรมราชโองการ ประกาศ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี [รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน]" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 141 (พิเศษ 116 ง): 1–2. 28 เมษายน 2567 – โดยทาง ราชกิจจานุเบกษา.
  42. "ด่วน "ปานปรีย์ พหิทธานุกร" ลาออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ มีผลวันนี้ 28 เม.ย.67". ฐานเศรษฐกิจ. 28 เมษายน 2024. สืบค้นเมื่อ 28 เมษายน 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  43. ""คกก.กฤษฎีกา" ชี้ชัด "กฤษฎา" พ้นจากเก้าอี้ รมช.คลัง แล้ว มีผลตามกฎหมาย". ฐานเศรษฐกิจ. 9 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 9 พฤษภาคม 2024.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  44. "ปิดฉากรมต.ถุงขนม! "พิชิต" มาไวไปไวยื่นลาออกแล้ว เปิดทางนายกฯเดินหน้าบริหารประเทศต่อ". ผู้จัดการออนไลน์. 21 พฤษภาคม 2024. สืบค้นเมื่อ 21 พฤษภาคม 2024.
  45. "พระบรมราชโองการ ประกาศ แต่งตั้งรัฐมนตรี [นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์]" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 141 (พิเศษ 121 ง): 1. 1 พฤษภาคม 2567 – โดยทาง ราชกิจจานุเบกษา.
  46. "คำแถลงนโยบายรัฐบาลเศรษฐา ปัดฝุ่น "ผู้ว่า CEO" แก้ รธน.ไม่แตะหมวดสถาบันฯ". บีบีซีไทย. 6 กันยายน 2023. สืบค้นเมื่อ 2 ตุลาคม 2023.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  47. หุ้นร่วงพิษเชื่อมั่น
  48. หุ้นไทยวันนี้(31 ส.ค.66) ร่วง 10.73 จุด ขาย PTT-PTTEP-TOP
  49. "ฉายารัฐบาลปี 66 แกงส้ม "ผลัก" รวม - "เศรษฐา" เซลล์แมนสแตนด์ "ชิน"". ไทยพีบีเอส. 26 ธันวาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 26 ธันวาคม 2023.{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น