เปิดเมนูหลัก

มหาเถรสมาคม (อังกฤษ: The Sangha Supreme Council of Thailand) เป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทยตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทำหน้าที่คล้ายกับคณะรัฐมนตรี โดยมีสมเด็จพระสังฆราชหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 รูปซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือภิกษุซึ่งมีพรรษาอันสมควรและมีจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์

มหาเถรสมาคม
The Sangha Supreme Council of Thailand
Buddhism dham jak.png
ตราธรรมจักร
ที่ทำการ
ไทย
อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม 73170
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 1 มกราคม พ.ศ. 2506 (56 ปี)[1]
เขตอำนาจ ทั่วราชอาณาจักร
บุคลากร 300,000 รูป (จำนวนพระสงฆ์ในประเทศไทยโดยประมาณ)
ผู้บริหารหลัก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร), ประธานกรรมการ
คณะกรรมการชุดปัจจุบัน, ดูในบทความ
พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์[2], เลขาธิการ
สิปป์บวร แก้วงาม, ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม ในฐานะโฆษกมหาเถรสมาคม
ลูกสังกัด ดูในบทความ
เจ้าคณะทั่วประเทศไทย
พระสงฆ์ทั่วประเทศไทย
เว็บไซต์
mahathera.onab.go.th

เนื้อหา

ประวัติแก้ไข

การจัดตั้งมหาเถรสมาคมครั้งแรกแก้ไข

มหาเถรสมาคมเป็นถ้อยคำที่ใช้ครั้งแรกใน พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) อันตราขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว[3] คำว่า "เถระ" หมายถึง "พระผู้ใหญ่, ตามพระวินัยกำหนดว่า พระมีพรรษาตั้งแต่สิบขึ้นไป เรียกว่า พระเถระ"[4] โดยตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) มาตรา 4 ให้เรียกสมเด็จเจ้าคณะใหญ่ และพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ตำแหน่งต่าง ๆ ว่า "มหาเถระ" และมหาเถระเหล่านี้จะประชุมกันเพื่อถวายความเห็นแก่พระมหากษัตริย์ในเรื่องพุทธศาสนาตามที่ทรงปรึกษา ที่ประชุมนี้เรียกว่า "มหาเถรสมาคม" โดยต้องมีมหาเถระอย่างน้อยห้ารูปมาประชุม จึงจะเป็นองค์ประชุม[5] พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) ไม่ได้ใช้บังคับทันที แต่จะมีประกาศให้ใช้บังคับในมณฑลต่าง ๆ เป็นรายมณฑลเรื่อยไปจนทั่วประเทศสยาม (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ประเทศไทย)

ยุคสังฆสภาแก้ไข

ต่อมาใน พ.ศ. 2484 สภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 3 ยกเลิก พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) แล้วตรา พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484 ขึ้นใช้แทน[6] โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2484[7] พระราชบัญญัติใหม่นี้เปลี่ยนชื่อ "มหาเถรสมาคม" เป็น "สังฆสภา" โดยให้ประกอบด้วยกรรมการที่เรียก "สังฆสภาสมาชิก" จำนวนไม่เกินสี่สิบห้ารูป และประธานสังฆสภานั้นมาจากการแต่งตั้งของสมเด็จพระสังฆราชตามคำแนะนำของสังฆสภา[8]

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484 เป็นแนวคิดของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม ที่จะเลียนการปกครองฝ่ายอาณาจักรมาใช้แก่ฝ่ายศาสนจักร โดยเรียก "สังฆสภา" ให้เป็นทำนองเดียวกับ "รัฐสภา" และมีอำนาจหน้าที่ทำนองเดียวกันด้วย คือ ตราสังฆาณัติ แล้วถวายให้สมเด็จพระสังฆราชลงพระนาม จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติหลาย ๆ บทเลียนมาจากกฎหมายฝ่ายอาณาจักรหมวดหมู่กฎหมายปกครองและกฎหมายรัฐธรรมนูญ อาทิ ให้สังฆสภามีอำนาจตราสังฆาณัติได้ ถ้าสมเด็จพระสังฆราชไม่ทรงเห็นด้วยหรือไม่ทรงลงพระนามตามกำหนด และสังฆสภาลงมติเห็นชอบตามเดิม ทำนองเดียวกับรัฐสภามีอำนาจตราพระราชบัญญัติที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นด้วยหรือไม่ทรงลงพระปรมาภิไธยตามกำหนด และรัฐสภามีมติเห็นชอบตามเดิม

