ประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ

รองศาสตราจารย์ ดร.ประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ (3 ธันวาคม พ.ศ. 2472 – 24 มีนาคม พ.ศ. 2563) เป็นพระธิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช กับหม่อมมาลี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา เป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ
เกิดหม่อมเจ้าประภาพันธุ์ ภาณุพันธุ์
3 ธันวาคม พ.ศ. 2472
วังบูรพาภิรมย์ จังหวัดพระนคร
เสียชีวิต24 มีนาคม พ.ศ. 2563 (90 ปี)
โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร
คู่สมรสโกสีย์ กรโกสียกาจ (2504–2554)[1]
บุตร3 คน
บิดามารดาพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช
หม่อมมาลี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา

ประวัติแก้ไข

ประภาพันธุ์มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าประภาพันธุ์ ภาณุพันธุ์ มีนามลำลองว่า หญิงภา[2] เป็นพระธิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช กับหม่อมมาลี ภาณุพันธุ์ ณ อยุธยา (สกุลเดิม แสง-ชูโต) ธิดาพระยาสุรศักดิ์มนตรี (แสง แสง-ชูโต)[ต้องการอ้างอิง] ประสูติเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2472 ณ วังบูรพาภิรมย์[2] เป็นพระนัดดาในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช และเป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อมีชันษาได้ 4 ปี พระบิดาได้สิ้นพระชนม์ หม่อมเจ้าประภาพันธุ์มีเจ้าพี่เจ้าน้องร่วมพระมารดาสององค์คือ คือหม่อมเจ้าสุริยพันธุ์ ภาณุพันธุ์ และพันธุ์วโรภาส เศวตรุนทร์

หม่อมเจ้าประภาพันธุ์ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อสมรสกับพลอากาศตรี โกสีย์ กรโกสียกาจ บุตรหลวงกรโกสียกาจ (กอน โสมนะพันธ์) กับอบ กรโกสียกาจ[1] เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504[3] มีโอรสธิดาด้วยกันสามคน

แม้ประภาพันธุ์จะลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้ว แต่ก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรให้ดำรงฐานะเป็นพระราชวงศ์ฝ่ายใน และได้รับพระราชทานเบี้ยหวัดจากพระคลังข้างที่เป็นประจำทุกปี ตลอดจนใช้คำราชาศัพท์ชั้นหม่อมเจ้าตามเดิม[4] ทั้งยังมีความสนิทสนมกับพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้น 1 ประถมาภรณ์ช้างเผือก และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ แก่ประภาพันธุ์เป็นกรณีพิเศษ และสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงเรียกประภาพันธุ์อย่างสนิทสนมว่า "ยายชวด"[5]

ประภาพันธุ์ กรโกสียกาจสิ้นชีพิตักษัยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2563 ณ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร สิริชันษา 90 ปี 3 เดือน[4]

การทำงานแก้ไข

ประภาพันธ์ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย, โรงเรียนราชินี และโรงเรียนราชินีบน ทรงสำเร็จการศึกษาคณะอักษรศาสตร์และครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย[2] ระดับปริญญามหาบัณฑิต สาขาจิตวิทยาพัฒนาการ จากวิทยาลัยวิชาการศึกษา (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) เมื่อ พ.ศ. 2500 และทรงเริ่มรับราชการเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒตั้งแต่ พ.ศ. 2499 และทรงเกษียณอายุราชการเมื่อ พ.ศ. 2533 ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ระดับ 9[ต้องการอ้างอิง]

ประภาพันธุ์ได้ทรงงานด้านสาธารณกุศล เช่น เป็นองค์ประธานมูลนิธิหม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ใฝ่เรียน แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์[ต้องการอ้างอิง]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์แก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. 1.0 1.1 "พระองค์โสมฯ พระราชทานเพลิงศพ พล.อ.ต.โกสีย์ กรโกสียกาจ". ครอบครัวข่าวสาม. 6 มกราคม 2555. สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2560.
  2. 2.0 2.1 2.2 "จากวังบูรพาภิรมย์ พเนจรพลัดถิ่น EP.1 ชีวิตเจ้าหญิงวัย 4ขวบ หลังสิ้นเสด็จพ่อ". ไทยรัฐออนไลน์. 11 มิถุนายน 2562. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2563.
  3. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักพระราชวัง ที่ ๑/๒๕๐๔ เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์พระราชวงศ์, เล่ม 78, ตอน 23 ง, 14 มีนาคม พ.ศ. 2504, หน้า 692
  4. 4.0 4.1 "ม.จ.ประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ สิ้นชีพิตักษัยแล้ว สิริพระชันษา 90 ปี". ข่าวสด. 24 มีนาคม 2563. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2563.
  5. "เรื่องเล่าประทับใจ "รอยแย้มพระสรวล พระราชอิริยาบถ รัชกาลที่ 10" ในความทรงจำท่านหญิง". ไทยรัฐออนไลน์. 7 พฤษภาคม 2562. สืบค้นเมื่อ 27 มีนาคม 2563.
  6. 6.0 6.1 ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม 131 ตอนที่ 21 ข 2 ตุลาคม 2557 หน้า 1.