การระบาดของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563

มีการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ชื่อโรคว่า COVID-19[3] ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่[4] ถูกพบครั้งแรกในอู่ฮั่น เมืองหลักของมณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน หลังจากผู้คนมีอาการปอดบวมโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด และวัคซีนหรือยาที่มีอยู่ไม่สามารถใช้รักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ[5] ไวรัสแสดงหลักฐานการแพร่จากมนุษย์สู่มนุษย์ และอัตราการแพร่ระบาด (อัตราการติดเชื้อ)[6] ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นในช่วงกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2563[7] โดยหลายประเทศในโลกทั้งทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชียแปซิฟิกต่างมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อ ระยะฟัก (เวลาตั้งแต่สัมผัสกับไวรัสจนมีการแสดงอาการ) ของไวรัสอยู่ระหว่างสองถึงสิบวัน และยังคงมีการพิจารณาอยู่เรื่อย ๆ หากยังคงเป็นโรคติดต่อทางสัมผัสอยู่ในช่วงนี้[8] อาการของไวรัส ประกอบด้วย ไข้, ไอ และหายใจลำบาก และอาจถึงแก่ชีวิตได้[9]

การระบาดของโคโรนาไวรัส พ.ศ. 2562–2563
COVID-19-outbreak-timeline.gif
ภาพแผนที่เคลื่อนไหวแสดงผู้ติดเชื้อ COVID-19 ตั้งแต่ 12 มกราคมถึง 22 กุมภาพันธ์ 2563
โรคโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 (COVID-19)
สายพันธุ์ไวรัสโคโรนาไวรัสสายพันธุ์กลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง 2 (SARS-CoV-2)
ต้นกำเนิดอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน[1]
เสียชีวิต2,462 คน[2]
ยืนยันติดเชื้อ78,773 คน[2]

ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 มีรายงานยืนยันผู้ติดเชื้อประมาณ 14,550 คน[2] ซึ่งประกอบด้วยทุกมณฑลของประเทศจีน[2] ผู้เสียชีวิตยืนยันรายแรกจากการติดเชื้อโคโรนาไวรัสปรากฏขึ้นในวันที่ 9 มกราคม และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามีผู้เสียขีวิตยืนยันแล้วรวม 305 คน[2][10] การศึกษาทางวิทยาการระบาดประเมินว่า อาจมีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ตรวจพบ (โดยเฉพาะกรณีที่ไม่รุนแรง)[11][12] การแพร่ของไวรัสนอกประเทศจีนครั้งแรกเกิดขึ้นในประเทศเวียดนาม เป็นกรณีติดต่อจากบิดาสู่บุตรชาย[13] ขณะที่การแพร่ของไวรัสนอกประเทศจีนครั้งแรกที่ไม่ได้เกิดขึ้นภายในครอบครัวเกิดขึ้นในแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนีในวันที่ 22 มกราคม เมื่อชายจากแคว้นบาวาเรียมีการสัมผัสโรคจากนักธุรกิจชาวจีนที่เดินทางมาประชุมใกล้กับมิวนิก[14] ผู้เสียชีวิตนอกประเทศจีนรายแรกเกิดขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นชายซึ่งได้รับการยืนยันว่ามีการสัมผัสกับไวรัส และเสียชีวิตลงในวันที่ 1 กุมภาพันธ์[15][16]

ในการตอบสนองต่อการระบาดนั้น เมืองที่มีประชากรรวมกันกว่า 57 ล้านคน ประกอบด้วย อู่ฮั่น และอีก 15 เมืองในมณฑลหูเป่ย์ถูกปิดเมืองหรือปิดบางส่วนของเมือง และยังมีการยุติการขนส่งสาธารณะภายในเมืองทั้งหมดรวมถึงการขนส่งระหว่างเมืองโดยระบบราง การเดินอากาศ และรถโดยสารระยะไกล[17][18][19] กิจกรรมฉลองตรุษจีนและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น พระราชวังต้องห้ามในปักกิ่ง, งานวัด และกิจกรรมฉลองอื่น ๆ ถูกปิดเนื่องจากเกรงว่าจะมีการแพร่เชื้อ[20] นอกจากนี้ ฮ่องกงยังมีการยกระดับการตอบสนองต่อโรคติดเชื้อนี้ให้อยู่ในระดับสูงสุด และมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน มีการสั่งปิดโรงเรียนจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ และยกเลิกกิจกรรมฉลองตรุษจีน[21][22]

หลายประเทศได้ออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงและคำแนะนำการเดินทางไปยังอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย์[23] นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ถูกร้องขอให้มีการเฝ้าระวังสุขภาพเป็นเวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์ และให้ติดต่อกับผู้ให้บริการด้านสุขภาพเพื่อรายงานอาการใด ๆ ที่เป็นอาการของไวรัส[24] ใครก็ตามที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นพาหะของไวรัส จะได้รับคำแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย และขอคำแนะนำจากแพทย์โดยการโทรศัพท์แทนที่จะเดินทางไปยังคลินิกโดยตรงด้วยตนเอง[25] โรงแรมบางแห่งอนุญาตให้มีการคืนเงินและยกเลิกการจองแบบไม่เสียค่าธรรมเนียม สำหรับการจองในประเทศจีนหรือโดยคนจากประเทศจีน[26] สนามบินและสถานีรถไฟมีการติดตั้งเครื่องตรวจอุณหภูมิ และมีคำสั่งด้านสุขภาพและแจกป้ายข้อมูลเพื่อให้ระบุกรณีอาจเป็นพาหะของไวรัส[27]

วันที่ 30 มกราคม การระบาดนี้ถูกองค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern) โดยองค์การอนามัยโลกอธิบายว่า การติดสินใจนี้ขึ้นกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นได้ หากจุลชีพก่อโรคมีการแพร่ไปยังประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขที่อ่อนแอกว่า นับเป็นครั้งที่หกแล้วที่มีการนำมาตรการนี้มาใช้ นับตั้งแต่การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009[28][29][30][31]

เบื้องหลังEdit

นครอู่ฮั่นเป็นเมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์และเป็นนครใหญ่อันดับที่เจ็ดในประเทศจีน มีประชากรมากกว่า 11 ล้านคน เป็นศูนย์กลางทางการคมนาคมขนส่งที่สำคัญของประเทศมาอย่างยาวนาน จนได้สมญาว่าเป็น "ทางผ่านของมณฑลทั้งเก้า" (九省通衢)[32] อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางทิศใต้ราว 1,100 กิโลเมตร[33] จากนครเซี่ยงไฮ้ไปทางทิศตะวันตก 800 กิโลเมตร และจากฮ่องกงไปทางทิศเหนือ 970 กิโลเมตร[34] และศูนย์กลางรถไฟอู่ฮั่นก็เป็นหนึ่งในสี่ศูนย์กลางรถไฟที่สำคัญที่สุดในประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินตรงจากอู่ฮั่นที่เชื่อมต่ออยู่กับเมืองต่าง ๆ รวมถึงเมืองนานาชาติในยุโรปและอเมริกาเหนือด้วย[35]

ในนครอู่ฮั่น ช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 เกิดกลุ่มของการติดเชื้อ "ปอดอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ" มีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณโดยรอบตลาดค้าส่งสัตว์และปลา ซึ่งมีร้านขายไก่ แมว ไก่ฟ้า ค้างคาว มาร์มอต งูพิษ กวางดาว และอวัยวะภายในของกระต่ายและสัตว์ป่าอื่น ๆ กว่าพันร้าน นำไปสู่ความสงสัยว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่นั้นอาจมีแหล่งมาจากสัตว์ (โรครับจากสัตว์)[36][37][38][39]

