พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม

นายพลตรี นายพลเรือเอก มหาเสวกเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม (5 เมษายน พ.ศ. 2399 – 25 มกราคม พ.ศ. 2467) อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหม เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสังวาลย์ และเป็นต้นราชสกุลทองใหญ่

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ ชั้น 4
พระองค์เจ้าชั้นเอก
Prince Prachaksinlapakhom.jpg
องคมนตรี [1][2]
ดำรงตำแหน่ง7 พฤษภาคม พ.ศ. 2430
หม่อม9 คน
พระบุตร25 องค์
ราชวงศ์จักรี
พระบิดาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมารดาเจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ในรัชกาลที่ 4
ประสูติ5 เมษายน พ.ศ. 2399
สิ้นพระชนม์25 มกราคม พ.ศ. 2467 (67 ปี)

พระประวัติแก้ไข

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม มีพระนามเดิมว่าพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาสังวาลย์ ธิดานายศัลยวิชัย หุ้มแพร (ทองคำ ณ ราชสีมา) [3][4][5] เป็นพระเจ้าลูกเธอองค์ที่ 25 และเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 13 ในรัชกาลที่ 4 ประสูติในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันเสาร์ เดือน 5 ขึ้น 1 ค่ำ ปีมะโรง จุลศักราช 1218 ตรงกับวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2399 เมื่อสมโภชเดือนแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ เพราะในวันประสูติมีผู้นำทองคำก้อนใหญ่ ซึ่งขุดได้ที่ตำบลบางสะพานในเวลานั้นได้เข้ามาทูลเกล้าฯ ถวาย ทรงถือว่าเป็นศุภนิมิตมงคลสำหรับพระเจ้าลูกเธอพระองค์นี้

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ มีพระอนุชา พระขนิษฐาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกันอีก 3 พระองค์คือ

  • พระองค์เจ้าชายทองแถมถวัลยวงศ์ (ภายหลังได้รับสถาปนาเป็นกรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ ต้นราชสกุลทองแถม)
  • พระองค์เจ้าชายเจริญรุ่งราษี
  • พระองค์เจ้าหญิงกาญจนากร

พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ ทรงเริ่มการศึกษาวิชาอักษรไทย และบาลี กับพระองค์เจ้ากฤษณา หม่อมเจ้าหญิงจอ และพระยาปริยัติธรรมธาดา (เปี่ยม) และทรงศึกษาภาษาต่างประเทศกับ นางเลียวโนเว็น และ นายแป็ตเตอสัน จนสามารถตรัส และเขียนภาษาอังกฤษได้ดี

 
ภาพวาดสุริยุปราคาเต็มดวง วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2418

ผนวชเป็นสามเณรที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ พ.ศ. 2411 และเสด็จไปประทับ ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อ พ.ศ. 2418 และประทับที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม และได้ศึกษาพระธรรมวินัยกับสมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทวมหาเถร) เมื่อลาสิกขาแล้วทรงศึกษาวิชากฎหมายจากขุนหลวงไกรศรี (หนู) แล้วเข้ารับราชการเป็นนักเรียนศาลฎีกาในสมัยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระเทเวศร์วัชรินทร์ เป็นอธิบดีศาลฎีกา

 
นายพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม แม่ทัพฝ่ายใต้ (ฉายก่อนหน้าที่จะยกกองทัพไปปราบฮ่อวันหนึ่ง)

เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2418 ได้เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ขึ้นในประเทศไทยพระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ ได้ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คณะนักดาราศาสตร์อังกฤษได้ตั้งค่ายสังเกตสุริยุปราคาที่แหลมเจ้าลาย จังหวัดเพชรบุรี นักดาราศาสตร์เหล่านี้ไม่สามารถถ่ายภาพสุริยุปราคาไว้ได้ คงมีแต่ภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ และถูกบันทึกอยู่ในตำราดาราศาสตร์ ในนามของ Prince Tong

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทรงกรมเมื่อ พ.ศ. 2424 เป็นกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ทรงเป็นกำลังสำคัญของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการรักษาดินแดนไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในกรณีพิพาทกับฝรั่งเศสครั้งวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ทรงเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ปราบปรามกบฏจีนฮ่อในมณฑลลาวพวนจนสงบราบคาบ

ในเวลาต่อมาทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชการมณฑลฝ่ายเหนือ พ.ศ. 2436 ทรงตั้งกองบัญชาการมณฑลลาวพวนที่บ้านหมากแข้ง ทรงสร้างความเจริญจากหมู่บ้านชนบทจนเป็นเมืองอุดรซึ่งต่อมาได้ยกฐานะเป็นจังหวัดอุดรธานี

