รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง

โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) (อังกฤษ: The S.R.T. Red Line Mass Transit System Project) เป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทำหน้าที่ในการบริการขนส่งผู้โดยสารที่อยู่อาศัยในพื้นที่ชานเมืองเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ด้วยระบบรางที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อป้อนผู้โดยสารเข้าสู่โครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หรือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยมีสถานีหลักคือสถานีกลางบางซื่อ

โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)
ข้อมูลทั่วไป
เจ้าของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ที่ตั้งกรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี
ประเภทรถไฟชานเมือง
จำนวนสาย2
จำนวนสถานี58
การให้บริการ
ผู้ดำเนินงานรอเอกชนเข้าร่วมประมูล
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง37.6 กิโลเมตร
(ระยะที่ 1)
139.3 กิโลเมตร
(เมื่อเปิดใช้งานทั้งหมด)
รางกว้าง1,000 mm (3 ft 3 38 in) มีเตอร์เกจ
การจ่ายไฟฟ้า25 kV AC จ่ายไฟเหนือหัว

รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ–รังสิต และช่วงบางซื่อ–ตลิ่งชัน รวมสถานีกลางบางซื่อ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวมทั้งหมด 99,840.4 ล้านบาท[1] เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552[2] มีกำหนดเปิดให้บริการในช่วงปลาย พ.ศ. 2564 หรืออย่างช้าต้น พ.ศ. 2565

รูปแบบโครงการแก้ไข

เป็นระบบขนส่งมวลชนทางราง ที่มีรูปแบบการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน ได้แก่ ขบวนรถไฟทางไกล รถชานเมือง และรถสินค้า ที่ลากจูงด้วยหัวรถจักรดีเซล เดินรถร่วมกับระบบรถไฟฟ้าชานเมือง โดยติดตั้งระบบการป้องกันขบวนรถอัตโนมัติ (Automatic Train Protection – ATP) เพิ่มเติมเพื่อให้ขบวนรถทั้งสองระบบเดินรถร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

เส้นทางแก้ไข

โครงการระบบรถไฟชานเมือง ประกอบด้วย 2 สายสำคัญตามแกนกลางกรุงเทพมหานคร คือ รถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดงเข้ม เป็นเส้นทางแนวเหนือ-ใต้ มีระยะทาง จำนวน 22.6 กิโลเมตร และรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดงอ่อน มีระยะทางจำนวน 14.67 กิโลเมตร ในช่วงเริ่มแรก มีสถานีทั้งหมด 16 สถานี รวมระยะทางทั้งสิ้น 37.60 กิโลเมตร

เส้นทาง เปิดให้บริการ ต่อขยายล่าสุด สถานีปลายทาง ระยะทาง (กิโลเมตร) จำนวนสถานี
 สายสีแดงเข้ม  2564 - สถานีกลางบางซื่อ
(เขตบางซื่อ)
รังสิต
(อำเภอเมืองปทุมธานี)
22.60 กิโลเมตร 10
 สายสีแดงอ่อน  2564 - สถานีกลางบางซื่อ
(เขตบางซื่อ)
ตลิ่งชัน
(เขตตลิ่งชัน)
15 กิโลเมตร 6
รวม 37.60 กิโลเมตร 16

ส่วนต่อขยายแก้ไข

โครงการระบบรถไฟชานเมือง สายสีแดง เป็นโครงการที่ออกแบบเพื่อทดแทนระบบรถไฟชานเมืองเดิม และยังเป็นโครงการเสริมเพื่อยกระดับทางรถไฟปัจจุบันจากทางเดี่ยวเป็นทางคู่ ซึ่งเป็นการยกระดับทางรถไฟทั่วประเทศครั้งใหญ่ โดยอิงตามแผนแม่บทโครงการระบบรถไฟชานเมือง ทั้งสองเส้นทางมีแผนก่อสร้างส่วนต่อขยายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

สายสีแดงเข้มแก้ไข

ส่วนต่อขยายด้านเหนือ

ส่วนต่อขยายด้านเหนือประกอบไปด้วยสองช่วง ดังนี้

ส่วนต่อขยายด้านใต้

ส่วนต่อขยายด้านใต้ประกอบไปด้วยสามช่วง ดังนี้

สายสีแดงอ่อนแก้ไข

ส่วนต่อขยายด้านตะวันตก

ส่วนต่อขยายด้านตะวันตกประกอบไปด้วยสามช่วง สองเส้นทางแยก ดังนี้

ส่วนต่อขยายด้านตะวันออก

ส่วนต่อขยายด้านตะวันออกประกอบไปด้วยสี่ช่วง สองเส้นทางแยก โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟเชื่อม 3 ท่าเรือ และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความจุทางรถไฟช่วง หัวหมาก - ฉะเชิงเทรา - ศรีราชา ดังนี้

การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นแก้ไข

รถไฟทางไกลแก้ไข

รหัสสถานี สถานีรถไฟฟ้าชานเมือง สถานีรถไฟทางไกล หมายเหตุ
จุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีที่เปิดให้บริการแล้ว
  RN01
  RS01
  RW01
  RE01
สถานีกลางบางซื่อ  รฟท. เหนือ 
 รฟท. ตะวันออกเฉียงเหนือ 
 รฟท. ใต้ 
 รฟท. ตะวันออก 
 รฟท. สุพรรณบุรี 

รถไฟฟ้ามหานครแก้ไข

รหัสสถานี สถานีรถไฟฟ้าชานเมือง สถานีรถไฟฟ้ามหานคร หมายเหตุ
จุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีที่เปิดให้บริการแล้ว
  RN01
  RS01
  RW01
  RE01
สถานีกลางบางซื่อ  สายเฉลิมรัชมงคล  : สถานีบางซื่อ เชื่อมโดยตรงกับสถานีกลางบางซื่อ
  RW02 สถานีบางซ่อน  สายฉลองรัชธรรม  : สถานีบางซ่อน เชื่อมต่อโดยตรง
จุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีในอนาคต
  RS07 สถานีหัวลำโพง  สายเฉลิมรัชมงคล  : สถานีหัวลำโพง เชื่อมโดยตรง
  RS09 สถานีวงเวียนใหญ่  สายฉลองรัชธรรม  : สถานีวงเวียนใหญ่ เชื่อมโดยตรง
  RWS02 สถานีบางขุนนนท์  สายเฉลิมรัชมงคล  : สถานีบางขุนนนท์
 สายสีส้ม  : สถานีบางขุนนนท์
  RWS03 สถานีศิริราช  สายสีส้ม  : สถานีศิริราช
  RE06 สถานีมักกะสัน  สายเฉลิมรัชมงคล  : สถานีเพชรบุรี

การให้บริการแก้ไข

ผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าแก้ไข

ในคราวการประชุมร่วมระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. เพื่อขออนุมัติโครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ช่วงพญาไท - บางซื่อ - ดอนเมือง เมื่อ พ.ศ. 2559 คนร. ได้มีการพิจารณาเรื่องบทบาทการให้บริการระบบขนส่งมวลชนของการรถไฟแห่งประเทศไทยใหม่ หลังจากที่ ร.ฟ.ท. ได้แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริการโครงการรถไฟฟ้าโดย บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ไม่ว่าจะเป็น ความล้มเหลวในการรับมือกับภาวะขาดแคลนอะไหล่จนทำให้ขบวนรถเกิดความขัดข้องเนื่องจากเข้าสู่ระยะการเดินรถเกินระยะรับประกัน ความล้มเหลวในการกำหนดนโยบายการบริหารและจัดเก็บค่าโดยสาร ความล้มเหลวในการบริหารโครงการรถไฟฟ้าด่วนและจุดตรวจบัตรโดยสารภายในเมือง รวมถึงความล่าช้าในการดำเนินโครงการมักกะสัน คอมเพล็กซ์ ด้วยเหตุผลข้างต้น คนร. จึงลงมติให้ ร.ฟ.ท. เปิดประมูลหาเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนและดำเนินโครงการทั้งส่วนของรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในขณะนั้น และโครงการรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดง ภายใต้กรอบการลงทุนแบบหุ้นส่วนมหาชน-เอกชน (Public-Private Partnership) ตามแต่เห็นสมควร อย่างไรก็ตาม ร.ฟ.ท. ได้ยื่นเรื่องขอทบทวนมติด้วยการขอรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงกลับมาบริหารเอง คนร. จึงมีมติให้ ร.ฟ.ท. จัดตั้งบริษัทเดินรถไฟฟ้าแห่งใหม่เพื่อขึ้นมาดำเนินการทดแทน โดยมีเงื่อนไขให้กระทรวงคมนาคมทำการประเมินตัวชี้วัดสมรรถนะหลัก (Key Performance Indicator: KPI) ของโครงการในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันเปิดให้บริการ หากบริษัทดังกล่าวไม่สามารถดำเนินโครงการได้ตามแผน หรือเกิดกรณีแบบรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขึ้น ร.ฟ.ท. จะต้องเปิดประมูลโครงการหาเอกชนเข้ามาดำเนินการทันทีโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