โคโรนาไวรัสส่วนใหญ่จะแพร่กระจายอยู่ในสัตว์ แต่เป็นที่รู้กันว่าสามารถวิวัฒนาการและติดเชื้อในมนุษย์ได้ ดังที่ปรากฏเป็นกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (โรคซาร์ส), โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (โรคเมอร์ส) และยังมีโคโรนาไวรัสอีกสี่ชนิดที่พบในมนุษย์ ซึ่งทำให้เกิดอาการในระบบทางเดินหายใจที่ไม่รุนแรงคล้ายกับโรคหวัด ซึ่งโคโรนาไวรัสทั้งหมดที่ติดเชื้อในมนุษย์นั้นแสดงให้เห็นว่าสามารถแพร่จากมนุษย์สู่มนุษย์ได้[40][41] การส้งผ่านของโคโรนาไวรัสเกิดจากการติดต่อใกล้ชิดผ่านละอองระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดจากการไอและจามเป็นหลัก[42]

วิทยาการระบาดEdit

จากผู้ติดเชื้อ 41 คนแรกที่ยืนยันแล้ว มีอาการแรกสุดในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ในบุคคลที่ไม่ได้สัมผัสกับตลาดหรือผู้ติดเชื้ออีก 40 คน[43] ทำให้ความสำคัญของตลาดในประเทศจีนเริ่มลดลง[43][44]

นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนสามารถแยกสายพันธุ์ของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งลำดับพันธุกรรมที่พร้อมใช้งานสำหรับห้องปฏิบัติการทั่วโลก เพื่อพัฒนาการทดสอบปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรสได้อย่างอิสระ ซึ่งสามารถนำมาใช้ยืนยันการติดเชื้อในมนุษย์ได้[45][36][46][47] ผู้ป่วย 41 คนแรกได้รับการยืนยันโดยใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรสแบบเรียลไทม์และการหาลำดับรุ่นถัดไปเพื่อบ่งชี้การติดเชื้อ สองในสามของผู้ป่วยกลุ่มนี้พบว่า มีความเชื่อมโยงกับตลาดค้าอาหารทะเลหฺวาหนาน ที่มีการขายสัตว์มีชีวิตด้วย[44][48][49][50] เชื้อนี้เป็นสมาชิกลำดับที่เจ็ดของวงศ์โคโรนาไวรัสที่มีการติดเชื้อในมนุษย์ และมีรายงานว่ามีความคล้ายคลึงกับ SARS-CoV ร้อยละ 75 ถึง 80 และมากกว่าร้อยละ 80 มีความคล้ายคลึงกับโคโรนาไวรัสในค้างคาวหลายชนิด[51][52] อย่างไรก็ตามไวรัสจะแสดงศักยภาพก่อโรคได้เช่นเดียวกันกับซาร์สหรือไม่นั้นยังไม่เป็นที่ชัดเจน[45][36][46][47]

วันที่ 17 มกราคม นักวิทยาศาสตร์สหราชอาณาจักรได้รายงานว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจริงควรจะอยู่ที่ประมาณ 1,723 คน เมื่ออาการเริ่มปรากฏในวันที่ 12 มกราคม เป็นไปตามรูปแบบการแพร่ระบาดเริ่มแรกสู่ประเทศไทยและญี่ปุ่น และยังบอกอีกด้วยว่า "ไม่ควรตัดความคิดเรื่องการแพร่จากมนุษย์สู่มนุษย์ออก"[53][54] ดังที่เคยมีการยืนยันไว้ขณะปรากฏการระบาดขึ้น เมื่อมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น จึงมีการคำนวณใหม่โดยระบุว่า "มีผู้ติดเชื้อ 2019-nCoV จำนวน 4,000 รายในนครอู่ฮั่น... โดยเริ่มมีอาการในวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563"[55][11] ขณะที่ข้อสรุปจากกลุ่มมหาวิทยาลัยฮ่องกงนั้นคล้ายกันกับการศึกษาก่อนหน้านี้ พร้อมรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแพร่ในประเทศจีน[12]

พื้นที่ได้รับผลกระทบEdit

ข้อมูลการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019
(COVID-19) ตามดินแดน
[56]
  จีน (แผ่นดินใหญ่)[iii] 77,658 2,664 27,323
  เกาหลีใต้ 893 8 22
พาหนะระหว่างประเทศ[iv] 691 3 1
  อิตาลี 229 7 2
  ญี่ปุ่น 154 1 23
  สิงคโปร์ 90 0 53
  ฮ่องกง 81 2 19
  อิหร่าน 61 12 3
  สหรัฐ 53 0 5
  ไทย 35 0 21
  ไต้หวัน 30 1 5
  มาเลเซีย 22 0 18
  ออสเตรเลีย 22 0 11
  เวียดนาม 16 0 15
  เยอรมนี 16 0 14
  สหราชอาณาจักร 13 0 8
  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 13 0 3
  ฝรั่งเศส 12 1 11
  แคนาดา 11 0 4
  มาเก๊า 10 0 6
  ฟิลิปปินส์ 3 1 2
  อินเดีย 3 0 3
  สเปน 3 0 2
  คูเวต 3 0
  รัสเซีย 2 0 2
  บาห์เรน 2 0
  อิสราเอล 2 0
  โอมาน 2 0
  กัมพูชา 1 0 1
  เนปาล 1 0 1
  เบลเยียม 1 0 1
  ฟินแลนด์ 1 0 1
  ศรีลังกา 1 0 1
  อียิปต์ 1 0 1
  เลบานอน 1 0
  สวีเดน 1 0
  อัฟกานิสถาน 1 0
  อิรัก 1 0
37 ดินแดน 80,140 2,700 27,825
ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
หมายเหตุ
  1. ภูมิภาคที่เกิดการเสียชีวิต สัญชาติของกรณีอาจมีความแตกต่าง
  2. 2.0 2.1 "—" หมายถึงไม่มีบันทึกข้อมูลในปัจจุบัน สำหรับดินแดนนั้น
  3. รวมกรณีที่มีการวินิจฉัยทางคลินิกและกรณีเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมาในจังหวัดต่าง ๆ ของมณฑลหูเป่ย์จากภาพรังสีทรวงอกซึ่งมีลักษณะของปอดอักเสบ และรวมถึงกรณีที่ไม่มีอาการซึ่งได้รับผลการทดสอบต่อเชื้อไวรัสเป็นบวก
  4. กรณีเรือไดมอนด์พรินเซส ปัจจุบันถูกกักกันอยู่ในน่านน้ำญี่ปุ่นและดูแลจัดการโดยรัฐบาลญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกแบ่งแยกกรณีเป็น "กรณีบนยานพาหนะระหว่างประเทศ" และแยกออกจากกรณีของประเทศญี่ปุ่น
ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในจีนแผ่นดินใหญ่ ()
 เสียชีวิต;  หายป่วย;  ผู้ป่วยผ่านการทดสอบแล้ว;  ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยทางคลินิก (C.D.)
วันที่
# ของผู้ป่วย (ยกเว้น C.D.) # ของผู้ป่วย (รวม C.D.)
16-01-2563
45 (n.a.)
17-01-2563
62 (+38%)
18-01-2563
121 (+95%)
19-01-2563
198 (+64%)
20-01-2563
291 (+47%)
21-01-2563
440 (+51%)
22-01-2563
571 (+30%)
23-01-2563
830 (+45%)
24-01-2563
1,287 (+55%)
25-01-2563
1,975 (+53%)
26-01-2563
2,744 (+39%)
27-01-2563
4,515 (+64%)
28-01-2563
5,974 (+32%)
29-01-2563
7,711 (+29%)
30-01-2563
9,692 (+26%)
31-01-2563
11,791 (+22%)
01-02-2563
14,380 (+22%)
02-02-2563
17,205 (+20%)
03-02-2563
20,438 (+19%)
04-02-2563
24,324 (+19%)
05-02-2563
28,018 (+15%)
06-02-2563
31,161 (+11%)
07-02-2563
34,546 (+11%)
08-02-2563
37,198 (+7.7%)
09-02-2563
40,171 (+8.0%)
10-02-2563
42,638 (+6.1%) 48,315 (n.a.)
11-02-2563
44,653 (+4.7%) 55,220 (+14%)
12-02-2563
46,472 (+4.1%) 58,761 (+6.4%)
13-02-2563
48,467 (+4.3%) 63,851 (+8.7%)
14-02-2563
49,970 (+3.1%) 66,492 (+4.1%)
15-02-2563
51,091 (+2.2%) 68,500 (+3.0%)
16-02-2563
70,548 (+3.0%)
17-02-2563
72,436 (+2.7%)
18-02-2563
74,185 (+2.4%)
19-02-2563
75,002 (+1.1%)
20-02-2563
75,891 (+1.2%)
21-02-2563
76,288 (+0.5%)
22-02-2563
76,936 (+0.8%)
ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป ข้อมูลที่ประกอบด้วยผู้ป่วยในมณฑลหูเป่ย์เป็นผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการตรวจหาไวรัสแต่ใช้การวินิจฉัยทางคลินิก โดยใช้การฉายภาพทางการแพทย์ที่แสดงอาการของปอดบวมแทน[57]