พ.ศ. 2442 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทรงดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารเรือ [6]

ภายหลังเกิดคดีพญาระกาขึ้นในปี พ.ศ. 2452 - พ.ศ. 2453 ในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงกระทำปัพพานิยกรรม ขับกรมหลวงประจักษ์ฯ และพระโอรส-ธิดาออกจากพระราชสำนัก พระองค์เองทรงถูกห้ามมิให้เข้าเฝ้าในที่รโหฐาน ให้เฝ้าได้แต่ในท้องพระโรงหรือในที่มีผู้เฝ้าอยู่มากเท่านั้น ห้ามหม่อมเจ้าไศลทองโดยเฉพาะมิให้เข้าในเขตพระราชฐาน และห้ามหม่อมเจ้าหญิงชายอื่น ๆ ในกรมหลวงประจักษ์ฯ มิให้ขึ้นสู่พระราชมณเฑียร ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2453 เป็นต้นมาจนตลอดรัชกาลก็มิได้พ้นพระราชอาญาจนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สวรรคต

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม สิ้นพระชนม์ ณ วังตรอกสาเก เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2467 จากโรคอันตะ (ไส้ใหญ่ ) พิการ สิริพระชันษาได้ 67 ปี

พระโอรสและพระธิดาแก้ไข

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม มีหม่อม 9 คน ได้แก่

  • หม่อมสุวรรณ (สกุลเดิม นาครทรรพ)
  • หม่อมพริ้ง (สกุลเดิม นาครทรรพ)
  • หม่อมแจ่ม (สกุลเดิม นาครทรรพ)
  • หม่อมจันทร์ (สกุลเดิม นาครทรรพ)
  • หม่อมนวม (สกุลเดิม นาครทรรพ)
  • หม่อมเปลี่ยน
  • หม่อมทองสุก หรือศุข (สกุลเดิม สุริยวงศ์)
  • หม่อมเติม (สกุลเดิม นาครทรรพ)
  • หม่อมแก้ว (สกุลเดิม นาครทรรพ)

มีพระโอรส 11 องค์ และมีพระธิดา 15 องค์ รวม 26 องค์ ได้แก่

ลำดับ พระรูปและพระนาม เพศ พระมารดา ประสูติ สิ้นชีพตักษัย คู่สมรส
1 หม่อมเจ้าสุพรรณ์พิมพ์ ญ. หม่อมสุวรรณ ไม่มีข้อมูล 11 ธันวาคม พ.ศ. 2432
2 หม่อมเจ้าประสบสุวรรณ ญ. หม่อมสุวรรณ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2419 พ.ศ. 2422
3 หม่อมเจ้าทองฑีฆายุ ทองใหญ่ ช. หม่อมพริ้ง 4 มิถุนายน พ.ศ. 2429[7] 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2486 หม่อมลุดมิลา ทองใหญ่ ณ อยุธยา
4 หม่อมเจ้าอุไรวรรณ ทองใหญ่ ญ. หม่อมจันทร์ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2431[7] 10 เมษายน พ.ศ. 2520
5 หม่อมเจ้าทองอนุวัติ ทองใหญ่ ช. หม่อมพริ้ง 9 ธันวาคม พ.ศ. 2431[7] 9 เมษายน พ.ศ. 2496 หม่อมเยื้อน ทองใหญ่ ณ อยุธยา
หม่อมจรูญ ทองใหญ่ ณ อยุธยา
6 หม่อมเจ้าพันธ์สิหิงค์ ทองแถม ญ. หม่อมนวม 18 ธันวาคม พ.ศ. 2433[7] 20 มกราคม พ.ศ. 2476 หม่อมเจ้าทองเชื้อธรรมชาติ ทองแถม
7 หม่อมเจ้าสอิ้งมาศ ทองใหญ่ ญ. หม่อมจันทร์ 16 กันยายน พ.ศ. 2435[7] 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515
8 หม่อมเจ้านาฏนพคุณ ทองใหญ่ ญ. หม่อมนวม พ.ศ. 2435 1 ตุลาคม พ.ศ. 2456 หม่อมเจ้าพันธุคำนพคุณ ทองแถม
9 หม่อมเจ้าทองมุ่นใหญ่ ทองใหญ่ ช. หม่อมเปลี่ยน 5 มกราคม พ.ศ. 2437[7] พ.ศ. 2506
10 หม่อมเจ้าไศลทอง ทองใหญ่ ช. หม่อมนวม 9 มีนาคม พ.ศ. 2437[7] 30 ตุลาคม พ.ศ. 2512 หม่อมฟ้อน ทองใหญ่ ณ อยุธยา
11 หม่อมเจ้าก่องกาญจนา ทองใหญ่ ญ. หม่อมทองสุก 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2438[7] พ.ศ. 2506
12 หม่อมเจ้ามาลากนก ทองใหญ่ ญ. หม่อมจันทร์ 5 มีนาคม พ.ศ. 2439[7] 1 เมษายน พ.ศ. 2483
13 หม่อมเจ้ามาลกสุวรรณ ทองใหญ่ ญ. หม่อมเปลี่ยน มีนาคม พ.ศ. 2439 1 เมษายน พ.ศ. 2468

