เปิดเมนูหลัก

การขนส่งระบบรางในประเทศไทย

สำหรับองค์กร ดูที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย

การขนส่งระบบรางในประเทศไทย คือ การขนส่งระบบรางที่มีอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งรถไฟทางไกลและรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน

การขนส่งระบบรางในประเทศไทย
River Kwai Bridge Railway Station.jpg
การดำเนินการ
บริษัทรถไฟประจำชาติรฟท.
บริษัทโครงสร้างพื้นฐานรฟท.
ผู้ดำเนินการหลักรฟท., รฟม., กทม.
โครงข่ายเส้นทาง
ระยะทางทั้งหมด4,346 กิโลเมตร (2,700 ไมล์)
ติดตั้งไฟฟ้า80.55 กิโลเมตร (50.05 ไมล์) (รถไฟฟ้า)
รถไฟความเร็วสูง0 กิโลเมตร (0 ไมล์)
ขนาดความกว้างราง
ขนาดความกว้างราง1,000 มม. (3 ฟุต 3 38 นิ้ว)
1,435 มม. (4 ฟุต 8 12 นิ้ว)
มีเตอร์เกจ4,346 กิโลเมตร (2,700 ไมล์)
สแตนดาร์ดเกจ80.55 กิโลเมตร (50.05 ไมล์) (รถไฟฟ้า)
ระบบจ่ายไฟฟ้า
รางที่สาม51.95 กิโลเมตร (32.28 ไมล์) (รถไฟฟ้าบีทีเอสและเอ็มอาร์ที)
เหนือหัว28.6 กิโลเมตร (17.8 ไมล์) (SARL)
โครงสร้างโดยทั่วไป
อุโมงค์7
ระยะทางรวมในอุโมงค์3.626 กิโลเมตร (2.253 ไมล์)
อุโมงค์ที่ยาวที่สุด1.352 กิโลเมตร (0.840 ไมล์) (อุโมงค์ขุนตาน)
สะพานที่ยาวที่สุด0.442 กิโลเมตร (0.275 ไมล์) (สะพานพระราม 6)
ช่วงที่สูงที่สุด578 เมตร (สถานีรถไฟขุนตาน)
แผนที่
Thailand rail map.gif

รถไฟทางไกลแก้ไข

รถไฟทางไกลในปัจจุบัน ให้บริการโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

เส้นทางเดินรถแก้ไข

ปัจจุบันการรถไฟฯ มีระยะทางที่เปิดการเดินรถแล้ว รวมทั้งสิ้น 4,346 กิโลเมตร โดยเป็นทางคู่ช่วง กรุงเทพ - รังสิต ระยะทาง 31 กิโลเมตร และเป็นทางสามช่วง รังสิต - ชุมทางบ้านภาชี ระยะทาง 59 กิโลเมตร เส้นทางหลักที่สำคัญ มีดังนี้

นอกจากนั้นยังมีการสร้างทางอีกหลายเส้นทาง อาทิ สถานีรถไฟชุมทางคลองสิบเก้า - สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี - สถานีรถไฟชุมทางแก่งคอย - สถานีรถไฟศรีราชา - สถานีรถไฟแหลมฉบัง - สถานีรถไฟชุมทางเขาชีจรรย์ - สถานีรถไฟมาบตาพุด และโครงการรถไฟฟ้าอีกสองเส้นทางคือ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน (ศาลายา - หัวหมาก) และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต - มหาชัย) หรือเรียกรวม ๆ ได้ว่า โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)