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505แก้ไข

  • มหาเถรสมาคม มีอำนาจและหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 [9]

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535แก้ไข

  • มหาเถรสมาคม มีอำนาจและหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 [10]

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560แก้ไข

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2560 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐[11] ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 7 ว่าด้วยการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช จากเดิมเป็น "พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง และให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ" โดยให้เหตุผลว่า โดยที่ตามโบราณราชประเพณีที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านานนั้น เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งต่อมาได้เริ่มมีบัญญัติเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ เป็นต้นมา สมควรบัญญัติกฎหมายให้สอดคล้องเพื่อเป็นการสืบทอดและธำรงรักษาไว้ซึ่งโบราณราชประเพณีดังกล่าวโดยให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561แก้ไข

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2561 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑[12] ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยส่วนใหญ่เป็นการมอบพระราชอำนาจให้พระมหากษัตริย์เกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมโดยทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้งหรือให้ออก โดยจะทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชก่อนก็ได้ เกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชโดยทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการที่จะทรงพระกรุณาโปรดหรือมีพระราชวินิจฉัยให้ปฏิบัติเป็นประการอื่นได้ตามพระราชอัธยาศัย โดยทั้งหมดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ การกำหนดวาระของกรรมการมหาเถรสมาคม การแต่งตั้งกรรมการขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างลง การแต่งตั้งเจ้าคณะใหญ่หรือเจ้าคณะภาคและตำแหน่งอื่นตามพระราชดำริ

กรรมการมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบันแก้ไข

ประธานกรรมการมหาเถรสมาคมแก้ไข

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร)วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร

กรรมการมหาเถรสมาคมแก้ไข

  1. สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร
  2. สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร
  3. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร
  4. สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) วัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร
  5. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร
  6. สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร
  7. พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) วัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร
  8. พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) วัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร
  9. พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) วัดประยุรวงศาวาส กรุงเทพมหานคร
  10. พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร) วัดเครือวัลย์ กรุงเทพมหานคร
  11. พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) วัดปทุมคงคา กรุงเทพมหานคร
  12. พระวิสุทธาธิบดี (เชิด จิตฺตคุตฺโต) วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร
  13. พระพรหมมุนี (บุญเรือง ปุญฺญโชโต) วัดพระศรีมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร
  14. พระธรรมไตรโลกาจารย์ (พูนศักดิ์ วรภทฺทโก) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามกรุงเทพมหานคร
  15. พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย) วัดปทุมวนาราม กรุงเทพมหานคร
  16. พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก กรุงเทพมหานคร
  17. พระธรรมปริยัติโมลี (อาทร อินฺทปญฺโญ) วัดบพิตรพิมุข กรุงเทพมหานคร
  18. พระธรรมปาโมกข์ (สุนทร สุนฺทราโภ) วัดราชผาติการาม กรุงเทพมหานคร
  19. พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต) วัดราชาธิวาสวิหาร กรุงเทพมหานคร
  20. พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ โกวิโท) วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2562[13]

หน่วยงานแก้ไข

หน่วยงานในปกครองมหาเถรสมาคมแก้ไข

หน่วยงานในบัญชาของมหาเถรสมาคม คณะสงฆ์อื่นแก้ไข

หน่วยงานเผยแผ่พระธรรมทูตในต่างประเทศแก้ไข

ผู้รักษาการแทนประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) วัดยานนาวา

ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พระเทพพุทธิวิเทศ (ประชัน ชุตินฺธโร) วัดพุทธาวาส สหรัฐอเมริกา

หัวหน้าพระธรรมทูตไทยในอินเดีย-เนปาล พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) วัดไทยพุทธคยา อินเดีย

ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป พระธรรมพุทธิวงศ์ (สวัสดิ์ อตฺถโชโต วัดพุทธาราม เนเธอร์แลนด์