ถึง 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468[7]

14 หม่อมเจ้ากรัณฑ์คำ ทองใหญ่ ญ. หม่อมทองสุก 13 สิงหาคม พ.ศ. 2439[7] 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2528
15 หม่อมเจ้าลำทองแร่ ทองใหญ่ ญ. หม่อมนวม 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2440[7] 15 มิถุนายน พ.ศ. 2493 ไต๋ ปาณิกบุตร
16 หม่อมเจ้าแพร่ทองทราย ทองใหญ่ ญ. หม่อมนวม 22 มิถุนายน พ.ศ. 2441[7] 7 ตุลาคม พ.ศ. 2527 เภตรา ณ หนองคาย
17 หม่อมเจ้าข่ายทองถัก ทองแถม ญ. หม่อมเปลี่ยน 10 สิงหาคม พ.ศ. 2441[7] 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 หม่อมเจ้าทองเชื้อธรรมชาติ ทองแถม
18 สลักทองนูน คเนจร ญ. หม่อมนวม 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2443[7] 26 สิงหาคม พ.ศ. 2531 หลวงคัคณจรเสนีย์ (หม่อมหลวงอารี คเนจร)
19 หม่อมเจ้าโหล ช. ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล ก่อน 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468[7]
20 หม่อมเจ้าลายฉลุทอง ทองใหญ่ ช. หม่อมจันทร์ 19 กันยายน พ.ศ. 2444[7] 13 มีนาคม พ.ศ. 2534 หม่อมเจ้านงลักษณ์ทัศนีย์ ทองใหญ่
หม่อมพริ้ม ทองใหญ่ ณ อยุธยา
21 หม่อมเจ้าทองทูลถวาย ทองใหญ่ ช. หม่อมนวม 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2446[7] 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2530 หม่อมสำเนียง ทองใหญ่ ณ อยุธยา
22 หม่อมเจ้าเถาทองตรา ทองใหญ่ ญ. หม่อมจันทร์ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2448[7] พ.ศ. 2496
23 หม่อมเจ้าทองประทาศรี ทองใหญ่ ช. หม่อมนวม 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2449[7] 2 มกราคม พ.ศ. 2526 หม่อมราชวงศ์วลี ทองใหญ่
หม่อมคำนวณ ทองใหญ่ ณ อยุธยา
24 หม่อมเจ้าทองแกมแก้ว ทองใหญ่ ช. หม่อมแก้ว 11 กันยายน พ.ศ. 2449[7] 15 เมษายน พ.ศ. 2533 หม่อมประกายคำ ทองใหญ่ ณ อยุธยา
25 หม่อมเจ้าทองคำเปลว ทองใหญ่ ช. หม่อมนวม 1 เมษายน พ.ศ. 2455[7] 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 หม่อมอรพิน ทองใหญ่ ณ อยุธยา
26 หม่อมเจ้าแดง ช. ไม่มีข้อมูล ไม่มีข้อมูล ก่อน 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468[7]

พระเกียรติยศแก้ไข

พระอิสริยยศแก้ไข

  • พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ (5 เมษายน พ.ศ. 2399 - 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ (1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 - พ.ศ. 2424)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม (พ.ศ. 2424 - 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442)
  • พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม (10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442 - 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453)
  • พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม (23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 - 25 มกราคม พ.ศ. 2467)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยแก้ไข

