เปิดเมนูหลัก

สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช

จอมพล จอมพลเรือ สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช (11 มกราคม พ.ศ. 2403 - 13 มิถุนายน พ.ศ. 2471) เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เมื่อพระมารดาสวรรคต สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ มีพระชันษาเพียง 2 ปี

สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข
เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น 4 เจ้าฟ้าชั้นพิเศษ
กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
Prince Bhanurangsi Savangwongse.jpg
สมเด็จพระราชปิตุลา
ครองราชย์พ.ศ. 2444 - พ.ศ. 2453
เสนาบดีกระทรวงกลาโหม
ก่อนหน้าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
ถัดไปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช
อัครมเหสีหม่อมเลี่ยม ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา
หม่อมแม้น ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา
หม่อมสุ่น ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา
หม่อมลับ ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา
หม่อมเล็ก ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา
หม่อมเยี่ยม ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา
หม่อมย้อย ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา
พระบุตร14 พระองค์
ราชวงศ์จักรี
พระราชบิดาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชมารดาสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี
ประสูติพระบรมมหาราชวัง อาณาจักรสยาม
ทิวงคต13 มิถุนายน พ.ศ. 2471 (68 ปี)
วังบูรพาภิรมย์ ประเทศสยาม

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ชาววังมักเอ่ยพระนามอย่างลำลองว่า "สมเด็จพระราชปิตุลาฯ" ส่วนชาวบ้านมักออกพระนามว่า "สมเด็จวังบูรพา" เพราะทรงมีวังชื่อว่า "วังบูรพาภิรมย์" ซึ่งก็คือตำแหน่งที่เป็นย่านวังบูรพาในปัจจุบัน ตามพระประวัตินั้น ทรงเป็นจอมพลในรัชกาลที่ 7 ที่ทหารรักมาก เล่ากันมาว่าพวกทหารมักจะแบกพระองค์ท่านขึ้นบนบ่าแห่แหนในวาระที่มีการฉลองต่าง ๆ เช่น ฉลองคล้ายวันประสูติ เป็นต้น

ทรงเป็นผู้ให้กำเนิดกิจการไปรษณีย์ในประเทศไทย ทรงเป็นต้นราชสกุลภาณุพันธุ์[1]

เนื้อหา

พระประวัติแก้ไข

เมื่อทรงพระเยาว์แก้ไข

สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระองค์ประสูติเมื่อวันพุธ เดือนยี่ แรม 4 ค่ำ ปีมะแม เอกศก จุลศักราช 1221 ตรงกับวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2402[2] (นับแบบปัจจุบันตรงกับปี พ.ศ. 2403) ณ พระตำหนักที่ประทับเดิมของสมเด็จพระศรีสุลาไลย ภายในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมชนกนาถทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการสมโภชขึ้นเมื่อพระชันษาได้ 3 วัน และสมโภชเดือน ตามลำดับ ณ พระตำหนักที่ประสูติ

พระองค์มีพระพี่น้องร่วมพระมารดา 3 พระองค์ ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจันทรมณฑล กรมหลวงวิสุทธิกระษัตริย์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์

เมื่อพระชันษาได้ 2 ปี พระมารดาเสด็จสวรรคต ต่อมาพระบิดาเสด็จสวรรคตขณะพระชันษาได้ 10 ปี พระองค์เป็นผู้โปรยข้าวตอกในกระบวนแห่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงษ์เป็นผู้โยง

เมื่อพระชันษาได้ 12 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการแห่รับพระสุพรรณบัฏเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ และโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีโสกันต์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อพระองค์มีพระชันษาได้ 13 ปี หลังจากนั้น พระองค์ผนวชเป็นสามเณร ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วเสด็จออกไปประทับ ณ พระตำหนักปั้นหยา วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ซึ่งเป็นพระตำหนักที่ประทับเดิมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งที่พระองค์ออกผนวช เมื่อครบพรรษาจึงลาผนวช