นอกจากนี้ยังมีโครงการปรับปรุงรางที่สำคัญมาก ๆ ต่อการพัฒนารางคือ ขยาย ทางให้เป็นทางคู่เพื่อให้สามารถทำความเร็วได้มากขึ้นลดเวลาการเดินทาง จุโบกี้สินค้าได้มากขึ้น จุผู้โดยสารได้มาก และประหยัดพลังงานมากขึ้นเนื่องจาก การขนส่ง เที่ยวหนึ่ง สามารถจุคนสินค้าได้มากกว่ารถยนต์ ซึ่งโครงการนี้จะเป็นการพัฒนาปรับปรุงการขนส่งทางรางให้มีประสิทธิภาพและดีขึ้นซึ่งปัจจุบันรางเดี่ยวไม่เหมาะที่จะขนส่งอีกต่อไป ซึ่งทางเดี่ยวจะเสียต้นทุนมาก โครงการที่สำคัญ ๆ ที่จะสร้าง คือ

  • ลพบุรี – ปากนำโพ: 118 กิโลเมตร
  • นครปฐม – หัวหิน: 165 กิโลเมตร
  • มาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ: 132 กิโลเมตร
  • ชุมทางถนนจิระ – ขอนแก่น: 185 กิโลเมตร
  • ประจวบคีรีขันธ์ – ชุมพร: 167 กิโลเมตร

รวมโครงการระยะแรก 767 กิโลเมตร

ประเภทขบวนรถแก้ไข

รถโดยสารแก้ไข

ประเภทของขบวนรถโดยสารจะแตกต่างกันโดยจำนวนสถานีที่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร และชนิดของรถโดยสารที่ให้บริการ ดังตารางต่อไปนี้

ประเภท เลขขบวน จำนวนสถานีที่หยุด ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3
นั่ง/นอน ป. นั่ง/นอน ป. นั่ง/นอน นั่ง ป. นั่ง นั่ง
ด่วนพิเศษ 1–50 น้อย มี มี - - มี[a] มี[a]
ด่วน 51–100 น้อย มี[b] มี มี มี[c] มี มี
เร็ว 1xx ปานกลาง - มี มี มี[d] มี มี
ธรรมดา 2xx เกือบทุกสถานี
(เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ กับภูมิภาค)
- - - - - มี
ชานเมือง 3xx[e] เกือบทุกสถานี
(กรุงเทพฯ และปริมณฑล)
- - - - - มี
ท้องถิ่น 4xx เกือบทุกสถานี
(ภูมิภาค)
- - - - - มี
นำเที่ยว/พิเศษ 9xx ขึ้นอยู่กับภารกิจของแต่ละขบวน

หมายเหตุ

  1. 1.0 1.1 เฉพาะรถด่วนพิเศษทักษิณที่ 37/38 กรุงเทพ – สุไหงโก-ลก – กรุงเทพ
  2. ยกเว้นรถด่วนที่ 51/52
  3. เฉพาะรถด่วนที่ 83/84, 85/86 และรถด่วนดีเซลรางสายตะวันออกเฉียงเหนือ
  4. เฉพาะรถเร็วที่ 105/106 กรุงเทพ – ศิลาอาสน์ – กรุงเทพ
  5. ยกเว้นรถชานเมือง ศาลายา – ธนบุรี – ศาลายา ใช้รหัส 47x

รถสินค้าแก้ไข

 
รถจักรไอน้ำแปซิฟิกหมายเลข 291 ขณะทำขบวนรถสินค้า บนทางรถไฟสายชุมทางทุ่งสง-กันตัง, จังหวัดนครศรีธรรมราช ใน พ.ศ. 2516

ขบวนรถสินค้า ประกอบด้วยรถสินค้าเท่านั้น ให้บริการด้านการขนส่งสินค้าประเภทเหมาคันทั้งภายในประเทศ และเพื่อส่งออกประเทศมาเลเซีย ที่สถานีรถไฟชายแดนอย่าง สุไหงโก-ลก และปาดังเบซาร์