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศแก้ไข

พระอนุสรณ์แก้ไข

  • พระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นพระอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณภายในพื้นที่ค่ายประจักษ์ศิลปาคม กรมทหารราบที่13 มณฑลทหารบกที่24 อุดรธานี เป็นพระอนุสาวรีย์ทรงยืนขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นสำหรับเป็นสถานที่สักการะของทหารในสังกัดมณฑลทหารบกที่24
  • พระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นพระอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณห้าแยกกรมหลวงประจักษ์ ถนนทหาร ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เป็นพระอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นสำหรับเป็นสถานที่สักการะของประชาชนทั่วไป แต่เดิมประดิษฐานอยู่ที่ สนามทุ่งศรีเมือง ต่อมาจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ห้าแยกกรมหลวงประจักษ์
  • พระอนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นพระอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณภายในโรงเรียนประจักษ์ศิลปาคม อำเภอประจักษ์ศิลปาคม

วันก่อตั้งเมืองอุดรธานีแก้ไข

วันที่18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันที่พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ยกทัพมาสร้างบ้านแปลงเมือง ณ บ้านเดื่อหมากแข้ง ทางจังหวัดอุดรธานีจึงได้เลือกวันดังกล่าวเป็นวัดเฉลิมฉลองครบรอบการก่อตั้งเมืองอุดรธานีและจะมีการรำบวงสรวงทุกปีเพื่อแสดงออกถึงความรักและความสามัคคีของคนอุดรธานี

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. ราชกิจจานุเบกษา, ข่าวตั้งปริวีเคาน์ซิลเลอร์, เล่ม 4, หน้า 45
  2. ราชกิจจานุเบกษา, สัญญาบัตรปริวีเคาน์ซิลเลอร์, เล่ม 4, หน้า 47-48
  3. กรมศิลปากร, จดหมายเหตุนครราชสีมา 11 กันยายน พ.ศ. 2497, พิมพ์สนองคุณ เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น ณ ราชสีมา) และ เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินท์ ณ ราชสีมา), กรุงเทพฯ: ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ม.ป.ป.)
  4. ต้นสกุล ณ ราชสีมา ย้อนเรื่อง เมืองโคราช
  5. หากนับทางสายสกุลพระมารดา กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมทรงเป็นผู้สืบสายสกุล “ณ ราชสีมา” ชั้น 5 สาย "พระยาสุริยเดช (ทัศน์ รายณสุข ณ ราชสีมา)" และ ชั้น 4 สาย "เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา)"
  6. พระบรมราชโองการ ประกาศตั้งผู้บัญชาการกรมทหารเรือและผู้บังคับการกรมต่าง ๆ
  7. 7.00 7.01 7.02 7.03 7.04 7.05 7.06 7.07 7.08 7.09 7.10 7.11 7.12 7.13 7.14 7.15 7.16 7.17 7.18 7.19 7.20 7.21 7.22 นราธิปประพันธ์พงศ์, กรมพระ, 2404-2474, ผู้รวบรวม. บาญชีมหามกุฏราชสันตติวงศ์ พุทธศก 2468 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ทรงรวบรวม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, พ.ศ. 2468. 167 หน้า.
  8. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชพิธีฉัตรมงคล, เล่ม 4, ตอน 32, 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2430, หน้า 258
  9. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ ๔, เล่ม 21, ตอน 32, 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447, หน้า 564
  10. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม 14, ตอน 1, 4 เมษายน พ.ศ. 2440, หน้า 24
  11. "พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยยศญี่ปุ่น" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 5 (ตอน 22): หน้า 179. 1 ตุลาคม 2431. สืบค้นเมื่อ 23 มิถุนายน 2562.
  12. "พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ออสเตรีย" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 6 (ตอน 21): หน้า 175. 25 สิงหาคม 2432. สืบค้นเมื่อ 23 มิถุนายน 2562.
  13. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์รุสเซีย, เล่ม ๘, ตอน ๔๖, ๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๑๘๙๑, หน้า ๔๑๔
  14. ราชกิจจานุเบกษา, พระราชทานพระบรมราชานุญาตเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๑๙, ตอน ๔๖, ๒o กรกฎาคม พ.ศ. ๑๒๑ , หน้า ๓๑๕
  • Jeffy Finestone. 2542. สมุดพระรูป พระราชโอรส พระราชธิดา พระราชนัดดาใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. ปรียนันทนา รังสิต,ม.ร.ว. โลมาโฮลดิ้ง
ก่อนหน้า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ถัดไป
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์   รั้งตำแหน่งผู้บัญชาการกรมทหารเรือ
(2 กันยายน พ.ศ. 2442 - 15 มกราคม พ.ศ. 2443)
  พระยาชลยุทธโยธินทร์ (อองเดร ดู เปลซี เดอ ริเชอลิเออ)


สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์   เสนาบดีกระทรวงกลาโหม
(พ.ศ. 2442 - พ.ศ. 2444)
  สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช