อรรถกร ศิริลัทธยากร

อรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นนักการเมืองชาวไทย ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคพลังประชารัฐ เป็นบุตรชายของ อิทธิ ศิริลัทธยากร[1] อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา

อรรถกร ศิริลัทธยากร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 7 สิงหาคม พ.ศ. 2527 (36 ปี)
จังหวัดฉะเชิงเทรา
พรรคการเมือง พลังประชารัฐ

ประวัติแก้ไข

อรรถกร ศิริลัทธยากร เกิดเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2527 เป็นบุตรของ อิทธิ ศิริลัทธยากร กับสุพัฒตรา ศิริลัทธยากร จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้าน Communication Arts จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และปริญญาโท Marketing Management จาก MIDDLESEX UNIVERSITY ประเทศอังกฤษ

การทำงานแก้ไข

อรรถกร ศิริลัทธยากร ประกอบธุรกิจส่วนตัว ต่อมาในปี 2554 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 57 สังกัดพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยแรก ต่อมาย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 18 โดยการสนับสนุนของบิดา[1] และได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง

อรรถกร มีบทบาทเป็นผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล)[2] และเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หลายปีงบประมาณด้วยกัน[3][4] นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้อภิปรายประเด็นเกี่ยวกับการแต่งกายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรอีกด้วย[5]

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2564 เขาได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ[6]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "สุชาติ" ฮึด ยึดแปดริ้วอีอีซี
  2. วิปรบ.มีจุดยืนรักและเทิดทูนสถาบัน วอนทุกฝ่ายใช้ความจริงใจ-เหตุผลร่วมกัน เตือนไม่มีใครได้ 100% ถอยคนละก้าว หาจุดยืนร่วมกัน
  3. กมธ.พิจารณางบฯปี63 ผ่านแล้ว3กระทรวง
  4. เปิดชื่อ 72 กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบ 65 พบ ‘เรืองไกร’ โผล่โควต้า พลังประชารัฐ
  5. สรุปเหตุการณ์เดือด! พลังประชารัฐ ซัด อนาคตใหม่ ไม่ใส่เนคไท ไม่ให้เกียรติสภา!
  6. เปิดรายชื่อ กก.บห. พรรคพลังประชารัฐชุดใหม่ 22 คน
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๖๓, เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑ ข หน้า ๑๑, ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