ข้อมูลผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการยังพอมีอยู่ในช่วงวันที่ 10-15 กุมภาพันธ์ 2563[58]
ข้อมูลวันที่ 16-18 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป ไม่รวมถึงข้อมูลผู้ป่วยจากการวินิจฉัยทางคลินิก
ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป ข้อมูลรวมมีเพียงข้อมูลผู้ป่วยที่ได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วเท่านั้น (แต่ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยทางคลินิกก่อนหน้าก็ยังหมายรวมอยู่)[59]

แหล่งข้อมูลจาก รายงานประจำวันของ NHC

ไวรัสถูกตรวจพบได้ครั้งแรกในนครอู่ฮั่น ซึ่งตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศจีน ในช่วงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562 เชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ป่า และถูกส่งผ่านมายังมนุษย์โดยการค้าสัตว์ป่าและตลาดเปียก ไวรัสได้แพร่กระจายไปยังมณฑลอื่น ๆ ของประเทศจีนในช่วงกลางเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 และจากการโยกย้ายของชาวจีนในช่วงตรุษจีน ทำให้เริ่มมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อในประเทศอื่น ๆ ที่มีการเดินทางไปเยื่อนของนักท่องเที่ยวจีนเป็นจำนวนมาก ดังนี้ ประเทศไทย (13 มกราคม), ประเทศญี่ปุ่น (15 มกราคม), ประเทศเกาหลีใต้ (20 มกราคม), ประเทศสหรัฐและประเทศไต้หวัน (21 มกราคม), ประเทศสิงคโปร์ (23 มกราคม), ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเนปาล และประเทศเวียดนาม (24 มกราคม), ประเทศมาเลเซียและประเทศออสเตรเลีย (25 มกราคม), ประเทศแคนาดา (26 มกราคม), ประเทศเยอรมนีและประเทศศรีลังกา (29 มกราคม), ประเทศอินเดียและประเทศฟิลิปปินส์ (30 มกราคม), ประเทศรัสเซีย ประเทศสวีเดน ประเทศสเปน และสหราชอาณาจักร (31 มกราคม) และประเทศเบลเยียม (4 กุมภาพันธ์)[60][61] ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 12,000 คน โดยร้อย 98 พบในประเทศจีน[60] มีผู้เสียชีวิตจากไวรัสจำนวน 305 คน โดยมีผู้เสียชีวิตนอกประเทศจีนครั้งแรกในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ในประเทศฟิลิปปินส์[62][60] แบบจำลองการประมาณชี้ว่าตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อจริงอาจอยู่ที่ประมาณ 25,000~35,000 ราย มีการยืนยันการพบการติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ในประเทศเวียดนาม ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเยอรมนี แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าพบศูนย์กลางการแพร่ระบาดนอกประเทศจีน นับแต่วันที่ 23 มกราคม มีความพยายามอย่างสำคัญทั้งภายในประเทศจีนและต่างประเทศ นำโดยองค์การอนามัยโลกและรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อแจ้งเตือนประชากรและกำหนดมาตรการการป้องกันและการแพร่ของไวรัส วันที่ 30 มกราคม สืบเนื่องจากการมีผู้ติดเชื้อ 7,711 คนโดยเฉพาะในประเทศจีน และอีก 83 รายใน 18 ประเทศ ณ วันที่ 29 มกราคม องค์การอนามัยโลกจึงประกาศให้การระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศ[63]

การประมาณEdit

จากรายงานยืนยันผู้ติดเชื้อและสมมติให้ว่ามีความล่าช้า 10 วันในระหว่างการติดเชื้อและการตรวจหา ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น และอิมพิเรียลคอลเลจลอนดอน ประมาณการไว้ว่าจำนวนของการติดเชื้อจริงอาจสูงกว่ารายงานยืนยัน ณ เวลานั้นถึง 10 เท่า โดยอิมพิเรียลคอลเลจลอนดอนประเมินว่ามีผู้ติดเชื้อประมาณ 4,000 คน เมื่อมีการยืนยันผู้ติดเชื้อ 440 คน ณ วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563 ส่วนมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นประเมินว่ามีผู้ติดเชื้อประมาณ 21,300 คน ณ วันที่ 26 มกราคม และเพิ่มเป็น 26,200 คนในวันที่ 27 มกราคม (ช่วงความเชื่อมั่น 95% ภายในช่วง 19,200-34,800)[64][65][66] วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563 บทความที่เผยแพร่ใน Lancet คาดว่าในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2563 มีผู้ติดเชื้อในนครอู่ฮั่นแล้ว 75,815 คน[67]

มีความกังวลว่าบุคลากรทางการแพทย์ และอุปกรณ์ที่เพียงพอมีอยู่ในพื้นที่ที่เกิดการระบาดหรือไม่ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถระบุการติดเชื้อไวรัสโคโรนาได้ถูกต้อง ไม่วินิจฉัยผู้ต้องสงสัยเป็น "โรคปอดบวมรุนแรง" แทน[68][69][70] ผู้ที่มีอาการหลายคนถูกบอกให้กักตนเองไว้ในบ้าน แทนที่จะเดินทางไปยังโรงพยาบาล เพื่อหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายอื่นที่มีอาการต่างกัน[71] ช่วงปลายเดือนมกราคม ภายหลังจากที่มีการส่งพลเมืองชาวญี่ปุ่นกลับประเทศโดยเที่ยวบินจำนวน 2 เที่ยว ในจำนวนผู้ถูกส่งตัวกลับประมาณ 400 คน มีอยู่ 5 คนที่ได้รับการวินิจฉัยเกี่ยวกับไวรัส โดยมีผู้ที่ติดเชื้อจำนวน 1 คน ส่วนที่เหลือนั้นไม่ได้ติดเชื้อนี้[72]

อาการและอาการแสดงEdit

 
อาการของ COVID-19 (โคโรนาไวรัสอู่ฮั่น) ทั้งนี้มีรายงานว่ามีการแพร่ของโรคได้แม้จะไม่แสดงอาการก็ตาม[73]

อาการที่มีการรายงาน ประกอบด้วย มีไข้ อ่อนเพลีย ไอแห้ง หอบเหนื่อย และหายใจลำบากรุนแรง[74][75] กรณีที่มีการติดเชื้ออาจทำให้เกิดโรคปอดบวม ไตวาย และเสียชีวิตได้[76] ส่วนอาการในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น จาม มีน้ำมูก หรือเจ็บคอพบไม่บ่อย[48][44]

องค์การอนามัยโลกประมาณระยะฟักของไวรัสนี้ที่ประมาณ 2 ถึง 14 วัน[77] ในการศึกษาหนึ่งพบว่าระยะฟักตัวปกติคือสามวัน แต่อาจนานได้ถึง 24 วัน.[78]


ในบรรดา 41 รายแรกที่พบซึ่งเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในนครอู่ฮั่น พบว่า 13 คน (32%) มีภาวะเรื้อรังอื่น ๆ อยู่ก่อน เช่น เบาหวาน หรือความดันเลือดสูง โดยรวมแล้ว ทั้ง 13 คน (32%) ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ขิด และมี 6 คน (15%) ที่เสียชีวิต[44] หลายกรณีที่เสียชีวิตนั้นมีภาวะอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคระบบหัวใจหลอดเลือด ที่ทำให้ระบบภูมิกันของผู้ป่วยแย่ลง[79]