การศึกษาแก้ไข

พระองค์ทรงเริ่มต้นการศึกษาเล่าเรียนในสำนักของครูผู้หญิงแล้วทรงเริ่มศึกษาด้วยพระองค์เองเรื่อยมา หลังจากนั้นจึงทรงเล่าเรียนหนังสือขอมและบาลีที่สำนักพระยาปริยัตติธรรมธาดา (เปี่ยม) เมื่อผนวชเป็นสามเณร พระองค์ทรงวิชาทางพุทธศาสตร์ในสำนักสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร

หลังจากนั้น พระองค์ทรงศึกษาวิชาการทหารในสำนักกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ตั้งแต่ พ.ศ. 2415 และทรงศึกษาวิชาภาษาอังกฤษในสำนักของมิสเตอร์ เอฟ.ยี. แปตเตอร์ซัน ที่โรงเรียนทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมประตูพิมานไชยศรีชั้นนอกภายในพระบรมมหาราชวัง และทรงเรียนวิชาภาษาไทยเพิ่มเติมจากสำนักพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) รวมทั้งศึกษาแบบอย่างราชการพระราชประเพณีในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาบำราบปรปักษ์

การรับราชการแก้ไข

พระองค์ทรงได้รับการโปรดเกล้าฯ รับราชการทหารครั้งแรกในตำแหน่งนายทหารพิเศษแต่งเครื่องยศชั้นนายร้อยโท กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประพาสสิงคโปร์ (ครั้งที่ 2) และพม่าส่วนของอังกฤษตลอดประเทศอินเดีย รวมทั้งหัวเมืองขึ้นของกรุงสยามตามชายทะเลฝั่งตะวันตกของแหลมมลายู

พระกรณียกิจแก้ไข

หนังสือค๊อตข่าวราชการแก้ไข

สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทรงประทับอยู่ ณ ตำหนักหอนิเพทพิทยาคม ริมประตูศรีสุนทร ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทรงศึกษาภาษาอังกฤษร่วมกับเจ้านายที่เป็นพระเจ้าน้องยาเธอพระองค์อื่น ๆ เมื่อยังทรงพระเยาว์ ต่อมาแม้การสอนภาษาอังกฤษที่นั่นจะยกเลิกไป แต่เจ้านายก็ยังเสด็จไปชุมนุมกันที่ตำหนักหอนิเพทพิทยาคม

สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ได้ทรงชักชวนพระเจ้าน้องยาเธอบางพระองค์ ช่วยกันจดข่าวในพระราชสำนักแต่ละวันมาพิมพ์เผยแพร่เป็นหนังสือพิมพ์ข่าวรายวัน เจ้านายที่ทรงร่วมจดข่าวในครั้งเริ่มแรกมี 6 พระองค์ คือ พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้ากฤษฎาภินิหาร พระองค์เจ้าเกษมสันต์โสภาคย์ พระองค์เจ้าทองแถมถวัลยวงศ์ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ พระองค์เจ้าสวัสดิประวัติ หนังสือข่าวเล่มแรกพิมพ์ออกเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2418 ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า "COURT" ซึ่งแปลว่า พระราชสำนัก ต่อมาใน พ.ศ. 2419 จึงใช้ชื่อภาษาไทยว่า ข่าวราชการ ในเวลาต่อมาจึงเรียกว่า หนังสือค๊อตข่าวราชการ

สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ทรงดำริให้มีคนเดินส่งหนังสือแก่ผู้รับหนังสือทุก ๆ คน ทุก ๆ เช้า โดยคิดเงินค่าสมาชิก และเมื่อคนส่งหนังสือไปส่งหนังสือที่บ้านสมาชิกผู้ใดแล้ว ผู้นั้นจะฝากจดหมายส่งถึงสมาชิกผู้หนึ่งผู้ใดก็ได้ โดยจะต้องซื้อแสตมป์ปิดจดหมายของตนที่จะฝากไปส่งและลงชื่อของตนเองทับแสตมป์แทนตราเพื่อให้เป็นแสตมป์ที่จะนำไปใช้อีกไม่ได้ แสตมป์นั้นทำเป็นพระรูปเหมือนอย่างที่พิมพ์ไว้ข้างหน้าหนังสือ COURT ขายดวงละอัฐและให้ซื้อได้จากโรงพิมพ์หนังสือข่าวราชการ ราคาค่าจ้างส่งจดหมายมีอัตราต่างกัน ถ้าอยู่ในคูพระนครชั้นใน ติดแสตมป์หนึ่งอัฐ ถ้านอกคูพระนครออกไป ผู้ส่งต้องติดแสตมป์ 2 อัฐ