โดย ร.ฟ.ท. ได้ยื่นเรื่องขอปรับสถานะของ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ใหม่ โดยปรับสถานะให้เป็นรัฐวิสาหกิจที่ถือหุ้นโดยกระทรวงการคลัง เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทจาก 140 ล้านบาทเป็น 3,000 ล้านบาท พร้อมทั้งของบประมาณในการส่งเจ้าหน้าที่เข้าฝึกอบรมการใช้เครื่องกล และการเดินรถไฟฟ้า ณ​ ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากระบบอาณัติสัญญาณและระบบรถไฟฟ้าที่นำมาใช้งานเป็นระบบใหม่ที่ไม่เคยใช้งานในประเทศไทยมาก่อน จึงต้องมีการเรียนรู้ระบบเพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้า[3] และต่อมา ร.ฟ.ท. ได้อนุมัติสัญญาสัมปทานโครงการให้กับ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. เป็นระยะเวลา 30 ปี พร้อมทั้งโอนระบบรถไฟฟ้าที่เป็นผลสำเร็จจากสัญญาที่ 3 ให้เป็นทรัพย์สินของ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. โดยตรง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารให้กับ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. อันจะส่งผลให้สามารถบริหารโครงการได้เต็มที่กว่าครั้งที่บริหารรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพราะ รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. มีรายได้เป็นของตัวเอง และการดำเนินการไม่จำเป็นต้องเปิดประมูลตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เสมือนว่า รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. มีสถานะบริษัทเทียบเท่า การบินไทย ที่สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

อย่างไรก็ดีในสมัย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ นิรุฒ มณีพันธ์ เป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้มีการทบทวนบทบาทการให้บริการของ ร.ฟ.ท.​ และรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ใหม่ โดยลงมติให้ ร.ฟ.ท. ต้องเปิดประมูลหาเอกชนเข้ามาดำเนินการแทน รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. เนื่องมาจากความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม การก่อสร้างส่วนต่อขยายเพื่อขยายเส้นทาง และการขอเพิ่มงบประมาณในส่วนของ Variation Order (VO) ที่เกิดขึ้นจากการปรับรายละเอียดโครงการในสัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 3 ประกอบกับวงเงินกู้ที่ใช้ก่อสร้างโครงการขององค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่นได้หมดลงและไม่สามารถกู้เพิ่มได้อีก และรัฐบาลไทยจำเป็นต้องดึงงบประมาณคืนส่วนหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้กระทรวงคมนาคมตัดสินใจทบทวนบทบาทของ ร.ฟ.ท. และขอให้เปิดประมูลโครงการโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ร.ฟ.ท. อยู่ในระหว่างการศึกษารายละเอียดการเปิดประมูลโครงการ และจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อกระทรวงคมนาคมต่อไป คาดว่าการดำเนินการจะแล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2564 ได้เอกชนใน พ.ศ. 2565 และสามารถเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ใน พ.ศ. 2566 แต่แผนดังกล่าวถูกคัดค้านจากประชาชนตามแนวเส้นทาง สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ รฟฟท. อย่างหนัก เนื่องจากไม่พอใจที่ ร.ฟ.ท. ตัดสินใจยกโครงการให้เอกชน จนทำให้ต้องเลื่อนเปิดดำเนินโครงการออกไป

อ้างอิงแก้ไข

  1. งานโยธาช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จำนวน 8,748.4 ล้านบาท, สัญญาที่ 1 จำนวน 34,118 ล้านบาท, สัญญาที่ 2 จำนวน 24,575 ล้านบาท สัญญาที่ 3 จำนวน 32,399 ล้านบาท งบประมาณนี้รวมงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการปรับแบบงานโยธาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 3 กุมภาพันธ์ 2558 และ 09 กุมภาพันธ์ 2559 แล้ว
  2. รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ผู้รับจ้างเริ่มปฏิบัติงานตามสัญญา เมื่อ 15 มกราคม 2552 โดยมีกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัดฯ เป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
  3. แอร์พอร์ตลิงก์ดึงงบ ร.ฟ.ท. เพิ่มทุน 3 พันล้าน!!