สาเหตุEdit

การแพร่เชื้อEdit

โคโรนาไวรัสแพร่ผ่านละอองทางอากาศที่ถูกขับออกมา เมื่อบุคคลที่ติดเชื้อเกิดอาการไอหรือจามเป็นหลัก โดยมีระยะประมาณ 3 ฟุต (0.91 เมตร) ถึง 6 ฟุต (1.8 เมตร)[80][81][82] นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้จากการแพร่ผ่านอุจจาระ-ปาก (fecal-oral transmission) ด้วย[83]

จากผู้ติดเชื้อ 41 รายแรก สองในสามมีประวัติเคยสัมผัสกับตลาดค้าอาหารทะเลหฺวาหนานมาก่อน[44]

มีรายงานว่าเกิดซูเปอร์สเปรดเดอร์เกิดขึ้นในเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ 14 คน วันที่ 25 มกราคม เกา ฝู ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งจีน ปฏิเสธข้อคาดการณ์เหล่านั้นและ "เพิกเฉยต่อการรายงานของสื่อ" ตามรายงานทางการของสำนักข่าวซินหัว[84] อย่างไรก็ตาม China Newsweek ซึ่งดำเนินการโดยสำนักข่าวอย่างเป็นทางการของบริการข่าวจีน อ้างอิงผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง อ้างว่าผู้ป่วยดังกล่าวอาจถือเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ได้แล้ว และวิพากษ์วิจารณ์โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องว่า ไม่ได้มีการป้องกันเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการกับผู้ป่วยอย่างเหมาะสม China Newsweek ยังวิพากษ์วิจารณ์การเซ็นเซอร์ของรัฐบาลจีน ที่บอกว่าเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพใด ๆ เว้นแต่ผู้ที่เป็นไข้ มีเพียงหน้ากากอนามัยเพื่อปกป้องตนเองก็พอแล้ว[85]

ค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐานEdit

 
เซมิล็อกพล็อตของผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วและผู้เสียชีวิตแสดงให้เห็นว่าการแพร่ของโรคนั้น อยู่ในเฟสเส้นโค้งเอกซ์โปเนนเชียล

ความสามารถในส่งผ่าน (transmissibility) ของไวรัสระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์นั้นไม่แน่นอน ผู้ที่ติดเชื้อบางคนไม่ได้แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ขณะที่บางคนก็มีการแพร่เชื้อไปหาคนอื่น[50] ค่าระดับการติดเชื้อพื้นฐาน (Basic reproduction number) สำหรับการแพร่เชื้อระหว่างมนุษย์สู่มนุษย์ของไวรัสอยู่ที่ประมาณ 1.4 ถึง 3.8 โดยกลุ่มวิจัยจำนวนหลายกลุ่ม จำนวนนี้อธิบายถึงจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ที่มีแนวโน้มว่าจะส่งผ่านไวรัสในประชากรมนุษย์ ซึ่งมีรายงานว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่สามารถแพร่เชื้อได้ต่อเนื่องกันมากถึงสี่คน.[86]

วิทยาไวรัสEdit

ข้อมูลด้านจีโนม
 
การจัดระเบียบจีโนม (คลิกเพื่อขยาย)
รหัสจีโนมของ NCBIMN908947
ขนาดจีโนม30473 bp
ปีที่ทำเสร็จ2020

แหล่งรวมซึ่งเป็นสัตว์ป่าตามธรรมชาติของ SARS-CoV-2 และตัวถูกเบียนชั้นกลาง (intermediate host) ที่ส่งผ่านไวรัส SARS-CoV-2 มายังมนุษย์นั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน และทำให้ผลของการสุ่มตัวอย่างสัตว์จากตลากนั้นยังไม่พร้อมในขณะนี้[87] อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าแหล่งรวมหลักของไวรัสคือค้างคาว[52]

งานวิจัยฉบับร่าง (preprint) ซึ่งเป็นฉบับปรับปรุงที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2563 บน bioRxiv จากสมาชิกของสถาบันวิทยาไวรัสอู่ฮั่น, โรงพยาบาลจินหยินทันอู่ฮั่น, มหาวิทยาลัยแห่งสถาบันวิทยาศาสตร์จีน และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคมณฑลหูเป่ย์ เสนอว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 มีความเป็นไปได้ที่จะมีต้นกำเนิดจากค้างคาว ดังที่ผลการวิเคราะห์ได้แสดงว่า SARS-CoV-2 มีความเหมือน 96% ในระดับจีโนมทั้งหมดกับโคโรนาไวรัสของค้างคาวที่ได้ระบุไว้เมื่อปี พ.ศ. 2556[88]

รายงานที่ถูกตีพิมพ์ก่อนหน้านั้นหนึ่งวันจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง, มหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนกว่างซี, มหาวิทยาลัยหนิงปัว และวิทยาลัยวิศวกรรมชีววิทยาอู่ฮั่น ได้เปรียบเทียบเส้นทแยงการใช้โคดอน (codon usage bias) ของ SARS-CoV-2 กับ "มนุษย์, ค้างคาว, ไก่, เม่น, นิ่ม และงูอีกสองสปีชีส์"[89] แล้วได้ข้อสรุปว่า "งูเป็นแหล่งรวมซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับ SARS-CoV-2" ซึ่งจากนั้นได้มีการแพร่เชื้อต่อไปยังมนุษย์[90][89][91] การกล่าวอ้างนี้ได้รับการโต้แย้งอย่างกว้างขวาง บางส่วนแย้งว่าแหล่งรวมจะต้องเป็นค้างคาว และตัวถูกเบียนชั้นกลางจะต้องเป็นนกหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม ไม่ใช่งู (เนื่องจากงูเป็น สัตว์เลือดเย็น (Poikilotherm) ไม่เหมือนกับมนุษย์)[92][92][93] ขณะที่บางส่วนใช้ข้อมูลเกี่ยวกับการผสมสาย (recombination) และเส้นทแยงการใช้โคดอนของซาร์สและเมอร์สมาหักล้างเหตุผล โดยการผสมสายที่กล่าวถึงนั้นอาจเกิดขึ้นค้างคาวแทน[94]

การศึกษาทางวงศ์วานวิวัฒนาการของ 2019-nCoV ได้ตรวจสอบประวัติการวิวัฒนาการของไวรัสและความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตอื่น ในบรรดาสมาชิกทั้งเจ็ดของวงศ์โคโรนาไวรัสที่สามารถติดสู่มนุษย์ได้ มีรายงานว่า SARS-CoV-2 มีลำดับจีโนมเหมือนกับ SARS-CoV ร้อยละ 75 ถึง 80 และมีความคล้ายคลึงกับบรรดาโคโรนาไวรัสในค้างคาวมากกว่า[51][52] โดยมีจีโนมของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่อย่างน้อยห้าจีโนมถูกแยกและรายงานแล้ว[95][96][97] สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าตัวไวรัสนั้นมีความแตกต่างทางพันธุกรรมจากโคโรนาไวรัสอื่น ๆ ที่รู้จักกัน เช่น โคโรนาไวรัสที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (SARS-CoV) และโคโรนาไวรัสที่เกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS-CoV)[95] และไวรัสนี้เป็นสมาชิกของสาย B (lineage B) เช่นเดียวกันกับไวรัส SARS-CoV[98]

การวินิจฉัยEdit

องค์การอนามัยโลกได้ออกแนวทางในการตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อ COVID-19 มาแล้วหลายฉบับ[99][100] การตรวจจะใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่พอลิเมอเรสแบบ rRT-PCR[1] ซึ่งทำได้จากสิ่งส่งตรวจที่เป็นเลือดหรือเป็นสารคัดหลั่งจากระบบหายใจก็ได้[101] โดยอาจใช้เวลาในการตรวจได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงถึงหลายวัน[102][103]

การป้องกันและการจัดการEdit

วิธีหลักEdit

 
แพทย์ในชุดบันนีปกป้องตนเองกำลังดูอาการผู้ป่วยในโรงพยาบาลอู่ฮั่น
 
กล้องอินฟราเรดถูกติดตั้งที่สถานีรถไฟอู่ฮั่น เพื่อตรวจอุณหภูมิร่างกายของผู้โดยสารก่อนจะเข้าสู่ขบวนรถไฟ

ยังไม่มียาหรือวัคซีนที่จำเพาะต่อการรักษาโรค COVID-19 แต่ก็มีการพัฒนายาต้านไวรัสและวัคซีนอยู่อย่างต่อเนื่อง[104][105] องค์การอนามัยโลกแนะนำวิธีป้องกันการติดโรคนี้ด้วยการแนะนำให้ล้างมือเป็นประจำ ปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับคนที่มีอาการทางระบบหายใจ (เช่นไอหรือจาม)[95]

การล้างมือEdit

การล้างมือเป็นวิธีป้องกันโรคที่สำคัญวิธีหนึ่ง โดย CDC ได้แนะนำให้ทุกคน

  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนกินอาหาร และหลังสั่งน้ำมูก ไอ จาม
  • ถ้าไม่สามารถล้างมือด้วยน้ำและสบู่ได้ ให้ใช้น้ำยาล้างมือแอลกอฮอล์ ที่มีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% และถ้ามือสกปรกเห็นได้ชัดต้องล้างด้วยน้ำและสบู่เสมอ

CDC และ WHO ยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงการนำมือที่ยังไม่ได้ล้างมาสัมผัสตา จมูก หรือปาก อีกด้วย[106][107]

National Health Service ของสหราชอาณาจักร ก็ให้คำแนะนำในลักษณะเดียวกัน[108]

การอพยพนักการทูตและพลเมืองต่างชาติออกจากอู่ฮั่นEdit

รัฐบาลของเบลเยียม ไทย และสหรัฐ มีการวางแผนเตรียมเที่ยวบินอพยพสำหรับพลเมืองของชาตินั้น ๆ[109][110][111][112] ขณะที่ออสเตรเลีย บราซิล เช็กเกีย ฝรั่งเศส ปากีสถาน อินเดีย ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และรัสเซีย ก็กำลังพิจารณามาตรการที่คล้ายกันนี้[113][114][115][116][117][118]

ศรีลังกาเริ่มส่งนักเรียนชาวศรีลังกาในประเทศจีนกลับประเทศ[119] พม่าเริ่มส่งนักเรียนชาวพม่าจำนวนห้าสิบคนออกจากนครอู่ฮั่น[120]

เวียดนามได้รับอนุญาตให้นำเที่ยวบินพิเศษสี่เที่ยวพาผู้โดยสารชาวอู่ฮั่นกลับบ้านเกิดในช่วงวันที่ 24-27 มกราคม[121] และจัดเที่ยวบินเพื่ออพยพพลเมืองและนักการทูต[122]

วันที่ 29 มกราคม ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ประกาศว่าจะร่วมมือกันเพื่ออพยพพลเมืองของทั้งสองประเทศออกจากนครอู่ฮั่น ในนครอู่ฮั่นมีชาวนิวซีแลนด์อยู่ 50-82 คน และมีชาวออสเตรเลียอยู่ในมณฑลหูเป่ย์ 600 คน รวมถึงเด็กจำนวน 140 คนในนครอู่ฮั่น[123][124]

ปฏิกิริยาต่อความพยายามในการป้องกันEdit

การวิจัยการรักษาEdit

หลายองค์กรทั่วโลกกำลังพัฒนาวัคซีน หรือทำการทดสอบยาต้านไวรัส โดยองค์กรที่กำลังพยายามอยู่ประกอบด้วย:

ผลกระทบEdit

ดูเพิ่มEdit

อ้างอิงEdit

  1. 1.0 1.1 "Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) Situation Summary". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 30 January 2020. Archived from the original on 26 January 2020. สืบค้นเมื่อ 30 January 2020.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 "Tracking coronavirus: Map, data and timeline". BNO News. 10 February 2020. Archived from the original on 28 January 2020.
  3. Novel Coronavirus (‎‎‎2019-nCoV)‎‎‎: situation report, 10 (รายงาน). World Health Organization. 2020. https://www.who.int/docs/default-source/coronaviruse/situation-reports/20200130-sitrep-10-ncov.pdf.
  4. Fox, Dan (24 January 2020). "What you need to know about the Wuhan coronavirus". Nature. doi:10.1038/d41586-020-00209-y. ISSN 0028-0836.
  5. "Is the World Ready for the Coronavirus?". Editorial. The New York Times. 29 January 2020. Archived from the original on 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ 30 January 2020.
  6. "China virus death toll rises to 41, more than 1,300 infected worldwide". CNBC. 24 January 2020. Archived from the original on 26 January 2020. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  7. Shih, Gerry; Lynch, David J.; Denyer, Simon. "Fifth coronavirus case confirmed in U.S., 1,000 more cases expected in China". Washington Post. Archived from the original on 27 January 2020. สืบค้นเมื่อ 27 January 2020.
  8. "Novel Coronavirus(2019-nCoV)" (PDF). www.who.int. World Health Organization.
  9. Hessen, Margaret Trexler (27 January 2020). "Novel Coronavirus Information Center: Expert guidance and commentary". Elsevier Connect. สืบค้นเมื่อ 31 January 2020.
  10. Qin, Amy; Hernández, Javier C. (10 January 2020). "China Reports First Death From New Virus". The New York Times. ISSN 0362-4331. Archived from the original on 11 January 2020. สืบค้นเมื่อ 11 January 2020.
  11. 11.0 11.1 Imai, Natsuko; Dorigatti, Ilaria; Cori, Anne; Riley, Steven; Ferguson, Neil M (17 January 2020). "Estimating the potential total number of novel Coronavirus cases in Wuhan City, China (Report 2" (PDF). Imperial College London (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 18 January 2020.
  12. 12.0 12.1 "HKUMed WHO Collaborating Centre for Infectious Disease Epidemiology and Control releases real-time nowcast on the likely extent of the Wuhan coronavirus outbreak, domestic and international spread with the forecast for chunyun". HKUMed School of Public Health (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 23 January 2020.
  13. "China coronavirus: 'family cluster' in Vietnam fuels concerns over human transmission". South China Morning Post. 29 January 2020. สืบค้นเมื่อ 29 January 2020.
  14. "Germany confirms human transmission of coronavirus". Deutsche Welle. 28 January 2020. Archived from the original on 28 January 2020. สืบค้นเมื่อ 29 January 2020.
  15. "Philippines reports first coronavirus death outside China after travel ban". South China Morning Post (in อังกฤษ). 2020-02-02. สืบค้นเมื่อ 2020-02-02.
  16. Wang, Christine (2020-02-02). "Philippines reports first death outside of China in coronavirus outbreak". CNBC (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2020-02-02.
  17. James Griffiths; Amy Woodyatt. "Wuhan coronavirus: Thousands of cases confirmed as China goes into emergency mode". CNN. สืบค้นเมื่อ 2020-01-29.
  18. Mary Hui; Jane Li. "China has locked down Wuhan, the epicenter of the coronavirus outbreak". Quartz. สืบค้นเมื่อ 23 January 2020.
  19. Hamblin, James (24 January 2020). "A Historic Quarantine – China's attempt to curb a viral outbreak is a radical experiment in authoritarian medicine". The Atlantic. Archived from the original on 28 January 2020.
  20. "China cancels Lunar New Year events over deadly virus fears". Deutsche Welle. 23 January 2020. สืบค้นเมื่อ 24 January 2020.
  21. "Hong Kong Chinese New Year | Hong Kong Tourism Board". www.discoverhongkong.com. Archived from the original on 29 November 2019. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  22. Lum, Alvin; Sum, Lok-kei (25 January 2020). "China coronavirus: Hong Kong leader hits back at delay criticism as she suspends school classes, cancels marathon and declares city at highest level of emergency". South China Morning Post. South China Morning Post. Archived from the original on 25 January 2020. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  23. Dawn Gilbertson; Jayme Deerwester. "Coronavirus: US says 'do not travel' to Wuhan, China, as airlines issue waivers, add safeguards". USA TODAY-US. Archived from the original on 27 January 2020. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  24. bw_mark-US. "Travelers from China asked to check for flu-like symptoms | BusinessWorld". Archived from the original on 26 January 2020. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  25. "MOH | Updates on Novel Coronavirus". www.moh.gov.sg. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  26. "Hotel operators waive fees for Chinese hotel cancellations as Wuhan virus fears grow". CNA. Archived from the original on 24 January 2020. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  27. "Coronavirus Update: Masks And Temperature Checks In Hong Kong". Nevada Public Radio. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  28. "Coronavirus declared global health emergency". BBC News Online. 30 January 2020. Archived from the original on 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ 30 January 2020.
  29. Joseph, Andrew (30 January 2020). "WHO declares coronavirus outbreak a global health emergency". Stat News. สืบค้นเมื่อ 30 January 2020.
  30. Wee, Sui-Lee; McNeil Jr., Donald G.; Hernández, Javier C. (30 January 2020). "W.H.O. Declares Global Emergency as Wuhan Coronavirus Spreads". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 30 January 2020.
  31. "Statement on the second meeting of the International Health Regulations (2005) Emergency Committee regarding the outbreak of novel coronavirus (2019-nCoV)". World Health Organization (WHO). 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ 30 January 2020.
  32. Zhao, Erxun (1928). Draft History of Qing. 388. Shenyang. 七年,偕林翼疏言:「湖北為長江上游要害,武漢尤九省通衢,自來東南有事必爭之地。」
  33. "Outbreak of Pneumonia of Unknown Etiology (PUE) in Wuhan, China". emergency.cdc.gov. Centers for Disease Control and Prevention. 8 January 2020. Archived from the original on 9 January 2020. สืบค้นเมื่อ 9 January 2020.
  34. Chan, Ho-him; Mai, Jun (5 January 2020). "China says Wuhan pneumonia not Sars, but virus remains unidentified, more people hospitalised". South China Morning Post. Archived from the original on 5 January 2020. สืบค้นเมื่อ 6 January 2020.
  35. "Update: Cluster of pneumonia cases associated with novel coronavirus – Wuhan, China – 2019". European Centre for Disease Prevention and Control. 14 January 2020. Archived from the original on 20 January 2020. สืบค้นเมื่อ 18 January 2020.
  36. 36.0 36.1 36.2 "Undiagnosed pneumonia – China (HU) (01): wildlife sales, market closed, RFI Archive Number: 20200102.6866757". Pro-MED-mail. International Society for Infectious Diseases. Archived from the original on 22 January 2020. สืบค้นเมื่อ 13 January 2020.
  37. "Pneumonia of Unknown Cause in China – Watch – Level 1, Practice Usual Precautions – Travel Health Notices". CDC. 6 January 2020. Archived from the original on 8 January 2020. สืบค้นเมื่อ 7 January 2020.
  38. Schnirring, Lisa (8 January 2020). "Virologists weigh in on novel coronavirus in China's outbreak". CIDRAP. Archived from the original on 8 January 2020. สืบค้นเมื่อ 9 January 2020.
  39. Shih, Gerry; Sun, Lena H. (8 January 2020). "Specter of possible new virus emerging from central China raises alarms across Asia". Washington Post. Archived from the original on 8 January 2020. สืบค้นเมื่อ 9 January 2020.
  40. Rogier van Doorn, H.; Yu, Hongji (2019). "33. Viral Respiratory Infections". In Edward T Ryan; David R Hill; Tom Solomon; Timothy P Endy; Naomi Aronson. Hunter's Tropical Medicine and Emerging Infectious Diseases E-Book (10th ed.). Elsevier Health Sciences. p. 286. ISBN 978-0-323-55512-8.
  41. "Novel Coronavirus 2019 | CDC". www.cdc.gov. 13 January 2020. Archived from the original on 14 January 2020. สืบค้นเมื่อ 14 January 2020.
  42. "Transmission of Novel Coronavirus (2019-nCoV)". Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 2020-01-31. สืบค้นเมื่อ 2020-02-01.
  43. 43.0 43.1 Wang, Chen; Horby, Peter W.; Hayden, Frederick G.; Gao, George F. (24 January 2020). "A novel coronavirus outbreak of global health concern". The Lancet. 0. doi:10.1016/S0140-6736(20)30185-9. ISSN 0140-6736. PMID 31986257.
  44. 44.0 44.1 44.2 44.3 44.4 Huang, Chaolin; Wang, Yeming; Li, Xingwang; Ren, Lili; Zhao, Jianping; Hu, Yi; Zhang, Li; Fan, Guohui; Xu, Jiuyang; Gu, Xiaoying; Cheng, Zhenshun (24 January 2020). "Clinical features of patients infected with 2019 novel coronavirus in Wuhan, China". Lancet. doi:10.1016/S0140-6736(20)30183-5. ISSN 0140-6736. PMID 31986264.