กิจการไปรษณีย์แก้ไข

การจัดส่ง หนังสือ COURT และ หนังสือข่าวราชการ ของคนส่งหนังสือที่ทำหน้าที่รับส่งจดหมายระหว่างสมาชิกด้วย นับเป็นจุดเริ่มของการมี บุรุษไปรษณีย์ และการใช้แสตมป์ติดบนจดหมายที่สมาชิกของหนังสือ COURT และหนังสือข่าวราชการส่งถึงกัน จึงเป็นจุดเริ่มของการไปรษณีย์ขึ้นในประเทศไทย เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ให้มีการไปรษณีย์และโทรเลขขึ้นในประเทศไทย ทรงเห็นว่าสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช มีพระทัยใส่ในเรื่องการไปรษณีย์ จึงมีพระราชดำรัสสั่งให้สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ตั้งกรมไปรษณีย์ และกรมโทรเลข ขึ้นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2426 ทรงได้รับตำแหน่งอธิบดีกรมไปรษณีย์ และกรมโทรเลข เป็นพระองค์แรกของประเทศไทย ต่อมาในปี พ.ศ. 2441 ทั้ง 2 กรมนี้ได้รวมเป็นกรมเดียวกัน มีชื่อใหม่ว่า กรมไปรษณีย์โทรเลข

การทิวงคตแก้ไข

สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ประชวรพระโรคพระอันตะอักเสบมาหลายวัน จนเสด็จทิวงคตในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2471 เวลา 18.27 น. ณ ตำหนักวังบูรพาภิรมย์ สิริพระชันษา 68 ปี 153 วัน วันต่อมาเวลา 17.10 น. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาพระราชทานน้ำสรงพระศพ เจ้าพนักงานเชิญประกอบพระโกศทองรองทรงบนแว่นฟ้าสามชั้น แวดล้อมด้วยเครื่องสูง 5 ชั้น 10 องค์ ชุมสาย 4 แถว แล้วทรงทอดผ้าไตร 40 พับ พระสงฆ์มีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นประธาน สวดสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา แล้วเสด็จฯ กลับ[3]

พระโอรสและพระธิดาแก้ไข

สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงเป็นต้นราชสกุลภาณุพันธุ์ ทรงเษกสมรสกับ หม่อมแม้น (สกุลเดิม: บุนนาค) ธิดาเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค)[4] ในปี พ.ศ. 2427 โดยรับการยกย่องให้เป็นสะใภ้หลวง และมีหม่อมอีก 6 ท่าน ได้แก่ [5] ได้แก่

  1. หม่อมเลี่ยม (สกุลเดิม: ศุภสุทธิ์) ธิดาหลวงศุภมาตรา (สอาด ศุภสุทธิ์)
  2. หม่อมสุ่น (สกุลเดิม: ปักษีวงศา)
  3. หม่อมลับ (สกุลเดิม: จาติกรัตน์) ธิดาพระมหาสงคราม (เอี่ยม จาติกรัตน์)
  4. หม่อมเล็ก (สกุลเดิม: ยงใจยุทธ) ธิดากองนาทองดำ ยงใจยุทธ
  5. หม่อมเยี่ยม (สกุลเดิม: ณ บางช้าง) ธิดาหลวงมหาดไทย (แสง ณ บางช้าง)
  6. หม่อมย้อย (สกุลเดิม: โกมารกุล ณ นคร) ธิดาพระยาศรีสรราชภักดี (หนูเล็ก โกมารกุล ณ นคร)