ประเภทของขบวนรถสินค้า ได้แก่

รถจักรและรถดีเซลรางแก้ไข

 
อัลสธอม เป็นรถจักรดีเซลไฟฟ้าที่มีจำนวนมากที่สุด โดยมีรุ่นย่อยทั้งหมด 4 รุ่น

ในปัจจุบัน รถจักรดีเซลไฟฟ้า ถือเป็นรถจักรที่มีส่วนช่วยในการทำขบวนรถโดยสารและรถสินค้ามากที่สุด โดยรถจักรดีเซลไฟฟ้าที่ใช้งานบ่อย ๆ ได้แก่ จีอี อัลสธอม (มี 4 รุ่นย่อย ได้แก่ เอแอลเอส เอเอชเค เอแอลดี และเอดีดี) ฮิตาชิ จีอีเอ และซีเอสอาร์ นอกจากนี้ยังมีรถจักรดีเซลไฮดรอลิก ซึ่งมีบทบาทในการทำขบวนรถโดยสารน้อยลงกว่าในอดีต แต่จะทำขบวนรถโดยสารหรือรถสินค้าในกรณีพิเศษ เช่น กรุปป์ทำขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารในช่วงอุทกภัย และเฮนเชล ทำขบวนรถบำรุงทางเพื่อใช้ในการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เป็นต้น

นอกจากรถจักรแล้ว ยังมีรถดีเซลราง ซึ่งมีทั้งห้องโดยสารและห้องขับภายในคันเดียวกัน โดยมีเครื่องยนต์อยู่ข้างใต้ ทำให้ขบวนรถออกตัวได้ดีกว่าการใช้รถจักรลาก รถดีเซลรางหลัก ๆ ที่ยังคงใช้งานในปัจจุบัน ได้แก่

  • ฮิตาชิ ใช้ทำรถท้องถิ่นสายตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นรถเสริมให้กับรถด่วนดีเซลรางในช่วงเทศกาล
  • ทีเอชเอ็นและเอ็นเคเอฟ ใช้ทำรถธรรมดา รถชานเมือง รถท้องถิ่นสายเหนือ และรถด่วนดีเซลรางสายตะวันออกเฉียงเหนือ
  • เอทีอาร์ เป็นรถดีเซลรางนั่งปรับอากาศที่ไม่มีห้องขับ พ่วงในรถด่วนดีเซลรางสายตะวันออกเฉียงเหนือ รถเร็วที่ 105/106 รถนำเที่ยวน้ำตก/สวนสนประดิพัทธ์ และรถชานเมืองวงเวียนใหญ่–มหาชัย บางขบวน
  • สปรินเทอร์ ใช้ทำรถด่วนพิเศษดีเซลรางที่ 3/4 ในสายเหนือ และรถเร็วที่ 997/998 ในสายตะวันออก
  • แดวู ใช้ทำรถด่วนพิเศษดีเซลรางในสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้

รถไฟฟ้าในเขตเมืองแก้ไข

 
รถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท และสายสีลม เป็นรถไฟฟ้าสองสายแรกของประเทศไทย

ในปัจจุบัน ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนมีให้บริการเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเท่านั้น โดยเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2542 ในเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท (หมอชิต–อ่อนนุช) และสายสีลม (สนามกีฬาฯ–สะพานตากสิน)[1] ในปัจจุบันมีรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้วทั้งสิ้น 5 สาย สายล่าสุดที่เปิดให้บริการคือ สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ซึ่งเปิดให้บริการใน พ.ศ. 2559[2]

นอกจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้ว ยังมีโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเมืองใหญ่อื่น ๆ อาทิ ขอนแก่น[3] ภูเก็ต[4][5] นครราชสีมา[6] เชียงใหม่ หาดใหญ่

รถไฟความเร็วสูงแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข

  • รถไฟรุ่นใหม่
  • คากิซากิ, อิจิโร. จากทางรถไฟสู่ทางหลวง: ความเปลี่ยนแปลงนโยบายการคมนาคมและการหมุนเวียนสินค้าของประเทศไทย พ.ศ. 2478-2518. นนทบุรี: ต้นฉบับ, 2560.