  45. 45.0 45.1 Hui, David S.; Azhar, Esam EI; Madani, Tariq A.; Ntoumi, Francine; Kock, Richard; Dar, Osman; Ippolito, Giuseppe; Mchugh, Timothy D.; Memish, Ziad A.; Drosten, Christian; Zumla, Alimuddin (14 January 2020). "The continuing epidemic threat of novel coronaviruses to global health – the latest novel coronavirus outbreak in Wuhan, China". International Journal of Infectious Diseases. 91: 264–266. doi:10.1016/j.ijid.2020.01.009. ISSN 1201-9712. PMID 31953166.
  46. 46.0 46.1 Cohen, Jon; Normile, Dennis (17 January 2020). "New SARS-like virus in China triggers alarm". Science. 367 (6475): 234–235. doi:10.1126/science.367.6475.234. ISSN 0036-8075. PMID 31949058.
  47. 47.0 47.1 Parry, Jane (20 January 2020). "China coronavirus: cases surge as official admits human to human transmission". British Medical Journal. 368: m236. doi:10.1136/bmj.m236. ISSN 1756-1833. PMID 31959587.
  48. 48.0 48.1 Joseph, Andrew (24 January 2020). "New coronavirus can cause infections with no symptoms and sicken otherwise healthy people, studies show". STAT. Archived from the original on 24 January 2020. สืบค้นเมื่อ 27 January 2020.
  49. Chan, Jasper Fuk-Woo; Yuan, Shuofeng; Kok, Kin-Hang; To, Kelvin Kai-Wang; Chu, Hin; Yang, Jin; Xing, Fanfan; Liu, Jieling; Yip, Cyril Chik-Yan; Poon, Rosana Wing-Shan; Tsoi, Hoi-Wah (24 January 2020). "A familial cluster of pneumonia associated with the 2019 novel coronavirus indicating person-to-person transmission: a study of a family cluster". The Lancet. 0. doi:10.1016/S0140-6736(20)30154-9. ISSN 0140-6736. PMID 31986261.
  50. 50.0 50.1 Schnirring, Lisa (25 January 2020). "Doubts rise about China's ability to contain new coronavirus". CIDRAP. Archived from the original on 26 January 2020. สืบค้นเมื่อ 26 January 2020.
  51. 51.0 51.1 Zhu, Na; Zhang, Dingyu; Wang, Wenling; Li, Xinwang; Yang, Bo; Song, Jingdong; Zhao, Xiang; Huang, Baoying; Shi, Weifeng; Lu, Roujian; Niu, Peihua (24 January 2020). "A Novel Coronavirus from Patients with Pneumonia in China, 2019". New England Journal of Medicine. United States. doi:10.1056/NEJMoa2001017. ISSN 0028-4793. PMID 31978945.
  52. 52.0 52.1 52.2 Perlman, Stanley (24 January 2020). "Another Decade, Another Coronavirus". New England Journal of Medicine. 0: null. doi:10.1056/NEJMe2001126. ISSN 0028-4793. PMID 31978944.
  53. Gallagher, James (18 January 2020). "New Chinese virus 'will have infected hundreds'". BBC News (in อังกฤษ). Archived from the original on 18 January 2020. สืบค้นเมื่อ 18 January 2020.
  54. Imai, Natsuko; Dorigatti, Ilaria; Cori, Anne; Riley, Steven; Ferguson, Neil M (17 January 2020). "Estimating the potential total number of novel Coronavirus cases in Wuhan City, China (report 1)" (PDF). Imperial College London (in อังกฤษ). Archived from the original (PDF) on 21 January 2020. สืบค้นเมื่อ 18 January 2020.
  55. Lisa Schnirring: WHO decision on nCoV emergency delayed as cases spike 23 January 2020 CIDRAP News, accessed 23 January 2020
  56. กรณีที่ยืนยันแล้ว, เสียชีวิต และหายป่วย ในแต่ละดินแดน:
    1. "全国新冠肺炎疫情实时动态" [Real-time development of the novel coronavirus pneumonia epidemic in the country] (in Chinese). DXY.cn. สืบค้นเมื่อ 24 February 2020.
    2. "实时更新:全国新冠肺炎疫情最新动态" [Real-time update: the latest development of the novel coronavirus pneumonia epidemic in the country] (in Chinese). 腾讯新闻. สืบค้นเมื่อ 24 February 2020.
    • Iran:
    1. "تعداد مبتلایان کروناویروس در ایران به ۶۱رسید/ شمار فوتی‌ها ۱۲ نفر شد" [The number of coronavirus infections in Iran has risen to 61 / the number of deaths has risen to 12] (in Persian). ISNA. 24 February 2020. สืบค้นเมื่อ 24 February 2020.
    2. "۳ بیمار مبتلا به کرونا بهبود یافتند" [3 patients with coronavirus disease recovered] (in Persian). Young Journalists Club. 24 February 2020. สืบค้นเมื่อ 24 February 2020.
  57. 国家卫生健康委员会办公厅 (5 February 2020). "新型冠状病毒感染肺炎的诊疗方案(试行第五版)" (PDF). 国家卫生健康委员会办公厅. Archived from the original (PDF) on 5 February 2020. สืบค้นเมื่อ 5 February 2020.
  58. "2020年2月11日湖北省新型冠状病毒肺炎疫情情况".
  59. Woodyatt, Amy; Kottasová, Ivana; Griffiths, James; Regan, Helen. "China changed how it counts coronavirus cases again. Here's why". CNN.
  60. 60.0 60.1 60.2 Holm, Phil; Moritsugu, Ken, Where the virus has spread, Associated Press, archived from the original on 30 January 2020, สืบค้นเมื่อ 29 January 2020
  61. Frejdeman, Hannah (31 January 2020). "Coronaviruset har upptäckts i Jönköping". Svenska Dagbladet (in Swedish). ISSN 1101-2412. Archived from the original on 31 January 2020. สืบค้นเมื่อ 31 January 2020.
  62. Philippines, World Health Organization (2020-02-01). "A 44-year-old male is confirmed as the second person with the 2019 novel coronavirus acute respiratory disease (2019-nCoV) in the Philippines. He passed away on 1 February 2020.pic.twitter.com/5a5tPWtvpc". @WHOPhilippines. สืบค้นเมื่อ 2020-02-02.
  63. World Health Organization (30 January 2020), Statement on the second meeting of the International Health Regulations (2005) Emergency Committee regarding the outbreak of novel coronavirus (2019-nCoV)
  64. "Report 2: Estimating the potential total number of novel Coronavirus cases in Wuhan City, China" (PDF). Imperial College London-GB. สืบค้นเมื่อ 25 January 2020.
  65. Imai, Natsuko; Dorigatti, Ilaria; Cori, Anne; Riley, Steven; Ferguson, Neil M. (2020-01-17). "Estimating the potential total number of novel Coronavirus cases in Wuhan City, China" (PDF). Imperial College London -GB. สืบค้นเมื่อ 25 January 2020.
  66. "Preliminary analysis of the 2019 nCOV outbreak in Wuhan city". Northeastern University. 22 January 2020.
  67. "Nowcasting and forecasting the potential domestic and international spread of the 2019-nCoV outbreak originating in Wuhan, China: a modelling study". The Lancet. สืบค้นเมื่อ 31 January 2020.
  68. Fifield, Anna (22 January 2020). "As families tell of pneumonia-like deaths in Wuhan, some wonder if China virus count is too low". Washington Post. Archived from the original on 2020-01-23. สืบค้นเมื่อ 2020-01-25.
  69. Kuo, Lily (21 January 2020). "Coronavirus: Chinese hospitals not testing patients, say relatives". The Guardian. Archived from the original on 21 January 2020.
  70. Fan, Wenxin (24 January 2020). "Relatives Wonder Whether Pneumonia Deaths Were Tied to Coronavirus". Wall Street Journal.
  71. Tom Hancock; Christian Shepherd; Clive Cookson (25 January 2020). "The new coronavirus: is China moving quickly enough?". The Financial Times. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  72. "New pneumonia Two people returning home on the second flight Infection confirmed No symptoms such as fever". NHK Japan (in Japanese). สืบค้นเมื่อ 31 January 2020.
  73. Julia Naftulin (2020-01-26). "Wuhan Coronavirus Can Be Infectious Before People Show Symptoms, Official Claims". Business Insider. sciencealert.com.
  74. "Experts explain the latest bulletin of unknown cause of viral pneumonia". Wuhan Municipal Health Commission. 11 January 2020. Archived from the original on 11 January 2020. สืบค้นเมื่อ 11 January 2020.
  75. The continuing 2019-nCoV epidemic threat of novel coronaviruses to global health – The latest 2019 novel coronavirus outbreak in Wuhan, China. Int J Infect Dis. 2020 Jan 14;91:264–266. doi:10.1016/j.ijid.2020.01.009. PMID 31953166. 
  76. "Q&A on coronaviruses". www.who.int. Archived from the original on 20 January 2020. สืบค้นเมื่อ 27 January 2020.
  77. "WHO COVID-19 situation report 29" (PDF). World Health Organization. 19 February 2020.
  78. Guan, Wei-jie; Ni, Zheng-yi; Hu, Yu; Liang, Wen-hua; Ou, Chun-quan (9 February 2020). "Clinical characteristics of 2019 novel coronavirus infection in China". MedRxiv: 2020.02.06.20020974. doi:10.1101/2020.02.06.20020974 – โดยทาง www.medrxiv.org.
  79. "WHO Director-General's statement on the advice of the IHR Emergency Committee on Novel Coronavirus". www.who.int.
  80. "How does coronavirus spread?". NBC News. Archived from the original on 28 January 2020. สืบค้นเมื่อ 29 January 2020.
  81. "Transmission of Novel Coronavirus (2019-nCoV)". Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 27 January 2020. Archived from the original on 28 January 2020. สืบค้นเมื่อ 29 January 2020.
  82. AFP (24 January 2020), Doctor, nurses describe treating coronavirus patient, archived from the original on 25 January 2020, สืบค้นเมื่อ 28 January 2020
  83. Chinese government website. Accessed 2 Feb 2020
  84. "China CDC head dismisses super-spreader media report". Xinhua News Agency. 25 January 2020. สืบค้นเมื่อ 25 January 2020.
  85. 还原"超级传播者"传染路径 武汉医生:疫情刚开始"整个不让说" [Restore the infection route for "super-spreader"s; "'Not allowed to speak anything' at the beginning of the outbreak," said Wuhan doctors]. China Newsweek (in Chinese). qq.com. 25 January 2020. Archived from the original on 25 January 2020. สืบค้นเมื่อ 25 January 2020.