โดยมีพระโอรสธิดารวมทั้งหมด 16 พระองค์ เป็นชาย 9 พระองค์ และหญิง 7 พระองค์

พระรูป พระนาม หม่อมมารดา ประสูติ สิ้นพระชนม์/สิ้นชีพิตักษัย คู่สมรส
  1. หม่อมเจ้าทิพยสัมพันธ์
(พ.ศ. 2470 พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์)
หม่อมเลี่ยม 17 พฤษภาคม 2428 26 กรกฎาคม 2451 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
  2. หม่อมเจ้านิพันธ์ภาณุพงศ์
(พ.ศ. 2428: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านิพันธ์ภาณุพงศ์
พ.ศ. 2443: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านิพันธ์ภาณุพงศ์
พ.ศ. 2466: กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช)
ที่ 1 ในหม่อมแม้น 7 กันยายน 2428 22 สิงหาคม 2477 หม่อมแผ่ว
หม่อมเจ้าวิไลกัญญา (เทวกุล)
หม่อมอรุณศรี (สุขเจริญ)
หม่อมมาลี (แสง-ชูโต)
หม่อมพะเยา (นายนันท์)
  3. หม่อมเจ้าศิริวงศ์วัฒนเดช
(พ.ศ. 2436: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริวงศ์วัฒนเดช
พ.ศ. 2443: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริวงศ์วัฒนเดช)
ที่ 2 ในหม่อมแม้น 7 มีนาคม 2432 6 พฤษภาคม 2451
  4. หม่อมเจ้าหญิง (ไม่ปรากฏพระนาม) 17 พฤศจิกายน 2434 1 ธันวาคม 2434
  5. หม่อมเจ้าเฉลิมเขตรมงคล
(พ.ศ. 2436: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล
พ.ศ. 2443: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล)
ที่ 3 ในหม่อมแม้น 10 มีนาคม 2435 23 มกราคม 2500 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์
  6. หม่อมเจ้าสุริยนเยี่ยมพยับ
(พ.ศ. 2470: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุริยนเยี่ยมพยับ)
หม่อมสุ่น 14 กันยายน 2437 19 กันยายน 2455
  7. หม่อมเจ้าพัลลัภดนัย
(พ.ศ. 2470: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพัลลัภดนัย)
หม่อมลับ 16 กันยายน 2442 2 กรกฎาคม 2444
  8. หม่อมเจ้าแดง (ชาย) 23 เมษายน 2447 ในวันประสูติ
  9. หม่อมเจ้าไข่มุก ที่ 1 ในหม่อมเล็ก 24 เมษายน 2447 29 ธันวาคม 2447
  10. หม่อมเจ้ารำไพประภา
(พ.ศ. 2470: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารำไพประภา)
ที่ 2 ในหม่อมเล็ก 25 กรกฎาคม 2450 18 มิถุนายน 2522 หม่อมเจ้าธานีเสิกสงัด ชุมพล
11. หม่อมเจ้าอาภัสสรวงศ์
(พ.ศ. 2470: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภัสสรวงศ์)
ที่ 3 ในหม่อมเล็ก 20 มิถุนายน 2452 21 ตุลาคม 2525 หม่อมมณี (บุนนาค)
หม่อมอำไพ (แสงสุข)
  12. หม่อมเจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช
(พ.ศ. 2470: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช)
ที่ 4 ในหม่อมเล็ก 15 กรกฎาคม 2457 24 ธันวาคม 2528 หม่อมซีริล (เฮย์คอค)
หม่อมชลิต้า (โฮวาร์ด)
หม่อมสาลิกา (กะลันตานนท์)
หม่อมอรุณี (จุลทะโกศล)
หม่อมชวนชม (ไชยนันท์)
  13. หม่อมเจ้านรเศรษฐสุริยลักษณ์
(พ.ศ. 2470: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านรเศรษฐสุริยลักษณ์)
ที่ 5 ในหม่อมเล็ก 9 ธันวาคม 2458 22 มีนาคม 2497
  14. หม่อมเจ้าจิรศักดิ์สุประภาต
(พ.ศ. 2470: พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต)
ที่ 6 ในหม่อมเล็ก 4 กันยายน 2460 12 กันยายน 2485 หม่อมมณี (บุนนาค)
  15. หม่อมเจ้าเล็ก (หญิง) ที่ 7 ในหม่อมเล็ก 5 กันยายน 2461 11 กันยายน 2461
 
หม่อมเล็ก และพระโอรส-พระธิดาในสมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์

