เปิดเมนูหลัก

รถดีเซลรางแดวู (อังกฤษ: Daewoo Diesel Railcar) เป็นรถดีเซลรางปรับอากาศของการรถไฟแห่งประเทศไทย และเป็นรถดีเซลรางที่มีความเร็วสูงสุดในประเทศไทย อยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีจำนวนรถทั้งสิ้น 40 คัน (ไม่นับรวมรถที่ถูกดัดแปลงเป็นรถนอน)

แดวู
TahiLand RailWay001.JPG
รถดีเซลรางปรับอากาศแดวู ขณะจอดที่สถานีรถไฟดอนเมือง
DRC 00005 NEW.jpg
เบาะของรถดีเซลรางปรับอากาศแดวู
ผู้ผลิตบริษัท แดวูอุตสาหกรรมหนัก จำกัด
ผลิตที่ประเทศเกาหลีใต้
สายการผลิตพ.ศ. 2538–2539
ตกแต่งใหม่พ.ศ. 2553–ปัจจุบัน
จำนวนผลิต40 คัน
จัดขบวนกซข.ป.+กซม.ป.+กซข.ป.
หมายเลขตัวรถ2513–2544 (มีห้องขับ), 2121–2128 (ไม่มีห้องขับ)
ความจุ76, 80 ที่นั่ง
ผู้ดำเนินงานการรถไฟแห่งประเทศไทย
โรงซ่อมบำรุงโรงรถดีเซลรางกรุงเทพ
สายที่ให้บริการ
คุณลักษณะ
วัสดุตัวถังสแตนเลส
ทางเข้า2
จำนวนประตู2
ความเร็วสูงสุด120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
Engine(s)Cummins NTA 855-R1
กำลังขับเคลื่อน350 แรงม้า ที่ 2,100 รอบต่อนาที
ชุดส่งกำลังVoith รุ่น T211RZ
ระบบจ่ายไฟฟ้าไม่มี
ช่วงกว้างราง1,000 มม. (3 ฟุต 3 38 นิ้ว) มีเตอร์เกจ

รุ่นแก้ไข

รุ่น 20
  • เอพีดี (APD.) กซข.ป. หมายเลข 2513–2524 (มีห้องขับ) จำนวน 12 คัน
  • เอพีเอ็น (APN.) กซม.ป. หมายเลข 2121–2128 (ไม่มีห้องขับ) จำนวน 8 คัน
รุ่น 60
  • เอพีดี (APD.) กซขป. หมายเลข 2525–2544 (มีห้องขับ) จำนวน 20 คัน
  • เอเอ็นที (ANT.) พซน.ป. หมายเลข 2101–2140 (เป็นรถพ่วงและไม่มีห้องขับ) จำนวน 40 คัน โดยในปัจจุบันไม่ได้พ่วงกับรถดีเซลรางแดวู กลายเป็น บนท.ป. หมายเลข 1101 - 1140 (รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2) มีพ่วงอยู่ในขบวนรถด่วนที่ 83/84 (กรุงเทพ-ตรัง-กรุงเทพ) และรถด่วนขบวนที่ 85/86 (กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ)