  86. Saey, Tina Hesman (24 January 2020). "How the new coronavirus stacks up against SARS and MERS". Archived from the original on 25 January 2020. สืบค้นเมื่อ 25 January 2020.
  87. Liu, Shan-Lu; Saif, Linda (22 January 2020). "Emerging Viruses without Borders: The Wuhan Coronavirus". Viruses. 12 (2): 130. doi:10.3390/v12020130. PMID 31979013.
  88. Zhou, Peng; Yang, Xing-Lou; และคณะ (23 January 2020). "Discovery of a novel coronavirus associated with the recent pneumonia outbreak in humans and its potential bat origin". bioRxiv. bioRxiv. doi:10.1101/2020.01.22.914952. สืบค้นเมื่อ 24 January 2020.
  89. 89.0 89.1 Hamzelou, Jessica. "Wuhan coronavirus may have been transmitted to people from snakes". New Scientist. Archived from the original on 23 January 2020. สืบค้นเมื่อ 24 January 2020.
  90. Haitao Guo; Guangxiang "George" Luo; Shou-Jiang Gao (22 January 2020). "Snakes Could Be the Original Source of the New Coronavirus Outbreak in China". Scientific American. Archived from the original on 25 January 2020. สืบค้นเมื่อ 24 January 2020.
  91. Ji, Wei; Wang, Wei; Zhao, Xiaofang; Zai, Junjie; Li, Xingguang (22 January 2020). "Homologous recombination within the spike glycoprotein of the newly identified coronavirus may boost cross‐species transmission from snake to human". Journal of Medical Virology. doi:10.1002/jmv.25682. PMID 31967321.
  92. 92.0 92.1 Callaway, Ewen; Cyranoski, David (23 January 2020). "Why snakes probably aren't spreading the new China virus". Nature. doi:10.1038/d41586-020-00180-8. Archived from the original on 25 January 2020. สืบค้นเมื่อ 23 January 2020.
  93. Multeni, Megan (23 January 2020). "No, the Wuhan Virus Is Not a 'Snake Flu'". Wired. Archived from the original on 24 January 2020. สืบค้นเมื่อ 24 January 2020.
  94. Andersen, Kristian (24 January 2020). "nCoV-2019 codon usage and reservoir (not snakes v2)". Virological. สืบค้นเมื่อ 28 January 2020.
  95. 95.0 95.1 95.2 "Coronavirus". World Health Organization. Archived from the original on 20 January 2020. สืบค้นเมื่อ 16 January 2020.
  96. "Initial genome release of novel coronavirus". Virological. 11 January 2020. Archived from the original on 12 January 2020. สืบค้นเมื่อ 12 January 2020.
  97. "Wuhan seafood market pneumonia virus isolate Wuhan-Hu-1, complete genome". 17 January 2020.
  98. "Phylogeny of SARS-like betacoronaviruses". nextstrain. Archived from the original on 20 January 2020. สืบค้นเมื่อ 18 January 2020.
  99. Schirring, Lisa; 2020 (16 January 2020). "Japan has 1st novel coronavirus case; China reports another death". CIDRAP. Archived from the original on 20 January 2020. สืบค้นเมื่อ 16 January 2020.
  100. "Laboratory testing for 2019 novel coronavirus (2019-nCoV) in suspected human cases: Interim guidance". World Health Organization. Archived from the original on 20 January 2020. สืบค้นเมื่อ 28 January 2020.
  101. "Real-Time RT-PCR Panel for Detection 2019-nCoV". Centers for Disease Control and Prevention. 29 January 2020. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  102. Brueck, Hilary (30 January 2020). "There's only one way to know if you have the coronavirus, and it involves machines full of spit and mucus". Business Insider. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  103. "Curetis Group Company Ares Genetics and BGI Group Collaborate to Offer Next-Generation Sequencing and PCR-based Coronavirus (2019-nCoV) Testing in Europe". GlobeNewswire News Room. 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ 1 February 2020.
  104. "China confirms deadly Wuhan coronavirus can be transmitted by humans". Sky News. Archived from the original on 22 January 2020. สืบค้นเมื่อ 21 January 2020.
  105. "Wuhan novel coronavirus (WN-CoV) infection prevention and control guidance". Gov.UK. Archived from the original on 22 January 2020. สืบค้นเมื่อ 21 January 2020.
  106. "Prevention & Treatment". U.S. Centers for Disease Control and Prevention (CDC). 15 February 2020. Archived from the original on 15 December 2019. สืบค้นเมื่อ 21 January 2020.
  107. "Advice for public". www.who.int. สืบค้นเมื่อ 2020-02-08.
  108. https://www.gov.uk/government/news/coronavirus-public-information-campaign-launched-across-the-uk
  109. NWS, VRT (27 January 2020). "België haalt landgenoten terug uit Chinese provincie Hubei na uitbraak coronavirus". vrtnws.be.
  110. "C130 aircraft on standby for Wuhan evacuation". Bangkok Post. 2020-01-26. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  111. Jiang, Steven; Stracqualursi, Veronica (2020-01-25). "US arranging charter flight to evacuate American diplomats and citizens out of China amid coronavirus outbreak, official says". CNN. สืบค้นเมื่อ 2020-01-27.
  112. "PH sending special flights to get Pinoys from Wuhan, Hubei in China". Tempo. 29 January 2020. สืบค้นเมื่อ 29 January 2020.
  113. Wise, Justin (2020-01-26). "State Department orders US employees in Wuhan to evacuate due to coronavirus". TheHill. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  114. "Embassy steps in, promises to evacuate Indian students of China's Wuhan University". www.thenewsminute.com. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  115. "Japan and US make plans to evacuate citizens from Wuhan". Nikkei Asian Review-GB. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  116. Doherty, Ben (2020-01-26). "Coronavirus: Australia considers evacuating citizens caught in China amid lockdown". The Guardian. ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  117. "Brasil diz que não pode tirar cidadãos de área com coronavírus, mas outros países têm planos para isso". G1. 28 January 2020. สืบค้นเมื่อ 28 January 2020.
  118. "Čeští studenti z Wu-chanu odletí francouzským speciálem - Novinky.cz". www.novinky.cz.
  119. "Repatriation of Sri Lankan students in China commences". www.adaderana.lk. สืบค้นเมื่อ 2020-01-27.
  120. "Sixty Myanmar Students to Be Evacuated From China as Coronavirus Spreads". The Irrawady. 27 January 2020. สืบค้นเมื่อ 28 January 2020.
  121. "Vietnam to fly last Wuhan visitors home". สืบค้นเมื่อ 2020-01-27.
  122. "Sẵn sàng chở công dân Việt Nam 'mắc kẹt' từ Vũ Hán về nước". สืบค้นเมื่อ 2020-01-27.
  123. "Wuhan coronavirus: Govt to team up with Australians to get NZers out of city". Radio New Zealand. 29 January 2020. สืบค้นเมื่อ 29 January 2020.
  124. Walls, Jason; Jancic, Boris (29 January 2020). "Coronavirus: New Zealand and Australia to evacuate citizens". New Zealand Herald. สืบค้นเมื่อ 29 January 2020.
  125. "With Wuhan virus genetic code in hand, scientists begin work on a vaccine". Reuters. 2020-01-24. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  126. Levine, Jon (2020-01-25). "Scientists race to develop vaccine to deadly China coronavirus". New York Post. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  127. "China CDC developing novel coronavirus vaccine". Xinhua. 2020-01-26.
  128. "Chinese scientists race to develop vaccine as coronavirus death toll jumps". SCMP. 2020-01-26.
  129. hermesauto (2020-01-23). "Wuhan virus: Work to start on three possible vaccines, says epidemic response group". The Straits Times. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  130. "Molecular Clamp: a Novel Protein Vaccine for Influenza, RSV, Ebola and Other Human and Veterinary Viruses". www.pharmalicensing.com. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  131. "CEPI to fund three programmes to develop vaccines against the novel coronavirus, nCoV-2019". CEPI-US. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  132. Insider, James Hennessy, Business. "Australia's Been Asked to Make a Coronavirus Vaccine at 'Unprecedented Speed'". ScienceAlert-gb. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  133. "Inovio, Moderna score CEPI funding for vaccine work against deadly coronavirus". FiercePharma. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  134. "Infectious Diseases | Moderna, Inc". www.modernatx.com. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  135. 135.0 135.1 "Local Biotech Company Developing Coronavirus Vaccine". NBC 7 San Diego-US. สืบค้นเมื่อ 2020-01-26.
  136. Cheung, Elizabeth (28 January 2020). "Hong Kong researchers have developed coronavirus vaccine, expert reveals". South China Morning Post (in อังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 28 January 2020.

บทอ่านเพิ่มเติมEdit

จีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง

WHO

  • World Health Organization (2020). "Surveillance case definitions for human infection with novel coronavirus (nCoV)‎: interim guidance v1, January 2020". World Health Organization. hdl:10665/330376. WHO/2019-nCoV/Surveillance/v2020.1.
  • World Health Organization (2020). "Laboratory testing of human suspected cases of novel coronavirus (nCoV)‎ infection: interim guidance, 10 January 2020". World Health Organization. hdl:10665/330374. WHO/2019-nCoV/laboratory/2020.1.

ยุโรป

แหล่งข้อมูลอื่นEdit