พระเกียรติยศแก้ไข

พระอิสริยยศแก้ไข

  • พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ (13 มกราคม พ.ศ. 2402 - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ (2 ตุลาคม พ.ศ. 2411 - 3 สิงหาคม พ.ศ. 2413)
  • สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ดำรงราชอิศริยาธิบดีศรีวิสุทธ มหามงกุฎพงษวโรภยาภิชาติ ราชโสทรานุชาธิบดินทร์ ทิพยศิรินทรพิพัฒน์ สุขุมาลรัตนราชกุมาร กรมหมื่นภาณุพันธุวงศ์วรเดช (4 สิงหาคม พ.ศ. 2413 - 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2424)
  • สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ดำรงราชอิศริยาธิบดีศรีวิสุทธ มหามงกุฎพงษวโรภยาภิชาติ ราชโสทรานุชาธิบดินทร์ ทิพยศิรินทรพิพัฒน์ สุขุมาลรัตนราชนรินทรานุชาธิบดี กรมหลวงภาณุพันธุวงศ์วรเดช (20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2424 - 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2428)
  • สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช พิเศษขัติยศักดิ อรรคอุดมชาติ บรมนราธิราชโสทรานุชาธิบดี สุจริตจารีราชการัณย์ มหันตมหาอุสาหพิริยพหลดลประสิทธิ อเนกพิธคุณากร สุนทรธรรมพิทักษ์ อรรคมโหฬารอัธยาไศรย ศรีรัตนไตรยสรณธาดา อดุลยเดชานุภาพบพิตร (22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2428 - 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)[6]
  • สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระภาณุพันธุวงศ์วรเดช (24 ตุลาคม พ.ศ. 2453 - 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454)
  • สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พิเศษขัตติยศักดิ์อัครอุดมชาติ ปรมินทรมหาราชโสทรานุชาธิเบนทร์ ปรเมนทรมหาวชิราวุธราชปิตุลา มหันตมหาอุสาห พิริยพหลดลประสิทธิ สุจริตจารีราชการัณย์ สุรพลขันธ์คณาภรณ์ สุนทรธรรมพิทักษ์ อัครมโหฬารัธยาศัย ศรีรัตนตรัยสรณธาดา อดุลยเดชานุภาพพิลาศ ธรรมิกนาถบพิตร (11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454 - 14 มีนาคม พ.ศ. 2468) [7]
  • สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช (15 มีนาคม พ.ศ. 2468 - 13 มิถุนายน พ.ศ. 2471) [8] ศักดินา 100,000

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยแก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศแก้ไข

ประเทศ ปีที่ได้รับ เครื่องอิสริยาภรณ์ แพรแถบ อ้างอิง
  จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี พ.ศ. 2416 เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎเหล็ก ชั้นที่ 1  
  สเปน พ.ศ. 2422 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อิสะเบลลา คาโตลิกา ชั้นที่ 1  
  อิตาลี พ.ศ. 2424 เครื่องราชอิสริยาภรณ์มงกุฎอิตาลี ชั้นที่ 1   [13]
  ญี่ปุ่น พ.ศ. 2433 เครื่องราชอิสริยาภรณ์อาทิตย์อุทัย ชั้นที่ 1 พร้อมดาราดอกไม้โปโลเนีย   [14]
  จักรวรรดิรัสเซีย พ.ศ. 2434 เครื่องราชอิสริยาภรณ์นกอินทรีขาว ชั้นที่ 1   [15]
  ญี่ปุ่น พ.ศ. 2434 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ดอกพอโลเนีย ชั้นที่ 1  
  อิตาลี พ.ศ. 2438 เครื่องราชอิสริยาภรณ์มอรีสแอนด์ลัสรัส ชั้นที่ 1   [16]
  ปรัสเซีย พ.ศ. 2439 เครื่องราชอิสริยาภรณ์นกอินทรีแดง ชั้นที่ 1   [17]
  ฝรั่งเศส พ.ศ. 2464 เครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์, ชั้นที่ 1  

พระสมัญญาแก้ไข

  • พระบิดาแห่งการไปรษณีย์ไทย[18]

ราชตระกูลแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

เชิงอรรถ
  1. "ประกาศกรมราชเลขานุการ เรื่อง พระราชทานนามสกุล สำหรับสืบเชื้อพระวงศ์ พระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น ๔" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 32 (0 ง): 136. 18 เมษายน 2458. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2561.
  2. ราชสกุลวงศ์, หน้า 65
  3. "ข่าวทิวงคต สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. 45 (ง): 957–958. 17 มิถุนายน 2471. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2561.
  4. ชมรมสายสกุลบุนนาค
  5. หม่อมราชวงศ์มาลินี จักรพันธุ์. ต้นกำเนิดที่เกิดเหตุ... เจ้าชายดาราทอง. กรุงเทพฯ : มติชน, 2546. 376 หน้า. ISBN 974-322-980-9
  6. ราชกิจจานุเบกษา,ประกาศเลื่อนกรม, เล่ม ๑, ตอน ๕๘, ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๒๗, หน้า ๕๐๗
  7. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศเลื่อนแลกรมแลเจ้าพระยา, เล่ม 28, 11 พฤศจิกายน ร.ศ.130, หน้า 1719-1721
  8. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสถาปนาพระอิสริยยศเฉลิมพระอภิธัยและเลื่อนกรมพระราชวงศ์, เล่ม 42, 21 มีนาคม พ.ศ. 2468, หน้า 376-377
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชการที่ ๔, เล่ม ๒๑, ตอน ๓๒, ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๗, หน้า ๕๖๔
  10. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๒๗, ตอน ๐ ง, ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๓, หน้า ๒๔๐๙
  11. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ฝ่ายหน้า, เล่ม ๔๓, ตอน ๐ ง, ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๙, หน้า ๓๑๒๐
  12. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๑๐, ตอน ๓๗, ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๑๘๙๓, หน้า ?๔๐๓
  13. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๑๒, ตอน ๓๖, ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๘, หน้า ๓๒๘
  14. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๗, ตอน ๓๖, ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๓, หน้า ๓๑๕
  15. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์รุสเซีย, เล่ม ๘, ตอน ๔๖, ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๑๘๙๑, หน้า ๔๑๔
  16. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๑๒, ตอน ๓๖, ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๘, หน้า ๓๒๘
  17. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๑๓, ตอน ๓๗, ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๓๙,หน้า ๔๕๑
  18. https://www.nectec.or.th/schoolnet/library/create-web/10000/sociology/10000-5820.html
บรรณานุกรม
  • สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตรื กรมศิลปากร. ราชสกุลวงศ์. กรุงเทพฯ : สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตรื กรมศิลปากร, 2554. 296 หน้า. หน้า 77-78. ISBN 978-974-417-594-6
  • Jeffy Finestone. 2542. สมุดพระรูป พระราชโอรส พระราชธิดา พระราชนัดดาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ปรียนันทนา รังสิต,ม.ร.ว. โลมาโฮลดิ้ง

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

ก่อนหน้า สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ถัดไป
จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าฯกรมพระนครสวรรค์วรพินิต
   
ผู้บัญชาการทหารเรือไทย
(ผู้กำกับราชการกระทรวงทหารเรือ
19 มิถุนายน พ.ศ. 2463 - 31 สิงหาคม พ.ศ. 2465)
  นายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
นายพลเรือโท พระยาชลยุทธโยธินทร์
(อองเดร ดู เปลซี เดอ ริเชอลิเออ)
  ผู้บัญชาการทหารเรือไทย
(รั้งตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
29 มกราคม พ.ศ. 2444 - 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2445

ผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2445 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446
)

  จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้าฯกรมพระนครสวรรค์วรพินิต
พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
   
เสนาบดีกระทรวงกลาโหม
(พ.ศ. 2444 - พ.ศ. 2453)
  จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช
พลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์    
ผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ
((วาระที่ 2)
1 เมษายน พ.ศ. 2442 - 8 สิงหาคม พ.ศ. 2444)
  จอมพล พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช
จอมพล เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี
(เจิม แสง-ชูโต)
  ผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ
((วาระที่ 1)
1 เมษายน พ.ศ. 2435 - 16 มีนาคม พ.ศ. 2439)
  พลเอก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้า
กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์