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ และตำแหน่งหัวหน้าพระธรรมทูตสายสหราชอาณาจักร พระเทพภาวนามงคล (ธีรวัฒน์ อมโร) วัดพุทธปทีป สหราชอาณาจักร

ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสิงคโปร์ พระเทพสิทธิวิเทศ (สุจินต์ โชติปญฺโญ) วัดอานันทเมตยาราม สิงคโปร์

หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายโอเชียเนีย พระกิตติโสภณวิเทศ (เศรษฐกิจ สมาหิโต) วัดนาคปรก กรุงเทพมหานคร

หน่วยงานรับสนองงานของมหาเถรสมาคมแก้ไข

หน่วยงานเผยแพร่พระศาสนาในประเทศแก้ไข

หน่วยงานด้านการศึกษาในความดูแลของมหาเถรสมาคมแก้ไข

แหล่งค้นคว้าเพิ่มเติมแก้ไข

อ้างอิงแก้ไข

  1. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๙ ตอนที่ ๑๑๕ ฉบับพิเศษ หน้า ๒๙-๔๔ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๕
  2. มาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ บัญญัติให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเลขาธิการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง
  3. "พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์' (ร.ศ. 121)" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 19, แผ่นที่ 13, 29 มิถุนายน ร.ศ. 121, หน้า 213). สืบค้นเมื่อ 2011-08-16.
  4. "พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542". ม.ป.ป. Text "urlhttp://rirs3.royin.go.th/dictionary.asp" ignored (help); Missing or empty |url= (help); |access-date= requires |url= (help)
  5. พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) มาตรา 4:

    "สมเด็จเจ้าคณะใหญ่ทั้ง 4 ตำแหน่ง คือ เจ้าคณะใหญ่คณะเหนือ 1 เจ้าคณะใหญ่คณะใต้ 1 เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุติกา 1 เจ้าคณะใหญ่คณะกลาง 1 ทั้งพระราชาคณะเจ้าคณะรองในคณะเหนือ คณะใต้ คณะธรรมยุติกา คณะกลาง ทั้ง 4 ตำแหน่งนั้น ยกเป็นพระมหาเถระที่ทรงปรึกษาในการพระศาสนาและการปกครองบำรุงสังฆมณฑลทั่วไป ข้อภารธุระในพระศาสนาหรือในสังฆมณฑลซึ่งได้โปรดให้พระมหาเถระทั้งนี้ประชุมวินิจฉัยในที่มหาเถรสมาคมตั้งแต่ 5 พระองค์ขึ้นไป คำตัดสินของมหาเถรสมาคมนั้น ให้เป็นสิทธิ์ขาด ผู้ใดจะอุทธรณ์หรือโต้แย้งต่อไปอีกไม่ได้"

  6. "พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 58, 14 ตุลาคม 2484, หน้า 1391). สืบค้นเมื่อ 2011-08-16.
  7. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484 ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 58/14 ตุลาคม 2484/หน้า 1391) และมาตรา 2 ว่า:

    "ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป"

  8. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2484:

    "มาตรา 11. สังฆสภาประกอบด้วยสมาชิก มีจำนวนรวมกันไม่เกินสี่สิบห้ารูป คือ

    " (1) พระเถระชั้นธรรมขึ้นไป

    " (2) พระคณาจารย์ชั้นเอก

    " (3) พระเปรียญเอก

    "...

    "มาตรา 12. ทุกคราวสมัยประชุมสามัญ สมเด็จพระสังฆราชทรงตั้งสมาชิกในสังฆสภาตามมติของสังฆสภา ให้เป็นประธานสภาหนึ่งรูป เป็นรองประธานหนึ่งรูปหรือหลายรูปก็ได้

    "ในการตั้งประธานและรองประธานสังฆสภา ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการลงนามรับสนอง"

  9. http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538973928&Ntype=19
  10. http://www.songbr.org/main/god/prb_all.htm
  11. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๒ ก หน้า ๑-๒ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๐
  12. พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕ ตอนที่ ๕๐ ก หน้า ๑-๔ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๑
  13. ประกาศแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม,ราชกิจจานุเบกษา,เล่ม ๑๓๖ ตอนพิเศษ ๒๕๕ ง ,หน้า ๑, ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2562/E/255/1.PDF