ข้อมูลทั่วไปแก้ไข

  • ประเภท รถดีเซลรางปรับอากาศ (Air Conditioner Diesel Rail Car)
  • เครื่องยนต์ Cummins NTA 855-R1
  • กำลังขับเคลื่อน 350 แรงม้า ที่ 2,100 รอบต่อนาที
  • ระบบขับเคลื่อน ใช้เครื่องถ่ายทอดกำลังแบบไฮดรอลิค ควบคุมโดยอัตโนมัติ พร้อมวงจรเปลี่ยนทิศทางการขับภายในตัว ของ Voith รุ่น T211RZ
  • การจัดวางล้อ แคร่ 2 - 4 ล้อ ระบบกันสะเทือนแบบแหนบลม (Air Spring)
  • ระบบห้ามล้อ ลมอัด (Air Brack)
  • ความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • ระบบปรับอากาศ Sigma RPR40LX1
  • ประตูขึ้น-ลงรถ เป็นประตูแบบเลื่อนอัตโนมัติ บานเดียว
  • ประตูกั้นภายในรถ เป็นประตูแบบเลื่อนอัตโนมัติ แยกเป็นสองบาน ซ้าย-ขวา ใช้ปุ่มกดเปิด-ปิด
  • เบาะนั่ง เบาะนวม ชุดละ 2 ที่นั่ง สามารถปรับเอนได้ มีถาดวางอาหารหลังเบาะ สามารถหมุนกลับด้านเบาะได้ ตามทิศทางที่รถวิ่ง
  • จำนวนที่นั่ง 76 ที่นั่ง (มีห้องขับ), 80 ที่นั่ง (ไม่มีห้องขับ)
  • ผู้ผลิต บริษัท แดวูอุตสาหกรรมหนัก จำกัด (Daewoo Haevy Industries ltd.) ประเทศเกาหลีใต้
  • ราคาต่อคัน
    • 28,471,378.83 บาท (หมายเลข 2513–2524 และ 2121–2128)
    • 31,597,970.70 บาท (หมายเลข 2525–2544)
    • 31.5 ล้านบาท (อดีตหมายเลข 2101–2140)
  • วันที่เริ่มใช้งาน
    • 14 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 (หมายเลข 2513–2524)
    • 14 ตุลาคม พ.ศ. 2538 (หมายเลข 2121–2128)
    • 27 มิถุนายน – 27 กันยายน พ.ศ. 2539 (หมายเลข 2525–2544)

ปัญหาและข้อวิจารณ์แก้ไข

เรือดแก้ไข

ในช่วงปลาย พ.ศ. 2550 – ต้น พ.ศ. 2551 ได้พบเรือดบนเบาะในตู้โดยสารของแดวู[1][2][3] ทำให้ขบวนรถที่ใช้รถดีเซลรางแดวูหลายขบวนต้องงดให้บริการหรือใช้รถดีเซลรางสปรินเทอร์ทำการแทน เพื่อกำจัดเรือดและเปลี่ยนเบาะเป็นแบบใหม่

อุบัติเหตุแก้ไข

แดวูเป็นรถดีเซลรางที่ทำความเร็วได้ถึง 120–160 กิโลเมตร/ชั่วโมง จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง เนื่องจากมีจุดตัดที่ไม่มีเครื่องกั้นหรือทางลักผ่านหลายจุด และผู้ขับขี่พาหนะทางถนนไม่เคารพกฎจราจร[4] ทำให้แดวูต้องเปลี่ยนเสียงหวีดใหม่ เป็นเสียงหวีดยี่ห้อ Nathan AirChime รุ่น K3LA คล้ายกับที่ใช้ในรถจักรของแอ็มแทร็กในสหรัฐ

ขบวนรถที่ให้บริการแก้ไข

ปัจจุบัน
อดีต
  • ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 11/10 กรุงเทพ–เชียงใหม่–กรุงเทพ (ปัจจุบันยกเลิกการเดินรถแล้ว)
  • ขบขวนรถด่วนที่ 71/74 กรุงเทพ–อุบลราชธานี–กรุงเทพ (วิ่งแทนทีเอชเอ็นเป็นบางครั้ง)[5]
  • ขบขวนรถด่วนที่ 73/72 กรุงเทพ–ศีขรภูมิ–กรุงเทพ (วิ่งแทนทีเอชเอ็นเป็นบางครั้ง)
  • ขบวนรถด่วนพิเศษระหว่างประเทศที่ 947/948 และ 949/950 ชุมทางหาดใหญ่ปาดังเบซาร์–ชุมทางหาดใหญ่ (ปัจจุบันใช้รถดีเซลรางสปรินเทอร์ทำขบวนแทน)

อ้างอิงแก้ไข

  1. "ตัวเรือด บุกดีเซลราง Daewoo". สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2562.
  2. "กองทัพ'ตัวเรือด'ระบาดในเบาะรถไฟ - รุมกัดผู้โดยสาร". สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2562.
  3. "ขนลุกไต่ยุ่บยั่บ ตัวเรือด ในเบาะนั่งรถไฟ". สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2562.
  4. "เรื่องน่ารู้ก่อนโดยสารรถไฟไทย". สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2562.
  5. "เล่าเรื่องรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ". สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2562.

แหล่งข้อมูลอื่นแก้ไข